ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : FRIEND GUY 4

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 9.3k

ความคิดเห็น : 28

ปรับปรุงล่าสุด : 31 ต.ค. 2562 23:14 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
FRIEND GUY 4
แบบอักษร

3 ปีต่อมา...

เวลาเดินไวอย่างกับโกหกอีกแล้วว่ามั้ย เผลอแป๊บเดียว ฉันขึ้นปีสามแล้วล่ะ ใช่ ฟังไม่ผิดหรอก ตอนนี้ฉันอยู่ปีสามแล้ว เหลืออีกแค่ปีกว่าๆ ฉันก็จะเรียนจบแล้ว จะได้ช่วยพ่อแม่ทำงานหาเงินอย่างเต็มที่สักที ถามว่าทำไมฉันพูดแบบนี้น่ะเหรอ คำตอบคือเพราะที่บ้านมีหนี้อยู่เยอะพอสมควรน่ะ พ่อกับแม่ไปกู้มาให้ฉันเรียนด้วย ใช้จ่ายในครอบครัวด้วย ตอนที่เศรษฐกิจมันตกต่ำ แล้วตอนนั้นพ่อกับแม่ก็หมุนเงินไม่ทัน เลยต้องไปกู้หนี้ยืมสินเขามา ฉันก็เลยอยากแบ่งเบาภาระพวกท่านน่ะ ด้วยการหาทุนของมหาลัยบ้าง ทำงานพิเศษบ้าง ก็อย่างเช่นเป็นเด็กเสิร์ฟตามร้านอาหารอย่างที่ฉันกำลังทำอยู่ตอนนี้ แต่มันก็ไม่ค่อยเต็มที่เท่าไหร่ เพราะฉันทำงานได้แค่ตอนกลางคืน ส่วนกลางวันก็ต้องไปเรียน แต่เดี๋ยวพอเรียนจบก็คงได้ทำเต็มที่กว่านี้อ่ะ ก็อย่างที่บอกไป

...สู้ๆนะมิน

อันนี้ฉันบอกตัวเองน่ะ เรียกกำลังใจนิดนึง จะได้มีแรงอดทนสู้ต่อไป^^

“น้องมิน เดี๋ยวเอานี่ไปเสิร์ฟโต๊ะ 11 นะจ๊ะ” พี่แบมบอกฉัน พี่แบมเป็นหัวหน้าฉันน่ะ เป็นคนที่คอยบอกว่าอะไรต้องเอาไปเสิร์ฟโต๊ะไหน

“ค่ะ” ฉันพยักหน้ารับแล้วหยิบจานอาหารใส่ถาดแล้วตรงไปโต๊ะ 11 จริงสิ! ลืมบอกไป ร้านอาหารที่ฉันมาเป็นเด็กเสิร์ฟอยู่เป็นแค่ร้านอาหารธรรมดาที่เปิดกลางคืนเฉยๆนะ ไม่ใช่ผับหรือร้านอาหารกึ่งผับ เผื่อว่ากำลังเข้าใจผิดกันอยู่

>

>

//

@โต๊ะ 11

ฉันเดินมาจนถึงโต๊ะ 11 อย่างที่พี่แบมบอก

“อาหารที่สั่งได้แล้วค่ะ ขอโทษที่ให้รอนะคะ” ฉันบอกแล้วหยิบจานอาหารจากถาดลงไปวางบนโต๊ะอย่างสุภาพ ก็อย่างว่าแหละใช่มั้ย ทำงานแบบนี้มันก็ต้องมีความพยายามที่จะมีใจบริการนิดนึง ถึงแม้จะเจอลูกค้าที่ดีหรือไม่ดีก็ตาม

“เห้ยมิน มินนี่นา” จู่ๆผู้ชายคนนึงที่โต๊ะก็ทักฉันขึ้นมา แล้วใครกันล่ะ เขารู้จักฉันด้วยเหรอ คือฉันมัวแต่หยิบจานอาหารน่ะ เลยไม่ทันมองหน้าลูกค้า แต่ตามหลักแล้วก็ไม่ควรมองหน้าลูกค้านั่นแหละใช่มั้ย แต่เขาเรียกฉันขนาดนี้ ฉันคงต้องมองแล้วล่ะ

“อ้าวณัฐ” เห็นเจ้าของเสียงแล้วฉันก็อดยิ้มออกมาไม่ได้ ก็มันคิดไม่ถึงว่าจะได้เจอเพื่อนที่เรียนคณะเดียวกัน ใช่ ณัฐเป็นเพื่อนฉันเอง เราเรียนปีเดียวกัน คณะเดียวกัน

“ใครอ่ะ นายรู้จักเหรอ” อยู่ๆคนที่มาด้วยกันกับเขาก็ถามเขาขึ้นมา

“รู้จักดิเฮีย มินเป็นเพื่อนผมที่มหาลัย” ณัฐตอบผู้ชายคนนั้นแล้วหันมาหาฉัน

“มิน นี่พี่อัฐ พี่ชายฉัน”

“สวัสดีค่ะ” ฉันยกมือไหว้พร้อมยิ้ม

“หวัดดีครับ” พี่ชายของณัฐรับไหว้พร้อมยิ้มตอบฉัน ก่อนฉันจะนึกเรื่องสำคัญขึ้นมาได้

“เอ่อ งั้นเราขอตัวก่อนนะณัฐ ต้องไปเสิร์ฟโต๊ะอื่นอีกน่ะ ขอตัวนะคะพี่”

“ครับ” พี่ของณัฐตอบรับ ส่วนณัฐก็พยักหน้ายิ้มให้

“เค ไว้เจอกันที่มหาลัย”

“จ้ะ” ฉันยิ้มตอบอีกครั้งแล้วเดินกลับไปที่เคาน์เตอร์ ก็อย่างที่บอกว่าต้องไปเสิร์ฟโต๊ะอื่นต่อน่ะ

<เที่ยงคืน>

ในที่สุดก็เลิกงาน โชคดีที่บ้านฉันอยู่ไม่ไกลจากร้านอาหารเท่าไหร่ เลยใช้วิธีเดินเอา ประหยัดค่ารถน่ะ นี่ไง ถึงบ้านละ

แอ๊ด...

ฉันไขกุญแจแล้วเปิดเข้ามา ก่อนจะปิดประตูแล้วเดินไปนั่งในครัว ขอกินข้าวแป๊บ หิวมากเลยตอนนี้ ฉันยังไม่ได้กินอะไรเลยตั้งแต่เมื่อเย็นหลังจากเลิกเรียน ส่วนข้าวนี่ก็...เอ่อ ก็ข้าวฟรีอ่ะนะ ได้มาจากร้านน่ะ เป็นออเดอร์ที่ทางร้านทำพลาด ร้านก็เลยให้พนักงานมา แต่มันไม่ได้มีทุกวันหรอก จะเรียกว่าวันนี้โชคดีหน่อยก็ได้ ที่ได้ข้าวฟรีมา ฉันเลยประหยัดไปได้อีกต่อนึง ไข่ที่เหลืออยู่ในตู้เย็นสองฟองจะได้เก็บไว้ทอดกินพรุ่งนี้ก่อนไปเรียน

ตื่อ ตื่ออ...

จู่ๆก็รู้สึกว่าโทรศัพท์ในกระเป๋ามันสั่น งั้นเดี๋ยวฉันขอล้วงโทรศัพท์ออกมารับสายก่อนนะ

“พ่อ...” พ่อฉันโทรมาน่ะ

“ค่ะพ่อ”

(“มิน เลิกงานรึยัง กลับถึงบ้านแล้วใช่มั้ยลูก”)

“ค่ะ มินถึงบ้านแล้ว พ่อกับแม่ล่ะคะ จะนอนยัง”

(“แม่เขาหลับไปแล้วล่ะ ความจริงก็อยากอยู่รอคุยกับลูกด้วย แต่รอไม่ไหว หลับไปซะก่อน”)

“หึๆ แม่คงเหนื่อยน่ะค่ะพ่อ พ่อเองก็นอนได้แล้วนะ เดี๋ยวจะพักผ่อนไม่เพียงพอ”

(“พ่อไม่เป็นไร พ่ออยากคุยกับลูก พ่อคิดถึงลูกมากรู้มั้ย”)

“ค่ะ มินรู้ มินก็คิดถึงพ่อกับแม่นะ”

(“จ้ะ ถ้าลางานได้เมื่อไหร่ พ่อกับแม่จะกลับไปเยี่ยมลูกนะ”) พ่อบอกแล้วเงียบไป

(“มิน...พ่อขอโทษนะที่ทำให้ลูกลำบาก ต้องทำงานเลิกดึกๆแบบนี้ ไหนจะต้องไปเรียนอีก คงเหนื่อยแย่เลย”)

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะพ่อ แค่นี้มินทนได้ ช่วยๆกันนะคะ จะได้หมดหนี้เร็วๆ”

(“...”) พ่อเงียบไปอีกครั้ง ท่านคงรู้สึกไม่ดี ทั้งๆที่ฉันเคยบอกท่านตั้งหลายครั้งแล้วว่าไม่เป็นไร สิ่งที่ฉันกำลังทำอยู่ ฉันเต็มใจทำ

(“พ่อขอบใจมินมากนะลูก ที่ลูกทำเพื่อครอบครัวขนาดนี้ แล้วพ่อก็ต้องขอโทษลูกอีกครั้งด้วยที่ทำให้ลำบาก”)

“โธ่พ่อ มินบอกแล้วไงคะว่าไม่เป็นไร มินเต็มใจ พ่ออย่าคิดมากเลยนะ มินไม่สบายใจเลยที่พ่อเครียด”

(“จ้ะ พ่อจะพยายามไม่คิดมาก งั้นลูกพักผ่อนนะ พ่อไม่กวนแล้ว ไว้พรุ่งนี้พ่อจะโทรมาหาลูกใหม่”)

“ค่ะ พ่อก็พักผ่อนนะ ฝันดีค่ะ”

(“จ้ะ ลูกก็ฝันดีนะ”)

ตึ๊ด!

แล้วพ่อก็วางสายไป ส่วนฉันยังนั่งดูจอโทรศัพท์แล้วยิ้มอยู่ ถึงไม่ได้อยู่ด้วยกันกับพ่อแม่ แต่ฉันก็ยังรู้สึกอบอุ่นใจ เพราะพ่อกับแม่จะโทรมาหาฉันแทบทุกวัน แล้วถ้าถามว่าทำไมเราถึงแยกกันอยู่ คืออย่างนี้ เมื่อปีที่แล้ว พ่อกับแม่ต้องย้ายไปทำงานต่างจังหวัดน่ะ มันไม่มีทางเลือก ฉันเลยต้องอยู่คนเดียว แต่ฉันก็โตพอที่จะอยู่คนเดียวได้แล้วล่ะว่ามั้ย เลยไม่ค่อยมีปัญหาอะไรเท่าไหร่ จะมีก็แต่เรื่องเหงาเป็นบางครั้งบางคราวเท่านั้นเอง แต่ฉันก็เข้าใจพ่อกับแม่นะ ฉันไม่คิดจะโกรธหรือโทษอะไรพวกท่านหรอก เพราะพวกท่านก็ทำหน้าที่พ่อแม่ได้ดีที่สุดแล้ว ส่วนเรื่องงาน พวกท่านไม่ได้บอกให้ฉันทำหรอก อยากให้ฉันลาออกจากงานแล้วเรียนอย่างเดียวด้วยซ้ำ จะได้ไม่ต้องเหนื่อยจนเกินไป แต่ฉันยืนยันจะทำเอง ฉันอยากช่วยแบ่งเบาภาระพวกท่านบ้าง เหนื่อยแค่นี้ฉันทนได้ คนเราต้องอดทนและพยายามกัดฟันสู้เท่านั้นถึงจะอยู่รอด เพราะฉะนั้น...สู้ๆนะมิน*^~^*

~

~

//

@I University

“เฮ้! มิน!” พอฉันเดิน(ง่วงๆ)เข้ามาในตึก แมคก็เรียกฉันแล้ววิ่งเข้ามาหา (เอ่อ... ที่ฉันยังง่วงๆเพราะเมื่อคืนพอกินข้าวอาบน้ำเสร็จ ฉันก็ต้องทำรายงานต่อน่ะ ขืนไม่รีบทำ เดี๋ยวก็กลายเป็นดินพอกหางหมูกันพอดี)

“ว่าไง นายมีไรเหรอ”

“มีแน่ แต่ไปนั่งคุยกันตรงนั้นดีกว่า” แมคบอกแล้วจับมือฉันทำท่าจะจูงมือให้ไปนั่งที่เก้าอี้

“แมค! อยู่นี่เองอ่ะ โบว์หาตั้งนาน” แต่เสียงนั้นก็ดังเข้ามาซะก่อน เป็นเสียง...เสียงโบว์น่ะ และเสียงเธอทำให้ฉันต้องรีบดึงมือฉันออกจากมือแมคแทบไม่ทัน เพราะอะไรน่ะเหรอ เพราะฉันไม่อยากให้โบว์เข้าใจผิด แล้วถ้าถามว่าทำไมต้องกลัวโบว์เข้าใจผิด คำตอบคือ...เพราะตอนนี้...แมคกับโบว์เป็นแฟนกัน ใช่แล้วล่ะ ฟังไม่ผิดหรอก เขาสองคนเป็นแฟนกัน เรื่องมันเกิดขึ้นตอนปีสองเทอมสอง ตอนนั้นเป็นปลายเทอม...

‘มีอะไรจะคุยวะโบว์ ถึงต้องนัดพวกฉันมาครบองค์ประชุมขนาดนี้’

‘มีเรื่องสำคัญจะบอก’

‘เรื่อง?’

‘ฉันกับแมค เราตกลงคบกันเป็นแฟนแล้ว’

‘ห้ะ!!! ว่าไงนะ!!!’ ไม่ใช่แค่ลีโอกับอคินหรอกที่ตกใจ ฉันก็ด้วย จริงอยู่ว่าที่ผ่านมาฉันก็พอดูออก ว่าโบว์ชอบแมค แต่ฉันไม่รู้เลยว่าแมคก็ชอบโบว์ ไม่รู้เลยว่าอยู่ๆ...ฉันจะอกหักอย่างไม่ทันตั้งตัวแบบนี้ บอกตามตรง ว่าตอนนี้ฉันรู้สึกเหมือนฟ้าผ่าลงกลางใจฉันอย่างแรง เหมือนโลกทั้งใบถล่มลงมาใส่ฉันจนทั้งตัวและใจแหลกลาญไม่เหลือชิ้นดี

‘เซอร์ไพรส์ป่ะล่ะ’

‘เซอร์ไพรส์มาก’ ลีโอตอบแล้วหันไปหาแมคที่ตอนนี้นั่งอยู่ด้วยท่าทีเฉยๆ ไม่ทุกข์ไม่ร้อน ไม่ยินดียินร้ายอะไร

‘เก็บเงียบเลยนะไอ้สัส’

‘ก็คิดว่าเดี๋ยวโบว์คงบอกเอง’

:

;

และหลังจากวันนั้น ฉันก็ต้องทนเห็นภาพบาดตาตลอด โบว์คอยเอาใจแมคไม่ขาด ส่วนแมคก็ไม่ได้ขัดอะไร แต่ที่ฉันไม่เข้าใจคือทำไมเขาไม่ยอมเว้นระยะห่างกับฉันบ้าง เขายังทำตัวปกติเหมือนตอนที่เขาไม่มีใคร เขาไม่คิดบ้างหรือไงว่าทำแบบนี้มันไม่ดีกับทั้งโบว์ และทั้งฉันที่ถึงตอนนี้ก็ยังคิดไม่ซื่อกับเขา ฉันเลิกรักเขาไม่ได้สักที แม้จะพยายามหลายครั้งแล้วก็ตาม มันเจ็บนะ เจ็บมากด้วย บางครั้งมันก็เจ็บจนแทบทนไม่ไหว เพราะฉันต้องทนเห็นเขาสองคนรักกันทุกวัน ความจริงแค่ตอนแอบรักเขาตอนที่เขาไม่มีใครก็ยังพอทน แต่มาตอนนี้มันเปลี่ยนไปแล้ว มันกลายเป็นว่าฉันแอบรักแฟนเพื่อน แอบรักคนที่เขามีเจ้าของ ซึ่งมันผิด ทั้งผิดทั้งเจ็บปวดหัวใจเหลือเกิน เจ็บมาจนถึงทุกวันนี้ เจ็บกว่านั้นคือถึงแม้จะเจ็บปวดยังไงก็ต้องพยายามอดทนเอาไว้ไม่ให้แสดงอาการใดๆออกไป

“หาทำไม มีไรอ่ะ” ฉันหลุดจากภวังค์เมื่อได้ยินเสียงแมคหันไปถามโบว์

“จะชวนไปกินข้าวเช้า ยังไม่กินมาเลย“

“เหรอ งั้นรอแป๊บนะ ขอคุยกับมินเรื่องนั้นก่อน”

“เรื่องไรเหรอ” อันนี้ฉันถามเอง ก็มันสงสัยมาตั้งแต่เมื่อกี้นี้แล้ว

“ไปนั่งตรงนั้นก่อน เดี๋ยวพูดให้ฟัง” เขาบอกแล้วจูงมือฉันไปนั่งที่เก้าอี้ ...เอาอีกแล้ว เขาทำแบบนี้อีกแล้ว ไม่ว่าจะผ่านไปนานเท่าไหร่ เขาก็ไม่เคยคำนึงถึงเลยว่ามันไม่ควร เขามีแฟนแล้ว แล้วคนเป็นแฟนก็คงไม่พอใจนักหรอก ที่เขามาสนิทสนมกับผู้หญิงคนอื่นแบบนี้ ถึงจะเป็นเพื่อนก็เถอะ แต่ทุกอย่างมันก็เปลี่ยนไปแล้ว ฉันไม่สามารถสนิทสนมกับเขาได้เหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว ฉันต้องยอมรับในข้อนี้ให้ได้ ถึงแม้มันจะเจ็บจนแทบทนไม่ไหวก็ตามที

“แมค ให้โบว์คุยให้ก็ได้นะ โบว์รู้รายละเอียดมากกว่า” โบว์เดินตามมานั่งข้างแมค

“ไม่เป็นไร ฉันคุยเอง แค่คุยคร่าวๆเฉยๆอ่ะ ไม่ได้คุยละเอียดอะไรมาก” แมคตอบโบว์แล้วหันกลับมาหาฉัน ฉันเองก็รอฟังด้วยความอึดอัด เดาไม่ออกหรอกว่าแมคเขาจะคุยเรื่องอะไร แต่ฉันอยากให้ภาวะกดดันแบบนี้มันรีบจบๆไปสักที

“มีเรื่องอะไรจะคุยเหรอ” ฉันตัดสินใจถามออกไปอีกครั้ง ในเมื่ออยากให้สถานการณ์เลวร้ายแบบนี้มันรีบๆจบ ฉันก็ต้องพยายามทำอะไรบ้างสิใช่มั้ย ใช่ ด้วยการถามเขาออกไป เขาจะได้รีบตอบฉันมาเร็วๆ ฉันจะได้พ้นจากสถานการณ์บีบหัวใจนี่สักที

 

 

.............................................

ขอโทษที่เมื่อคืนไม่ได้อัพนะคะ ไรท์เดี้ยงนิดโหน่ยย😂!

ปล. ตอนนี้อัพเรื่องมังกรอยู่ด้วย เลยอาจจะไม่ได้มาอัพเรื่องนี้ทุกวัน แต่จะพยายามมาให้บ่อยที่สุดเท่าที่จะมาได้เน้ออ ขอบคุณที่เข้ามาอ่าน ขอบคุณที่ติดตามไรท์นะคะ เยิฟเยิฟ❤️...

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว