email-icon facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

อ่านแล้วระวังจะตกเป็นเหยื่อของพ่อเสือเลออนล่ะ หุหุ

ตอนที่ 15 บุคคลที่สาม (rewrite)

ชื่อตอน : ตอนที่ 15 บุคคลที่สาม (rewrite)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 54.2k

ความคิดเห็น : 27

ปรับปรุงล่าสุด : 09 พ.ค. 2563 17:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 200
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 15 บุคคลที่สาม (rewrite)
แบบอักษร

ตอนที่ 15  

โดย แยมขนมปัง  

 

 

 

 

“เอ่อ โอเคครับ ถ้าอย่างนั้นเชิญคุณโซ่เข้าไปรอผมในห้องทำงานของผมสักครู่นะครับ ผมขอเตรียมเอกสารกับทางเลขาฯก่อน แล้วผมจะตามเข้าไป ไม่ทราบว่าคุณโซ่จะรับเครื่องดื่มอะไรไหมครับ”  

“ไม่เป็นไรครับ งั้นผมเข้าไปรอคุณเลออนก่อนแล้วกัน” โซ่พูดบอกยิ้มๆ ก่อนที่เลออนจะเดินไปเปิดประตูห้องทำงานให้ โซ่จึงหันมาส่งยิ้มให้เลออนนิดๆ ก่อนจะเดินเข้าไป 

เลออนเดินกลับมาหาทอยที่โต๊ะทำงาน ซึ่งตอนนี้ทอยยังคงเอาแต่นั่งนิ่งเงียบอยู่ เลออนจึงไม่ได้พูดอะไรกับทอย แล้วหยิบโทรศัพท์เพื่อโทรหาพ่อของเขา รอสายไม่นานท่านก็รับ 

“ฮัลโหลป๊า ทำไมป๊าโยนงานใหญ่ให้เลแบบนี้ล่ะ เลไม่ได้มีตำแหน่งอะไรสักหน่อย........ครับเลรู้ว่าต่อไปเลต้องมารับหน้าที่ต่อจากป๊า แต่ตอนนี้เลยังไม่ได้รับไง....โห่ป๊าอย่าบ่นดิ....ก็ได้ครับ ผมจะดูแลลูกค้ารายนี้ก็ได้.....ถ้างั้นเลขอคนช่วยได้ไหมครับ.......ขอวิรากรให้มาช่วยงานเลได้ไหม.....โอเคครับป๊า ขอบคุณมากครับ เดี๋ยวถ้าลูกค้าว่ายังไงผมค่อยโทรไปรายงาน....ครับผม” เลออนวางสายเมื่อคุยกับพ่อจบ ก็หันกลับไปมองร่างโปร่งที่นั่งมองเขาด้วยสายตาขุ่นๆอยู่พอดี 

“ได้ยินแล้วสินะ” เลออนถามยิ้มๆ แต่ทอยกลับเงียบไม่ตอบอะไร  

“คุณ อย่าเงียบสิ ช่วงที่ผมดูแลลูกค้ารายนี้ คุณต้องมาเป็นเลขาฯชั่วคราวของผม เข้าใจไหม”  

“ผมมีสิทธิ์ไม่เข้าใจด้วยเหรอครับ ในเมื่อคุณกับท่านประธานตัดสินใจไปแล้ว” ทอยพูดประชดเสียงนิ่ง  

“ทอย คุณโกรธผมเหรอ” เลออนถามพร้อมทั้งขยับเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานของทอย แล้วพูดเสียงอ้อน ทำเอาทอยหันไปมองกมล ผู้ช่วยเลขาฯที่นั่งพิมพ์เอกสารบางอย่างอยู่ใกล้ๆ เพราะกลัวว่ากมลจะสงสัยในท่าทางระหว่างเขากันเลออน แต่เมื่อเห็นว่ากมลเอาแต่ก้มหน้าพิมพ์งานไม่ได้สนใจอะไร ทอยจึงหันมาทำหน้าดุใส่เด็กหนุ่มที่ยังคงยืนหน้ามึนอยู่  

“คุณกมลครับ ผมขอแฟ้มโครงการและข้อมูลรายละเอียดงานของทางบริษัทคุณคุณากรที่จะมาดิวงานกับบริษัทเราและเอกสารของทางเราที่จะยื่นเสนอทางคุณคุณากรด้วยนะครับ”  

กมลพยักหน้ารับ 

“ส่วนคุณเล คุณเข้าไปคุยรายละเอียดคร่าวๆกับทางคุณคุณากรก่อนเถอะครับ เดี๋ยวเตรียมเอกสารเสร็จ ผมจะเอาเข้าไปให้ในห้องทำงาน” ทอยหันมาพูดบอกกับเลออน เลออนก็พยักหน้ารับแล้วเดินเข้าไปในห้องทำงาน ทอยยังคงนั่งมองตามแผ่นหลังกว้างของเลออนที่เดินเข้าไปในห้องทำงาน ก่อนจะถอนหายใจหนักๆ  

------------------- 

“ขอโทษที่ให้รอนานนะครับ พอดีทางเรากำลังเตรียมเอกสาร สักครู่เดี๋ยวเลขาฯของผมจะเอาเข้ามาให้ครับ” เลออนบอกโซ่พร้อมทั้งนั่งลงที่โซฟาเดี่ยวในห้องทำงาน ในขณะที่โซ่นั่งที่โซฟาตัวยาว  

“ไม่เป็นไรหรอกครับ สำหรับคุณ....ผมรอได้” โซ่พูดยิ้มๆ ทำเอาเลออนนิ่งไปนิด เพราะรู้สึกแปลกๆกับคำพูดของโซ่ แต่เขาก็ไม่คิดจะใส่ใจอะไร 

"งั้นเราคุยรายละเอียดคร่าวๆกันก่อนก็ได้ครับ จะได้ไม่เสียเวลา” เลออนเสนอ  

“ได้ครับ ถ้าอย่างนั้นผมเข้าเรื่องเลยนะครับ”  

เลออนพยักหน้าตอบรับ  

“คือทางบริษัทของผม มีการดำเนินโครงการหมู่บ้านจัดสรรที่ภูเก็ตนะครับ ทางเราเลยสนใจเฟอร์นิเจอร์ จากทางบริษัทของคุณครับ”  

"แต่ที่จริงบริษัทจะต้องไปประมูลงานเพื่อจะได้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการนี้นี่ครับ ขอโทษที่ถามนะครับ แต่ทำไมคุณถึงเลือกบริษัทของเราเลย โดยไม่ให้มีการประมูลงานละครับ”  

“ก็เพราะอย่างที่รู้ๆกันว่าบริษัทของคุณก็ขึ้นชื่อเรื่องการนำเข้าส่งออกและผลิตเฟอร์นิเจอร์อันดับต้นๆของประเทศ ซึ่งการที่ทางผมเจาะจงอยากจะร่วมงานกับทางคุณ คงไม่ใช่เรื่องแปลกใช่ไหมครับ” โซ่พูดบอกยิ้มๆ จ้องมองเลออนไม่วางตา ใบหน้าสวยที่เลออนรู้สึกคลับคล้ายคลับคลาว่าเหมือนใครบางคน แต่เลออนก็นึกไม่ออก  

“ขอบคุณมากนะครับ ที่ให้ความเชื่อมั่นในบริษัทของทางเรา”  

“ครับ...อ้ะ” อยู่ๆ โซ่ก็ร้องขึ้น พร้อมมือเรียวที่ยกจับตรงตาคู่สายของตัวเอง  

“เป็นอะไรหรือเปล่าครับ” เลออนถามแล้วนั่งสังเกตว่าโซ่เป็นอะไร  

“เหมือนมีอะไรเข้าตาผมก็ไม่รู้นะครับ” โซ่ตอบโดยที่ยังคงปิดตาไว้ข้างหนึ่งอยู่  

“เดี๋ยวผมช่วยดูให้ ขออนุญาตนะครับ” เลออนพูดขอ ก่อนจะขยับไปนั่งโซฟาตัวเดียวกับโซ่ แล้วเลื่อนใบหน้าคม เข้าไปใกล้ใบหน้าสวยเพื่อจะสำรวจหาสิ่งแปลกปลอมที่ทำให้ร่างบางระคายเคืองตา มือแกร่งยกขึ้นลูบดวงตาคู่สวยอย่างเบามือ 

“ยังเจ็บอยู่ไหมครับ”  

“ยังรู้สึกเคืองๆนะครับ” โซ่ตอบกลับ เลออนจึงขยับหน้าเข้าไปใกล้อีก เพราะเขายังไม่เห็นเลยว่ามีอะไรเข้าตาของร่างบาง โดยที่เลออนไม่ได้ทันรู้ตัวเลยว่า ตอนนี้ใบหน้าของเขาและโซ่ห่างกันเพียงคืบ  

 

แอ๊ด 

เสียงประตูห้องทำงานเปิดออก พร้อมกับทอยที่ถือเอกสารเข้ามา ร่างโปร่งชะงักไปนิด เมื่อเห็นเลออนกับโซ่กำลังใกล้ชิดกันอยู่ที่โซฟา ซึ่งถ้าทอยไม่ได้คิดมากไป ภาพที่ทอยเห็น เหมือนกับว่าร่างแกร่งกำลังจะโน้มหน้าเข้าไปจูบกับโซ่  

“ขออนุญาตครับ” ทอยพูดขึ้นเสียงนิ่ง เลออนที่ได้ยินจึงหันหน้าไปมองทางทอย  

“เตรียมเอกสารเรียบร้อยแล้วเหรอ”  

“เรียบร้อยแล้วครับ”  

“งั้นคุณเข้ามานั่งก่อน.....คุณโซ่ยังเจ็บอยู่ไหมครับ” เลออนพูดบอกทอย ก่อนจะหันกลับมาถามโซ่ ทอยจึงเดินเข้ามานั่งที่โซฟาเดี่ยวข้างกับฝั่งของเลออน แล้วนั่งเงียบไป  

“ไม่เป็นอะไรแล้วครับ ขอบคุณที่เป็นห่วงนะครับ” โซ่พูดกับเลออนยิ้มๆ ก่อนจะหันมองทอยที่นั่งเงียบอยู่ พร้อมทั้งแสยะยิ้มขึ้นมานิดๆ โดยที่เลออนไม่ทันสังเกต  

ตลอดการคุยงาน โซ่กับเลออนก็คุยกันอย่างเป็นกันเอง โดยที่มีทอยนั่งฟังอยู่เงียบๆ แต่ก็มีบ้างที่เลออนจะหันมาพูดคุยหรือถามความคิดเห็นจากทอย แต่สุดท้ายโซ่ก็มักจะดึงความสนใจจากเลออน แล้วหาเรื่องได้ใกล้ชิดกับร่างแกร่งอยู่เรื่อย โดยที่เลออนเองก็ไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลย  

“รายละเอียดก็ตามนี้เลยนะครับ คุณโซ่โอเคใช่ไหม” เลออนถามโซ่ หลังจากคุยงานกันแล้วในบางส่วน  

“โอเคครับ”  

“ถ้าอย่างนั้นคุณโซ่เก็บเอกสารไว้ฉบับนึงนะครับ แล้วถ้าอยากเข้ามาคุยเรื่องสัญญาหรือจะมาขอดูตัวอย่างเฟอร์นิเจอร์ตอนไหน ก็ติดต่อมาทางผมได้ครับ”  

“ถ้าอย่างนั้นผมของเบอร์ติดต่อคุณเลออนไว้หน่อยได้ไหมครับ พอดีเผื่อผมมีข้อสงสัยอะไรหรือมีอะไรจะเพิ่มเติม จะได้โทรถามคุณ คุณสะดวกไหมครับ”  

“ได้เลยครับ”  

เลออนตอบด้วยท่าทางปกติ เพราะเห็นว่าเป็นลูกค้าเลยไม่คิดอะไร โซ่ส่งโทรศัพท์ให้กับเลออน เลออนก็กดเบอร์ติดต่อของเขาลงไปทันที ก่อนจะส่งคืนให้โซ่ โซ่ก็รับไว้แล้วกดโทรออกเข้าเบอร์โทรศัพท์ของเลออนที่พึ่งได้มา 

“นั่นเบอร์ของผมนะครับ”  

เลออนพยักหน้ารับ  

“ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวก่อนนะครับ แล้วไว้ผมจะติดต่อหาคุณ” โซ่พูดบอกพร้อมลุกขึ้นยืน เลออนและทอยจึงลุกขึ้นยืมตาม 

“ขอบคุณมากนะครับ” เลออนอาสาเดินไปส่งโซ่ที่หน้าประตูห้องทำงาน เมื่อโซ่ออกไปแล้วจึงทำให้ภายในห้องทำงาน เหลือเพียงแค่ทอยและเลออนเท่านั้น เลออนเดินกลับเข้ามาหาทอยที่กำลังยืนก้มเก็บเอกสารอยู่ที่โต๊ะหน้าโซฟา  

 

หมับ!  

ทอยสะดุ้งนิดๆ เมื่ออยู่ๆเลออนก็เข้ามาสวมกอดเขาจากทางด้านหลัง 

“คุณปล่อย เดี๋ยวมีคนเข้ามาเห็น” ทอยพูดบอก พร้อมทั้งพยายามดิ้นออกจากอ้อมกอดแกร่งของเลออน แต่เลออนกลับกระชับกอดไว้แน่น 

“ไม่มีใครเข้ามาหรอกน่า” เลออนพูดบอก ทอยจึงหยุดดิ้นเพราะคิดว่าคงเสียแรงเปล่า ร่างโปร่งจึงทำเพียงยืนเงียบๆ 

“คุณเป็นอะไรหรือเปล่า” เลออนถามขณะที่ยังคงกอดทอยไว้อยู่ 

“ผมไม่ได้เป็นอะไร”  

“แล้วทำไมคุณถึงดูเงียบๆไปล่ะ ตอนคุยงานกับคุณโซ่เมื่อกี้ ก็ดูสีหน้าไม่ค่อยดีเลย”  

ถึงแม้ว่าเขาจะคุยงานกับโซ่ แต่เลออนก็คอยสังเกตทอยอยู่ตลอดเวลา เขารู้ว่าปกติทอยก็เป็นคนเงียบๆนิ่งๆอยู่แล้ว แต่ครั้งนี้เลออนรู้สึกว่าทอยดูแปลกไป ทอยไม่เคยมีท่าทางเงียบนิ่งต่อหน้าลูกค้าแบบนี้มาก่อน 

ส่วนทอยเองก็ไม่ได้รู้ตัวเลยว่าตัวเองเงียบและมีสีหน้าแบบที่เลออนบอก เพราะก่อนหน้านี้ ทอยเอาแต่นั่งคิดถึงเรื่องของโซ่ น้องชายต่างแม่ของเขา ที่อยู่ๆก็เข้ามาติดต่องานกับทางบริษัทที่เขาทำงานอยู่ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ ทางบริษัทของโซ่ ก็มีโครงการในลักษณะนี้มากมาย แต่ก็ไม่เคยสนใจบริษัทของพ่อเลออนเลยสักครั้ง เพราะทอยรู้ดีว่า ทั้งโซ่และมนธาแม่ของโซ่ คงไม่อยากร่วมงานกับบริษัทที่เขาทำงานอยู่สักเท่าไหร่ อย่างที่รู้ๆว่ามนธาและโซ่เกลียดเขามากขนาดไหน  

แต่อยู่ๆ โซ่กลับเดินมาติดต่อกับทางบริษัทเขาด้วยตัวเอง จึงทำให้ทอยอดสงสัยไม่ได้ว่า โซ่ต้องการจะทำอะไรกันแน่ และอีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้ทอยต้องนั่งครุ่นคิด ก็คือเรื่องที่ทอยพอจะสังเกตได้ว่า โซ่พยายามจะตีสนิทเขาหาเลออน แต่ทอยก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน ว่าทำไมเขาต้องรู้สึกใจกระตุกแปลกๆทุกครั้ง เวลาเห็นโซ่ใกล้ชิดกับเลออน  

“คุณ คุณ ทอย!” ร่างโปร่งสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงเด็กหนุ่มเรียกชื่อเขาเสียงดังจนเขาต้องเอี้ยวตัวหันไปมองร่างแกร่งที่สวมกอดเขาอยู่ด้านหลัง 

“มีอะไรครับ”  

“ยืนเหม่ออะไร ผมเรียกตั้งหลายครั้ง”  

“เปล่าครับ แล้วคุณเรียกผมมีอะไรหรือเปล่า” ทอยตอบปัดๆ ก่อนจะพูดถามแล้วขยับตัวออกจากอ้อมกอดของเลออน เลออนก็ยอมปล่อยเขาแต่โดยดี  

“ผมจะถามว่าจะไปทานข้าวที่ไหน นี่ก็เที่ยงแล้ว”  

“ผมจะไปทานที่ห้องอาหารของบริษัท” คำตอบของคนหน้าสวยทำเอาเลออนย่นจมูกอย่างเซ็งๆ 

“คุณไม่เบื่อบ้างหรือไง ไปทานข้างนอกกับผมนะ ผมอยากกินสเต๊ก”  

“เชิญคุณตามสบายเลยครับ ผมทานที่นี่ได้” ทอยยังคงตั้งท่าปฏิเสธ เลออนก็หน้านิ่งไปทันที 

“ตอนนี้คุณเป็นเลขาฯของผม เพราะฉะนั้น ไม่ว่าผมจะไปที่ไหนคุณต้องไปด้วย ไปเตรียมตัวเดี๋ยวอีก 5 นาทีผมจะไปเรียก” เลออนพูดมัดมือชก ก่อนเดินไปนั่งที่โต๊ะทำงานของตัวเองโดยที่ไม่รอฟังคำตอบจากทอย ทอยจึงทำได้เพียงถอนหายใจหน่ายๆ แล้วไม่ได้พูดอะไรกันต่อ เพราะรู้ว่าต่อให้เขาหาเรื่องปฏิเสธยังไงเลออนก็คงไม่ยอมอยู่ดี  

------------------------- 

“คุณจะทานอะไร” เลออนหันมาถามทอย ซึ่งตอนนี้ทั้งสองคนกำลังเดินอยู่ในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง 

“คุณบอกว่าอยากทานสเต๊กไม่ใช่เหรอครับ”  

“ก็ใช่ แต่เผื่อคุณอยากทานอย่างอื่นไง ผมอยากตามใจคุณ” เลออนพูดอย่างเอาใจ  

“ถ้าคุณอยากตามใจผม คุณคงไม่บังคับผมให้ออกมาทานข้าวกับคุณตั้งแต่แรก” ทอยประชดเสียงนิ่ง ทำเอาเลออนถอนหายใจ 

“พอๆ ผมไม่อยากมาเถียงกับคุณหรอกนะ งั้นไปทานสเต๊กร้านนั้นกัน” เลออนพูดจบ ก็จับมือลากทอยไปทางร้านดังกล่าวทันที ทำเอาทอยชะงักไปนิด รีบสะบัดมือออกจากมือของเลออน  

พรึบ 

เมื่อทอยสะบัดมือออก เลออนจึงหันกลับมามองร่างโปร่งด้วยสายตาขุ่นๆ เป็นเชิงไม่พอใจ  

“เดินไปสิครับ เดี๋ยวจะหมดเวลาพัก คุณยังมีงานต้องไปสะสางต่อนะครับ” ทอยทำเป็นไม่สนใจสายตาไม่พอใจของเด็กหนุ่ม แล้วเดินนำเด็กหนุ่มเข้าไปในร้าน เลออนจึงทำได้เพียงเดินตามทอยไปโดยไม่พูดอะไร เพราะไม่อยากจะมาทะเลาะกับทอยที่นี่  

เมื่อเข้ามานั่งภายในร้าน ซึ่งมีโต๊ะว่างอยู่พอดี ทั้งสองคนก็จัดแจงสั่งอาหารและเครื่องดื่มของตัวเอง รอไม่นานพนักงานก็เดินเอาอาหารที่สั่งไปมาเสิร์ฟ ทั้งสองคนจึงนั่งทานกันไปเงียบๆ โดยไม่มีบทสนทนาใดๆเกิดขึ้นระหว่างเขาทั้งสอง แต่เลออนก็ยังคงแอบลอบมองเสี้ยวใบหน้าสวยของทอยที่เอาแต่นั่งก้มหน้าทานอาหาร ไม่เงยหน้าขึ้นมาพูดกับเขาเลยสักนิด 

“คุณโกรธอะไรผมอยู่หรือเปล่า” เลออนถามขึ้นทำลายความเงียบเพราะทนความอึดอัดไม่ไหว  

“เปล่าครับ” ทอยตอบเสียงเรียบนิ่ง โดยไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามองคู่สนทนา 

“ปากคุณนะปฏิเสธ แต่การกระทำของคุณมันไม่ใช่ว่ะ” เลออนเริ่มพูดด้วยน้ำเสียงที่ห้วนขึ้น เข้าก็ไม่ชอบเหมือนกันที่ทอยมาเงียบใส่แล้วทำทีเป็นไม่สนใจเขาแบบนี้  

เมื่อได้ยินที่เลออนพูด ทอยก็วางมีดหั่นสเต๊กกับส้อมลงกระทบกับจานจนเกิดเสียงเล็กน้อย แล้วหันมองหน้าเลออนทันที 

“อย่ามาพูดวงพูดวะกับผม ผมไม่ชอบ” 

ทอยพูดเสียงเข้มขึ้นนิดๆ เพราะเขาไม่ชอบให้ใครมาพูดจาหยาบคายกับเขา ใครจะว่าว่าเขากระแดะหรือโลกสวยยังไงก็ได้ แต่เขาไม่ชอบคนที่มาพูดจาใส่เขาด้วยคำที่ไม่สุภาพจริงๆ เพราะเขาก็ไม่เคยพูดกับใครด้วยคำเหล่านั้นมาก่อน 

เขาไม่เห็นความจำเป็นที่ว่าคนเราจะต้องพูดจาหยาบคายใส่คนที่รู้จักหรือสนิทด้วย บางคนถึงขั้นพูดกับคนที่ไม่สนิท ซึ่งทอยไม่โอเคกับเรื่องเรื่องนี้จริงๆ ขนาดทอยกับเกวคบกันเป็นเพื่อนมานาน ทอยยังไม่เคยคิดจะพูดกูมึงกับเกวเลยสักครั้ง  

ซึ่งต่างจากเลออน เด็กหนุ่มที่มักจะพูดจาหยาบๆ ดิบๆกับเพื่อนของเขาหรือคนที่สนิทจนเป็นเรื่องปกติ แต่พอมาเจอกับทอย เขารู้ดีว่าทอยไม่ชอบเพราะร่างโปร่งก็ดุเขาทุกครั้งเวลาที่เขาหลุดพูดจาหยาบคายกับทอย เลออนจึงต้องระวังคำพูดของเขามาก เพราะไม่อยากให้ร่างโปร่งไม่พอใจ แต่เลออนก็ยังมีหลุดบ้างอยู่ดี เพราะความเคยชิน  

“โอเคๆ ผมขอโทษ”  

เลออนถอนหายใจ ยกมือขึ้นอย่างยอมแพ้ แล้วยอมพูดขอโทษร่างโปร่ง เพราะเขาไม่อยากทำให้บรรยากาศระหว่างเขากับทอยแย่ลงไปกว่านี้ เมื่อเห็นว่าเลออนเงียบไปแล้ว ทอยจึงกลับไปทานต่อ โดยมีสายตาของเลออนยังคงจ้องมองอยู่เรื่อยๆ เป็นระยะๆ  

 

“เฮ้ย ไอ้เลออน!” เสียงเรียกร่างแกร่งดังมาจากทางหน้าร้าน เลออนจึงหันไปมอง ก็พบกับเก็ทและโฟน เพื่อนสนิทของเขา กำลังเดินตรงเข้ามา  

“ว่าไงไอ้เก็ท ไอ้โฟน พวกมึงมาทำอะไรกันวะ” เลออนถามขึ้น เมื่อเก็ทและโฟนเดินมาถึงโต๊ะของเขา แต่ตอนนี้สายตาของเพื่อนเขาไม่ได้หันมามองเขาสักเท่าไหร่ เพราะกำลังหันไปสนใจร่างโปร่งที่เอาแต่ก้มหน้าทาน ไม่ได้หันมาสนใจเพื่อนของเขานัก  

“มึงก็ถามโง่ๆ กูเดินมาในร้านอาหารแบบนี้ก็ต้องมาหาอะไรแดกดิวะ” เก็ทตอบเลออน ซึ่งนี่เป็นเรื่องปกติที่เก็ทและเลออนจะพูดจาหยาบคายใส่กันแบบนี้ รวมถึงเพื่อนๆคนอื่นในกลุ่มด้วย แต่เลออนก็แอบชำเลืองมองทอยนิดๆ เพื่อดูปฏิกิริยา เพราะรู้ว่าทอยไม่ชอบการพูดจาดิบเถื่อนแบบนี้สักเท่าไหร่ แต่ทอยก็ไม่ได้มีอาการท่าทางอะไร ยังคงนั่งก้มหน้าก้มตาทานต่อโดยที่ไม่สนใจสิ่งรอบข้าง  

“แล้วมึงล่ะมากับใคร จะไม่แนะนำให้พวกกูรู้จักหน่อยเหรอ” เก็ทถามเลออนพร้อมทั้งหันไปมองคนหน้าสวยที่นั่งตรงข้ามเลออน ทอยจึงวางมีดหั่นสเต๊กกับส้อมลงอีกครั้งเมื่อรู้ว่าบทสนทนาระหว่างเลออนกับเพื่อน เริ่มจะมีเขาเข้าไปเกี่ยว ทอยหันไปมองเก็ทและโฟนก่อนส่งยิ้มให้อย่างเป็นมิตร ทำเอาเก็ทและโฟนนิ่งอึ้งไปนิด 

/“โคตรหล่อเลยว่ะหรือจะบอกว่าสวยดีวะ”\ โฟนกระซิบเก็ท  

/“เห็นไหม กูบอกแล้ว”\ เก็ทก็กระซิบกลับโฟน  

“นี่ทอย ตอนนี้รับหน้าที่เป็นเลขาฯกู” เลออนแนะนำร่างโปร่งก่อนจะหันหน้ามาหาทอย “ส่วนนี่เก็ทกับโฟน เพื่อนสนิทของผมเอง คุณก็เคยเจอกับเก็ทแล้วนี่”  

ทอยชะงักไปนิด เมื่อพอจะจำได้ว่าวันที่เขาเจอกับเก็ท คือครั้งแรกที่เขาเกือบโดนเลออนรุกล้ำ แต่เพราะตอนนั้นเก็ทมาเคาะประตูห้องของเลออนซะก่อน ทอยเลยรอดกลับไปได้ ถึงแม้สุดท้ายเขาจะไม่รอดจากเงื้อมมือของเลออนอยู่ดีก็ตาม 

“สองมาตรฐานฉิบหาย” เก็ทบ่นพึมพำไม่จริงจังแล้วหันมองเลออนที่พอพูดกับพวกเขากลับพูดเสียงติดห้วน แต่พอกับทอยกลับพูดเสียงซะหวานอย่างสุภาพ ทำเอาเก็ทเบะปากด้วยความหมั่นไส้ 

“สวัสดีครับคุณทอย ผมโฟนนะครับ” โฟนพูดขึ้น 

“สวัสดีครับ” ทอยก็ทักทายกลับอย่างรักษามารยาท  

“พวกมึงจะนั่งกินกับกูไหม แต่กูใกล้จะกินเสร็จแล้วนะ” เลออนถาม 

“ไม่เป็นไรมึง เดี๋ยวพวกกูไปนั่งโต๊ะอื่นได้” เก็ทตอบ 

“ว่าแต่พวกมึงมากินกันสองคนเหรอวะ” เลออนถามพร้อมหรี่ตามองเพื่อนทั้งสองคนอย่างจับพิรุธ เพราะตั้งแต่เหตุการณ์ที่ธีมกับพู่กันมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกันโดยมีแค่เขาคนเดียวที่ไม่รู้ จึงทำให้เวลาที่เพื่อนในกลุ่มเขาใกล้ชิด หรือสนิทกับใครมากๆ เลออนเลยเกิดการระแวงกลัวว่าตัวเองจะตกข่าวเหมือนครั้งของธีมกับพู่กัน  

“กูกับไอ้โฟนนะ ก็ไปไหนมาไหนด้วยกันสองคนเป็นปกติอยู่แล้วหรือเปล่าวะ ว่าแต่มึงเถอะ นอกจากเด็กๆของมึง กูก็ไม่เห็นมึงจะไปไหนมาไหนกับใครสองต่อสอง” เก็ทตอบกลับพร้อมกอดคอของโฟน แล้วพูดแซวเลออนด้วยสายตาล้อเลียน  

“สัด กวนตีนแล้วมึง จะไปไหนก็ไปไป” เลออนพูดไล่เพื่อนไม่จริงจังนัก ทำเอาเก็ทและโฟนยิ้มขำ  

“เออ แล้วเรื่องทริปอาทิตย์หน้ามึงจะว่าไง มึงเป็นคนต้นคิดเองนะ อย่าบอกว่าลืม” โฟนถามเมื่อนึกขึ้นได้  

“กูไม่ได้ลืม แต่ไว้คุยกันที่มหา'ลัยพรุ่งนี้แล้วกัน” เลออนพูดบอก จากนั้นเก็ทและโฟนจึงขอตัวแยกออกไป  

“คุณอึดอัดหรือเปล่า ที่เพื่อนผมมาทักเมื่อกี้” เลออนหันมาถามทอยทันที เมื่อเห็นว่าเพื่อนเขาเดินออกไปแล้ว  

“ไม่หรอกครับ ทานต่อเถอะ” ทอยพูดตัดบท แล้วกลับไปสนใจอาหารตรงหน้า เลออนจึงไม่คิดจะถามหรือพูดอะไรต่อ  

--------------------- 

“อิ่มจัง”  

เลออนพูดแล้วเอามือลูบท้องบ่งบอกถึงอาการอิ่มจริงๆ ซึ่งตอนนี้ทั้งสองคนเดินออกมาจากร้านอาหารแล้ว โดยที่เรื่องจ่ายเงินก็ต่างคนต่างจ่ายของตัวเอง ถึงแม้เลออนอยากจะเป็นคนจ่ายให้แต่ทอยก็ไม่เคยยอม เลออนจึงไม่อยากขัดร่างโปร่ง เพราะกลัวว่าร่างโปร่งจะไม่พอใจขึ้นมาอีก 

“คุณอยากจะไปไหนต่อไหม”  

“กลับบริษัทเลยดีกว่าครับ ใกล้หมดเวลาพักแล้ว” ทอยพูดบอก เลออนจึงพยักหน้ารับ  

“เอ๊ะ นั่นมัน....” เลออนรู้สึกเหมือนว่าเจอคนรู้จัก เมื่อเดินเข้าไปใกล้ๆจึงรู้ว่าเป็นใคร  

“เฮ้ยไอ้โปรด” เลออนเดินเข้าไปทักรุ่นน้องต่างคณะที่เคยไปค่ายอาสาด้วยกันเมื่อเทอมก่อน และยังเป็นลูกพี่ลูกน้องของโฟนเพื่อนสนิทเขา แถมยังเคยเป็นคู่กรณีของธีมเรื่องน้องพู่กันอีกด้วย โปรดเองที่เห็นเลออนก็มีทีท่าตกใจนิดๆ 

“เอ่อ สวัสดีครับพี่เลออน” โปรดยกมือไหว้ทักทายรุ่นพี่ เลออนก็รับไหว้  

“เออๆ มึงมาทำอะไรวะ เมื่อกี้กูก็พึ่งเจอไอ้โฟนเนี่ย”  

“ผมมาซื้อของนะครับ”  

“แล้วมาคนเดียวเหรอวะ ตั้งแต่ไปค่ายครั้งก่อนกูก็ไม่ได้เจอมึงเลยอะ” เลออนยังคงชวนคุยโดยที่มีทอยยืนฟังอยู่เงียบๆ  

“มีอะไรกันเหรอ” เสียงเด็กหนุ่มในชุดนักเรียนมัธยมปลายกางเกงน้ำเงิน เดินเข้ามาทางด้านหลังของโปรด ก่อนที่มือเด็กหนุ่มจะแตะที่เอวของโปรดเบาๆ ทำเอาโปรดชะงัก รีบปัดมือเด็กหนุ่มออก เลออนจึงหันมองแต่ก็ไม่ได้พูดถามอะไร  

“ใครวะ” เลออนถามขึ้นด้วยความสงสัย โปรดมีท่าทางอึกอักเล็กน้อย  

“รุ่นน้องนะครับ” โปรดตอบกลับ โดยที่สายตาของเด็กหนุ่มคนนั้น กลับมองโปรดด้วยสายตาดุๆ ยิ่งทำให้เลออนสงสัยเข้าไปใหญ่ 

“รุ่นไหนวะ ใส่ชุดนักเรียนอยู่เลย” เลออนถามกลับขำๆ แต่เด็กหนุ่มและโปรดกลับไม่ขำด้วย  

“ถ้าไม่มีธุระอะไรสำคัญ ผมขอตัวพาพี่โปรดไปซื้อของก่อนนะครับ” เด็กหนุ่มพูดขึ้น เลออนจึงหันมองนิดๆ ก่อนจะพยักหน้ารับ  

“งั้นไว้นัดกันไปแดกเหล้านะมึง” เลออนพูดบอกแล้วส่งยิ้มให้โปรด โปรดก็ยิ้มรับ เด็กหนุ่มจึงลากโปรดออกไปทันที โดยที่มีสายตาของเลออนมองตามด้วยความสงสัย 

“กลับกันเถอะครับ” ทอยพูดขึ้น เลออนจึงละความสนใจจากรุ่นน้องแล้วหันมาหาทอย  

“ครับ ไปกันเถอะ”  

. 

. 

. 

. 

แอบมีโปรดแว็บมา ถ้าใครที่เคยอ่านเรื่องMy brother คงจะรู้จักพี่โปรดผู้ไม่สมหวังในความรักของเราเป็นอย่างดี ^^  

โปรดติดตามตอนต่อไป........... 

ปล. หากตอนนี้พบคำผิด หรือชื่อตัวละครสลับกัน รบกวนเมนต์บอกไรท์หน่อยนะคะ 

1 คอมเมนต์ดีๆ = ร้อยกำลังใจ❤ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว