ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 34 จ๊ะ?????

ชื่อตอน : ตอนที่ 34 จ๊ะ?????

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.3k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 03 พ.ย. 2562 17:27 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 34 จ๊ะ?????
แบบอักษร

 

 

 

 

อีก 1 วันพ่านพ้นไปอย่างรวดเร็วไม่รอใคร ใจกลางเมืองติดเขตชายแดนแห่งนี้ ณ ตอนนี้นั้นกำลังมีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้นอยู่ ซึ่งต้นเหตุของมันนั้นเป็นเพราะเรื่องเมื่อวันก่อน เหล่านักเดินทางนักเวทย์สายตรวจสอบค้นคว้าต่างพากันมาให้ทั่วเพราะภารกิจที่ถูกส่งไปทั่วทุกมุมให้ช่วยกันค้นหาเบาะแสของปรากฏการณ์แปลกประหลาด

 

 

เซนเองนั้นก็ได้ตีเนียนรวมอยู่กับคนพวกนั้นเช่นกัน ถึงหญิงสาวคนนั้นจะเห็นเขาก่อนหน้านี้แล้วก็ตาม ซึ่งวันนี้นั้นไม่มีอะไรพิเศษ ไม่มีอะไรพิเศษเลยแม้แต่น้อยนอกซะจากเรื่องที่บอกไปก่อนหน้านี้ และ...

 

‘ห้องทดลองลับ?’

 

 

ใช่... ห้องทดลองลับ... หลังจากที่เซนนั้นบอกให้คางูระไปเดินเล่นพร้อมกับขอแยกตัวออกมาเดินป่วนเปี้ยนแถวๆบริเวณคฤหาสน์ของเจ้าเมืองเพื่อที่จะคอยสอดส่องดูราดราวของคนในใบภารกิจ เขาก็พบเข้ากับมัน ด้วยความอยากรู้อยากเห็นที่เต็มขั้นจึงอดไม่ได้ที่เซนนั้นจะแอบเข้ามา

 

ภายในห้องทดลองลับแห่งนี้นั้นมีเศษเหล็กมากมายเต็มไปหมด แต่ก็ไม่มากเท่าที่ห้องของเขา เหล็กแต่ละอย่างก็ดูจะเป็นเพียงเหล็กธรรมดาๆเท่านั้นกับพวกวงจรบางอย่างและเครื่องสร้างชิ้นส่วน 3D ที่ดูล่ำใช่เล่น

 

เซนนึกแปลกใจขึ้นมา ถึงจะไม่แน่ใจแต่ห้องนี้ต้องเป็นห้องของคนที่สร้างเจ้าหุ่นยนต์โล่ตัวนั้นเป็นแน่ และมันอาจจะเป็นห้องของเด็กสาวคนนั้นอีกด้วย ก่อนหน้านี้เขามีเวลาคิดหลายๆอย่างก่อนจะได้คำตอบมา การที่มีเพียงเด็กสาวคนเดียวอยู่ท่ามกลางการตัวสู้นั้น

 

บ่งบอกได้ถึงความไม่ธรรมดาของเด็กสาว และยิ่งเธอแทบไม่มีบาดแผลด้วยแล้วนั้นมันก็ยิ่งช่วยยืนยันบวกกับภาพท่าทางของเด็กสาวตอนที่เขานั้นเห็นเธอ เป็นภาพของเด็กสาวตัวเล็กๆที่พูดสั่งหุ่นยนต์ให้ทำตามคำสั่ง

 

 

‘มัวแต่คิดเรื่องอื่น.. จนลืมใส่ใจเรื่องนี้ทำให้พลาดลายละเอียดบางอย่างไปซะได้...... ไม่น่าเลยแหะ..’

 

 

เป็นอย่างที่เคยบอก อัจฉริยะ มักมองข้ามเรื่องเล็กๆอยู่บ่อยๆจนกลายเป็นส่วนที่ไม่น่าอภิรมย์นักไปโดยปริญาญ แต่จะมีมัวตัดพอตัวเองก็หาใช่ตัวเขาไม่? เซนเดินดูทุกอย่างรอบๆนานนับ 10 นาทีก่อนจะต้องหยุดลงเมื่อเห็นเข้ากับกระดาษแปลนหุ่นยนต์ทั้ง 5 แผ่น 4 ใน 5 ดูเหมือนจะเป็นของพวกหุ่นยนต์เมื่อตอนนั้น

 

 

‘แล้วอีก 1 แผ่นนี่ละ... ดูเหมือนจะยังไม่ค่อยสมบูรณ์ด้วยแหะ... ถ้างั้น...’

 

 

ด้วยความคิดสนุก แปลนหุ่นยนต์ทุกตัวจึงได้ถูกแก้ไขจนหมดไม่มีเหลืออย่างรวดเร็ว แต่เมื่อแก้เสร็จแล้วเซนกลับคิดว่ามันยังไม่พอ เขา อยากจะทำมากกว่านี้! อุปกรณ์แร่เหล็กและแร่ต่างๆมากมายต่างโผล่ออกมาเต็มไปหมด! พร้อมกับเครื่องแปลกๆที่โรเซียนั้นเป็นผู้ควบคุม! และไม่รอช้าความอยากกับความลืมตัวเข้าครอบงำอย่างรวดเร็วจนลืมสนรอบข้างไปโดยปริญาญลงมือสร้างโดยที่ไม่รู้ว่าเจ้าของห้องนั้นกับลังแอบมองดูอยู่....

 

 

จนแล้วจนรอด หุ่นตัวแรกซึ่งเป็นหุ่นยนต์ดาบก็ได้ถูกสร้างจนเสร็จเป็นที่เรียบร้อยด้วยความรวดเร็ว อักษรรูนยังไม่ถูกสลักลง วงจรเวทย์ยังไม่ถูกติดตั้งลงไปมีเพียงระบบและตัวหุ่นยนต์เพียวๆที่สุดล่ำเท่านั้นที่เสร็จเรียบร้อย ที่มันเสร็จเร็วแบบนี้นั้นไม่ใช่เพราะว่าเซนนั้นทำแบบชุ่ยๆ แต่เป็นเพราะว่าเขาได้สร้างชิ้นส่วนอื่นๆไว้ก่อนหน้านี้แล้วซึ่งเป็นของที่เตรียมไว้สร้าง INM 01

 

 

แต่ด้วยความอยากสร้างเจ้าหุ่นในแปลนตรงหน้าให้เสร็จสมบูรณ์ตามที่ปรารถนา เขาจึงได้ดึงชิ้นส่วนพวกนั้นมาใช้ จนรูปร่างของมันนั้นค่อนข้างผอมเพรียวดูไม่ค่อยมีแรงสมกับการเป็นนักดาบอันเกรียงไกรมากนัก แต่ว่าใครจะรู้? ว่าแรงของมันนั้นมีมากมายมหาสารจนใครคาดไม่ถึง แขนอันเพรียวบางที่มีถึงสี่ข้าง รูปร่างที่เหมือนกับมนุษย์เพศชายที่มีร่างกายสมส่วนสมบูรณ์น่าหลงไหล ทั่วทั้งตัวของมันนั้นเสมือนกับใส่ชุดเกราะสีเงินอยู่ตลอดเวลา

 

 

 

และ.. ที่โดดเด่นไม่แพ้กันก็คงจะเป็นรูปร่างของส่วนหัวที่ดุดดวงด้วงเหล็กอันแสนดุดันและกล้าแกร่งอันน่าเกรงขาม...

 

 

“ตัวต่อไป.. ก็หอกซินะ....”

 

 

 

พูดแล้วเซนก็เตรียมที่จะทำมันต่อให้ดียิ่งขึ้น แต่ว่าเมื่อหลุดจากความอยากอันมากล้นนั้นมาได้แล้วนั้นสมาธิที่คอยระวังรอบๆข้างก็ได้กลับมาอีกครั้งหนึ่งจนทำให้เขานั้นต้องหันขวับไปยังทางหน้าห้องลับแห่งนี้ที่มีเด็กสาวยืนมองอยู่...

 

 

“....”

 

 

“....”

 

 

สายตาของทั้งสองพลันประสานกัน ความเงียบงันเข้าปกคลุมอย่างรวดเร็วจนทางด้านหญิงสาวนั้นทำอะไรไม่ถูกจนต้องตัดสินใจหันหลังขวับและวิ่งหนีทันทีอย่างรวดเร็ว!

 

 

แต่ว่า...

 

 

 

พรึ่บ!

 

 

อ๊ะ!?

 

 

วิ่งไปได้ไม่ถึง 3 ก้าวเธอก็ได้ชนเข้ากับบางอย่างเต็มๆจนเกือบล้ม เด็กสาวค่อยๆเงยหน้าขึ้นไปมองช้าๆก่อนจะพบว่าสิ่งที่เธอชนนั้นก็คือร่างของชายหนุ่มภายในห้องทดลองลับที่เธอสร้างไว้นั่นเอง! ดวงตาสีน้ำตาลแดงสั่นเครือเพราะหลายเหตุผลมากมายนับไม่ท้วน ต่างจากเซนที่มีท่าทีที่เรียบนิ่ง...

 

 

ก่อนที่จะค่อยๆยื่นมือไปทางร่างบางข้างหน้าและพูดบางอย่างขึ้นมา....

 

 

หมับ!

 

 

“ว่าไง... เจอกันอีกแล้วนะ..”

 

 

มือหนาแกร่งถูกวางบนหัวของเด็กสาว! ไม่ซิ! หญิงสาวอย่างอ่อนโยน!พร้อมกับใบหน้าที่ยังคงเรียบนิ่งไม่ต่างจากเดิมเท่าไหร่นัก! หญิงสาวที่ได้ยินและโดนจับหัวอย่างอ่อนโยนนั้นก็ถึงกับ!

 

 

เฮือกก!~

 

 

.!???.

 

 

สลบ....

 

 

ไปเป็นที่เรียบร้อยโดยมีเครื่องหมายตกใจปนสงสัยพุดขึ้นมาเต็มไปหมดบนหัวของชายหนุ่มต้นเหตุของเรื่อง เซนรีบรับร่างของเธอเอาไว้ทันที ถึงจะงงๆไปหน่อยแต่ก็ต้องพาเธอไปนอนพักซะก่อน

 

 

‘แต่ที่ไหนละ...’

 

 

สายตาเหลือมองเข้าไปภายในห้องทดลองอีกครั้ง ก่อนที่จะจับตัวของหญิงสาวอุ้มขึ้นในท่าอุ้มเจ้าหญิงและเดินกลับเข้าไป เขาไม่ได้ตั้งใจให้เป็นแบบนี้ แต่ก็ช่วยไม่ได้ละนะในเมื่อมันเกิดขึ้นแล้วเขาก็ต้องปล่อยพ่านมันไปไม่ใช่เอาแต่นึกเครียด สบัดหัวไล่เรื่องพวกนั้นออกจากสมองไปก่อนที่จะหันมาสนใจกับหุ่นตัวต่อไปทันที

 

 

จนกระทั่ง 5 นาทีพ่านไป หุ่นที่กำลังสร้างนั้นไปยังไม่ถึงไหนเท่าไหร่ ได้มาเพียงโครงของร่างกายเท่านั้น หญิงสาวร่างเล็กเด็กประถมก็ได้ตื่นขึ้นมา ก่อนจะพบว่าตนนั้นอยู่ไหน ท่าทีที่ตื่นตระหนกพลันเกิดขึ้น แต่ว่าก็ต้องหายไปเมื่อไม่พบว่าชายหนุ่มก่อนหน้านั้นอยู่ในห้อง

 

 

เฮ้อออ~

 

 

เธอถอนหายใจออกมาอย่างโล้งอก พลางคิดบางอย่าง ดวงตาสีน้ำตาลแดงอันน่าหลงไหล ผมสีเช่นเดียวกันกับสีตาค่อยๆถูกนิ้วม้วนเล่นเป็นเกรียว เธอคือซายูริ หญิงสาวในภารกิจของเซนและเป็นถึงผู้เกิดใหม่ที่โลกแห่งนี้พร้อมพรของพระเจ้า

 

 

ต่อหน้าทุกๆคนนั้นเธอเข้มแข็งและฉลาดอยู่ตลอด แต่ว่าพอเจอเข้ากับคนที่เธอคิดว่าหน้าตาละไม้คล้ายคลึงกับคนรู้จักของเธอที่โลกก่อน เธอก็มักจะสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเสมอ เหมือนดังก่อนหน้านี้ที่ถึงกับสลบเป็นลมล้มพับไปเลยทีเดียว

 

 

สายตาของเธอค่อยๆช้อนขึ้นไปมองยังหุ่นที่ถูกสร้างเสร็จแล้ว โดยเธอนั้นดูทุกกระบวนการสร้างของมันตลอด ถึงจะมีบ้างที่มองไม่ทันก็ตามเถอะนะ แต่เธอก็ยังรู้สึกได้ถึงความปราณีตในการสร้างอยู่ดี ร่างบางค่อยๆลุกขึ้นเดินไปแตะตัวของมันอย่างช้าๆ ก่อนจะรู้ตัวอีกทีเธอก็ได้หลงไปในรูปร่างของมันเข้าให้แล้ว

 

 

และในขณะนั้นเอง...

 

 

 

ตึก!

 

 

 

.!!!.

 

 

เสียงบางอย่างดังขึ้นมาจากข้างหลังจนเธอต้องรีบหันไปมองอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเห็นเข้ากับร่างของชายหนุ่มร่างสูงโปร่งผู้มีผมสีดำเงาดวงตาสีทองอำพันอันน่าหลงไหลที่เมื่อกี้นั้นวางถ้วยอาหารบางอย่างลงตรงโต๊ะข้างๆ

 

 

ดวงตาของทั้งสองสอดประสานกันอีกครั้ง ทำให้หญิงสาวนั้นมีท่าทีแบบเดิมเหมือนก่อนหน้านี้ไม่มีผิด...

 

ชายหนุ่มที่เห็นก็ได้แต่ถอนหายใจออกมา เขาไม่เข้าใจความคิดของเธอคนนี้ เขาไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงมีท่าทีอย่างนี้ และ เขาไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงรู้สึกคุ้นเคยกับเธอคนนี้แปลกๆ แต่ก็ยังไม่แน่ใจว่าเพราะอะไรอยู่ดี เพราะเขาจำไม่ได้ว่าเคยเห็นเธอมาก่อน...

 

 

“นี่... ใจเย็นๆก่อนได้หรือเปล่า”

 

 

ชายหนุ่มหรือเซนพยามถามแบบนุ่มนวนเพื่อไม่ให้เธอตกใจ ซึ่งหญิงสาวที่เห็นก็ได้ค่อยๆตั้งสติทำใจให้เย็นๆตามที่เซนนั้นพูด เธอค่อยๆควบคุมการหายใจให้คงที่ ก่อนจะหลับตาลงตั้งสติและพยายามทำตัวให้เป็นปกติ

 

 

“ชั้นเซน.. ต้องขอโทษด้วยที่ทำให้ตกใจและแอบเข้ามาโดยพลกาล”

 

 

“อ..อืม ไม่เป็นไร”

 

 

เซนพูดขึ้นมาเมื่อเห็นท่าทีของหญิงสาวที่สงบลงพร้อมบอกชื่อของตนไป ในใจของหญิงสาวร่างเล็กเด็กประถมเมื่อได้ยินชื่อของเขาก็มีปฏิกิริยาเล็กน้อย ก่อนจะส่ายหน้าและพูดตอบกลับมา เสียงของเธอนั้นยังคงนุ่มละมุนน่าฟังไม่ต่างจากก่อนหน้านี้เลยแม้แต่น้อย ยิ่งด้วยรูปร่างหน้าตาและท่าทางของเธอในตอนนี้แล้วนั้นมันยิ่งขับเสน่ห์แบบเด็กน้อยของเธแให้เพิ่มมากขึ้นจนสาวเจ้าเองนั้นไม่รู้ตัว

 

 

หญิงสาวซายูริเหลือบไปมองทางหุ่นยนต์แว็บหนึ่งสลับไปมุมห้อง หน้าประตู หรือแม้แต่ตรงโต๊ะที่ไม่มีสิ่งใดเลยเพื่อที่จะเลี่ยงการจ้องหน้าตรงๆกับชายหนุ่ม ท่าทางของเธอถ้าผู้เป็นแม่มาเห็นจะต้องหัวเราะเยาะเธอเป็นแน่ที่ลูกสาวสุดรักที่ไม่ยักจะกลัวอะไรตั้งแต่เกิดยันโตมีท่าทางแบบนี้เพราะผู้ชายตรงหน้า

 

 

เซนที่เห็นก็รีบพิจารณาพร้อมคิดเหตุผลที่เธอนั้นยังมีท่าทีไม่อยากมองหน้าเขาเช่นเคย อดไม่ได้ถามตรงๆเลยคงได้ใช่มั้ย?

 

 

“ชั้นเคยทำอะไรให้เธอไม่พอใจหรือเปล่า? ทำไมเธอถึงต้องหลบหน้าชั้นด้วย..”

 

 

หญิงสาวสะดุ้งโหยงเมื่อได้ยินถาม จะให้เธอตอบเขาว่ายังไงละ? ในเมื่อเธอเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าทำไมเธอถึงเป็นแบบนี้? จะให้เธอตอบว่า‘คุณหน้าตาเหมือนคนรู้จักที่โลกก่อนของฉันค่ะ!’งั้นหรอ? คงเป็นไปไม่ได้หนำซ้ำอาจโดนหาว่าบ้าอีกด้วย

 

 

“ป..เปล่าหรอก ฉันก็แค่ เออ ฉ..ฉันก็แค่--”

 

 

“ช่างเถอะ... ถ้าไม่อยากตอบก็ไม่เป็นไร ขอโทษอีกครั้งแล้วก็ขอตัวก่อนนะ”

 

 

ไม่ทันที่เธอจะได้พูดจบ เซนที่คิดว่าคงไม่ได้คำตอบก็พูดขัดขึ้นมาพร้อมกับขอตัวลาออกมาโดยที่ซายูรินั้นยืนนิ่งแข็งค้างไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อีกแล้วหรอเนีย... เธอเป็นแบบนี้อีกแล้วหรอ? เหตุการณ์ที่คล้ายกันแบบนี้เกิดขึ้นที่โลกก่อนของเธอบ่อยครั้งจนเธอคิดโกรธตัวเองอย่างหนัก... เหอะ! ตัวเธอนั้นขี้ขลาดจริงๆด้วยซินะ...

 

 

 

ความหวังของเธอเริ่มดับลง แต่ว่าก็ว่าเถอะ? ความหวังที่ว่ามันคือเรื่องอะไรกัน? แล้วมันมีมาตั้งแต่ตอนไหน? แล้วทำไมเธอถึงคิดว่าการคุยกับเขาคนนี้มันจะมีความหวังบางอย่างด้วยละ? เธอเริ่มไม่เข้าตัวเอง เธอไม่เข้าใจ เธอ... ไม่เข้าใจแม้แต่น้อย....

 

 

และในตอนนั้นเอง...

 

 

 

“อ่ะ... จะว่าไปเธอน่ะ... สนใจเรื่องกิลด์หรือเปล่า... ด้วยความสามารถของเธอที่สามารถสร้างหุ่นยนต์ได้ขนาดนั้น... คงเป็นนักประดิษฐ์ประจำกิลด์ได้ไม่ยากแน่นอน... อีกอย่างเธอก็มีพลังเวทย์ด้วยนี่หน่า.. และก็เจ้านั่น...”

 

 

เซนพูดขึ้นพร้อมชี้ไปยังหุ่นยนต์ดาบสี่แขนที่มีหน้าตาเหมือนกับด้วงที่ดูสง่าน่าเกรงขาม

 

 

“ชั้นยกให้เธอก็แล้วกัน.. เพื่อเป็นการขอโทษที่แอบเข้ามาทำอะไรโดยพลการแล้วยังทำให้เธอสลบไปอีก... หวังว่าคงไม่โกรธกันนะ”

 

 

พรึ่บ!!!!

 

 

กล้าวจบร่างของชายหนุ่มก็อันตทานหายไปอย่างไร้ร่องรอย ในหัวของซายูริเริ่มประมวนผลก่อนที่เธอนั้นจะมีจุดมุ่งหมายต่อไปอย่างชัดเจน ใบหน้าของเธอนั้นเริ่มปรากฏรอยยิ้มขึ้นมา ถึงจะยังสงสัยกับความรู้สึกแปลกๆนี้ แต่เธอก็เลือกที่จะไม่สนใจมัน เธอค่อยๆหันไปยังหุ่นยนต์ดาบสี่แขนอีกครั้งหนึ่งพร้อมกับนำมือขึ้นไปแตะยังกลางหน้าอกของมัน

 

 

“เซน.. งั้นหรอ.. พระเจ้ากำลังเล่นตลกกับชีวิตเราอยู่หรือไงกันนะ... ถึงทำให้เราต้องมาเจอกับคนที่มีทั้งหน้าตาชื่อและก็ยังมีนิสัยเหมือนกันกับเขาคนนั้นอย่างนี้...”

 

 

คำพูดที่ยากจะรู้ว่ากำลังตัดพอชีวิตตัวเองหรือหัวเราะเยาะตัวเองของหญิงสาวดังขึ้น ยิ่งคำถามของเขาคนนั้นมันยิ่งทำให้เธออดคิดแต่เรื่องนั้นไม่ได้เลย ท่าทางของเธอเปลี่ยนไปต่างจากก่อนหน้านี้โดยสิ้นเชิง ถ้าไม่บอกว่าก่อนหน้านี้แค่ประหม่าคงนึกว่าไบโพล่าซะแล้ว

 

 

.

 

 

.

 

พรึ่บ!!!

 

 

ร่างของชายหนุ่มหรือเซนปรากฏตัวขึ้นมาบริเวณตรอกซอกซอยเปลี่ยวแห่งหนึ่งพร้อมกับใบหน้าที่เรียบนิ่ง ยุทการล่อความสนใจให้เด็ก(หญิง)สาวสนใจเขาและเรื่องของกิลด์เสร็จสิ้นไปได้ด้วยดี

 

ใช่.. ทุกอย่างนั้นอยู่ในการคาดเดาของเซน เขานั้นได้คาดเดาทุกอย่างเอาไว้หมดแล้ว ถึงจะมีบางส่วนที่ไม่คาดคิดก็เถอะอย่างเรื่องที่ทำให้เธอนั้นสลบไปแบบนั้นโดยที่ไม่ได้ทำอะไร(!?) แต่มันก็ดีไปที่เขาไม่ต้องลงมือทำให้เธอหลับไปด้วยตัวเอง(?) เซนได้แต่ถอนหายใจออกมา

 

 

ภารกิจครั้งนี้ความเสี่ยงที่เขาจะไม่มีความรู้สึกดีๆต่อเธอคนนี้นั้นมีสูง เพราะเขาใช้แผนการในการชักชวนเธอไม่ใช่อยากเชิญเข้ามาด้วยใจจริงตั้งแต่แรก เพราะงั้นความรู้สึกก็ไม่ต่างจากเขาเป็นผู้ล่าและเธอเป็นเหยื่อก็มิปาน ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้นบอกตามตรงมันไม่เป็นผลดีเลยแม้แต่นอนนอกซะจะเรื่องที่ว่าเขาไม่ต้องสนใจเธอ

 

 

“แต่ว่านะ....”

 

 

เขา... ไม่ได้ต้องการแบบนั้น... แต่กว่าจะมีความรู้สึกนี้ได้มันก็สายเกิดไปพอสมควรแล้ว การรู้อนาคตแล้วใช้เรื่องนั้นมาสร้างผลประโยชน์ให้ตนเองนั้นมันก็ไม่ต่างอะไรกับคนเห็นแก่ตัว ถึงเขาจะเป็นแบบนั้นจริงก็เถอะนะ

 

แต่ว่าตอนนี้เขาควรเปลี่ยนความคิดได้แล้ว ควรใช้ความรู้สึกมากกว่าแผนการในการตีสนิทกับคนอื่นหรือชักชวน ไม่งั้นก็คงจะมีแต่ความรู้สึกที่คิดไว้เท่านั้นที่เราจะได้กลับมาไม่แน่ถ้าหน้าไม่หนาพออาจได้ความรู้สึกผิดมาด้วยก็ได้ ต่างจากการใช้ความรู้สึกและนิสัยของเราจริงๆ

 

อย่างที่เคยมีคนว่าเอาไว้ ถ้าเราจริงใจกับใครก็ย่อมได้ความจริงใจตอบแทน ไม่เหมือนกับความจอมปลอมที่เสแสร้งทำไม่นานก็ต้องพังลงมาทับร่างตนเองจนไม่เหลือสิ่งใดแน่ เซนค่อยๆส่ายหัวไร้ความคิดพร้อมถอนหายใจออกมาอีกครั้ง

 

เฮ้อออ~

 

“ถ้าเป็นไปได้.. ต่อไปอย่าส่งเควสที่เอาของมาล่อเพื่อให้ต้องช่วยคนเลย... แค่แจ้งเตือนมาชั้นก็ยินดีที่ตะทำแล้วถ้ามันเป็นเรื่องดีสำหรับชั้น....”

 

 

«ยกเลิกการรับเควสเกี่ยวกับบุคคล เปลี่ยนเป็นการแจ้งเตือน ท่านได้ขอในสิ่งที่คาดไม่ถึง +20 P. »

 

 

ระบบเด้งขึ้นมาพร้อมกับตอบรับความต้องการของเซน ทางนี้ก็รู้สึกว่าจะบ้าไม่ก็ไบโพล่าอีกคนที่ถึงกับทิ้งผลประโยชน์ที่จะได้แต้มไปซื้อของของตัวเองเพราะเรื่องความรู้สึก แต่ว่าใครสนกัน? เขาไม่สนใจอยู่แล้ว ด้วยแต้มที่มีถึง 33+28 ตอนนี้เขาก็สามารถอยู่รอดได้โดยไม่ต้องพึ่งเควส แล้วก็อีกอย่าง

 

 

เควสที่ถูกยกเลิกไปคือเควสเกี่ยวกับบุคคลไม่ใช่เควสทั้งหมด เขายังพอมีทางที่จะหาแต้มได้อยู่ตลอดหากระบบนั้นต้องการให้เควส

 

 

.

 

 

.

 

เวลาล่วงเลยมาถึงช่วงหัวค่ำอย่างรวดเร็ว ทางด้านของซายูริ ไม่รู้ว่าเธอคิดอะไรกันแน่เมื่อช่วงเย็นเธอถึงได้วิ่งไปหาท่านแม่ของเธอให้วุ่นจนคนใช้ในบ้านเกิดความสงสัย และเมื่อถามไปนั้นเธอก็จะตอบกลับมาว่า‘ไม่มีอะไรค่ะ’อยู่ตลอดจนต้องเลิกถามไป

 

 

เป้าหมายของเธอนั้นแน่ชัดแล้ว! เธอต้องการออกจากเมืองนี้ เธอต้องการผจญภัยเหมือนที่เคยคิดไว้ แต่ว่าที่ต่างออกไปคือเธอต้องการเข้ากิลด์! เธอต้องการเข้ากิลด์ที่เธอนั้นชอบมากที่สุดซึ่งหนีไม่พ้นแฟรี่เทล! แต่ว่าเธอต้องการพาแม่ของเธอไปด้วยเพื่อท่านแม่ของเธอนั้นจะได้ไม่ต้องอยู่กับสามีไม่ได้ความอย่างนั้น!

 

 

และเมื่อมาถึงยังสวนหลังคฤหาสน์ คนที่นั่งอยู่ด้านหน้าของเธอภายใต้ศาลาแห่งนี้นั้นก็คือท่านแม่ผู้แสนใจที่เธอรักและห่วงใยที่สุด คำพูดที่ต้องการจะพูดจึงได้ถูกพูดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว!

 

 

“ท่านแม่คะ เราไปอยู่เมืองแมกโนเลียกันเถอะค่ะ!”

 

 

“จ๊ะ?????”

 

 

...

 

 

[ยังไม่จบมีชดเชยอีกนะครับผม]

..

 

 

 

.

 

✒️✒️✒️✒️✒️

 

มันยืดเกินไปอะ!! แต่ผมแน่ใจได้ว่าตอนต่อไปจะเข้าถึงเนื้อเรื่องที่ตีกับกิลด์แฟนธอมแน่นอนครับ! สำหรับตอนนี้ผมพยายามยัดความรู้ากต่างๆเอาไว้เกือบทั้งหมดเพื่อไม่ให้มันไปขัดเวลาของตอนอื่น แต่แรกมากับความยืดที่มากมาย จริงๆผมก็ไม่ค่อยว่างบวกไม่ค่อยสบายนิดหน่อยด้วยและครับ ทำให้มันรู้สึกว่าแปลกๆบางอย่างจนอธิบายความรู้สึกคลุมเครือเยอะไป เอาเป็นว่าเพื่อชดเชย ผมเลยเตรียมตอนของเรื่องก่อนนู่นมาให้ครับผม

 

Polite Project System[3]

 

 

 

.

 

 

 

.

 

 

 

 

.

 

หลายวันพ่านไปไวเหมือนเรื่องโกหก ริวยังคงใช้ชีวิตแบบเดิมๆวนไปวนมาอยู่อย่างนั้น จนกระทั่งวันนี้ เมื่ออาจารย์บอกหน้าชั้นเรียนว่าอาทิตย์หน้านั้นมีสอบ ชายหนุ่มไม่ได้คิดมากนักเรื่องนี้เพราะยังเขาไม่ใช่คนโง่ จัดว่าเป็นคนที่เรียนเก่งคนหนึ่งเลยด้วยซ้ำไปถ้าไม่มัวเถลไถลไปทั่วจนไม่เป็นอันจะเรียนซักที ซึ่งตอนนี้แต้มของเขาก็ได้เลยมาจนถึง 140,205 P. เข้าให้แล้วเพราะภารกิจหลายๆอย่างในช่วงวันที่พ่านๆมาซึ่งพิเศษกว่าวันอื่นๆ เป็นภารกิจที่ค่อนข้างจะง่ายแต่ก็ได้แต้มมาเยอะเอามาก

 

 

ซึ่งเป็นแต้มที่ได้มาจากการทำภารกิจเกี่ยวกับการช่วยชีวิตคน

 

 

[การกิจระดับ'Middle(กลาง):ช่วยหญิงสาวจากการถูกข่มขืน การช่วยเหลือผู้หญิงที่ซึ่งมีอนาคตไกลจากการตกสู่ความมืดถ้าหากโดนข่มขืน เป็นสิ่งที่ผู้มีความสุภาพควรกระทำ แต่เพื่อทำให้ท่านดูสุภาพมากขึ้นในสถานการณ์แบบนั้น จึงขอให้ท่านพูดจาสุภาพเอาไว้ ไม่ควรโจมตีโดยไม่สุภาพ]

 

 

รางวัล:5,000 P.

 

 

และเพราะแบบนั้นกับภารกิจอีก(โครตเยอะ)นิดหน่อยทำให้ตอนนี้ริวมีแต้มสุภาพอย่างที่เห็น อีกแค่ไม่นานของแฟนตาซีชิ้นแรกก็จะเป็นของเขาแล้ว ถึงจริงๆก่อนหน้านี้เขาจะอยากตัดสินใจไปซื้ออย่างอื่นที่ถูกกว่าก็เถอะ แต่ความคุ้มค่าก็ไม่น่าจะเทียบเท่าได้ถ้าพลาดโอกาสนี้ไป เพียงสองแสนเท่านั้น เพียงแค่สองแสนจากราคาเดิม 1 ล้าน...

 

 

 

“เออ ว่างอยู่หรือเปล่าคะ?”

 

 

 

ภายในห้องเรียนเวลาพักเที่ยง ในขณะที่ริวกำลังตั้งใจอ่านหนังสืออยู่อย่างเงียบงัน ก็ได้มีเสียงเสียงหนึ่งดังทักขึ้นมา เมื่อริวเงยหน้าขึ้นก็รู้ได้ทันทีว่าเธอคือเด็กใหม่ที่พึ่งย้ายมาเมื่อวานก่อน ซึ่งเขาไม่เคยรู้จักหรือคุยด้วยแม้แต่น้อย เธอมีชื่อว่าหวาน ถึงหน้าตาจะไม่ได้สวยมากนักแต่ก็มีความน่ารักกินใจเป็นไหนๆจะให้เขาทำเมินไม่สนใจคงไม่ได้

 

 

“มีอะไรหรอครับ?”

 

 

“คือว่าเพื่อนๆเขาบอกว่า เออ ริวเก่งเลข แล้วยังลายมือสวยด้วย เราเลยว่าจะมาขอยืมสมุดหน่อยน่ะ เราพึ่งย้ายมาใหม่ต้องลอกงานเก่าๆของเพื่อนส่งด้วยไม่งั้นจะไม่มีคะแนนเก็บน่ะจ้ะ เราขอยืมหน่อยจะได้หรือเปล่า?”

 

 

การพูดที่ฉะฉานเกือบทุกคพแม้จะพูดกับคนแปลกหน้าทำให้รู้ได้ว่าเธอคลมีประสบการณ์เรื่องการพูดกานนำเสนอมาไม่น้อย หวานหรือหวานใจย้ายมาจากโรงเรียนที่อยู่เมือง R ซึ่งอยู่ใกล้เมือง S แห่งนี้เพราะทางบ้านย้ายที่ทำงานใหม่มาที่นี่ ทำให้เธอต้องย้ายเรียนมาด้วย และเมื่อย้ายมาใหม่ได้ 3 วันเธอก็พอรู้จักเพื่อนบางคนแล้ว ทุกคนแนะนำเธอได้ทุกเรื่องนอกจาดเรื่องของชายตรงหน้าเธอ หวานไม่รู้ว่าเพราะอะไรทั่งทีพอพูดถึงเรื่องการเรียนทีไรก็มักจะมีชื่อเขาโผล่ขึ้นเป็นเป็นอันดับทอปๆตลอด

 

 

พอถามพวกเพื่อนๆว่าทำไมถึงไม่แนะนำริวก็มักจะมีคำตอบประมาณว่า“ริวแต่กินไม่ใช่คนแบบนี้น่ะซิ บางทีเขาอาจจะกำลังแกล้งทำตัวเรียบร้อยอยู่ก็ได้”และบ้างก็บอกว่า“เสียดายจริงๆ แต่เขาสุดเกินไปแนะนำอย่าเข้าใกล้ดีกว่า”ซึ่งเธอก็ไม่เข้าใจความหมายซักอย่างเดียว แต่ก็ไม่ได้อยากถามเซ้าซี้ และรอเวลาที่จะได้รู้เองดีกว่า

 

 

ริวที่รู้สิ่งที่หวานต้องการจากปากเธอแล้วนั้นก็ก้มลงไปหยิบสมุด 2 เล่มออกมาจากกระเป๋า อันนึงอันหนึ่งคือวิชาเลขส่วนอีกอันคือภาษาบังคับทั้งหลายที่ให้นักเรียนนั้นเรียนคนละหนึ่ง แต่ที่ริว กล้าเอาออกมาทั้งที่ยังไม่รู้ว่าเธอเลือกเรียนอะไรนั้นเพราะภายในกระดาษเล่มเดียวนี้นั้นอัดแน่นไปด้วยทุกภาษาที่มีบังคับให้เรียน ริวใช้วิธีง่ายๆเพียงให้เพื่อน(?)ที่เรียยภาษาอื่นซึ่งพอรู้จักกันถ่ายวีดีโอเอาไว้และค่อยส่งให้เขาดูทีหลัง ด้วยความดีดอะไรซักอย่างทำให้มันไม่เป็นปัญหาเลยที่เขาจะจดรายละเอียดทุกวิชามาได้เกือบหมด

 

 

“อันนี้คือวิชาเลข แต่ละแผ่นจะมีเขียนสลับแบบระเอียดกับไม่ระเอียดไว้อยู่ เดี๋ยวผมดูให้แปปหนึ่งก็ได้ว่าอันไหนต้องเขียนบ้าง.. ส่วนอันนี้นั้นเป็นวิชาภาษา ไม่รู้ว่าเธอเรียนอะไรแต่ว่าในนี้มีทุกอันที่โรงเรียนสอน.. มีบอกวันที่ไว้อยู่ด้วยนะครับ”

 

 

 

หวานถึงกับอึ้งเมื่อได้ยินสิ่งที่ริวพูด ความสามารถนี่ไม่ต่างอะไรกับคำว่าอัจฉริยะ แต่มันก็ไม่เชิงเพราะถึงริวจะฉลาดจริงแต่เป็นเพราะความขยันและภารกิจซะส่วนใหญ่ด้วยทำให้กลายเป็นแบบนี้ได้ เพื่อเก็บแต้มแค่เหนื่อยนิดๆหน่อยริวไม่มีปัญหาอยู่แล้ว เมื่อหวานรับไปพร้อมกับขอบคุณเขาก็หันกลับมาสนใจกับหนังสือตรงหน้าต่อ

 

 

ถึงภายนอกจะเหมือนๆกับหนังสือธรรมๆแต่ว่าภายในกลับเป็นข้อมูลต่างๆและวิธีการใช้เวทมนต์แบบเบื้องต้น เขาไม่ได้ซื้อมาเพื่อที่จะเรียนมัน แต่ได้มันมาจากภารกิจบางอย่างก็เท่านั้นเลยได้ตัดสิ้นใจลองอ่านมันดูและบังเอิญเกิดสนใจก็เท่านั้น เวทมนต์เป็นสิ่งที่เหนือธรรมชาติการฝึกจึงไม่ใช้เรื่องที่ง่ายดาย หลังจากสอบเสร็จเขาคงต้องหาเวลาซักหน่อยในการฝึกมัน ถึงจะไม่คิดที่จะมีเรื่องเร็วๆนี้ก็ตาม

 

 

 

แต่ว่าสถานการณ์ช่วงนี้มันเริ่มทำให้ริวรู้สึกตะหงิดใจแปลกๆ ทั้งเรื่องข่าวในช่วงนี้ที่มีความวุ่นวายไปทั่ว ไม่ว่าจะเป็นไฟที่จู่ๆก็ลุกถ้วมบ้านเฉพาะบางหลังในเวลาเดียวกัน แถมทุกคนยังมาจากโรงเรียนเดียวกันและเป็นกลุ่มเดียวกันในโรงเรียนอีกด้วย พายุขนาดยักษ์ที่ปรากฏขึ้นโดยไม่มีสาเหตุ ฟ้าร้องฟ้าผ่าทั้งที่ไม่มีแม้แต่เมฆก็ให้เกิดความเสียหายมากมายเต็มไปหมด มันไม่มีทางเป็นเรื่องบังเอิญ

 

 

 

‘ไปนั่งเล่นบนดาดฟ้าหน่อยก็แล้วกัน...’

 

 

 

ริวลุกขึ้นพร้อมหนังสือเล่มหนาเพื่อขึ้นไปยังดาดฟ้า ด้วยอากาศที่ร้อนระอุไม่รู้ว่าคิดได้ไงถึงได้อยากขึ้นไปนั่งเล่นบนนั้น ไม่มีใครสามารถรู้ได้แม้แต่ริวเองก็ยังแปลกใจกับตัวเองเลยด้วยซ้ำไปที่อยากขึ้นไปบนนั้น

 

 

ประตูชั้นดาดฟ้าถูกเปิดออกก่อนที่ริวจะเดินขึ้นไป น่าแปลกใจเกินคาดเมื่อเปิดออกเขากลับรู้สึกได้ถึงบรรยากาศที่แสนเย็นสบายจนไม่อยากจะเชื่อว่าอยู่ในฤดูกาลอะไรอยู่ตอนนี้ ถึงอีกไม่นานจะถึงฤดูฝนก็ตามแต่ก็ยังอีกนานอยู่ดี ไม่คิดที่จะปวดหัวกับเรื่องไม่เป็นเรื่องริวส่ายหัวไล่ความคิดออกก่อนจะเดินไปหาที่นั่งที่มีร่มบังลงมา

 

 

 

ตึง!

 

 

“โธ่เอ๊ย!! น่าหงุดหงิดๆ! มีแต่เรื่องน่าหงุดหงิด!ยัยฟ้าใสก็ดันป่วยจนไม่ได้มาโรงเรียน!ไอเจ้าคินก็ดันมาตามตื้อเราอยู่ได้!คิดว่าหล่อหรือไงย๊ะ!!?”

 

และเสมือนฟ้าเล่นตลก ความสงบอยู่ไม่นานเมื่อประตูถูกเปิดออกอีกครั้งพร้อมกับร่างบางของหญิงสาวคนหนึ่งที่เดินขึ้นมาท่าทางของเธอบ่งบอกได้ถึงความหงุดหงิดเป็นอย่างมาก อลิซ ลูกครึ่งไทยยุโรปผมทองยาวประบ่าหน้าตาจัดได้ว่าสวยไม่แพ้ใครในโรงเรียน เป็นถึงดาวที่ใครหลายๆคนต่างชื่นชอบ นอกซะจากริวที่ไม่คิดจะสนใจเรื่องพวกนี้ ไม่อยากสน ไม่อยากยุ่งวุ่นวายเพราะงั้นตอนนี้เขาทำได้เพียงนั่งนิ่งๆอ่านหนังสือก็เท่านั้น

 

 

แต่ก็อย่างที่คิด เมื่อเขาอยากอยู่สงบๆมันกลับไม่ได้อย่างที่หวัง เมื่อมีเสียงเปิดประตูดังขึ้นมาอีกครั้งพร้อมกับชายหน้าเหลี่ยม เหลี่ยมแบบโครตเหลี่ยมจนแปลกประหลาดมากๆเดินขึ้นมาด้วยรอยยิ้มที่โครตโรคจิต ถ้าจำไม่ผิดชายหน้าเหลี่ยมนั้นคือลูกของคนใหญ่คนโตในเมืองนี้ คินแต่ริวก็ไม่คิดสนใจอยู่ดี ได้แต่นั่งอ่านหนังสือต่อไปเท่านั้นขอแค่พวกมันอย่ามากวนสมาธิเขามากก็เป็นอันจบเรื่อง

 

 

“โฮ่วว~ นี่คุณอลิซรังเกียจผมขนาดนั้นเลยหรอครับ~ ทั้งที่ผมออกจะรวยแท้ๆ”

 

 

 

“นี่คิดว่าฉันชอบเงินหรอ? หึ! ไอหน้าสันขวานเอ๊ย!!! ฉันไม่ใช่กระหรี่นะย๊ะ!!”

 

 

อลิซโมโหหนักหลังจากตีความหมายของคำพูดที่คินพูดออก! เธอรังเกียจผู้ชายแบบนี้ที่สุด!ถึงเธอจะไม่ได้มีอคติเรื่องหน้าตากับใครก็ตาม!แต่สำหรับเจ้านี้เธอจะทนมองหน้ามันนานๆเด็ดขาด! ทางด้านคิดที่เหมือนกับรู้ว่าเธอนั้นคิดอะไร มือขวาของมันทำท่าเชยอากาศขึ้น ซึ่งมันกลับทำให้อลิซเงยหน้าขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว!!ความตกใจแบบสุดๆพลันเกิดขึ้น!เธอไม่เคยคิดมาก่อนว่าคินจะมีพลังวิเศษบางอย่างนี่!

 

 

“ผมยังไม่ได้พูดซักคำว่าอนาคตถังเก็บน้ำเชื้ออย่างคุณเป็นกระหรี่ แต่ก็อุ๊บ~ เผลอเฉลยไปก่อนซะได้~”

 

 

ท่าทีที่กวนประสาทของคินทำให้อลิซแทบปรีดแตกบวกกับสิ่งที่มันพูดด้วยแล้วเธอก็จะไม่ทนอีกต่อไป!ลูกคนใหญ่คนโตแล้วไง!? มันมาหยามและใช้คำพูดแบบนี้กับเธอเธอก็จะไม่ยอมเด็ดขาด! ขาทั้งสองพลันก้าวไปหาคิดโดยลืมไปซะสนิทว่าคินนั้นสามารถทำอะไรได้ แต่ก่อนที่เธอจะถึงตัวคินเพื่อที่จะตบ จู่ๆเธอก็รู้สึกได้ว่ามีใครมาจับข้อมือเธอเพื่อห้ามเอาไว้ไม่ให้เดินไปมากว่านี้ก่อนจะรู้สึกอีกทีว่าเหมือนมีบางอย่างพ่านคอไปพร้อมกับเห็นว่าคินนั้นทำท่าเหมือนจับบางอย่างบนอาการแต่ก็ดูเหมือนจะพลาดไป สายตาคู่งามพลันหันไปมองด้านหลัง แต่ว่าไม่ทันได้เห็นใบหน้า ความรู้สึกเหมือนถูกจับมือก็หายไปแทนที่มาด้วยเสียงของคินที่โอดครวญ! และพอหันไปมองก็กลับไม่เห็นใครแม้แต่คนเดียวจนเธอได้แต่ยืนสับสนไม่เข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น

 

 

 

.

 

 

 

.

 

 

 

ในห้องน้ำชายที่อยู่ล่างดาดฟ้า 2 ชั้น

 

 

 

 

ตุบ!

 

 

โอ๊ย!

 

 

 

ริวโยนคนที่ชื่อคิมอัดห้องน้ำพร้อมกับดวงตาที่ดุดัน ไม่ใช่เพราะว่าความโกรธแต่อย่างใด ทำไมเขาต้องโกรธแทนคนไม่รู้จักด้วยละ? ไม่มีเหตุผลเลยซักนิด? แต่ว่าที่เขาทำแบบนี้นั้นก็เพราะความสงสับล้วนๆ ริวเห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง ทำให้รู้ว่าคินนั้นมีพลังวิเศษบางอย่างแน่นอน ซึ่งเขาต้องการรู้ว่า... เจ้าคนที่ปอดแหกอย่างคินที่แต่ก่อนไม่มีความกล้าที่จะทำอะไรซักอย่างและถูกนักเลงในโรงเรียนอีกแก๊งค์แกล้งประจำทำไมถึงเปลี่ยนไปขนาดนี้? เขาคิดว่ามันต้องเกี่ยวกับพลังบางอย่างนั่นแน่นอน ที่ทำให้มันมั่นใจและกล้าทำอะไรมากขึ้นล่าสุดได้ยินว่าพวกที่เคยแกล้งคินถูกส่งเข้าโรงบาลเกือบทุกคนเลยทีเดียว

 

 

“ไอนักเลง!! หลังจากทำตัวหางจุกตูดมาหลายเดือน!เพราะถูกลูกน้องชั้นเล่นงานตอนนี้เลยคิดจะแก้แค้นหรือไง!!?”

 

 

 

ความสงสัยยิ่งเพิ่มทวีคูณขึ้น เขาจำไม่ยักจะได้ว่าเคยเจอใครกระทืบหรอเล่นงานมาก่อนซักครั้ง? แต่นี่ที่เจ้านี่มันพูดนี่หมายถึงอะไรกัน? มือขวากำแบบลวกๆก่อนจะทุบเข้าที่กำแพงจนยุบตัวลงไป เสียแต้ม 100 เพื่อข้อมูลก็ไม่เสียหายอะไร และอย่างที่คิด ไม่เสียหายเลยแม้แต่น้อย...

 

 

วันต่อมาวันนี้เป็นวันเสาร์เป็นรอบที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่ทราบ ริวแต่งตัวด้วยเสื้อเชิ้ตเรียบร้อยแสนธรรมดาเพื่อที่จะไปเที่ยวเล่นในเมือง และเพื่อแต้มที่คุ้มค่าการแต่งกายทุกระเบียบนิ้วนั้นต้องเรียบร้อย ยิ่งมีคนเห็นว่าริวเป็นคนมีระเบียบเยอะ ริวก็จะได้แต้มเยอะ นี่แหละเหตุผลอีกหนึ่งอย่างที่เขาเลือกมาเที่ยวภายในเมือง และยังไม่พ้นหยิบแว่นที่หนาเตอะใส่มาด้วยเพื่อเพิ่มความเรียบร้อยไปอีกนิด

 

 

 

เมือง S เมืองที่ริวอยู่นั้นเป็นเมืองขนาดใหญ่ มีแทบทุกอย่างอยู่ภายในเมืองไม่ว่าจะเป็นสวนสนุกสวนสัตว์สวนน้ำ และต่างๆอีกมากมายจนนับไม่ถ้วน เมื่อลงจากรถเมย์สายประจำริวก็พลันกลายเป็นที่จับตามอง ความหล่อสไตล์หนุ่มแว่นแสนเรียบร้อยก็สามารถกินใจใครหลายๆคนได้อย่างง่ายดาย สายตาทั้งสองกวาดมองไปรอบๆหาบางอย่างก่อนจะพบและเดินเข้าไปหา

 

 

เป็นเอ็ม หนึ่งในคนรู้จักของริวที่ยืนรอเขาอยู่ตรงใต้ต้นไม้ข้างกายมีรถแต่งสีสันชูดชาดไม่เกรงใจใคร ด้วยหน้าตาที่คมเข้มกับร่างกายอันแสนใหญ่โต+รอยสักเต็มตัวทำให้ไม่ค่อยอยากจะมีคนเข้าใกล้หรือเดินพ่าน และเมื่อเอ็มเห็นริวก็พลันลุกขึ้นเดินมาหาทันที ด้วยท่าทางที่เป็นนักเลงอยู่แล้ว คนอื่นคงเห็นเป็นว่าริวกำลังถูกหาเรื่องแน่นอนบางคนนั้นได้แต่ช่วยภาวนาให้ บางคนก็ถึงกับรีบๆเดินหนีไปทันที ริวไม่สนใจยืนนิ่งรอให้เอ็มเข้ามาใกล้ๆ แต่ว่าเสมือนเมืองนี้ยังคงมีคนใจกล้าอยู่บ้างเมื่อจู่ๆก็มีสาวร่างบางยืนขวางกั้นเอาไว้ระหว่างทั้งสองคนก่อนที่เอ็มจะมาถึงตัวของริว

 

 

และไม่ใช่เพียงแค่นั้น เพราะจู่ๆเจ้าของร่างนั้นก็ได้คว้าหมับเข้าที่ข้อแขนของริวก่อนจะวิ่งรากร่างของเขาไปทันทีโดยที่เจ้าตัวนั้นไม่ยอมต้านทานแม้แต่นิดปล่อยร่างกายตามไปอย่างง่ายดาย เอ็มชายร่างใหญ่มีรอยสักเต็มตัวมองตามด้วยใบหน้าสับสน หรือว่าลูกพี่กำลังถูกลักพาตัว? ไม่ซิเธอคนนั้นเป็นผู้หญิงหรือว่าลูกพี่จะเผลอนัดซ่อนกันนะ? ได้แต่ยกมือขึ้นมาเกาหัวเท่านั้นก่อนจะเดินไปนั่งที่เดิมรอริวกลับมา..

 

 

 

ทางเท้าห่างออกมาจากที่ก่อนหน้านี้หลายสิบเมตร ริวยืนมองร่างบางของหญิงสาวผู้หนึ่งที่กำลังยืนกุมเข่าก้มหน้าหอบหายใจอยู่ตรงหน้าด้วยความสับสน ที่เขาไม่ขัดขืนเป็นเพราะไม่อยากเสียแต้มเท่านั้น ด้วยเหตุผลง่ายๆของระบบมัน.. ‘ไม่สุภาพ’ ส่วนหญิงสาวตรงหน้าเขานั้นถ้ามองดูดีๆจะรู้ได้เลยว่าเป็นใคร เธอคือ...

 

 

...

 

 

..

 

 

.

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว