facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

CHAPTER XX ครอบครัวที่แท้จริง

ชื่อตอน : CHAPTER XX ครอบครัวที่แท้จริง

คำค้น : สายใยรัก หนี้หัวใจ ตอนที่20

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 3k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 14 พ.ย. 2562 17:37 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
CHAPTER XX ครอบครัวที่แท้จริง
แบบอักษร

"ทำไมต้องรีบกลับด้วยละคะ" เด็กน้อยถามพลางจ้อมมารดาด้วยตาแป๋วใส

 

"แม่ต้องรีบกลับไปทำงานน่ะ มีงานด่วนเข้ามา"

 

"หนูอยากเล่นกับพี่แอลคีนและน้องซิคม่านี่คะ" 

 

"ไว้ครวหน้าแม่จะพามาเที่ยวอีกนะคะ ตอนนี้เรารีบกลับบ้านกันก่อนนะ" พูดจบก็จูงมือลูกสาวเดินเข้าไปในสนามบินทันที

 

"แม่ครับ..."

 

"ได้ไปเปิดหูเปิดตาบ้าง วันๆแกเอาแต่ทำงานกลับบ้านมาก็ต้องดูแลฉัน คราวนี้ก็เที่ยวให้สนุกไปเลยนะ ฉันมีศรีดูแลอยู่ทั้งคน ฉันคงจะไปดูในที่ที่ฉันเคยมีความสุขก่อนที่ฉันจะตาย" 

 

"คุณแม่ครับ อย่าพูดแบบนี้สิครับคุณแม่ออกจะแข็งแรง"

 

"หึๆ เอาเถอะ รีบไปกันได้แล้วเดี๋ยวก็ตกเครื่องหรอก"

 

"ครับๆ"

 

... 

 

"น่าเบื่อจัง" ได้แต่นั่งแกว่งขาไปมาอย่างเบื่อหน่าย แต่ด็กน้อยคงทำอะไรไม่ได้เพียงแต่งนั่งนิ่งๆไม่ซนหน้าห้องประชุมของมารดาที่เข้าไปเกินกว่าครึ่งชั่วโมงแล้วแต่ยังไม่ออกมาหาเธอเลย

 

"คุณหนูเมเปิ้ลคะ หิวรึเปล่าคะ" หญิงสาวร่างบางที่นั่งอยู่ข้างๆก้มลงถามเด็กน้อยพลางลูบผมสีดำนั้นเบาๆอย่างเอ็นดู

 

"หนูไม่หิวค่ะน้าพิคเซ่ล ทำไมแม่เข้าไปนานจังคะ" ถามพลางมองผู้เป็นน้าด้วยตาแป๋ว

 

"คุณแม่ทำงานน่ะค่ะ คุณหนูเมเปิ้ลคงจะเบื่อสินะคะ งั้นเราออกไปเดินเล่นข้างนอกกันดีมั้ยคะ"

 

"พิคเซ่ล..." ชายหนุ่มอีกคนที่อยู่ข้างๆหญิงสาวส่ายหัวเบาๆเป็นเชิงปราม

 

"โธ่ ทำไมอ่าเคน คุณหนูเมเปิ้ลนั่งตรงนี้มานานแล้วนะ"

 

"แต่ข้างนอกอากาศมันเย็นมากนะ จะออกไปเดินเล่นได้ยังไง" พูดเสียงเข้มพลางกอดอกมองหญิงสาวข้างๆ

 

"มีเสื้อคลุมนี่จะกลัวอะไร อากาศข้างนอกไม่ได้หนาวขนาดนั้นนี่ นายจะใจร้ายปล่อยให้คุณหนูแสนน่ารักน่าเอ็นดูนั่งเศร้าเหงาหงอยแบบนี้ได้เหรอ นายมันเลือดเย็นเกินไปแล้ว..."

 

"พอๆ โอเค จะออกไปเดินเล่นก็ได้แต่อย่านานเกินไปนะเข้าใจมั้ย"

 

"ค่ะ/ค่ะ" สองสาวต่างวัยบอกอย่างพร้อมเพรียงกันแล้วเดินลงลิฟท์ไปทันที

 

"เห้อ..." ได้แต่ถอนหายใจส่ายหัวในความเจ้าเล่ห์ของแฟนสาวตนที่เวลาอยากได้อะไรมักจะหลอกล่อเขาแบบนี้ตลอด เขาก็เป็นพวกชอบใจอ่อนเลยต้องยอมเธอเสมอ

 

"คุณหนูเมเปิ้ลคะ พวกเราไปทานข้าวกันก่อนดีมั้ยคะ นี่ก็เที่ยงแล้ว" 

 

"ค่ะๆ ไปทานข้าวกันเถอะค่ะ" ยิ้มตอบหน้าสาวแล้วเดินจับมือไปร้านอาหารด้วยกัน

 

"เผ็ดจังเลย" ชายหนุ่มนั่งซู้ดปากด้วยความเผ็ด เหงื่อผุดขึ้นเต็มใบหน้าหล่อนั้นอย่างห้ามไม่ได้

 

"คุณลุงเป็นอะไรเหรอคะ ร้องไห้ทำไมกัน" เสียงใสๆนั้นทำให้ชายหนุ่มละสายตาจากถ้วยราเมงแล้วมองไปยังต้นเสียงนั้นก็ตะลึงงันทันที

 

"ลูก..." พูดออกมาด้วยเสียงแผ่วเบาในคอ

 

"เอ๋...คุณลุงว่าอะไรนะคะ" เด็กน้อยถามขึ้นด้วยแววตาสงสัยที่ใครๆเห็นแล้วคงต้องเอ็นดู

 

"แม่หนูอยู่ที่ไหนล่ะครับ ทำไมถึงออกมาเดินคนเดียวแบบนี้" ย่อตัวลงนั่งให้เสมอเด็กน้อยแล้วจับไหล่บางนั้นเบาๆ

 

"แม่ทำงานคะ" เด็กน้อยถอยห่างออกมาจากชายหนุ่มตรงหน้าให้มีระยะห่างพอสมควร

 

"เอ่อ..." ได้แต่งุนงงกับการกระทำนั้น

 

"แม่บอกว่าให้เว้นระยะห่างกับคนแปลกหน้า อย่าเข้าใกล้คนแปลกหน้ามากเกินไป" เด็กน้อยพูดออกมาอย่าใสซื่อแล้วจ้อมมองคนตรงหน้าตาแป๋ว

 

"ออ...ครับ งั้นหนูมากับใครเหรอครับ"

 

"คุณหนูเมเปิ้ลคะ...คุณ..." หญิงสาวได้แต่ตะลึงงันเมื่อเจอชายหนุ่มตรงหน้า

 

"คุณน้า" รีบเดินไปเกาะขาน้าของตนที่เดินกลับมาหลังจากการสั่งอาหารทันที

 

"เอ่อ..."

 

"ขอตัวก่อนนะคะ คุณหนูเมเปิ้ลไปกันเถอะค่ะ" 

 

"ค่ะ..." เดินตามหลังน้าสาวไปอย่างรวดเร็ว

 

"เมเปิ้ลงั้นเหรอ...น่ารักเหมือนแม่จริงๆ" ยิ้มออกมาก่อนจะเดินห่อไหล่อย่างรู้สึงโหวงๆในใจ

 

... 

 

"คุณท่านคะ...เดี๋ยวศรีไปเอาเสื้อคลุมมาให้ดีกว่านะคะ"

 

"ไม่เป็นไรหรอกอากาศเย็นกำลังดีไม่ได้หนาวมาก" บอกพลางมองดอกซากุระที่กำลังร่วงหล่นลงมาจากต้นด้วยแววตาที่คิดถึงคะนึงหาบางอย่าง

 

"เมื่อก่อนเธอจำได้มั้ย เรามาเที่ยวเล่นกันที่นี่ประจำ ตอนมาช่วยงานภาคย์ ตอนนั้นที่บริษัทกำลังมีปัญหาอยู่สินะ" กล่าวขึ้นโดยสายตาก็ยังคงจับจ้องที่ซากุระที่ร่วงลงมาอย่างสวยงามนั้น

 

"ค่ะ ตอนนั้นพวกเราวิ่งเล่นกันจนอากาศเริ่มเย็น แต่ก็ยังไม่กลับเข้าบ้านพัก จนคุณป้าผู้ดูแลบ้านต้องออกมาดุ บอกว่าจะไข้เอา" 

 

"นั่นสิ ถ้าขาฉันยังใช้การได้ก็คงจะ..." พูดพลางก้มมองขาตัวเองอย่างรู้สึกสังเวชในใจ

 

"คุณท่านอย่าคิดมากไปเลยนะคะ" นั่งลงแล้วจับมือคู่นั้นอย่างปลอบประโลม

 

"ศรี ฉันขอบคุณเธอมากจริงๆนะ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เธอก็ยังคงอยู่ข้างฉันเสมอ" ว่าพลางจับมือที่วางอยู่บนมือของตนเบาๆ

 

"มันเป็นหน้าที่ของฉันอยู่แล้วค่ะ ฉันจะดูแลคุณท่านไปเรื่อยๆไปจนกว่าฉันจะหมดลมหายใจ" 

 

"..." ทั้งสองได้แต่กุมมือกัน วันเวลาที่ผันผ่านก่อเกิดเรื่องราวมากมายเหลือเกินจากวัยเด็กที่ไม่ค่อยพบเจอเรื่องอะไรเรื่องราวต่างๆทำให้ทุกคนนั้นเปลี่ยนไปไม่ใช่แค่วัยเท่านั้นยังรวมถึงการเอาตัวรอดของแต่ละคนอีกด้วย บางคนจำต้องเสียสละความสุขของตัวเองเพื่อทางที่ถูกต้อง เมื่อความสุขมันไปคนละทางกับความถูกต้องก็จำต้องเลือกทางที่เจ็บปวด ซึ่งพวกเขาหรือเธอไม่อาจรู้ได้ว่ามันจะอยู่กับเราจวบจนทุกวันนี้

 

"อืม ประชุมเสร็จแล้วล่ะ ตอนนี้เดินออกมาข้างนอกบริษัทแล้ว เธอรออยู่แถวๆนั้นก็ได้นะ" หญิงสาวคุยโทรศัพท์พลางเดินออกมายังสวนสาธารณะใกล้ๆบริษัท

 

"อืม แค่นี้ล่ะ" วางสายลงก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองซากุระที่ร่วงหล่นลงมาอย่างสวยงาม

 

"คุณท่านคะ อากาศเริ่มเย็นแล้วเรากลับกันเถอะค่ะ"

 

"ฉันขออยู่ที่นี่อีกหน่อยนะ คิดถึงเหลือเกิน" ยื่นมือออกไปแตะซากุระที่ร่วงหล่นลงมา

 

 

"คะ...คุณท่าน..." อุทาออกมาเมื่อเห็นหญิงวัยชราที่นั่งบนวีลแชร์อย่างตกตะลึง

 

"หนูมุก..." หันมองไปตามเสียงนั้นจึงเห็นใบหน้าของหญิงสาวที่เวลาทำให้เธอย่างเข้าวัยเลขสามแล้วแต่ทว่ายังคงมีใบหน้าที่งดงามเหมือนเดิม

 

"สะ...สวัสดีค่ะ" รีบไหว้ทักทายผู้อาวุโสกว่าทั้งสองคนทันทีจนทั้งสองแทบรับไหว้ไม่ทัน

 

"โธ่หนูมุก เป็นไงบ้างคะป้าเป็นห่วงแทบแย่เลย ฟรุบ..." พูดไม่ทันจบก็ถูกหญิงสาวโผเข้ากอดเสียก่อนจึงได้แต่ลูบผมสีดำนั้นเบาๆอย่างเอ็นดู

 

"ฮึก...ป้าศรี หนูก็คิดถึงป้านะคะ" พูดออกมาด้วยน้ำตาแห่งความดีใจ

 

"จ้ะๆ..." ผละออกมาจากหญิงสาวแล้วหลบไปอีกทาง

 

"คุณท่าน..."

 

"หนูมุก..." 

 

"คุณท่าน..." ได้แต่อุทานออกมาเบาๆอย่างตกตะลึงเมื่อมองไปยังขาที่ไม่ขยับเขยื้อนของหญิงชรา

 

"เวรกรรมคงตามฉันทันก่อนฉันจะตาย เมื่อสามปีก่อนฉันเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ ฉันจึงเดินไม่ได้ตลอดชีวิต"

 

"คุณท่าน..."

 

"หนูมุก หนูคงโกรธฉันมากสินะ ฉันฆ่าเขาคนที่หนูเห็นว่าเป็นพ่อตลอด"

 

"คุณท่านคะ..." มองคนตรงหน้าผ่านม่านน้ำตาที่ไหลอาบลงมา

 

"อย่าร้องอีกเลยนะ ฉันไม่อยากให้หนูต้องเสียใจหรือต้องเจ็บปวดอีก เท่านี้ก็มากพอแล้ว" เช็ดน้ำตาที่อาบแก้มนวลออกอย่างแผ่วเบา

 

"หนู...."

 

"ฉันขอกอดหนูอีกสักครั้งได้มั้ย แค่ครั้งเดียวเท่านั้น"

 

"ค่ะ..." โผกอดคนตรงหน้าอย่างรวดเร็วด้วยความคิดถึง เธอเกลียดคนตรงหน้าไม่ลงจริงๆถึงแม้คนตรงหน้าจะเป็นคนที่ฆ่าคนที่เลี้ยงตนมาเหมือนลูก ในชีวิตวัยเด็กที่ผ่านมานอกจากคุณพ่อที่เลี้ยงเธอมาก็มีคนตรงหน้านี่แหละที่ดีกับเธอมากที่สุด เธอรักคนตรงหน้าเหมือนแม่แท้ๆ แต่เธอก็ไม่อาจเรียกคนตรงหน้าว่าแม่ได้เช่นกัน เมื่อตอนนั้นเธอคิดว่าภรรยาของพ่อที่เลี้ยงเธอมาคือแม่แท้ๆของเธอ แล้วคนตรงหน้าก็มีพระคุณกับเธอมากมายเหลือเกิน

 

"หนูมุก...เรื่องตาภพฉันไม่อยากจะก้าวก่ายการตัดสินใจของหนูหรอกนะ..."

 

"ตาภพน่ะทำให้หนูเจ็บปวดมามากเหลือเกิน เป็นเพราะฉันเลี้ยงลูกชายไม่ดีเองแหละ แต่เรื่องนี้หนูต้องคิดให้ดีๆนะ..."

 

"ความรู้สึกของหนูกับหลานสำคัญที่สุด...หนูต้องฟังเสียงหัวใจให้ดีๆ..."

 

"ฉันบอกหนูได้เท่านี้แหละ...ฉันไปก่อนล่ะ" ได้แต่ยิ้มกลบเกลื่อนความรู้สึกเสียใจก่อนจะพยักหน้าเป็นเชิงบอกแม่บ้านประจำตัวว่าเธอจะกลับแล้ว จึงได้เลื่อนวีลแชร์จากไปอย่างเงียบๆ

 

"คุณท่านคะ..."

 

"ศรีนี่เป็นทางเดินที่ดีที่สุดในตอนนี้แล้วล่ะ บางทีเราก็ต้องเดินจากมาถึงแม้ว่าในใจไม่อยากจากก็ตาม เรื่องในอดีตฉันกลับไปย้อนแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว แต่ในปัจจุบันฉันไม่อยากให้ใครต้องมาเจ็บปวดอีกแล้วล่ะ โดยเฉพาะหนูมุก ต่อจากนี้เธอจะเลือกยังไงก็ให้เธอเลือกเองเถอะนะ ขอแค่เป็นการตัดสินใจที่เลือกแล้วมีความสุขก็พอ" พูดได้เท่านั้นก็พยักหน้าบอกคนที่หยุดเข็ญอยู่ให้เข็ญต่อไป

 

"ค่ะ"

 

... 

 

"แม่..." เสียงใสๆนั้นทำให้หญิงสาวที่เดินเหม่อลอยคิดอะไรอยู่นั้นหยุดชะงักฝีเท้าลงแล้วมองไปยังต้นเสียงทันที

 

"เมเปิ้ล" ก้มลงแล้วรีบอ้าแขนรับอ้อมกอดที่ลูกวิ่งมากอดทันที

 

"คิดถึงจังเลย...หมับ...หมับ" เด็กน้อยกล่าวออกมาพลางจุมพิตลงบนแก้มนวลของคนเป็นมารดาอย่างรักใคร่

 

"แหมคุณหนูเมเปิ้ลคะคุณหนูม่านมุขประชุมแค่สามชั่วโมงเอง" หญิงสาวพูดแซวเด็กน้อยที่ดูจะแอคติ้งมากเกินไป

 

"ก็หนูคิดถึงนี่หน่า" ว่าพลางอมลงในปากอย่างงอนๆหากแต่กลับทำให้คนที่มองรู้สึกว่านั่นเป็นท่าทางที่ดูน่ารักน่าเอ็นดูเหลือเกิน

 

"Trrr trrrr..."

 

"คุณหนูรองคะ ฉันขอตัวก่อนนะคะ บ๊ายบายนะคุณหนูเมเปิ้ล"

 

"บ๊ายบายค่ะ" เด็กน้อยโบกมือลาหญิงสาวที่กำลังถือโทรศัพท์ไปด้วยสีหน้าไม่ค่อยดีเท่าไหร่

 

"พิคเซ่ล"

 

"ไม่มีอะไรหรอกค่ะ คุณหนูรองอย่าคิดมากเลยนะคะ ฉันขอตัวก่อนนะคะ" พูดจบก็เดินหันหังไปก่อนจะคุยโทรศัพท์ต่อทันที

 

"แม่คะ..." มือป้อมดึงเสื้อของมารดาเบาๆเพื่อให้เธอหันมาสนใจตน

 

"เป็นอะไรเจ้าตัวแสบ" ลูบหัวูกสาวเบาๆอย่างหมั่นเขี้ยว

 

"เป่าให้หน่อยจิ" ชูขวดลูกโป่งฟองสบู่ขึ้นให้คนตรงหน้าดูด้วยรอยยิ้ม

 

"อะไรกันเนี่ย ได้มาจากไหนกัน"

 

"ม๊าให้มา"

 

"ยัยดาวนะยัยดาว แต่ที่นี่เล่นไม่ได้นะคะ"

 

"ฮึกๆคุณแม่ใจร้าย" เด็กน้อยแบะปากร้องไห้ออกมา

 

"เห้อ...เม้เปิ้ลลูกนี่เราอยู่ในญี่ปุ่นนะ ตอนนี้อากาศมันเย็นมากนะคะ อยู่นานๆจะไม่สบายเอา"

 

"หนูอยากเล่นนี่คะ นะคะๆ ถ้าหนูป่วยหนูจะยอมกินยาก็ได้ค่ะ"

 

"เห้อ...ยัยเมเปิ้ลนี่นะ"

 

"นะคะๆ พอกลับบ้าหนูจะรีบทำตัวให้อุ่นไว้ ไม่ไข้แน่นอนค่ะ" พูดจบก็มองมารดาตาแป๋ว

 

"ก็ได้จ้ะ...สัญญานะ"

 

"สัญญาค่ะ" พูดจบก็ยกมือเกี่ยวก้อยมารดาทันที

 

...

 

"เห้อ...เราคงไม่มีโอกาสได้มีความสุขแบบนั้นสินะ" ได้แต่มองครอบครัวหนึ่งที่สามคนพ่อแม่ลูกหยอกล้อเล่นกันอย่างมีความสุขด้วยแววตาปนเศร้า

 

"คิคิ เจ้าฟองสบู่น้อย" เสียงหัวเราะใสๆนั้นทำให้ชายหนุ่มที่ยืนหน้าเศร้าอยู่นั้นหันไปมองยังต้นเสียงด้วยแววตาตกตะลึง

 

"ละ...ลูก"

 

"เมเปิ้ลลูกอย่าวิ่งเร็วเกินไปสิคะ" รีบวิ่งตามลูกสาวตัวน้อยของตนมาอย่างรวดเร็วก่อนจะนั่งยองๆแล้วยึดแขนลูกไว้

 

"แม่..."

 

"มุก..."

 

"..." หญิงสาวค่อยๆหันไปตามเสียงเรียกอันแสนคุ้นเคยแววตาที่ยิ้มไปตามริมฝีปากแปรเปลี่ยนเป็นแววตาตกตะลึงเมื่อเงาในดวงตานั้นสะท้อนภาพชายหนุ่มที่ไม่เคยหายไปจากจิตใจเธอได้เลย

 

"พี่ภพ..." ริมฝีปากบางขยับเรียกชื่อคนตรงหน้าอย่างแผ่วเบา หัวใจดวงน้อยๆเต้นแรงขึ้นเรื่อยๆยิ่งคนตรงหน้าเข้าใกล้มากขึ้นทุกที

 

"ฟรึบ..." แขนหนาโอบร่างบางเข้าหาตัวแล้วรัดแน่นเปี่ยมไปด้วยความรักความคิดถึงคนตรงหน้าที่จากกันไปหลายปี

 

"คุณลุงเป็นใครกันมากอดแม่หนูทำไม..." เด็กหญิงตัวน้อยได้แต่มองชายหนุ่มร่างโตนั้นด้วยแววตาไม่พอใจอย่างห่วงและหวงมารดาตนพลางกอดขาชายหนุ่มแล้วโยกตัวไปมา

 

"พลั่ก..." หญิงสาวค่อยๆผละออกจากอ้อมกอดนั้นก่อนจะดึงตัวลูกออกมาจากขาแกร่งนั้น

 

"เมเปิ้ลลูก...หนูพูดแบบนี้ไม่ได้นะคะ ขอโทษคุณลุงเขาเร็ว"

 

"แต่เขามากอดแม่นี่คะ แม่เคยสอนไว้ว่าอย่าเข้าใกล้คนแปลกหน้านี่ คุณลุงคนนี้ต้องเป็นคนไม่ดีแน่ๆเลย เขาต้องชอบคุณแม่มากจนคิดจะทำอะไรไม่ดีแน่" คำพูดไร้เดียงสานั้นทำให้ผู้ใหญ่ทั้งสองมองหน้ากันอย่างตกตะลึง

 

"ใครบอกหนูกันจ้ะเมเปิ้ล..."

 

"ก็คุณอาขนมไง คุณอาขนมบอกว่าคนแปลกหน้าไว้ใจไม่ได้โดยเฉพาะผู้ชาย"

 

"โถ...เมเปิ้ลลูก" ได้แต่ลูบผมดำนั้นอย่างเอ็นดู

 

"คุณลุงคนนี้เขาเป็นคนดีมากนะจ้ะเมเปิ้ล หนูไว้ใจเขาได้"

 

"ค่ะ เอ คุณลุงหน้าตาคุ้นๆนะคะ...ออ หนูนึกออกแล้วหนูเจอคุณลุงที่ร้านอาหาร"

 

"..." มองลูกสาวด้วยแววตาคำถาม

 

"คุณลุงกินเผ็ดไม่ได้ คุณลุงจะหน้าแดง หูแดง"

 

"เมเปิ้ล..." ว่าพลางส่งสายตาดุๆปรามลูก

 

"อย่าดุลูกเลยแกพูดจริงน่ะ ผมเผ็ดจริงๆ หึๆ" ว่าพลางหัวเราะในลำคอเบาๆ

 

"เมเปิ้ลลูก เอ้านี่ไปเล่นกับน้าพิคเซ่ลก่อนนะ" ส่งขวดฟองสลู่ให้ลูกสาวก่อนจะชี้ไปยังบอดี้การ์ดสาวที่ยืนไม่ใกล้ไม่ไกล

 

"มุก เป็นไงบ้างสบายดีรึเปล่า" เมื่อเห็นว่าลูกสาวเดินไปแล้วจึงรีบเอ่ยถามคนตรงหน้าทันที

 

"ก็ดีค่ะ คุณละคะ"

 

"พี่...เอ่อ ผมก็สบายดีครับ แล้วเมเปิ้ล"

 

"ยัยเมเปิ้ลก็เป็นเด็กเลี้ยงง่ายดีค่ะ แต่บางทีก็ขี้สงสัยมากเกินไป ชอบบ้าพลัง แต่ก็เชื่อฟังมุกไม่ดื้อ"

 

"อืม...ดีจังนะ มุกคงจะมีความสุขมากสินะครับ" ว่าด้วยรอยยิ้มทั้งที่สายตาส่อถึงความโหยหาและเจ็บปวด

 

"ค่ะ คุณก็คงมีความสุขนะคะ แล้วแฟนคุณละคะไม่มาด้วยหรอกเหรอ" พูดด้วยน้ำเสียงที่พยายามที่จะไม่สั่นแต่ก็สั่นออกมาจนได้

 

"ไม่มีครับ...ผมไม่มีแฟน"

 

"งั้นคุณคงแต่งงานแล้วสินะคะ ยินดีย้อนหลังนะคะ"

 

"ครับ ผมแต่งแล้ว แต่งมานานแล้วด้วย แต่เมียผมกลับหนีผมไป"

 

"งั้นก็ขอให้คุณเจอภรรยาคุณไวๆนะคะ" พูดจบก็รีบหันหลังจะเดินจากไปทันที

 

"ฟรึบ..." อ้อมแขนแกร่งโอบร่างบางมาไว้ในอ้อมกอดทันที

 

"ขออยู่แบบนี้สักพักได้มั้ยมุก พี่สัญญาว่าจะเป็นครั้งสุดท้าย จะไม่มากวนใจมุกให้รำคาญอีก"

 

"ฮึกๆ" เสียงสะอื้นดังออกมาพร้อมอาการสั่นของไหล่บางซึ่งสั่นสะเทือนไปจนถึงร่างหนาด้วย

 

"มุก...พะ...พี่ขอโทษ" รีบผละออกจากหญิงสาวทันทีก่อนจะรีบมองดูใบหน้าอันงดงามที่เต็มไปด้วยน้ำตาอย่างสงสารและเจ็บปวดแทน

 

"พี่ไม่กอดแล้วก็ได้ มุกอย่าร้องเลยนะครับ มุกคงจะไม่ให้อภัยพี่จริงๆแล้วสินะครับ" หยิบผ้าเช้ดหน้าขึ้นก่อนจะจรดลงบนใบหน้าอันงดงามเพื่อเช็ดสิ่งที่บ่งบอกความเจ็บปวดของเธอออกไป

 

"บ้า ฮึกบ้าที่สุดเลย" มือบางทุบลงบนอกแกร่งอย่างสุดแรง

 

"ตีเลยครับ มุกตีพี่อีกเป็นร้อยเป็นพันครั้งก็ได้ ขอเพียงมุกมีความสุขและหยุดร้องได้พี่ก็ยอม"

 

"บ้า...ฮึกๆ ใครบอกกันว่ารำคาญ ใครบอกกันว่าไม่ชอบ ฮึกๆ" ว่าพลางกลั้นสะอื้นอย่างยากลำบาก

 

"มุก..." มองหญิงสาวในอ้อมกอดอย่างตกตะลึง

 

"ฮึกๆ ปล่อยฉันได้แล้ว"

 

"มุกเดี๋ยวก่อนสิ เมื่อกี้มุกหมายความว่าไงกัน มุกไม่ได้เกลียดพี่ใช่มั้ย"

 

"ฮึก ฉันไม่เคยเกลียดคุณเลย " พูดพลางปาดน้ำตาออกแล้วเบือนหน้าหนีไปทางอื่น

 

"แล้วทำไมวันนั้นถึงไล่พี่ ทำเหมือนไม่รู้จักพี่กัน"

 

"วันนั้น วันไหนกัน"

 

"ก็วันที่พี่ไปหามุกที่บ้านไงล่ะ มุกเย็นชากับพี่มากเลยรู้มั้ย มุกทำให้พี่เจ็บตรงนี้..." ทุบตำแหน่งอกข้างซ้ายของตนอย่างรุนแรง

 

"ไม่นะอย่าทำแบบนี้" รีบคว้ากำปั้นนั้นมาไว้ในมือตัวเองทันทีก่อนที่จะทุบลงอกแกร่งนั้นอีก

 

"มุก พี่ไม่ได้ฝันไปจริงๆใช่มั้ย" ได้แต่มองแววตาเป็นห่วงเป็นใยของคนตรงหน้าอย่างตกตะลึงทั้งๆที่สามปีก่อนหน้านี้แววตาตรงหน้ากลับแข็งกร้าวไร้ความอ่อนโยน

 

"พี่พูดอะไรกันคะ มุกไม่เคยเกลียดพี่ได้ลงสักครั้ง ถึงแม้อยากจะเกลียดก็ตาม" ประโยคหลังพูดเพียงเบาๆแต่ก็ไม่เบาพอสำหรับชายหนุ่มตรงหน้า

 

"แล้วทำไมวันนั้นมุกต้องทำเย็นชาใส่พี่ด้วย"

 

"พี่คงจำคนผิดแล้วล่ะค่ะ คนนั้นคงไม่ใช่มุก"

 

"จำคนผิด เป็นไปไม่ได้ในเมื่อยัยเมเปิ้ลเรียกคนๆนั้นว่ามี๊"

 

"เรียกว่ามี๊งั้นเหรอคะ"

 

"ใช่ พี่แอบตามมุกตั้งสามวัน แล้ววันนั้นพี่เลยรอมุกหน้าบ้านพี่เลยไปง้อมุกและกอดมุกไว้ แต่มุกกลับเย็นชาใส่พี่"

 

"กอดงั้นเหรอคะ พี่บอกว่าพี่กอดงั้นเหรอคะ" มองคนตรงหน้าอย่างตกตะลึง

 

"ใช่ นี่มุกจำไม่ได้จริงๆใช่มั้ย"

 

"แม่...แม่..." เสียงเรียกใสใสนั้นทำให้บทสนทนาของทั้งสองหยุดชะงักลงแล้วมองไปยังเด้กน้อยที่วิ่งมาอย่างรวดเร็ว

 

"ตายแล้วยัยเมเปิ้ล แม่บอกแล้วใช่มั้ยว่าอย่าวิ่งเดี๋ยวจะล้มเอา"

 

"แม่ขา หนูอยากเจอมี๊จัง เมื่อกี้น้าพิคเซ่ลคุยกับมี๊ด้วย" หลังจากจบประโยคนั้นทำให้ชายหนุ่มหันมามองหน้าแม่ของลูกตนทันทีเป็นเชิงถามหากแต่หญิงสาวพยักหน้าตอบเขาเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

 

"ค่ะๆ เดี๋ยวมี๊ก็จะมาเยี่ยมพวกเราที่นี่แล้วนะคะ"

 

"ดีจังเลยได้เจอมี๊แล้ว"

 

"หึๆ เพิ่งเจอไปนี่คะ"

 

"ก็หนูคิดถึงนี่หน่า" พูดออกมาด้วยรอยยิ้ม จนผู้ใหญ่ทั้งสองยิ้มตามผู้เป็นแม่เงยหน้าขึ้นแล้วมองพ่อของลูกที่มองลูกด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข

 

"คงถึงเวลาแล้วสินะ..." พึมพัมออกมาเบาๆกับตัวเอง

 

"เมเปิ้ลลูก"

 

"ขา..."

 

"หนูอยากเจอพ่อค่ะ"

 

"เมเปิ้ลจ้ะ ลูกฟังดีๆนะคะ คนคนนั้นคือพ่อของหนู"

 

"พ่องั้นเหรอ..." มองไปที่คนตรงหน้าด้วยแววตาสงสัยไม่มั่นใจ

 

"มุก...พี่ว่า..."

 

 

"พ่อ..." โผเข้ากอดร่างหนาทันทีก่อนที่ร่างหนาจะได้พูกอะไร

 

"เมเปิ้ล"

 

"หนูรักพ่อนะคะ" กอดผู้พ่ออย่างแน่น

 

"มุกพี่..."

 

"ไม่ต้องพูดอะไรแล้วล่ะ ยัยเมเปิ้ลรักคุณมากนะคะ เพราะฉะนั้นคุณจะแวะมาหายัยเมเปิ้ลที่นี่บ้างก็ได้ฉันจะไม่ว่าอะไรคุณ"

 

 

"มุก มุกมะ...หมายความว่าไงกันครับ"

 

 

"ก็อย่างที่พูดล่ะค่ะ ถ้าคุณคิดถึงลูกคุณก็มาเยี่ยมแกได้"

 

 

"มุกไหนมุกบอกว่ามุกไม่เคยเกลียดพี่ไงล่ะ แล้วมุก..."

 

 

"คุณไม่ตามหาภรรยาคุณแล้วล่ะคะ เรื่องนั้นไว้ยัยเมเปิ้ลโตขึ้นอีกหน่อยฉันจะบอกแกเอง คุรไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ"

 

 

"มุก จะให้พี่ไปหาที่ไหนกันก็ในเมื่อภรรยาพี่อยู่ตรงหน้านี้แล้ว"

 

 

"คุณ..."

 

 

"เมื่อก่อนพี่อาจจะหลงผิดไป แต่ตอนนี้พี่รู้หมดทุกอย่างแล้ว พี่รู้ว่าแท้จริงแล้วพี่รักแค่มุกเพียงคนเดียเท่านั้น พี่ทำให้มุกเจ็บปวด พี่ทำให้มุกเสียใจ พี่มันไม่ดี แต่ผู้ชายเลวๆคนนี้อยากจะขอโอกาสอีกสักครั้งได้มั้ย..." ทรุดเข่านั่งลงกับพื้นหญ้าทันที

 

 

"ขอโอกาสให้พี่ได้ดูแลมุกและลูก พี่มีหนี้รักต้องชดใช้ ซึ่งมันเป็นหนี้ที่ใช้ไม่มีวันหมดจนกว่าพี่จะตาย มุกจะยอมให้โอกาสพี่มั้ย"

 

 

"พี่ภพคะ...ลุกขึ้นมาเถอะค่ะ ไม่อายลูกบ้างรึไง"

 

 

"ตอบพี่มาก่อนสิครับ" พูดด้วยเสียงนุ่มนวลแววตาเต็มเปี่ยมไปด้วยความรักจ้องมองคนตรงหน้าอย่างไม่วา

 

 

"แม่คะ พ่อเจ็บเข่าหมดแล้ว" เด็กหญิงตัวน้อยพูดขึ้นมาด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

 

 

"อืม..."

 

 

"อืมนี่อะไรกันครับ"

 

 

"ค่ะ มุกให้โอกาสพี่ ฟรึบ..." พูดไม่ทันจบก็ถูกอุ้มขึ้นแล้วยกขึ้นกลางอากาศอย่าดีใจทันที

 

 

"อยากเล่นบ้างจังเลยพ่ออุ้มหนูบ้างสิ" คำพูดที่แสนจะไร้เดียงสานั้นทำให้ผู้เป็นพ่อนั้นวางคนเป็นแม่ที่เขินหน้าแดงลงกับพื้นแล้วหยิกจมูกลูกสาวเบาๆอย่างหมั่นเขี้ยวทันที

 

 

"มาขี่บ่าพ่อดีกว่าลูก" นั่งยองๆให้ผู้เป็นลูกสาวขึ้นบ่า

 

 

"พี่ภพคะ มุกว่า..."

 

 

 

"เอ แม่เขาต้องอิจฉษหนูแน่ๆเลยเมเปิ้ลงั้นเอางี้นะพ่อจะให้หนูขี่บ่าเดินรอบนึงรอบต่อไปให้แม่ขี่นะ"

 

 

"รับทราบค่ะ"

 

 

"พี่ภพ..." ได้แต่มองคนตรงหน้าด้วยแววตาดุๆที่กล้ามาแซวให้เธอเขินต่อหน้าลูก

 

 

"ฟิ้วววว ไปกันเถอะครับ แม่จะตีพ่อแล้ว" รีบแบกลูกสาววิ่งหนีฝ่ามืออรหันต์ทันที

 

 

"หยุดเดี๋ยวนี้นะพี่ภพ..." ไล่ตามคนสูงกว่าอย่างรวดเร็ว แล้วทั้งสามก็ได้วิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนานท่ามกลางซากุระที่ร่วงหล่นมาเหมือนยินดีที่ครอบครัวได้เป็นครอบครัวสักที

 

... 

จบบริบูรณ์ 

 

นี่คือเซอร์ไพรส์ที่1 ค่ะ จบไปแล้วนะคะสำหรับเรื่องนี้ หวังว่าทุกคนจะพอใจกับตอนจบเนอะ ไรต์ไม่ได้จำวันผิดนะคะ แค่ไรต์อยากเซอร์ไพรส์ทุกคนเลยลงให้จบสัปดาห์นี้เลย ส่วนเซอร์ไพรส์สองขออุบไว้ก่อนนะ ทุกคนยังสามารถติดตามไรต์ได้ในผลงานเรื่องต่อไปนะ นิยายชุดเรื่องที่สาม ซึ่งเป็นเรื่องจบ เป็นเรื่องของคุณหมอดุจดาวน้องสาวฝาแฝดคนสุดท้องนะคะ ขอบคุณที่ติดตามตั้งแต่ตอนแรกมาจนถึงตอนจบนะคะ ไรต์เห็นยอดวิวก็ชื่นใจมากแล้ว ขอบคุณสำหรับนักอ่านทุกคนที่ให้กำลังใจไรต์นะคะ และขอบคุณสำหรับคำแนะนำและคำติชม ทำให้ไรต์สามารถพัฒนางานเขียนต่อไปได้ และขอบคุณมากๆนะคะที่ไม่ทิ้งกันไปไหน แล้วเจอกันเรื่องหน้านะคะ บายค่ะ...

ความคิดเห็น