ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

โลกที่​ 1​ : แรกพบสบตา (1)

ชื่อตอน : โลกที่​ 1​ : แรกพบสบตา (1)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 675

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 11 พ.ย. 2562 23:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
โลกที่​ 1​ : แรกพบสบตา (1)
แบบอักษร

บทที่ 1

 

[ ปฏิบัติการ​ย้ายสปิริต​ : เสร็จสิ้น​ ]​

[ ค่าความเข้ากันได้ของสปิริต : 100% ]​

[ เชื่อมต่อสปิริตและร่างกาย : เสร็จสมบูรณ์​ ]​

[ บังคับเปิดใช้สกิลติดตัวและเอ็กตร้าสกิลทั้งหมด : เรียบร้อย ]​

[ เปิดระบบปฏิบัติการ​ทันทีหลังเชื่อมต่อ​เสร็จสิ้นใน สาม.. สอง.. หนึ่ง ]​

 

[ อรุณ​สวัสดิ์​ครับโฮสต์​ ]​

เสียงที่ดังขึ้นในหัวทำให้เฮคาทีเปิดเปลือกตาขึ้นทันที แสงที่เปล่งประกาย​ออกมาจากร่างที่ใช้เป็นภาชนะทำให้ร่างสูงเพรียวเลิกคิ้วขึ้นนิดหน่อยก่อนจะกลับมาทำหน้านิ่งสนิทเหมือนเดิม

“ ขอเนื้อเรื่องเรียว ”

[ โลกนี้ไม่มีเนื้อเรื่องให้ครับพวกเราเลยไม่มีภารกิจแค่คอยตามล่าดวงวิญญานแปลกปลอมที่หลบซ่อนอยู่ก็พอครับ เซ็ตติ้งของโลกนี้คือโลกที่อยู่ในยุคสงครามไม่อ้างอิงประวัติศาสตร์​จากมิติไหนทั้งนั้น ]

“ งั้นเหรอ ประวัติเจ้าของร่างล่ะ ”

[ ฟูจิกิ ชิโอน นักเรียนและเปลี่ยนที่ไปศึกษาอยู่ต่างประเทศแต่พอเกิดสงครามก็โดนเรียกตัวกลับประเทศทันทีแล้วและตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงเดินทางกลับบ้านครับ ]​

หลังจากฟังเรียวพูดจบเฮคาทีหรือตอนนี้ได้กลายเป็นชิโอนก็เริ่มสำรวจรอบตัวทันที ตัวห้องที่โคลงเคลงไปมา​ทำให้พอคาดเดาได้ว่าน่าจะอยู่บนเรือโดยสาร ภายในห้องไม่มีอะไรมากนอกจากเตียงสองชั้นตั้งอยู่คนละฝั่งตรงกลางเป็นประตูกับบานกระจกเก่าๆที่ติดอยู่กับผนังถึงจะมีเตียงเยอะแต่ภายในห้องไม่มีใครเลยนอกจากเขาและกระเป๋าสัมภาระ

ครอบครัวเจ้าของร่างน่าจะมีฐานะพอสมควรดูจากเสื้อผ้าที่อยู่ในกระเป๋าและเครื่องประดับที่วางอยู่ข้างเตียง นาฬิกาพกที่ประดับไปด้วยเพรชและทองคำ หรูหราเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน

เขาก้าวลงจากเตียงก่อนจะเปิดไฟในห้องให้สว่างแล้วหมุนตัวเดินกลับไปหน้ากระจกบานเก่า ผมยาวสลวยสีบลอนด์​ทอง นัยต์ตาสีเขียวมรกต หน้าตาค่อนไปทางสวยมากกว่าหล่อเหลาแต่ก็นะร่างนี้พึ่งจะอายุสิบแปดยังเติบโตได้อีกเยอะ

“ อีกนานไหมกว่าจะถึงบ้านเกิดของร่างนี้ ”

[ อีกสามวันครับ ถ้าไม่เกิดเหตุกลางทาง ]​ เรียวตอบกลับพร้อมๆกับลอยออกมาจากร่างของเฮคาทีแล้วแปลงร่างกลายเป็นลูกเสือขาวตามเดิม

เขาก้มลงไปอุ้มเรียวขึ้นมากอดแนบอกแล้วพากันไปปิดไฟปีนขึ้นเตียงนอน เอนตัวลงนอนพร้อมๆกับลูบขนนุ่มนิ่มและบีบอุ้งเท้าของเรียวเล่นไปสักพักปล่อยให้เวลาไหลผ่านไปเรื่อยๆพร้อมกับเปลือกตาที่ค่อยปรือลงทีละนิดๆและปิดสนิทในที่สุด

 

ทันทีทีเฮคาทีเปิดประตูออกมาจากห้องก็ได้ยินทั้งเสียงพูดทั้งเสียงตะโกนดังไปทั่วท่าเทียบเรือประจำประเมืองหลวงมิคาเอะบ้านเกิดของเจ้าของร่างเดิม ร่างสูงเพรียวอยู่ในชุดกิโมโน​สามชั้นสีขาวดำทับด้วยเสื้อคลุมตัวใหญ่ลายมังกรสีม่วงเข้มทำจากผ้าไหมเนื้อดีปักดิ้นทองทั้งชุดแค่มองผ่านก็ทำให้ทราบฐานะของผู้สวมใส่

เสียงเกี๊ยะดังต๊อกแต๊กๆทุกครั้งที่ก้าวเดินทำให้ผู้คนสนใจได้ไม่น้อยเพราะเดี๋ยวนี้ไม่ค่อยจะมีคนสวมเกี๊ยะไม้กันแล้วนอกจากผู้หญิงในตระกูลร่ำรวย ผมยาวสลวยทรงหางเปียส่ายไปมาทุกครั้งที่เฮคาทีหันซ้ายหันขวาสำรวจเมือง

เมืองหลวงแตกต่างไปจากที่คิดไว้นิดหน่อยนึกว่าจะมีแต่บ้านไม้เรือไม้ซะอีกแต่ที่เห็นกลับพบว่าเจริญก้าวหน้าไปมากพอดู ตึกสูงส่วนมากจะทำจากปูนมีรถรางบริการ รถยนต์ จักรยาน​ มอเตอร์​ไซค์​ก็มีนะ แถมรถลากอย่างเกวียนก็ยังมีคนใช้อยู่ เครื่องบิน​และเรือรบก็บินกันให้ว่อนเต็มท้องฟ้า ทันสมัยขนาดนี้แต่ก็ยังอยากจะทำสงครามกันสินะ

มนุษย์​ก็เป็นแบบนี้.. โลภมาก

“ นายน้อย ” ผมหันไปตามเสียงเรียกทันทีเมื่อก้าวลงมายืนบนพื้นก็พบว่าเป็นชายชราผมขาวคนนึงที่มีใบหน้ายิ้มแย้มดีอกดีใจเมื่อเห็นหน้าผม ขุดคุ้ยความทรงจำไม่นานก็พบว่าคนๆนี้คือพ่อบ้านเก่าแก่ที่อยู่กับตระกูลเรามานานชื่อว่า ยามาดะ

“ ไม่เจอกันนานเลยนะยามาดะ ” ผมยิ้มบางเอ่ยทักเขากลับด้วยน้ำเสียงสบายๆ

“ ไม่เจอกันนานเลยนะครับ นายน้อยไปจากบ้านไปเกือบห้าปีกระผมดีใจมากเลยครับที่นายน้อยกลับมาสักทีทั้งนายใหญ่ทั้งคุณนายไหนจะนายน้อยคนโตก็เอาแต่บ่นว่าเมื่อไหร่คุณจะกลับมาพวกท่านบ่นคิดถึงคุณกันตลอดเวลาจนคนแก่อย่างกระผมปวดหูไปหมดแล้วครับ ”

“ คิกๆหรอครับ คุณคงเหนื่อยน่าดู ” เฮคาทีหัวเราะคิกคักก่อนจะตอบกลับอย่างชำนาญแม้ในใจจะไม่รู้ข้อมูลของชิโอนคนเก่าเลยก็ตาม

“ ไม่เหนื่อยหรอกครับ อ่ะ! ผมมัวแต่คุยเพลินนายน้อยคงเมื่อยแล้วไปครับรถอยู่ทางนี้ ส่งกระเป๋ามาเลยครับผมจะถือให้ ”

“ นี่ครับ ” ผมเดินตามวาคาดะไปขึ้นรถก่อนรถจะค่อยๆแล่นออกไปจากวิวท่าเรือก็กลายเป็นวิวตัวเมืองทันสมัยและคนเดินสวนกันไปมาจนน่าอึดอัด บ้านเรือนต่างๆส่วนมากจะทำจากปูนและไม้ บ้านไหนฐานะดีหน่อยก็จะประณีตและสวมงามมากกว่า บางหลังก็มีกระจกสีสันสดใสประดับประดาสวยงาม ผมมองวิวทิวทัศน์​ไปเรื่อยๆจนคนเริ่มบางตาลงและบ้านเรือนก็ลดน้อยลงจนแทบไม่มี

รู้สึกว่าแถวนี้จะเป็นชานเมืองที่ติดภูเขาส่วนมากจะเป็นที่อยู่ของตระกูลเก่าแก่ต่างๆที่มีที่ดินในครอบครองจำนวนมากบางตระกูลอาณาเขตบ้านก็เกือบเท่าภูเขาลูกนึง บางอาณาเขต​ก็ปลูกข้าวบางอาณาเขตก็ปลูกผลไม้ แค่มองก็รู้สึกได้แล้วว่าบรรยากาศร่มรื่นและอากาศสดชื่นแค่ไหน

พอรถจอดสนิทผมก็หันกลับไปมองรอบตัวก็พบกับคฤหาสน์​ที่ทำจากไม้ทั้งหลังดูหรูหราและคลาสสิก​ สวนรอบตัวบ้านก็สวยงาม ใต้ตัวคฤหาสน์​มีแม่น้ำไหลตัดผ่านทำให้บรรยากาศร่มรื่นน่าอยู่

“ ยินดีต้อนรับกลับ ” พอผมลงจากรถก็พบชายรูปร่างงามตัวสูงใหญ่ใส่ชุดกิโมโน​ลายแปลกตาสีขาวทองและหญิงสาวหน้าตางดงามเอ่ยทัก คงเป็นพ่อกับแม่สินะ

“ กลับมาแล้วครับ ” ผมแย้มยิ้มตอบกลับด้วยน้ำเสียงยินดีเลียนแบบท่าทางของเจ้าของร่างเดิมจนเนียนสนิทก่อนจะชวนกันเดินเข้าบ้าน

 

สองอาทิตย์​ต่อมาผมก็ได้เวลาบอกลาครอบครัวนี้ว่าจะไปหาที่สร้างบ้านลงหลักปัก​ฐาน​ ตอนที่พวกเขาได้ยินก็ทำหน้าเหมือนมองไอ้โง่คนหนึ่งที่คิดจะไปเดินเล่นตอนช่วงสงคราม แต่ผมไม่สนยังยืนยันคำเดิมแม้จะมีเครื่องบินรบทิ้งระเบิดกันมาทุกวันก็ตาม พวกเขาไม่เคยสงสัยในนิสัยของผมเพราะยังไงเจ้าของร่างตัวจริงก็จากบ้านไปตั้งห้าปีกลับมาจะนิสัยจะเปลี่ยนไปจากตอนเด็กก็ไม่แปลกอะไร

ผมดื้อเพ่งจะไปให้ได้อยู่สามวันสุดท้ายพวกเขาก็ยอมแต่มีข้อแม้คือต้องกลับบ้านทุกเดือน ผมตอบตกลงทันทีถึงแม้ว่าความจริงจะไม่ทำตามก็เถอะ พวกพ่อแม่และพี่ชายอาลัยอาวรณ์​ผมอยู่อีกอาทิตย์​กว่าๆสุดท้ายก็ยอมปล่อยตัวออกมาแถมยังกำชับด้วยว่าถ้าเงินไม่พอให้ไปเบิกที่ธนาคาร ผมยิ้มรับเข้าไปกอดลาพวกเขาก่อนโบกมือลาเป็นครั้งสุดท้ายแล้วหิ้วกระเป๋าขึ้นรถไฟทันที

ถ้าถามว่าผมจะไปที่ไหนก็บอกได้แค่ว่าไปเรื่อยๆผมเก็บกวาดวิญญาณ​แปลกปลอมที่เมืองนี้ไปหมดแล้วตั้งแต่คืนแรกที่มาถึง คิดว่าจะมีกันเยอะที่ไหนได้มีแค่สามร้อยกว่าดวงก็เลยต้องไปตะลอนล่าที่เมืองอื่นแทน

รถไฟสมัยนี้เป็นรถไฟแบบหัวจักรไอน้ำดีที่มีเที่ยวกลางคืนเพราะช่วงกลางวันคนจะเยอะจนแออัด ผมจะไปเมืองที่อยู่ทางใต้ก่อนแล้วค่อยวกกลับไปเมืองทางเหนือ พวกเครื่องบินทิ้งระเบิดส่วนมากก็ไปทิ้งแถวเมืองท่าเรือทางใต้นั้นแหละเพราะมันติดทะเลและประชากรเยอะกว่าเมืองทางเหนือที่มีแต่ภูเขา

แถมยังดูน่าสนุกกว่าเมืองทางเหนือตั้งเยอะ..

ความคิดเห็น