email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Lovely shot 14

คำค้น : Lovely shot Nanaกะหอยทาก พี่กรน้องกานต์ น่ารัก อบอุ่น ฟิน ละมุน สบาย ฟีลกู้ด พระเอกน่ารัก ฟินๆจิกหมอน

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 5k

ความคิดเห็น : 28

ปรับปรุงล่าสุด : 07 พ.ย. 2562 19:32 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Lovely shot 14
แบบอักษร

Lovely shot 14 

 

 

                การทำงานที่แสนน่าเบื่อกลับมาอีกครั้ง พี่กรออกไปพบลูกค้า ส่วนฉันก็ต้องมานั่งรับมือกับแผนกต่างๆ ที่เข้ามายื่นร้องขอนู่นนี่นั่น อยากจะร้องไห้วันละหลายๆ รอบ อีกอย่างสองสามวันมานี้ฉันก็ขับรถมาเอง จะเจอพี่กรเฉพาะอยู่บ้านไม่ก็เจอก่อนออกมาทำงานเท่านั้น เพราะบางวันเขาก็กลับดึกจนฉันหลับไปก่อน ตอนนี้อยากจะงอแงกับเขาแต่ก็ต้องเงียบไว้เพราะทุกอย่างฉันเลือกและขอเขาเอง ทั้งกลับไปอยู่ห้อง ทั้งขับรถมาเอง เป็นแบบนี้จะโทษใครได้ล่ะนอกจากตัวฉันเองนี่แหละ

หลังจากลาหยุดในช่วงต้นเดือนเพื่อไปหาน้องที่สยามฉันก็แทบจะเฉาเพราะมันเหงาหัวใจ น้องกลับไปทัวร์คอนเสิร์ตส่วนแฟนจริงๆ ก็ทำงานจนลืมทางกลับบ้าน วันนี้วันดีฉันที่ฉันจะได้ออกไปเจอเพื่อนๆ ที่แสนน่ารัก หลังจากพวกมันบินลอยอยู่เหนือน่านฟ้าติดต่อกันหลายเดือน สถานที่ครั้งนี้เป็นร้านนั่งชิลใกล้ๆ กับคอนโดจิว ฉันรีบกลับบ้านอาบน้ำแต่งตัว ไม่ลืมส่งข้อความบอกพี่กรที่วันนี้ออกไปคุยกับลูกค้าด้วย ข้อความที่ส่งไปถูกเปิดอ่านแต่ไม่มีการตอบกลับมา ฉันคิดเข้าข้างความรู้สึกตัวเองว่าบางทีเขาอาจจะกำลังคุยธุระสำคัญกับลูกค้าอยู่เลยไม่ได้ตอบกลับมา

 

เกือบห้าทุ่ม โทรศัพท์ฉันก็ส่งเสียงและแรงสั่นแจ้งเตือนว่ามีข้อความเข้า แอบหลงดีใจว่าพี่กรตอบกลับมาแต่พอเห็นชื่อคนที่ส่งเข้ามาฉันถึงกับเบ้หน้าด้วยความเอือมระอา

“กานต์ แฟนแกไปไหนนะ” พลูเดินกลับโต๊ะมาก่อนจะเอ่ยถามเสียงเครียด

“หือ? เขาก็ไปคุยงานกับลูกค้าไง ทำไมเหรอ” ฉันถามกลับอย่างสงสัยเช่นเดียวกัน

“ก็เมื่อกี้ไปเข้าห้องน้ำมา เหมือนเจอแฟนแกเลย”

“เขาอาจจะพาลูกค้ามารีแล็กซ์ก็ได้นี่” ฉันไม่อยากกังวลไปมากกว่านี้แล้ว ไม่อยากทำตัวงี่เง่าหวาดระแวงเขา

“งั้นเหรอ งั้นมาดื่มกันต่อเถอะ” พลูเปลี่ยนเรื่องคุย ฉันเองก็ยิ้มและเฮฮาไปกับเพื่อนกระทั่งสายตาเหลือบเห็นข้อความบนหน้าจอมือถือ

 

Jane :: รู้ตัวได้แล้วนะว่าเขาเลือกใคร 

Jane :: แนบรูปภาพ 

Jane :: คืนนี้เขาคงจะอยู่กับฉันทั้งคืน กอดตัวเองไปนะน้องรัก 

 

ข้อความกับรูปที่อิงกอดกันนั่นทำให้ฉันถึงกับมือสั่น ชุดนั้นฉันจำได้เพราะเตรียมให้เขาเองกับมือ แต่นี่อะไร? เขาอยู่ที่นี่จริงๆ เหรอ

“พลูเจอพี่กรที่ไหนนะ”

“ฮะ? ไหนบอกไม่ใช่ไง”

“ก็ถามเฉยๆ ไงเล่า บอกมาเลยนะ”

“อยู่มุมนั้นอ่ะ” พลูชี้นิ้วไปยังมุมร้าน ฉันพยักหน้าก่อนจะเดินไปยังจุดที่เพื่อนบอก เมื่อก้าวเข้าไปใกล้ก็ถึงกับชะงักเมื่อเจอกับคนที่คิดถึงนั่งดื่มอยู่มุมนั้นข้างๆ กายเขามีผู้หญิงคนหนึ่งนั่งแอบอิงอยู่ คงไม่ต้องบอกว่าผู้หญิงคนนั้นคือใคร กวาดตามองก็ไม่ยักเจอคนที่พอจะเป็นลูกค้าของเขาเลยสักคน เลขาก็ไม่อยู่ ทั้งโต๊ะนั่งอยู่กันสองคนแก้วบนโต๊ะก็มีแค่สองแก้ว ฉันล้วงโทรศัพท์ออกมาส่งข้อความหาเขาทันที

 

KARN :: พี่คะ 

 

คนที่นั่งอยู่หยิบโทรศัพท์บนโต๊ะขึ้นมากดอ่านทันที รอไม่นานก็มีข้อความส่งกลับมา

 

KhunKORN :: ครับ 

KhunKORN :: ยังไม่นอนเหรอ ดึกแล้วนะ 

KARN :: ยังค่ะ 

KARN :: พี่อยู่ไหนเหรอ? 

KhunKORN :: พี่อยู่ร้านนั่งชิลครับ ร้านxx หนูง่วงหรือยังมาหาพี่ไหม 

KhunKORN :: พี่เบื่อมาก พี่สาวเราแกล้งเมาหรือเปล่าไม่รู้บอกเพื่อนจะมารับก็ยังไม่เห็นมา พี่อยากกลับแล้วเนี่ย 

 

                อ่า ฉันควรรู้สึกยังไงดี ทำไมรับรู้ถึงความหงุดหงิดของพี่กรจากตัวหนังสือนะ หรือว่าผู้หญิงคนนั้นตั้งใจจะปั่นฉันกันนะ หึ รู้จักฉันน้อยไปซะแล้ว

 

                KARN :: อยู่กับใครบ้างคะ? 

            KhunKORN :: มีเลขาพี่สองคนครับ แต่ไปเข้าห้องน้ำ ลูกค้าเพิ่งกลับไปแล้วก็ผู้หญิงคนนั้น นี่ยังงงว่ามาได้ยังไง พี่จะโมโหแล้วนะ ไล่ก็ยังไม่ไป แล้วยังมาพิงพี่อีก หงุดหงิดละ 

               

                ฉันยกยิ้มก่อนจะตัดสินใจเดินเข้าใกล้คนที่ทำหน้าหงุดหงิด พี่กรนั่งจ้องโทรศัพท์อยู่อย่างนั้นได้ยินเสียงพึมพำว่าทำไมอ่านไม่ตอบ ฉันยิ้มก่อนจะโน้มเข้าไปกระซิบข้างหูเขาเบาๆ

                “ขอนั่งด้วยได้ไหมคะ”

                “ขอโทษครับที่เต็มแล้ว” เต็มบ้าอะไรล่ะ ที่นั่งว่างขนาดนี้

                “งั้นเหรอ แล้วมีแฟนหรือยังคะ”

                “มีเมียแล้วครับ”

                “คนข้างๆ เหรอคะ”

                “เปล่าครับ เมียรออยู่ที่บ้านกำลังจะกะ...มาได้ไงครับ” คนถูกแกล้งเหมือนจะรู้ตัวเงยหน้าขึ้นมามอง ประโยคยาวๆ นั่นของเขาชะงักไปก่อนจะแปลเปลี่ยนเป็นคำถาม

                “ก็บอกแล้วว่ามาเที่ยวกับเพื่อน พี่อ่านแล้วด้วย” ฉันบอกทั้งยังทำเสียงงอนๆ พี่กรทำหน้าสงสัยแต่มือก็รั้งฉันเข้าไปนั่งบนตักเขา รวมถึงยกท่อนแขนโอบเอวเอาไว้ไม่ให้ห่างจากตัว คนที่แกล้งเมาซบพี่กรตอนนี้ล้มตัวนอนบนโซฟาแล้วเรียบร้อยเมื่อพี่กรขยับไปนั่งโซฟาเดี่ยวพร้อมกับรั้งฉันไปนั่งตัก

                “ข้อความอะไร” ใบหน้าหล่อโน้มเข้ามาซบซอกคอฉันก่อนจะระจูบอย่างแผ่วเบาแถวซอกคอ

                “ก็ส่งมาบอกแล้วไงว่าจะมาเที่ยว ขึ้นอ่านแล้วด้วยแต่พี่ไม่ตอบ”

                “บ้าน่า ตั้งแต่บ่ายพี่ยังไม่ได้ข้อความจากหนูเลยนะ เนี่ยเดี๋ยวเอาให้ดูไม่มีข้อความเลยนะ” พี่กรหยิบโทรศัพท์ของเขามาเลื่อนให้ดูแชท ฉันเองก็เอาแชทตัวเองให้เขาดูเหมือนกัน และแน่นอนว่าแชทฉันมีข้อความที่ส่งหาเขาส่วนของพี่กรไม่มีเหมือนข้อความถูกลบไปแล้ว

                “มีใครจับโทรศัพท์ไหม”

                “ไม่นะ หรือว่า...” สายตาพี่กรมองไปยังคนที่แกล้งเมาอยู่ตรงข้าม อ๋อ เดี๋ยวฉันต้องคุยกับพี่กรแล้วล่ะแบบนี้ไม่ดีเลยจะเอาแชทที่ผู้หญิงคนนั้นส่งมาให้พี่กรดูด้วย

                “แล้วดื่มเยอะไหมคะ” ฉันเอียงหน้าถาม สองแขนยกขึ้นโอบรอบคอพี่กร เอาให้คนที่แกล้งเมานั่นกระอักไปเลย หึ พอโน้มหน้าเข้าไปใกล้ใบหน้าหล่อ พี่กรยกมือรั้งท้ายทอยให้ใบหน้าเราใกล้กันมายิ่งขึ้น แต่พอเขาจะจูบฉันก็เบี่ยงหลบเขาเลยทำได้เพียงหอมแก้มย้ำๆ แรงๆ ด้วยความมันเขี้ยวเท่านั้น

                “คนเยอะ”

“ก็ได้ๆ” เขาพึมพำ กดจูบที่ซอกคอแรงๆ

“ว่าไงคะตอบก่อน ดื่มเยอะไหม”

“ไม่เยอะครับ ขับรถมา”

“แล้วคุณเลขาไปไหนคะ” ฉันถามต่อเบียดร่างเข้าหาเขามากขึ้น พี่กรเองก็กระชับวงแขนแน่นขึ้นเช่นเดียวกัน

“ไปเข้าห้องน้ำครับ เดี๋ยวคงมา ลูกค้ากลับไปสักพักละแล้วหนูมากับใคร”

“มากับเพื่อนค่ะ อยู่มุมนู้น”

“คุณกรคะ?” เสียงพี่เลขานี่นา ฉันผละออกจากพี่กรโบกมือและส่งยิ้มให้คุณเลขาทั้งสอง พอทั้งสองเห็นว่าเป็นฉันก็ยิ้มกว้างกลับมาให้ ทั้งยังทำสีหน้าโล่งอก

“ครับ?” พี่กรขานรับ คุณเลขาชี้ไปยังคนที่หลับอยู่บนโซฟา

“ฝากด้วยนะครับ”

“ได้เลยค่ะ” คุณเลขาทั้งสองมองหน้ากันอย่างเจ้าเล่ห์ ก่อนที่ผู้หญิงคนนั้นจะถูกประคองออกจากที่นี่ได้ยินเสียงโวยวายดังแว่วมาด้วย ส่วนพี่กรก็เริ่มวอแวฉันอีกครั้ง

“หนูจะกลับไปหาเพื่อนแล้ว”

“หือ? พี่ไปด้วยครับ”

พี่กรตามมาที่โต๊ะ เขาไม่ได้ดื่มแต่นั่งเฝ้าฉันกับเพื่อนแทน เมื่อมีคนเฝ้าฉันก็ดื่มสนุกยิ่งกว่าเดิมตีสองเราต่างแยกย้ายกันกลับ เพื่อนฉันทั้งพลูและจิวให้แฟนมารับโดยมีฉันและพี่กรนั่งรอเป็นเพื่อน กว่าเราจะกลับถึงห้องก็ตีสามระหว่างที่เราอยู่บนรถฉันก็หลับไป หลับยาวเลยรู้ตัวอีกทีก็ตอนสายของอีกวันและตัวฉันเองก็อยู่บนเตียง วันนี้วันอาทิตย์เราไม่ต้องไปทำงาน แต่พี่กรหายไปไหนไม่รู้ ฉันลงจากเตียงล้างหน้าอาบน้ำเสร็จถึงได้เดินออกตามหาพี่กร

กลิ่นหอมอ่อนๆ ลอยมาจากห้องครัว ฉันเดินตามเข้าไปใกล้กระทั่งได้ยินเสียงคุยของพี่กร ที่ฉันก็ไม่รู้ว่าคุยกับใครแต่มั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าพี่กรกำลังหงุดหงิด

“คุณส่งผู้หญิงคนนั้นมาทำไม”

“ผมบอกไปแล้วว่าผมไม่สนใจว่าเขาเป็นใคร ผมมีแฟนแล้วและผมจะแต่งกับแฟนผมเท่านั้น”

“นั่นมันเรื่องของคุณครับ”

“การที่คุณวางแผนให้คนของคุณตามผมไปแล้วยั่วผมแบบนั้น คนดีๆ เขาทำกันเหรอครับ”

“ทำไมต้องพูดดีในเมื่อผมบอกคุณไปแล้วว่าไม่สนใจใคร คุณก็ยังบังคับ”

“ถ้าจะโทรมาเรื่องที่ให้คนไปส่งผู้หญิงคนนั้นล่ะก็ คุณควรจะขอบคุณผมมากกว่านะที่ไม่ปล่อยให้เขานอนข้างถนน” พี่กรกดวางสายก่อนจะโยนโทรศัพท์เครื่องหรูของเขาลงบนโต๊ะอย่างไม่ใส่ใจ เสียงถอนหายใจอย่างหงุดหงิดนั่นทำให้ฉันเดินเข้าไปใกล้เขาก่อนจะสวมกอดจากด้านหลัง

“ตื่นนานแล้วเหรอ?”

“ค่ะ อาบน้ำเพิ่งเสร็จได้กลิ่นหอมๆ เลยเดินตามมา” ฉันมุดเข้าไปใต้วงแขนเขาก่อนจะเงยหน้ายิ้มให้พี่กร อ้อนเขาหน่อยเช้านี้เขาอารมณ์ไม่ดี

“จมูกดีจริงนะ พี่ทำข้าวต้มนะ เครื่องเคียงทอดหมูไปแล้วล่ะ เดี๋ยวทำยำผักกาดดองให้นะครับ”

“ขอบคุณค่ะ หนูมีเรื่องจะคุยกับพี่เยอะแยะเลย” ฉันคลายกอดเดินไปเปิดตู้หยิบน้ำส้มคั้นเทใส่แก้ว

“เรื่องอะไรครับ”

“เรื่องเมื่อคืน พี่เอาน้ำส้มหรือน้ำเปล่าคะ”

“ขอกาแฟได้ไหมครับ”

“ได้ค่ะ คือ ผู้หญิงคนนั้นน่ะส่งไลน์มาบอกว่าพี่จะอยู่กับยัยนั่นทั้งคืน นู่นนี่นั่นตอนแรกก็ไม่ได้ใส่ใจหรอกนะคะ” เล่าไปมือก็หยิบนั่นหยิบนี่ชงกาแฟให้พี่กร

“แต่พลูบอกว่าเจอพี่ บวกกับผู้หญิงคนนั้นปั่น ตอนที่ทักพี่ไปน่ะหนูกำลังโมโหได้ที่เลยล่ะ เป็นตุ๊กตาหรือไงกันถึงได้นั่งให้ผู้หญิงคนอื่นซบแบบนั้นน่ะ” นึกถึงแล้วก็โมโห พี่กรเองก็รีบเล่าให้ฟังอย่างรู้หน้าที่ ฉันวางทั้งแก้วกาแฟและแก้วเครื่องดื่มลงบนโต๊ะก่อนจะเดินไปใกล้หม้อข้าวต้ม

“เดี๋ยวพี่ทำให้ครับ นั่งรอก่อนนะ”

“ขอบคุณค่ะ”

“เมื่อวานน่ะ พี่บอกใช่ไหมล่ะว่าไปพบลูกค้าคุยเสร็จลูกค้าก็ชวนมานั่งดื่มแล้วก็บอกว่ามีเพื่อนอยู่ใกล้ๆ เลยชวนมาด้วยก็เป็นอย่างที่หนูเห็น วางแผนกันดีเหลือเกิน รู้ไหมเบื้องหลังคือใคร?” เขาเล่าไปเสียงเรียบๆ แต่รับรู้ได้ว่าไม่พอใจอย่างมาก

“ใครคะ?”

“พ่อพี่ไง เมื่อไหร่พ่อพี่จะรู้ว่าผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่คนเรียบร้อย ไม่ใช่คนดีอย่างที่แสดงออกให้พวกเขาเห็น”

“เอ่อ ใจเย็นๆ ก่อนไหมคะ”

“ขอโทษครับ พี่โมโหไปหน่อย”

“ไม่เป็นไรค่ะ แต่ต้องใจเย็นๆ นะคะ” ฉันบอกพี่กร เห็นใจเขาไม่น้อยเพราะเขาคงได้รับแรงกดดันมาจากพ่อเขาไม่น้อยถึงได้ระบายออกมายืดยาวแบบนี้

หลังจากทานข้าวเสร็จเราก็ช่วยกันทำความสะอาดห้องก่อนจะออกมานอนเล่น นั่งเล่นที่ห้องรับแขกเปิดเพลงดูหนังกันไปเรื่อยจนเกือบพลบค่ำ ฉันที่เผลอหลับไปกลับงัวเงียตื่นเพราะแรงเขย่าที่ไหร่พร้อมกับเสียงเรียก

“กานต์ กานต์ครับ”

“หือ?”

“ไปที่บ้านเป็นเพื่อนพี่หน่อย ถ้าพี่ไปคนเดียวคงมีคนเจ็บ ไปครับ” และแล้วฉันก็ถูกฉุดให้ลากจากโซฟาด้วยความมึนงง พี่กรหน้านิ่งตั้งแต่ยังไม่ออกจากห้อง เขาปิดห้องเช็คห้องจนมั่นใจถึงได้พาฉันที่ยังสะลึมสะลือไปขึ้นรถ ฉันไม่กล้าเอ่ยถามเขาเลยสักนิดเพราะกลัวจะไปสะกิดต่อมโมโหเขา ตอนนี้ทำได้เพียงยื่นมือไปวางบนท่อนขาของเขาแล้วลูบปลอบให้ใจเย็นลงเท่านั้น เกือบชั่วโมงเราก็มาถึงบ้านพี่กร บ้านที่มีพ่อแม่เขาอยู่ด้วยกันบ้านที่ตอนเด็กๆ ฉันเองก็เคยมาอยู่บ่อยครั้ง

“เดี๋ยวเรากลับถึงบ้านพี่จะอธิบายให้ฟังเองนะครับ”

“ค่ะ” ขานรับไว้ก่อนเพราะฉันเองก็ยังงงอยู่ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่

พี่กรเข้ามาจับมือพาฉันเดินเข้าไปในบ้านที่ตอนนี้มีแม่บ้านและคนงานยืนอยู่ประตูทางเข้า ถัดไปตรงบันไดมีกระเป๋าเดินทางใบใหญ่วางอยู่สองใบ เสียงคนคุยกันไม่สิ น่าจะบอกว่าเถียงกันมากกว่า นั่นแหละเสียงนั้นดังมาจากห้องๆ  หนึ่ง

“คุณกร! คุณกรฮื่อ อย่าให้คุณหญิงไปนะคะ”

“ผมไม่รู้ครับป้า ต้องดูก่อนว่าเรื่องราวมันเป็นยังไง” คุณกรตอบป้าแม่บ้านที่เดินเข้ามาจับแขน เขาตอบเสียงเข้มแล้วดึงมือฉันไปยังห้องที่มีเสียงดังออกมา

“ผมไม่ยอม คุณฟังผมก่อนนะคุณหญิง”

“จะให้ฟังอะไรเหรอคะ? ทุกอย่างที่ฉันเห็นมันก็ชัดเจนมากพอแล้ว” เสียงคุณแม่เก๋นี่ จริงด้วย แต่นอกจากคุณแม่เก๋แล้ว ก็ยังมีผู้ชายคนหนึ่งที่ฉันพอจะจำได้ว่าเป็นพ่อของพี่กร แล้วยังมี...เจน ยัยนั่นมาทำอะไรที่นี่แล้วท่าทางร้องไห้ต่อกระซิกนี่มันคืออะไรกัน เฟคชิบหาย

“คุณหญิง ช่วยฟังผม...”

“ก็อย่างว่า ทำไมอยากให้แต่งงานกับลูกชาย คงจะอยากให้ย้ายเข้ามาอยู่ใกล้ๆกันสินะ เวลาไม่มีใครอยู่ก็จะลักลอบกินกันเอง...”

เพี๊ยะ!

ภายในห้องตกอยู่ในความเงียบไปโดยทันทีเมื่อคุณพ่อพี่กรตวัดฝ่ามือลงบนแก้มผู้เป็นภรรยา พี่กรค่อยๆ ปล่อยมือฉันเดินเข้าไปใกล้แม่เก๋ก่อนจะรั้งเข้ามาซบอกเขา ร่างแม่เก๋สั่นเทิ้มอย่างน่าสงสาร คนที่ตบแม่เก๋ก็มีสีหน้าตกใจพอได้สติก็จะเดินเข้ามาใกล้แม่เก๋และพี่กร แต่พี่กรพาแม่ขยับถอยห่างจากเขา

“กร พ่อ...”

“...” พี่กรไม่ได้พูดอะไรแต่มองหน้าคนเป็นพ่อนิ่งๆ ฉันที่ยืนเคว้งอยู่คนเดียวก็ไม่รู้ว่าควรจะทำตัวยังไงดีเหมือนกัน

“พ่อไม่ได้ตั้งใจ”

“เรื่องไหน? ตบแม่ผมเมื่อกี้หรือพาผู้หญิงคนนี้เข้ามาพลอดรักที่นี่!”

==================================== 

ต้องขอโทษที่ทำให้ทุกคนรอนานนะคะ แต่มีเรื่องที่ต้องจัดการและเคลียตัวเองในหลายๆเรื่องจึงทำให้ไม่สามารถอัพลงได้ และอยากจะขอแจ้งว่า เรื่องนี้ Lovely shot จะเปลี่ยนชื่อเป็น Lovely Shots นะคะ 

ช่วงนี้อาจจะไม่ได้มาอัพบ่อยๆ เข้าใจเค้าด้วยนะ มีอะไรเร่งด่วนเค้าจะแจ้งผ่านแฟนเพจ Nanaกะหอยทาก นะคะ ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่เข้าใจและคอยให้กำลังใจตลอดมา Love you   

ความคิดเห็น