ดวงใจเจ้าขา
บทที่ 1 ชายในฝัน (1)
ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร

บทที่ 1 ชายในฝัน (1)

 

อ่อยยังไง...ให้ไม่รู้ว่าอ่อย 

What Men Want : คัมภีร์จีบหนุ่ม ฉบับปรับปรุง 2019 

คู่มือ ‘หาผู้’ ที่คุณครูไม่ได้สอน 

หนังสือแนวฮาวทูหลายเล่มถูกวางลงในกระเป๋าสัมภาระใบใหญ่ ซึ่งมีเสื้อผ้ามากมายพับไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย หญิงสาวกลอกตาไปมาระหว่างขบคิดหาบางสิ่งที่อาจหลงลืม แต่เมื่อแน่ใจว่าไม่มีอะไรตกหล่น จึงปิดกระเป๋าที่วางอยู่บนเตียง แล้วลุกไปยังกระจกเงาบานสูงใกล้ๆ โต๊ะเครื่องแป้ง 

ร่างเล็กบอบบางอยู่ในชุดเสื้อยืดแฟชั่นสีขาว กางเกงยีนขาสั้นเป็นแบบแต่งระบายเล็กๆ ด้วยผ้าลูกไม้ ให้ความรู้สึกอ่อนหวานแต่ก็ทะมัดทะแมงในเวลาเดียวกัน 

ส่วนผมสีดำยาวสลวยถักเป็นเปียหลวมๆ สองข้าง ใบหน้าที่อ่อนเยาว์อยู่แล้วจึงยิ่งดูคล้ายเด็กมัธยม ทั้งที่เพิ่งผ่านวันเกิดอายุครบยี่สิบสองปีมาไม่นาน ใช่ว่าชอบถักเปียนัก แต่หล่อนก็แค่คิดว่ามันเหมาะสำหรับการเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลในวันนี้ 

“เจ้าขา!” เสียงชายหนุ่มที่คุ้นเคยกันดีร้องเรียกมาจากห้องโถงด้านล่าง 

หญิงสาวที่กำลังยืนสำรวจตัวเองอยู่ตรงหน้ากระจกฉุกคิดได้ว่าไม่ควรเอ้อระเหยนานๆ จึงหันไปขานรับทางประตูห้อง 

“ค่าๆ กำลังจะลงไปเดี๋ยวนี้แล้วค่ะพี่จ้า” 

มือบางรีบหยิบกระเป๋าสะพายข้างใบเก่งมาคล้องพาดผ่านลำตัว ก่อนจะคว้ากระเป๋าสัมภาระใบใหญ่ลงจากที่นอนอย่างกระตือรือร้น 

แม้มันจะค่อนข้างหนัก แต่นั่นไม่ใช่อุปสรรคสำหรับคนรักการเดินทางอย่างหล่อน 

เจ้าขาจัดการกับล้อลากของกระเป๋าอยู่ครู่สั้นๆ ก็สามารถพามันออกจากห้องนอนไปตามทางเดินบนชั้นสองได้สบาย แต่ในขณะที่กำลังค่อยๆ หิ้วกระเป๋าลงจากบันไดมาทีละขั้นอย่างระมัดระวัง ชายหนุ่มที่ยืนรออยู่ด้านล่างก็ถึงกับตะลึง   

“โอ้โฮ! นั่นแกแน่ใจนะว่ากำลังจะไปงานแต่งเพื่อน” 

หญิงสาวชะงัก หัวคิ้วขมวดมุ่นนิดๆ ยามมองหนุ่มมาดเนี้ยบตรงตีนบันได เขากำลังมองสำรวจกระเป๋าสัมภาระสีชมพูหวานประหนึ่งว่ามันไม่ควรจะใหญ่โตเพียงนี้ 

“มีอะไรผิดปกติหรือไงพี่จ้า” 

“ยังมีหน้ามาถามอีก” จักรวาลหัวเราะหึๆ แล้วเงยหน้าประสานสายตากับน้องนุชสุดท้องของบ้าน “หอบผ้าหอบผ่อนไปเต็มกระเป๋าขนาดนี้ ถ้าไม่บอกว่าไปช่วยงานแต่งปลาดาวบนเกาะ พี่คงคิดว่าแกกำลังจะย้ายสำมะโนครัวไปมีผัวเป็นชาวเกาะซะเอง” 

เจ้าขาถึงกับอ้าปากหวอ แก้มใสเห่อแดงเป็นปื้นเมื่อภาพชายในฝันปรากฏขึ้นในห้วงคำนึง 

เหนือสมุทร สุทธิลักษณ์ไพศาล... เขาคือผัวในมโน เอ๊ย! คือผู้มีสำมะโนครัวอยู่บนเกาะที่หล่อนกำลังจะไปช่วยงานแต่งเพื่อนจริงๆ เพราะเป็นพี่ชายคนเดียวของว่าที่เจ้าสาว 

“บ้าเหรอพี่จ้า ใครจะไปทำเรื่องผิดผีอย่างนั้น” 

“อ้อ...เหรอ” จักรวาลประชด มองท่าทางขัดๆ เขินๆ ของคนเป็นน้องอย่างนึกหมั่นไส้ 

หอบสัมภาระไปเยอะแยะขนาดนี้ ต่อให้อมพระมาพูด...เขายังไม่เชื่อเลยว่าไม่ได้แอบมีแผนซุกซนอะไร 

“จะทำอะไรก็อย่าให้มันเกินหน้าเกินตาละกัน กลับมาพร้อมหลานในท้องแบบข้ามขบวนขันหมาก พี่ไม่โอเคนะเว้ย” 

“พี่จ้า!” เจ้าขาหน้าร้อน ไม่ได้คิดทำอะไรข้ามขั้นขนาดนั้นเสียหน่อย 

หล่อนก็แค่อยากไปอยู่ใกล้ๆ ชายในฝัน ไปตอบแทนน้ำใจเขาสำหรับ ‘บางเรื่อง’ ที่เขาเคยมอบให้เมื่อสี่ปีก่อน ส่วนถ้าชายในฝันจะเริ่มมีใจให้หล่อนบ้าง...อันนั้นถือเป็นกำไรของการทำความดีล้วนๆ 

“เอะอะอะไรกัน” เสียงหญิงวัยกลางคนดังขึ้น 

เจ้าขาหันไปมองจึงพบว่ามารดากำลังตรงมาจากพื้นที่ครัวหลังบ้าน ก่อนหน้านี้ขวัญฤดีเพิ่งล้างถ้วยชามสำรับอาหารเช้าเสร็จหมาดๆ  

“แม่มาก็ดีแล้วครับ ดูลูกสาวคนเล็กของแม่สิ เดี๋ยวนี้ไม่ธรรมดา ปากบอกจะไปงานแต่งเพื่อนไม่กี่วัน แต่ดูมันหอบผ้าหอบผ่อนไปอย่างกับจะหนีตามผู้ชาย” 

“ดูพูดเข้า!” ขวัญฤดีตีแขนคนปากพล่อยเบาๆ “เป็นพี่ซะเปล่า ไปว่าน้องแบบนั้นได้ยังไง” 

เจ้าขาพยักหน้าหงึกๆ “ใช่ค่ะ พี่จ้าพูดจาไม่น่ารัก แม่ตีพี่จ้าเลย” 

“หึ! ยังจะกล้าฟ้องอีกนะไอ้เจ้าขา แกเองต่างหากที่ทำตัวไม่น่าไว้ใจ เดี๋ยวพี่โทร.บอกให้เจ๊จ๋าไปอยู่เป็นเพื่อนแกดีกว่า” ว่าแล้วจักรวาลก็ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงเพื่อหยิบอุปกรณ์สื่อสารออกมา 

เจ้าขาถึงกับเบิกตากว้าง เนื่องจากพี่สาวคนโตของบ้านดุยิ่งกว่าแม่เสือ ขนาดนักมวยทั้งค่ายยังไม่มีใครกล้าหือ และพากันยกให้พี่สาวหล่อนเป็น ‘เจ๊ใหญ่’ ประจำค่ายแสงสุริยะ ขืนปล่อยให้เดินทางไปด้วยจริงๆ มีหวังแผนลับที่เพื่อนซี้สู้อุตส่าห์ช่วยวางไว้อย่างดิบดีได้พังไม่เป็นท่าแน่ 

“เดี๋ยวๆๆ” เจ้าขารีบพุ่งตัวไปแย่งโทรศัพท์มาจากมือพี่ชายที่อายุห่างกับหล่อนเพียงสี่ปี “วันนี้เจ๊จ๋ามีสอนมวยให้พวกเด็กๆ แล้วพี่จ้าจะไปรบกวนเจ๊จ๋าทำไม” 

“นั่นไง แกคิดจะไปรวบหัวรวบหางผู้ชายจริงๆ ด้วย” 

กว่าจะรู้ตัวว่าถูกเล่นละครหลอกให้เผยไต๋ ฝ่ายน้องสาวก็ได้แต่อ้าปากค้าง 

แต่จะว่าไปคำว่า ‘รวบหัวรวบหาง’ นั้นก็ออกจะแอดวานซ์ไปมาก เพราะที่ถูกจริงๆ คือ ‘รวบหัว...ใจ’ ต่างหาก  

“แม่...ดูพี่จ้าสิคะ ชอบมองเจ้าขาในแง่ร้ายอยู่เรื่อย” หล่อนหันไปฟ้องแม่อีกครั้งเสียเลย 

“เอาละๆ มัวแต่เถียงกันแบบนี้ ประเดี๋ยวก็ได้ตกเครื่องทั้งคู่หรอก จ้ามีบินด้วยไม่ใช่เหรอ” ขวัญฤดีหันไปหาลูกชายคนรองที่เป็นพนักงานสายการบินแห่งหนึ่ง เจ้าขาถึงได้ขอติดรถไปลงสนามบินด้วย “สายๆ แบบนี้รถติด แม่ว่ารีบไปเถอะไป” 

“ใช่ๆ” หญิงสาวสบโอกาสเปลี่ยนเรื่อง แล้วหิ้วกระเป๋าสัมภาระใบโตลงบันไดมาอีกครั้ง ท่าทางขลุกขลักเสียจนจักรวาลอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจเฮือก 

“มานี่มา” เขาก้าวขึ้นบันไดไปช่วยหิ้วลงมาเสียเอง 

เจ้าขายิ้มเผล่ รู้ดีว่าต่อให้พี่ชายจะขี้บ่นขนาดไหน สุดท้ายแล้วเขาก็มักตามใจหล่อนเสมอ 

เมื่อชายหนุ่มหิ้วกระเป๋าสัมภาระนำออกไปยังรถยนต์ส่วนตัว หญิงสาวจึงเข้าไปสวมกอดขวัญฤดีเหมือนทุกๆ ครั้งที่ต้องเดินทางไกล 

“เจ้าขาไปก่อนนะคะ” 

“เดินทางปลอดภัยนะลูก ถึงเกาะแล้วโทร.มาบอกแม่ด้วยละ” 

“ได้ค่ะ” เจ้าขากระพุ่มมือไหว้ และอดไม่ได้ที่จะแกล้งหยอกเบาๆ ตามประสาแม่ลูกที่สนิทกันเหมือนเพื่อน “แล้วไว้เจ้าขาจะเอาลูกเขยมาฝาก” 

“ก็ว่าไปนั่น ระวังเจ๊จ๋ากับพ่อของเราจะฉีกอกเข้าให้” 

เจ้าขาหัวเราะคิกคัก ไม่ได้ชวนคุยอะไรต่ออีกเพราะต้องรีบไปสนามบิน และแค่คิดว่าจะได้เจอหน้าชายในฝันที่หล่อนแอบเป็นติ่งเขาอยู่เงียบๆ มานานถึงสี่ปีเต็ม หัวใจดวงน้อยๆ ก็แทบจะโบยบินไปถึงเกาะสวรรค์แห่งทะเลตะวันออกแล้ว  

 

+++++++++ 

สวัสดีค่าา ^^ เพิ่งเคยมาอัปนิยายในเวบนี้ครั้งแรก ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ 

ใครชอบพระเอกสายขรึม ดุนิดๆ ขี้หึง ขี้หวง (แต่ซึน555+) กับนางเอกสายโก๊ะ (แต่แอบแซ่บ) ฝากเอ็นดูพี่เม่นกับเจ้าขาต่อกันยาวๆ เลยน้าา ♥♥ 

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นทั้งหมด ()

ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น