email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Lovely shot 17

คำค้น : Lovely shot Nanaกะหอยทาก พี่กรน้องกานต์ น่ารัก อบอุ่น ฟิน ละมุน สบาย ฟีลกู้ด พระเอกน่ารัก ฟินๆจิกหมอน

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.5k

ความคิดเห็น : 19

ปรับปรุงล่าสุด : 11 พ.ย. 2562 22:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
Lovely shot 17
แบบอักษร

Lovely shot 17 

 

 

“อื้อ กี่โมงแล้วคะ” ฉันงัวเงียถามเพราะมั่นใจว่าคนที่เข้ามาแกล้งเป็นพี่กร ฉันกับแม่เก๋นอนในห้องนอนส่วนพี่กรนอนที่โซฟาด้านนอก แต่กว่าฉันจะหลับก็ดึกมากๆ แล้ว ตอนนี้เลยงอแงนิดหน่อยที่ต้องตื่น

“หกโมงครึ่งครับ ไปอาบน้ำเร็วจะได้ไปทำงาน”

“แม่ล่ะคะ”

“แม่ทำข้าวต้มให้อยู่ ไปอาบน้ำกันครับ” พี่กรชวนเสียงนุ่ม ไม่พอเขายังกดริมฝีปากลงบนหน้าผากฉันอีกด้วย

“อือ หนูง่วง” ปากบอกง่วงแต่ก็ยอมนั่งขยับลุกนั่งบนเตียง

“ตาหนูบวมแน่ๆ เลย” ฉันบ่นกับตัวเองเสียงงึมงำ พี่กรอุ้มฉันลงจากเตียงเดินเข้าไปส่งในห้องน้ำก่อนที่เราทั้งสองจะจูบกันรับอรุณในเช้าวันนี้ พี่กรผละออกห่างบอกว่าจะเตรียมเสื้อผ้าไว้ให้ ฉันพยักหน้าหงึกหงักเข้าไปอาบน้ำทำธุระส่วนตัว เกือบสามสิบนาทีฉันอาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็เดินออกมานอกห้องนอน

“หอมจังเลย” ฉันเดินเข้าไปกอดแม่เก๋จากด้านหลังอ้อนๆ

“แม่ทำข้าวต้มไว้ให้นะลูก ทานก่อนไปทำงานนะ”

“ขอบคุณค่ะแม่ หนูจะทานเยอะๆ เลย”

“น่ารักจังเลยลูกสาวแม่” แม่เก๋ยิ้มให้ เช้านี้แม่เก๋ดูสดใสกว่าเมื่อวาน ก็ดีล่ะนะ ฉันไม่อยากให้แม่เก๋เศร้า

“แม่ครับแม่ ลูกแม่อยู่นี่ครับ”

“หือ? ใครน่ะ แม่ไม่คุ้นเลย”

“โอ้ย แม่อ่า” พี่กรทำหน้างอนแต่ก็ยังยิ้มให้ เราทานมื้อเช้าเสร็จก็ต้องรีบออกมาทำงาน วันนี้ฉันมาพร้อมกับพี่กรเพราะรถฉันยังจอดอยู่ที่คอนโดฉัน อีกอย่างดูจากเรื่องราวแล้วพี่กรคงไม่ยอมให้ฉันขับรถมาเองแน่ๆ

“ตอนเที่ยงพี่จะพาไปทานข้าวนะ” เมื่อเราลงจากรถและกำลังจะเดินเข้าไปยังบริษัทพี่กรก็เอ่ยเตือน แต่ว่านะ ฉันน่ะตอบตกลงไปทานข้าวกับพี่ๆ แล้วน่ะสิ

“พี่คะ”

“ครับ?”

“หนูนัดพี่ๆ ไปทานข้าวกันแล้วค่ะ”

“ไปทานไหน?” พี่กรถาม ทั้งยังพยักหน้าให้พนักงานที่ไหว้เขาขณะเดินผ่าน ฉันเว้นระยะห่างจากพี่กรเล็กน้อยเพื่อไม่ให้ดูน่าเกลียดจนเกินไป แต่ก็อย่างว่าถ้าคนมันไม่ชอบอยู่ห่างสามกิโลเมตรก็ยังคงน่าเกลียด

“คงเป็นร้านแถวๆ นี้แหละค่ะ คุยกันตามประสาชาวธุรการ”

“จะบอกว่าพี่ไปด้วยไม่ได้ใช่ไหม?” พี่กรมองดุๆ ฉันกลัวแต่ก็ต้องพยักหน้ายอมรับ เพราะตกลงกับพี่ๆ แล้วนี่นาว่าจะไปกันแค่นั้น

“เฮ้อ แอบหาเรื่องซนอีกแล้วสินะ แต่ก็เอาเถอะจะออกไปก็ไลน์บอกพี่ก่อน”

“ได้เลยค่ะ แล้วมื้อเที่ยงจะทานไหนคะ” ฉันอดที่จะถามไม่ได้ ระหว่างที่เดินขึ้นบันไดกัน พนักงานเดินขึ้นลงสวนกันไปมามองฉันและพี่กรแปลกๆ แต่บางคนที่รู้แล้วก็มองเขินๆ แทน บางคนไม่รู้ก็มั่นใจได้เลยว่าจับกลุ่มเม้าส์แน่ๆ

“คงต้องดูก่อนครับ” พี่กรเดินมาส่งถึงโต๊ะก่อนจะกลับไปทำงาน เขายังกำชับฉันอีกว่าถ้าจะไปทานข้าวให้ไลน์บอกเขาด้วย

“แหมๆ หน้าตาแจ่มใส อิ่มอกอิ่มใจอะไรกันน้า” เสียงพี่ปองตะโกนแซวมาอย่างอารมณ์ดี

“แหมๆๆ ใครจะไปอิ่มอกอิ่มใจเท่าคุณพ่อมือไหมล่ะค้า” ฉันแซวกลับทันที บอกหรือยังว่าแฟนพี่ปองเพิ่งคลอดลูกได้เกือบอาทิตย์แล้วล่ะ เห็นแค่รูปยังไม่ไปรับขวัญหลานเลย

“เฮ้ยๆ อย่ามาแซว เห็นไหม เห็นตาพี่ไหม” พี่ปองลุกยืน ชี้ให้ดูใต้ตาที่คล้ำจนเห็นได้ชัด

“ลูกพี่มันแกล้งพี่!”

“ฮาๆๆๆ น่าสงสาร” ฉันหัวเราะลั่นเมื่อเจอสภาพพี่ชายที่สนิท

“สงสารแล้วหัวเราะทำไมวะ เออ เย็นนี้ไปบ้านพี่ไหมพวกนั้นไปหมด”

“หนูไปด้วยๆ อยากเจอเบบี้น้อย” ฉันตอบตกลงอย่างตื่นเต้น แต่เสียงพี่ภัสที่เอ่ยเตือนถึงกับทำฉันเบรกหัวทิ่ม

“จะไปขอคุณกรหรือยังจ๊ะน้องสาว”

“พี่ภัสอ่า เบรกซะแรงเลย” ฉันหันกลับไปทำหน้างอใส่พี่ภัส ที่กำลังหัวเราะกับท่าทีของฉัน

“ก็เดี๋ยวเราลืม บอกด้วย”

“ค่าๆ อ้อ พี่ภัสมื้อเที่ยงส้มตำไก่ย่างแซบๆ ไหมคะ”

“ไม่มีปัญหา”

“เยี่ยม! หนูขอเร่งทำงานก่อน มื้อเที่ยงจะได้สบายใจ”

งานที่ค้างบนโต๊ะมีไม่เยอะเพราะมีโชคเข้ามาช่วย พอเคลียงานตัวเองเสร็จก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาส่งข้อความหาพี่กรทันที ในช่วงเวลาเกือบเที่ยง แต่พี่กรกลับตอบมาตอนที่ฉันกับพี่ๆ เดินไปถึงร้านอาหารพอสั่งเสร็จฉันก็หยิบโทรศัพท์มาตอบพี่กร ช่วงที่ยังไม่ได้อาหาร ส่วนพี่ๆ ก็นั่งคุยกันไป

 

KARN :: พี่คะ ตอนเย็นหนูไปบ้านพี่ปองนะคะ 

KhunKORN :: ไปทำไมครับ 

KARN :: แฟนพี่ปองเพิ่งคลอดเบบี้น้อยค่ะ หนูจะไปเล่น 

KARN :: พี่ๆ คนอื่นก็ไป 

KhunKORN :: ตอนเย็นเดี๋ยวพี่พาไป เสร็จแล้วจะได้พากลับบ้าน 

KARN :: ขอบคุณค่ะ 

KARN :: พี่ออกไปทานอะไรหรือยัง เที่ยงแล้วนะ 

KhunKORN :: ยังครับ ไม่หิวเท่าไหร่ 

KARN :: ไม่ได้นะ ออกไปหาอะไรทานเดี๋ยวนี้เลยนะ 

KhunKORN :: รอเคลียเอกสารเสร็จก่อนนะครับ 

KARN :: ตอนนี้เวลาพักนะคะ ตอนบ่ายค่อยกลับมาทำไม่ได้เหรอ 

KARN :: ก็รู้แหละว่าก้าวก่ายเกินไป แต่เป็นห่วง 

KARN :: จะสั่งข้าวไปให้แล้วกันนะคะ 

KARN :: ทานไม่ทานก็แล้วแต่พี่เลย ห่วงแต่คงบังคับไม่ได้ 

 

ฉันเก็บโทรศัพท์ด้วยอารมณ์ที่ยังไม่คงที่ เรียกพนักงานมาสั่งอาหารใส่กล่อง เป็นข้าวผัดทะเลง่ายๆ นั่นแหละ ร้านนี้ดีหน่อยที่เป็นร้านอาหารตามสั่งที่อยู่ในห้องแอร์ ไม่งั้นนึกสภาพไม่ออกจริงๆ ว่าจะเป็นยังไง ส้มตำแซบๆ กลางอากาศเย็นสบายแบบนี้ดีที่สุดแล้ว แผนกเรานั่งคุยเรื่องงานและปรับจูนกันในบางเรื่อง ทุกเดือนเราจะมีวันที่ทานข้าวร่วมกันเพื่อที่จะพูดคุยและปรึกษางาน ข้อบอกพร่องของตัวเองในการทำงาน ไม่รู้แผนกอื่นเป็นไหมแต่พวกฉันคนมีน้อยเลยต้องรักกันและปรับความเข้าใจกันอยู่ตลอดเพื่อที่จะไม่ได้มีปัญหาตามมาทีหลัง

“ว่าแต่สั่งข้าวผัดให้ใครกัน” พี่ฝ้ายถามด้วยความสงสัย เมื่อเห็นฉันถือกล่องอาหารออกจากร้าน

“คุณกรค่ะ ไม่ยอมไปทานข้าว” ฉันยู่หน้าอย่างหมั่นไส้ ก็เขาน่ะทำแต่งานห่วงแต่งานไม่ยอมดูแลตัวเอง ดีหน่อยที่ตั้งแต่คุยกันเข้าใจเขาจะทานข้าวพร้อมกับฉันตลอด แต่เมื่อไหร่ที่ห่างกันเขาก็จะดื้อไม่ยอมทานข้าว ขนาดไปคุยกับลูกค้าคุณเลขายังแอบมากระซิบเลยว่าเขาไม่ยอมทานอะไร มันน่าตีไหมล่ะเป็นแบบนี้น่ะ

“อ๋อ ซื้อให้แฟน” เสียงโชคเอ่ยแซว พี่ภัสเองก็หัวเราะอย่างสนุก

“พี่ภัสอ่า อย่าหัวเราะสินี่น้องเองนะ”

“ไม่แล้ว แกตกกระป๋องแล้วกานต์ น้องสุดคือโชค” พี่ขิมตอบทั้งยังหัวเราะอย่างสนุก

“โห ไรอ่ะ”

“ไปๆ อย่าเพิ่งทะเลาะกัน ฟ้าครึ้มมาแล้วนั่น”

เมื่อเข้ามาถึงตัวอาคารฝนที่เพิ่งตั้งเค้าก็ตกลงมาอย่างหนัก ไม่มีสัญญาณเตือนอะไรเลยสักนิดยังดีที่เราถึงตัวอาคารก่อน พี่ๆ เดินกลับไปที่แผนกส่วนฉันเดินเลยขึ้นไปชั้นบนสุด เจอคุณเลขาเดินออกมาจากห้องน้ำพอดีเลยยิ้มและเอ่ยทักทาย

“สวัสดีค่ะ”

“สวัสดีค่ะคุณกานต์ มาหาคุณกรเหรอคะ?”

“ค่ะ คือคุณกรทานข้าวหรือยังคะ” ฉันเอ่ยถามด้วยความลังเล ถ้าเขาทานแล้วก็ดีไปแต่ถ้ายังไม่ทานจะได้บอกให้ออกมาทาน

“ยังเลยค่ะ มีเอกสารด่วนจากลูกค้าเข้ามาค่ะยังไม่ออกจากห้องเลยตั้งแต่เช้า”

“แต่เขาอยู่คนเดียวใช่ไหมคะ?”

“ใช่ค่ะ อยู่คนเดียว”

“เอ่อ เดี๋ยวเรียกคุณกรออกมาทานข้าวก่อน ยืมตัวเจ้านายแปบหนึ่งนะคะ”

“ตามสบายเลยค่ะคุณกานต์” พี่เลขายิ้มให้ฉันอย่างเข้าใจ ฉันเองก็ยิ้มกลับเขินๆ ฉันเดินไปยังห้องชงกาแฟที่ข้างๆจะมีโต๊ะทานข้าววางอยู่ ฉันวางข้าวลงบนโต๊ะก่อนจะเดินไปหาจานและช้อน มือข้างหนึ่งก็หยิบโทรศัพท์ออกมากดโทรหาคนที่ยังนั่งทำงานอยู่ในห้อง

(ครับ)

“ออกมาที่ห้องชงกาแฟค่ะ”

(ครับ เดี๋ยวพี่ไป) เราคุยกันแค่นั้นก่อนจะวางสายไม่ถึงห้านาทีพี่กรก็เดินเข้ามาใกล้ เขาเข้ามาถือจานในมือฉันก่อนจะพาเดินไปที่โต๊ะ

“ไปทานอะไรมา” พี่กรเอ่ยถามในขณะที่เขากำลังนั่งลงบนเก้าอี้ ส่วนฉันก็หยิบกล่องอาหารมาจัดใส่จานให้เขา ก่อนจะเลื่อนอาหารไปตรงหน้าเขา

“หนูไปทานส้มตำมา”

“หือ? ส้มตำ เผ็ดไหมแล้วดื่มน้ำอัดลมหรือเปล่า”

“ไม่ได้ดื่มน้ำอัดลม”

“รอดตัวไป ถ้าดื่มพี่จะดุ”

“รู้น่า ว่าถ้าทานส้มตำหนูต้องไม่ดื่มน้ำอัดลมเพราะหนูจะปวดท้องมากๆ”

“ครับ นั่งลงทานกับพี่” พี่กรดึงมือไว้เมื่อเห็นฉันกำลังจะเดินออกห่างจากโต๊ะที่เขานั่งอยู่

“หนูจะไปเอาน้ำให้ พี่ทานเลยหนูอิ่มแล้ว” พี่กรยอมปล่อยมือและเริ่มทานข้าว ฉันเดินออกจากห้องชงกาแฟพร้อมกับน้ำเปล่าไม่เย็น พี่กรไม่ชอบน้ำเย็นน่ะเขาชอบน้ำอุณหภูมิห้อง ฉันนั่งลงตรงข้ามเขาดูเขาทานข้าวไปเรื่อยๆ ตอนนี้สายฝนที่เทลงมาทำให้ท้องฟ้ามืดไป ขมุกขมัวมองอะไรไม่เห็นเลย โต๊ะที่เรานั่งติดหน้าต่างบานใหญ่แต่ก็ไม่สามารถมองวิวด้านนอกได้เลย

“อร่อยไหมคะ?” ฉันถามมือก็ยื่นไปเช็ดมุมปากให้คนตัวโตกว่า เขาเงยหน้าขึ้นมองก่อนจะก้มหน้าทานต่อ ไม่นานก็ตักอาหารในจานมาป้อนฉัน

“แล้วตอนเที่ยงได้ทานข้าวด้วยไหม หรือทานแต่ส้มตำ” พี่กรถาม หลังจากทานข้าวไปได้สักพัก

“แฮ่ ไม่ได้ทานข้าวเลยแต่ว่าไม่ปวดท้องนะ” ฉันรีบออกตัวไปก่อน กลัวจะโดนดุ

“อ้าปากครับ” พี่กรบอกเสียงดุๆ ฉันเลยจำได้อ้าปากทานข้าวที่เขาป้อน

“ถ้าปวดท้องพี่จะดุให้ดู แล้วยังไม่ได้โทรบอกแม่ใช่ไหมว่าจะกลับช้า”

“ยังเลยค่ะ พี่จะโทรหรือหนูโทร”

“พี่โทรก็ได้ครับ มีเรื่องจะคุยกับแม่ด้วย อ้อ เย็นนี้เกมมันจะมาทานข้าวด้วยนะ มันถึงบ่ายๆ นี่แหละ” โห พี่เกมจะมาเหรอ ฉันไม่เจอเขานานแล้วนะ ไม่รู้ว่าต้องทำหน้ายังไงเวลาเจอเขา

“ไม่ต้องกังวลหรอก ทำตัวปกตินั่นแหละ”

“แต่หนูไม่เจอพี่เกมนานแล้วนะคะ”

“หนูไม่เจอ แต่มันเจอไง แล้วตอนเย็นอยากทานอะไรจะได้ให้เกมมันทำ เห็นบ้าๆ แบบนั้นทำอาหารอร่อยนะ”

“อร่อยกว่าพี่เหรอคะ?” ฉันแกล้งเอียงหน้าถามเสียงใส เป็นผลให้คนตรงหน้าหูแดงคอแดงไปหมด

“คิดอะไรเนี่ย ทำไมหน้าแดง” ฉันทำหน้าตกใจเมื่อลองย้อนกลับไปนึกถึงประโยคที่ตัวเองพูดก่อนหน้านี้

“พี่อร่อยหรือเปล่าหนูคงบอกได้คนเดียว เพราะพี่ให้แค่หนูกิน”

======================= 

อดใจรออีกสักนิดนะคะ ใกล้แล้ว เค้านี่ใกล้เป็นบ้าแล้ว 5555555 

ความคิดเห็น