facebook-icon

เตือนเนื้อหารุ่นเรง!! ไม่เหมาะสมกับผู้พิทักษ์จริยธรรม,ผู้ที่มีจิตวิญญาณแห่งทุ่งลาเวนเดอร์ และผู้ที่จิตใจอ่อนไหวง่าย ปล.นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องราวรุ่นลูกของ พีและเพลิน จากเรื่อง Prince Of Engineer เมียวิศวะ

OVERDOSE 15 : แกล้งโง่

ชื่อตอน : OVERDOSE 15 : แกล้งโง่

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 24.2k

ความคิดเห็น : 264

ปรับปรุงล่าสุด : 11 พ.ย. 2562 19:21 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 200
× 0
× 0
แชร์ :
OVERDOSE 15 : แกล้งโง่
แบบอักษร

OVERDOSE 15

 

“ ..ชอบเธอนะแสนหวาน “

 

“ ........ “

 

“ ที่เคยบอกว่าไม่อยากเป็นพี่น้องด้วยน่ะ เพราะอยากให้มาเป็นเมียไม่ใช่น้องไง..เข้าใจบ้างรึยัง? “ ผมโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ๆพลางเอ่ยถ้อยคำนั้นออกไปด้วยน้ำเสียงสุดจะแผ่วเบาจนราวเสียงกระซิบ แสนหวานยืนนิ่งไม่ตอบอะไรกลับมา..แต่สายตาคู่นั้นกลับมองผมด้วยความรู้สึกเหลือเชื่อกับคำพูดที่เธอเองก็คงไม่คิดว่าจะได้ยินจากปากผม

 

“ ....... “

 

“ ไปละ..ขับรถดีๆ “ ผมผละออกห่างจากเธอช้าๆก่อนจะร่ำลาด้วยประโยคเรียบง่าย ใครหลายๆคนมักบอกว่าผมน่ะนิสัยเหมือนป๋าพีทุกอย่าง แตกต่างเพียงไม่ได้พูดน้อยคำขนาดนั้น..และจิตใจอำมหิตกว่า

 

หึ..ก็คงจริงล่ะมั้ง ผมไม่ใช่คนเพื่อนเยอะเหมือนไอ้พีช..ไม่ใช่คนที่สุ่มสี่สุ่มห้าเข้าไปทำความรู้จักกับใครๆ ตั้งแต่เกิดจนโตผมมีเพื่อนที่กล้าเรียกมันว่าเพื่อนได้อย่างเต็มปากเต็มคำอยู่แค่ไม่กี่คนหรอก..หนึ่งในนั้นคือพวกมหาบาปนั่นแหละ

 

เรื่องผู้หญิงมันก็ปกติที่จะมาเข้ามาบ้างช่วงเรียนมหาลัย..แต่พอจบมาผมก็ไม่ได้มีความสัมพันธ์กับใครอีกเลย ช่วงสี่ปีมานี้ผมมีแค่One night standเท่านั้น เรื่องราวเกิดขึ้นในหนึ่งคืนและจบทุกอย่างเมื่อเข้าวันใหม่มาถึง..และถึงมันจะเป็นการหาความสุขเพียงชั่วคราว แต่แปลกดีที่เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นไม่ถึงสิบครั้งในช่วงเวลาสี่ปีที่ผ่านมา

 

..สี่ปีที่ไม่มีเด็กคนนั้น

 

ผมทำแต่งานจนไม่มีเวลาไปไร้สาระที่ไหน กลับเพนเฮ้าส์ไปก็อยู่คนเดียว..อยู่เงียบๆคิดอะไรเรื่อยเปื่อย หากมีเวลาว่างก็คงหนีไม่พ้นสนามแข่งรถหรอกครับ..ชีวิตทั้งหมดมีเท่านี้จริงๆ อะไรที่เรียกว่าความสุขผมแทบจะจำไม่ได้แล้วด้วยซ้ำ

 

แม้แต่รอยยิ้มครั้งสุดท้ายของตัวเอง..ผมยังจำไม่ได้เลยว่าที่ยิ้มออกไปมันเพราะอะไร อยู่กับแม่ผมสบายใจผมรู้สึกเหมือนเด็ก..อยู่กับป๋าผู้ก็รู้สึกปลอดภัยรู้สึกว่าเขาทำให้ผมโตขึ้นทุกครั้งที่เราคุยกัน

 

ส่วนไอ้พีช..บางทีก็เหมือนฝาแฝดบางทีก็เหมือนน้องชายที่อายุห่างกันเป็นปีๆ หรือบางทีก็รู้สึกเหมือนมันเป็นเพื่อนที่สนิทใจที่สุดในโลก..ผมไม่ค่อยเล่าความรู้สึกตัวเองให้ใครฟัง แต่ก็มีไอ้พีชนี่แหละที่ดูออกทุกทีที่ผมเปลี่ยนไป

 

ณ Cobra Casino

เมื่อเสร็จธุระของใจผมขับรถออกจากร้านกาแฟนั่นแล้วรีบกลับมาที่บ่อนทันที เพราะธุระถัดไปมันคือธุระของส้นตีน..ลูกน้องผมมันส่งข้อความมาบอกว่าไอ้คริสเตียนมันกำลังจะพาไอ้วาดมาพบผมที่บ่อนเพื่อคุยเรื่องสัญญากู้เงิน และสัญญาการเป็นลูกค้าใหม่ของบ่อน

 

“ คุณศิวัชจะรับไวน์ไหมครับ? “

 

“ ไม่ล่ะ “ ผมตอบแล้วเดินเข้าไปที่ห้องรับรองขนาดเล็กทันที

 

กึก!

 

ประตูเปิดออกกว้าง ชายสองคนหันมามองหน้าผมด้วยแววตาที่แตกต่าง..คนหนึ่งมองอย่างหวาดหวั่น ส่วนอีกคนมองด้วยความหวัง..ไอ้คิวรีบตรงเข้ามาขนาบข้างพร้อมทั้งเอาเอกสารสัญญากู้ยืมเงินมาให้ตรวจสอบ

 

“ ..ชื่อวาดสินะ “ ผมเอ่ยทัก

 

“ ครับ “

 

“ เดี๋ยวคนของผมจะพาคุณไปรอที่ห้องทำงาน..อยู่ที่นั่นก่อน ผมขอเสลาคุยธุระกับคริสเตียนไม่นาน “

 

“ ครับ ตามสะดวก.. “ ไอ้วาดตอบรับอย่างว่าง่าย ผมไม่พูดอะไรต่อแต่พยักหน้าให้คนพามันออกไปจากห้องนี้ทันที

 

“ ........ “ ไอ้คริสเตียนนั่งเงียบไม่ยอมพูดจาเหมือนเดิม และถึงแม้มันจะทำงานให้ผมได้..แต่ก็เสียใจด้วย เพราะผมไม่เก็บกิ้งก่าเอาไว้ใกล้ตัว..หึ อย่าว่าแต่ตัวเลย ให้อยู่ลอยหน้าลอยตาบนโลกนี้ต่อไปผมก็ไม่อนุญาต

 

“ งานต่อไปที่กูจะให้มึงทำ..เป็นงานสุดท้าย “

 

“ หลังจากนั้น ผมจะเป็นอิสระใช่ไหม? “ ไอ้คริสเตียนถาม

 

“ อิสระเหมือนได้พักผ่อนยาวเลยล่ะ.. “

 

“ ครับ.. “

 

“ มึงทำยังไงก็ได้ พาคนของกูเข้าไปติดเครื่องดักฟังกับเครื่องบันทึกเสียงในบ้านไอ้สิทธา..กูต้องการทั่วทุกจุด และต้องเสร็จภายในหนึ่งอาทิตย์ “

 

“ ..มันค่อนข้างเสียงนะครับ “ ได้คริสเตียนแย้งขึ้น

 

“ ถ้ามันจับได้..มึงตาย “

 

“ ........ “

 

“ จะทำ หรือไม่ทำกูให้มึงเลือกได้เลยตอนนี้.. “

 

“ ท..ทำครับ ผมทำ “ น้ำเสียงตะกุกตะกักเอ่ยขึ้นเบาๆ ไอ้คริสเตียนไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมามองผมด้วยซ้ำ..มันรู้ว่าถ้าไม่ยอมทำผมฆ่ามันทิ้งแน่ แต่ที่มันไม่รู้คือต่อให้จะทำหรือไม่ทำ..ผมก็ไม่เอาไอ้กิ้งก่านี่ไว้อยู่ดี

 

“ ดี.. “ ผมเอ่ยออกไปเบาๆแล้วเดินออกจากห้องมาทันที แต่ก็ไม่ลืมที่จะกำชับคำสั่งสุดท้ายให้ลูกน้องที่คอยตามไอ้คริศเตียนได้รู้งาน

 

กึก!

 

“ คุณศิวัชจะไปพบคุณวาดที่ห้องทำงานเลยไหมครับ? “

 

“ อื่ม.. “

 

“ เรื่องไอ้คริสเตียน..คุณศิวัชจะปล่อยมันไปจริงๆเหรอครับ? “ ลูกน้องคนสนิทเอ่ยถามขณะที่เดินตามผมมาที่ห้องทำงาน

 

“ มันกล้าเข้ามายุ่งเรื่องนี้ทั้งๆที่รู้อยู่แก่ใจว่าเสี่ยงแค่ตาย แสดงว่ามันพร้อมจะตาย..จบงานนี้มึงเก็บมันทิ้งได้เลย อยากเป็นอิสระนักก็ให้มันไปอิสระเอาเองที่โลกหน้าแล้วกัน.. “

 

“ ครับผม.. “ ลูกน้องคนสนิทรับคำสั่งแล้วรีบเดินไปเปิดประตูห้องทำงานให้ผมได้เข้าไปข้างใน..ไอ้วาดที่ยังไม่รู้ชะตากรรมก็ยังคงนั่งทำหน้าสหลอนอยู่ในห้องเหมือนเดิม หึ เป็นเด็กที่ไม่รู้อะไรเลยแบบนี้สิดี..หลอกง่าย

 

“ วันนี้ผมมีเวลาไม่มาก..แต่นี่คือสัญญากู้ยืมกับสัญญาสมาชิกใหม่ของบ่อน คุณจะเอากลับไปอ่านก่อนก็ได้แล้วอีกสามวันค่อยให้คำตอบ “

 

ผมทิ้งตัวลงนั่งที่โซฟาฝั่งตรงข้ามไอ้วาดก่อนจะยื่นเอาเอกสารสัญญาให้มันอ่าน แต่ผมก็รู้อยู่หรอกว่าคนร้อนเงินน่ะ..มันทำได้ทุกอย่างเพื่อให้ได้เงินมาเร็วที่สุด ไม่สนใจหรอกว่าเงื่อไขมันมีอะไรบ้าง..ต่อให้ต้องแลกกับอะไรก็ยอมทั้งนั้นนั่นแหละ

 

“ ไม่เป็นไรหรอกครับ ผู้ใหญ่หลายคนก็ใช้บริการบ่อนคุณศิวัชเยอะ..ทุกคนย่อมให้ความไว้วางใจอยู่แล้ว เซ็นให้เรียบร้อยไปเลยก็ดีครับ “ ไอ้วาดใช้เวลาอ่านสัญญาพวกนั้นแค่ไม่ถึงห้านาที ผมรู้ว่ามีรีบแต่ก็ไม่คิดว่าจัรีบจนโง่ขนาดนี้น่ะสิ

 

“ ผมถือว่าแจ้งคุณไปแล้ว..ซึ่งถ้าคุณไม่ติดอะไร และยินยอมกับเงื่อนไขทุกอย่างก็เขิญเซ็นเอกสารได้เลย “

 

“ ครับ..ว่าแต่เรื่องกู้เงินผมขอเปลี่ยนทรัพย์สินค้ำประกันจากที่ดินเป็นรถยนต์แทนได้ไหมครับ? “ ไอ้วาดรีบหยิบปากกาออกมาเซ็นเอกสารทุกแผ่นโดยที่ไม่มีการชะงักหยุดอ่านเอกสารแนบเลยสักนิด

 

“ ยี่ห้ออะไร? คุณเอาเอกสารรถมาไหม? “ ผมถาม

 

“ เอามาครับ..นี่เลย “ ผมรับเอกสารพวกนั้นมาเปิดดูก่อนจะพบว่ารถที่นำมาค้ำประกันในครั้งนี้ราคาคอนข้างสูงครับมือหนึ่งอยู่ที่ราวๆแปดล้านเกือบเก้าล้านได้ และหากจะขายทอดตลาดก็คงได้ราคาดีอยู่ไม่น้อยเลย

 

“ ครับ..งั้นก็ตกลงตามนี้ “

 

“ เอ่อ ว่าแต่ผมจะได้เงินเร็วที่สุดวันไหนครับ? “

 

“ ..ตอนนี้เลย “ ผมว่าอย่างนั้นก่อนจะหยิบเช็คเงินสดขึ้นมาเขียนให้มันทันที

 

“ ข..ขอบคุณมากครับ “

 

“ อ๋อ ส่วนวันนี้ถ้าคุณอยากจะเล่น..ผมมีชิปตายมูลค่าห้าหมื่นบาทให้เป็นของขวัญต้อนรับลูกค้าใหม่ คุณเอาบัตรสมาชิกใบนี้ไปติดต่อขอรับชิปที่เคาน์เตอร์ได้ตลอด “

 

“ ครับ..ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวก่อน “

 

“ เชิญ ขอให้สนุกและโชคดีนะครับ “ ผมลุกขึ้นเป็นมารยาทก่อนจะผายมือเชิญให้มันออกไป และคนของผมก็คงตามไปส่งมันที่เคาน์เตอร์แลกชิปเองนั่นแหละ..ภายในบ่อนจะมีชิปอยู่สองประเภทครับอันแรกคือชิปเป็น ถ้าใช้เล่นไม่หมดสามารถแลกคืนเป็นเงินสดได้ ส่วนอักอันคือชิปตาย..อันนี้ไม่สามารถแลกกับมาเป็นเงินสดได้ แลกแล้วต้องใช้ให้หมด

 

ส่วนมากชิปตายจะใช้จัดโปรโมชั่น หรือใช้แจกเป็นของกำนัลซะมากกว่า เช่น ซื้อชิปด้วยเงินสดหนึ่งมื่นบาทคุณอาจจะได้ชิปไปเล่นในราคาหนึ่งหมื่นสองพันบาท..อะไรทำนองนี้แหละครับ

 

“ คุณศิวัชจะให้ตั้งค่าเครื่องสำหรับมันโดยเฉพาะไหมครับ? “ ลูกน้องคนนั้นเดินเข้ามาถามหลังจากที่ไอ้วาดมันออกจากให้ไปเรียบร้อยแล้ว..คำว่าตั้งค่าเครื่องนี้ที่นี้หมายถึงจะแกล้งให้มันเล่นเสียทั้งหมด หรือกำไรทั้งหมดก็ได้ครับ..แต่ผมไม่มีทางทำแบบนั้นแน่ ธุรกิจก็คือธุรกิจ ผมเล่นมันแค่ประเด็นกู้เงินก็พอแล้วล่ะ เดี๋ยวชีวิตจะรันทดเกินไป

 

“ ไม่ต้อง..ได้ก็ให้มันได้ เสียก็ให้มันเสีย “

 

“ ครับ “

 

หลายวันต่อจากนั้นผมแทบไม่ได้เข้าไปดูที่คลับเลย เพราะไม่มีเวลาว่าง..ไอ้พีชก็มัวยุ่งอยู่กับร้านอาหารกึ่งบาร์ของมัน ทุกคนล้วนมีหน้าที่เป็นของตัวเองทั้งนั้น..ส่วนแสนหวานผมก็นีงให้ไอ้คิวคอยรายงานอยู่ตลอด และแน่นอนเธอยังสบายดี ทำงานดี ผู้ชายก็รุ่มขายขนมจีบดีเหมือนเดิม

 

นับตั้งแต่ตอนนั้นที่ไปถ่ายแบบผมก็ไม่ได้เจอหน้าแสนหวานอีกเลย ช่องทางการติดต่อของเธอผมมีครบครับ เพราะตอนสมัครงาน..ข้อมูลพื้นฐานเหล่านี้มันต้องกรอกอยู่แล้ว แต่ผมแค่ยังไม่มีเวลาว่างพอจะทักไปคุยเท่านั้น

 

จนกระทั่งคืนหนึ่ง..จู่ๆแชทไลน์ของกลุ่มเพื่อนมันก็เด้งแจ้งเตือนรัวมาก แต่ผมงีบหลับอยู่ที่ห้องนอนในบ่อนไง..กว่าจะได้ยินแชทก็ยาวเป็นหางว่าวแล้วครับ

 

Line! Line!

 

[ มหาบาปทั้ง 7 ]

KD : มึง! ไอ้เพลย์!

Pak : พ่อโว๊ยยยย! @PLAY

Chayiin : @PLAY

Way : เชี่ยเพลย์ตอบรับกูสักทาง!

Way : รับโทรศัพท์หรือเหี้ยไรก็ได้!!

Peachhh : ไอ้พี่เวร! มึงมุดหัวอยู่ไหน!!

Chayiin : @PLAY

KD : @PLAY เกิดเรื่องแล้วๆๆ!!

 

ผมตื่นขึ้นมากดอ่านแชทพวกนั้นแล้วตอบกลับไปแบบ งงๆ เพราะไม่เข้าใจว่ามันจะเรียกอะไรนักหนา

 

อะไร? : PLAY

Pak : อะโหหหห ไปไหนมาไอ้ควาย!

Way : เออ! ด่ามันหน่อย!

กูอยู่บ่อน นอนอยู่ : PLAY

Chayiin : ขุดตัวเองออกมาจากเตียง!

Peachhh : ลุกเร็วพี่ชาย!

มีเหี้ยไรก็พูด! : PLAY

Peachhh : แสนหวานมีเรื่อง

Peachhh : มึงมาให้ถึงก่อนพวกกูก็ยังไม่ทันเสือก

Peachhh : แต่ไอ้กวินล็อกแขนน้องจะไม่อยู่แล้ว

เออๆไปเดี๋ยวนี้แหละ : PLAY

จับไว้ก่อนๆ แต่อย่าจับแรง : PLAY

KD : ไอ้นี่ก็หวงไม่เข้าเรื่อง!

 

หลังจากอ่านจบ ผมร้อนใจมากอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน..ทว่าอีกใจก็นึกไม่ถึงเลยว่าคนแบบแสนหวานจะไปมีเรื่องกับใครได้ เพราะเท่าที่ผมรู้คือเธอแทบจะไม่สู้คนเลยด้วยซ้ำ..แต่ก็ไม่แน่เหมือนกัน บางทีกาลเวลาเปลี่ยน นิสัยคนอาจจะเปลี่ยนไปด้วยก็ได้

 

ณ W Club

[แสนหวาน]

วันนี้ฉันมาทำงานตามปกติค่ะ แต่พอทำงานเสร็จพี่คิวก็เดินมาบอกว่ามีผู้หญิงมาขอพบบอกว่าเป็นเพื่อน เขารออยู่ด้านนอกใส่เสื้อปาดไหล่สีดำ..ตอนนั้นฉันไม่ได้เอะใจถามอะไรก็เลยเออๆออๆไปตามเรื่อง เพราะต้องรีบเก็บของที่เซ็ตอัพให้เสร็จก่อนที่วงดนตรีจะขึ้นต่อ

 

จู่ๆมานัดเจอมาขอเจอแบบนี้ แน่นอนว่าไม่มีทางได้เข้ามาอยู่ในร้านได้ง่ายๆหรอก ยิ่งวันนี้คนแน่นร้านอย่างกับมด โต๊ะก็ไม่ต้องพูดถึงเลยค่ะ..ถูกจองเต็มหมดตั้งแต่เมื่อวานแล้วด้วยซ้ำ ฉันถึงไม่แปลกใจถ้าเพื่อนนิรนามคนนั้นจะรออยู่ข้างนอก

 

Line! Line!

 

[ARM]

ARM : แสนหวาน

ARM : น้องเลิกงานแล้วทักหาพี่หน่อยนะ

เลิกพอดีค่ะ : S.Waan

ARM : ขอโทษที่หายไป

ARM : คือแม่พี่อยากให้กลับไปคบกับแฟนเก่า

ARM : แม่ไม่เข้าใจพี่เลย เอาแต่บอกให้ไปง้อ

ARM : บอกให้พี่เลิกยุ่งกับน้อง แต่พี่ไม่ยอม

ARM : เลยทะเลาะกันหนัก

ARM : แม่ระแวงพี่มากจนส่งคนมาตามดูอะ

ARM : แฟนเก่าพี่ก็ทักมาทุกวัน พี่ไม่รู้จะทำไงแล้ว

 

พี่อาร์มเขาหายไปจากวงโคจรชีวิตฉันนานมาก ช่วงที่เข้ามาทำงานที่ดับเบิ้ลยูใหม่ๆพี่เขาทักหาน้อยลงจนผิดปกติ..แต่หลังๆมาก็หายเงียบไปเลย ไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆทุกช่องทางโซเชี่ยล อินสตาร์แกรมที่ชอบอัพรูปลงทุกวันก็นิ่งกริบเหมือนถูกสตาฟเอาไว้หรือไม่ก็ลืมรหัส

 

ซึ่งก็อย่างที่เคยบอกไปแหละค่ะ ความสัมพันธ์ของฉันกับพี่อาร์มมันกำกวมมาก แถมยังหละหลวมไปหมดทุกทาง จะเรียกว่าคนคุยมันก็ไม่ถึงขนาดนั้น..แต่จะให้บอกว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นละหว่างเราเลยมันก็ไม่ใช่

 

พี่อาร์มอยากกลับไปคบเขาไหมคะ? : S.Waan

ARM : ไม่..ไม่เลย

ARM : พี่อยากจริงจังกับน้องนะ

ARM : ถึงจะให้ความชัดเจนตอนนี้ไม่ได้

ARM : แต่พี่คุยกับน้องแค่คนเดียว

 

พี่อาร์มเขาเป็นคนดีค่ะ ดีมากๆเลยด้วย..แต่น่าเสียดายฉันเองก็รู้และดูเขาออกมาตลอด ขอโทษจริงๆที่ต้องพูดเหมือนเดิมซ้ำๆ แต่พี่อาร์มน่ะ..เขายังมีใจ ยังคิดถึง ยังเป็นห่วงใครคนนั้นอยู่เสมอ แม้เขาจะพูดอีกกี่ร้อยกี่พันครั้งว่าเขาจริงจังกับฉัน..แต่ถ้ายังให้ความชัดเจนไม่ได้ ยังไม่ตัดความรู้สึกให้ขาดจากความสัมพันธ์เก่า ฉันก็ไม่สามารถเปิดใจให้เขาได้เช่นกัน

 

ถ้าพี่พยายามฝืนใจอยู่ ก็พอเถอะ : S.Waan

หนูรู้ว่าพี่ไม่เคยลืมเขา : S.Waan

อย่ายัดเยียดความรู้สึกที่ใจไม่ต้องการเลย : S.Waan

ARM : กำลังจะบอกว่าเราควรเลิกคุยกันสินะ

พี่อาร์มว่ามันควรเลิกไหม? : S.Waan

โตๆกันแล้ว เราสองคนรู้อยู่แก่ใจ : S.Waan

ฉะนั้นอย่าฝืนเลยค่ะ : S.Waan

ดึงยื้อกันให้เสียเวลาเปล่าๆ : S.Waan

ARM : พี่ขอโทษ

ไม่ต้องขอโทษค่ะ : S.Waan

ไม่เป็นไรเลย พี่กลับไปหาเขาเถอะ : S.Waan

 

..ฉันไม่สามารถยกให้เขาเป็นคนพิเศษได้จนกว่าเขาจะพร้อมเริ่มใหม่จริงๆ และนี่ก็คงเป็นครั้งสุดท้ายแล้วที่ฉันจะพูดแบบนี้..การที่เขาหายไปมันเป็นเครื่องพิสูจน์แล้วว่าใจเขาน่ะยังอยู่ที่ใครอีกคน ต่อให้เขาจะยกข้ออ้างหรือความจริงอะไรมาพูดมันก็ฟังไม่ขึ้นหรอกค่ะ..ในเมื่อบอกกันผ่านแชทได้ทำไมไม่บอก? ทำไมต้องรอจนป่านนี้? ไม่มีเหตุผลเลยจริงๆ

 

และแน่นอนฉันไม่ได้โทษว่าเป็นความผิดของเขาหรอก..ต้องขอบคุณด้วยซ้ำที่เขาทำให้ฉันรู้ตัวสักที ว่าการมีพี่อาร์มอยู่หรือไม่มี..มันก็ไม่ต่างอะไรกันเลย ความรู้สึกทุกอย่างยังคงเท่าเดิมไม่เพิ่มขึ้น และไม่ลดน้อยลง ความสัมพันธ์ระหว่างเราก็เช่นกัน..ไม่พัฒนา และไม่ไปไหน

 

..เป็นพี่ชายยังไงก็ยังคงเป็นแบบนั้นเสมอตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ เราควรเลิกพยายามกันได้แล้ว เพราะที่ผ่านมามันไม่มีอะไรดีขึ้นเลย..เขาควรกลับไปอยู่ในที่ของเขานั่นแหละ มันถูกต้องที่สุดแล้ว

 

ARM : พี่ไม่เคยอยากกลับไปเลย..

ARM : อยากจะลืมทุกอย่างแล้วเริ่มใหม่

ขนาดตัวพี่ยังพูดออกมาเอง : S.Waan

ว่าอยากลืมแล้วค่อยเริ่มใหม่ : S.Waan

แต่พี่ทำอยู่มันคือเริ่มใหม่ ทั้งๆที่ไม่ลืม : S.Waan

ARM : วันนี้พูดถูกทุกอย่างเลยนะ

พี่ควรกลับไปจัดการความรู้สึกของพี่ : S.Waan

ARM : น้องจะรอพี่ไหม?

ARM : ตอบมาตรงๆ..ไม่ต้องคิดเยอะ

ไม่ค่ะ ไม่รอ..ขอโทษด้วย : S.Waan

ARM : โอเค เข้าใจแล้ว..

 

พอทำงานเสร็จฉันก็คุยกับพี่อารมในไลน์จนเข้าใจทุกอย่าง ต่างฝ่ายต่างยินดีที่จะเดินหันหลังออกจากกัน..ไม่มีความเจ็บปวดใดๆกับความสัมพันธ์ครั้งนี้เลย มีแต่เรื่องราวดีๆคนดีๆที่ผ่านเข้ามา และผ่านออกไปด้วยรอยยิ้ม

 

ฉันเก็บข้าวของต่างๆขึ้นไปไว้ที่ห้องพักก่อนจะออกไปข้างนอกร้านไปหาเพื่อนนิรนามคนนั้นตามที่พี่คิวบอก..แต่ทว่าทันทีที่ก้าวขาพ้นประตูร้าน สายตาก็ไปสะดุดเข้ากับผู้หญิงคนหนึ่งเข้าอย่างจัง เธอคนนั้นใส่เสื้อปาดไหล่สีดำเหมือนที่พี่คิวพูดไม่มีผิด

 

แต่มีสิ่งหนึ่งที่พี่คิวอาจจะเข้าใจผิดไป..นั่นก็คือเธอคนนี้ไม่ใช่เพื่อนของฉัน เราไม่รู้จักกัน และไม่เคยเจอกันมาก่อนอย่างแน่นอน..สายตาที่อีกฝ่ายมองมา มันไร้ซึ่งความเป็นมิตร ฉันไม่รู้ว่าเธอคนนี้ต้องการอะไร แต่ถ้าลงทุนมายืนรอและกล้าพูดกับใครต่อใครว่าเป็นเพื่อนฉันทั้งๆที่ความจริงเราไม่มีความเกี่ยวข้องกันเนี่ย..เธอคงไม่ได้มาดีแล้วล่ะ

 

“ คุณอยากเจอฉันเหรอ? “ ฉันถาม

 

“ ฉันเป็นแฟนของอาร์ม “

 

“ ..แฟนเก่าหรือแฟนปัจจุบัน? “

 

“ กวนประสาท? “ อีกฝ่ายเลิ่กคิ้วเชิงไม่พอใจ

 

“ ฉันถามจริงๆ จะได้เลือกใช้เอนเนอร์จี้ในการสนทนา ถูก “

 

“ ฉันกับอาร์มคบกันมานาน ต่อให้ตอนนี้จะเลิกกัน..แต่เราก็ยังรักกัน “

 

“ อ่า โอเค..สรุปว่าแฟนเก่า “ ฉันพนักหน้างึกงัก

 

“ เลิกยุ่งกับอาร์มซะ “ น้ำเสียงเข้มๆเอ่ยสั่งราวกับว่าเป็นเจ้าข้าวเจ้าของชีวิตใคร..สายตาที่กดขี่ทุกคนอยู่ตลอดเวลา และกิริยามารยาทแบบนี้นี่เอง หึ ไม่แปลกใจเลยทำไมพี่อาร์มถึงไม่อยากกลับไปคบด้วย

 

“ เลิกแล้วค่ะ “ ฉันกรอกตาสามร้อยหกสิบองศาก่อนจะเอ่ยตอบ

 

“ ตอแหลเก่งนะ 😊

 

“ นี่คุณจะมีเรื่องให้ได้เลยใช่ไหม? “

 

“ ใครใช้ให้เธอมายุ่งกับผัวชาวบ้านล่ะ? “ หญิงสาวพ่นคำขู่ออกมาอีกครั้งทำให้ฉันตัดสินใจได้ทันทีว่าคนแบบนี้ไม่เหมาะสมที่จะได้รับคำพูดดีๆและความใจเย็นอีกต่อไป

 

“ สติก่อน..คือคุณแค่แฟนเก่าปะ? เรียกร้องอะไรนักหนาอะ งง 😕

 

“ อีนี่! ปากดีนักนะ..ระวังจะโดนกูตบร่วงเข้าสักวัน! “

 

“ ก็บอกว่าเลิกยุ่งแล้ว มึงนี่ยังไง? “ ฉันกอดอกขมวดคิ้วหลิ่วตามองยัยบ้านี่ด้วยอารมณ์กึ่งรำคาญกึ่งโมโห เพราะแม่นี่น่ะตะโกนโหวกเหวกเสียงดังลั่นไปทั่วอย่างกับประกระกาศให้ทั้งอำเภอรู้อย่างนั้นแหละ

 

“ ถ้าเลิกยุ่ง อาร์มเขาคงไม่บอกกูว่าจะจริงจังกับมึงหรอก!!!! “

 

“ เขาก็บอกกูเหมือนกันแหละอีบ้า! แต่กูไม่เอา! กูเลิกยุ่งไปแล้ว!เลิกเมื่อกี้หมาดๆก่อนจะออกมากัดกับมึงต่อเนี่ย! “

 

ฉันกอดอกขมวดคิ้วหลิ่วตามองยัยบ้านี่ด้วยอารมณ์กึ่งรำคาญกึ่งโมโห เพราะแม่นี่น่ะตะโกนโหวกเหวกเสียงดังลั่นไปทั่วอย่างกับประกระกาศให้ทั้งอำเภอรู้อย่างนั้นแหละ..แต่ทว่าพอฉันเริ่มเสียงดังกลับไปบ้างก็ดันมีคนผ่านมาเจอเข้าพอดีเลยรีบห้าม..คนๆนั้นคือพวกพี่พีชนั่นเองค่ะ เขาคงจะมาเที่ยวที่คลับตามประสา

 

“ เฮ้ยๆ..ใจเย็นๆ “ พี่กวินเดินมายืนอยู่ตรงกลางระหว่างฉันกับยัยบ้านี่

 

“ แสนหวานมีอะไรเหรอ? “ พี่พีชถาม

 

“ คนบ้ามาหาเรื่องค่ะ “ ฉันตอบแล้วปรายตาไปมองที่ผู้หญิงคนนี้ทันที

 

“ อาร์มไม่มีวันเอามึงหรอก เขารักกู..มึงก็แค่ของเล่น! “

 

“ คุณครับ ใจเย็นก่อน..ค่อยๆพูดกันดีๆก็ได้ “ พี่ภาคภูมิเอ่ยขึ้น

 

“ คุณอย่ายุ่งได้ปะ?! “ ยัยบ้านี่สวนกลับอย่างไม่ใยดี

 

“ เลิกละครได้ยัง? นี่ปีสองพันสิบเก้าแล้วนะ.. “ ฉันพยายามใจเย็นทั้งๆที่ตอนนี้เดือดยิ่งกว่าน้ำในหม้อกะทะทองแดงเสียอีก

 

“ สองพันสิบเก้าก็ตบหน้ามึงได้เหมือนกัน! “

 

“ ใจเย็นดิคุณ เป็นผู้หญิงด้วยกันตีกันได้ไง “ พี่เขตแดนพยายามพูดให้พวกเราใจเย็นลง แต่มันไม่ช่วยอะไรเลย แถมฉันก็แอบได้ยินแว่วๆเหมือนพวกเขาที่เหลือกำลังพยายามที่จะติดต่อใครบางคนอยู่..ใครบางคนที่ไม่ได้อยู่ตรงนี้

 

..พี่เพลย์

 

“ ..ที่อาร์มลังเลไม่กลับมาหากู! ก็เพราะมึงนั่นแหละ! “

 

“ พูดเท่าไหร่ก็ไม่ฟัง มึงจะเอาไง?! “

 

“ เอาเลือดหัวมึงออกก่อนเลยอย่างแรก! “ ยัยบ้านี่ตะโกนออกมาด้วยอารมณ์โกรธจัด จะให้พูดอะไรอธิบายอะไรก็คงไม่เป็นผลแล้ว เพราะแม่นี่ไม่ยอมฟังอะไรเลยแม้แต่อย่างเดียว เอะอะก็จะตีกันให้ได้

 

“ เฮ้ยคุณ! เขาตัวเล็กกว่านะเว้ย! “ พี่ชยินห้ามปรามอีกฝ่ายโดยที่ไม่รู้เลยว่าจริงๆตอนนี้ นาทีนี้ ฉันไม่เหลือความอดทนอะไรอีกต่อไปแล้ว..อยากปะทะมากก็มาเลย!

 

“ จะตบก็เปิดเลยดิ! อย่าพูดมาก! “

 

“ ไรนะ?! / ห้ะ?! / เฮ้ย!? “ พี่ชยินและเพื่อนๆหันมาอุทานพร้อมกันทันทีที่ได้ยินประโยคนั้นจากปากฉัน..พวกเขาคงไม่คิดสินะว่าคนแบบฉันจะมีมุมแสบๆแบบนี้ได้ หึ แต่กว่าจะหายอึ้งกัน..ยัยโรคจิตนี่ก็พุ่งมาใส่ฉันเป็นที่เรียบร้อยแล้วล่ะ

 

ไม่ต้องถามว่ายังไงต่อ ก็ตีกันยับนั่นแหละ..แต่ยัยบ้านี่มันค่อนข้างจะตัวสูงกว่าตัวใหญ่กว่าหน่อยเลยได้เปรียบลากจิกหัวฉันออกไปกลางลานจอดรถ เอาซะสะดวกต่อการเปิดเวทีมวยกันสองคน

 

“ จับแยกก่อนไอ้สัสสสสส! “ เสียงใครบางคนตะโกนอย่างลนลาน

 

“ ทำไงวะ?! “

 

“ ก็แยกอะ! ดึงออกมาไง!! “

 

พวกพี่พีชเขาก็วิ่งตามมาห้ามนะคะ แต่ก็นานโขอยู่กว่าจะจับเอาตัวฉันกับยัยบ้านี่ออกจากหันได้ก็คงลำบากลำบนทุลักทุเลเอามากๆ เพราะด้วยความเป็นผู้หญิงผมยาวกันทั้งคู่ก็คือจิกหัวกันไม่หยุดค่ะ กว่าพวกพี่แกจะง้างมือฉันออกจากหัวอีกฝ่ายได้ก็แทบแย่

 

“ แน่จริงมึงเข้ามา! “

 

“ มึงอย่าหลบแล้วกัน!! “ ฉันที่กำลังเลือดขึ้นหน้าพยายามจะง้างมือพุ่งเข้าไปยัยบ้านั่นอีกรอบ แต่โดนจับเอาไว้ก่อน

 

“ แสนหว๊านนนนน ใจเย็น! น้องง! พี่ขอออ! 😂

 

พี่กวินพอจับฉันแยกจากยัยบ้านั่นได้ก็ล็อกแขนไว้เลยค่ะ แต่เหมือนจะไม่ได้แน่นหนาอะไรมากเพราะฉันเองก็ดิ้นหลุดได้เป็นพักๆ..ส่วนยัยนั่นก็โดนการ์ดตามมารวบเอาไว้ไม่ต่างกันเท่าไหร่หรอก

 

“ พ่อมายังวะ?! “ ใครบางคนถาม

 

“ ไม่รู้ไอ้เหี้ยยยย “ ใครบางคนตอบ

 

บรืนนน! เอี๊ยดดด!

 

และแล้ววินาทีนั้นเองที่ทุกคนกำลังถกเถียงกันอย่างไม่มีใครยอมใคร เสียงเครื่องยนต์ของรถซูเปอร์คาร์คันหรูก็ดังอื้ออึงไปทั่วพร้อมกับเสียงเบรคของล้อที่เล่นเอาฝุ่นบนพื้นกระจายตลบอบอวน..ร่างสูงโปรงของคนผู้หนึ่งเปิดประตูลงจากรถคันหรูมาด้วยความเร่งรีบ แววตาของเขามันช่างร้อนใจ หงุดหงิด และหัวเสียอยู่ไม่น้อยเลยจริงๆ..เขาคนนั้นคือพี่เพลย์

 

“ สัส พ่อมึงมาโน่นละ! “ พี่ชยินว่า

 

“ ........ “ ชายร่างสูงในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำสนิทเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าฉันนิ่งๆ ก่อนจะลอบถอนหายใจอย่างเหนื่อยๆ

 

“ กว่าจะถึง! กูใจหายใจค่ำกี่รอบมึงรู้ไหม??? “ พี่พีชทักท้วง

 

“ มีเรื่องอะไร? “ พี่เพลย์ถาม

 

“ อยู่ๆยัยบ้านี่ก็ตามมาหาเรื่องบอกให้ฉันเลิกยุ่งกับแฟนมันทั้งๆที่ผู้ชายก็เลิกกับมันไปตั้งนานแล้วก่อนมาคุยกับฉันเงี้ย!? พอฉันบอกว่าเลิกยุ่งแล้วไม่ได้คุยอะไรด้วยแล้วก็เป็นประสาทจะตบจะมีเรื่องให้ได้ก็เลยตบแม่ง! “ ฉันตอบ

 

“ เพราะมึง!! อาร์มถึงไม่กลับมา! มึงมันมารยา! “ ยัยบ้านั่นตะโกนแทรกมาหน้าด้านๆทำให้พี่เพลย์ที่ดูเหมือนจะอารมณ์เสียอยู่เป็นทุนเดิมแล้ว เดือดปุดๆเข้าไปอีก

 

“ หุบปาก.. “ ร่างสูงตรงหน้าเอ่ยเตือนอีกฝ่ายอย่างข่มอารมณ์ และแน่นอนล่ะว่ายัยนั่นรู้จักผู้ชายแบบพี่เพลย์น้อยเกินไป..หากสั่งแล้วไม่ทำอย่างเคร่งครัดล่ะก็มีหวังจะอายุสั้นแบบไม่ทันตั้งตัว

 

“ ไม่ใช่เรื่องของคุณ! “

 

“ กูบอก..ให้หุบปาก! “

 

“ มึงนั่นแหละ! อย่าสาระแน! “

 

ฟืบ! แกร๊ก!!

 

ร่างสูงตรงหน้าลอบถอนหายใจอีกครั้งก่อนจะไขว้มือไปชักอาวุธปืนที่เหน็บติดตัวออกมาพร้อมดึงสไลด์ออกเสียงดังแกร๊ก! ปลายกระบอกอาวุธสุดอันตรายจ่อไปที่ศรีษะของยัยนั่นนิ่งๆ เป็นการเตือนครั้งสุดท้ายว่าถ้าหากยังปากดีไม่เลือก..ลูกตะกั่วขนาดเก้ามอมอจะเข้าไปฝังอยู่ในก้อนสมองโง่ๆของมันทันที

 

“ อ..อย่า “ น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าว ตอนนี้สั่นเทาตะกุกตะกัก แววตาที่เคยแกร่งกล้า..ตอนนี้ตื่นกลัวและลนลานไปหมด

 

“ อย่าเหรอ? หึ “

 

“ ..ฉ ฉันไม่ได้ตั้งใจ “

 

“ ลองยิงดูสักนัดเป็นไง..เผื่อมึงจะรอด “ ร่างสูงแค่นยิ้มออกมาอย่างขื่นขม ก่อนกดปลายกระบอกปืนลงแนบชิดกลางหน้าฝากยัยนั่น

 

“ อย่ายิง..อ อย่านะ “

 

“ มึงตบคนของกูเพราะหวงผัวเก่า แล้วทำไมกูจะยิงกบาลมึงเพราะหวงคนของตัวเองบ้างไม่ได้?! “

 

“ เชี่ยเพลย์..ใจเย็นก่อน “ พี่พีชเขาพูด แต่เขาไม่ได้เดินเข้าไปห้ามหรอกค่ะ..เพราะห้ามไปก็เท่านั้น ฝาแฝดคนนี้น่ะหัวรั้นกว่าใคร พูดให้ตายแต่ถ้าอีกฝ่ายจะลั่นไกซะอย่าง ยังไงการปรามก็ไม่มีประโยชน์..ใครๆต่างบอกว่าเขาเด็ดเดี่ยว และอำมหิต ไม่ใช่ว่าได้ฉายามาเพราะคาแรคเตอร์หรอกค่ะ..เรื่องจริงล้วนๆ

 

“ อย่ามายุ่งกับคนของกูอีก.. “

 

“ ....... “

 

“ กูพูดครั้งเดียว! “

 

“ ....... “ ร่างของหญิงสาวสั่นเทาด้วยความหวาดตัว สายตาหลุบต่ำไม่กล้าสบมองเข้าของปืนกระบอกนั้น..หยดน้ำตาเริ่มเอ่อล้นออกมาจากจิตใต้สำนึกที่ยังรักตัวกลัวตาย สองแขนที่ถูกการ์ดจับล็อกเอาไว้ยังคงแน่นอนหนาไม่มีท่าทีว่าเขาจะปล่อยมันไปง่ายๆ..ต่างจากฉันที่พี่กวินยอมผละออกไปทันทีที่เห็นว่าพี่เพลย์มาถึง

 

หมับ!

 

เขาลดปลายกระบอกปืนลงแล้วยืนมันให้พี่พีชถือเอาไว้ ฝ่ามือหนาคว้าข้อมือน้อยๆของฉันเอาไว้แล้วลากออกมาจากตรงนั้นทันที..เขาจับฉันยัดใส่รถซูเปอร์คาร์คันหรูไม่ยอมพูดยอมจาอะไร ทำเพียงขับรถเงียบๆ ขับไปเรื่อยๆไม่รู้ว่าจะไปที่ไหนกันแน่

 

ฉันมีแผลที่เป็นรอยแดงจากการโดนข่วนนิดหน่อย ผมยุ่งเบาๆ และแน่นอนว่าได้แผลแตกที่มุมปากแบบเลือดซิบมาด้วยเพราะถูกยัยบ้านั่นตบไปสองฉาดเน้นๆ..ดีนะที่ฉันเอาคืนมันคุ้มกว่า ไม่อย่างนั้นล่ะเจ็บตัวฟรีแน่

 

“ คุณ.. “

 

“ อื่ม “ เขาขานรับน้ำเสียงอื้ออึน

 

“ จะไปไหน? “

 

“ ร้านขายยา.. “

 

“ จะให้ทำแผลเหรอ? “

 

“ หรือจะไปโรงบาล? “ พี่เพลย์ชะลอรถจนกระทั่งหยุดนิ่งเพราะติดไฟแดง คนตัวโตหันมามองฉันนิ่งๆแล้วเอ่ยถามอย่างมีทางเลือกให้

 

“ ไม่เอาอะ ขืนไปต้องมีข่าวแน่.. “

 

“ อื่ม “

 

“ คุณ เป็นอะไรรึเปล่า? “ ฉันตัดสินใจถามเพราะเขาดูเงียบจนผิดปกติน่ะสิ

 

“ แค่กำลังคิด..ว่าเธอไม่เหมือนเธอ “ พี่เพลย์ออกรถตามสัญญาณไฟสีเขียว สายตาทอดมองออกไปบนถนนอย่างล่องลอย ถ้อยคำนั้นมันราวกับประโยคคำถามที่มีประโยคบอกเล่าปะปนอยู่ด้วย..แต่ใครเล่าจะรู้ว่านั่นคือเขากำลังหาเรื่องดุฉันอยู่

 

“ ฉันตอนนี้กับฉันเมื่อสี่ปีที่แล้ว..มันไม่มีทางเหมือนกันหรอก “

 

“ รู้ แต่แค่ตกใจ.. “

 

“ ตกใจเรื่อง? “ ฉันหันไปถาม

 

“ เธอดูพร้อมบวกกับทุกคนตลอดเวลา.. “

 

“ แต่คุณน่ะ ดูพร้อมจะฆ่าคนได้ตลอดเวลาเลย “

 

“ ..ก็ไม่ชอบเห็นเธอเจ็บ “ เขาตอบกลับมานิ่งๆ สายตาเหลือบมองมาที่ฉันเล็กน้อยก่อนจะหักหัวรถเลี้ยวไปจอดที่ร้านขายยาข้างทาง..ฉันได้แต่นั่งเงียบไม่ได้โต้ตอบอะไรกลับไป พวงแก้มเริ่มรู้สึกถึงความร้อนผ่าวจนต้องรีบยกมือทั้งสองมาทาบทับเอาไว้เพื่อดูดซับเอาความร้อนนั่นออก

 

พี่เพลย์ลงจากรถแล้วหายเข้าไปในร้านขายยาราวๆสิบนาที ก่อนจะกลับออกมาพร้อมกับถุงในมือที่เดาๆก็อาจจะเป็นพวกสำลีแอลกอฮอล์ หรือพวกอุปกรณ์ทำแผลนี่แหละ

 

กึก!

 

พี่เพลย์เปิดประตูรถแล้วยื่นถุงนั่นมาให้ฉันถือแล้วปิดประตูทันที ซึ่งตอนแรกฉันเข้าใจว่าเขาน่ะแค่ซื้อให้ แล้วที่เหลือฉันก็ทำต่อเอง..แต่ที่ไหนได้ล่ะ จู่ๆพี่แกก็เปิดไฟในรถแล้วเอื้อมมือมาดึงเอาถุงใบนั้นไปจากฉันเฉยเลยน่ะสิ

 

“ เดี๋ยวๆ คุณจะทำอะไร? ฉันจัดการเองได้.. “

 

“ เธอมองไม่เห็นหรอก “

 

“ คุณเป็นมนุษย์ยุคหินเหรอที่พออยากเห็นตัวเองก็ต้องไปชะโงกดูเอาในแม่น้ำน่ะ? -.- “ ฉันกำลังเปรียบเปรยว่าถ้าอยากเห็นแผลชัดๆก็แค่ยกกระจกขึ้นมาส่อง ไม่เห็นต้องลำบากเขาเลย เฮ้อ..แต่ดูเหมือนว่าจอมเอาแต่ใจจะไม่ยอมง่ายๆน่ะสิ

 

“ ก็รู้ว่ามีกระจก แต่มันไม่ถนัดไง.. “

 

“ ทำได้น่าคุณ..ฉันดูแลตัวเองได้ “

 

“ เธอช่วยแกล้งโง่ แกล้งอ่อนแอบ้างจะได้ไหม? “

 

“ เอ้า..อะไรเนี่ย? “

 

“ อยากดูแลบ้าง.. “

 

“ ....... “ หัวใจดวงน้อยค่อยๆเต้นแรงขึ้นเรื่อยๆทันทีที่ได้ยินพี่เพลย์พูดแบบนั้น..ใบหน้าที่เรียบเฉย และสายตาสุดจะแน่นิ่งของเขามันยากเกินจะคาดเดาได้..สำหรับคนอื่นเขาเป็นตัวอันตราย เป็นคนที่ไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยว แต่ดูสิ่งที่เขาทำกับฉันสิ..ช่างสวนทางกับคำเล่าลือพวกนั้นราวกับเป็นคนละคนกัน

 

“ นี่ถ้าเมื่อกี้แกล้งบีบน้ำตาสักนิด ฉันกอดเธอจมอกไปแล้ว.. “

 

“ ........ “

 

“ เฮ้อ..แต่ช่างเถอะ หันหน้ามาให้ทำแผลก่อนมา “

 

“ พรุ่งนี้เปิดเทอมแล้ว.. “

 

“ อื่อ..ทำไม? “

 

“ ขี้เกียจขับรถมาก “

 

“ ไปเรียน..อย่าขี้เกียจดิ “ จะมาดุอะไรตอนนี้วะเนี่ย? เป็นคนขอให้ฉันแกล้งโง่ เพราะอยากดูแล แต่พอฉันโง่ให้ก็ดันดูไม่ออกอีกให้ตายเถอะ..

 

😑

 

“ ไม่ต้องมาทำหน้าบูด ขี้เกียจยังไงก็ต้องไปเรียน..จะจบแล้วไม่ใช่เหรอ? “ อะ ยังไม่รู้ตัวอีก!!

 

“ เฮ้อ อยากกรี๊ด.. “

 

“ แล้วกรี๊ดทำไม? มีเหตุผลหน่อย..อย่าเอาแต่ใจดิ “ ไม่ได้เอาแต่ใจ! ที่บอกว่าขี้เกียจเพราะอยากให้มารับโว๊ยยยยย!!

 

( ถอนหายใจ กรอกตามองบน )

 

“ ถ้ามันขี้เกียจขับรถขนาดนั้น เดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันไปส่งเอง..โอเคไหม? “

 

“ จ้าาาา!! โอเคคคค!! - - “

 

“ เออ ก็แค่เนี่ย..งอแงเป็นเด็ก “

 

“ เฮ้อ.. “ อยากกรี๊ดโว๊ยยยยยยยย!! โมโหคนซื่อบื้อ!!

 

——————————————-

#เหนื่อยใจแทนแสนหวานนะคะ55555555555

ความคิดเห็น