email-icon Twitter-icon

ขอบคุณที่ติดตามกันนะคะ รักรีดเดอร์ทุกคน( ´ ▽ ` )

บทที่ 7 หึงหวง

ชื่อตอน : บทที่ 7 หึงหวง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.7k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 31 ต.ค. 2562 11:30 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 7 หึงหวง
แบบอักษร

BY HDF.

EP :7 หึงหวง

 

 

 

"ท่านประมุขจะข้าพาเขาไปไว้ที่ไหนขอรับ" จวินหลิงหิ้วปีกซีเฉินที่หลับไปกลางพายุหิมะเข้ามาหน้าเรือนตามคำสั่งประมุขเจียง

 

 

"วางไว้หน้าประตูนั่น เจ้าไปหาน้ำร้อนมาให้ข้าหน่อย" องค์รักคนโปรดน้อมรับคำสั่งโดยไม่คัดค้านการตัดสินใจอันผิดพลาดของผู้เป็นนาย

 

 

ผิดพลาดเพราะ เจียงเฉิงคิดตัดใจและเด็ดขาดแต่กลับมาต้องเริ่มต้นใหม่เพราะช่วยซีเฉินไว้

 

 

"เจ้าโง่" ร่างบางพึมพำอย่างหงุดหงิด มือก็ปัดเกล็ดหิมะหนาบนตัวร่างสูงออกทีละน้อยๆ เฝ้าสังเกตุอาการของคนตรงหน้าอย่างแอบห่วงใย

 

 

ใบหน้าหล่อเหลาแดงก่ำเนื่องจากตากหิมะเป็นเวลานาน เนื้อตัวเย็นเฉียบดุจร่างกายของศพ ประมุขเจียงนึกอยากฟาดเขาให้เข็ดหลาบ จับไปมัดไว้กับเสาเพื่อที่จะได้ไม่ต้องมานั่งคุกเข่าให้คนอื่นเขารู้สึกผิดอีก

 

 

"ให้ข้าออกไปหรือไม่" จวินหลิงยกน้ำร้อนวางไว้บนโต๊ะหวายตัวงามพร้อมผ้าขนหนูแล้วเอ่ยอย่างรู้ความ

 

 

"ตามใจเจ้า" เจียงเฉิงไม่ได้ใส่ใจว่าจวินหลิงจะอยู่ดูหรือไม่ เขาเพียงอยากให้ซีเฉินตื่นก็เท่านั้น..

 

 

เนิ่นนานกาลเวลาแปรผันผ่านมา แม้เขาจะเฉยชาไร้เยื่อไยใส่เพียงใดซีเฉินยังคงมาคุกเข่าขอร้องร่างบางทุกๆ วัน..

 

 

' โอกาสงั้นหรือ.. ข้าสมควร..จะให้โอกาสแก่เขาอยู่อีกหรือไม่..'

 

 

ซีเฉินก็ทำอะไรไถ่โทษเขาหลายอย่าง และยังยอมแม้กระทั่งจับกุมเมิ่งเหยาไปขังไว้ในคุกใต้ดินของอวิ๋นเมิ่งทั้งยังสำเร็จโทษด้วยตนเองเสียด้วย จากนั้นกิจ กรรมคุกเข่าก็ถือกำเนิดขึ้น..

 

 

"เจ้านะเจ้า" มือบางขยุ้มผ้าผืนน้อยอันอบอุ่นไว้ แช่ลงถังน้ำร้อนจนอุณหภูมิของผ้าสูงขึ้นแล้วแนบมันลงบนใบหน้าของประมุขหลานเพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้ แล้วยังค่อยๆ แนบลงบนลำตัวบางส่วนเพื่อปรับอุณหถูมิเลือดให้ไหลเวียน ไม่เช่นนั้นเลือดจะแข็งตัวและไหลเวียนไม่สะดวก อาจเกิดอาการเนื้อตายได้

 

 

เจียงเฉิงมองหน้าคนรักแล้วเบือนหน้าหนี คอยเตือนใจตนเองไปด้วยว่าอย่าได้หวั่นไหวกันคนโลเลแบบนี้อีกเด็ดขาด ห้ามพลั้งใจให้เขาอีกแม้ว่าจะรักเขามากเพียงใด หากแต่ความไว้ใจนั้นได้ถูกทำลายไปแล้วมันไม่ง่ายและดูแทบเป็นไปไม่ได้ที่จะกลับมาไว้เนื้อเชื่อใจกันดังเดิม ไหนจะความรู้สึกที่สูญเสียไปอีก การขอโทษที่ซีเฉินทำมันไม่เพียงพอที่จะได้รับการให้อภัย..

 

 

' เจ้าจะต้องเจอบทลงโทษเสียบ้าง ข้าจะสั่งสอนให้เจ้าหลาบจำไปชั่วทั้งชีวิต '

 

 

"อา..เฉิง" ดวงตาคมขยับยุกยิกแล้วค่อยเปิดขึ้น ซีเฉินหายใจติดขัดมองหน้าคนตรงหน้าไม่วางตา จับจ้อง ใบหน้าอันแสนคิดถึงนิ่ง

 

 

"ฟื้นแล้วก็กลับเรือนตนเองเสีย แล้วอย่ามานั่งกลางพายุเช่นนี้อีก มันเป็นภาระต่อผู้อื่น น่ารำคาญ" เจียงเฉิงไล่อย่างไร้เยื่อขาดใย ทว่าคนดื้อเงียบอย่างซีเฉินหาได้สนใจทำตามไม่ รีบหลับตาแล้วแกล้งหลับเช่นเดิม

 

 

"ข้ารู้ว่าเจ้าตื่นอยู่ อย่าทำแบบนี้ประมุขหลาน ท่านกับข้า เรื่องของเรามันจบลงแล้วโปรดหยุดการกระทำของเจ้าเสียเถิด.. อึก!" มือหนาสอดเข้าที่เอวรวบตัวร่างบางเข้ามาชิดใกล้ ฝังใบหน้าหล่อเหลาลงบนหน้าท้องที่นูนออกอย่างอ่อนโยน คลอเคลียครรภ์อ่อนดุจบิดาหยอกล้อบุตรที่ยังเป็นก้อนเนื้อ

 

 

"โอ๊ย!" วชิระม่วงฟากลงกลางตัวอย่างรุนแรงจนประมุขหลานเผลอร้องออกมา

 

 

"ไสหัวกลับเรือนไป เจ้าอย่าได้มาสัมผัสตัวข้าอีก!" ขับไล่ด้วยอาการใจสั่นไหว เกิดความรู้สึกอบอุ่นในอกกับการกระทำเมื่อครู่ทว่าร่องรอยบาดแผลที่เขากระทำไว้ยังย้ำเตือนตนอยู่

 

 

"ข้าขอโทษ" หลานซีเฉินยอมรับผิดโดยดี ลุกขึ้นอย่างทุลักทุเลแล้วเดินกลับเรือนไปอย่างหงอยเหงา

 

 

"มีปัญญาคิดได้แค่นี้ อย่าได้หวังว่าจะได้รับโอกาสจากข้าอีกเลย" คำพูดดุจสายลมหวนพัดผ่านส่งไปหาผู้ที่เพิ่งหันหลังเดินจากไป เจียงเฉิงปิดบานประตูลงดังปิดโอกาสของเจ๋ออู๋จวิน

 

.

 

.

 

"เจ้าซื้อยานี้มาจากไหน จินหลิง" หลังดื่มยาตัวใหม่ได้ราวสองสัปดาห์ เจียงเฉิงก็นึกขึ้นได้ไถ่ถามหลานชาย เพราะยาที่จินหลิงนำมาให้รสชาติดีกว่ายาบำรุงขมเฝื่อนลิ้นของจวินหลิงมากโข หากรู้ที่มาก็จะใช้ให้จวินหลิงไปซื้อมาเก็บเอาไว้

 

 

"เอ่อ.." หลานชายอึกอัก พูดไม่ออก

 

 

"เจ้าซื้อมาจากไหน หรือขโมยมันมาจึงมิกล้าพูด"

 

 

"ข้าไม่ได้ขโมยนะท่านน้า! ยาเนี่ยเจ๋ออู๋จวิยให้ข้ามา" จอนหลิงรีบบอกเมื่อถูกกล่าวหา

 

 

"เขาให้เจ้ามา แล้วเจ้าก็รับมาง่ายๆ งั้นรึเหตุใดไม่บอกข้าเสียแต่ทีเเรก!"

 

 

"ก็..ท่านไม่ถามข้านี่.." คำตอบอันกวนประสาททำให้เจียงเฉิงขมวดคิ้วใส่หลานชาย แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไรด้วยไม่อยากหาเรื่องชวนทะเลาะ

 

 

"หากท่านชอบมันข้าจะไปเอามาให้อีก เจ๋ออู๋จวินบอกข้าว่าให้ไปเอาอีกทุกๆ สัปดาห์ เขาเป็นคนผสมยานี้ขึ้นมาเอง เพื่อให้ท่านน้าโดยเฉพาะ เขาบอกว่าท่านน้าไม่ชอบของขมๆ ก็เลยทำยารสหวานมาให้" จินหลิงรีบอธิบายให้ตนพ้นผิด ที่ไม้ยอมบอกที่มาของยาบำรุงให้ท่านน้าทราบ

 

 

"หากมันเป็นของเขา ข้าไม่ต้องการ" บอกปัดปฏิเสธแต่ก็ไม่ได้ห้ามไม่ให้จินหลิงเอามาให้

 

 

"ท่านจะไม่ให้โอกาสเขาจริงหรือท่านน้า" หลานชายนั่งลงข้างๆ

 

 

"ไม่มีเหตุผลจำเป็นที่ข้าจะต้องอภัยให้เขา" คนใจแข็งพูดเหมือนไร้ความปราณี ทว่าในใจกลับโหยหาเขาไม่น้อย

 

.

 

.

 

"น่าเบื่อ" ประมุขเจียงบ่นใส่จวินหลิงที่ห้ามไม่ให้เขาออกไปไหนมาไหน ห้ามทุกเรื่องราวกับว่าเป็นสามีเสียเอง

 

 

"นี่ก็ออกฤดูหนาวแล้ว ท่านจะไปนั่งเรือบ้างก็ได้ขอรับ" จวินหลิงเห็นท่าทางเบื่อหน่ายของประมุขน้อยของตนก็ยื่นข้อเสนอกิจกรรมให้

 

 

"น่าเบื่อเหมือนกัน" จะให้คนอย่างเจียงเฉิงไปพายเรือเก็บดอกบัวหรือ ช่างขัดกันนัก

 

 

"หากท่านไม่ประสงค์จะไปก็นั่งอยู่เฉยๆ เถิด" เสียงพลิกหน้าตำราดังขึ้นช้าๆ เจียงเฉิงมององค์รักษ์หนุ่มอย่างอดหมั่นไส้ไม่ได้ วันๆ เอาแต่ฝึกฝนหรือไม่ก็อ่านตำรา ทำแต่อะไรน่าเบื่อทั้งนั้น

 

 

"ไปก็ไป เจ้าจะไปด้วยหรือไม่" ยังดีกว่าขลุกอยู่แต่ในห้อง รอเวลาทานข้าวทานยา งานหรือจวินหลิงก็แย่งเอาไปทำเสียเองจนหมดมิตกถึงมือประมุขอย่างเขาแม้แต่ชิ้นเดียว

 

 

"ข้าไม่ปล่อยให้ท่านไปเพียงผู้เดียวเป็นแน่"

 

 

"เจ้าจะไปไหน" หลานซีเฉินที่มานั่งอยู่ร้องถามเมื่อเห็นเจียงเฉิงเดินผ่านตนไป

 

 

"..." ไร้คำตอบจากร่างบาง หวันอิ๋ยเดินผ่านเลยไปไม่สนใจจะตอบคำถาม จวินหลิงเองก็ทำเพียงแค่ก้มหัวให้ตามมารยาทเท้านั้น

 

 

เรือไม้ล่องลอยไปตามลำน้ำ เรือเคลื่อนไปเอื่อยๆ ไม่รีบเร่ง สายลมพัดผ่านลูบไล้ผิวแผ่วเบา บรรยากาศน่าสบายนัก

 

 

มือบางก้มเก็บต้นบัวน้อยใหญ่ตามแต่พอใจขึ้นมาเเกะเมล็ดออก โดยมีจวินหลิงคอยบังคับทิศทางเรือและแกะบัววางในจานน้อยให้

 

 

"จวินหลิงเจ้าอายุเท่าไหร่แล้ว" ความเงียบทำให้การนั่งเรือยิ่งน่าเบื่อ เจียงเฉิงจึงเป็นฝ่ายชวนคุย

 

 

"ข้าอายุ.19ปีขอรับ" อายุยังน้อยนัก แต่ทว่าความสามารถช่างมากมายและเก่งกาจ ทั้งยังหายากยิ่งสำหรับนิสัยส่วนตัวของเขา ทั้งเรียบง่าย ไม่เรื่องมาก เฉลียดฉลาด จริงใจ เสียแต่มักจู้จี้เรื่องกิจวัฒของเขาเสียส่วนใหญ่ ระวังทุกฝีก้าว จนบางครั้งประมุขเจียงก็ถึงกับรำคาญ

 

 

"อืม ..ก็ถือว่าเติบใหญ่แล้ว เจ้ามิคิดหาคู่ชีวิตบ้างหรือไม่ก็มีคนที่พอใจบ้างหรือ" ไถ่ถามอย่างนึกห่วงใยอนาคตคนตรงหน้านัก จวินหลิงปากหนักและใจแข็งดังหิน เสมือนคนไร้ความรู้สึก แล้วเช่นนี้จักไปสร้างครอบครัวกับหญิงใดได้

 

 

"ข้ามีคนที่ข้าพอใจและข้ามิสามารถเอื้อมถึงขอรับ ท่านประมุขอย่าได้ห่วงข้าเลย" เอ่ยความให้ห่วงแล้วมาห้ามมิให้เป็นห่วง มันใช่หรือ

 

 

"เจ้ามิกินบ้างหรือ แกะให้แต่ข้าเต็มจานไปหมดแล้ว" เจียงเฉิงเห็นเม็ดบัวที่ถูกแกะวางไว้จนเต็มก็ชักชวนให้กินเสียบ้าง

 

 

จวินหลิงพยักหน้าแต่ไม่ได้หยิบไปกินอย่างไร แกะต่อไปเพื่อให้เจียงเฉิงแค่เพียงผู้เดียว

 

 

"กินสิ" เจียงเฉิงหยิบเม็ดบัวขึ้นจ่อปากร่างสูงอย่างหวังดี

 

 

" ! " หนุ่มรุ่นน้องผงะ เม็ดบัวในมือร่วงหล่นดวงตาคมหลุบมองมือบางที่ยื่นส่วนของปทุมให้ ใบหน้าขึ้นสีเรื่อ ท่าทีเช่นนี้พาให้อาเฉิงนึกขำในใจ แม้นิสัยส่วนตัวจะไม่ใช่คนขี้แกล้ง แต่เมื่อเห็นแล้วมันช่างน่าแกล้ง

 

 

"เจ้าจะกินหรือจะให้ข้ายัด หืม?"

 

 

"ข้าหยิบกินเอง.. " มือหนาหยิบกอบกำบัวน้อยเข้าปาก ก้มใบหน้าหล่อเหลาซ่อนความเขินอายไว้เสียมิดชิดภายใต้ใบหน้านิ่งสงบ

 

 

โครม!

 

 

"!!" เสียงวัตถุกระทบผิวน้ำเสียงดัง หยาดวารีกระจายเป็นวงกว้าง ชลธีสาดเข้าใส่เรือด้านที่จวินหลิงนั่งจนเจ้าตัวเปียกโชก

 

 

"ผู้ใดกัน" เจียงเฉิงหันซ้ายทีขวาทีมองหาต้นเหตุแต่แล้วก็พบกับชุดสีขาวพริ้วหลบไปหลังเรือนจึงรู้ได้ทันทีว่าเป็นฝีมือผู้ใด

 

 

"เด็กน้อยเล่นซนกระมังขอรับ ช่างเถิดข้าเพียงแค่เปียก" จวินหลิงหาได้ติดใจเอาความไม่ เขาเองก็รู้ตัวต้นเหตุและรู้ว่าภาพเมื่อครู่มันบาดใจอีกฝ่ายเพียงใด

 

 

"ขึ้นฝั่งเถอะ เจ้าจะเป็นหวัด"

 

.

 

.

 

"รักษาตัวเจ้าด้วย" เจียงเฉิงไปส่งจวินหลิงที่ต้องไปทำราชกิจแดนไกล

 

 

"นี่ขอรับท่านประมุข" ร่างสูงยื่นหนังสือเล่มบางใส่มือให้เจียงเฉิง

 

 

"กรุณาปฏิบัติตามด้วย" กล่าวทิ้งท้ายไว้แล้วล่องเรือออกไป

 

 

ภายในสมุดมีแต่ข้อห้ามและสิ่งควรกระทำของเขาในตอนนี้ มีทั้งเวลายาเวลาข้าว อาหารที่ห้ามรับประทาน รายละเอียดของเนื้อหาบ่งบอกได้ว่าเขาใส่ใจเพียงใด..

 

 

.

 

.

----------

TO BE CON..

-----------

 

 

ผิดพลาดประการใดขออภัยนะคะ 🙏

ขอบคุณรีดเดอร์ทุดคนที่ติดตาม

รักนะคะ

 

❤💝

 

🦌💗🐺

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว