ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

โลกที่ 1 : แรกพบสบตา (5)(end)​

ชื่อตอน : โลกที่ 1 : แรกพบสบตา (5)(end)​

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 261

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 11 พ.ย. 2562 23:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
โลกที่ 1 : แรกพบสบตา (5)(end)​
แบบอักษร

บทที่ 5

 

สายลมเย็นที่พัดมากระทบใบหน้าทำให้เฮคาทีหลับตาพริ้มซึมซับอากาศที่บริสุทธิ์​ของโลกโบราณขาเรียวสวยแกว่งชิงช้าไม้ที่ตัวเองนั่งอยู่ให้ไกวเบาๆรอบตัวมีเสียงหัวเราะและเสียงพูดคุยของเด็กผู้หญิงและเด็กผู้ชาย พวกเขาสดใสร่าเริงต่างจากวันแรกๆที่เจอกัน แววตาที่เคยเฉยชาและว่างเปล่าก็ดูมีชีวิตชีวา​มากขึ้นเรื่อยๆ

ติ๊ง! แต่หลับตาไปไม่ได้เท่าไหร่เสียงเตือนจากระบบก็ดังขึ้นทำลายบรรยากาศ​ดีดีของวันนี้ไปซะหมด

[ โฮสต์​ครับมีข้อความจากระบบแม่เข้ามาคุณจะฟังเลยไหมครับ ]​

“ อืม ”

[ สถานะโลกมิติหมายเลข Y008 ]​

[ ดวงวิญญานทั้งหมด : 4564/4564 ]

[ สถานะ : เก็บเกี่ยวเสร็จสิ้น ]​

[ คุณสามารถออกจากโลกนี้ได้ทันทีที่ต้องการ ]​

[ ไม่อนุญาต​ให้อยู่ต่อเกินหนึ่งเดือน ]​

[ คำเตือน : ห้ามฝ่าฝืนคำสั่งโดยเด็ดขาด! ]​

พอเฮคาทีฟังจนจบเจ้าตัวก็เบือนหน้าไปมองวิวทิวทัศน์​ต่อทันที ถ้าให้บอกความรู้สึกตอนนี้คงเป็นคำว่าเบื่อ โลกนี้มีแค่ไลล่าจับวิญญานเท่านั้นที่พอจะทำให้คลายความเบื่อหน่าย​ไปได้บ้าง นอกนั้นก็ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นอีกเลย เขาก็พึ่งรู้เหมือนกันว่าพวกเจ้าหน้าที่ระบบล่าวิญญานได้ทำงานที่มันจืดชืดและโครตน่าเบื่อขนาดนี้

น่าสงสารชะมัด

[ คุณจะออกจากโลกนี้เมื่อไหร่ครับ ]​ เสียงอิเล็กทรอนิกส์​ของเรียวดังขึ้นในหัวทำให้เฮคาทีหลุดออกจากภวังค์​ความสงสารต่อเพื่อนเจ้าหน้าที่ต่างระบบทันที เฮคาทีครุ่นคิดไม่กี่วิก็เอ่ยปากตอบด้วยน้ำเสียงสบายๆ

“ ส่งจดหมายให้ทางตระกูลหน่อยเรียว คงได้เวลาต้องเอาร่างนี้ไปคืนครอบครัว​ที่แท้จริงซะแล้ว ”

 

 

สามวันต่อมาคฤหาสน์​ตระกูลฟูจิกิ

 

“ แล้วเด็กๆพวกนั้นที่ลูกพากลับมาจะเอายังไงล่ะหึ ” ผมชะงักตะเกียบที่กำลังคีบข้าวเข้าปากทันทีที่ได้ยินคำถาม คนถามคือคุณนายฟูจิกิหรือก็คือแม่ของร่างนี้เธอเป็นคนใจดีและอ่อนโยนแต่ไม่อ่อนแอ ถึงจะเป็นแม่เจ้าของร่างนี้แต่ผมไม่ได้รู้สึกอะไรกับเธอ ไม่รักไม่ผูกพันแต่ก็ไม่เกลียด เรียกได้ว่าเป็นความรู้สึกเฉยๆซะมากกว่า

“ ผมคิดจะเลี้ยงดูพวกเขาจนกว่าจะโตครับท่านแม่ ครอบครัวเราก็ไม่ได้ลำบาก เลี้ยงเด็กอีกแค่เจ็ดคนคงไม่เท่าไหร่ ส่งเสียให้พวกเขาเรียนจนจบพอโตขึ้นก็ให้เลือกอนาคตกันเองแค่นั้นครับ ” ผมแกล้งทำเป็นครุ่นคิดอยู่สักพักก็เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงสบายๆเพราะนิสัยดั้งเดิมของเจ้าของร่างคือคนที่ไม่ค่อยคิดอะไรมากนักเป็นคนที่ใช้ชีวิตได้สโลว์​ไลฟ์ส​ุดๆ

“ ถ้าลูกว่าอย่างนั้นแม่ก็ตามใจ เดี๋ยวจะหาคนคอยรับใช้ให้อย่างละคนแล้วกัน ”

“ ไม่ต้องครับ ให้พวกเขาทำทุกอย่างด้วยตัวเอง ท่านแม่คอยหาคนไปสอนพวกเขาก็พอ ผมอยากได้คนที่สอนให้พวกเขาใช้ชีวิตมากกว่าคนที่คอยรับใช้ ไม่อยากให้พวกเขาโตขึ้นแล้วทำอะไรกันไม่เป็น ” ผมเอ่ยขัดทันที ผมไม่อยากให้เด็กที่เคยน่ารักกลายเป็นเด็กเอาแต่ใจเพราะมีคนคอยตามรับใช้

อนาคตมันไม่เคยแน่นอนแค่ช่วยพวกเขาออกมาจากกรงขังนั้นก็ถือว่าช่วยสุดๆแล้ว ถ้าอนาคตพวกเขากลายเป็นภัยขึ้นมาจะขำไม่ออก จิตใจมนุษย์​เป็นอะไรที่คาดเดาได้ยากคิดในแง่ร้ายที่สุดไว้ก่อนเป็นดี

ถึงผมจะช่วยพวกเขาและคอยเลี้ยงดูแต่นั่นก็เพราะว่าตอนนี้ไม่มีบ้านเด็กกำพร้า ถ้าปล่อยทิ้งไว้ก็คงเหลือแค่ความตายที่รอพวกเขาอยู่เลยตัดสินใจเลี้ยงดูจนกว่าพวกเขาจะโตและเรียนจบ หลังจากนั้นก็บ๊ายบาย

ขนาดครอบครัวเจ้าของร่างผมยังไม่รู้สึกอะไรด้วยเลยกับเด็กๆอีกแค่เจ็ดคนที่อยู่ด้วยกันไม่ถึงสองเดือนจะไปรู้สึกอะไรเล่านอกจากความสงสารตามประสามนุษย์​ มันเป็นความรู้สึกเฉยๆที่ค่อนข้างชาชิน

ถ้าคุณเป็นโฮสต์​ที่ผ่านภารกิจมาหนึ่งโลก สองโลก สิบโลก ร้อยโลก จนถึงพันโลก จิตใจคุณก็จะเริ่มเรียนรู้และปรับตัวจนมันแกร่งเหมือนเอาแร่ที่แข็งที่สุดมาห่อหุ้มหัวใจเอาไว้

ไม่ใช่ว่าไม่มีความรัก โลภ โกรธ​ หลง มันมีแต่พวกเราเลือกจะไม่สนใจมันไปมากกว่า ภารกิจ ต่างหากเพราะเจ้าหน้าที่ที่เคยหลงไปในวังวนของมันก็มักจะจบลงด้วยสาเหตุเดิมๆ

รักมาก ยึดติด อยากเป็นเจ้าเข้าเจ้าของสิ่งๆนั้น สุดท้ายพวกเขาจะแหกกฏทำให้สมดุลย์​เกิดรอยร้าวเพราะคิดว่าตัวเองมีระบบแล้วจะยิ่งใหญ่ที่สุด

หลังจากนั้นก็ตู้ม! วิญญานแตกสลายอย่าสมบูรณ์​และหายไปอย่างไร้ร่องรอย..

ทำได้เท่าที่ทำได้ ช่วยเท่าที่ช่วยได้ก็พอเพราะคนที่จำเรื่องราวต่างๆได้นั้นมีแต่ เรา อย่าเอาความรู้สึกเข้าไปฝากไว้ที่ใคร

เจ้าหน้าที่ระบบต่างๆไม่เรียกว่าเป็นมนุษ​ย์ ไม่ใช่วิญญาน ไม่ใช่เทพ ไม่ใช่ปีศาจ พวกเราไม่อยู่ในคำจำกัดความใดๆเลยไม่ต้องไปเกิดใหม่หรือเวียนว่ายตายเกิด ไม่มีโชคชะตาหรือพรมลิขิต มีชีวิตอยู่เพื่อทำหน้าที่ให้โลกต่างๆสมดุลย์​และไม่เกิดรอยร้าวเท่านั้น

ฟังดูเป็นเหมือนเรื่องน่าเศร้า..

แต่ผมคิดว่ามันดี!สุดๆ ผมไม่ได้ต้องการอยู่แล้วไอ้พวกความรักหรือเงินทอง ผมแค่อยากสำรวจโลกและท่องเที่ยวไปเรื่อยๆเท่านั้นเอง!

แถมไอ้พวกที่โดนสลายวิญญานก็เป็นพวกเจ้าหน้าที่ระดับต่ำๆที่ชอบคิดว่าตัวเองเป็นตัวเอกของโลกนิยายแฟนตาซี อยากทำอะไรก็ทำ..

โดนโทษสูงสุดก็สมควรแล้ว!

เพราะมันทำให้เจ้าหน้าที่ระดับสูงสุดอย่างผมหรือคนอื่นๆต้องไปคอยตามล้างตามเช็ดกับสิ่งที่พวกมันทำเอาไว้จนเวลาพักร้อนแทบไม่มีเหลือ!

สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับโฮสต์​ระดับสูงสุดอย่างพวกเราไม่ใช่ความรักหรือเงินทอง.. แต่เป็นวันพักร้อนโว้ย!!!

กว่าจะได้หยุดครั้งนึงก็เกือบพันปียิ่งระดับสูงเท่าไหร่ภารกิจที่ทำก็ยากขึ้นๆเรื่อยๆ จนเวลาจะพักหายใจยังแทบไม่มีแล้วจะเอาเวลาที่ไหนไปมีความรัก! หา!!

[ โฮสต์! ใจเย็นๆ คุณหลุดกลิ่นอายฆ่าฟันออกมาจนทำให้ครอบครัวของร่างนี้อึดอัดแล้วนะครับ! ]​

เฮคาทีที่ใบหน้าฉีกยิ้มสบายๆแต่รังสีฆ่าฟันลอยฟุ้งไปทั่วจนทำให้พ่อแม่ของชิโอนหายใจหายคอไม่ค่อยสะดวกหลุดออกจากภวังค์​ความคิดทันทีที่เรียวเตือนเจ้าตัวรีบสลายกลิ่นอายทันที ก่อนจะกลับมาทำสีหน้าเฉยๆคีบข้าวเข้าปากต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“ ยามาดะให้คนไปเปิดหน้าต่างหน่อยสิเหมือนอากาศในห้องจะไม่ค่อยถ่ายเท ” นายท่านประจำตระกูลหรือพ่อของร่างนี้เอ่ยขึ้น

“ ได้ครับ ” ยามาดำรับคำก่อนประตูเลื่อนแบบใสจะเลื่อนออกให้เห็นสวนดอกไม้และลำธารเล็กๆ

“ ค่อยดีขึ้นหน่อย กินต่อเถอะค่ะคุณว่าแต่ตาชิรอลงานหนักหรือค่ะ ” ท่านแม่ของร่างนี้เอ่ยขึ้นพร้อมถามถึงชิรอลหรือพี่ชายคนโตของบ้าน

“ อืม นิดหน่อยเรื่อง.... ” เสียงถามไถ่​สนทนา​ระหว่างมื้ออาหารเย็นยังดังไปเรื่อยๆไม่มีว่าท่าทีจะจบสิ้นหรือหยุดพัก แต่มันก็ไม่ได้ทำให้เฮคาทีรำคาญหรือเบื่อหน่ายอย่างใดที่แม้ว่าเขาจะไม่ได้เปิดปากพูดอะไรเลยก็ตาม..

 

กลางดึกคืนนั้น

 

[ เตรียมระบบการ​เคลื่อนย้ายสปิริตเสร็จเรียบร้อยแล้วครับโฮสต์​ คุณจะออกจากโลกนี้เลยไหมครับ ]​

“ อืม ไปกันเถอะ ”

[ ยืนยันตัวตน​ : เรียบร้อย ]​

[ เจ้าหน้าที่สูงสุดระดับ​ X : เฮคาที ]​

[ เปิดระบบปฏิบัติการ​ย้ายสปิริตกลับมิติโฮสต์​ : สำเร็จ ]​

[ เริ่มต้นย้ายสปิริตทันทีใน สาม.. สอง.. หนึ่ง ]​

[ Start ]​

ลมหายใจที่เคยเต้นอย่างสม่ำเสมอของร่างที่นอนหลับตาพริ้มอยู่บนเตียงค่อยๆเต้นช้าลงๆเรื่อยๆจนหยุดหายใจในที่สุด ก่อนที่อีกหนึ่งนาทีต่อมาหน้าอกจะกลับมาเคลื่อนไหวตามเดิท เปลือกตาที่เคยหลับสนิทค่อยๆเปิดขึ้นก่อนจะมองสำรวจไปทั่วห้อง ร่างเพรียวค่อยๆยันตัวขึ้นมาก่อนจะนึกออกว่าตัวเองอยู่ที่ไหน

“ หืม.. แล้วเขากลับมาที่บ้านได้ยังไง? เมื่อคืนจำได้ว่ายังอยู่บนเรืออยู่เลยไม่ใช่หรือไง เอ๊ะ! หรือไม่ใช่ ซี๊ด—ปวดหัวชะมัด ”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น