email-icon facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

อ่านแล้วระวังจะตกเป็นเหยื่อของพ่อเสือเลออนล่ะ หุหุ

ตอนที่ 14 ขอมือคุณหน่อย nc นิดๆ (rewrite)

ชื่อตอน : ตอนที่ 14 ขอมือคุณหน่อย nc นิดๆ (rewrite)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 61.2k

ความคิดเห็น : 45

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ก.ย. 2563 00:32 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 14 ขอมือคุณหน่อย nc นิดๆ (rewrite)
แบบอักษร

ตอนที่ 14  

โดย แยมขนมปัง 

 

 

 

 

“นี่คุณพาผมมาที่นี่ทำไม” ทอยถามเลออนเสียงนิ่ง เมื่อเห็นว่าสถานที่ที่เลออนพาเขามาคือที่ไหน  

“ก็พามาหาอะไรกินไง”  

“ที่ถนนคนเดินเนี่ยนะ”  

“ใช่แล้ว ที่นี่นะของอร่อยเพียบนะ ผมบอกเลย”  

ตอนนี้เลออนพาทอยมายังถนนคนเดินหลังมหา'ลัยของเขา ซึ่งที่นี่ ถือได้ว่าเป็นแหล่งรวมของนักเรียน นักศึกษา และผู้คนมากมาย เพราะนอกจากจะมีอาหารหลากหลายให้เลือกทานแล้ว ยังมีพวกของใช้ เสื้อผ้าที่ราคาสบายกระเป๋า ถนนคนเดินแห่งนี้ จึงถือเป็นที่นิยมอย่างมากสำหรับคนที่อยากจะเดินชิวๆหาอะไรทานหรือซื้อของในราคาไม่แพง  

“ไปกันเถอะ คุณถอดเสื้อสูทไว้ในรถเนี่ยแหละ เดี๋ยวร้อน” เลออนพูดบอก ก่อนจะเปิดประตูลงจากรถ ซึ่งทอยเองก็ถอดเสื้อสูทของตัวเองพาดไว้กับเบาะรถแล้วลงตามเลออนไปอย่างเลี่ยงไม่ได้  

“คุณอยากทานอะไรเป็นพิเศษไหม” เลออนถามทอย ซึ่งตอนนี้ทั้งสองคนยืนคุยกันอยู่ที่ปากทางเข้า 

“เดินดูก่อนแล้วกัน” ทอยตอบกลับ สายตาก็สอดส่องไปยังร้านค้ามากมายตรงหน้าอย่างสนอกสนใจ ทำเอาเลออนยิ้มอย่างพอใจ 

“งั้นไปเดินกัน”  

ทอยพยักหน้ารับแล้วเดินเข้าไปพร้อมกับเลออน  

ระหว่างทางที่เลออนและทอยเดินดูของตามเส้นทางของถนนคนเดิน ก็มีสายตาของผู้คนมากมายที่เดินผ่านไปมา ต่างหันมาจับจ้องชายหนุ่มหน้าตาดีทั้งสองอย่างสนอกสนใจ แต่ในเวลานี้ทั้งสองคนไม่ได้รับรู้ถึงสายตาของผู้คนรอบข้างมากนัก เพราะคนหน้าสวยเอาแต่หันมองร้านค้ามากมายด้วยความตื่นตา ส่วนเลออนก็เอาแต่จ้องมองร่างโปร่งข้างกายยิ้มๆ แทบไม่วางตา  

“คุณดูตื่นเต้นจังเลยนะ” เลออนถามทอยขำๆ เมื่อเห็นสายตาและท่าทางของทอยที่เหมือนกับเด็กที่ได้มาเที่ยวในที่แปลกใหม่ 

“ผมไม่ได้ตื่นเต้น แค่ไม่เคยมาเดินที่แบบนี้มาก่อน” ทอยตอบเสียงปกติ โดยที่สายตายังคงกวาดมองไปทั่ว คำตอบของทอยทำเอาเลออนเลิกคิ้วอึ้งๆ  

“จริงดิ คุณหนูสุดๆอะ คุณคงเคยเดินแต่ห้างล่ะสิ” เลออนพูดแซวไม่จริงจัง แต่กลับทำทอยนิ่งไปนิด  

“ผมไม่ใช่คุณหนูหรอก ผมแค่ต้องทำงานตั้งแต่เด็กนะ เลยไม่มีเวลามาเดินเที่ยวที่แบบนี้” คำตอบของทอยทำคนเด็กกว่านิ่งเงียบ ยิ่งในเสี้ยววินาทีนั้น เขาแอบเห็นแววตาเศร้าหมองของทอยชั่วขณะ แล้วทอยก็ทำสีหน้ากลับมาเป็นปกติ  

“ทานร้านนั้นกันเถอะ” ทอยพูดบอกพร้อมชี้ไปทางร้านร้านหนึ่ง 

“ผัดไทยหอยทอด?”  

ทอยพยักหน้า  

“แต่ถ้าคุณอยากทานอย่างอื่นก็ได้นะ”  

“คุณอยากทานอะไร ผมก็อยากทานด้วยนั่นแหละ” เลออนตอบอย่างเอาใจ ทำเอาทอยทำสีหน้าไม่ถูก เพราะรู้สึกใจสั่นแปลกๆกับคำพูดของเด็กหนุ่ม 

ทั้งสองไม่ได้พูดอะไรกันต่อ แล้วพากันเดินเข้าไปนั่งยังร้านขายผัดไทยหอยทอด โดยทางร้านจะจัดโต๊ะธรรมดาให้นั่งข้างทาง ไม่ได้เป็นร้านในร่มเหมือนตามร้านอาหาร พอเข้ามานั่งเรียบร้อย ทั้งสองคนก็จัดแจงสั่งอาหารของตัวเอง รอไม่นานอาหารก็มาเสิร์ฟ  

“คุณดูหิวนะ” เลออนถามยิ้มๆ เมื่อพอจานผัดไทยกับหอยทอดมาตั้งตรงหน้า ทอยก็ไม่รีรอรีบตักทานทันที  

“ก็นี่มันดึกแล้ว ผมทานข้าวตั้งแต่เที่ยง” ทอยตอบโดยที่ไม่เงยหน้าขึ้นมาจากจานผัดไทย ทำเด็กหนุ่มที่นั่งมองคนหน้าสวยตักผัดไทยเข้าปากไม่หยุด ก็ถึงกับยิ้มขำในท่าทางน่ารักน่าเอ็นดูของคนตรงหน้า  

“พี่เลออนคะ”  

เสียงใสๆของหญิงสาวที่เรียกชื่อเลออน ก่อนจะตามมาด้วยร่างบอบบางที่เข้ามานั่งลงข้างๆเลออนอย่างถือวิสาสะ พอเจ้าตัวหันไปมองก็พบว่าหญิงคนนี้คือหนึ่งในคนที่เคยเป็นคู่นอนของเขานั่นเอง เลออนหันมามองหน้าของทอยนิดๆ แต่ทอยก็ยังคงนั่งทานผัดไทยเงียบๆ ไม่ได้มีทีท่าว่าจะสนใจหญิงสาวสักเท่าไหร่ 

“ว่าไงหวาน มากับใครเหรอ” เลออนทักอย่างเป็นกันเอง ซึ่งไม่แปลกเพราะเลออนจำชื่อคู่นอนของเขาได้ทุกคน เลออนมองว่า การที่เขาจจำพวกเธอได้ มันเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งที่ทำให้ผู้หญิงประทับใจจนหลงกลของเลออนได้ไม่ยาก  

“หวานมากับเพื่อนค่ะ นั่งอยู่โต๊ะนั้น”  

หญิงสาวชี้นิ้วไปทางกลุ่มเพื่อนของเธอ เลออนจึงหันไปยิ้มทักทายกลุ่มหญิงสาวที่ยิ้มส่งกลับมาให้ด้วยท่าทางเคอะเขิน แต่เลออนก็รู้สึกแปลกๆ เพราะดูเหมือนสายตาของผู้หญิงกลุ่มนั้นจะมองเลยเขาไป เลออนจึงมองตามสายตาของพวกเธอ ก็พบว่าผู้หญิงพวกนั้นนั่งแอบมองเลขาฯหน้าสวยของเขาอยู่ ซึ่งตอนนี้ใบหน้าสวยยังคงก้มหน้าทานผัดไทยโดยที่ไม่หันสนใจสิ่งใดเลย อยู่ๆเลออนก็รู้สึกไม่พอใจกลุ่มของหญิงสาวนิดๆ ที่มานั่งมองคนของเขาแบบนี้  

“แล้วนี่พี่เลออนมากับใครเหรอคะ” เสียงที่หวานสมชื่อ กับสายตาเป็นประกายของหญิงสาวที่มองไปทางคนตรงหน้าเขา ทำใบหน้าคมที่ยิ้มอยู่ก่อนหน้านี้บึ้งตึงขึ้นทันที 

“พี่มากับเมี.......”  

“รุ่นพี่ครับ ผมเป็นรุ่นพี่ที่ทำงานของคุณเลออนนะครับ” ทอยพูดแทรกขึ้นมาทันที ก่อนจะหันไปทำตาดุใส่เลออนเพราะเขารู้ว่าเด็กหนุ่มจะตอบว่าอะไร  

“พี่เลออนทำงานที่ไหนเหรอคะ”  

“ที่บริษัทของพ่อพี่นะ”  

“อ๋อ ที่บริษัทของพ่อพี่เลออน คงต้องรับแต่คนหน้าตาดีแน่ๆเลย ทั้งพี่เลออนและพี่....เอ่อ พี่ชื่ออะไรเหรอคะ”  

“ทอยครับ” ถึงแม้ว่าทอยจะตอบด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่เลออนก็รู้สึกไม่พอใจอยู่ดี 

“พี่ทอยเนี่ย หน้าตาก็ดี แถมชื่อยังเท่อีกนะคะ” หญิงสาวพูดยิ้มๆ ทอยเองก็ทำเพียงยิ้มรับนิดๆ ไม่ได้ตอบอะไร  

“หวานมีธุระอะไรหรือเปล่า พอดีพวกพี่ต้องการความเป็นส่วนตัวนะ” เลออนพูดด้วยรอยยิ้ม แต่เป็นรอยยิ้มที่ทำเอาหญิงสาวชะงัก เพราะรู้สึกขนลุกแปลกๆ  

“เอ่อคือ เอาตรงๆเลยนะคะ พอดีว่าเพื่อนของหวานสนใจพี่ทอยอะค่ะ ไม่ทราบว่าขอเบอร์โทรพี่ให้เพื่อนหวานหน่อยได้ไหมคะ คนนั้นอะค่ะ” หญิงสาวพูดบอก ก่อนจะชี้นิ้วไปทางเพื่อนสาวตัวเล็กน่ารักคนหนึ่งที่นั่งเขินอยู่ที่โต๊ะ ทอยและเลออนก็หันมองตามด้วยสีหน้าที่แตกต่างกัน ทอยที่มีสีหน้าเรียบนิ่ง ต่างจากเลออนที่ตอนนี้ใบหน้าบึ้งตึงอย่างเห็นได้ชัด 

“ทอยเขาคงไม่สะดวกที่จะให้นะครับ” เลออนพูดขึ้น  

“ทำไมละคะ” หญิงสาวถามด้วยความสงสัย ก่อนจะเกาะแขนแกร่งของเลออนอย่างเคยตัว ทอยที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ก็มองที่มือของหญิงสาวที่เกาะแขนของเด็กหนุ่มไว้ โดยที่เลออนก็ไม่มีทีท่าว่าจะปัดออกแต่อย่างใด ทำร่างโปรงรู้สึกรำคาญสายตาอย่างบอกไม่ถูก 

“คุณรู้ได้ยังไงว่าผมไม่สะดวก” ทอยพูดขึ้น ทำเอาเลออนหันขวับมองร่างโปร่งด้วยสายตาดุๆ ที่จริงแล้วทอยไม่ได้สนใจอะไรเด็กสาวคนนั้นหรอก แต่เขาก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน ว่าทำไมถึงพูดแบบนั้นออกไป  

“หมายความว่าพี่ทอยจะให้เบอร์โทรเพื่อนหวานใช่ไหมคะ”  

“อิ่มแล้วใช่ไหม จะได้กลับ....หวานพี่กับทอยขอตัวก่อนนะ พอดีรีบ” ไม่รอให้หญิงสาวตอบรับอะไรเลออนก็ลุกไปดึงแขนเรียวของทอยให้ยืนขึ้นทันที 

“เอ่อ แล้วเบอร์ของพี่ทอยละคะ”  

“พอดีทอยเขามีเจ้าของแล้วนะครับ พี่หวังว่าเพื่อนน้องคงเข้าใจ” เลออนพูดจบ ก็เดินไปจ่ายเงินแล้วดึงแขนของทอยพาออกไปทันที ทำเอาหญิงสาวกับกลุ่มเพื่อนมองตามอย่างงุนงง  

 

มือหนาที่ยังคงจับแขนเรียวไม่ปล่อยโดยที่ไม่มีคำพูดใดๆเกิดขึ้นระหว่างคนทั้งสอง ทอยไม่เข้าใจจริงๆเลยว่าตอนนี้เด็กหนุ่มเป็นอะไรขึ้นมาอีก ถึงได้มีสีหน้าบึ้งตึงราวกับไปโกรธเคืองใคร แต่สิ่งที่ทอยรับรู้ได้อย่างชัดเจน ก็คงจะเป็นสายตาของคนรอบข้าง ที่เริ่มหันมาสนใจเขาและเลออนสองชายหนุ่มร่างสูงที่เดินจับมือถือแขนกันในสถานที่ที่พลุกพล่านไปด้วยผู้คน ซึ่งสายตาแปลกๆที่จับจ้องมานั้นยิ่งทำให้ร่างโปร่งรู้สึกไม่ดี 

“คุณ ปล่อยมือผมได้แล้ว” ทอยชะงักเท้าหยุดเดิน ทำให้เลออนต้องหยุดเดินไปด้วย  

“ทำไมผมต้องปล่อย กลัวใครจะเห็นหรือไง”  

“คุณเป็นอะไร”  

“ผมไม่ได้เป็นอะไร กลับกันได้แล้ว”  

หมดกันสิ่งที่เขาวาดฝันว่าจะได้พาคนหน้าสวยมาเดินชมซื้อของเหมือนกับคู่อื่นๆ แต่เขาคงคิดน้อยไปเอง บทเรียนครั้งนี้ทำให้เลออนรู้ว่า ไม่ควรพาทอยออกไปที่ไหนทั้งนั้น คนที่จะได้เห็นใบหน้าสวย น้ำเสียงใสของชายคนนี้ จะต้องเป็นเขาคนเดียวเท่านั้น 

ทอยเป็นคนของเขาแล้ว 

และเป็นคนที่เขาหวง...  

--------------------- 

“ขอบคุณที่มาส่งนะครับ พรุ่งนี้คุณไม่ต้องมารับผมแล้วนะ เพราะผมหายดีแล้วครับ ผมขับรถเองไหว” 

ทอยพูดขึ้นขณะที่รถของเลออนเข้ามาจอดแน่นิ่งภายในโรงจอดรถของคอนโดเขา เลออนนิ่งเงียบ ไม่ได้ตอบอะไร แต่กลับเปิดประตูลงจากรถ แล้วเดินอ้อมไปหยิบกระเป๋าสะพายหลังที่ท้ายรถ ทำเอาทอยขมวดคิ้วมองอย่างไม่เข้าใจ ก่อนจะลงจากรถเช่นกัน  

“คุณจะเอากระเป๋าไปไหน”  

“ก็ไปห้องคุณไง” เลออนตอบ ทอยถึงกับขมวดคิ้ว 

“ผมว่าคุณไม่ได้มีธุระอะไรที่ต้องขึ้นไปบนห้องผมนะครับ”  

“แล้วใครบอกว่าไม่มีล่ะ” เลออนพูดจบ ก็เดินนำร่างโปร่งเข้าไปในคอนโดทันที ทอยยืนตามแผ่นหลังกว้างที่เดินนำหน้าเขา ก่อนจะถอนหายใจหนักๆ แล้วเดินตามเลออนไปเงียบๆ  

--------------------- 

“คุณมีธุระอะไรกับผมครับ”  

ทอยถามขึ้นทันทีที่เขาและเลออนเข้ามาอยู่ภายในห้องแล้ว เลออนไม่ได้ตอบอะไร แต่กลับเดินเข้าไปในห้องนอนของทอย ทอยเองก็ทำได้เพียงแค่ถอนหายใจกับความเอาแต่ใจของเด็กหนุ่มลูกเจ้านายคนนี้ ก่อนจะเดินตามเลออนเข้าไปในห้อง ก็เห็นว่าร่างแกร่งกำลังเอาเสื้อผ้าออกจากกระเป๋าที่ถือมาด้วย แล้วเอาใส่ไว้ในตู้เสื้อผ้าของทอย 

“คุณทำอะไร”  

“ก็เอาผ้าเก็บในตู้ยังไงล่ะ ถามแปลกๆนะคุณ” เลออนพูดด้วยน้ำเสียงปกติ แล้วยังคงเก็บเสื้อผ้าเข้าตู้ต่อ 

“คุณเล”  

“ไม่ต้องมาทำหน้าดุใส่ผมเลยนะ คุณยังมีคดีติดตัวอยู่”  

“คดีอะไรของคุณ”  

“ก็ที่คุณอ่อยผู้หญิงพวกนั้นที่ร้านผัดไทยยังไงล่ะ” 

“ผมไม่ได้อ่อยอะไรใครทั้งนั้น อย่างมาพูดกับผมแบบนี้” ทอยพูดเสียงเข้มขึ้น 

“ไม่อ่อย แล้วตอนเขามาขอเบอร์ ทำไมคุณถึงอยากจะให้ไปนักฮะ” เลออนพูดเสียงดังขึ้นเช่นกัน  

“นั่นมันเรื่องของผม ไม่เกี่ยวกับคุณ”  

“ผมเป็นผัวคุณ จะไม่เกี่ยวได้ยังไง” เลออนพูดสวนกลับทันที โดยพูดเน้นย้ำเสียง ยิ่งทำให้ทอยไม่พอใจกับสิ่งที่เด็กหนุ่มพูดออกมา 

“อย่ามาพูดจาทุเรศกับผม เราไม่ได้เป็นอะไรกันทั้งนั้น” ทอยเองก็พูดโต้ตอบไม่ยอมเช่นกัน ตอนนี้ทอยไม่สามารถใจเย็นได้เหมือนเมื่อก่อนแล้วจริงๆ เพราะเขาคิดว่าเลออนเข้ามารุกล้ำพื้นที่ส่วนตัวของเขามากเกินไปแล้ว  

“สงสัยคงต้องเตือนความจำคุณหน่อยสินะ”  

ร่างโปร่งถูกมือหนาดันขึ้นเตียง โดยไม่ทันตั้งตัวร่างแกร่งก็โถมตัวขึ้นมาทาบทับจนคนร่างบางกว่ามิอาจหลุดหนีออกไปได้ 

“อย่านะคุณ” ทอยพูดเสียงตื่น รู้สึกว่าสถานการณ์ตอนนี้มันสุ่มเสี่ยงเกินไป 

“หึ ทำไม กลัวเหรอ เมื่อกี้ยังปากเก่งอยู่เลยนี่” เลออนแสยะยิ้ม แล้วพูดกับคนที่อยู่ใต้ร่างด้วยสายตานิ่งๆ ทอยรู้สึกว่าเลออนในตอนนี้ ดูน่ากลัวแบบที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน  

“ออกไปจากห้องผมเดี๋ยวนี้” ทอยพูดเสียงขุ่น แต่เลออนกลับยิ้มเยาะ 

“ผมออกไปก็ได้.........แต่หลังจากเอาคุณเสร็จแล้วนะ” เสียงทุ้มนิ่งกับรอยยิ้มร้าย ทำเอาทอยกลืนน้ำลายด้วยความตื่นกลัวกับสายตา สีหน้าและน้ำเสียงของเลออน  

ดวงตาคมยังคงสบตากับดวงตาคู่สวยไม่วางตา ใบหน้าคมโน้มลงมาใกล้กับใบหน้าสวยที่ตื่นกลัว ใกล้จนทำให้ลมหายใจอุ่นร้อนรดใบหน้าของกันและกัน แต่แล้วใบหน้าใสของทอยกลับเบี่ยงหน้าหลบริมฝีปากอุ่นของเลออนที่กำลังจะประกบลงมาที่ริมฝีปากนุ่มของเขา  

“หยุดเถอะ" 

ทอยพูดเสียงแผ่ว โดยที่ยังคงหันหน้าหนีเลออน แต่คำพูดของทอย ไม่ได้ทำให้คนฟังคิดจะทำตามเลย เมื่อเห็นว่าไม่สามารถจูบริมฝีปากของร่างโปร่งได้ ริมฝีปากร้อนจึงเปลี่ยนเป้าหมายลงมาซุกไซ้ซอกคอขาวของทอยแทน 

“ยะ...อย่า คุณเล หยุดเถอะ อ้ะ” ทอยพยายามร้องห้าม แต่ริมฝีปากหนากลับยังดูดเม้มซอกคอของทอยจนผิวคอที่เคยขาวเนียนก่อนหน้านี้ เริ่มขึ้นเป็นรอยแดงสีกุหลาบ  

“อ้ะ เจ็บ!”  

ฟันคมของเลออนที่ขบกัดเข้าที่ซอกคอขาวของทอยเข้าอย่างจัง จนเกิดรอยฟัน ก่อนที่ลิ้นร้อนจะลากเลียวนตามรอยฟันที่เขาเป็นคนสร้างขึ้น ยิ่งทำให้ทอยรู้สึกเจ็บแปลบๆที่ซอกคอเพิ่มขึ้นไปอีก ในขณะที่ปากยังคงวุ่นอยู่กับซอกคอของทอย มือหนาของเลออนก็ไม่ได้หยุดนิ่ง แต่กลับลูบไล้ไปทั่วผิวกายท่อนบนของคนใต้ร่าง ที่เสื้อถูกปลดกระดุมออกจนหมดตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ มือแกร่งทั้งลูบคลำ และบีบเคล้นลงไปอย่างแรงตามเรือนร่างของทอย จนทอยรู้สึกเจ็บไปทุกที่ที่มือหนาลากผ่าน  

“ฮื้มมม” เสียงคำรามทุ้มในลำคอของเลออนที่แสดงถึงความพึงพอใจในเรือนร่างของชายตรงหน้าเป็นอย่างมาก ตอนนี้เขาแทบจะคุมอารมณ์ที่ก่อตัวขึ้นภายในตัวของเขาไม่อยู่ กลิ่นหอมเฉพาะตัวของทอย ทำเอาร่างแกร่งแทบคลั่ง อยากจะขย้ำร่างโปร่งไปซะทุกส่วน  

ทอยเองก็ใจเต้นระรัวกับการการกระทำของเลออน แต่แล้วทอยก็ต้องชะงัก เมื่อรับรู้ได้ถึงแท่งร้อนของเลออนที่ขยายเต็มลำ กำลังบดเบียดกับต้นขาของเขาอยู่ ยิ่งทำให้ทอยรู้ชะตากรรมของตัวเองว่าคงหยุดเลออนได้ยากแล้ว  

เมื่อเลออนดูดเม้มชิมรสซอกคอขาวของทอยอย่างพอใจแล้ว ลิ้นร้อนก็ไล่เลียลงมาเรื่อยๆตั้งแต่ซอกคอของทอย ผ่านไหปลาร้า จนมาหยุดที่ยอดอกสีสวยที่กำลังชูชันปะทะอากาศ ร่างแกร่งไม่รอช้าจัดการลงลิ้นดูดเลียตุ่มไตบนยอดอกของร่างโปร่งระรัว ทำเอาร่างโปร่งดิ้นพล่านด้วยความเสียวซ่านที่เริ่มก่อตัวขึ้นเช่นกัน  

“อื้ออออ คุณ ฮื้มม หยุดเถอะ อ้ะ นะครับ”  

เสียงร้องขอของใบหน้าสวยชั่งแลดูน่าส่งสาร แต่กลับไม่ได้ทำให้เด็กหนุ่มเอาแต่ใจคนนี้หยุดการกระทำที่จาบจ้วงนี้ได้เลย เลออนยังคงไม่หยุดปากที่กำลังดูดเม้มสร้างรอยทับรอยเก่าที่เขาทำไว้ครั้งก่อนไปทั่วผิวอกของทอย มือแกร่งที่ว่างจากการลูบไล้หน้าท้องเนียนก็เลื่อนอ้อมไปทางด้านหลัง ก่อนจะบีบเคล้นสะโพกของทอยทำเอาร่างโปร่งสะดุ้ง 

“คุณเล อ้ะ ผมขอร้อง หยุดเถอะ ผมบอกให้หยุดไง!” ทอยตวาดลั่น ทำเอาเลออนชะงัก แล้วผละออกจากยอดอกคู่สวย ก่อนหันมองหน้าใสที่ตอนนี้ขึ้นสีแดงระเรื่อ  

“ทำไมผมต้องหยุด” เลออนถามเสียงเข้ม แล้วมองทอยด้วยสายตาแข็งกร้าว แต่ทอยกลับเบี่ยงหน้าหลบสายตาของเลออน 

“คือ....ผม” ทอยพูดเสียงอ้อมแอ้ม  

“อะไร” เลออนถามห้วนๆ แต่ทอยกลับนิ่งเงียบ  

“ถ้าคุณไม่พูด งั้นก็นอนให้ผมจัดการต่อแล้วกัน” เลออนพูดจบ แล้วจะก้มลงไปซุกไซ้เรือนร่างของทอยอีกครั้ง ทำเอาทอยตกใจ 

“ผมยังเจ็บอยู่!” ทอยพูดขึ้นมาเสียงดัง เลออนจึงชะงักปากที่จะดูดเม้มยอดอกของทอย แล้วหันกลับขึ้นมามองหน้าของทอยที่ยังคงหันหลบสายตาของเขาอยู่  

“เจ็บก้นเหรอ” เลออนถามย้ำออกมาตรงๆ ยิ่งทำให้ทอยหน้าแดงขึ้นไปอีก ก่อนจะพยักหน้าตอบรับ ทำเอาเลออนถอนหายใจหนักๆ 

“แต่ตอนนี้ของผมมันโตเต็มลำแล้วนะ” เลออนพูดบอกอย่างพยายามข่มอารมณ์ เขาเองก็ไม่อยากทำให้ทอยต้องเจ็บเพิ่มไปอีก แต่ตอนนี้เขาก็ไม่ไหวแล้วเหมือนกันเพราะรู้สึกปวดหนึบหนับไปทั้งแกนกาย  

“แต่ผมยังเจ็บ” ทอยพูดเสียงอุบอิบด้วยความอาย เขาไม่คิดเลยว่าตัวเขาต้องมาพูดเรื่องแบบนี้ และมาอยู่ในสถานการณ์แบบนี้กับผู้ชายด้วยกัน  

“ถ้าคุณไม่ให้ผมเอาเข้าไปในตัวคุณ คุณก็ต้องช่วยผม” เลออนพูดบอก ทำเอาทอยหันหน้ากลับมามองเลออนอย่างไม่เข้าใจ 

“ช่วยยังไง”  

ใช้มือให้ผมหน่อย” ทอยถึงกับชะงัก  

“คะ..คุณจะบ้าเหรอ คุณก็ทำเองสิ” ทอยพูดเสียงตะกุกตะกัก รู้สึกร้อนหน้าผ่าวๆ 

“ไม่รู้แหละ คุณทำให้ผมมีอารมณ์ คุณก็ต้องรับผิดชอบ” เลออนพูดอย่างเอาแต่ใจ  

“นี่คุณ คุณจะมาทำนิสัยแบบเด็กๆ เอาแต่ใจกับผมทุกเรื่องไม่ได้นะ”  

“ทำไมชอบว่าผมเด็กนักฮะ คุณแก่กว่าผมกี่ปีเชียว”  

“ผมก็เกิดก่อนคุณหลายปีแล้วกัน” 

“จะเกิดก่อน เกิดหลัง สุดท้ายเราก็เป็นผัวเมียกันอยู่ดีนั่นแหละ” เลออนพูดพึมพำ แต่ทอยก็ได้ยินชัดเจน  

“นี่คุณ!”  

“ไม่ต้องมาพาผมออกนอกเรื่องเลยนะ ตกลงคุณจะเอายังไง จะยอมใช้มือให้ผม หรือจะให้ผมจัดการคุณ” เลออนถามอย่างต้องการคำตอบเดี๋ยวนี้ ยิ่งทำให้ทอยเครียดเข้าไปอีก ก่อนจะตัดสินใจพยักหน้ารับอย่างเลี่ยงไม่ได้ 

“อืม”  

“อืมอะไร” เลออนถามย้ำอย่างนึกแกล้งร่างโปร่ง 

“ก็อืมไง รีบทำจะได้รีบเสร็จ” ทอยพูดด้วยเสียงหงุดหงิด แต่กลับทำให้เลออนยิ้มขำออกมา  

ก่อนหน้านี้เลออนยอมรับเลยว่า เขาไม่พอใจเรื่องที่มีคนมาขอเบอร์โทรกับทอย แล้วทอยมีท่าทีเหมือนจะให้ไป ทำให้เขาหงุดหงิดร่างโปร่งเป็นอย่างมาก แต่พอได้มาเห็นใบหน้าใสที่ขึ้นสี กับท่าทางเก้อเขินในตอนนี้ของทอย กลับทำให้เลออนหายโกรธทอยได้ในทันที เลออนคิดว่าเขาต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ  

เมื่อทอยตอบรับ เลออนก็ผละลุกออกจากตัวของทอย ก่อนจะขยับถอดกางเกงและชั้นในของตัวเองออก แท่งร้อนที่แข็งขืนเต็มที่เด้งออกมาทันที ทำเอาทอยรีบหันหน้าหลบแทบไม่ทันเพราะรู้สึกร้อนหน้าวูบวาบ ทั้งๆที่ก็มีเหมือนๆกัน แต่ทอยก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาต้องรู้สึกประหม่าทุกครั้งเวลาที่เห็นแท่งร้อนของเลออน 

เมื่อจัดการถอดกางเกงเรียบร้อย เลออนก็ขึ้นมานั่งบนเตียงข้างๆกับทอยทันที ทำเอาร่างโปร่งสะดุ้ง 

“เร็วสิคุณ ผมอยากปล่อยจะแย่อยู่แล้วเนี่ย” เลออนพูดเร่ง ทอยกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดๆ ก่อนจะหันหน้ามามองแท่งร้อนของเลออนที่ขยายเต็มที่ มือเรียวเลื่อนเข้าไปใกล้แกนกายใหญ่ด้วยมือที่สั่นเทา  

หมับ!  

“คุณ!” ทอยร้องโวยทันที เมื่ออยู่ๆมือหนาก็ดึงมือเรียวของเขา เข้าไปจับแท่งร้อนตรงหน้าเต็มๆมือ 

“ฮื้มม ขยับสิ” เลออนที่รับรู้ได้ถึงความอุ่นร้อนจากฝ่ามือเรียวที่กอบกุมแท่งร้อนของเขาอยู่ ก็เม้มปากคำรามขึ้นทันที 

ทอยเองถึงแม้จะรู้สึกแปลกๆ ที่ต้องมาจับของคนอื่นแบบนี้ แต่ก็ยอมขยับมือตามที่ร่างแกร่งบอกอย่างยากลำบาก เพราะมือเรียวของทอยไม่สามารถกอบกุมแท่งร้อนของเลออนได้หมด ทอยชำเลืองมองแท่งร้อนนิดๆ แล้วแอบคิดว่า สิ่งนี้เข้ามาในช่องทางหลังของเขาได้ยังไงกัน และเมื่อคิดไปถึงเรื่องนั้นก็ยิ่งทำให้ทอยร้อนหน้าผ่าวจนแทบจะระเบิดออกมา  

“ฮื้มมมม ดี แบบนั้นแหละ อ้าา” เลออนคำรามอย่างสุขสม เมื่อมือเรียวเริ่มขยับรูดรั้งแกนกายของเขาขึ้นลงเรื่อยๆอย่างช้าๆ  

“อ้าา มือคุณอุ่นดีจัง อื้อออ” เขาไม่เคยคิดเลยว่ามือของทอยที่เป็นผู้ชายเหมือนกัน จะให้ความรู้สึกดีแบบนี้  

ฟึ่บ ฟึ่บ ฟึ่บ  

มือบางยังคงทำหน้าที่ขยับขึ้นลงแท่งร้อนของเลออนระรัวอย่างไม่หยุดพักมือ  

“ยะ..อย่า อื้อออ” ทอยสะดุ้งด้วยความตกใจ เมื่ออยู่ๆเลออนก็โน้มหน้าเข้ามาบดจูบที่ริมฝีปากของเขาก่อนจะผละออก 

“ขอแค่จูบเอง นะครับ”  

เสียงทุ้มนุ่มแกมอ้อนของเด็กหนุ่ม ทำคนอายุมากกว่านิ่งเงียบไป โดยที่มือยังคงขยับปรนเปรอแท่งร้อนของเลออนอยู่ ส่วนเลออนเองเมื่อเห็นว่าทอยเงียบไป จึงโน้มหน้าเข้าไปจูบร่างโปร่งอีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้ทอยก็ไม่ได้มีท่าทีขัดขืนแต่อย่างใด ริมฝีปากหนาบดเบียดริมฝีปากบางอย่างหนักหน่วง ลิ้นร้อนก็ดุนดันเข้ามาในโพรงปากอุ่นของทอย ที่ยอมเปิดปากรับแต่โดยดี จึงทำให้ลิ้นร้อนสามารถเข้าไปฉกชิมความหวานในโพรงปากนุ่มของทอยได้ ลิ้นร้อนตวัดเกี่ยวพันกับลิ้นอุ่นของทอยอย่างหยอกล้อ โดยที่ครั้งนี้ลิ้นอุ่นของทอยก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี โดยที่ทอยก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน  

“ซี๊ดด เร็วอีกคุณ” เลออนผละริมฝีปากจากทอยแล้วพูดบอก ก่อนจะก้มลงไปซุกไซ้ซอกคอขาวของทอย ทอยเองก็เร่งจังหวะมือตามคำขอของร่างแกร่ง 

ฟึ่บ! ฟึ่บ! ฟึ่บ!  

เสียงแกนกายใหญ่ที่มีน้ำสีขุนเริ่มปริ่มออกมาที่ส่วนปลายยอดดังไปทั่วห้อง ยิ่งทอยใช้นิ้วหัวแม่มือเลื่อนไปลูบถูที่ส่วนปลายยอดแท่งร้อน ยิ่งทำให้เลออนเสียวซ่านไปทั้งแกนกาย  

“อ้าาาา อึ้ก ใกล้แล้ว ฮื้มมมม ทอยย” เลออนคำรามเรียกชื่อทอย ทำเอาเจ้าของชื่อร้อนวูบวาบไปทั้วใบหน้าถึงกกหู มือเรียวก็เร่งจังหวะขยับรูดแท่งร้อนขึ้นลงระรัวแบบไม่หยุดพัก 

“อ้ะ อ้า ฮื้มมมมมมมม”  

เสียงคำรามเฮือกสุดท้ายมาพร้อมกับน้ำสีขุ่นที่ฉีดพุ่งออกมาจากแกนกายใหญ่ของเลออน จนเต็มฝ่ามือของทอย และเลอะไปยังหน้าท้องแกร่งของเลออนเอง 

เลออนหายใจหอบหนักจากการได้ปลดปล่อย ก่อนจะขยับเข้าไปจูบริมฝีปากนุ่มของทอยหนักๆ ย้ำๆ โดยที่ไม่ได้รุกล้ำใดๆ  

“อื้ออ พอแล้วคุณ ผมเลอะหมดแล้วเนี่ย” ทอยดันร่างแกร่งให้ถอยออกจากตัวเขา แล้วพูดบอก ก่อนจะก้มดูน้ำรักที่เต็มฝ่ามือของเขา ด้วยใบหน้าขึ้นสี  

“คุณ” อยู่ๆเลออนก็เรียกทอยขึ้น ทอยจึงหันไปเลิกคิ้วใส่ 

“ให้ผมช่วยคุณด้วยไหม ผมว่าคุณเองก็คงอยากปลดปล่อยนะ” เลออนพูดยิ้มๆ ทอยจึงหันมองแกนกายของตัวเอง ก็พบว่ามันขยายขึ้นคับเป้ากางเกงแล้วเช่นกัน ทำเอาร่างโปร่งชะงักทำสีหน้าไม่ถูกเพราะรู้สึกอายเด็กหนุ่มตรงหน้า ทอยไม่รู้ตัวเลยว่าเขามีอารมณ์ขึ้นมาเพียงเพราะใช้มือให้กับเลออน  

“มะ...ไม่ต้อง” ทอยตอบติดๆขัดๆ ก่อนจะรีบลุกเดินเข้าไปในห้องน้ำทันที ทำเอาเลออนยิ้มขำ  

ทอยเข้าไปในห้องน้ำอยู่นาน ก่อนที่เลออนจะได้ยินเสียงน้ำจากฝักบัวไหลกระทบพื้น ซึ่งไม่ต้องบอก เลออนก็พอเดาได้ ว่าทอยเข้าไปทำอะไรนานสองนานในนั้น  

"หึหึ...น่ารัก" 

------------------------ 

“อาบน้ำนานจังเลยนะ มัวทำอะไรอยู่”  

เลออนพูดแซวยิ้มๆ เมื่อเห็นทอยเดินออกมาจากห้องน้ำหลังจากที่หายเข้าไปเป็นชั่วโมง ก่อนจะใช้สายตาคมมองเรือนร่างของทอยที่นุ่งเพียงผ้าขนหนูผืนเดียวด้วยสายตาโลมเลีย ทอยเองถึงแม้จะรู้สึกหวาดหวั่นกับสายตาของเลออน แต่ก็พยายามทำสีหน้าให้เป็นปกติ  

สาเหตุที่ทอยไม่ได้แต่งตัวออกมานั้นเพราะตอนที่เข้าไปอาบน้ำและจัดการตัวเอง ทอยลืมหยิบเสื้อผ้าเข้าไปเปลี่ยนในห้องน้ำด้วย แต่ร่างโปร่งก็พยายามคิดเสียว่า ยังไงเขากับเลออนก็เป็นผู้ชายเหมือนกัน มีทุกอย่างเหมือนกัน ทำไมเขาต้องมาอายเลออนด้วย แต่ถึงจะคิดได้แบบนั้น พอเอาเข้าจริงเขาก็รู้สึกอายอยู่ดี ยิ่งนึกถึงเรื่องที่เขาใช้มือให้เลออนจนเสร็จ ทอยก็ยิ่งอยากจะมุดพื้นหนีให้รู้แล้วรู้รอด เมื่อทอยออกจากห้องน้ำ เลออนจึงเดินเข้าไปอาบน้ำต่อ  

 

แอ๊ด 

เสียงประตูห้องน้ำที่เปิดออก พร้อมกับร่างแกร่งที่เดินนุ่งผ้าขนหนูออกมา ทอยที่นอนดูข่าวอยู่บนเตียง ชำเลืองมองเลออนนิดๆ ก่อนจะหันกลับไปสนใจข่าวในโทรทัศน์ต่อ  

“โธ่ ทอย ผมอ่อยคุณขนาดนี้ คุณยังเมินผมอีกเหรอ” เลออนพูดขึ้นยิ้มๆ โดยที่ยังคงยืนพิงกรอบประตูห้องน้ำ มองมาทางร่างโปร่งอยู่  

“ไร้สาระ” ทอยตอบกลับนิ่งๆ และยังคงให้ความสนใจกับข่าวในโทรทัศน์อยู่แบบนั้น เลออนจึงเดินไปแต่งตัว ก่อนจะขึ้นมานอนข้างๆกับทอย แล้วดึงทอยเข้ามากอด 

“คุณ ปล่อยผม” ทอยพูดพร้อมทั้งพยายามดันร่างแกร่งออก  

“ขอกอดหน่อยนะ เมื่อคืนผมไม่ได้นอนกอดคุณ คิดถึงจะแย่” เลออนพูดอ้อน ทำเอาทอยใจสั่นไหว  

“ปล่อยผมก่อน ผมจะลุกไปปิดไฟ”  

“เดี๋ยวผมปิดให้” เลออนบอกกลับ แล้วลุกไปจัดแจงปิดไฟ ปิดโทรทัศน์ ก่อนกลับขึ้นมานอนสวมกอดร่างโปร่งจากทางด้านหลัง ซึ่งครั้งนี้ทอยก็ไม่ได้ขัดขืนเพราะรู้ว่าขัดขืนไปก็ไม่ได้ประโยชน์อะไร  

“ทอย”  

“ครับ”  

“อาทิตย์หน้าเป็นวันหยุดยาว ไปเที่ยวกันนะ” เลออนพูดชวน ทอยก็นิ่งเงียบไป  

“แต่ที่บริษัทไม่ได้หยุด”  

“คุณก็ลางานหน่อยไม่ได้เหรอ เดี๋ยวผมขอป๊าผมให้”  

“อย่าดีกว่าครับ ผมมีงานต้องทำอีกเยอะ”  

“ตามใจ” เลออนพูดสั้นๆ แต่กลับทำให้ทอยรู้สึกแปลกใจ ไม่คิดว่าเลออนจะยอมง่ายๆแบบนี้ ส่วนเลออนเอง เขาไม่ได้คิดจะยอมหรอก เพียงแค่เขาค่อยหาวิธีพาร่างโปร่งไปให้ได้ก็เท่านั้น  

“คุณเอาเสื้อผ้าของคุณมาไว้ห้องผมทำไม” ทอยถามอย่างนึกได้ 

“ก็เวลาผมมานอนห้องคุณ ผมจะได้ไม่ต้องยืมชุดคุณใส่ไง” 

“คุณไม่ควรทำแบบนี้ เรื่องทุกอย่างมันไม่ควรเกิดขึ้น ผมว่าคุณอย่ามาที่.......”  

“ต่อให้คุณจะพูดยังไง ผมก็จะไม่ไปไหนเด็ดขาด และคุณก็ไล่ผมไม่ได้ด้วย นอนเถอะ พรุ่งนี้เราต้องเข้าบริษัทแต่เช้า” เลออนพูดตัดบท ทอยจึงทำได้เพียงนอนนิ่งเงียบ เพราะรู้ว่าต่อให้พูดอะไรออกไป คนอย่างเลออนก็คงจะไม่ทำตาม และไม่ฟังเขาแน่ๆ เลออนกระชับกอดทอยแน่นขึ้น โดยที่ทอยเองก็ยังคงจมดิ่งอยู่กับความคิดของตัวเอง  

--------------------- 

“เดี๋ยวผมขับรถไปเองได้” ทอยพูดขึ้น ขณะที่ทั้งสองคนกำลังจะเตรียมตัวออกไปทำงาน หลังจากที่ทานข้าวเช้าที่ห้องที่เลออนโทรสั่งขึ้นมาจนเสร็จ ซึ่งในวันนี้เป็นวันที่เลออนไม่มีเรียนเขาจึงจะเข้าไปบริษัทพร้อมกับทอยเลย 

“ไปกับผมนี่แหละ ผมต้องเข้าบริษัทอยู่แล้ว”  

“แต่ผมว่ามันคงดูไม่เหมาะ ถ้าคุณกับผมจะเข้าบริษัทพร้อมกัน” เขาเพียงแค่ไม่อยากให้ใครรู้ หรือสงสัยเรื่องระหว่างเขากับเลออนนัก 

“ใครจะกล้าพูดอะไร คุณเป็นเลขาฯป๊าผม ก็เหมือนเลขาฯของผม ทำไมจะไปไหนมาไหนกับผมไม่ได้”  

“แต่ว่า.....”  

“ไม่มีแต่อะไรทั้งนั้น ไปกันเถอะ เดี๋ยวเข้างานสายขึ้นมา ผมไม่รับผิดชอบนะ” ทอยจำยอมไปกับเลออน อย่างสู้ความเอาแต่ใจของเด็กหนุ่มไม่ได้จริงๆ  

 

@บริษัทWPB  

“สวัสดีค่ะคุณรชณกร” กมลผู้ช่วยเลขาฯเอ่ยทักเลออนขึ้น แล้วก็แอบหันมองทอยที่เดินเข้ามาพร้อมกับเลออนด้วยความสงสัย แต่ก็ไม่ได้ถามอะไร  

ตั้งแต่มาถึงบริษัท ในตอนแรก ทอยคิดไว้ว่าจะให้เลออนเดินเข้าบริษัทไปก่อน แล้วเขาค่อยตามเข้าไป แต่ร่างแกร่งก็ดึงดันให้เข้าไปพร้อมกัน ทอยจึงเดินเข้าบริษัทกับเลออนอย่างเลี่ยงไม่ได้ ในขณะที่เข้ามาภายในบริษัท ก็มีพนักงานหลายคนต่างมองกันอย่างสงสัย ว่าทำไมเลออนกับทอยถึงมาพร้อมกันได้ แต่ก็ไม่มีใครกล้าถามออกมา ส่วนเลออนเองก็ไม่ได้คิดจะสนใจอะไรอยู่แล้ว  

“ป๊าผม เอ่อออ ท่านประธานเข้ามาแล้วยังครับ”  

“ท่านยังไม่เข้ามาค่ะ” กมลตอบ เลออนจึงพยักหน้ารับ “เอ่อ คุณรชณกรคะ”  

“ครับ” เลออนตอบรับสั้นๆ แต่สายตาก็หันชำเลืองมองร่างโปร่งที่นั่งลงจัดแจงเอกสารอยู่ที่โต๊ะ 

“พอดีมีลูกค้าท่านหนึ่งเข้ามาติดต่องานค่ะ แล้วทางเขาอยากจะคุยงานกับคุณรชณกรค่ะ เป็นลูกค้ารายใหญ่เลยนะคะ” กมลพูดบอก ทำเอาเลออนขมวดคิ้ว  

“แล้วทำไมไม่ให้คนที่มีหน้าที่ในส่วนนั้นดูแลลูกค้าละครับ ทำไมต้องเป็นผม” เลออนถามด้วยความสงสัย เพราะเอาเข้าจริง เขาก็ยังไม่ได้มีหน้าที่หรือตำแหน่งอะไรในบริษัทนี้เลยด้วยซ้ำ  

“ดิฉันก็ไม่ทราบค่ะ พอดีทางลูกค้าติดต่อมาทางท่านประธานโดยตรง แล้วเจาะจงว่าจะดิวงานผ่านคุณรชณกรเท่านั้น ท่านก็ตกลงให้คุณรชณกรดิวงานกับลูกค้ารายนี้ได้เลยค่ะ” กมลพูดบอก จากที่เลออนได้ฟังก็พอจะคาดเดาได้ว่าลูกค้ารายนี้คงใหญ่พอสมควร ถึงได้สามารถติดต่อผ่านพ่อของเขาได้โดยตรง แถมพ่อเขายังยอมทำตามคำขอที่จะให้เขาเป็นคนดูแลอีก  

“แล้วเขาจะเข้ามาคุยงานวันไหนครับ” เลออนถามกมล  

 

“วันนี้ครับ ไม่ทราบว่าคุณจะสะดวกหรือเปล่า”  

เสียงทุ้มใสของชายหนุ่มคนหนึ่งดังขึ้น เลออนจึงหันไปทางต้นเสียง ทอยเองที่นั่งก้มมองเอกสารอยู่ ก็ละสายตาจากเอกสารขึ้นมาดูลูกค้ารายนี้เช่นกัน ก่อนจะชะงัก เมื่อรู้ว่าลูกค้าคนนี้คือใคร  

“สวัสดีครับ ไม่คิดว่าคุณจะเข้ามาวันนี้เลย ผมยังไม่ได้เตรียมตัวเลยนะครับ” เลออนพูดยิ้มๆอย่างสุภาพ เพราะเห็นว่าเป็นลูกค้ารายใหญ่ ถึงแม้จะแอบตกใจที่ลูกค้ารายนี้ดูเด็กกว่าที่เขาคิดไว้มาก คงอายุมากกว่าเขาไม่กี่ปี แถมใบหน้ายังสวยเกินกว่าจะเป็นผู้ชายเสียอีก  

“ต้องขอโทษจริงๆที่เข้ามากะทันหัน แต่พอดีผมอยากจะคุยงานกับคุณเร็วๆนะครับ” ชายหนุ่มร่างบางพูดขึ้นยิ้มๆ  

“เอ่อครับ อ้อ ผมลืมแนะนำตัวเลย ผมรชณกรครับ หรือจะเรียกเลออนก็ได้ครับ”  

“ผมคุรากรครับ แต่ถ้าให้ดีเรียกผมว่า โซ่ เถอะครับ จะได้ดูสนิทกันดี 

. 

. 

. 

. 

โซ่มาทำอะไรที่นี่กันแน่นะ??? 

โปรดติดตามตอนต่อไป.... 

ปล. หากตอนนี้พบคำผิด หรือชื่อตัวละครสลับกัน รบกวนเมนต์บอกไรท์หน่อยนะคะ 

1 คอมเมนต์ดีๆ = ร้อยกำลังใจ❤ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว