ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เพราะนายคือของฉัน ตอนพิเศษ : เรื่องหลอนๆ ในคืนวันเพ็ญ

ชื่อตอน : เพราะนายคือของฉัน ตอนพิเศษ : เรื่องหลอนๆ ในคืนวันเพ็ญ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.5k

ความคิดเห็น : 18

ปรับปรุงล่าสุด : 11 พ.ย. 2562 16:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เพราะนายคือของฉัน ตอนพิเศษ : เรื่องหลอนๆ ในคืนวันเพ็ญ
แบบอักษร

 

เรื่องหลอนๆ ในคืนวันเพ็ญ 

 

 

 

 เป็นเพราะวันสิ้นเดือนตุลาคมต่างคนต่างติดภารกิจส่วนตัว งานวันฮาโลวีนที่ตั้งใจไว้เลยจำเป็นต้องพับเก็บโปรเจคไปแบบน่าเสียดาย แต่แล้วก็ได้ผู้ใหญ่ใจดีอย่างแม่ของพี่แทม ที่คิดจัดงานย้อนหลังให้ โดยงานจะจัดขึ้นที่บ้าน ซึ่งเป็นการจัดแบบรวบสองงานในวันเดียว นั่นคือวันฮาโลวีนและวันลอยกระทง ดังนั้นธีมที่ถูกบรีฟผ่านสายโทรศัพท์มา คือการแต่งตัวเป็นผีมาลอยกระทงที่สระน้ำอย่างปีก่อน ผมละอยากรู้จริงๆ ว่างานมันจะไปไหนทางไหน ไทยกับเทศมารวมกันจะกลมกล่อมหรือฮาขนาดไหน

 

ที่แน่ๆ เงินรางวัลชุดยอดเยี่ยมต้องเป็นของผมคนนี้เช่นเดิม ฟันเฉาะ เอ้ย ฟันธง ฟันเฟิร์ม 

 

“พี่โชว่ากลอยจะได้รางวัลไหม” แม้จะมั่นใจในคอสตูมของตัวเอง แต่ก็อดไม่ได้ที่จะถาม ผมเหล่หางตามองไปยังคนที่กำลังขับรถด้วยใบหน้าเคร่งเครียด คิ้วเข้มขมวดเป็นปมตั้งแต่ก้าวขาออกจากห้อง แถมยังเอาเสื้อแขนยาวตัวเองมาคลุมหัวผมตลอดการเดินออกจากคอนโดอีก ไม่รู้เป็นอะไรของเขา ผมเกือบล้มตอนออกลิฟต์ด้วย นึกแล้วก็ยังเคืองไม่หาย “พี่โช กลอยถามได้ยินไหม”

 

“น่าจะได้มั้ง” คำตอบที่ได้ ดูเหมือนตอบไปทีจนแทบอยากยื่นมือไปตี แต่ติดที่ว่าทำไปแล้ว อาจโดนทบต้นทบดอก เลยได้แต่ส่งเสียงฮึดฮัดจนพี่โชถอนหายใจเฮือกใหญ่ ตาคู่ดุหันมามองผมในขณะที่รถจอดติดไฟแดง “ทำถึงขนาดนี้แล้ว ไม่ได้ให้มันรู้ไป”

 

“พูดแบบนี้น่าให้รางวัล” ว่าแล้วก็จะทำท่ายื่นหน้าไป ติดตรงพี่โชรีบชี้นิ้วสั่งพร้อมถลึงตาใส่แทบจะทันที

 

“อย่าขยับนะ นั่งนิ่งๆ ไปดีแล้ว” 

 

“นี่พี่โช...รังเกียจกลอยเหรอ”

 

“เออ”

 

ตอบซะไม่รักษาน้ำใจกลอยประเกรียนสุดหล่อแม่นเว่อร์คนนี้เลย น้อยใจชะมัด พอเห็นผมทำปากเป็ด พี่โชก็ขำออกมาพลางยื่นมือมาจะขยี้หัว แต่ก็ชะงักแล้วชักมือกลับ นี่รังเกียจจริงๆ ใช่ไหมเนี่ย

 

ผมเบ้ปากพลางเสหน้ามองแสงไฟท้ายรถด้านหน้าที่จอดรอการจ่ายเงินค่าทางด่วนแทน ค่ำคืนที่รถรายังแออัดราวกับปลากระป๋องตราสามพ่อครัว แม้จะน่าเบื่อแต่ก็ต้องทำใจให้ชินเพราะเจอแบบนี้มาทุกวัน เมื่อรถคันข้างหน้าออกตัวไปแล้ว พี่โชก็ค่อยๆ เลื่อนรถตัวเองไปจอด ด้วยความสงสัยว่าทำไมพี่พนักงานในตู้ถึงก้มๆ เงยๆ หรี่ตามองเข้ามาในรถหลายครั้ง ผมเลยขยับตัวยื่นหน้าไปฝั่งพี่โช พอพี่พนักงานที่นั่งในตู้หันมาเห็นถึงกับเบิกตาโตแล้วอุทานลั่นตู้จนผมสะดุ้ง พี่โชเหลือบมามองก่อนยกฝ่ามือดันหัวผมให้กลับไปนั่งที่ตามเดิม แล้วออกรถมา  

 

“พี่เขาเป็นอะไรอะ” เอ่ยถามออกมาด้วยความสงสัย พี่โชปรายตามองผมนิดๆ ก่อนส่ายหน้า “สงสัยจะปวดขี้”

 

“พี่เขาไม่ใช่กลอยนะ” 

 

“กลอยมันทำไม พูดดีๆ นะ”

 

“ก็ปวดขี้ตลอด” 

 

“ไม่ได้ปวดตลอดสักหน่อย บางครั้งแค่นั้น”

 

“เหรอ”

 

“ใช่ พี่โชพูดมากว่ะ รีบๆ ไปเลย ป่านนี้คนเต็มงานแล้ว” พูดไปงั้นแหละ เพราะหาคำพูดมาเถียงไม่ได้ในเมื่อมันคือเรื่องจริง ก็คนปวดขี้มันห้ามได้ที่ไหนเล่า 

 

กว่าจะขับรถถึงบ้านพี่แทมก็ใช้เวลาเกือบชั่วโมง บ้านหลังใหญ่ที่แสนคุ้นเคย เมื่อก่อนมาบ่อยมาก ทั้งมากับพี่โชและแอบมาคนเดียว (อันหลังนี่ห้ามบอกปีศาจเชียวนะครับ) ตอนนี้หน้าบ้านตกแต่งแสงไฟเป็นสีๆ รวมทั้งไฟกระพริบ ตรงหน้าบ้านมีป้ายที่เขียนชี้บอกทางที่ใช้สีแดงเขียนดูเหมือนงานฮาโลวีน แต่มีรูปกระทงอยู่รอบๆ ดูแปลกแต่ก็เข้ากัน

 

“ไงพวกมึง มาช้านะ” เสียงทักดังจากด้านหลัง ผมที่เพิ่งลงจากรถก็หันไปยิ้มแป้นพลางโบกมือทักทาย แต่กลับได้คำอุทานตอบกลับมาพร้อมใบหน้าตื่นตกใจ “เหี้ย!”

 

“นี่กลอยไม่ใช่เหี้ย” พี่โชถึงกับขำพรืด คนทักดูลังเลนิดๆ ก่อนจะเดินมาวนรอบตัวผม (แบบห่างๆ) 

 

“นี่ไอ้กลอยจริงๆ เหรอวะเนี่ย แม่งเอ้ย ขนลุกสัด” พูดจบก็ยื่นแขนมาให้ดูเป็นภาพประกอบว่าไม่ได้โม้ 

 

“เข้างานได้แล้วมึงน่ะ มาช้ายังพูดมากอีก” 

 

“มึงก็ไม่ต่างจากกูเลยไอ้โช”

 

“กูจอดรถก่อนมึง”

 

“มึงแซงกูตรงปากซอยไอ้สัด”

 

“มึงมันอ่อนเอง”

 

“อ่อนพ่อมึงสิ”

 

    ผมเดินตามหลังพลางขำออกมา เมื่อมองพี่โชเถียงกับเพื่อนตัวเอง เป็นคนไม่ยอมใครเหมือนเดิม แม้แต่ผมบางทีก็เถียงจนตัวเองชนะ เอาใจยากนะครับบอกเลย พวกเราสามคนเดินเข้ามาในงานตามป้ายบอกทาง ยิ่งใกล้ก็ยิ่งเห็นคนที่มางานแต่งตัวเป็นผีหลากหลายเชื้อชาติ ทั้งไทย ทั้งเทศ บางคนก็น่ากลัว บางคนก็น่ารักคิกขุ เป็นวันลอยกระทงที่มีผีเยอะจริงๆ 

 

“ไงเพื่อนๆ ท่านยมสุดหล่อมากแล้ว” 

 

    ผมละความสนใจจากบรรยากาศรอบตัวไปมองคนที่พี่ตินทัก คนกลุ่มใหญ่ยืนคุยกันอย่างออกรสรวมทั้งเพื่อนๆ ของผมด้วย ซึ่งแต่ละคนแต่งตัวจัดเต็มสุด คงหวังเงินรางวัลเหมือนกันสินะ ผมบอกแล้วว่าวันนี้จะมีเงินรางวัล แต่จำนวนมากกว่าปีที่แล้วหนึ่งเท่า ที่หนึ่งได้ตั้งสองหมื่นเชียวนะครับ ไม่ใช่น้อยๆ เพราะแบบนี้ผมเลยต้องจัดคอสตูมแบบท็อปฟอร์ม เข็ดกับลอยกระทงปีก่อนที่ถูกพี่แทมแบ่งครึ่งไป แถมเงินที่ได้ยังต้องเอาไปใช้คืนค่าชุดที่ทำเปียกอีก ดังนั้น ปีนี้ต้องเป็นของผมคนเดียว (ชูกำปั้นดั่งเทพีสันติภาพ) 

 

“มาช้านะพวกมึง แล้วมึงเป็นผีอะไรไอ้ติน” พี่ซันทักเพื่อนตัวเอง วันนี้เทพบุตรแสนใจดีแต่งเป็นซอมบี้ด้วยเสื้อผ้าขาดๆ หน้าขาวถูกป้ายให้ขาวกว่าเดิม มีการแต้มสีแดงให้เหมือนเลือดไหลออกจากปากสองข้าง ซึ่งแน่นอนว่าพี่จอมก็ต้องแต่งเหมือนกัน

 

“กูเป็นท่านยมเว้ย ระวังให้ดี กูจะลากผีเหี้ยๆ อย่างพวกมึงลงนรก” 

 

“ลากตัวมึงลงไปก่อนเถอะไอ้ห่า แล้วมึงเป็นผีอะไร กูไม่เห็นมึงแต่งอะไร เห้ย!” พี่ซันเปลี่ยนมาถามพี่โช ก่อนเบิกตาโตเมื่อเห็นผมยืนก้มหน้าก้มตาอยู่ด้านหลัง “นั่น...”

 

“มึงตกใจเหมือนกูเลยไอ้ห่า” พี่ตินเสริม และนั่นก็ทำให้กลุ่มที่ยืนคุยหันมาสนใจ โดยพี่จอมเดินปรี่เข้ามาหาผม มือยื่นมาจะจับ แต่ก็ชักกลับอยู่หลายรอบ อาการเดียวกับพี่โชเป๊ะ

 

“นี่มึงจัดเต็มเกินไปไหมวะไอ้เกรียน แม่งกูขนลุกสัด” พี่จอมเบะปากทำหน้าตาขยะแขยงผมสุด 

 

“มึงลงทุนเกินไปแล้ว” ไอ้ทูเดินแทรกเข้ามา หน้าตาดูน่ากลัวกว่าปกติ คงเพราะมันแต่งหน้าเป็นโครงกระดูก บนหัวมีตะปูอันใหญ่ปักอยู่ (มันคือที่คาดผมตะปู)

 

คู่แข่งผมน่ากลัวกันทุกคนเลยว่ะ 

 

“มึงก็ลงทุนไม่ต่างจากกูเลยไอ้ห่า” ผมว่าอย่างเซ็งๆ โดยมีมือไอ้อัธมาตบบ่าเบาๆ พอหันไปหากลายเป็นมือผีที่มีหนอนปลอม เอาซะผมสะดุ้งกระโดดหนี คนทำหัวเราะอย่างชอบใจที่แกล้งผมได้ “ไอ้เพื่อนชั่ว”

 

“มึงกลัวหนอนปลอมกูทำไม ในเมื่อหน้ามึง หัวมึง ตัวมึงมีหนอนจริงอยู่ไอ้ห่ากลอย” ไอ้อัธว่าอย่างขำๆ “มันกินได้หรือเปล่าวะ” 

 

“ได้ดิ่ กูกินมาตลอดทาง” ว่าแล้วก็ล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงด้านในแล้วหยิบออกมา 

 

“เชี่ย มึงเอามาจากไหน” คราวนี้ไอ้ทูปรี่เข้ามาหยิบ รวมทั้งพี่ตินที่โผล่มาแจมแบบเงียบๆ ต่างจากพี่จอมที่มองอย่างกลัวๆ

 

“จากเชียงใหม่” ตอบพร้อมรอยยิ้ม ก่อนจะค่อยๆ เจื่อนลงเมื่อรู้สึกถึงกระแสพลังบางอย่างกำลังจ้องมองมา และก็จริงเมื่อมองไปยังคนที่ยืนข้างผีซอมบี้หน้าขาว พี่โชตีหน้านิ่ง คิ้วเริ่มขมวด จนผมต้องรีบเปิดประเด็นใหม่ “มึงว่าหน้ากูควรเพิ่มอีกไหมวะ”

 

“แค่นี้ก็น่ากลัวแล้วไอ้สัด กูว่ากูจัดหนักแล้วนะ เจอมึงเข้าไป กูยอม” ไอ้ทูออกความเห็นคนแรก 

 

“ถ้าเจอที่มืดๆ กูวิ่ง” ไอ้อัธเสริม มันเหมือนเป็นคำชมที่ทำเอาผมใจชื้นขึ้นมา “แต่งหน้าเละเหมือนจริงโคตรๆ มีหนอนด้วย กูยอมเลย” ไม่ว่าเปล่า ยังใช้นิ้วจิ้มๆ แผลที่แก้มผมอีก และมันคงจะจิ้มนานกว่านี้หากไม่มีเสียงกระแอมดังขัด 

 

“กูให้พี่ผิงแฟนพี่กิ่งแต่งให้เว้ย พี่เขาโคตรเก่ง”

 

“แล้วชุดนอนกระโปรงขาวนี่ล่ะ”

 

“นี่พี่เขาก็หาซื้อมาให้กู” 

 

“อยากได้รางวัลแต่แม่งไม่ลงทุนเลยไอ้ห่า” พี่ตินพูดแขวะทั้งที่หนอนทอด (รถด่วน) ของผมยังอยู่เต็มปาก ก่อนโวยวายเมื่อผมเก็บใส่กระเป๋ากางเกงตามเดิม “ไอ้กลอยอย่างก” 

 

“นี่มันพร๊อบของผม ถ้าพี่กินหมดแล้วจะเอาที่ไหนมาเติม” 

 

“มึงมันขี้งกเหมือนไอ้โช” หาเรื่องเพื่อนตัวเองเฉย ดีที่พี่โชไม่ได้สนใจเพราะกำลังคุยกับพี่ซันอยู่ 

 

จะว่าไปผมยังไม่เห็นพี่แทมเลย ไม่รู้จะเป็นผีชาติไหน นี่ผมไม่ได้พูดหาเรื่องนะครับ แค่อยากรู้ว่าจะเป็นผีชาติไหนเท่านั้นเอง นี่ไม่ได้ด่านะ

 

“เข้าไปที่จัดงานเถอะ กูหิวแล้ว” พี่จอมพูดจบก็รีบเดินปาดซ้ายปาดขวาหนีผมที่เดินเข้าไปใกล้ ปากตะโกนด่าอยู่ตลอด “มึงอยู่ไกลๆ ตีนกูเลยไอ้ห่าเกรียน อย่ามาใกล้กู!” 

 

“พี่กลัวผมเหรอ” เหมือนเห็นประกายดาวอยู่ตรงหางตาตัวเอง (โม้ไปงั้น) “พี่จอมครับ” กลัวนักก็แกล้งซะเลย ยิ่งเดินหนี ผมก็ยิ่งซอยเท้ายิกๆ เข้าไปใกล้อ้าแขนทำท่าจะรวบกอด “พี่จอม”

 

“หนอนมึงหล่นเต็มพื้นแล้วไอ้เหี้ย” คนวิ่งหนีชี้มือมั่วซั่วไปหมด และพอผมหยุดวิ่งแล้วหันหลังไปดูก็เห็นหนอนรถด่วนทอดร่วงเต็มพื้นจริงๆ “มึงจัดการเด็กมึงด้วย แกล้งกู”

 

“ก็มึงไปแหย่กลอยทำไม” เน้ พี่โชเข้าข้างผมเว้ย ผมแลบลิ้นปลิ้นตาใส่แต่ก็ต้องรีบงับเมื่อมีคำถามเย็นๆ ดังข้างหู “เอาของฝากจากเชียงใหม่มาจากไหน” 

 

“ก็...จากพี่โอ๊ต” ส่งยิ้มแหยๆ ส่งให้ แต่อีกฝ่ายกลับนิ่งอย่างเดียวเลยต้องรีบอธิบายเพิ่มเติม “พอดีพี่โอ๊ตมาประชุมเลยแวะเอามาให้”

 

“ตอนไหน ทำไมพี่ไม่รู้เรื่อง”

 

“เมื่อวานตอนเที่ยง”

 

“กลอยไม่เห็นบอกพี่เลย” 

 

“พี่โชไม่อยู่นี่นา แล้วก็เจอกันแป๊บเดียวเอง”

 

“จะแป๊บเดียวหรือว่านาทีเดียวก็ต้องบอก”

 

“โอเค รับทราบ” ทำท่าตะเบะเหมือนทหารจนพี่โชขำ “พี่โชเอาหนอนแปะหน้าเพิ่มให้หน่อย” เมื่อกี้ตอนวิ่งไล่พี่จอมร่วงไปเยอะ 

 

ผมล้วงหนอนรถด่วนทอดออกมาให้พี่โชแปะไว้ที่หน้า พี่ผิงลงทุนหาวิธีแต่งหน้าเละจากในเน็ตเพื่อมาแต่งให้ผม ซึ่งก็เหมือนจริงจนผมเห็นครั้งแรกยังตกใจหน้าตัวเอง ทั้งแก้ม หน้าผาก คอ แล้วก็แขน ล้วนแล้วแต่มีแผลจากการตกแต่งให้เป็นแผลเหวอะ ตอนแรกก็มีแค่นั้น พอดีเห็นกระปุกหนอนรถด่วนที่ได้จากพี่โอ๊ตเลยเพิ่มแผนความสยอง แผลเน่าก็ต้องคู่กับหนอน จะใช้หนอนจริงก็ดูน่ากลัวมากไปหน่อย ใช้รถด่วนนี่แหละ แถมอิ่มท้องด้วย หิวก็จับกิน แน่นอนว่าแผลพวกนี้พี่โชเห็นครั้งแรกก็อึ้งจนพูดไม่ออก ก็บอกแล้วว่าปีนี้ผมนอนมาแน่นอน

 

ส่วนชุดผีก็เป็นชุดนอนกระโปรงยาวสีขาวถูกป้ายด้วยสีแดงสดคล้ายกับเลือด และแขนเสื้อถูกกรีดให้ขาดเพราะจะได้เห็นแผล ตอนแรกมีวิกผมยาวด้วย แต่พี่โชว่ามันเยอะเกินไปเลยไม่เอา บอกแค่นี้ก็พอแล้ว 

 

ผมกับพี่โชเดินเข้าสถานที่จัดงานช้าสุด เพราะมัวเอาหนอนแปะหน้าเพิ่ม และพอเข้ามาถึง เหมือนผีทุกชาติกำลังเมามันส์กับแสง สี เสียง รวมทั้งอาหารที่ถูกแยกไว้สามฝั่ง ฝั่งแรกแบบไทยรองด้วยกระทงใบตอง ฝั่งที่สองก็แนวหลอนๆ ดูแล้วไม่ค่อยกล้าจะหยิบสักเท่าไหร่ เยลลี่สีแดงที่ทำให้เหมือนไส้กองอยู่ในจาน มีวุ้นลูกตาที่ทำเหมือนซะขนลุก ยังดีที่ฝั่งตรงกลางเป็นอาหารธรรมดาๆ ที่หน้าตาดูน่ากิน ไม่งั้นผมคงหิวโซกลับห้องแน่นอน

 

อ้อ มีเรื่องแปลกๆ จะเล่าด้วย ตั้งแต่ผมเข้างานมา ไม่มีใครยิ้มให้ผมสักคน บางคนถึงขั้นก้มหน้า ก้มตารีบเดินหนี ไม่รู้เป็นอะไร จะว่าผมลืมรูดซิบก็ไม่ใช่ เพราะชุดนอนไม่มีซิบ  

 

“พี่โชๆ” เริ่มสะกิดเรียกคนข้างๆ เมื่อความมั่นใจเริ่มลด 

 

“หืม?”

 

“ทำไมทุกคนมองกลอยแปลกๆ อ่ะ มีอะไรติดหน้ากลอยหรือเปล่า”

 

“ติดหน้า? ก็หนอนไง”

 

...ก็ถูกของพี่โช 

 

“ไอ้ทู มึงดูนั่นดิ่ มีผีขนมปังด้วย” ผมหันไปสะกิดเพื่อนตัวเองยิกๆ ไอ้ทูรีบหันไปมอง ปากยังคาบน่องไก่ซอสเผ็ด “สงสัยจะเป็นผีขนมปังที่ตายแล้ว” 

 

“ขนมปังบ้านมึงตายได้ด้วยเหรอวะ” 

 

“มีสิ ก็มันเสีย”

 

“เขาเรียกบูด”

 

“แล้วมันเสียป่ะล่ะ”

 

“กูไม่อยากเถียงกับผีหน้าหนอนแบบมึง” แล้วมันก็ยัดน่องไก่เข้าปากจนแก้มตุ่ย แถมยังยื่นมือมาหยิบหนอนรถด่วนจากหน้าผมไปกินด้วย ตลกแดกจริงๆ ไอ้นี่

 

“แล้วไอ้ม่านล่ะ กูไม่เห็นหน้ามันมานานแล้วเนี่ย”

 

“เด็กมันไม่ให้มา” ไอ้ทูตีหน้าเซ็ง “กูโทรหาแม่งงอแงตลอดเด็กมัน ชวนไปไหนก็ไม่ให้ไป ไอ้ม่านก็ตามใจทุกครั้ง ไม่รู้หลงอะไรกันนัก กันหนา”

 

“เพราะรักไง รักชนะทุกสิ่ง”

 

“น้ำเน่า”

 

“แต่ก็เห็นเงาจันทร์” 

 

ผมพูดจบไอ้ทูก็หันไปโก่งคออ้วก ก่อนจะกลับไปกินน่องไก่ต่อ ส่วนผมก็มองรอบๆ งาน มาตั้งนานแล้วนะยังไม่เห็นพี่แทมเลย เมื่อกี้เห็นแม่พี่แทมแวบๆ แต่งเป็นแม่ชีในหนังสยองขวัญ เป็นหนังที่ทำให้ผมไม่กล้าหลับตาเกือบอาทิตย์ แล้วนี่มาเจอในงานแบบนี้ ผมจะนอนยังไงล่ะ 

 

“นั่นไอ้แทมหรือเปล่าวะ” เสียงพี่ซันทำเอากลุ่มพวกเราหันไปมอง และทุกคนก็พร้อมใจกันอุทานคำหยาบต่างๆ รวมถึงพาสัตว์เลื้อยคลานออกมาเพ่นพ่านให้พรึ่บ  

 

“ไงเพื่อนๆ” พี่แทมโบกมือทักทาย แต่ไม่มีใครทักกลับสักคน เพราะมัวแต่ตะลึงกับสิ่งที่เห็น คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าไร้หัวสวมชุดคลุมสีขาวมีคราบคล้ายเลือดสีแดงไหลยาวไปทั่วตัว มือขวาถือหัวปลอมที่ดูเหมือนหัวเจ้าตัวจริงๆ เอาไว้ “นี่กูว่ากูจัดเต็มแล้วนะ เจอหน้าหนอนของไอ้กลอยเข้าไป สยองสัด”

 

“พี่น่ากลัวกว่าผมเยอะว่ะ” พูดจบก็เดินเข้าไปใกล้พลางยื่นมือไปแตะๆ ที่ตัว แล้วลูบขึ้นจนคนถูกจับโวยวาย เมื่อกี้เจอหน้าพี่แทมแล้วครับ ซ่อนอยู่ในชุดคลุมสีขาว 

 

“หัวปลอมนี่แม่งโคตรเหมือนไอ้ห่า” พี่จอมเข้ามาสำรวจบ้าง แต่ก็ยืนห่างกับผมพอสมควร สงสัยจะกลัวหนอน 

 

“กูสั่งทำไง แพงด้วย”

 

“เพื่อ?”

 

“รางวัลไง”

 

“ก็เงินของแม่มึงเองไม่ใช่เหรอ”

 

“มันคือศักดิ์ศรีด้วย ใช่ไหมไอ้กลอย” 

 

“ถูกต้อง”

 

“ไอ้พวกหน้าเงิน”

 

“หน้าหนอนต่างหาก แบร่” ยื่นหน้าไปแกล้งพี่จอมจนเกือบโดนหมัดชก ดีที่พี่โชดึงผมออกทัน ไม่งั้นคงน็อกคาที่แน่ และพอทำร้ายผมไม่ได้ก็หันไปทำร้ายแฟนตัวเองแทน เอาซะพี่ซันส่ายหน้าอย่างระอาในความดื้อของแฟน “ปวดฉี่” กระซิบบอกคนข้างๆ ที่ยังจับแขนผมอยู่ 

 

“ให้พี่ไปส่งไหม” 

 

“กลอยไปเองได้”

 

ว่าแล้วผมก็เดินเตร่ๆ เข้าไปในตัวบ้านที่ถูกหรี่ไฟลงให้ดูสลัวๆ โดยตามทางเดินเปิดไฟตะเกียงเอาไว้ เพิ่มความหลอน ถ้าไม่มีซุ้มประตูต้นกล้วยแล้วก็กระทงสำหรับลอยคืนนี้ จะคิดว่างานนี้คืองานฮาโลวีนอย่างเดียวแล้วนะเนี่ย บรรยากาศแบบนี้หวังว่าจะไม่มีผีอะไรโผล่มาเซอร์ไพร์สแบบบ้านผีสิง ยิ่งคิดสมองยิ่งจินตนาการจนต้องรีบเดิน พอถึงห้องน้ำก็รีบทำธุระส่วนตัว ล้างมือล้างไม้หลังจากเสร็จกิจ พอเงยหน้ามาเห็นตัวเองในกระจกก็สะดุ้งเฮือก นี่ผมน่ากลัวเหมือนกันนะครับเนี่ย โดยเฉพาะแผลเละจากปากไปถึงหู ในแผลเหวอะมีหนอนรถด่วนแสนอร่อยแปะอยู่ เกือบใช้หนอนจริงแล้วหากพี่ผิงไม่กลัวเสียก่อน คิดแล้วก็เติมหนอนเพิ่มอีกหน่อยดีกว่า 

 

ระหว่างที่กำลังแปะหนอนลงที่แผล เสียงเคาะประตูห้องน้ำก็ดังขึ้น สงสัยจะมีคนปวดท้อง ผมเช็คความเรียบร้อยของตัวเองพลางเก็บหนอนที่เหลือ แต่พอเปิดประตูออกไปปุ๊บ คนด้านนอกกลับยืนตัวแข็งทื่อ ดวงตากลมเบิกกว้าง ปากแดงสดอ้าค้างจนผมต้องเรียกอีกรอบ 

 

“ขอโทษที่เข้าไปนานนะครับ” พูดไม่ทันจบหนอนที่แปะใหม่ข้างปากก็ร่วง คนยืนตะลึงตรงหน้าค่อยๆ ก้มมองหนอนบนพื้นแล้วเงยหน้ามามองผมอีกที “คุณ....เชี่ย” 

 

พูดอะไรไม่ออก บอกอะไรไม่ถูก เพราะความรู้สึกตอนนี้ มีให้คำเดียวเลยว่า...จุก...ฝ่าตีนเน้นๆ เข้าเป้าหมายจังๆ จนผมลงไปนั่งกองที่พื้น หนอนที่ถือในมือก็ปลิวไปตามแรง และคงไปตกใส่ตัวของคนข้างนอก เธอถึงกับกรี๊ดบ้านแทบแตก จะว่าไป ผมควรเป็นฝ่ายกรี๊ดนะ ถีบมาได้  

 

“เกิดอะไรขึ้น! อะไร” คนด้านนอกคงได้ยินเสียงเลยวิ่งกรูเข้ามาเต็มหน้าห้องน้ำไปหมด ผู้หญิงคนที่ถีบผมเธอชี้มั่วซั่วมาทางผมที่นั่งกองอยู่ที่พื้น มือกุมเป้าตัวเองเอาไว้ 

 

“ไอ้เชี่ยนี่มันลวนลามเหรอ” ถามจบก็มีเสียงด่าสารพัดดังขึ้น และมีคนเลือดร้อนสักคนพุ่งมาจะต่อยผม ยังดีที่พี่โชจับไว้แล้วเหวี่ยงออกไป ก่อนขายาวจะก้าวเดินเข้ามาพยุงผมให้ยืน ดวงตาคู่ดุตวัดมองกราดไปทั่วเสียงประณามเลยค่อยๆ เงียบลง ไม่รู้เรื่องราวจริงๆ กลับถูกด่าซะงั้น 

 

“ผมไม่ได้ลวนลามเธอนะ ไม่ได้แตะต้องอะไรเลยด้วย” รีบปฏิเสธเสียงแข็ง 

 

“เจ็บตรงไหน” พี่โชก้มหน้ามาถามอย่างเป็นห่วง ไม่สนใจคนอื่นที่ยืนอออยู่เต็ม แอบเห็นพวกพี่จอมเพิ่งแทรกตัวมาถึงหน้าห้องน้ำด้วยใบหน้าใคร่รู้

 

“โดนถีบเข้าเป้าเมื่อกี้” บอกพร้อมชี้จุดเกิดเหตุที่เจ็บอยู่ “จังๆ แบบจุกๆ”

 

“ยังจะทำตลกอีก” โดนดุไปถึงกับต้องรีบงับปาก คราวนี้พี่โชเงยหน้าไปมองคนที่ถีบผม เธอยืนทำหน้าเสียข้างผู้ชายที่จะต่อยผม “กลอยทำร้ายคุณหรือเปล่า?” แล้วเธอก็ส่ายหน้าตอบ ดวงตากลมโตกวาดมองไปยังทุกคนก่อนจ้องมองมาที่ผม ปากแดงค่อยๆ คลี่ยิ้มออกมา

 

“เขาไม่ได้ทำร้ายฉันหรอกค่ะ พอดีเขาเปิดประตูออกมาแล้วฉันตกใจคิดว่าผีก็เลย...” 

 

“ถีบผมเหรอครับ” เจ็บปวด

 

“ค่ะ” แล้วเธอก็ส่งเสียงขำแห้งๆ ทำเอาคนมุงส่ายหน้าแล้วสลายตัวกลับไปที่งานด้านนอกต่อ “ขอโทษจริงๆ นะคะ ฉันตกใจจริงๆ ก็คุณน่ากลัว แถมมีหนอนด้วย”

 

“ไม่เป็นไรครับ” ผมบอกพร้อมรอยยิ้ม และคงมีหนอนร่วงที่พื้น เพราะดวงตากลมตรงหน้าก้มมอง “หนอนรถด่วนครับ ทอดแล้วกินได้”

 

“ฉันก็ไม่ชอบอยู่ดี ขอโทษจริงๆ นะคะ”

 

“ครับ” 

 

ผมยิ้มให้ก่อนพี่โชจะดึงออกจากหน้าห้องน้ำ พวกพี่ตินหัวเราะอย่างชอบใจที่ผมถูกทำร้าย ขนาดพี่จอมยังขำ แต่ก็ไม่กล้าเข้าใกล้ 

 

“ผมเจ็บเนี่ย เคยสงสารไหม” 

 

“มึงอยากจัดเต็มเอง กูจะสงสารทำไม” พี่แทมออกตัวคนแรก ตอนนี้เอาหัวปลอมไปวางแล้วเปิดหัวจริงคุยแทน สงสัยจะเมื่อยมือ 

 

“แต่เป็นผมเจอแบบนี้ที่มืดๆ ผมก็วิ่งนะพี่” ไอ้อัธยังยืนยันตามเดิม

 

“งั้นวันนี้มึงเอารางวัลไปเถอะ ขนาดโดนถีบเนี่ย ต้องไม่ธรรมดา อะฮ้า ไม่ธรรมดา” 

 

“ไชยาไข่เค็มก็มา” 

 

“มึงพูดซะกูอยากกินเลยไอ้ทู”

 

เพื่อนผมกับเพื่อนพี่โชมีใครเต็มร้อยแบบผมบ้างครับเนี่ย หายากจริงๆ 

 

 

แล้วงานก็กลับมาคึกคักเหมือนเดิม เพลงลอยกระทงถูกผลัดกันร้องทั้งที่มีอยู่เพลงเดียว แม่พี่แทมเลยสั่งให้เปิดคาราโอเกะหาเพลงไทยแบบสนุกเปิด คราวนั้นละ ทั้งลูกทุ่ง ลูกกรุงเปิดสลับกันอย่างจัดเต็ม แต่ที่ไม่เข้าใจคือ เวลาเปิดเพลงลูกกรุงแนวสามช่า ทำไมกลุ่มเพื่อนๆ ของแม่พี่แทมต้องจับคู่ลีลาศด้วย มันทำให้พวกผมต้องเต้นตาม ถามว่าเป็นไหม...ถนัดเลยแหละ

 

“เหยียบตีน” ไอ้อัธด่าใส่หน้าผมรอบที่สิบ 

 

“ก็กูมองไม่เห็นตีนมึง” เถียงไป

 

“งั้นมึงไปเต้นกับพี่โชของมึงไป” 

 

“ถ้าพี่โชยอมเต้น กูคงไม่ลากมึงมาหรอก ทำไม หรือกลัวคนในความลับมึงจะรู้ อย่าให้กูสืบได้นะ ว่ามึงคบใครอยู่” ยื่นหน้าจนจะชิดกับไอ้อัธ มันหลุบตาต่ำลงไม่กล้าสบกับผมตรงๆ นี่ล่ะ อาการพิรุธของมัน 

 

เกือบจะหาจุดอ่อนของเพื่อนตัวดีได้แล้ว หากไม่ถูกพี่โชดึงคอเสื้อจนแทบหงายหลัง ตาดุๆ ถลึงใส่ ปากก็เตือนว่าใกล้เกินไป ไอ้อัธได้ทีรีบชิ่งหนี ผมส่งเสียงจิ๊จ๊ะอย่างขัดใจแต่ก็ทำอะไรไม่ได้

 

งานหลอนๆ ในคืนวันเพ็ญถึงช่วงท้ายนั่นคือการร่วมกันลอยกระทงในสระน้ำ กระทงต้นกล้วยถูกประดับตกแต่งด้วยดอกไม้ ใบตอง มีธูปและเทียนปักอยู่ดูสวย ผมกับพี่โชเลือกมาแค่กระทงเดียว เราสองคนจับพร้อมกันพลางชูขึ้นอธิษฐาน ไม่นานก็ปล่อยให้ลอยไปตามแรงน้ำที่ถูกลมตีให้กระเพื่อม

 

“ปีหน้าเราไปลอยที่เชียงใหม่ไหม เพื่อนกลอยมันบอกสนุก” 

 

“ครับ”

 

ผมคลี่ยิ้มยามพี่โชยิ้มกว้างส่งมาให้ และแล้วสิ่งที่ดึงความสนใจจากหน้าหล่อๆ ของพี่โชก็คือเงินรางวัล แม่ของพี่แทมพูดออกไมค์ถึงผลประกาศคนชนะชุดที่ใส่มา แน่นอนแล้วว่าเป็นไอ้กลอยคนนี้ ผมเกือบกระโดดกอดพี่โชแล้วหากไม่ถูกฝ่ามือดันหน้าเอาไว้ ผมรีบเดินไปหน้าเวที ก้มไหว้รับซองเงินมาถือ รางวัลชนะเลิศมันช่างหอมหวานนัก 

 

“ปีนี้หนูท็อปฟอร์มมากนะ” แม่พี่แทมชมผม ซึ่งผมก็ยิ้มแป้น “แล้วก็ไม่ต้องยิ้มกว้างมากก็ได้ ป้ารู้สึกคืนนี้น่าจะนอนไม่หลับ” 

 

“อ่าว” 

 

แล้วเสียงหัวเราะก็ดังมาทั่วสารทิศ ผมโบกมือให้กับทุกคนราวกับไอ้มงกุฎนางงาม (ว่าไปนั่น) พองานเลิกจริงๆ เราสองคนก็คิดจะกลับคอนโด ตอนแรกจะแวะที่วัดเพื่อลอยกระทงที่แม่น้ำจริงๆ แต่เวลาดึกขนาดนี้เขาคงปิดหมดแล้วเลยตรงกลับห้องดีกว่า

 

“พี่โช กลอยหิว” 

 

“กินไปเมื่อกี้ยังไม่อิ่มเหรอ” 

 

“ยัง กลอยอยากกินบะหมี่เกี๊ยว เอาร้านใกล้ๆ คอนโดก็ได้ ร้านที่เราไปกินบ่อยๆ อะ” เป็นร้านที่เปิดดึกแต่ปิดเช้า อร่อยมากๆ ด้วย เวลาไหนที่พี่โชกลับดึก ผมมักจะให้ซื้อมาประจำ “นะๆ”

 

“ครับๆ”

 

 พี่โชชะลอจอดรถเมื่อถึงหน้าร้าน ผมเปิดประตูออกไปไม่ทันฟังพี่เขาเรียกหรือจะพูดอะไร ด้วยความหิวตอนนี้ไม่สามารถหยุดผมได้แล้ว ทันทีที่ผมเดินไปถึงหน้าร้านเตรียมสั่ง ความโกลาหลก็เกิดขึ้น เสียงโวยวายดังลั่นจนผมตกใจ พร้อมๆ กับทุกคนแถวนั้น ทั้งคนขาย คนนั่งกินด้านในวิ่งหนีหายกันหมด ตอนนี้เลยเหลือแค่ผมยืนหน้าเหวอหน้าร้าน 

 

“นี่ไง” เสียงพี่โชดังมาจากด้านหลังทำให้ผมหันไปมอง “ไม่ฟังพี่เรียกเลย”

 

“เขาเป็นอะไรกัน” ตีหน้างงอย่างสงสัย “เหมือนพวกเขากลัวอะไรสักอย่างแหละ” 

 

“ก็กลัวกลอยไง” แล้วพี่โชก็ขำออกมา แต่ผมก็ยังตีหน้าโง่อยู่ “เพิ่งถูกถีบมาจำไม่ได้เหรอ”

 

“อ๋อ ลืมไป” และผมก็หลุดหัวเราะออกมาเอง “สงสัยได้กลับไปกินบะหมี่ถ้วยที่บ้าน”

 

“ไม่ต้องสงสัยหรอก”

 

“พี่โชอะ” 

 

“กลับ”

 

ผมยังชะเง้อคอหาคนขายแต่ก็ไม่เห็นแม้แต่เงาเลยได้แต่ถอดใจเดินตามพี่โชไปขึ้นรถ ก็แค่อยากกินบะหมี่เกี๊ยวเอง ผมผิดตรงไหน โธ่ 

 

“พี่โชแวะร้านลูกชิ้นทอดให้หน่อย”

 

“อยากให้เขาวิ่งหนีอีกเหรอ”

 

“ไม่กินก็ได้ โมโหหิว!”

 

พี่โชไม่ตอบโต้เพราะเอาแต่หัวเราะ จนถึงคอนโด แล้วก็เกิดเดจาวูอีกรอบ เมื่อทุกคนที่อยู่ชั้นล่าง รวมทั้งเพิ่งออกจากลิฟต์ร้องลั่นแล้ววิ่งหนีไปคนละทิศละทาง 

 

 

นี่กลอยไง กลอยสุดหล่อแม่นเว่อร์ไง ทุกคน!!!! 

 

 

ช่างเป็นวันหลอนๆ ในคืนวันเพ็ญที่โกลาหลที่สุด

 

 

 

......

 

สวัสดีวันลอยกระทงค่าาาาาาาา มาช้าตลอดๆ จะมาตั้งแต่ฮาโลวีนแต่ติดงานนิดหนึ่งเลยเลื่อนมารวมกันเลย ได้โปรดให้อภัยด้วยค่าาา (คุกเข่ายอมรับการถูกแส้วินัยตี) อาจจะมึนๆ เบลอๆ ไปบ้าง ขออภัยด้วยค่า จะรีบแก้ไขให้ดีขึ้น 

 

ปล.รู้สึกตัวเองหายไปนานเหลือเกิน ยังคิดถึงทุกคนอยู่เสมอ จูบุ๊ จูบุ๊

 

ไปลอยกระทงแล้ว อย่าลืมดูแลตัวเองและทรัพย์นะคะ ขอให้ทุกคนมีความสุขในคืนวันเพ็ญค่า รักกกกกกก

ความคิดเห็น