ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร
ตอนที่ 12 [Rewrite]

ตอนที่ 12

ผ่านไปอีกหนึ่งวันที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ในกรอบที่ไร้หนทางหนี ต้นกล้าได้กลับไปเรียนตามที่อีกคนได้พูดเอาไว้แต่กลับรู้สึกเหมือนกับว่าถูกจับตามองจนไม่เป็นอันทำอะไร เหมือนมีใครมาสะกดรอยตามได้ทั้งวันจนต้องเหลียวหลังหันไปมองหลายรอบแต่กลับพบเพียงความว่างเปล่าเท่านั้น

“กล้า...เป็นอะไร มีอะไรเหรอ”

“เปล่า...ไปกันเถอะหนึ่ง”

ร่างบางหันมายิ้มให้เพื่อนรักที่บัดนี้แทบจะมองไม่เห็นความสดใสในแววตาสักนิด ร่างกายที่ซูบผอมลงกว่าเดิมกับรอยช้ำทั่วตัวทั้งต้นแขนต้นขาและลำตัว

เป็นหนึ่งคือเพื่อนของเขา...

เพื่อนเพียงคนเดียวที่มี แต่กลับเป็นเขาเองที่ทำให้อีกฝ่ายต้องเป็นแบบนี้

มือสั่นจับไปที่ใบหน้าของอีกคนที่เห็นเป็นสีม่วงคล้ำ ยิ่งเห็นความรู้สึกผิดก็ยิ่งเข้ามาประดังจนทำให้น้ำตาร่วงแผละออกมาทันที

“หนึ่ง...กล้าขอโทษ”

“ไม่เอาน่า พี่แม็ค...ดีกับหนึ่งจะตาย” เป็นหนึ่งเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาและสั่นเครือ

แค่เห็นท่าทางสีหน้าและน้ำเสียงที่พยายามทำตัวฝืนให้เป็นปกติก็พอรู้ว่าทั้งหมดมันไม่ใช่ความจริง

“เป็นหนึ่ง...กลับบ้าน”

เสียงชายหนุ่มพูดขึ้นห้วนๆ กับรอยยิ้มที่ดูเหยียดหยามถูกส่งมามองยังตน

ต้นกล้ามองอย่างเคืองแค้นแต่ทำอะไรไม่ได้เพราะคนที่จะเจ็บตัวคือเป็นหนึ่ง แม็คเดินมาหาร่างบางโอบกอดคอก่อนที่จะพาเดินไปขึ้นรถที่จอดอยู่ใกล้ๆ เพียงไม่นานตัวรถก็ถูกขับเคลื่อนออกไปจนลับสายตา

เมื่อคนหนึ่งไปอีกคนหนึ่งก็มาแทนที่ รถคันหรูขับเคลื่อนมาจอดตรงด้านหน้าพร้อมกับคนขับรถที่เดินออกมาเปิดประตู ร่างบางจำใจที่จะต้องเดินขึ้นไปอย่างช่วยไม่ได้พาตัวเองนั่งข้างชายร่างสูงที่นั่งอยู่ก่อนแล้ว

“ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะ”

นีสเอื้อมมือหมายจะจับที่ใบหน้าเล็กแต่ก็ต้องหยุดลงเมื่อร่างบางเบือนหน้าหนี

ร่างเล็กหันหน้าพิงกระจกรถดวงตาเหม่อลอยทอดมองไปนอกหน้าต่างไม่แม้แต่จะหันไปสนใจร่างสูงสักนิด รู้สึกว่าตัวเองกำลังหมดแรงทั้งเหนื่อยและอ่อนล้าจนเกินกว่าที่จะต่อกรใดๆ ทั้งสิ้นถึงแม้ว่าจะถูกทำอะไรอีกก็คงจะไม่ดิ้นรนหาหนทางหนีเพราะไม่ว่ายังไงอีกคนก็คงไม่หยุด

สิ่งที่ทำได้คือปล่อยวางและทำใจ...

แต่มันเป็นการทำใจที่ยอมรับไม่ได้อยู่ดี


**********************************


“พี่เต้ละก็...แกล้งผมอยู่ได้”

ต้นกล้าหัวเราะต่อกระซิกกับรุ่นพี่ที่สนิท สายตามองไปยังคนตรงหน้าที่กำลังหัวเราะร่อนอย่างชอบอกชอบใจอยู่ข้างกายเพื่อนสนิทของตนเองที่รวมหัวกันแกล้งเขาซะได้ ถูกจับจี้เอวทั้งๆ ที่ก็รู้ว่าเป็นคนบ้าจี้จนหัวเราะแทบตายกว่าจะปล่อย

“อ้าว พี่ก็แค่เห็นว่าต้นกล้าหยุดเรียนไปหลายวัน ก็แค่อยากทักทายแค่นั้นเอง”

“ไม่ต้องมาพูดเลย ผมจะงอนพี่เต้แล้วนะถ้ายังไม่หยุดหัวเราะ”

“พี่จะไม่หัวเราะแล้ว”

ชายหนุ่มพูดพร้อมกับกลั้นเสียงเล็ดลอดออกมาเต็มที่ ต้นกล้าทำหน้างอนก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นยิ้มให้...ร่างสูงเอื้อมมือหนามาขยี้ที่ผมร่างเล็กอย่างนึกเอ็นดูจนต้นกล้าหน้าขึ้นสีระเรื่อ อดรู้สึกที่จะมีความสุขไม่ได้ นอกจากเป็นหนึ่งก็มีเต้ที่เป็นรุ่นพี่ที่ไว้ใจและรักเหมือนพี่ชายและก็มีชายหนุ่มนี่แหละที่คอยดูแลมาตลอดตั้งแต่เข้าโรงเรียนมา

“พี่ไปก่อนนะ เดี๋ยวพี่ต้องไปส่งรายงานให้อาจารย์อีก” ร่างสูงพูดขึ้นเมื่อมองไปที่นาฬิกาที่ข้อมือของตัวเอง

ร่างสูงโบกมือลาเด็กน้อยทั้งคู่ก่อนที่จะหันหลังเดินกลับไป ชายหนุ่มเดินผิวปากเบาๆ อย่างไม่รีบร้อนผ่านเส้นทางที่ไร้ผู้คนเพราะความที่คุ้นชินและต้องกลับเส้นทางนี้บ่อยๆ ด้วยความที่ไม่ระวังตัวทำให้ไม่สังเกตเห็นว่าใครเดินมาทางด้านหลัง

จนกระทั้ง...

ตุบ!

ร่างกายถูกตีด้วยของแข็งจนเซล้มอย่างไม่ทันตั้งตัว ยันตัวเองให้ลุกขึ้นแต่กลับถูกแรงกระหน่ำจากคนสามคนไม่ทันที่จะมองหน้าว่าเป็นใครก็ถูกไม้หน้าสามฟาดไปที่ใบหน้าและร่างกาย

ชายหนุ่มขดตัวเองให้เล็กที่สุดเพื่อลดแรงกระแทกที่ใส่มาไม่ยัง ถูกจับให้ลุกขึ้นนั่งด้วยเลือดที่ไหลอาบหน้าจนมองไม่เห็นดวงตาและใบหน้าบวมปูดจากแรงชกของคนทั้งสาม ร่างกายที่เจ็บไปทุกสัดส่วนเริ่มชาและกระดิกไม่ไหวจนต้องปล่อยตัวเองให้ไปตามแรงดึงของอีกฝ่าย สติสัมปชัญญะสุดท้ายคือเสียงหัวเราะและแรงฟาดที่ศีรษะอีกครั้งอย่างแรง


**********************************


ภายในห้องมืดมีเพียงแสงสว่างจากโคมไฟเท่านั้นที่ช่วยให้ความสว่างเพียงนิด ร่างบางโอบกอดชายหนุ่มร่างโปร่งจากทางด้านหลังใบหน้าซบลงไปที่แผ่นหลังหลับตาพริ้ม รอยยิ้มนิดๆ ถูกเผยออกมาจากใบหน้าหวานที่ถูกแต่งแต้มด้วยความสุข

“นี่คิดว่าลูกนกของพี่ชายเป็นยังไง น่ารักไหมล่ะ น่ารักจนอยากจะแกล้งให้เจ็บตัวเยอะๆ”

“ทำแบบนั้นมันไม่ดีนะ”

“ทำไม...ก็ต้นกล้าแย่งความสนใจของชูไปนี่...อย่าคิดว่าเค้าไม่รู้นะว่าชูกำลังสนใจต้นกล้าอยู่ ชูเป็นของเค้าเท่านั้น”

ไนล์จับให้ร่างเพรียวนอนลงกับที่นอนก่อนที่จะขึ้นคร่อมให้ตัวเองนั่งอยู่บนตัวของอีกคน จับหัวไหล่ทั้งสองข้างดันชิดจนติดที่นอน นัยน์ตาเริ่มร้อนผ่าวจนคลอเบ้าไปด้วยน้ำสีใสที่ล้นเอ่อ จิกเล็บตัวเองลงไปบนเนื้อขาวนวลที่เหมือนกับไม่เคยต้องแสงอาทิตย์

“เค้านะมีแค่ชูเพียงคนเดียว”

“เค้ารู้...เค้าก็มีแค่ไนล์เหมือนกัน”

ชูเอื้อมมือไปเช็ดน้ำตารอยยิ้มบางไปให้ก่อนที่จะนำมือไปดันหลังให้ใบหน้าซบลงมาแนบอกสองมือโอบกอดเชิงเป็นการปลอบให้นิ่งเงียบ

“ชู...อย่าสนใจคนอื่นไปมากกว่าเค้านะ นอกจากพี่ชายเค้าไม่ยกชูให้ใครหน้าไหนทั้งนั้น”

ไนล์ล้มไปนอนที่ข้างลำตัวซุกหน้าให้อยู่ตรงหัวไหล่ปลายจมูกแนบไปที่ลำคอขาวจนได้กลิ่นหอมหวานจากร่างกายของอีกคน คล้องมือไปแขนจับกอดไว้แน่นเหมือนกลัวว่าอีกคนจะหายไป ไออุ่นร้อนถูกส่งผ่านมายังเสื้อผ้าที่กั้นกลางมันทำให้ร่างบางรู้สึกดีไม่น้อยจนอดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้

ว่ากันว่าฝาแฝดจะรับรู้ถึงความนึกคิดและการกระทำของอีกฝ่ายแม้ว่าจะไม่พูดกันก็ตามเหมือนสามารถสื่อสารกันได้ทางจิต เว้นก็แต่จะมีอีกคนที่ปิดกั้นความรู้สึกเอาไว้ไม่ให้แสดงออกมา เฉกเช่นเดียวกับร่างเพรียวที่นอนอยู่เคียงข้างคนหลับ รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้า


บ้านหลังใหญ่ที่ดูตระการตาแต่มันกลับให้ต้นกล้ารู้สึกเหมือนกลับเข้ามาอยู่ในกรงที่มองไม่เห็น ร่างกายถูกจับให้เดินตามร่างสูงที่อยู่ตรงหน้าก่อนที่จะพาขึ้นไปในห้องที่แสนจะคุ้นเคย ต้นกล้าสมเพชตัวเองที่ได้แต่จำยอมแม้ว่าจะพยายามทำใจให้ชินแต่กลับทำไม่ได้อยู่ดีพยายามยื้อให้หยุดด้วยกลัวว่าตัวเองจะเจอกับสิ่งไม่อยากเจอมากที่สุด

“พี่ว่า...พี่คิดผิดที่ให้ต้นกล้าต้องไปเรียนจริงๆ”

“ก็ไหนบอกว่า...”

ร่างบางถึงกับมองสบตาร่างสูงทันทีด้วยความลืมตัวนึกหวาดระแวงกับสิ่งที่อีกคนเอ่ยออกมาจึงต้องถามออกมาพยายามระงับเสียงไม่ให้สั่น

“เฮ้อ นั่นสินะ...ถ้าอย่างนั้นพี่ก็คงต้องทำตามคำพูด”

นีสถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้ มุมปากคลี่ยิ้มเพียงนิดก่อนที่จะเอื้อมมือหนามาลูบที่ใบหน้าเล็กจนร่างบางรู้สึกสะท้านไปทั่วตัวอย่างรู้สึกหวาดระแวง

“จะให้พี่ทำยังไงกับเราดีนะ จะให้ทำยังไงกับใบหน้านี้ดี หรือว่าจะต้องให้พี่กรีดหน้าจะได้ไม่มีใครมาสนใจ” ร่างสูงส่งสายคมกริบมองไปยังอีกคนที่กำลังยืนตัวสั่นเทา

“จะทำอะไร!”

ต้นกล้าเบิกตากว้างขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นร่างสูงหยิบมีดพับออกมาจากกระเป๋า ตวัดปลายมีดด้านคมขึ้นมาให้อยู่ในระดับสายตาก่อนที่จะจรดลงไปที่แก้มนวล

นีสหัวเราะด้วยความถูกใจเมื่อเห็นต้นกล้าหน้าซีดเผือด เขามองเหยื่อที่กำลังตื่นตูมไร้หนทางดิ้นหนีได้แต่รอคอยความตายอยู่ตรงหน้า ถึงจะกลัวแต่กลับไม่ร้องขอให้หยุดและมันก็เป็นเหตุผลอีกข้อที่นีสรู้สึกถูกใจไม่น้อย

ชายหนุ่มไล่ปลายมีดวนไปทั่วแก้มก่อนที่จะเลื่อนลงไปที่ลำคอบาง แม้ว่าจะไม่รู้สึกเจ็บแต่ต้นกล้าก็กลัวอยู่ดี กลัวจนไม่กล้าที่จะขยับหรือแม้แต่หายใจก็ยังลำบาก สบตาร่างสูงด้วยแววตาสั่นระริกเห็นอีกคนท่าทางดูเหมือนกำลังสนุกที่ได้ล่าเหยื่อ รู้สึกไม่เคยชอบเลยสักครั้งทั้งสายตาน้ำเสียงหรือแม้แต่กระทั่งการกระทำ

“ทั้งต้นกล้า ทั้งร่างกายของต้นกล้าเป็นของพี่ ห้ามให้ใครแตะต้อง”

ร่างสูงเปลี่ยนเป็นมาจับที่ท้ายทอยแทนรั้งให้ใบหน้าแหงนขึ้นมาสบตา ก่อนที่จะเป็นฝ่ายก้มลงไปสัมผัสที่ริมฝีปากบางด้วยตนเองมอจูบที่เร้าร้อนเต็มไปด้วยความต้องการไปให้อย่างหื่นกระหาย ปลายลิ้นถูกส่งเข้าไปที่ปากเล็กๆ กวัดไปทั่วโพรงปากจากนั้นก็เปลี่ยนเป็นกัดไปที่ริมฝีปากล่างทำให้ต้นกล้ารู้สึกเจ็บไม่น้อย

“ผมจะทำอะไรได้ ในเมื่อชีวิตของผมคุณเป็นคนกำหนด คุณจะทำอะไรกับผมก็ได้ทั้งนั้น ร่างกายของผมคุณก็ได้มันไปแล้ว” ร่างเล็กเอื้อมมือไปที่ใบหน้าของนีสลูบไล้ลงมาถึงต้นคอและหน้าอก นัยน์ตาเปล่งประกายแสดงความต้องการล้นเปี่ยมแต่คำพูดนั้นกลับช่างแตกต่างกันสิ้นเชิง

“แต่ถึงยังไงคุณก็ควบคุมได้แต่ตัวของผมเท่านั้น”

นีสยอมรับว่าทุกอย่างที่ร่างบางพูดเป็นความจริงแทบทุกอย่าง ยอมรับว่าทั้งบังคับข่มขู่และข่มขืนเพื่อให้ได้ตัวมา แทนที่จะหยุดอยู่แค่นั้นและยอมปล่อยนกน้อยให้เป็นอิสระแต่มันไม่ใช่สำหรับเขา ร่างสูงจับไปที่หัวไหล่บางทั้งสองข้างจับจ้องที่ใบหน้าเล็กอีกครั้งก่อนที่จะพูดออกมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย

“อย่าคิดพูดอะไรที่มันไม่มีทางเป็นจริงเลย จำเอาไว้...พี่ไม่มีทางปล่อยต้นกล้าไปเด็ดขาด” พูดจบประโยคนีสก็สาวเท้าถอยห่างหันหลังเดินออกไปจากห้อง

ร่างบางถึงกับทรุดนั่งลงกับพื้นทันทีด้วยความอ่อนแรงน้ำสีใสที่กลั้นมาได้ล้นทะลักออกมาดวงตาทั้งสองข้างด้วยความหดหู่ความหวังที่จะหนีรอดแทบจะไม่มีเหมือนเดินอยู่ในความมืดที่ไร้แสงสว่างและไร้ทางออก

นีสรู้สึกหงุดหงิดทันทีเมื่อคิดถึงคำพูดของต้นกล้า ร่างเล็กที่นิ่งเฉยไม่โวยวายและดื้อรั้นทำตัวเหมือนตุ๊กตามันกลับทำให้เขารู้สึกอารมณ์เสียไม่น้อยทำให้ต้องออกมาจากห้องของต้นกล้าอย่างช่วยไม่ได้

ชายหนุ่มอยู่ภายในห้องที่มีแสงสว่างเพียงน้อยนิดหลังรับรู้ถึงแรงโอบกอดจากทางด้านหลัง ไม่จำเป็นต้องหันกลับไปมองก็รู้ทันทีว่าเป็นใคร

ไนล์...น้องของเขา

“พี่ชาย...เป็นอะไร ดูอารมณ์เสีย”

“เปล่า”

“ลูกนกทำพี่ชายอารมณ์เสียเหรอ”

ร่างเพรียวเดินมาทางด้านหน้ามุมปากคลี่ยิ้มกว้างจนเห็นฟันซี่ขาว ขึ้นคร่อมตักนีสที่นั่งอยู่บนที่นอนเบียดร่างกายตัวเองจนแบนชิดแทบจะเป็นเนื้อเดียวกันมีแค่เพียงเสื้อผ้ากันกลางเท่านั้น สองมือจับไปที่ใบหน้าร่างสูงประคองให้หันมาสบตา

“พี่ชาย...ลูกนกทำอะไร?”

“มีคนมายุ่งย่ามน่ะ”

และผู้ชายคนนั้นก็ถูกกำจัดแล้ว...

เมื่อรู้ว่ามีคนมายุ่งกับต้นกล้า เขาไม่มีทางปล่อยให้คนนั้นอยู่อย่างสงบสุขได้

ร่างเพรียวกอดคอชายหนุ่มใบหน้าวางบนไหล่หนามุมปากคลี่ยิ้มกว้างโดยที่อีกคนไม่เห็น สองมือลูบไล้ไปทั่วตัวและลำคอจนชายหนุ่มเกิดความต้องการอีกครั้ง ลูบไปที่ต้นขานวลก่อนที่จะเคลื่อนมือขึ้นไปแถวสะโพกมนจับขยำจนหนำใจแม้ว่าอีกคนจะรู้สึกเจ็บเล็กๆ แต่ก็รู้สึกดีไม่ต่างกันส่งเสียงหัวเราะคิกคักในลำคอเหมือนกำลังเชิญชวน

อ้อมกอดที่ถูกกระชับขึ้นมากกว่าเดิมกับเสื้อผ้าที่ถูกปลดเปลื้องออกจากตัวทีละชิ้น แม้จะตกอยู่ภายใต้ร่างหนาแต่ร่างเพรียวกับคิดถึงอีกคนมากกว่าคนตรงหน้าด้วยซ้ำ รับรู้ถึงกลิ่นหอมของร่างเล็กจากตัวของชายหนุ่มมันยิ่งทำให้เกิดความกระสันอยากมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า เฉดเช่นเดียวกับนีสแม้ว่ากำลังจะมอบความสุขให้ร่างตรงหน้าแต่สมองยังคงคิดถึงร่างบางที่เพิ่งจากมา ใบหน้าท่าทางและน้ำเสียงยังคงดังก้องอยู่ในหัวคำพูดที่แทงใจมันทำให้รู้สึกเจ็บไม่น้อย อยากได้ทุกอย่างที่เป็นของต้นกล้าจนต้องลงมือทำร้ายเพื่อให้ได้มาไว้ในครอบครอง


กลับหน้าเรื่อง

ชอบเพ้อฝัน  ชอบจินตนาการ........

แสดงเพิ่มเติม
ความคิดเห็นทั้งหมด ()
ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น