facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

CHAPTER XVI ฟาดเคราะห์

ชื่อตอน : CHAPTER XVI ฟาดเคราะห์

คำค้น : สายใยรัก หนี้หัวใจ ตอนที่16

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.8k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 06 พ.ย. 2562 18:01 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
CHAPTER XVI ฟาดเคราะห์
แบบอักษร

"พลั่ก...ตุบ...โอ้ย" เสียงร้องโอดโอยดังขึ้นหลังจากเสียงบางอย่างร่วงลงพื้นตามแรงกริยาที่ผลักและแรงโน้มถ่วงที่ดึงสิ่งนั้น

 

 

"คิกๆ" เสียงหัวเราะเล็กๆประสานกันทำให้สายตสอันคมกริบที่เบลอๆอยู่นั้นชัดเจนขึ้นและสอดส่องไปทางเสียงทันที

 

 

"พวกเธอผลักผมทำไมเนี่ย" ถามพลางยกตัวขึ้นจากพื้นแล้วมองสองสาวต่างวัยด้วยสายตาไม่เข้าใจ

 

 

"นี่ๆ อย่าพูดว่าพวกสิ ยัยนี่ทำคนเดียวเลยนะ ฉันไม่ได้ทำ" ชี้ไปยังเด็กสาวที่ยังไม่หยุดหัวเราะทันที

 

 

"พิคเซ่ล..." มองเด็กสาวอย่างคาดโทษ

 

 

"นายจะมาโทษฉันคนเดียวก็ไม่ถูกนะ ต้องโทษยัยนี่ด้วยสิ..." ชี้ไปยังหญิงสาวข้างๆตนที่ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้อยู่เป็นเหตุให้สายตาคมมองไปยังหญิงสาวอีกคน

 

 

"นี่ๆอย่ามองฉันแบบนั้นนะ ก็นายนั่นแหละหลับลึก ฉันจะปลุกนายให้มาดูคุณหนูรองหน่อย กำลังจะใช้ปืนปลุกนาย ยัยเด็กแสบนี่ก็มา..."

 

 

"ก็แหม...ถ้าให้เธอใช้ปืนปลุกจริงๆคนทั้งโรงพยาบาลคงจะแห่กันมา ฉันเลยเข้ามาแล้วปลุกนายดีๆแบบนี้แหละ"

 

 

"ปลุกดีๆงั้นเหรอ" 

 

 

"หึๆก็ใช่ ดีกว่าฟังเสียงลูกปืนจริงมั้ยล่ะ"

 

 

"ปลุกโดยทำให้ตกจากโซฟานี่นะ" 

 

 

"หึๆนั่นก็ดีสุดแล้วนะ"

 

 

"เธอนี่มัน..."

 

 

"หิว...หิวน้ำ..." เสียงนั้นทำให้ทั้งสามคนเงียบลงแล้วมองไปยังต้นเสียงเป็นตาเดียวกัน

 

 

"คุณหนูรอง...นี่ๆพวกนายหยุดทะเลาะกันได้แล้ว คุณหมอ ช่วยไปดูคุณหนูรองหน่อยสิ" บอกทั้งสองคนที่อ้าปากทำหน้าเหวอๆอยู่ให้ได้สติ

 

 

"ออ...ครับๆ เอ่อ พวกเธอช่วยออกไปข้างนอกก่อนได้มั้ย ผมจะตรวจคุณหนูรองอยู่แล้วฝากบอกพยาบาลหน้าห้องให้เข้ามาดูคนไข้ด้วย"

 

 

"ออ...โอเค" หญิงสาวพูดรับแล้วลากเด็กสาวที่ยืนอ้าปากเหวอๆอยู่ออกจากห้องทันที

 

 

... 

 

 

"คุณหนูรองเป็นไงบ้างอ่ะ..." เมื่อได้รับอนุญาตให้เข้ามาในห้องแล้วจึงรีบถามหมอหนุ่มทันที

 

 

"อืม...ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงน่ะ คุณหนูแค่เป็นไข้และต้องการพักผ่อน เลยหลับยาวไปหน่อย"

 

 

"หลับตั้งสามวันแหนะ" เด็กสาวพูดออกมาด้วยความเป็นห่วงร่างบอบบางที่นอนยิ้มให้ตนอยู่บนเตียง

 

 

"ฉันไม่เป็นไรหรอก...ว่าแต่ฉันอยู่ที่นี่ได้ยังไงกัน" หญิงสาวจำได้ว่าล่าสุดที่เธอรู้สึกตัวนั้นเธอนอนรอพักผ่อนให้พ่อของลูกทำอาหาร แต่พอตื่นมาก็พบหมอหนุ่มที่เคยช่วยเธอไว้คราวก่อนและเด็กสาวที่บอกว่าเป็นหลานของหมอหนุ่ม รวมถึงหญิงสาวอีกคนที่เธอรู้สคกคุ้นๆหน้าเหมือนเคยเจอที่ไหนแต่จำไม่ได้

 

 

"เอ่อ...คือว่า..." หมอหนุ่มได้แต่อ้ำๆอึ้งๆไม่รู้จะอธิบายยังไงดี

 

 

"เดี๋ยวฉันอธิบายเอง...คุณหนูคะความจริงแล้วพวกเราช่วยคุณหนูมาเองค่ะ"

 

 

"ช่วยงั้นเหรอ..."

 

 

"ค่ะ...คือเรื่องมันเป็นแบบนี้ค่ะ..." นึกย้อนไปในวันที่ดูจะวุ่นวายสุดๆของตน

 

 

... 

 

 

ณ ตอนเช้ามืด(ของสามวันก่อน) 

 

 

"ห้าววว..." ชายหนุ่มหาวออกมาปากกว้าง

 

 

"นี่ นายหาวขนาดนั้นไม่กลัวตัวอะไรบินเข้าปากรึไง" ได้แต่ส่ายหัวเอือมระอาคนข้างๆที่หาวมาหลายรอบแล้ว

 

 

"ก็มันง่วงนี่...เธอก็รู้ว่าผมอยู่เวรจนดึก แทบจะไม่ได้นอนเลย เพิ่งนอนไปสองชั่วโมงเอง" หมอหนุ่มพูดออกมาด้วยตาปรือๆ

 

 

"ชิส์ขี้บ่นจริง ถ้ามาเช้าหรือสายกว่านี้เดี๋ยวพวกนั้นก็ตัดหน้าไปหรอก" เด็กสาวพูดพลางชะโงกๆมองเข้าไปยังรั้วบ้านฝั่งตรงข้ามพุ่มไม้ที่ตนและคนข้างๆอยู่

 

 

"อืม...ก็จริง แล้วเธอรู้ได้ไงว่าพวกมันจะมาวันนี้"

 

 

"หึๆ เซ้นต์ชั้นมันบอกน่ะ" ว่าพลางส่งยิ้มภาคภูมิใจในตัวเองให้คนตรงหน้า

 

 

"หึ ผมว่าคุณคงรู้จากตอนที่คุณบอกว่าจะออกไปตลาดแต่ความจริงแล้วมาซุ่มดูความเคลื่อนไหวตรงแถวนี้มากกว่า" พูดขึ้นเมื่อนึกได้ว่าตั้งแต่สามวันก่อนถึงเมื่อวานเด็กสาวจะหายออกไปตอนเช้าๆแล้วกลับตอนบ่ายๆเสมอ

 

 

"เหอะ...เบื่อจริงคนรู้ทัน"

 

 

"อืม...ว่าแต่จะเข้าไปข้างในยังไงดีล่ะ" ชายหนุ่มถามพลางครุ่นคิดจนคิ้วขมวด

 

 

"ก็ตอนนั้นพวกเราเข้าบ้านคุณอายังไงล่ะ" พูดจบก็ส่งยิ้มกริ่มดูมีเล่ห์เหลี่ยมให้หมอหนุ่มข้างๆทันที

 

 

"ตุบ..." กระโดดลงจากรั้วบ้านโดยมีหมอหนุ่มรับไว้

 

 

"อืม...ขอบใจ" บอกเบาๆแล้วรีบเดินย่องเบาเรียบไปทางสวนทันที

 

 

"เห้อ..." ได้แต่ส่ายหัวในความเจ้าเล่ห์บวกบ้าระห่ำของเด็กสาวที่บอกว่าให้ใช้วิธีเดียวกันกับที่เข้าบ้าคุณอาของเธอซึ่งต้องปีนและกระโดดจากรั้วบ้านสูงๆแล้วยังต้องปีนระเบียงสูงๆต่ออีก

 

 

"นี่...มาเร็วสิ" กวักมือเรียกหมอหนุ่มที่ยังเท้าสะเอวด้วยใบหน้าเบื่อหน่ายให้รีบตามมาเร็วๆ

 

 

"ครับๆ" เดินตามไปอย่างรวดเร็วแล้วมองไปยังหน้าต่างที่ปิดสนิทอยู่อย่างสงสัยว่าจะเข้าไปได้ยังไง

 

 

"พิคเซ่ล..."

 

 

"เมื่อวานฉันมาดูแล้วหน้าต่างมันปิดสนิทไม่เหมือนหน้าต่างที่เสือเปิดไว้วันนั้นก็จริง แต่ฉันแอบพังหน้าต่างห้องเก็บของไว้แล้ว ขืนเข้าห้องนั้นที่นายสงสัย ตาผู้ชายมากรักคงหูไวได้ยินเสียงแน่ๆ" พูดจบก็ดึงมือหนาให้เดินไปด้วยกัน

 

 

"..." ก้มลงมองมือบางที่กุมมือตนไว้แล้วเดินไปด้วยกันอย่างรู้สึกว่ามันมีผลกระทบต่ออัตราการเต้นของหัวใจของตน

 

 

"เห้ย..." อุทานอย่างตกใจเมื่อนึกอะไรออก

 

 

"น่าๆฉันเตรียมแผนมาดีแล้ว..." ขยิบตาให้หมอหนุ่มก่อนจะดึงใบไม้ออกมาจากกระเป๋า

 

 

"วี้ดดดดด...วิ้วววว..." เสียงเหมือนจิ้งหรีดร้องดังขึ้นเมื่อริมฝีปากบางกระทบกับใบไม้

 

 

"เห้ย..." อุทานออกมาอย่างตกใจที่อยู่ๆก็มีผ้าร่วงมาจากบนระเบียง

 

 

"ฉันขึ้นก่อนนะ ส่วนนายก็ระวังหลังล่ะ" พูดจบก็ปีนขึ้นไปโดยผ้าที่ลงมาจากระเบียงทันที

 

 

"นาย...ขึ้นมาได้แล้ว" สักพักก็เห็นเงาตะคุ่มๆดึงตัวเด็กสาวขึ้นไป แล้วเด็กสาวก็ส่งเสียงบอกเขา

 

 

"เห้อ..." ถึงแม้จะสงสัยแต่ก็จำใจปีนขึ้นไปอย่างเลี่ยงไม่ได้

 

 

"เห้ย..."

 

 

"ชู่ว...อย่าเห้ยดังสิครับคุณหมอเคน ตกใจอย่างกับเห็นผีเลยนะ" ยิ้มยียวนอันคุ้นเคยนั้นแม้จะตกอยู่ภายใต้ความมืดเขาก็ยังจำได้ดีว่าเป็นใคร

 

 

"เสือ...นายอยู่ที่นี่ได้ไงกัน" ถามอย่างสงสัยพลางชะโงกมองเข้าไปนังประตูกระจกที่เปิดไว้

 

 

"หึๆ คุณหนูไม่ได้อยู่ที่นี่หรอกนะ ผมมาคนเดียวน่ะ"

 

 

"ฟู่ววว..." ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

 

 

"ไม่ต้องดีใจขนาดนั้นก็ได้มั้ง" เด็กสาวสะกิดไหล่ชายหนุมเบาๆเพื่อเตือนสติ

 

 

"ความจริงแล้วเขาคงจะห่วงคุณหนูมากกว่าถูกทำโทษแหละ แค่ทำเป็นกลัวคุณหนูเท่านั้นแหละ" ยิ้มยียวนให้หมอหนุ่มก่อนจะเลื่อนประตูกระจกแล้วเดินเข้าไปในห้องทันที

 

 

"เข้าไปกันเถอะน่าตอนนี้เรารอเตรียมการที่นี่แล้วตอนเช้าค่อยว่ากัน" ว่าพลางดึงมือชายหนุ่มให้เดินเข้าไปในบ้านด้วยกัน

 

 

... 

 

 

"เดี๋ยวฉันจะออกไปรับแขก ส่วนพวกนายก็อยู่ในนี้ แล้วแบ่งกันเองนะ" พูดจบก็เดินออกไปข้างนอกทันทีโดยไม่ได้ฟังคำทัดท้วงจากทั้งสองหนุ่ม

 

 

"เห้ย...พิคเซ่ล" ได้แต่เรียกเด็กสาวแต่ก็ไม่ทันเสียแล้วเมื่อเด็กสาวเดินออกไปแล้ว

 

 

"หึ..." หัวเราะในลำคอแล้วมองคนข้างๆอย่างกวนๆ

 

 

"เดี๋ยวเรื่องคุณหนูรองผมจัดการเองนะครับคุณหมอ" พูดจบก็เดินออกจากห้องไปทันที

 

 

"เห้ย...ทำไมไม่ฟังกันบ้างเลยนะ" ได้แต่ส่ายหัวอย่างระอาแล้วเปิดกระเป๋าหนังสีดำหาของที่ต้องพกไว้เผื่อมีเรื่องเหนือการควบคุมเกิดขึ้น

 

 

"อืม...อันนี้ก็ถนัดมือดีเหมือนกัน" โยนปืนพกสีดำเบาๆแล้วตรวจสอบปืน

 

 

"เห้ย...พิคเซ่ล" เมื่อเปิดกล้องในแท้บเล็ตก็แทบจะเป็นลมเมื่อเห็นภาพเด็กสาวจากกล้องหน้าบ้านที่เชื่อมกับคอมเมื่อคืนซึงเด็กชายที่มีความสามารถด้านนี้เกินวัยเป็นคนเชื่อมต่อระบบให้

 

 

... 

 

 

"กริ้งๆ..."

 

 

"สวัสดีค่ะ..." ยิ้มพรายซ่อนเล่ห์ออกมาให้ชายหนุ่มร่างบึกที่กดกริ่งหน้าบ้าน

 

 

"เห้ย...ยัยนี่" หญิงสาวที่ยืนหน้ารั้วยืนหน้าซีดมองเด็กสาวตรงหน้าที่ตนไม่อาจจะลืมได้

 

 

"หึๆ ยังไม่หลาบจำอีกรึไง คราวก่อนคงไม่พอสินะ" ว่าพลางก็ส่งยิ้มชั่วร้ายออกมา

 

 

"เกรท...เด็กคนนี้เป็นใครกัน" คนข้างๆถามด้วยสีหน้างุนงง 

 

 

"หึๆ ฉันจำได้แล้วล่ะ ทายาทคนสุดท้องของแก๊งราชสีห์ทมิฬ" เด็กสาวพูดออกมาด้วยยิ้มยียวนคนตรงหน้าที่ขมวดคิ้วมองตนตั้งแต่หัวจรดเท้า

 

 

"..." มองเด็กสาวตรงหน้าด้วยสีหน้าเรียบเฉยทั้งๆในใจกลับรู้สึกวิตกและกระวนกระวาย

 

 

"หึ ทายาทคนสุดท้องไม่ได้ป็นผู้หญิงหรอกนะ แต่เป็นบุรุษที่หล่อเหลาสุดๆ..." ยังคงยิ้มอยู่เพียงแต่ยกมือกอดอกมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยสายตาเดียวกันที่มองเธอก่อนหน้านี้

 

 

"..."

 

 

"แต่ไม่น่าเชื่อวันเวลาเปลี่ยนไปจนทำให้บุรุษรูปงามกลายเป็นสตรีผู้สง่างามได้" ยิ้มเจ้าเล่ห์ให้หญิงสาวตรงหน้าที่ยืนกำมือสั่นๆอยู่ด้วยอาการโกรธ

 

 

"กลับกันเถอะนะ..." เกรทที่กำลังยืนสั่นอยู่แล้วดูท่าว่าสถานการณ์จะไม่ค่อยดีเท่าไหร่พูดขึ้น เพราะเด็กสาวที่ยิ้มพรายคนที่เธอไม่มีวันลืมว่าเด็กหน้าใสๆคนนี้นั้นร้ายกาจต่างจากหน้าตาใสใสของเธอขนาดไหน

 

 

"ไม่...ขี้ขลาดชะมัดแค่เด็กที่ปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมแค่นี้" ถึงแม้ในใจจะกลัวเด็กตรงหน้าแต่เมื่อมาถึงขนาดนี้แล้ว จึงไม่คิดถอย มือบางหยิบปืนออกมาจากข้างหลังแล้วจ่อไปยังหน้าผากคนตรงหน้าทันที

 

 

"หึๆ ฮ่าๆ" เด็กสาวหัวเราะออกมาดังลั่น ยิ่งเป็นการเพิ่มเชื้อเพลิงให้หญิงสาวตรงหน้าทีาจ่อปืนมายังเธอ

 

 

"ปัง...เห้ย..." แต่แล้วจู่ๆก็มีควันสีขาวฟุ้งบริเวณเกิดขึ้นหลังจากเสียงดังเหมือนปืนดังขึ้น

 

 

"อ้ากกกก....โอ้ยยยย...ตุบ ตับ ตุบ ตับ" เสียงร้องโอดโอยดังขึ้นพร้อมควันที่ค่อยๆจางลง

 

 

"โอ้ย..." หญิงสาวร้องโอดโอยออกมาอย่างรู้เจ็บและจุกตรงหน้าท้อง

 

 

"หึ..." หัวเราะออกมาโดยยืนจับรั้วหน้าบ้านอยู่

 

 

"กะ...แก..." ตกใจทันทีที่มองหาลูกน้องหลังจากควันสีขาวจางลง ก็พบลูกน้องนอนเกลี่ยกลาดอยู่บางคนก็บาดเจ็บหนักจนเลือดนอง ส่วนบางคนก็เหมือนจะช้ำในนอนหมดสติอยู่กับพื้น เหลือแค่ตนที่รู้สึกเจ็บและจุกหน้าท้องที่ดูจะเจ็บเบาสุดแล้วแต่ก็ไม่สามารถเคลื่อนไหวไปไหนได้เหมือนกันเพราะมันจุกมาก

 

 

"เธอ..." ได้แต่มองคนข้างๆด้วยหน้าที่ซีดเผือดอย่างหวาดกลัวเด็กสาวที่แสดงความร้ายกาจออกมา

 

 

"มัวแต่อึ้งอะไรอยู่เกรท ช่วยพยุงฉันหน่อยสิ" พูดออกมาด้วยสีหน้าเหวี่ยงๆ

 

 

"กลับเลยงั้นเหรอ..."

 

 

"ฮึก...ฉันไม่ยอมแพ้แค่นี้หรอกนะ" พูดจบเท่านั้นก็ถูกประคองขึ้นรถทันทีโดยลูกน้องที่เจ็บน้อยสุดและหญิงสาวข้างๆ

 

 

"หึ...อยากฝากก็ไปฝากกับธนาคารสิ ฉันไม่ใช่ธนาคาร" ตะโกนด้วยเสียงที่ดังพอให้คนที่ขึ้นรถไปแล้วได้ยิน

 

 

"ยัยเด็กบ้า..." พูดออกมาอย่างเจ็บใจแต่ก็จำต้องหนีไปเพราะตอนนี้เสียเปรียบอยู่มาก

 

 

... 

 

 

 

"เรื่องทั้งหมดก็เป็นแบบนี้ล่ะคะ" เมื่อกล่าวจบก็ส่งยิ้มอ่อนๆให้คนที่กำลังนอนอยู่บนเตียง

 

 

"ลูก...แล้วลูกฉันล่ะ" หญิงสาวเมื่อนึกได้ก็รีบถามถึงลูกของเธอทันทีเพราะฟังดูแล้วเรื่องที่เธอเล่านั้นมันน่ากลัวจนเธอรู้สึกห่วงชีวิตน้อยๆในท้องของเธอ

 

 

"คุณหนูตัวน้อยปลอดภัยดีค่ะ คุณหนูรองอย่ากังวลไปเลยค่ะ" เด็กสาวพูดไปส่งยิ้มไป

 

 

"คุณหนูรองควรพักผ่อนให้เยอะๆนะครับ แล้วทานอาหารที่มีประโยชน์ตามที่ผมบอกเมื่อคราวก่อน"

 

 

"ค่ะ ฉันจำได้ค่ะ ขอบคุณนะคะทุกคน เอ่อ ความจริงแล้วเรียกฉันว่าม่านมุกหรือมุกเฉยๆกันเถอะค่ะ"

 

 

"ไม่ได้หรอกค่ะ คุณหนูรองถือเป็นเหมือนคุณหนูอีกคนของพวกเรา" หญิงสาวอีกคนกล่าวขึ้น

 

 

"เอ่อ...แล้วตอนนี้พวกเราอยู่กันที่ไหนเหรอคะ"

 

 

"โรงพยาบาลในญี่ปุ่นค่ะ" เด็กสาวตอบเสียงใสแล้วเปิดผ้าม่านเพื่อให้น้องสาวคนกลางของนายสาวของตนเห็นวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของญี่ปุ่น

 

 

"ใบเมเปิ้ลนี่" มองดูต้นเมเปิ้ลที่ใบเมเปิ้ลสีแดงร่วงลงมาอย่างงดงาม

 

 

"ค่ะ...คุณหนูต้องมาทำงานที่นี่สักพักน่ะค่ะ พวกเราเลยพาคุณหนูรองมาที่นี่ด้วย" 

 

 

"สวยจัง..." ว่าพลางค่อยๆพยุงตัวเองลุกขึ้นจากเตียงแล้วเดินไปดูวิวทิวทัศน์ที่สวยนั้นใกล้ๆหน้าต่างทันที

 

 

"ข้างนอกอากาศดีมากค่ะ แต่ช่วงนี้คุณหนูรองต้องพักผ่อนเยอะๆก่อนนะคะถ้าคุณหนูรองอาการดีขึ้นเมื่อไหร่จะได้ออกไปดูใกล้ๆแน่นอนค่ะ" เด็กสาวว่าพลางมองไปยังทิวทัศน์ข้างหน้าที่แสนจะสวยงามแต่ถ้าออกไปมองข้างนอกก็จะรู้สึกได้ถึงบรรยากาสที่ดีและสดชื่นมากกว่าในห้องสี่เหลี่ยมที่ถึงจะดูหรูแต่มันก็ยังอุดอู้อยู่ดี

 

 

"อืม...ตัวเล็กต้องไม่ดื้อกับแม่นะคะ แม่จะได้พาหนูออกไปเดินเล่นข้างนอก" ลูบท้องนูนิย่างส่งผ่านความรักไปให้ถึงเจ้าตัวเล็กในท้อง

 

 

"หื้ม..." ทั้งสามคนยิ้มให้กับภาพตรงหน้าที่แสนสวยงามหญิงสาวที่แสนอ่อนโยนกับวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม

 

 

"เอ้ะ...แล้วพี่ภพล่ะ พี่ภพเป็นไงบ้าง"

 

 

"เอ่อ..." คำถามนั้นทำให้ทั้งสามคนมองหน้ากันอย่างเลิ่กลั่ก

 

 

 

"นี่ยัยแสบ พี่ภพคือใครอ่ะ" หญิงสาวผู้ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์กระซิบถามเด็กสาวข้างๆทันที

 

 

"ก็สามีคุณหนูรองน่ะสิ..."

 

 

 

"แล้วเขาอยู่ไหนกันน่ะ..." ถามต่อพลางมองชายหนุ่มสลับกับเด็กสาวซึ่งทั้งสองอยู่ในเหตุการณ์

 

 

"เอ่อ..." ชายหนุ่มคนเดียวในห้องได้แต่อึกอักไม่รู้ว่าควรจะเล่าออกมารึเปล่าพลางมองหน้าเด็กสาวอย่างขอความคิดเห็น

 

 

... 

 

 

เมื่อสามวันก่อน(ย้อนอีกแล้วนะจ้ะ อย่าข้ามกันหนา) 

 

 

 

"หึ...รีบเก็บไปสิ นายจะปล่อยเขาไว้แบบนี้เหรอ"ชายหนุ่มผู้อุ้มหญิงสาวอยู่ว่าพลางก้มมองชายหนุ่มที่สลบอยู่กับพื้นพรม

 

 

"อืม...ปล่อยไว้นี่แหละ..." พูดด้วยเสียงเรียบนิ่ง

 

 

"เห้อ..." ถอนหายใจพลางส่ายหัวก่อนจะเดินออกไปทางประตูหลังบ้านอย่างรวดเร็ว ทิ้งชายหนุ่มสองคนที่คนนึงสลบไปแล้วไว้อยู่กันแค่สองคน

 

 

"เห้อ..." ถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่ายแล้วมองคนที่นอนบนพื้นอยู่

 

 

"อืม...ฆ่าหั่นศพ ชำแหละ และโยนให้จระเข้กินก็ดูเข้าท่านะ" เสียงใสๆนั้นทำให้ชายหนุ่มหันไปมองทันที

 

 

"..."

 

 

"หึๆ นายถนัดอยู่แล้วนี่ เอาสิ เดี๋ยวฉันช่วย" ยิ้มให้หมอหนุ่มที่กอดอกมองตนอยู่อย่างยียวน

 

 

"หึ...ของเธอเรียบร้อยแล้วรึไง" ว่าพลางมองคนตรงหน้าด้วยสายตาสงสัย

 

 

"หึๆ..." หัวเราะในคอแล้วยักไหล่

 

 

"หึ คงจะสบายๆสิท่า ชักจะสงสารเจ้าพวกนั้นจริง"

 

 

"เอาไงล่ะ จะฆ่าหั่นศพแล้วชำแหละจริงๆเหรอ"

 

 

"เธอนี่มัน...เห้อ" ถอนหายใจออกมาอย่างระอา

 

 

"เอาเถอะๆไม่พูดเล่นแล้วก็ได้ อีกสักพักตำรวจจะมาแหนะ ฉันว่านายก็ช่วยหามเขาออกไปไว้ อืม..."

ว่าพลางทำท่าคิดหนัก

 

 

"ไว้ไหนล่ะ..."

 

 

"ไว้กองข้างๆถังขยะนั่นแหละ"

 

 

"นี่เธอจะบ้าเหรอพิคเซ่ล"

 

 

"ไม่บ้าหรอกน่า ที่ที่อันตรายที่สุดคือที่ๆปลอดภัยที่สุด กองไว้ใกล้ถังขยะบ้านตรงข้ามน่ะ"

 

 

"แต่เขาเป็น..."

 

 

"เถอะน่าเชื่อฉันเถอะ เออ แล้วก็ทำตัวเขาให้มอมแมมด้วย รีบๆเลยนะ มาๆเดี๋ยวฉันช่วย" พูดจบก็รีบจัดการทันที

 

 

... 

 

 

"ว่าไงล่ะ...ตกลงเขาอยู่ที่ไหน เขาปลอดภัยใช่มั้ย" หญิงสาวรีบถามเด็กสาวและหมอหนุ่มอีกครั้งเมื่อรู้สึกว่าทั้งสองจะนึกนานเกินไปแล้ว

 

 

"ค่ะ...เขาปลอดภัยดีค่ะ ตอนนี้คงจะอยู่ที่บ้านแล้วล่ะค่ะ" พูดจบก็ส่งยิ้มให้คนที่เดินมานั่งบนเตียงผู้ป่วยให้วางใจ

 

 

"ฟู่ววว..." หญิงสาวเมื่อได้ยินดังนั้นจึงถอนหายใจออกมาอย่างคลายความกังวลเรื่องผู้เป็นพ่อของลูก

 

 

"นี่พิคเซ่ล..." สะกิดแขนเด็กสาวเบาๆอย่างไม่เข้าใจ

 

 

"ชู่ว...แต่โดนยุงตอมนิดหน่อยเขาไม่ตายหรอกน่า"บอกด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ก่อนจะยิ้มให้คุณหนูอีกคนของตนแล้วออกจากห้องไปทันที

 

"ยัยเด็กแสบเอ้ย...โดรีย์ฝากด้วยยนะ" พูดจบก็เดินตามเด็กสาวออกไปทันทีกลัวว่าเธอจะไปก่อเรื่องอะไรอีก

 

 

... 

 

 

ทางฝั่งพระเอก(ผู้โดนเมียทิ้ง) 

 

 

"ตายแล้วตาภพ ทำไมแกถึงกลับบ้านมาในสภาพนี้กัน" ตกใจในสภาพลูกชายที่หายไปเป็นเวลาสามวันที่อยู่ในสภาพเนื้อตัวมอมแมม ผมรกรุงรัง ตามตัวก็มีผื่นแดงๆขึ้น

 

 

"คือผม..."

 

 

"Trrrr...Trrrr..." ชายหนุ่มผู้เป็นลูกชายเพียงคนเดียวในบ้านไม่ได้พูดอะไรต่อเมื่อจู่ๆเสียงโทรศัพท์ของมารดาที่ถืออยู่ก็ดังขึ้น

 

 

"ฮัลโหล...สวัสดีค่ะ" กรอกเสียงใส่โทรศัพท์ด้วยน้ำเสียงติดจะสงสัยในปลายสายที่เป็นเบอร์แปลก

 

 

"อะไรนะ...อืม...อยู่ เข้าใจแล้วล่ะ" พูดได้เท่านั้นก็วางสายลงไปทันที

 

 

"คุณแม่ครับ...คือผม"

 

 

"แกไม่ต้องอธิบายอะไรแล้ว แกมาเหนื่อยๆก็ไปนอนเถอะ" พูดได้เท่านั้นก็เดินออกไปยังสวนหลังบ้านทันที

 

 

"คุณแม่..." ได้แต่สงสัยแต่ก็เก็บความสงสัยไว้ก่อนเพราะตอนนี้เขาคงต้องขึ้นไปชำระล้างร่างกายก่อน พอฟื้นขึ้นมาก็พบว่ารอบตัวนั้นมืดไปหมด แล้วตนก็ตื่นมาก็เพราะรู้สึกว่าคันตามเนื้อตามตัว ข้างๆตัวก็มีถังขยะ ส่วนตรงข้ามก็เห็นบ้านของตนแต่ถูกกันเขตห้ามเข้าของตำรวจไว้ จึงจะหาทางกลับบ้านแต่เพราะรอบตัวมันมืดไปหมดจึงคิดจะกลับวันพรุ่งนี้เช้า

แต่ทว่าฟ้าฝนกลับไม่เป็นใจจำให้ตนต้องหาที่พักแถวๆนั้นแล้วกลับบ้านในอีกวันนึง

 

 

... 

 

 

จบตอน 

มาแล้วนะคะทุกคน ให้พี่ภพได้ทำสิ่งดีๆโดยบริจาคเลือดให้ยุงรับประทานบ้าง ถ้าไม่โดนอะไรเลย คงจะน่าหมั่นไส้เกินไป(รึเปล่า) ในเรื่องนี้คงไม่มีใครแสบเกินพิคเซ่ลจริงๆ ฮ่าๆ แล้วเจอกันใหม่จันทร์หน้านะคะทุกคน บายค่ะ...

ความคิดเห็น