ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : SO BITCH ผิดปกติ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.4k

ความคิดเห็น : 14

ปรับปรุงล่าสุด : 10 พ.ย. 2562 19:44 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
SO BITCH ผิดปกติ
แบบอักษร

 

 

So Bitch 

25 

ผิดปกติ 

 

 

หลังการสอบมหาโหด ก็เข้าสู่ช่วงฝึกงานขิงได้ที่ฝึกงานสมใจดั่งที่หมายไว้ แต่เขาก็ยังแอบงงว่ามันคือความจงใจหรือว่าบังเอิญที่ข่านเองก็ฝึกงานที่นี่

พออัปเดตชีวิตของทั้งคู่ก็ดูเหมือนจะไม่มีปัญหาอะไร ขิงยอมรับว่าเขาเองก็เริ่มเปิดใจรับข่านมากขึ้น แต่เขาก็ต้องคิดถึงอนาคตข้างหน้าด้วยว่าจะมาอยู่แบบอาศัยที่ห้องของข่านเองตลอดไปไม่ได้ เผื่อวันข้างหน้าเจ้าตัวเจอคนที่ใช่ขึ้นมา

เป็นเขาเองที่เป็นส่วนเกิน รู้สึกปวดใจนิดๆ ที่นึกถึงเรื่องนี้แต่ก็เรียกร้องอะไรไม่ได้เพราะเขาเองก็ไม่เคยตกลงสถานะของตัวเองชัดเจนสักที

“เฮ้ย”

 

ขิงนั่งถอนหายใจที่โต๊ะของเขา เขาฝึกงานที่สตูดิโอซึ่งโชคดีมากที่ตอนสัมภาษณ์เข้ามาเขาเจอพี่ที่ร่วมงานดีดูจากความสามารถของเขาและผลการเรียนก็ดูจะทำให้เขาได้เข้ามาฝึกงานที่นี้ง่ายขึ้นแถมทีมที่ฝึกด้วยดูเหมือนทุกคนจะใจดีกับความเอาการเอางานของเขาพอสมควร

“ถึงกับถอนหายใจดังเลยเหรอคะ น้องขิง โดนใช้งานหนักไปหรือเปล่าลูก”

พี่ส้มสาวสวยหน้าหวานตัวเล็กเป็นคนดูแลเขาหันมายิ้มให้ในขณะที่เธอกำลังดูภาพนายแบบนางแบบที่เพิ่งถ่ายเซตของเครื่องสำอางเสร็จไป

 

“ป่าวครับ ไม่ได้เหนื่อยสนุกดี”

เขายิ้มตอบรอยยิ้มบางเผยขึ้นที่มุมปาก ทำให้อีกคนยิ้มตาม พูดถึงพี่ส้มเธอเป็นหนึ่งในทีมที่สัมภาษณ์เขา เธอน่ารัก พี่ส้มเป็นหัวหน้าของสตูนี้ ส่วนใหญ่จะถ่ายภาพลงนิตยสารและสินค้านำเข้าพวกเครื่องสำอางต่างๆ ซึ่งขิงเลือกที่นี้เพราะดูส่วนตัวไม่ค่อยวุ่นวายเหมือนสตูอื่น อีกอย่างทีมสตูนี้ก็น่ารักเป็นกันเองหมด

ขิงมีหน้าที่เป็นผู้ช่วยพี่ส้มในการทำเอกสารและช่วยดูนายแบบนางแบบ ซึ่งไม่คิดว่าผู้หญิงตัวเล็กๆ น่ารักคนนี้จะเป็นคนเก่งมาก ทั้งทำคอนเซปต์และยังดูคอมโพสต์ต่างๆ ให้กับสินค้า นับว่าเขาโชคดีที่ได้พี่ส้มดูแล

เจ๊!!!!!!!

เสียงดังโวยวายมาแต่ไกลจนผมและพี่ส้มที่กำลังแยกเซตงานอยู่เงยหน้าขึ้น

“อะไรเจย์เสียงดังโวยวาย”

“งานเข้าแล้วเจ๊ นายแบบที่จะถ่ายเซตน้ำหอม เบี้ยวคิวไม่มา” พี่เจย์ทั้งพูดทั้งยืนหอบในมือนั้นแบกกล้องถ่ายไว้มั่นท่าทางร้อนรน

“อีกแล้วเหรอ ทำไมสตูเราโชคดีตลอด เลย” พี่ส้มบ่นพร้อมกับมือเท้าเอวถอนหายใจ

“เอาไงเจ๊ ต้องขึ้นไปคุยกับบอสใหญ่ไหม นี้น้องเขาเบี้ยวเรามาสองคิวแล้วนะ”

“ฝากบอกปลาโทรขึ้นไปหาบอสทีว่าจะขึ้นไป ส่วนเราขิงไปกับพี่”

“โอเคเจ๊งั้นพวกผมสั่งพักกองก่อนนะ”

 พี่เจย์โบกมือลาพร้อมกับวิ่งหายไปในขณะที่ผมกำลังเตรียมเก็บรูปที่วางบนโต๊ะรวบรวมไว้ในกองเดียวกัน

 

 

“กองไว้เลยน้องขิงแล้วหาอะไรทับไว้ กลับมาเราค่อยแยก ปวดหัวจริงๆ เลย ปะไปกันเดี๋ยวคุณพิมพ์แกจะรอนาน”

 

“ครับ”

 

ขิงตอบรับพร้อมกับเดินตามหลังพี่ส้มไปในฐานะผู้ช่วย แต่ในขณะที่เดินเขาก็รู้สึกปวดตาดูตาพร่าๆ เหมือนตาจะลายเลยหยุดเดินสะบัดหัวตัวเองไปมาเพื่อให้หายมึนหัว

“เราไม่สบายหรือเปล่าขิง” พี่ส้มเอ่ยถามในขณะที่มือของขิงอีกข้างพิงผนังพยุงตัวเองเอาไว้

“น่าจะหันเร็วไปเลยเหมือนหน้ามืด นิดหน่อยแต่ไหวครับ ขิงยิ้มตอบเธอ” พร้อมกับสูดลมหายใจลึกๆ เข้าปอด

“ถ้าพี่หรือใครใช้งานหนักไปก็บอกนะ ไม่ต้องเกรงใจ อีกอย่างสุขภาพสำคัญ อย่าเงียบเชียวไม่งั้นพี่จะโกรธจริงๆ ด้วย”

พี่ส้มทำท่าดุชี้หน้าขิงเบาๆ ก่อนจะยิ้มให้ ที่จริงเขาก็ไม่ได้ใหม่สำหรับที่นี้แล้วเพราะฝึกงานตอนนี้ก็เข้าใกล้สองเดือน ความคุ้นเคยกับทุกคนในทีมเป็นอย่างดีแต่สิ่งที่เขาไม่เคยเดินเฉียดก็คงเป็นสำนักงานใหญ่ตึกใหญ่ที่เป็นสำนักงานของสตูดิโอว่าง่ายๆ ก็คือเจ้าของที่นี่นั่นเอง ขิงสะบัดหน้าไล่อาการมึนหัวตัวเองก่อนจะเดินตามพี่ส้มไปยังทางเชื่อมตึกสำนักงานใหญ่ขึ้นลิฟต์มายังชั้นบนสุดของสำนักงานใหญ่

 

 

 

 

ทั้งชั้นของที่นี่เป็นที่ทำงานของบอร์ดบริหารทั้งหมด ทุกอย่างตกแต่งสวยงามบรรยากาศเย็นสบายทั้งที่ภายในเป็นแอร์ รู้สึกสดชื่นและที่แตกต่างเขาแปลกใจว่าทั้งชั้นเขาคัดหน้าตาพนักงานกันหรือเปล่าดูสวยหล่อกันทั้งชายและหญิงไม่ต่างจากนายแบบนางแบบที่ถ่ายแบบวันนี้เลย

 

“รอพี่อยู่นี้นะพี่ไปพบคุณคิมเลขาบอสก่อน หรือถ้าอยากเข้าห้องน้ำก็เดินตรงไปแล้วเลี้ยวซ้ายทางนั้น อีก 10 นาทีมานั่งรอพี่ที่นี้แล้วเราไปเจอบอสกัน”

 

เธอยิ้มให้เขาก่อนสีหน้าที่จะต้องไปพบคุณคิมเลขาท่านประธานพี่ส้มก็มีท่าทีเปลี่ยนไปเหมือนไปพร้อมตีกับผู้ชายใส่สูทสีกรมตัวสูงท่าทางเหมือนนายแบบที่หน้าห้องของประธานบริษัท

ขิงรู้สึกไม่ค่อยสบายเพราะเขาเวียนหัวเหมือนคนจะวูบ อีกครั้งมือกำแน่นแล้วหลับตา สูดลมหายใจ เขาไม่แน่ใจว่าที่เกิดอาการแบบนี้เพราะเขานอนน้อยหรือแค่ตื่นเต้นที่จะเข้าไปกับพี่ส้มเพื่อพบประธานบริษัทกันแน่ อย่างน้อยๆ เขาก็ต้องเข้าห้องน้ำสักหน่อย ตั้งสติก่อนจะค่อยๆ ลุกขึ้นเดินไปยังห้องน้ำ

เขาล้างมือและเท้ามือกับของอ่างเอาน้ำลูบหน้าให้สดชื่น ไล่อาการมึนหัวที่ยังรู้สึกให้หายและบรรเทาอาการให้ดีขึ้น

“ทำไมต้องตื่นเต้นด้วยขิง ใจเย็นๆ แค่มาเป็นเพื่อนพี่ส้มเอง” เขาบอกตัวเองหลับตาสักพักอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ห้องน้ำชาย

ในขณะนั้นเองก็มีใครบางคนเดินออกมาจากห้องน้ำ ข่านเดินออกมาเขาไม่คิดว่าจะเจอขิงที่นี่ เห็นแล้วคิดถึงจัง ฝึกงานก็ไม่ค่อยได้เจอหน้าถึงแม้กลับไปที่ห้องจะเจอก็เถอะ ข่านยิ้มอย่างดีใจ ก่อนจะล้างมืออย่างใจเย็น ก็เดินมาซ้อนหลังขิงที่หลับตาข่มอาการมึนหัวอยู่มือนั้นเอื้อมไปโอบเอวของขิงดึงเจ้าตัวเขาหา

 

“เอ๊ะ”

 ขิงตกใจจู่ๆ ก็ถูกรวบเอวดึงเข้าหา พอเงยหน้าก็พบว่าเป็นข่านเองที่รวบเอวของเขาดึงเขาหา

“คิดถึงจัง ไม่ได้เจอทั้งวัน คิดถึงกันไหม” ข่านเอ่ยทักทายเขาแต่มือก็ยังไวอยู่ดีเขาพรมจุ๊บที่แก้มของขิงทันทีที่รวบตัวขิงได้

“ทำบ้าอะไรที่นี้บริษัท คนเยอะแยะ ปล่อย” ขิงพยายามขืนแต่เขายังมึนหัวแรงเพียงน้อยนิดเลยสู้แรงอะไรคนที่ซ้อนหลังเขาไม่ได้

“ทำไมหน้าซีด”

ข่านสังเกตอาการและใบหน้าของคนตรงหน้าที่ซีดเซียวไหนจะใบหน้าเหมือนจะลมจับอีก เขาจึงปล่อยขิงก่อนจะยกขิงนั่งพิงขอบอ่านล้างหน้า

“ไม่มีอะไร มึนหัวนิดหน่อย” ขิงบอกพร้อมกับโดนข่านเอามือเกลี่ยแก้มพร้อมกับนวดขมับให้เขาเบาๆ

“ไม่สบายทำไมไม่บอกพี่เลี้ยงที่เขาดูแล”

ข่านจิปากหงุดหงิดเพราะเป็นห่วงคนตรงหน้านึกไม่พอใจอยู่หน่อยๆ สตูดิโอ1ที่ขิงฝึกงานอยู่ใช้งานเจ้าตัวมากเกินไปหรือเปล่า

“ไปกลับบ้านกัน หน้าซีดแบบนี้จะทำงานได้ไง”

ข่านยกเขาลงจากขอบอ่างเอามือเสยผมที่ปิดตาขิงออกพร้อมกับพยุงอีกคนอย่างทะนุถนอม

“ไม่เป็นไรนั่งพักก็คงหาย นายนั่นแหละหายตัวมานานแล้วเดี๋ยวพี่เขาก็ว่ากลับไปทำงานของนายเถอะ”

 

 

ขิงตีแขนอีกคนเบาๆ เพื่อแสดงออกว่าเขาไม่เป็นอะไรก่อนจะไล่ข่านให้กลับไปฝึกงานก่อนจะโดนพี่เลี้ยงดุเอาถ้ามาดูแลเขาแบบนี้

“ไม่มีใครกล้าไล่หรอก” ข่านบอก

“ใหญ่จริงๆ นะ นายนะ”

ขิงยิ้มขำๆ ก่อนจะรู้สึกว่าอาการเวียนหัวเมื่อครู่เริ่มดีขึ้นมาบ้างเขาเลยจะเดินจากไป

“เดี๋ยว”

“อะไร”

“ขอรางวัลหน่อยวันนี้วันศุกร์” ข่านยิ้มเจ้าเล่ห์ให้อีกคน ยอมรับเลยว่าเขาโลภมากยิ่งได้แล้วก็ยิ่งอยากอีกไม่เคยพอ

“ที่นี้บริษัท” ขิงบอกเขา

 

“ขอจูบเป็นกำลังใจหน่อยสิ นะ แล้วคืนนี้ก็พักผ่อน งดกิจกรรมเข้าจังหวะ โอ๊ย เจ็บ” ขิงง้างมือฟาดแขนข่านเสียงดัง ในขณะที่ยัง เจ้าตัวยังอ้อนเขาอยู่อย่างนั้น

“นะ เห็นว่าไม่สบาย เลยยื่นข้อเสนอเนี้ยไม่สนใจหน่อยเหรอ?”

“1 นาที” ขิงบอกไป

“ห๊ะ อะไร 1 นาที”

“ให้ 1 นาที” ขิงบอก ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับข่านเอามือคล้องคออีกคนแทนคำตอบ

พอเห็นขิงเอามือขึ้นคล้องคอแขนของเขาก็โอบเอวอัตโนมัติก่อนจะก้มลงมาประทับริมฝีปากขิง ดูดกลืนกลีบปากล่างเบาๆ ก่อนจะส่งลิ้นทักทายไปยังภายในที่คุ้นเคย ไม่มีใครยอมใครจนข่านต้องกดร่างของขิงชิดขอบอ่างล้างหน้า จูบดูดดื่มถูกมอบให้อย่างพึงพอใจก่อนที่ขิงจะชิงหนีเขาออกมาจากห้องน้ำไปด้วยใบหูสีแดงระเรื่อ

“อ้าวน้องขิงทำไมหูแดงจังละลูก เมื่อกี้ก็จะวูบไหวไหม ถ้าไม่โอเคพี่ให้กลับบ้านได้นะ”

พี่ส้มว่าหลังจากขิงเดินก้มหน้าออกมาจากห้องน้ำ โดยมีใครอีกคนเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยท่าทีสบายใจและอารมณ์ดีไม่น้อย ส้มอ้าปากพยายามชี้ไปที่คนตัวสูงที่กำลังเดินมาทางนี้เหมือนพยายามพูดอะไรสักอย่าง แต่ก็โดนคุณเลขาคิม กระแอมใส่เธอจนเธอต้องหันไปมองแรงใส่ คุณคิมเขา

“ตอนนี้ท่านว่างแล้วเข้าพบได้ เชิญ” เขาบอกเธอพร้อมกับผายมือเชิญพี่ส้มเดินเข้าไปด้านในห้องประธาน

“ไหวไหมขิง หรือจะนั่งรอพี่ข้างนอก” ส้มเอ่ยถามในขณะที่ขิงเอามือกุมหูตัวเองอย่างน่าเอ็นดู

“อ่า รอพี่ตรงนี้นะ พี่ไปคุยกับท่านประธานก่อน ดูท่าขิงจะต้องนั่งพัก”

เธอเอ่ยออกไปพร้อมกับลูบหัวขิงเบาๆ อย่างเอ็นดูก่อนที่จะโดยคุณคิมทำท่าจะมาดึงตัวส้มไปแต่เจ้าตัวก็สะบัดแขนหนีแล้วเชิดหน้าใส่คุณคิมเดินหายเข้าไปด้านในห้องประธาน ขิงมองตามอย่างเอ็นดูท่าทีของทั้งสองคน จากการดึงแขนแล้วท่าทางสองคนนี้ต้องมีอะไรในกอไผ่สักอย่าง

20 นาที ต่อมา

ดูเหมือนอาการเวียนหัวของขิงจะดีขึ้นหูของเขาก็หายแดงแล้วด้วย ไม่อยากจะคิดว่าข่านจะพาเขาทำอะไรน่าอายที่นี้ด้วยแถมพูดซะตัวเองเป็นใหญ่เป็นโตจะทำอะไรก็ได้ไม่มีใครว่า

พี่ส้มเดินออกมาพร้อมกับท่านประธานและเลขาคิม โดยที่ทั้งคู่ก็ยังคุยกันเรื่องงานสีหน้าพี่ส้มดูหนักใจไม่น้อย ขิงจึงลุกขึ้นยืนเพื่อเดินตรงไปหาพี่ส้มขิงโค้งให้ท่านประธานนิดหน่อยก่อนจะเดินไปยืนข้างๆ

“คนนี้เหรอ น้องที่เข้าไปฝึกสตูดิโอส้มนะ” เธอเอ่ยถามพร้อมกับมองหน้าขิงอย่างพิจารณาตั้งแต่หัวจรดเท้า

 

“ใช่ค่ะ บอส น้องฝึกอยู่สตู1 ของส้มเอง”

“อ่า ผิวพรรณดีหนิ” เธอเอ่ยและยิ้ม ให้ขิงนิดหน่อยก่อนจะคุยกับส้มต่อ ใจความที่ขิงจับได้นั้นก็คือบอสจะลงไปสตูด้วยพร้อมกับคุณคิม

“วันนี้สตูดิโอ1 ถ่ายงานใครเหรอคุณคิม”

“วันนี้ถ่ายแบรนด์น้ำหอมครับ แต่จากที่ผู้ช่วยคุณส้มแจ้งเข้ามาก่อนหน้านี้ คือนายแบบเบี้ยวคิว ถ่ายถึงสองครั้งแล้วครับ”

 คุณคิมแจ้งยังบอสของเขาตลอดทางเดินดูเหมือนทุกคนจะคิดหนักจนมาถึงสตูดิโอ1 ที่มีปัญหาตัวนายแบบอีกคนที่เบี้ยวคิว

“เซตนี้ถ่ายเฉพาะตัวใช่ไหม” บอสเอ่ยถามในขณะที่มองไปยังนายแบบตัวสูงรูปร่างดียืนอยู่

“ใช่ค่ะคุณพิมพ์”

เธอมองรอบด้านในขณะที่ขิงเองกำลังยืนเช็คอุปกรณ์ช่วยทีมและเดินถือน้ำมาวางไว้ที่โต๊ะให้ ประธาน เธอมองขิงอย่างเพ่งพินิจก่อนจะยิ้มบางๆ แล้วหันไปกระซิบกับส้มทำเอาส้มตาถลนออกมาด้วยความตกใจ

“จะดีเหรอคะบอส ส้มกลัวว่าน้องน่าจะไม่โอเค”

“ไม่ลองก็ไม่รู้จริงไหม คุณส้ม” เธอส่งยิ้มให้ขิง โดยที่เจ้าตัวก็ไม่รู้ว่าตอนนี้เขาจะโดนอะไร ในขณะที่ส้มเองก็ลำบากใจไม่คิดว่าบอสจะต้องการแบบนั้น

“น้องขิง พี่ส้มมีเรื่องขอความช่วยเหลือหน่อยจ๊ะ” เธอเอ่ยบอกในขณะที่ขิงขมวดคิ้วงง

“ครับ”

“คือว่าบอสเขาอยากให้เราช่วยเป็นแบบคู่กับอีกคนได้ไหม”

 

 

“ผม”

 

“ใช่จ๊ะ บอสอยากให้น้องขิงถ่ายแบบคู่ คนนั้น” พี่ส้มชี้ไปยังนายแบบอีกคนที่นั่งอยู่โดยมีช่างแต่งหน้ากำลังรุมแต่งหน้าให้

“จะดีเหรอครับพี่ส้มผมไม่เคย ถ่ายแบบงานจะไม่เสียเหรอครับ อีกอย่างทุกคนก็เป็นมืออาชีพ ผมก็แค่เด็กฝึกงาน ทำพลาดขึ้นมา จะทำยังไงครับ” เขากังวลเพราะมันคือภาพลักษณ์ของสินค้าถ้าเขาเองทำพลาดขึ้นมาจะเป็นเรื่องใหญ่เอาได้

ส้มเองก็ได้แต่ยิ้มแห้งๆ เพราะไม่มั่นใจเหมือนกันว่าจะทำได้ แต่เมื่อบอสออกคำสั่งมีเหรอลูกน้องอย่าเขาจะกล้าขัด เขาก็กลัวบอสตัวเงินเดือนเหมือนกัน

“พี่ว่านี้ก็เป็นโอกาสที่หาไม่ได้ง่ายๆ นะน้องขิง อีกอย่างถ้าบอสเอ่ยปากมาแบบนั้นแสดงว่าเขาก็คงเห็นอะไรบางอย่างในตัวเรา”

พี่ส้มพยายามบิ้วทุกสิ่งอย่างให้ขิงสบายใจแต่เขาก็ยังคงกังวล อย่างที่ส้มบอกถ้าขนาดบอสเอ่ยปากเองก็คงไม่มีใครกล้าขัด เขาเป็นแค่เด็กฝึกงานถ้าเรื่องแค่นี้แก้ปัญหาไม่ได้เขาก็คงไม่ผ่านการฝึกในครั้งนี้ แล้วเป้าหมายการเรียนจบตามกำหนดก็ต้องเลื่อนออกไป

 

“โอเคครับ” ขิงตอบตกลง พร้อมกับยิ้มบางๆ แต่ที่จริงแล้วเขาไม่เคยมั่นใจในตัวเองสักนิด

“งั้นตามนี้นะไม่ต้องเกร็ง ทุกคนคือคนกันเองทั้งนั้น” พี่ส้มบอกเขาพร้อมกับยิ้มให้ก่อนจะกวักมือเรียกช่างแต่งหน้ามาพาขิงไปแปลงโฉม

 

“ตกลงว่าไงคุณส้ม น้องโอเคไหม”

“น้องตกลงค่ะบอส”

 

“ดีเลยฉันว่าฉันมองคนไม่ผิดนะ”

เธอยกแก้วที่ถูกรินน้ำไว้ดื่มขยับขานั่งไขว่ห้างมองไปยังช่างแต่งหน้าที่ดูเหมือนจะตื่นตาตื่นใจกับนายแบบน้องใหม่สดๆ ร้อนอย่างขิงไม่น้อย

“คุณคิม”

“ครับบอส”

“เห็นเจ้าลูกชายของฉันไหม ”

“อ้อวันนี้ฝึกอยู่ในส่วนของงานแผนกบุคคลครับ แต่เมื่อครู่ผมเห็นเดินออกมาจากห้องน้ำชั้นบน”

” วันๆ เอาแต่หนีหน้า รบกวนคุณคิมบอกหัวหน้าแผนกตามเจ้าลูกชายให้ที บอกคุณแม่ เอ่อ ไม่สิ ท่านประธานอยากเจอสละเวลามาหาสักนิด”

เธอยิ้มให้เลขาก่อนที่คุณคิมจะกดมือถือโทรออกหาแผนกตามที่บอสสั่ง ไม่ถึง 2 นาที ก็ได้คำตอบว่าแผนกตามลูกชายหัวแก้วหัวแหวนคุณพิมพ์มาได้แล้ว

“อีก 5 นาทีน่าจะมาถึงครับบอส”

คุณคิมเอ่ยกับบอสที่พยักหน้ารับสักพัก ช่างแต่งหน้าตั้งต่างก็พากันแปลงโฉมขิงสำเร็จ เจ้าตัวอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวใหม่เปิดไหล่นิดหน่อย พอถอดแว่นออกจากใบหน้าจัดเซตผมทาลิป ขิงก็ดูเปลี่ยนไปเป็นคนละคนจนพี่เลี้ยงอย่างส้มเองถึงกับอ้าปากไม่เชื่อ พอๆ กับตากล้องอย่างเจย์ก็ยืนค้าง

“ตายแล้วลูกแม่” เธออุทานขิงน่ารักมากจนนายแอบที่ร่วมงานด้วยก็รู้สึกดีใจไหนจะหุ่นที่ดู

คลีนถึงจะไม่มีกล้ามก็น่ามองไม่น้อย

“พี่ส้มอุทานแบบนี้ผมใจเสียนะครับ”

 

ขิงประหม่าเกาท้ายทอยตัวเองแก้เก้อ ใช่ว่าเขาจะไม่เคยใส่เสื้อเชิ้ตแบบนี้ แต่ทุกครั้งที่ใส่เขาก็จะใส่แค่มีวันที่นัดกันกับเจ้าของห้องอย่างข่านเท่านั้น เพราะทุกครั้งเจ้าตัวก็มักจะชอบให้เขาใส่แค่เสื้อเชิ้ตตัวเดียว พอมาอยู่ต่อหน้าคนเยอะแบบนี้เขาก็อายเป็นเหมือนกัน

“เสียใจทำไมลูก ดีมากตรงคอนเซปต์ เป๊ะ”

 ส้มยกนิ้วให้ในขณะที่นายแบบอีกคนนั้นเดินเข้าฉาก ส้มก็ลืมบอกไปว่าน้ำหอมคอนเซปต์เซ็กซี่ยั่วยวน

“เอ่อ พี่ส้มคือผมไม่แน่ใจ ตกลงคอนเซปต์คืออะไรครับ”

 ขิงเอ่ยถามในขณะที่ยังโดนสองสาวสวยรุมเติมแป้งปัดผิวเขาแถมยังดึงคอเสื้อให้เห็นไหล่ขาวใสนั้นข้างหนึ่ง

“คอนเซปต์ เซ็กซี่ ยั่วยวน นะ ขิงพี่ขอโทษ พี่ลืมบอกเรา แต่ไม่ต้องห่วงนะไม่เห็นหน้าแค่ช่วงคอลงไปเท่านั้น”

 เธอเอ่ยบอกพร้อมยิ้มเจื่อยๆ ให้ขิง เขาถอนหายใจก่อนจะโดนปล่อยเข้าฉากที่เซตไว้เรียบร้อยแล้ว

 

เขาถูกทีมงานฉีดน้ำหอมใส่ซอกคอขาวกลิ่นน้ำหอมฟุ้งจนคงที่เพิ่งเวียนหัวมึนไปเหมือนกัน

ขิงเดินเข้าไปทำความรู้จักนายแบบอีกคนที่เขาต้องร่วมงานด้วยก่อนจะยกมือขอโทษไว้ก่อนเพราะเขาก็ไม่รู้ว่าจะทำให้อีกคนเสียเวลากับนายแบบมือสมัครเล่นแบบเขาไหม

ทั้งคู่โดนบรีฟงานโดยส้มซึ่งส้มก็บอกประมาณว่าให้ขิงยืนอยู่ด้านหน้าโดยมีนายแบบโอบเอวแล้วให้ขิงถือน้ำหอมไว้ในมือประมาณอกโดยที่นายแบบที่ยืนซ้อนหลังเขาจะต้องก้มหน้าลงมาคล้ายดมกลิ่นหอมตรงซอกคอของขิง ซึ่งอีกคนก็มารยาทดีแถมเป็นมืออาชีพก่อนจะจัดท่าทางให้เจย์ลั่นชัตเตอร์

 เขาก็ขอโทษขิงที่ต้องโอบและเอาหน้าใกล้ ดีที่ตัวขิงเองไม่ได้Closeupหน้าถ่ายเพียงแค่ช่วงตัวเท่านั้น ถือว่าขิงเรียนรู้เร็วแล้วก็เป็นมืออาชีพภาพที่ออกมาจึงเป็นที่น่าพอใจ ของช่างภาพเป็นอย่างมาก ทำเอาเจย์รัวชัตเตอร์หนักคล้ายเจอสิ่งที่ใช่

ภาพถูกส่งขึ้นจอโดยที่มีบอสนั่งดู ดูท่าเธอจะชอบใจไม่น้อย เด็กคนนี้มีอะไรดีกว่าที่เธอคาดไว้จริงๆ น่าจับเซ็นสัญญาเป็นนายแบบ เธอคิด ในขณะที่มีใครบางคนเดินเข้ามาทิ้งตัวนั่งเก้าอี้ข้างเธออย่างหัวเสีย

“เรียกมาทำไมครับ ท่านประธานใหญ่ ”

เขาจงใจเน้นหางเสียงให้ดูจงใจย้ำตำแหน่งของคนเป็นแม่ เขาอุตส่าห์หลบไปอยู่ยังแผนกที่งานน้อยสุดแล้วยังเรียกมาหาอีก

“อ้าวก็รู้หนิว่าใครใหญ่”

“ม๊า”

“ยอมเรียกแม่แล้วเหรอ เชข่านลูกรัก” เธอหันไปยิ้มให้ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของตัวเองอย่างหยอกล้อ

“ขนลุกมากเลยม๊า” เขาทำท่าลูบแขนตัวเองขนลุกซู่จนโดนผู้เป็นแม่ตีแขนเบาๆ ด้วยความมันเขี้ยว

“ม๊าเรียกผมมามีอะไรไหม”

“ทำไมเหรอ ม๊าเรียกแค่นี้มาไม่ได้”

“ป่าวครับ ก็เห็นทุกทีถ้าไม่มีอะไรม๊าก็ไม่ชอบเรียกหนิ แสดงว่าต้องมีอะไรดีๆ สักอย่างสองอย่างจริงไหมครับคุณคิม” ข่านยิ้มให้คุณเลขาที่ยืนตัวสูงโด่งข่านท่านประธานยิ้มกลับหน่อยๆ

“ป่าวหรอกม๊าจะให้แกมาศึกษาดูงานไว้เผื่อวันข้างหน้าเป็นประธานบริษัทจะได้ไม่ล่มจม ดูสิ ม๊าว่านายแบบใช่ได้นะ เก่งจริงๆ เลย อยากได้เป็นนายแบบในสังกัดจัง”

 

เธอเอามือเท้าคางมองจออย่างสนใจ ในขณะเดียวกันข่านเองก็ละสายตาจากผู้เป็นแม่มองจอที่กำลังมีภาพจากการกล้องที่ช่างภาพกำลังลั่นชัตเตอร์ถ่ายอยู่ฉายไปเรื่อยๆ เขารู้สึกควันจะออกหูใบหน้าที่มีรอยยิ้มตอนคุยกับผู้เป็นแม่หายไปเหลือแต่เพียงสีหน้าที่เรียบตึง รัศมีสังหารแผ่ออกจนคนเป็นแม่สังเกตเห็น ท่าทีโกรธจนจะเอาไม่อยู่ของลูกชาย จึงได้ดึงแขนไว้

“เป็นอะไรทำไมต้องทำท่าโมโหด้วยเจ้าลูกชาย”

 เธอพยายามที่จะดึงตัวข่านเอาไว้อีกอย่างภาพที่ข่านเห็นมันก็ทำให้คนใจร้อนโกรธเป็นฟืนเป็นไฟเหมือนโดนแย่งอะไรสักอย่างไป

มันเป็นจังหวะเดียวที่ขิงโดนบีบงานด้วยท่านี้ โดยที่นายแบบนั้นเอนกายพิงโซฟายาวโดยมีขิงคร่อมร่างไว้ในมือถือน้ำหอมตัวสินค้า เรียวขาขาวโชว์หน้าก้องในขณะที่เสื้อก็มีเพียงเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวใหญ่ที่ดูยังไงก็เปลืองเนื้อเปลืองตัวจนเขาควันออกหูไหนจะมือนายแบบที่ลูบเอวเล็ก จะไม่ให้โกรธได้ไงก็ในเมื่อนั่นนะของรักของเขาเลย

 

“ข่าน”

แม่ของเขาเอ่ยเรียกไม่มีสัญญาณตอบรับจากลูกชายเลยเธอรู้ว่าสีหน้าแบบนี้คือโกรธจนพังทั้งสตูได้ แต่เธอก็ไม่แน่ใจว่าทำไมลูกชายของเธอถึงได้โมโหขนาดนี้กัน

เขาจงใจดึงแขนแม่ตัวเองออกก่อนจะเดินหน้าตึงเข้าฉากไป จนทุกคนตกใจ คว้าเอวขิงลอยลิ้ว ออกจากตัวนายแบบอย่างทันที

“ทำอะไร”

เขาเอ่ยถามขิงเสียงเรียบในขณะที่สายตาไม่ได้หันมองคนในอ้อมแขนเลยแม้แต่น้อย

“ปะ ปล่อย นะ เจ็บ”

 

ขิงเบ้หน้าในขณะที่ช่างแต่งหน้าทำผมถึงกับเอามืออุดปากกันแล้วถอยหนีรัศมีสังหารที่ปล่อยออกมารอบตัวข่าน ส้มเองก็ตกใจทุกคนในสตูดิโอตกใจหมดไม่เว้นแม้กระทั่งตัวแม่ของข่านเองที่จู่ๆ ลูกชายก็เป็นบ้าเดินอาดๆ ไปคว้าร่างของนายแบบจำเป็นลอยละลิ่วออกจากฉากที่เซตไว้

“แล้วทำไมแต่งตัวแบบนี้”

 ข่านหันหน้ามาถามขิงที่ยังคงอยู่ในอ้อมแขนของเขาโกรธจนมือที่รวบเอวบางนั้นรัดแน่นจนขิงปวดร้าวไปหมด

“ทำบ้าอะไรของนายปล่อย ฉันเจ็บ” ขิงเอ่ยบอก

“ทำไมต้องเปลืองเนื้อเปลืองตัวให้คนอื่นเขาแตะนั้นแตะนี้”

“ปล่อย เจ็บ ก็นายแบบเบี้ยวคิวไม่มา เขาก็เลยให้ฉันถ่ายแทนอีกอย่างก็ไม่ได้เห็นหน้าด้วย อะไรที่ช่วยพี่ๆ เขาได้ ถ้าทำได้ก็อยากช่วยไม่ได้เปลืองตัวอะไรทั้งนั้น” ขิงบอกมันยิ่งเหมือนน้ำมันราดไฟยิ่งพูดคนตรงหน้าก็ยิ่งโกรธเขา

“ไม่ต้องถ่ายกลับ เซตที่ถ่ายไปลบทิ้งให้หมด”

 เขาคลายมือจากเอวของขิงมาจับข้อมือเล็กนั้นแน่จนเจ็บก่อนจะเหมือนกิ่งเดินกิ่งลากให้อีกคนเดินตามโดยที่ทุกคนไม่สามารถห้ามได้ ขิงพยายามสะบัดตัวออก แต่ก็ไม่สำเร็จเรารู้สึกเวียนหัวขึ้นมาอีกแล้ว ในขณะที่ข่านลากเขาออกจากฉาก ขิงก็รู้สึกวูบจนทิ้งตัวล้มลงตรงหน้าทุกคนรวมทั้งข่านด้วยที่เจ้าตัวตั้งรับอีกคนไม่ทัน

“ว้าย ตายแล้ว ขิงลูก อย่ามุมอย่ามุม”

พี่ส้มวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาประคองร่างขิงที่นอนนิ่งอยู่บนพื้นโดยที่มีเจย์ที่วิ่งเข้ามาจะคว้าร่างขิงขึ้นอุ้ม แต่ก็มีคนไวกว่าคว้าร่างลอยหนีแล้วอุ้มไว้คนเดียวอย่างรีบร้อนวิ่งหายไปท่ามกลางความวุ่นวายและมึนงงของทุกคนที่สตูดิโอ โดยเฉพาะผู้เป็นแม่จับต้นชนปลายไม่ถูกแทบจะเป็นลม

 

“ตายแล้วลูกชายฉัน งานนี้ต้องคุยกันยาวแล้ว” เธอถึงกับเอามือกุมขมับปวดหัวไม่คิดว่าจะทำวีรกรรมในกองสตูขนาดนี้ สงสัยเธอต้องมีเรื่องคุยกันยาวซะแล้ว

 

โรงพยาบาล

เขาไม่คิดว่าขิงจะอยู่ๆ ล้มลงไปหมดสติแบบนั้นยอมรับว่าโมโหมากใครใช้ให้เจ้าตัวไปให้คนอื่นจับลูบซบแบบนั้นไม่มีใครที่ไหนชอบให้คนของตัวเองโดนคนอื่นเขาจับหรอก แต่พอเห็นอีกคนวูบสลบไปใจเขาก็อ่อนยวบทันที เจ้าตัวนั่งอยู่ด้านนอกห้องตรวจในขณะที่ด้านในคุณหมอกำลังตรวจร่างกายคนไข้อยู่

เจ้าตัวลืมตาตื่นมองเพดานและกลิ่นแอลกอฮอล์รวมไปถึงคุณหมอที่ยืนยิ้มให้เขา

“ฟื้นแล้วเหรอ”

“ผมอยู่ที่ไหน” เจ้าตัวเอามือกุมหัวทำท่าจะลุกขึ้นนั่งแต่ก็โดนหมอเอ่ยห้ามแล้วให้เจ้าตัวนอนต่อ

“โรงพยาบาล คนไข้วูบสลบไป ตอนนี้คนพามาก็รออยู่ข้างนอกครับ”

“งั้นเหรอครับ”

เขาพยายามทำความเข้าใจแต่ดูเหมือนบางอย่างในท้องจะอยากออกมาใบหน้าพะอืดพะอมของขิงทำให้พยาบาลเตรียมถุงให้เขา อ้วก โดยที่คุณหมอยังยืนมองเขานิ่ง สีหน้าเปื้อนรอยยิ้มอย่างที่ขิงไม่เข้าใจ

“อาการแบบนี้เป็นมานานหรือยังครับ” หมอเอ่ยถามเขาในขณะที่เจ้าตัวรับน้ำจากคุณพยาบาลหลังจากอาเจียนอย่างหนักไป

“เป็นอาทิตย์ได้แล้วครับแต่เพิ่งมาเวียนหัววูบแล้วรู้สึกคลื่นไส้ วันสองวันนี้” เขาบอกไปตามความจริง คุณหมอพยักหน้าเข้าใจแต่ก็ยังยิ้มให้ขิงจนเจ้าตัวอดสงสัยไม่ได้

 

“ตกลงผมป่วยเป็นอะไรครับหมอ เห็นหมอยิ้มแบบนี้แล้วผมเองก็ใจไม่ค่อยจะดี สักเท่าไหร่” เขาพูดออกไปตามตรงเพราะปกติถ้าตรวจอาการแล้วหมอก็ต้องบอกเขาสิว่าเขาป่วยเป็นอะไรทำไมต้องมายืนยิ้มให้คนไข้แบบนี้มันทำให้เขาไม่วางใจเลยสักนิด

“จะเรียกว่าป่วยก็คงไม่ใช่”

“แล้วถ้าไม่ได้ป่วย เขาจะเรียกว่าอะไรละหมอ” เขาทั้งพูดทั้งเอามือกุมขมับเพราะเริ่มรู้สึกว่าจะหน้ามืดขึ้นมาอีกแล้ว

“คนไข้ต้องใจเย็นๆ นะครับ นอนลงไปก่อนอย่าเพิ่งขยับตัวมากอาจจะมีอาการหน้ามืดแล้วก็วูบได้อีก ที่จริงที่หมอบอกว่าไม่ใช่อาการป่วยแต่อาการที่แสดงออกหลังจากที่ถามคนไข้เขาเรียกอาการแพ้ครับ”

“แพ้ อาหารเป็นพิษเหรอครับ” ขิงถามออกไปด้วยความไม่รู้คุณหมอก็ส่ายหน้าปฏิเสธว่าไม่ใช่

“ไม่ใช่ครับ ถ้าเป็นในลักษณะของผู้หญิงอาการแบบนี้เขาเรียกว่าแพ้ท้องที่เกิดจากการตั้งครรภ์ครับ”

ขิงได้ฟังก็ได้แต่หัวเราะเบาๆ ที่หมอจู่ๆ ทำไมถึงมาพูดเรื่องท้องใส่เขาทั้งๆ ที่ก็รู้อยู่ว่าเขาก็เป็นผู้ชาย

 

“หมอพูดเรื่องอะไรผมไม่เข้าใจ”

“ถ้าหมอพูดชัดเจนก็คงบอกได้แค่ว่า ตอนนี้คุณตั้งครรภ์ได้เกือบ 9 สัปดาห์แล้วครับ”

“ห๊ะ”

ขิงเบิกตาโพลงในขณะที่มือของเขาดันเลื่อนมากุมท้องตัวเองเอาไว้โดยไม่รู้ตัวหัวใจเต้นแรงเหมือนจะหล่นออกมา

 

“อย่ามาอำกันเล่นสิหมอ ผู้ชายที่ไหนจะท้องได้ หมอนี้ตลกดีนะครับ ฮ่า ฮ่า” ขิงแค่นเสียงหัวเราะในขณะที่มือยังคงวางบนท้องตัวเองแน่นแถมเสียงหัวใจที่เต้นแรงไม่เป็นจังหวะ

“ใช่ครับฟังดูอาจจะเป็นเรื่องตลกแต่ถ้าจากอาการที่บอกและผลการตรวจร่างกายของคนไข้ ก็ยืนยันว่าตอนนี้คุณตั้งครรภ์ ซึ่งช่วง 7-9สัปดาห์ จะเริ่มมีอาการหน้ามืดเวียนหัว หรืออาเจียนออกมาซึ่งเป็นผลของการตั้งครรภ์ที่พบในคนท้องทั่วไป โดยอาการพวกนี้จะหายไปเองในช่วงอายุครรภ์เข้าสู่เดือนที่สาม หรือบางกรณีอาจจะแพ้ตั้งแต่รู้ตัวว่าตั้งครรภ์จนถึงกำหนดคลอดก็มี”

ขิงนอนฟังอย่างไม่เชื่อหูตัวเองว่าเขามีใครอีกคนอยู่ในนี้มือที่วางบนผ้าห่มแน่น

ฟังที่หมออธิบาย แทบไม่เชื่อเหมือนตัวเองกำลังหลับฝัน แต่หมอก็ยังยืนยันทั้งอธิบายทุกอย่างให้เขาฟังโดยละเอียด มันเป็นเรื่องเหลือเชื่อเกินไปที่เขาท้อง จนคุณหมอเอาผลยืนยันนั้นคือการส่องกล้อง

ขิงก็เลยเห็นเจ้าก้อนเล็กที่มีจุดที่หมอชี้ให้ดูคือหัวใจเต้นแถมดูเหมือนว่าจะเริ่มมีแขนมีขาเป็นรูปเป็นร่างอยู่ในถุงมดลูกของเขาทุกอย่างดูอื้ออึงไม่สามารถบอกได้ เขาฟังหมออธิบายพร้อมทั้งกัดฟัน ทั้งน้ำตา ว่าในร่างกายของเขาไม่ได้มีแค่เขาคนเดียวที่อยู่ยังมีหนึ่งชีวิตน้อยๆ ที่กำลังจะลืมตาดูโลกขึ้นมา

มันเป็นสิ่งที่เหนือคำอธิบาย เพราะตั้งแต่เกิดมาเขาก็ไม่คิดว่าร่างกายของเขามีอะไรพิเศษ ถึงแม้จะไม่เชื่อตาตัวเองแต่มีที่สั่นไหวนั้นก็ลูบท้องตัวเองเบาๆ มันเป็นไปเองโดยอัตโนมัติ และที่สำคัญไปกว่านั้นก็คือเขาขอร้องหมอว่าอย่าเพิ่งบอกอะไรกับอีกคนว่าเขาท้อง ซึ่งจริงๆ หมอก็ลำบากใจแต่ก็รับปากเขาและบอกให้เขาเข้ามาหาทุกๆ เดือนคอยตรวจและก็แนะนำวิธีการดูแลครรภ์เพราะกรณีพิเศษอย่างเขามีโอกาสเสี่ยงทุกเมื่อมากกว่าผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ปกติอีก

 เขายอมตกลงตามที่หมอบอกก่อนจะอนุญาตให้เขาออกจากห้องตรวจ ขิงยืนลูบภาพถ่ายที่ได้จากหมอในการอัลตร้าซาวด์เห็นเจ้าตัวน้อยในมือก่อนที่ใครบางคนจะเปิดประตูเข้ามาเขาถึงรีบยัดภาพแผ่นนั้นในกระเป๋าเสื้อตัวเอง

 

“เป็นไงบ้างหมอบอกว่าไง” ข่านเอ่ยถามในขณะที่เดินเข้ามาใกล้ ตอนนี้อารมณ์ของเขาเย็นลงบ้างแล้วกว่าตอนที่มาถึง

“ไม่มีอะไร พักผ่อนน้อย นะเลยวูบ”

 ขิงบอกพร้อมกับเบือนหน้าไปทางอื่น มือที่ไขว้หลังกำแน่น เขาไม่แน่ใจว่าสิ่งที่ตัวเองกำลังโกหกไปมันเป็นผลดีหรือเปล่า แต่เขาก็กลัวว่าถ้าอีกฝ่ายรู้จะทำยังไง เพราะสถานะที่เป็นอยู่ มันก็แค่ข้อตกลงที่พอใจกันทั้งสองฝ่ายไม่ได้มีความรักเข้ามาเลยถึงแม้ว่าเขาเองจะเริ่มรู้สึกแล้วก็ตาม

มือที่แอบกุมไว้ด้านหลังเลื่อนมาลูบท้องตัวเองเบาๆ เหมือนรู้สึกเจ็บแปร๊บๆ แล่นเข้าหา จะเป็นอย่างไรเขาก็คงจะต้องให้ความรักกับสิ่งที่อยู่ข้างในนี้ ถึงแม้ว่าวันหนึ่งเขาจะต้องเผชิญหน้ากับความเจ็บปวดลำพัง แต่เจ้าตัวเล็กนี้ต้องได้รับความรักจากเขาไม่แพ้ใครๆ เขาสัญญา

“ปวดท้องเหรอ? ” ข่านเอ่ยถามก่อนจะพยุงขิงไปนั่งรอรับยา

“อืมนิดหน่อย หิวน้ำนะ” เขาเอ่ยออกไป

“งั้นนั่งรอตรงนี้นะเดี๋ยวเดินไปซื้อมาให้”

 ข่านบอกเขาพร้อมกับลุกขึ้นยืนเต็มความสูงส่งมือมาลูบหัวเขาเบาๆ ก่อนจะเดินออกไป ขิงก้มมองท้องตัวเองที่เอามือลูบเบาๆ

“หนูจะไม่เป็นไรนะ ถ้าเผื่อวันหนึ่งเราสองคนต้องอยู่ด้วยกันเพียงลำพัง ป๊ะป๋าสัญญาว่าจะดูแลหนูให้ดี และมอบความรักทั้งหมดที่มีให้หนูคนเดียวเลยนะ เป็นเด็กดีนะครับ คนดีของป๊า”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ps. อาจจะบรรยาฉากโรงพยาบาลไม่ละเอียดเพราะไม่มีความรู้ด้านนี้มากเอาพอที่เราเข้าใจไปเองแล้วกันนะคะ มันเป็นเพียงจินตนาการเลยไม่สามารถอธิบายหลักทางการแพทย์ได้ ต้องขอโทษด้วย =///=

ความคิดเห็น