ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Make It Right SP √ { ธีร์ x ฟิวส์ } Valentine's Day : 7 Years Later (And Eternal) [ 5 0 % ]

ชื่อตอน : Make It Right SP √ { ธีร์ x ฟิวส์ } Valentine's Day : 7 Years Later (And Eternal) [ 5 0 % ]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 31k

ความคิดเห็น : 13

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ก.พ. 2557 08:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Make It Right SP √ { ธีร์ x ฟิวส์ } Valentine's Day : 7 Years Later (And Eternal) [ 5 0 % ]
แบบอักษร

SP Chapter { ธีร์ ฟิวส์ }

Valentine’s Day : 7 Years later (And Eternal)

 

 

 

 

  

ปีต่อมา . . .

 

            แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านหน้าต่างบานกว้าง ซึ่งเปิดม่านไว้เพื่อรับลมเย็นเอื่อยอ่อย เสียงนกร้องเคล้าคลอเจื้อยแจ้วดังอยู่ภายนอกไม่ไกล ราวกับพวกมันกำลังร้องเพลงประสานเสียงชื่นชมธรรมชาติยังไงยังงั้น

 

            ซึ่งถึงจะบรรยากาศดีแค่ไหน ใบหน้าผมก็ถูกแต่งแต้มด้วยคิ้วขมวดยุ่งเหยิง กับริมฝีปากเบ้เป็นรูปสระอิไม่ค่อยสบอารมณ์อยู่ดี กาแฟร้อนๆ หอมกรุ่นในมือหมดความอร่อย เพราะข้อความจากเว็บไซต์ชื่อดังในหน้าจอแล็ปท้อปตรงหน้าเรียกความวิตกกังวลให้ทวีคูณขึ้น

 

            ความคิดเห็นที่ 54

            จริงค่ะ เราเคยได้ยินเรื่องอาถรรพ์เลข มา แถมยังเจอกับตัวด้วย คือแฟนเรานอกใจค่ะ ตอนนั้นเลิกกันไปเกือบปี สุดท้ายพอลองคิดดีๆ แล้วไม่มีใครแทนเขาได้ จึงกลับมาคบกันอีกครั้งค่ะ ตอนนี้ 12 ปี ย่างเข้าปีที่ 13 แล้ว หลังจากนั้นก็ไม่มีปัญหาอีกเลย

 

            ความคิดเห็นที่ 65

            ของผมเกือบได้เลิกก็ตอนปีที่ 7 เนี่ยแหละครับ แต่ก็ผ่านมาได้ด้วยดี เค้าว่าถ้าเจอเหตุการณ์ตอน ปี ให้ระวังปีที่ 14 ด้วย

 

            ความคิดเห็นที่ 102

            ไม่จริงเสมอไปครับ ผมกับแฟนก็เพิ่งผ่าน  ปีมาด้วยกันเมื่อปีก่อนนี้เอง

           

            ความคิดเห็นที่ 108

            จะว่าจริงก็ได้มั้ง แต่มันไม่เกี่ยวอะไรกับอาถรรพ์เลยครับ เพราะเคยอ่านงานวิจัยด้านความสัมพันธ์ของคู่รัก เขาบอกว่าช่วงเวลา 7 ปีนั้น เป็นค่าเฉลี่ยความรู้สึกหมดความอดทนของคู่รักหลายๆ คู่ ที่ต้องเลิกราหรือแตกหักกันไป เป็นเพราะความรู้สึกตื่นเต้นหรืออยากค้นหาในตัวอีกฝ่ายนั้นหมดไปแล้ว ต้องการอะไรใหม่ๆ ที่เร้าใจกว่า และเป็นช่วงที่คู่รักทนไม่ไหวต่อพฤติกรรมไม่ดีของทั้งสองฝ่าย ซึ่งอดทนอดกลั้นกันมานาน โดยเฉลี่ยแล้ว จะอยู่ในช่วงปีที่ 7 นั่นเอง

 

            เฮ้ออออออ ผมถอนหายใจเป็นรอบที่เท่าไหร่ในเช้านี้แล้ววะ!? ถ้าพ่นเงินออกมาแทนลมหายใจได้คงรวยเละ..

 

            ขณะกำลังยกเจ้าอเมริกาโน่สีดำเมี่ยมขึ้นมาจิบอีกสักอึก สายก็เหลือบไปเห็นปฏิทินตั้งโต๊ะ แล้วพลันกลืนกาแฟไม่ลงขึ้นมาตงิดๆ ....วันเสาร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ โชว์หราอยู่บนกระดาษการ์ดอาร์ตเคลือบมันนั้น... ทั้งที่เป็นวันเสาร์ แถมพ่วงคำว่า วาเลนไทน์’ ต่อท้ายไปด้วยเกร๋ๆ  มันก็ทำให้คิดถึงแฟนขึ้นมาเป็นธรรมดา

 

            ใช่ครับ ผมกับไอ้ธีร์คบกันมาได้ ปีแล้ว... มีทะเลาะกันบ้าง หวานบ้าง เศร้าบ้าง ซึ้งกินใจบ้าง เฮฮาสนุกสนาน หรือมึนๆ งงๆ ไม่เข้าใจอีกฝ่ายไปบ้าง ตามปกติของคนเป็นแฟนกัน แต่โดยรวมแล้วมีความสุขดี ถึงดีมากๆ... ซึ่งดันแตกต่างจากระยะหลังๆ มานี้ลิบลับว่ะ (ถอนหายใจอีกสักทีเหอะ) ต้นเหตุจะมาจากอะไรซะอีก... ก็การที่ไอ้ธีร์เพิ่งได้ทำงานกับกรีนพีซ เซาท์อีสท์เอเชียเมื่อ เดือนก่อนเนี่ยสิ

 

            ไม่ต้องท้าวความก็คงรู้ว่าสมัยเรียนน่ะแม่งเก่งระดับเทพยังยอมกราบขนาดไหน แค่สอบติดคณะในฝันของมหาลัยแถวสามย่านยังไม่พอ ช่วงเรียนแม่งยังฟิตปั๋ง พกหนักสือไปอ่านด้วยแทบทุกที่ ถึงขนาดผลสอบออกมาแต่ละครั้งเป็นที่ฮือฮาของเพื่อนๆ ในเมเจอร์ จนแม่งถูกขนานนามว่า ‘ ตัวปู่ ’ อ่ะครับ (วิชาอาคมแก่กล้ากว่าตัวพ่อ อะไรประมาณนั้น) แน่นอนว่าจบมหาวิทยาลัยด้วยเกียรนิยมอันดับ สวยๆ ถึงจะไม่ได้เหรียญทอง แต่ก็เกือบๆ (เกรดโคตรของโคตรเฉียดเหอะ ผมเห็นแล้วยังเสียดายแทน  ช่วงนั้นมันเลยบ่นกระปอดกระแปดอยู่เป็นอาทิตย์ได้) สรุปแม่งโหดทั้งสายบุ๋น สายบู๊ และรูปร่างหน้าตา รวมถึงบุคลิกภาพก็เยี่ยงเทพบุตรเดินดินเป็นทุนเดิม ทำให้มันป๊อบปูล่ามากๆ ทั้งในและนอกมหาลัย... หมายถึงตั้งแต่ได้เป็นเดือนคณะตอนปี 1 รูปหน้าหล่อๆ ของมันก็ว่อนเน็ต ทั้งไอจีเอย แฟนเพจเฟสบุ๊คผุดขึ้นเป็นดอกเห็ดเอย และอีกมากมาย ทั้งที่เจ้าตัวแทบไม่ได้ทำอะไรสักแอะ นอกจากโดนพี่เขาจับไปประกวด แล้วชนะแค่เนี้ย! (เหอะๆ ไอ้ผมนี่อัดคลิป ลงรูปแทบตายกว่าจะมีคนฟอลโล่กับเขา!) แต่อย่าดูถูกความหล่อระดับพระกาฬของผมนะครับ ยังได้เป็นถึงรองเดือนคณะวิทยาฯแน่ะ อิอิ... จริงๆ พี่เขาแอบชมว่าผมน่ารักกว่าไอ้สายหมอกเดือนคณะตั้งเยอะ เสียแต่ส่วนสูงไม่ได้ ฮ่าฮ่าฮ่า เอ...แต่จะมีใครเชื่อไหมว่าผมจบจากมหาลัยเดียวกับไอ้ธีร์มัน.... ถ้าไม่เชื่อว่าเป็นไปได้ยังไง? ก็ลองติดตามในภาค ดูสิครับ คึคึคึ...

 

             เอาล่ะ ตัดกลับมาที่ไอ้ธีร์... เมื่อไม่มีข้อกังขาว่ามันเก่ง เด่น ดัง  ดีไปหมดซะทุกด้าน จึงมีแมวมองจาก WWF ซึ่งย่อมาจาก World Wide Fund for Nature หรือองค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากลนั่นแหละ ติดต่อมาให้ร่วมงานตั้งแต่ยังอยู่ปี 3 เนื่องด้วยเล็งเห็นถึงศักยภาพของเด็กๆ ในคณะนี้ โดยเฉพาะไอ้ธีร์กับเพื่อนมันอีก...เอ่อ  2 คนล่ะมั้ง?จำไม่ได้แล้ว พอเรียนจบมันจึงมีงานทำพอดี... จริงๆ เจ้าองค์การนี้ก็ถือว่าโหดพอตัวครับ จัดอยู่ในระดับแนวหน้าของนานาชาติ แถมคัดคนเข้าร่วมงานด้วยมาตรฐานสูงลิบลิ่ว เนี๊ยบทุกกระเบียดนิ้ว ไอ้ธีร์จึงได้เงินเดือนดีเกินเด็กใหม่จบปริญญาตรีไปมากโข จนเพื่อนๆ หลายคน รวมถึงผมยังอิจฉา

 

            แม้จะเป็นอย่างนั้น แต่มันถูกหมอบหมายในตำแหน่งหน่วยงานอนุรักษ์สัตว์โลกใกล้สูญพันธุ์ครับ (เรียนมาไม่ตรงสายเท่าไหร่) จะย้ายไปหน่วยอื่น เช่น งานด้านป่าไม้ หรือระบบนิเวศวิทยาผืนน้ำ เขาก็ไม่ให้ซะด้วย (หรืออาจต้องทำงานต่อไปอีกสักปี หรือสองปีก่อน) ซึ่งดูเหมือนยิ่งผ่านไปประมาณ เดือน ธีร์ก็ยิ่งรู้สึกว่ามันไม่ใช่แนว... มันจึงยื่นหนังสือลาออกเมื่อทำงานได้ครบปีพอดีเด๊ะอย่างน่าเสียดาย โดยไม่มีการปรึกษาไอ้ฟิวส์แฟนของมึงบ้างเล้ยยยยยยย โอ้โหอนาคตมึงอยู่ตรงนั้นแล้วแท้ๆผมงี้แทบจะตบมันตายคาเตียง แต่มันก็ตอบกลับมาพร้อมรอยยิ้มหล่อทุกครั้งว่า ‘ถ้าฝืนทำต่อไป กูกลัวมันจะออกมาไม่ดีว่ะ เดี๋ยวสัตว์จะสูญพันธุ์หมดโลกซะก่อน ฮ่าๆ’ อืม... ก็เหตุผลโลกสวยตามประสาคุณชายอย่างมันนั่นแหละครับ

 

            เพราะธีร์เป็นแบบนี้ผมถึงหนีไปไหนไม่ได้ จนคิดว่าตัวเองต้องตายรังกับมันไปตลอดชีวิตซะแล้ว... ทว่าพอย่างเข้าสู่ปีที่ อะไรๆ ก็ดูจะเปลี่ยนไป

 

            ก่อนหน้านี้ผมไม่เคยเชื่อเลยนะ อาถรรพ์เลข อะไรกัน ไร้สาระ วู้วว... (ใครพูดถึง ด่ากลับ พร้อมตบหัวทิ่มด้วยซ้ำ เก๋าป้ะล้ะ) แต่พอเจอเข้ากับตัวเองเนี่ยสิ.. ผมไม่แน่ใจนะว่าเป็นเพราะธีร์ได้งานใหม่พอดีหรือเปล่า นั่นคือตำแหน่ง Ocean Campaigner ของกรีนพีซเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ครับ อันนี้ก็งานโหด... เหมือนเป็นผู้ช่วยไดเรคเตอร์ทำงานเกี่ยวกับระบบนิเวศชายฝั่งทั้งในไทย และแถบๆ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ต้องใช้ภาษาอังกฤษแทบทุกวัน และความรู้ทางวิศวกรรมไปพร้อมกัน ซึ่งสำหรับไอ้ธีร์ก็ไม่มีปัญหาอะไรอยู่แล้ว แถมได้อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างฝัน มันก็เลยชอบมากๆ แทบจะทุ่มเทสุดชีวิตเลยด้วยซ้ำ

 

            อย่างช่วงนี้ไอ้ธีร์ก็เพิ่งลงใต้ไปดูชายฝั่งแถวภูเก็ต ที่เรือบรรทุกน้ำมันอับปางไปเมื่อต้นเดือนก่อน กว่าจะกลับมาบ้านก็กลางดึกของเมื่อคืน ซึ่งนอกจากกอดแน่นๆ และหอมแก้มแค่หนึ่งครั้ง มันก็ไม่แตะต้องตัวผมอีกเลย เพราะพออาบน้ำเสร็จ เจ้าตัวก็นอนหลับไปด้วยความเหนื่อยอ่อน... เท่าที่สังเกต ตลอดเวลา เดือนหลัง มันเป็นแบบนี้ซ้ำกันหลายครั้ง จนบางทีผมก็อดน้อยใจไม่ได้

 

            ว่ามันอาจจะลืมผมไปเสียแล้ว....

 

            ผมมองตัวเลข 14 เด่นชัดบนปฏิทินตั้งโต๊ะอีกครั้ง สลับกับความคิดเห็นในเว็บบอร์ด วาเลนไทน์เหรอ เหอะๆ อย่างความสำคัญของวันนี้...ธีร์ก็คงทำงานหนักจนไม่รู้เช้าค่ำ แล้วจำไม่ได้เสียด้วยซ้ำ..... 

 

            โอ้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย ผมเกาหัวตัวเองแกรกๆ ปัดความคิดฟุ้งซ่านทั้งหมด นี่กูก็ใกล้จะเบญจเพศอยู่แล้วนะ ยังคิดไรเป็นเด็กๆ อยู่ได้วะ!! ใช่เรื่องมั้ยเนี๊ย!!!!!

 

            ผมเข้า gmail เป็นอันดับถัดมา เผื่อกรีนพีซจะตอบเมล์สมัครงานของผมกลับมาบ้าง สมัครงานนั่นแหละครับอ่านไม่ผิดหรอก... เพราะก่อนหน้านี้ผมทำงานเป็นนักวิจัยในบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ไม่ได้มีปัญหาอะไรทั้งนั้นครับ งานกำลังไปได้สวย เงินเดือนก็โอเค แต่ถ้าหากทำต่อ เขาจะให้ผมย้ายไปประจำทางภาคเหนือถาวรตอนกลางปีนี้ว่ะ ซึ่งนั่นแหละลำบาก จึงจำต้องโบกมือลาเพื่อนๆ พี่ๆ ร่วมงานนิสัยดีหลายคนอย่างน่าเสียดาย แต่.. แค่ได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ก็คุ้มแล้วล่ะครับ เป็นความทรงจำดีๆ ที่ผมจะไม่ลืมเลย

 

            แต่ในความจริงชีวิตมันต้องดำเนินต่อไป จะให้มานั่งว่างๆ ให้ผัว.. เอ้ยย สามี เอ้ยให้ไอ้ธีร์เลี้ยงอย่างเดียวก็ไม่ได้ (ถึงแม่งจะชอบเลี้ยงกูจังงง) ด้วยคำแนะนำของมัน เห็นว่าเงื่อนไขผมก็ผ่านเพราะจบ BS Degree มา (Bachelor of Science) ถึงผมจะไม่ถนัดภาษาอังกฤษเท่าไหร่ แต่ตำแหน่งนี้ไม่จำเป็นต้องติดต่อกับสาขาต่างประเทศ รวมๆ ถือว่าโอเค จึงให้ผมลองสมัครงานไปยังกรีนพีซดู ทว่านี่ก็หนึ่งอาทิตย์เข้าไปแล้ว ดันหายต๋อมเข้ากลีบเมฆไม่มีวี่แววตอบกลับเลยสักนิด

 

            เมล์ล่าสุดที่ขึ้นบนหน้าจอจึงเป็นข้อความจากแท็กของเพื่อนๆ ในเฟสบุ๊คเมื่อวานเท่านั้น........ อืม... ถึงจบจากมหาลัยดีๆ มา แต่เกรดแย่อย่างผม ใครเขาจะรับเข้าร่วมทีมล่ะครับ เซ็งจัง

 

            ผมเดินกลับไปยังเตียงสีขาวสะอาด ร่างโปร่งๆ ของธีร์ในชุดเสื้อกล้ามตัวบางเผยกล้ามเนื้อสมส่วน ยังคงนอนหลับตาพริ้มอยู่บนนั้น เชี่ยแม่ง... น่ารักชิบหาย... พอเห็นหน้ามันแล้วรู้สึกดีขึ้นอย่างน่าประหลาด ผมระบายยิ้มออกมาน้อยๆ ขณะลูบหัวมีเรือนผมนุ่มนิ่มนั้นอย่างเบามือ นี่แน่ะ! ดึงจมูกเล่นสักหน่อยเห๊อะวะ... แต่... ก็ยังไม่รู้สึกตัวแฮะ มันแค่ส่งเสียงอือๆ ออๆ ก่อนนิ่งไปเท่านั้น สงสัยจะเหนื่อยมั้งครับ หึหึหึ

 

            จริงสิ...คงดีไม่น้อย หากมันลืมตาตื่นมาแล้วได้กลิ่นกับข้าวหอมๆ ลอยฟุ้งอยู่แถวจมูก ไปทำอาหารดีกว่าาาา เมนูอะไรจะเหมาะกับวันวาเลนไทน์น้า~

 

            ทว่าขณะกำลังเดินฮัมเพลงไปยังหน้าห้อง โทรศัพท์เครื่องสวยของไอ้ธีร์ก็ส่งเสียงแจ้งเตือนข้อความเข้าหักเหความสนใจของผมได้ดี แล้วการหยิบโทรศัพท์อีกฝ่ายขึ้นมาดูก่อนได้รับอนุญาติ ก็ถือเป็นเรื่องปกติตั้งแต่คบกันได้ ปีเสียแล้ว... (ไอ้เชี่ยธีร์นั่นแหละตัวการ เห็นหงิมๆ งี้ แต่เวลาหึงใช่เล่นนะขอบอก) ดังนั้นจึงไม่แปลก หากผมจะอ่านข้อความบนหน้าจอ LCD นั้น...

 

            ‘น้องธีร์วันนี้ว่างไหม ไปทานข้าวกันนะจ๊ะ

 

            ผมขมวดคิ้วขึ้นอีกครั้ง  อะไรวะเนี่ย? แถมยังมีลิสต์ข้อความที่ถูกสั่งมาแต่เช้าตรู่อีกเป็นแผง....

 

            ‘น้องธีร์มีแฟนหรือยัง?’

 

            ‘ธีร์ครับ แฮปปี้วาเลนไทน์นะ วันนี้ว่างไหมเอ่ย

 

            ‘สุขสันต์วันแห่งความรักครับ

 

            ‘น้องธีร์พี่ขอถามอะไรหน่อยสิ น้องธีร์มีแฟนหรือยังจ๊ะ?

 

            ถึงแม่งจะไม่ได้ตอบกลับสักข้อความ ผมก็เริ่มเส้นกระตุกอยู่ดี เหอะๆ หมั่นไส้.... เกือบลืมไปว่ามึงมันหนุ่มฮอตนี่!

 

            แถมยังมีแท็กรูปจากเฟสเด้งเตือนขึ้นมาอีก.. ผมสไลด์เพื่อเปิดออกดู พบเป็นรูปธีร์กำลังยืนยิ้มโชว์ฟันขาวๆ คู่กับสาวผมยาวสลวย ปากนิด จมูกหน่อย แม้ทั้งคู่จะไม่ได้ใกล้ชิดกันมากเกินพอดี แต่แคปชั่นความว่า แฮปปี้วาเลนไทน์นะคะ หล่อวันหล่อคืนนะเดี๋ยวเนี้ย ไม่อยากโสดเมื่อไหร่ ขอจองคิวคนแรกได้มั้ยอ่า อิอิ’ ก็เป็นเหตุให้ผมลมออกหูได้...

 

            ฮึ่ม.. ขี้เกียจทำแม่มละ หาข้าวกินเอาเองก็แล้วกัน!

           

 

 

 

 

            50%

 

 

 

 

 

----------Make It Right----------

 

อีดิท1 } 50% (คั่นดราม่าอีกครั้งด้วย ตอนพิเศษวันวาเลนไทน์ค้าบบบบ ไม่รู้จะอัพได้จนจบตอนในวันนี้หรือไม่แต่จะพยายามนะครับ) อิน้องฟิวส์นี่กังวลเกินเหตุนะว่าไหม อิอิ เดี๋ยวมาดูกันต่อว่าไอ้ปรากฏการณ์ Seven-year-itch เนี่ยยย จะเป็นจริงกับคู่นี้หรือไม่ (หลายคนคงเดาได้แล้วว่าไม่แน่นอน ฮ่าๆๆ)

            จริงๆ วางพล็อตเหตุการณในอนาคตไว้นานแล้วล่ะครับ คือวางไว้ทั้งหมดแล้วทั้งเรื่องม.6 เรื่องมหาลัย และตอนทำงาน ฮ่าๆๆ เลยเขียนตอนทำงานมาให้อ่านก่อน เพราะมันยังอีกยาวไกลดี(?)

ช่วงครึ่งแรกปูพื้นให้ฟังก่อนครับ ว่าน้องๆ ใน 7 ปีข้างหน้าเป็นอย่างไรกันบ้าง ^______^ เดี๋ยวความหวานแหววตามแบบฉบับวันวาเลนไทน์จะตามมาในครึ่งหลังครับ รออ่านน้าาาาา

อาจจะมี NC ก็ได้ใครจะรู้ ฮ่าๆๆ ><

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว