email-icon facebook-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Ep7 : ลุย (จบบท)

คำค้น : อสุเรศ สิริสร

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 386

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 13 พ.ย. 2562 11:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Ep7 : ลุย (จบบท)
แบบอักษร

ฝากติดตามผลงานได้ที่ แฟนเพจ กนกรส นะคะ 

จำหน่ายในรูปแบบ E-book (นิยายออนไลน์) 

สามารถโหลดซื้อได้ที่ - Meb , Ookbee , Hytexts , Hongsamut , Fictionlog , ธํัญวลัย 

นิยายชุดเสน่ห์ร้าย - พ่อเลี้ยงเหมราช (ลำดับที่ 1)  

ราคาโหลดซื้อ - 139-. 

แฟนเพจ - กนกรส (หรือสอบถามเข้ามาที่ ) 

Email - Suwanna1980nok@gmail.com 

Line - Nok19800 

(หรือ สามารถ เลือกซื้อแบบรายตอนก็ได้นะคะ 

 

ต่อจากตอนที่แล้ว... 

 

สี่ปีที่ห่างหายเหมือนคนตายจาก ใจเขาก็รู้สึกเจ็บปวดทรมานสุดแสน ร่ำอยากกลับมาหาเจ้าหล่อนวันหนึ่งไม่รู้กี่เวลา เดือดร้อนพี่ฟ้ากระจ่างต้องคอยออกปากห้าม ปรามเขาให้นึกถึงอนาคตในภายภาคหน้าเข้าไว้ให้มากๆ เขาจึงหันหน้าตั้งสติ ตั้งใจทำในสิ่งที่เรียกว่าอนาคต กัดฟันเปลี่ยนแปลงตนเองใหม่หมดจด เพื่อหวังสักวัน เขาจะสามารถได้ยืนเคียงข้างกับสิริสรได้อย่างสมศักดิ์ศรี...  

“แต่เดี๋ยวคุณช้างกลับมาจะเข้าใจผิด ถ้าเห็นคุณจับมือฉันไว้แบบนี้”  

“ทำไมต้องกลัวไอ้หมอนั่นเข้าใจผิด...” อสุเรศขึ้นเสียงดัง นัยน์ตาวาววับ 

“ก็ฉันกับเขากำลังศึกษาดูใจกันอยู่ พูดแค่นี้หวังว่าคุณพอจะเข้าใจความหมาย คงไม่ต้องให้ฉันเสียเวลาอธิบายเหตุผลอะไรเพิ่มเติมอีกหรอกนะคะ...”  

สิริสรคิดพูดปดคำใหญ่ หวังว่าถ้าอสุเรศได้ยินแบบนี้แล้ว เขาจะได้เลิกตามตอแยเธอเสียที ในเมื่อคิดว่าจะตัด เธอต้องทำให้ได้ ต่อให้ยากเย็นเพียงใด เธอก็ต้องทำ  

คิดว่าถึงตอนนี้ เธอกับคชาจะยังไม่มีการพูดคุยชนิดที่เรียกว่าเปิดใจถึงขั้นยอมคบกันอย่างที่พูดปดกับอสุเรศ แต่เธอคิดว่าอีกไม่นานนี้หรอก หากเธอก้าวผ่านความรู้สึกเก่าออกมาได้เมื่อไหร่ เธอตั้งใจไว้ว่าเธอจะเปิดใจคุยกับคชาตามแรงเชียร์ของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายซะที อย่างน้อยคชาจัดว่าเป็นผู้ชายที่นิสัยดีมาก เขาเพียบพร้อมทุกอย่าง อีกทั่งยังเป็นคนที่มีจิตใจดี ร่ำรวยอารมณ์ขันเสมอ เขามักทำให้เธอหายเครียด อยู่ใกล้เขาที่ไรเธอสัมผัสได้แต่คำว่า สบายใจ  

ดังนั้นเธอต้องบอกเขาถึงเรื่องราวในอดีต เธอไม่ใช่สาวบริสุทธิ์ผุดผ่อง เธอมีรอยราคีจากน้ำมือคนใจดำ ไม่ได้สวยงามอย่างที่เขาเห็นอยู่ตอนนี้ เขาจะยอมรับตรงนี้ได้หรือไม่ นั่นสุดแล้วแต่ เธอไม่คิดบังคับ บทเรียนความรักสอนให้เธอ เผื่อใจเสมอ... 

“ศึกษาดูใจกันอยู่?...” อสุเรศขยายม่านตาออกกว้างพูดทวนคำที่ทำเอาอารมณ์เขาพวยพุ่ง มือที่กำมือน้อยไว้ออกแรงบีบอย่างลืมตัว  

“ใช่ค่ะ...ฉันกับคุณช้าง เราคิดว่าจะแต่งงานกันตามที่ผู้ใหญ่ต้องการ” 

เสียงหวานเอ่ยยืนยัน ที่ดูไม่ต่างกับการสาดน้ำมันเข้าใส่กองเพลิงดีๆนี่เอง อสุเรศขมวดคิ้วเหนือดวงตาวาวโรจน์ แรงอารมณ์หึงทำให้เขาไม่สนใจสิ่งรอบตัว 

นี่เมียเขากำลังเปิดใจยอมรับให้คนอื่นเดินเข้ามาในหัวใจอย่างนั้นเหรอ แทนที่จะเป็นเขาที่คอยเฝ้าตามติดเธอไม่ห่าง ถึงการกระทำกับปากเขาจะแสดงออกมาในทางไม่ดีเท่าไหร่นัก อาจถึงขั้นย่ำแย่ไปนิดก็ตาม แต่สิริสรก็น่าจะเข้าใจความรู้สึกของเขาได้ไม่ยาก  เขานั้นคิดอย่างไรกับเธอกันแน่... 

ถ้าไม่รักจะตามติดทุกฝีก้าวอย่างนี้ไหมล่ะ... 

“คุณควรจะดีใจกับเราสองคนถึงจะถูกนะคะ”  

บอกเขาแล้วสิริสรจึงเชิดปลายคางขึ้นสูง ไม่ไยดีกับแรงบีบตรงข้อมือ ความเจ็บแค่นี้สำหรับเธอมันแค่เรื่องประติ๋วเดียว เมื่อเทียบกับความเจ็บตรงหัวใจที่เคยถูกใครบางคนเหยียบย่ำด้วยการไม่เห็นคุณค่า  

เขาทิ้งเธอโดยไร้คำล่ำลา ไม่มีแม้สักคำเดียวตอนเขาตีจาก แม้ตอนนี้เธอเองยังไม่แน่ใจ คนตรงหน้าใช่คนเดียวกันหรือไม่ หากเธอนั้นเชื่อสัญชาติญาณบางอย่าง เขาคือนายสมหมาย อย่างแน่นอน... 

ครั้นพอสบตาคมเข้ม ใบหน้านวลซึ่งมีความถือดีกลับเชิดขึ้นสูงอีก 

“แต่ผมไม่ยอมให้เรื่องบัดซบห่าเหวนี้เกิดขึ้นเด็ดขาด ไม่ว่าจะตอนนี้หรือตอนไหน คุณต้องเป็นของผมคนเดียวเท่านั้น จำเอาไว้คุณหนูน้ำผึ้ง” ส่งเสียงกร้าวเพื่อเน้นย้ำความสัมพันธ์อันเก่า 

เพราะมีนายสมหมายคนเดียวที่เรียกสิริสร ว่า คุณหนูน้ำผึ้ง...  

“มันจะมากเกินไปหรือเปล่าคุณอสุเรศ คุณเอาสิทธิ์ตรงไหนมากล่าวหาความสัมพันธ์อันสวยงามของดิฉัน ว่าเป็นเรื่องบัดซบ แล้วอีกอย่างนะ ฉันกับคุณ เราสองคนไม่ได้มีชีวิตส่วนไหนต้องมาเกี่ยวข้องกันสักอย่าง นอกเหนือจากเรื่องงานเท่านั้น”  

“ผมรู้ว่าคุณรู้ สิทธิ์อะไรที่ผมควรพึงมีต่อคุณ...”  

แล้วคนโมโหจึงดึงเอาร่างเล็กเซเข้ามาจนชิดอ้อมอก ตวัดลำแขนแข็งแรงกอดเอวคอดไว้แน่น ป้องกันไม่ให้เจ้าตัวดิ้นหนี ไม่สนแม้สายตาคนรอบข้าง บางคนแอบชำเรืองมาด้วยความสนใจ  

จ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโต ตอนนี้เขาเห็นเพียงความสับสน  

“เอ๊ะ!จะทำอะไรของคุณ”  

สิริสพยายามแกะมือเหนียวพอๆกับตุ๊กแกออกจากเอวคอดของตนเอง ส่ายสายตามองรอบข้างเพราะกลัวใครจะเดินกลับโต๊ะมาเห็นเข้า 

“ก็จะย้ำถึงสิทธิ์ของผมในตัวคุณ ที่คุณอาจจะแกล้งทำเป็นลืมไง” 

อสุเรศยกปลายนิ้วที่ว่างขึ้น แล้วสัมผัสกับดวงตาของตนเอง นำเลนส์ตาสีน้ำตาลอ่อนออกทั้งสองข้าง 

เผยดวงตาคมกริบที่กลายเป็นสีนิลเข้มจัด  

“หวังว่าตอนนี้คุณยังพอจะจำสายตาดวงนี้ได้นะ เพราะว่าในอดีตมันเคยมองมาที่คุณคนเดียวเสมอ...”  

สิริสรกลืนน้ำลายแทบไม่ลงคอ หัวใจดวงน้อยเหมือนถูกบีบรัดจนหายใจไม่ออก เมื่อความครางเครงใจทุกอย่างมลายหายสิ้น นี่เขายอมรับแล้วใช่ไหม เขาคือคนที่ทิ้งเธอไว้ให้อยู่กับความเจ็บปวดเดียวดาย... 

“ไม่...ฉันไม่รู้คุณกำลังหมายถึงอะไร”  

เธอส่ายหน้าช้าๆ หัวตารู้สึกร้อนผ่าว แต่ต้องฝืนกลั้นมันไม่ให้ไหล เธอต้องไม่รู้สึกอะไรทั้งนั้น... 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว