email-icon facebook-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Ep7 : ลุย (7)

คำค้น : อสุเรศ สิริสร

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 402

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 09 พ.ย. 2562 11:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Ep7 : ลุย (7)
แบบอักษร

ฝากติดตามผลงานได้ที่ แฟนเพจ กนกรส นะคะ 

จำหน่ายในรูปแบบ E-book (นิยายออนไลน์) 

สามารถโหลดซื้อได้ที่ - Meb , Ookbee , Hytexts , Hongsamut , Fictionlog , ธํัญวลัย 

นิยายชุดเสน่ห์ร้าย - พ่อเลี้ยงเหมราช (ลำดับที่ 1)  

ราคาโหลดซื้อ - 139-. 

แฟนเพจ - กนกรส (หรือสอบถามเข้ามาที่ ) 

Email - Suwanna1980nok@gmail.com 

Line - Nok19800 

(หรือ สามารถ เลือกซื้อแบบรายตอนก็ได้นะคะ 

 

ต่อจากตอนที่แล้ว... 

“อ้าวเจ้ายักษ์ พี่ก็นึกว่าเราจะไม่มาแล้วเสียอีก นี่ก็รอกันจนย้ายจากโต๊ะทานข้าวด้านนอก มานั่งฟังเพลงด้านในนี้”  

ธามไทยหยัดกายนั่งตัวตรงหากลำแขนยาวยังพาดไหล่ของร่างนุ่มนิ่ม แสดงความเป็นเจ้าของ เขาหวง กลัวเจ้าหล่อนแอบส่งสายตาหวานให้ใครอีก ก่อนพยักหน้าให้น้องชายคนรอง ซึ่งเกิดจากคนละแม่ นั่งลงตรงที่ว่าง คนมาช้าสุดผงกศีรษะทักทายทุกคนบนโต๊ะทรงยาว พร้อมกับการพาตัวเองทรุดกายลงนั่ง เสียงเพลงยามนี้ยังเป็นเพลงรักหวานซึ่ง สิริสรรีบขยับกายชิดเข้าหาคชาโดยทันที เพราะตรงที่ว่างดังกล่าว คือพื้นที่ข้างตัวเธอนั่นเอง ถัดห่างออกไปคือหริลักษณ์  

 ในขณะเดียวกัน เธอเองพอจะหาคำตอบเรื่องดวงตาของธามไทยได้ในวินาทีนั้น ทำไมเธอถึงได้รู้สึกคุ้นเคยกับสายตาคู่นี้มาก่อน ที่แท้เพราะแทนไทยกับอสุเรศมีสายเลือดเดียวกัน ตลกแท้ เมื่อสุดท้าย เธอก็หนีผู้ชายคนนี้ไม่พ้นสักที เมื่อโลกมันช่างกลมจนดูน่ากลัว ผัวพันกันไปมาจนดูยุ่งเหยิง   

อสุเรศหลิ่วตาให้ผู้เป็นพี่ชาย แล้วเปิดรอยยิ้มกว้างให้ว่าที่พี่สะใภ้ ก่อนยกมือไหว้กมลเนตร ถือเป็นการให้เกียรติผู้หญิงของพี่ชายคนโต  

“ต้องมาสิครับพี่ธาม ผมอยากมาทำความรู้จัก ว่าที่พี่สะใภ้” กมลเนตรเอี้ยวหน้าส่งค้อนให้คนด้านข้าง ทีเรื่องแบบนี้ละไว้นัก ไม่เคยคิดถามกันก่อน เธอยอมตกลงเป็นคนรักเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ 

“พี่ยังไม่ได้ตอบตกลงเป็นแฟนเขาด้วยซ้ำ”  

“อ้าว...ยังไงกันครับพี่ธาม ไหนว่ากำลังจะมีข่าวดี”  

“คงไม่นานนี้หรอกน่า...”  

“คนขี้ตู่ ใครเขารับปากจะแต่งด้วย...”  

ธามไทยยกมือยอมแพ้ เข้ายิ้มเจ้าเล่ห์ใส่ตาหญิงสาว พร้อมรั้งเอวเล็กเข้ามากอดไว้หลวมๆ กมลเนตรไม่ได้ขัดขืน รู้สึกอุ่นใจเสียมากกว่ายามกลายเป็นผู้หญิงตัวเล็กๆของใครสักคน ที่รักเธอจริง 

“ว่าแต่นี่นายทานอะไรมาแล้วหรือยัง จะได้เรียกพนักงานมาสั่งอาหารให้” 

“ไม่เป็นไร ผมยังไม่รู้สึกหิวเท่าไหร่เลย พอดีทานตอนนั่งอยู่บนเครื่องมานิดหน่อย แวะเข้าคอนโดอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วก็บึ่งรถมาที่นี่เลยทันที เลยช้า...แต่ตอนนี้ผมหิวอย่างอื่นมากกว่า”  

ปลายหางเสียงเขาจงใจพูดเบาลงต้องการให้แม่คนเอาแต่นั่งก้มหน้าได้ยินเท่านั้น ดูเหมือนสิ่งที่ชายหนุ่มจงใจกระซิบ คนนั่งก้มหน้างุดจะได้ยินชัดเต็มสองหู เธอจึงเม้มกลีบปาก ขุ่นเคืองใจกับประโยคกำกวมน่ารังเกียจ  

“ไงคุณยักษ์ ไม่ได้เจอกันตั้งนาน สบายดีนะครับ...”  

หลังจากคชากวักมือเรียกเด็กในร้านสั่งเครื่องดื่มเพิ่ม เขาจึงหันมาส่งเสียงทักทายแขกผู้มาใหม่ตามนิสัยเป็นกันเอง เช่นเดียวกับหริลักษณ์ ชายหนุ่มเลื่อนตัวเองให้ชิดติดเก้าอี้อีกด้าน เพื่อเว้นช่องให้ชายหนุ่มผู้มาใหม่ได้นั่งถนัดมากขึ้น  

“สบายดีครับ แต่ว่างานยุ่งเหลือเกินช่วงนี้ เลยไม่ได้แวะมาอุดหนุนคุณช้าง...”  

อสุเรศตอบรับอย่างคนคุ้นเคย เขาจงใจนั่งชิดเบียดร่างเข้าหาร่างหอมละมุนตอนพูดคุย แอบหางตากระตุกเล็กน้อยยามหรี่ตาลงมองต่ำ แล้วเห็นร่างกลมกลึงเขยิบนั่งเสียชิดกับเจ้าของร้านหนุ่ม ลมเพศหึงชักเริ่มออกหูโดยไม่ตั้งใจ ดีหน่อยภายในร้านอาหารซึ่งแบ่งโซนไว้อย่างชัดเจน มุมนี้มืดเพราะจัดไว้เป็นมุมส่วนตัว มีเพียงแสงสว่างจากดวงไฟระย้าด้านบนเพดานเท่านั้น ช่วยอำพรางสีหน้ากร้าวกระด้างของคนขี้หึงไว้อย่างมิดชิด  

 “สบายดีนะครับคุณน้ำผึ้ง ขอโทษด้วยที่วันนั้นต้องส่งคุณลงกลางทาง ไม่ถือโกรธผมนะครับ เอาไว้วันหลัง ผมขอแก้ตัวพาคุณน้ำผึ้งไปเที่ยวใหม่ก็แล้วกัน”  

“เอ่อ...ค่ะ ไม่เป็นไรค่ะ ดิฉันเข้าใจ”  

คนถูกทักด้วยประโยคมีเลศนัยแอบสะดุ้งเล็กน้อย ปรายหางตาเฉียงตวัดมองวงหน้าคมสัน เธอเห็นแววตาเขาพราวระยับอย่างคนถือไพ่เหนือกว่า 

 ไม่คิดว่าตัวเองจะถูกเขาจู่โจมรวดเร็วจนตั้งรับแทบไม่ทัน แถมคำพูดของเขายังเรียกสายตาทุกคู่ต่างหันมาจับจ้องทางเธออย่างสงสัย เกิดอะไรขึ้นระหว่างเธอกับเจ้าของโรงแรมหนุ่ม 

 คชาเองยังดูเงียบขรึมลง หากความคิดที่ดีฉุดให้เขาอย่าเพิ่งด่วนสรุปหรือคิดอะไรในทางที่แย่ แม้ว่ารางสังหรณ์ในใจอาจเป็นเรื่องจริงขึ้นมา สองคนนี้มีความพิเศษบางอย่างต่อกัน เขาเองก็ไม่ใช่คนไร้หูตา ถึงดูไม่ออกอะไรเป็นอะไร ถ้าหากเป็นแบบนั้นจริง เขาเองพร้อมเดินหลีกทางให้ทั้งสอง เขาเองก็มีศักดิ์ศรี ไม่คิดแย้งคนรักใครในหัวสมองมาก่อน การถูกเลี้ยงดูมาจากครอบครัวสมบูรณ์แบบ ด้วยความรักต่อกันในครอบครัว หล่อหลอมให้คชามักคิดอ่านในทางบวกเสมอ...  

“แล้วอีกอย่าง วันนั้นคุณทำไอ้นี่ตกไว้ในรถของผมด้วย ผมหาเจอเมื่อตอนเช้า คุณก็กลับขึ้นมาลำปางเสียแล้ว วันนี้มีโอกาสได้เจอกัน ผมเลยเอามาคืนให้ครับ” 

 อสุเรศโชว์ข้อมืออันจิ๋ว ส่งไปทางหญิงสาว สิริสรเงยหน้าขึ้นจากแก้วเครื่องดื่มทันที ตวัดหางตาขึ้นมองสร้อยเส้นนั้น แล้วก็นึกขึ้นได้  ตายจริงเธอลืมเสียสนิท 

“นั่นเป็นสร้อยที่พี่ซื้อให้น้ำผึ้งเนื่องในวันเกิดปีก่อนนี่นา พี่จำได้...” 

 หริลักษณ์หันมาเห็นเข้าจึงร้องบอก ตนเองนั้นไม่ได้คิดอะไรลึกซึ่ง เพียงแค่จะบอกว่าจำได้ สร้อยเส้นนั้นเขาเป็นคนซื้อให้สิริสรเอง เลยยิ่งทำให้คนกำสร้อยไว้ในมือ คราแรกเพียงต้องการเรียกร้องความสนใจจากคนเอาแต่นั่งก้มหน้า อยากให้เธอหันมามองเขาบ้าง แววตาวาวหรี่แคบลง รอยยิ้มจางหาง ในอกเหมือนมีใครเอาคบไฟร้อนๆโยนสุมเข้ามาอย่างกะทันหัน มันร้อนจนมือหนาต้องกำเข้าหากันไว้บนตัก 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว