email-icon facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

อ่านแล้วระวังจะตกเป็นเหยื่อของพ่อเสือเลออนล่ะ หุหุ

ตอนที่ 7 ของผมไม่เด็กนะครับ nc นิดๆ (rewrite)

ชื่อตอน : ตอนที่ 7 ของผมไม่เด็กนะครับ nc นิดๆ (rewrite)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 72.5k

ความคิดเห็น : 64

ปรับปรุงล่าสุด : 04 เม.ย. 2564 12:24 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 300
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 7 ของผมไม่เด็กนะครับ nc นิดๆ (rewrite)
แบบอักษร

ตอนที่ 7  

โดย แยมขนมปัง 

 

 

 

 

ทอยกับเลออนยังคงกอดกันอยู่อย่างนั้นสักพัก ร่างโปร่งก็ผละออก ทำให้เลออนต้องรีบปรับสีหน้าให้กลับมาหม่นเรียกคะแนนสงสารจากเลขาฯหน้าสวยอีกครั้ง  

“คุณโอเคแล้วนะ”  

“ครับ ขอบคุณคุณมากนะ”  

“งั้นคุณนั่งอ่านเอกสารไปก่อนแล้วกันครับ เดี๋ยวผมขอไปเคลียร์งานที่โต๊ะทำงานก่อน”  

“ครับ” เลออนตอบรับสั้นๆ ทอยจึงเดินออกไปจากห้อง แล้วปิดประตู 

“เฮ้อออ ตีหน้าเศร้าก็ยากเหมือนกันแฮะ”  

เลออนถอนหายใจเฮือกใหญ่เปลี่ยนสีหน้าท่าทางและน้ำเสียงทันทีที่ร่างโปร่งเดินออกไป เขาเดินไปล้มตัวลงนั่งที่เก้าอี้หลังโต๊ะทำงานอย่างสบายใจ แล้วรอยยิ้มร้ายก็จุดขึ้นที่ใบหน้าเจ้าเล่ห์ 

“อุตส่าห์คิดแผนตั้งเยอะ ไม่คิดเลยว่า คุณจะตกหลุมพรางผมได้ง่ายขนาดนี้ สงสัยต้องไปขอบคุณพวกพนักงานพวกนั้นที่มานินทาได้ถูกจังหวะพอดี หึหึ”  

เลออนหัวเราะอย่างผู้ชนะ ที่จริงแล้วเขาไม่ได้ใส่ใจคำนินทาของเหล่าพนักงานสักเท่าไหร่ แค่รู้สึกไม่สบอารมณ์ และหงุดหงิดใจในบางครั้งที่ได้ยิน แต่ก็ไม่เคยเก็บมาคิดให้บั่นทอนจิตใจตัวเอง เพราะเขาไม่ใช่คนคิดมากอะไร ครั้งก่อนที่โดนนินทา ที่เห็นเขานิ่งเงียบก็เพราะแค่อยากสงบสติอารมณ์ไม่ให้เข้าไปอาละวาดใส่พวกพนักงานเหล่านั้น แต่ใครจะคิดว่าครั้งนี้โชคจะเข้าข้างเขาให้เขาสามารถพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส 

โอกาสที่เขาเฝ้ารอมานาน..  

----------------- 

ก๊อก ก๊อก ก๊อก  

“เชิญครับ” เลออนพูดบอก ประตูจึงเปิดออกซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นร่างโปร่งคนเดิมนั่นเอง 

“วันหลังคุณไม่ต้องเคาะประตูก็ได้นะ ถ้าจะเข้าก็เข้ามาได้เลย สำหรับคุณผมอนุญาตเสมอ 

เลออนพูดบอกเสียงนุ่ม ทำเอาทอยรู้สึกแปลกๆ แต่ถ้าคิดในทางที่ดี การที่เลออนกลับมาพูดจาแบบนี้ แสดงว่าคงรู้สึกดีขึ้นบ้างแล้ว ทอยคิดแบบนั้น  

“ตอนนี้ได้เวลาเลิกงานแล้วครับ คุณเลออนจะกลับเลยไหม”  

เลออนยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูเวลา ก็พบว่าที่เลยเวลาเลิกงานมาเกือบชั่วโมงแล้ว แต่เพราะเขามัวแต่อ่านเอกสารเพลินไปหน่อย เลยไม่ทันได้ดูเวลา  

“กลับเลยก็ได้ครับ แล้วคุณจะไปที่คอนโดของผมเลยหรือว่ากลับไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน” เลออนถามด้วยน้ำเสียงปกติ ทั้งที่ในใจเต้นโครมคราม รู้สึกตื่นเต้นที่ตัวเองสามารถล่อลวงให้ร่างโปร่งไปดื่มที่คอนโดจนได้ 

“เดี๋ยวผมขอแวะไปทำธุระก่อนแล้วกันครับ”  

“งั้นผมขอเบอร์ติดต่อคุณไว้หน่อย” เลออนส่งโทรศัพท์ตัวเองให้ทอย ทำเอาทอยเลิกคิ้ว “ผมจะได้โทรบอกทางคุณได้ยังไงล่ะ”  

เลออนพูดอ้าง โดยที่ครั้งนี้ทอยดันตามลูกเล่นของเด็กหนุ่มไม่ทันจึงรับโทรศัพท์จากมือแกร่ง แล้วกดเบอร์ของเขาให้ พอเรียบร้อยก็ส่งกลับคืน  

“ผมขอตัวก่อนนะครับ แล้วเจอกัน”  

เลออนพยักหน้ารับ ทอยจึงเดินออกไป 

เมื่อร่างโปร่งออกไปแล้ว เลออนก็มองเบอร์ที่พึ่งถูกบันทึกล่าสุดด้วยสายตาเป็นประกาย ที่จริงแล้วเขาก็แค่หาข้ออ้างเพื่อจะได้เบอร์โทรของคนหน้าสวยมาเท่านั้น คนร่างสูงยิ้มปริ่มเมื่อทุกอย่างเดินไปตามแผนการของเขาก่อนจะเดินผิวปากฮัมเพลงลงมาที่รถอย่างสบายอกสบายใจ ที่คืนนี้เขาจะได้สบายตัวไปกับร่างโปร่ง คอยดูเถอะ เขาจะจัดให้สลบคาอกจนไม่มีแรงมาด่าเข้าได้เลยคอยดู  

เอ๊ะ!? 

เลออนขมวดคิ้ว ใบหน้าที่แลดูอารมณ์ดีก่อนหน้านี้แปลเปลี่ยนไปทันที เมื่อดันมาเห็นทอยกำลังยืนคุยกับเกว หญิงสาวที่ดูจะสนิทสนมกันเกินเพื่อน และยิ่งเห็นหญิงสาวยิ้มร่าให้ทอย เลออนก็รู้สึกไม่สบอารมณ์ จนทอยพาหญิงสาวขึ้นรถแล้วขับออกไป โดยที่ทั้งทอยและเกวไม่ทันสังเกตเห็นว่าเลออนยืนมองทั้งสองคนอยู่  

เด็กหนุ่มไม่รอช้าเปิดประตูเข้ามานั่งบนรถของตัวเอง ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาเบอร์ล่าสุดที่เขาพึ่งได้บันทึกไว้ รอสายไม่นาน ปลายสายก็รับ  

("สวัสดีค่ะ") 

กรอด 

เสียงปลายสายที่ควรจะเป็นเสียงทุ้มนุ่มของชายหนุ่มแต่กลับเป็นเสียงใสๆของหญิงสาวที่ไม่ต้องบอกเลออนก็รู้ว่าคือใคร ทำเอาร่างแกร่งเผลอขบกรามอย่างลืมตัว โดยที่เขาเองก็ไม่เข้าใจไอ้อาการที่เขากำลังเป็นอยู่เหมือนกัน 

“ขอสายทอยหน่อย” เลออนพูดติดห้วนนิดๆ  

(“เอ่อ ไม่ทราบว่าใครคะ พอดีทอยขับรถอยู่ค่ะ”)  

“ผมเลออนครับ ผมขอคุยกับทอยหน่อย” เลออนแนะนำตัว แล้วพยายามทำน้ำเสียงให้เป็นปกติ ส่วนหญิงสาวก็นิ่งเงียบไปนิดเมื่อรู้ว่าคนที่โทรเข้ามาคือใคร แล้วเลออนก็ได้ยินเสียงซุบซิบบางอย่างไม่ชัดนัก  

(“ครับคุณเลออน”) ทอยพูดสาย  

“ทำไมถึงไม่รับสายเอง”  

(“ผมขับรถนะครับ เลยไม่สะดวกรับเอง”) ทอยตอบกลับด้วยน้ำเสียงปกติ ถึงแม้ทอยจะแอบงงกับสิ่งที่เลออนถามอยู่บ้าง  

“วันหลังถ้าผมโทรไป ห้ามให้คนอื่นรับสายแทน เข้าใจไหม”  

คำพูดที่เหมือนคำสั่งทำทอยนิ่งเงียบไป  

“คุณฟังผมอยู่หรือเปล่า”  

(“คุณเลออนโทรหาผม มีธุระอะไรหรือเปล่าครับ”)  

“นั่นคุณกำลังไปไหน”  

(“พอดีผมมาทำธุระกับเกวนะครับ”)  

“ธุระอะไร”  

(“ตอนนี้ผมขับรถอยู่ ไว้คุยกันตอนที่ผมไปหาคุณนะครับ”) เสียงถอนหายใจก่อนจะตามมาด้วยคำพูดตัดบทของร่างโปร่ง ทำเลออนไม่ค่อยพอใจนัก ที่ทอยไม่ยอมตอบคำถามเขาเลย  

“ก็ได้ครับ งั้น 2 ทุ่ม เจอกัน เดี๋ยวผมส่งโลเคชันให้” เลออนพูดบอก ทอยก็ตอบรับแล้ววางสายไป  

เลออนเลือกที่จะเก็บความสงสัยถึงความสัมพันธ์ระหว่างเกวและทอยไว้ แล้วมามุ่งมั่นกับแผนการที่จะสยบชายที่แสนจะเย็นชาอย่างทอยดีกว่า เพราะถ้าทอยตกเป็นของเขา ความสัมพันธ์ของเกวกับทอยก็ไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป 

 

@คอนโดเลออน  

เลออนจัดเตรียมห้องสำหรับการดื่มในครั้งนี้เป็นพิเศษ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์หลายยี่ห้อถูกนำมาวางเตรียมไว้ ซึ่งเลออนก็เลือกแต่ดีกรีสูงๆทั้งนั้น เทียนอโรม่ากลิ่นวานิลลาถูกจุดขึ้น กลิ่นหอมอ่อนๆของวานิลลาฟุ้งไปทั่วทุกมุมห้อง กลิ่นที่นอกจากจะช่วยสร้างบรรยากาศแล้ว ความหอมของวานิลลายังช่วยทำให้ผ่อนคลายและช่วยปลุกเร้าอารมณ์ได้เป็นอย่างดี 

เด็กหนุ่มยกยิ้มกับผลงานการจัดเตรียมที่สมบูรณ์แบบของตัวเอง และของสำคัญที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับค่ำคืนนี้ เลออนเดินนำของบางอย่างที่พึ่งแวะซื้อมา ไปใส่ไว้ในลิ้นชักโต๊ะใกล้กับเตียงนอน ซึ่งไม่ต้องบอกก็คงจะคาดเดากันได้ว่าคืออะไร เพราะก่อนการลงสนามทุกครั้ง เลออนก็มักจะเตรียมอาวุธป้องกันไว้เสมอ ถึงแม้จะไม่เคยลงสนามกับผู้ชายด้วยกันแต่เขาก็คิดว่ามันก็คงจะไม่ต่างกับผู้หญิงมากนักหรอก เลออนหันมองนาฬิกาฝาผนังที่เข็มยาวชี้บอกว่าถึงเวลาตามที่นัดกับคนหน้าสวยไว้แล้ว อีกไม่นานก็คงจะมา 

ตี๊ ดี ดี๊ ดี ตี๊ ~  

เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์โชว์เบอร์ที่เลออนรอคอย ทำเขาถึงกับคลี่ยิ้มเมื่อรู้ว่าใครโทรมา เลออนก็รีบกดรับทันทีอย่างไม่อยากให้ปลายสายรอนาน  

“ถึงไหนแล้วครับ”  

(“ผมอยู่หน้าห้องคุณแล้วครับ”)  

ทอยที่มาตามโลเคชันที่เลออนส่งให้พูดบอก ดีที่เด็กหนุ่มแจ้งเจ้าหน้าที่คอนโดไว้แล้วเขาเลยสามารถขึ้นมาได้เลย เลออนไม่ได้ตอบรับอะไรต่อก็รีบตัดสายแล้ววิ่งไปที่หน้าประตูห้องเพื่อเปิดประตูทันที เขาก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมต้องรู้สึกตื่นเต้นขนาดนี้ด้วย  

แอ๊ด  

“มาตรงเวลาจัง...เลย...นะ....”  

เลออนที่พึ่งเปิดประตู ก็ต้องชะงักนิ่งเมื่อพบว่ามีใครอีกคนมากับทอยด้วย รอยยิ้มของเขาหุบลงทันที ก่อนจะมองไปที่หญิงสาวข้างกายทอยด้วยสีหน้านิ่งๆ 

“ผมชวนเกวมาดื่มด้วยนะครับ ดื่มด้วยกันหลายๆคน คุณจะได้ไม่เบื่อ ผมคุยไม่ค่อยเก่ง แต่เกวเขาชวนคุยเก่งนะครับ คุณคงไม่ว่าอะไรใช่ไหม ที่ผมพาเกวมาด้วย” ทอยพูดบอก เลออนก็นิ่งเงียบไป  

“เชิญครับ” เลออนตอบเสียงนิ่งๆ ถึงแม้ในใจจะโคตรหงุดหงิด หมดกันแผนที่วางไว้ทั้งหมด คงล่มไม่เป็นท่า  

/“แกฉันกลับก็ได้นะเว้ย”\ เกวกระซิบบอกทอย เพราะเมื่อเห็นท่าทางของเลออนแล้ว หญิงสาวก็รู้สึกอย่างจะกลับเสียให้ได้ เพราะเธอเองก็ไม่ได้อยากมาตั้งแต่แรก แต่โดนทอยลากมาด้วย  

“เข้าไปข้างในกันเถอะ”  

คำพูดของเธอเหมือนลมที่ออกจากปาก แล้วเข้าหูซ้ายทะลุหูขวาของเพื่อนหนุ่ม นอกจากทอยจะทำเป็นไม่สนใจสิ่งที่เธอพูดแล้ว ร่างโปร่งยังจะดันเธอให้เข้าไปในห้องอีก เกวจึงเดินคอตกเข้ามาในห้องของลูกเจ้านายอย่างจำยอม  

สาเหตุที่ทอยพาเกวมาด้วยนั้น ส่วนหนึ่งก็เพราะเขาคิดว่าเกวอาจจะชวนเลออนคุยกันได้ถูกคอ เพราะเธอค่อนข้างเป็นคนคุยเก่งซึ่งต่างกับเขา แต่อีกส่วนหนึ่งทอยแค่รู้สึกตงิดใจแปลกๆ ยิ่งได้คุยกับเลออนผ่านทางโทรศัพท์ก่อนหน้านี้ ก็ดูเหมือนเลออนจะแปลกไป ทอยจึงคิดว่ายังไงพาเกวมาด้วยก็คงไม่เสียหายอะไร เพราะเขาเองก็ไม่ได้สนิทสนมกับเลออนถึงขั้นจะมาดื่มกันแค่สองคน  

แสงไฟสีส้มสลัวที่เปิดอยู่ พร้อมกลับกลิ่นหอมหวานของวานิลลาที่ลอยฟุ้งไปทั่วห้องเข้ามาปะทะจมูกของผู้ที่มาเยือนได้รู้สึกผ่อนคลาย ถึงแม้ทอยจะรู้สึกแปลกใจอยู่บ้างกับบรรยากาศในห้องที่ดูจะโรแมนติกขัดกับเจ้าของห้อง แต่ก็คิดว่าคงเป็นความชอบส่วนตัวของเลออนเลยไม่คิดจะถามอะไร เลออนพาทอยและเกวมานั่งดื่มที่โต๊ะหน้าโซฟากลางห้องรับแขก  

“นั่งดื่มที่พื้นกันได้ใช่ไหม” เลออนถามเสียงนิ่งก่อนจะนั่งลงบนพรหมนุ่ม เกวและทอยก็พยักหน้ารับแล้วนั่งลงตาม  

ร่างแกร่งมองดูหญิงชายที่นั่งลงตรงข้ามเขาก็รู้สึกขัดตา ขัดใจ ขัดไปซะทุกอย่างจนไม่อยากจะหันมอง สีหน้าของเขาบึ้งตึงอย่างเก็บไม่อยู่  

หมดกันของที่อุตส่าห์จัดเตรียม แผนที่วางไว้!!  

ยิ่งคิดเลออนก็ยิ่งหงุดหงิด ร่างแกร่งไม่พูดพร่ำทำเพลง ก็เปิดฉากรินเหล้า และดื่มรวดเดียวหมดแก้ว ก่อนจะเติมใหม่อีกครั้ง แล้วดื่มเข้าไปอย่างต่อเนื่องโดยไม่สนใจใคร เพราะอยากจะให้แอลกอฮอล์ช่วยบรรเทาอารมณ์ขุ่นมัวของเขาได้บ้าง ส่วนเกวและทอยก็นั่งมองเลออนดื่มด้วยความตกใจ เพราะไม่คิดว่าเด็กหนุ่มจะดื่มหนักขนาดนี้ตั้งแต่เริ่ม  

“ค่อยๆดื่มก็ได้คุณ จะรีบไปไหน” ทอยพูดห้ามพยายามจะเอื้อมมือไปแย่งแก้วเหล้าจากมือแกร่ง แต่เลออนก็เบี่ยงแก้วหลบ ทอยจึงทำได้แค่มองร่างแกร่งนิ่งๆ 

“จะนั่งมองผมกันอีกนานไหม ไหนบอกว่าจะมาดื่มเป็นเพื่อนผม ก็ดื่มกันสิ” เลออนพูดเสียงติดเหวี่ยงนิดๆ ทำเอาเกวกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดๆด้วยความหวาดหวั่น ดูจากท่าทางแล้ว เลออนคงจะอารมณ์เสียอยู่ไม่น้อย 

ทอยที่รู้ว่าคงห้ามอะไรเลออนไม่ได้ จึงถอนหายใจอย่างเหนื่อยๆ แล้วรินเหล้าใส่แก้วตรงหน้า ก่อนจะรินให้หญิงสาว แล้วค่อยๆนั่งจิบ และไม่คิดจะพูดห้ามอะไรเด็กหนุ่มเอาแต่ใจคนนี้อีกแล้ว 

เลออนยังคงดื่มอย่างหนัก มือแทบไม่ห่างออกจากแก้ว พอหมดก็เติมโดยที่ไม่ได้พูดคุยอะไรกับใครเลย ส่วนทอยโดยปกติก็ไม่ค่อยจะพูดอะไรกับใครอยู่แล้ว ยิ่งทำให้บรรยากาศรอบข้างปกคลุมไปด้วยความอึดอัด โดยเฉพาะเกวที่ทำตัวไม่ถูก หายใจหายคอไม่ค่อยจะออก ทั้งๆที่เครื่องดื่มแต่ละอย่าง ล้วนมีราคาสูง รสชาติดีทั้งนั้น แต่กลับไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกอย่างดื่มขึ้นมาเลยแม้แต่น้อย เกวที่นั่งเงียบไม่กล้าพูดอะไรออกมาอยู่นาน ก็ครุ่นคิดหาทางหนีไปจากบรรยากาศอึมครึมนี้ก่อนจะตัดสินใจอะไรได้บางอย่าง  

/“ทอยๆ”\ เกวกระซิบชายหนุ่มที่นั่งข้างๆ 

“มีอะไร”  

ซึ่งระหว่างที่ทั้งสองคนกระซิบกระซาบกัน ทุกอย่างอยู่ในสายตาของเลออนตลอด แต่เลออนก็ไม่ได้ยินบทสนทนาระหว่างคนทั้งสอง  

กรอด 

เด็กหนุ่มถึงกับต้องกัดฟันกรอดเมื่อสาวร่างบางกับหนุ่มร่างโปร่งขยับเข้าหากันจนไม่มีช่องว่างระหว่างกัน จนใบหน้าแทบจะชนกันอยู่แล้ว เลออนถอนหายใจหนักๆ ก่อนจะเบี่ยงสายตามองไปทางอื่น แล้วยกแก้วเหล้าขึ้นดื่ม  

/“คือพอดีฉันพึ่งนึกขึ้นได้ว่าต้องแวะเอาของไปให้แม่ที่บ้าน”\ เกวกระซิบพูดปด  

“ป่านนี้เนี่ยนะ” ทอยถามด้วยความสงสัย เพราะนี่ก็ปาไป 3 ทุ่มแล้ว พอได้ยินที่ทอยถาม เกวก็มีท่าทีเลิ่กลั่กเล็กน้อย  

/“เอ่อ เออน่า ก็ฉันพึ่งนึกขึ้นได้นี่ งั้นฉันขอกลับก่อนนะแก”\ หญิงสาวพูดบอก เธอแทบทนความอึดอัดตอนนี้ไม่ไหวแล้ว 

“งั้นฉันกลับด้วย จะได้แวะไปส่งแกด้วยไง”  

“กระซิบกระซาบอะไรกัน ถ้าอยากคุยกันสองคนก็กลับไปเถอะ ผมอยู่คนเดียวได้” เลออนพูดประชดเสียงเข้ม ก่อนจะยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มอีกครั้ง ซึ่งนี่เป็นแก้วที่เท่าไหร่ของเขาแล้วก็ไม่รู้ ตอนนี้ใบหน้าคมเริ่มขึ้นสีแดงระเรื่อจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ หญิงสาวชะงักหันมองเด็กหนุ่มเมื่อได้ยินที่เลออนพูด ผิดกับทอยที่ยังคงนิ่งเฉย  

“ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวกลับก่อนนะครับ” เมื่อเห็นว่าเลออนไม่ตอบอะไรแถมเบี่ยงหน้าหนีเขาจึงลุกขึ้นยืนทันที โดยมีเกวยืนขึ้นตาม  

“เอ่อ ทอย แกอยู่ดื่มเป็นเพื่อนคุณเลออนต่อเถอะ ฉันกลับเองได้ เดี๋ยวฉันโทรให้พี่สาวมารับ”  

“แต่....”  

“ไม่ต้องมาตงมาแต่ ฉันบอกว่ากลับได้ก็คือได้” เกวพูดเสียงหนักแน่น ทอยจึงนิ่งเงียบอย่างใช้ความคิด  

“อืม งั้นกลับดีๆล่ะ ถึงบ้านแล้วทักมาบอกด้วย”  

เกวยิ้มรับ  

“เกวขอตัวกลับก่อนนะคะคุณเลออน ขอบคุณสำหรับเครื่องดื่มค่ะ” หญิงสาวพูดลาตามมารยาท เลออนก็ทำเพียงแค่พยักหน้ารับ แล้วหันกลับไปสนใจแก้วเหล้าต่อ ทำเอาหญิงสาวยิ้มเจื่อน  

“เดี๋ยวฉันเดินลงไปส่ง”  

“ไม่ต้อง ฉันเดินไปเองได้ย่ะ แกนั่งคุยเป็นเพื่อนคุณเลออนเถอะ ฉันไปนะ”  

ทอยมองตามหญิงสาวที่เดินออกไปจนประตูปิดลง ตอนนี้ภายในห้องตกอยู่ในสภาวะเงียบฉับพลัน มีเพียงเสียงจากเครื่องปรับอากาศเท่านั้นที่ดังแว่วออกมาให้ได้ยิน ทอยไม่คิดที่จะพูดอะไร แล้วกลับมานั่งดื่มต่อ  

“อยู่กับผมคงอึดอัดมากสินะ ถ้าคุณเป็นห่วงแฟนของคุณ คุณจะกลับไปพร้อมเธอก็ได้นะ” เลออนพูดขึ้นทำลายความเงียบ ซึ่งถ้าทอยฟังไม่ผิด เลออนจงใจพูดเน้นย้ำคำว่าแฟน ทำเอาทอยขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ  

“แฟน? คุณหมายถึงใคร”  

“ก็คุณเกวไง แฟนคุณไม่ใช่เหรอ ถึงได้ดูห่วงกันออกนอกหน้าขนาดนั้น” เลออนพูดประชดเสียงขุ่น ก่อนยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มเพียวๆรวดเดียวหมด  

“เกวไม่ใช่แฟนผม เราเป็นแค่เพื่อนกัน” ทอยพูดตอบ ทำเอาเลออนนิ่งไปนิด  

“แล้วทำไมคุณต้องพาเธอมาที่นี่ด้วย ที่ผมจำได้เรานัดกันแค่สองคนนะ”  

“ก่อนหน้านี้ผมไปทำธุระกับเกว แล้วเสร็จช้า ผมเลยชวนเธอมาด้วยเลย” ทอยก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมเขาจะต้องมานั่งอธิบายอะไรแบบนี้ด้วย  

“ธุระอะไร” คำถามห้วนๆของเด็กหนุ่ม ทำทอยถอนหายใจหนัก 

“ผมคิดว่าผมไม่จำเป็นต้องรายงานเรื่องส่วนตัวของผมให้คุณทราบทุกเรื่องหรอกนะครับ” เขาเริ่มจะหมดความอดทนกับคนเอาแต่ใจนิสัยเด็กแล้วเหมือนกัน น้ำเสียงที่เด็กหนุ่มใช้ทำเขารู้สึกไม่พอใจ ส่วนเลออนก็ถึงกับชะงัก ที่ทอยพูดแบบนั้นกับตนเอง 

“ขอโทษที่ผมยุ่งไม่เข้าเรื่องแล้วกัน คุณกลับไปเถอะ” เลออนยกแก้วเหล้าดื่มเพียวหมดไปอีกแก้ว ซึ่งเป็นแก้วที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ จนตอนนี้เขาเริ่มรู้สึกมึนนิดๆ ใบหน้าแดงระเรื่อเหมือนคนเมา  

ทอยเมื่อได้ยินที่เลออนพูด ก็คิดว่าเด็กหนุ่มพูดไล่ เขาถอนหายใจหนักๆ ถ้ายังต้องอยู่คุยกับเลออนต่อ คงได้ทะเลาะกันแน่ ทอยจึงลุกขึ้น แล้วหันหลังเดินไปทางประตูห้องเพื่อจะออกไปจากที่บ้าๆนี่สักที 

 

พรึบ 

เพล้ง! 

ทอยลุกเดินไม่กี่ก้าวก็ต้องชะงัก เมื่อได้ยินเสียงแก้วหล่นกระทบพื้น จึงหันกลับไปดู ก็ต้องตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ เมื่อหันไปเห็นร่างแกร่งที่ล้มลงไปนอนกองกับพื้นคู่กับเศษแก้วที่ตกแตก  

ในตอนที่ทอยกำลังจะกลับ เลออนจึงลุกพรวดขึ้นพร้อมถือแก้วเหล้ากะว่าจะไปนั่งสงบสติอารมณ์ในห้อง แต่ด้วยความที่ดื่มเข้าไปติดต่อกันหลายแก้วจนเหล้าหมดไปเป็นขวด เขาจึงรู้สึกมึนขึ้นมา เลยทรุดลงไปกับพื้น สภาพเลยกลายเป็นอย่างที่ร่างโปร่งเห็น 

ทอยรีบวิ่งเข้าไปประคองเลออนทันที เพื่อไม่ให้ร่างสูงทับไปโดนเศษแก้ว แต่พอทอยเข้าไปประคอง เลออนกลับสะบัดมือของทอยออก 

“อย่ามายุ่ง! อยากจะกลับก็เชิญ คุณเองก็ไม่ต่างอะไรจากพนักงานพวกนั้นหรอก หึ คงนึกสมเพชผมสินะ ถึงได้จำใจมาดื่มเป็นเพื่อนผมนะ”  

คำพูดประชดประชันแกมตัดพ้อของคนเมา ทำทอยถอนหายใจรอบที่ร้อยเห็นจะได้ ซึ่งทอยไม่รู้เลยว่าที่เด็กหนุ่มหงุดหงิดจนพาลใส่เขาแบบนี้เป็นเพราะสิ่งที่เด็กหนุ่มวาดฝันไว้ก่อนหน้านี้ไม่กี่ชั่วโมง ได้กลับตาลปัตรจากหน้ามือเป็นหลังมือจนทำให้เขาไม่สบอารมณ์ไปเสียทุกอย่าง 

“ลุกขึ้น เดี๋ยวผมจะประคองคุณไปในห้อง”  

ทอยพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง ตอนนี้ทอยรู้ดีว่าเลออนกำลังร้อนดั่งไฟ อาจจะด้วยความเมาเขาจึงต้องใจเย็นดั่งน้ำ เพราะถ้าเขาเป็นไฟด้วยอีกคน คงได้เผากันมอดไหม้ไปข้างนึงแน่ 

ทอยเข้าไปประคองร่างแกร่งอีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้เลออนก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ไม่ได้สะบัดเขาออกเหมือนในตอนแรก ส่วนเลออนเพราะเห็นว่าร่างโปร่งพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงเขาเลยไม่อยากจะใส่อารมณ์อะไรอีก  

ทอยยกแขนแกร่งขึ้นพาดบ่าของตัวเอง จนกายใกล้ชิดกัน เลออนย่นคิ้วก่อนจะโน้มหน้าลงไปใกล้คนหน้าสวยที่ประคองเข้าอยู่ เมื่ออยู่ๆเข้าก็ได้กลิ่นหอมอ่อนๆจากคนข้างกาย  

กลิ่นหอมที่ทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก..  

“คุณใช้น้ำหอมอะไรเหรอ ตัวคุณถึงได้หอมแบบนี้” เลออนพูดเสียงพร่าแล้วขยับหน้าเข้าไปใกล้ซอกคอขาว จนทอยต้องรีบเบี่ยงหน้าหนี  

“เดินดีๆสิคุณ จะถึงห้องนอนแล้ว”  

ทอยพูดบ่น และไม่ได้ใส่ใจกับสิ่งที่เลออนพูดก่อนหน้านี้ เพราะคิดว่าเลออนคงพูดเพ้อตามประสาคนเมา ทอยพาเลออนมาจนถึงห้องนอน ก่อนจะค่อยๆประคองร่างแกร่งไปยังเตียงนุ่มขนาดคิงไซซ์ แต่ด้วยร่างของเด็กหนุ่มที่ไม่ได้เบาเหมือนหนุ่มร่างบาง จังหวะที่ทอยจะทิ้งตัวร่างแกร่งลงบนเตียง แขนแกร่งทั้งสองก็รั้งร่างโปร่งล้มลงไปด้วย จนร่างคนหน้าสวยทับลงไปบนตัวเด็กหนุ่ม ตาคู่สวยสบกับตาคู่คม  

สายตาที่ทอดมองมาอย่างละมุนทำคนร่างบางกว่าประหม่า ใจเต้นไม่เป็นส่ำ 

พรึบ  

“เฮ้ย!”  

แต่แล้วภาพตรงหน้าของทอยกลับพลิกกลับสลับตำแหน่ง ทอยตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ ที่ตอนนี้เขาตกมาอยู่ใต้ร่างของเจ้าของดวงตาสีอำพันที่เป็นประกายวาววับยังคงจ้องเข้าไม่วางตา 

“คุณทำบ้าอะไร! ลุกออกไปเดี๋ยวนี้นะ”  

ทอยพูดโวยพยายามจะลุกหนี แต่ยิ่งทอยพยายามลุกมากเท่าไหร่ คนบนร่างก็ยิ่งกดตัวทิ้งน้ำหนักลงทับร่างเขามากเท่านั้น ทำให้ตอนนี้ร่างกายของคนทั้งสองแนบชิดติดกัน จนความอุ่นร้อนจากร่างกายสัมผัสโดนซึ่งกันและกัน ใบหน้าคมชิดใกล้ใบหน้าสวยจนสามารถมองเห็นผิวหน้าที่เนียนขาวไม่มีแม้แต่ร่องรอยของรูขุมขน เลออนยังคงไล่มองสำรวจใบหน้าคนใต้ร่าง ที่ไม่ใช่ว่าจะมีโอกาสได้มองระยะประชิดขนาดนี้บ่อยนัก 

ตึกตึก ตึกตึก ตึกตึก 

เสียงหัวใจที่ดังอยู่ตอนนี้ ทอยไม่รู้ว่าเป็นของเขาหรือของเด็กหนุ่มบนร่างกันแน่ แต่ที่รู้ๆคือเขาไม่เคยต้องตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้มาก่อน แล้วทอยก็ไม่เข้าใจด้วยว่าเลออนต้องการจะทำอะไรกันแน่  

“คุณเลิกหาเรื่องแกล้งผมสักทีได้ไหม ลุกออกไปจากตัวผมได้แล้ว ผมจะกลับ”  

เสียงเข้มกับตาดุๆของคนหน้าสวย ไม่ได้ทำให้เลออนรู้สึกกลัวเลยแต่กลับทำให้เขากระตุกยิ้ม ตอนนี้กลิ่นแอลกอฮอล์จากตัวร่างแกร่ง ที่ลอยมาปะทะจมูกโด่งของทอย จนทอยเริ่มเวียนหัว 

“คุณยังไม่ตอบผมเลย ว่าคุณใช้น้ำหอมอะไร” คนถามยิ้มกริ่ม แววตายังคงหยาดเยิ้มจากอาการเมานิดๆ  

“ผมไม่ได้ใช้อะไรทั้งนั้นแหละ” ทอยตอบห้วนอย่างหงุดหงิด  

“ไม่ได้ใช้จริงเหรอ งั้นผมขอพิสูจน์หน่อยได้ไหม ว่าคุณไม่ได้ใช้น้ำหอมจริงๆ”  

"คะ..คุณจะทำอะไร" 

"จะดมคุณไง ผมจะดมคุณไปทั้งตัวเลย" 

ปากที่พูดตอบแต่จมูกโด่งกลับคลอเคลียสูดดมอยู่ที่เนื้อผิวแก้มของทอย ทำเอาทอยหน้าแดงก่ำ ตาโตด้วยความตกใจ ปากบางพยายามร้องห้าม แต่จมูกซุกซนของเลออนกลับเลื่อนปลายจมูกลงมาเรื่อยๆจนถึงซอกคอขาว ด้วยความที่ทอยเบี่ยงหน้าหลบไปอีกทาง จึงทำให้ซอกคอขาวเนียนเผยเด่นชัดขึ้นให้เลออนได้ซุกไซ้ได้สะดวก เลออนค่อยๆสูดดมขยับปากพรมจูบซับอย่างแผ่วเบาไปทั่วผิวคอ  

“คุณจะทำอะไร! หยุดเดี๋ยวนี้นะ!”  

ทอยเริ่มดิ้นหนี ความอุ่นร้อนจากลมหายใจของร่างแกร่ง ยังคงเป่ารดอยู่ที่ซอกคอขาว ทำทอยถึงกับขนอ่อนลุกชัน ตอนนี้เขารู้สึกหวาดหวั่นกับสถานการณ์ล่อแหลมที่เขาเผชิญ แล้วยิ่งเป็นผู้ชายด้วยกันแบบนี้ยิ่งทำเขาคิดไม่ตก ร่างโปร่งพยายามดีดดิ้นไปมา โดยที่เลออนยังคงซุกไซ้ซอกคอขาวอย่างไม่หยุดหย่อน  

กึก  

“โอ๊ย! คุณกัดผมเหรอ!”  

ฟันคมของเลออนที่ฝังลงตรงเนื้อผิวคอ ทำคนใต้ร่างสะดุ้งโหยงร้องโวยด้วยความเจ็บ ซึ่งทอยคิดว่าต้องเป็นรอยอย่างแน่นอน เมื่อได้ยินเสียงโวยวายของทอย เลออนจึงผละหน้าขึ้นมามองใบหน้าหวานที่ตอนนี้จ้องเขาเขม็งด้วยความโกรธ แต่เลออนกลับยิ้มขำ เขามองว่าทอยเหมือนเทวดาตัวน้อยที่ถึงแม้จะทำหน้าดุยังไง 

ก็ยังน่ารักในสายตาเขา.. 

“ถ้าคุณยังไม่หยุดดิ้น ผมก็จะกัดคุณให้ช้ำทั้งตัวเลยคอยดู” เลออนพูดด้วยรอยยิ้มกริ่ม ทำเอาทอยกัดฟันกรอด 

“คุณมันนิสัยเด็ก! เล่นอะไรไม่เข้าท่า!”  

ทอยโวยลั่นอย่างหมดความอดทน ซึ่งเขาไม่เคยโวยวายใส่ใครแบบนี้มาก่อน แต่ครั้งนี้ เลออนทำเกินไปแล้ว ทอยไม่สามารถเก็บอารมณ์นิ่งเงียบได้เหมือนครั้งที่ผ่านๆมาแล้วจริงๆ  

“ถึงนิสัยผมจะเหมือนเด็ก.....แต่อย่างอื่นผมไม่เด็กนะครับ คุณจะลองไหมล่ะ” เลออนพูดยียวน แววตาพราวระยับจนทอยแทบพูดไม่ออก 

“อย่ามาพูดอะไรบ้าๆนะ ผมบอกให้ลุกออกปะ...อื้อออออ”  

เสียงร้องโวยของคนร่างบางกว่าถูกกลืนหายเข้าไปด้วยริมฝีปากหนาที่ประกบครอบทับริมฝีปากบางแล้วสอดลิ้นรุกรานเข้ามาในโพรงปากหวานอย่างรวดเร็ว ทอยถึงกับตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ ที่อยู่ๆก็โดนผู้ชายด้วยกันจูบดูดดื่มเช่นนี้ 

มือเรียวพยายามทุบตีผลักไหล่แกร่งให้ออกจากตัว แต่กลับไม่ระคายผิวคนร่างโตกว่าแม้แต่นอน ลิ้นร้อนที่เข้ามาอย่างไม่ได้รับเชิญยังคงทำหน้าที่ต้อนลิ้นอุ่นของทอยที่พยายามหลีกหนีอยู่ในโพรงปาก แต่ด้วยประสบการณ์ที่โชกโชนของเลออนแล้ว จึงทำให้ลิ้นร้อนสามารถเกี่ยวพันรัดเข้ากับลิ้นอุ่นของทอยได้อย่างง่ายดาย 

เลออนยังคงบดจูบเร่งเร้าอย่างหนักหน่วง ถึงแม้ใบหน้าใสจะพยายามส่ายหนี แต่ก็โดนมือแกร่งมาจับล็อกใบหน้าไว้ไม่ให้ใบหน้าใสขยับหนีไปไหน ริมฝีปากหนาบดเบียดกับริมฝีปากบางจนรสชาติขมเฝื่อนจากแอลกอฮอล์ของคนทั้งสองคละคลุ้งไปทั่วโพรงปากของกันและกัน นี่ไม่ใช่จูบที่อ่อนหวาน ไม่ใช่จูบที่นุ่มนวล  

แต่เป็นจูบที่แฝงไปด้วยแรงปรารถนาของคนบนร่าง 

เสียงบทจูบอันดูดดื่มของทั้งสองดังแว่วออกมาเรียกใบหน้าขึ้นสีของร่างโปร่ง ด้วยหัวใจที่เต้นโครมครามระรัว เขาไม่คิดเลยว่าตัวเองจะมาโดนผู้ชายจู่โจมแบบนี้ 

“ ฮื้มมมม ”  

เสียงคำรามทุ้มในลำคอของเลออนดังด้วยความพอใจกับรสจูบที่เขาได้ลิ้มลอง เลออนไม่เคยคิดเลยว่า การได้จูบกับผู้ชายจะให้ความรู้สึกดีไม่ต่างกับผู้หญิงหรืออาจจะดีกว่าด้วยซ้ำ ถึงแม้ทอยจะไม่ได้จูบตอบ แต่เลออนก็รู้สึกวูบวาบกับบทจูบครั้งนี้อยู่ดี 

“ อื้ออออ ”  

ทอยร้องประท้วง มือเรียวทุบเข้าที่หลังแกร่ง เมื่อรู้สึกว่าอากาศเริ่มไม่เพียงพอเลออนจึงรับรู้ได้ เลยยอมผละริมฝีปากออกจากปากเรียวอย่างอ้อยอิ่ง ริมฝีปากที่ฉ่ำวาวกับน้ำใสๆที่ไหลย้อนลงมาตามมุมปากยาวจนถึงซอกคอขาว เด็กหนุ่มที่เห็นก็ถึงกับกลืนน้ำลายเฮือกใหญ่ มองปากอิ่มด้วยสายตาแพรวพราวก่อนจะก้มลงไปจัดการเช็ดน้ำใสๆให้ด้วยปลายลิ้นร้อนที่ไล่จากมุมปากสวยลากลงมาถึงซอกคอขาว ก่อนจะขบเม้มย้ำด้วยความมันเขี้ยว ทำร่างโปร่งตัวสั่นระริก 

ทอยรู้สึกเหมือนตัวเองหลุดออกมาอีกโลกหนึ่ง ยิ่งถูกปลายลิ้นร้อนเลียที่กลีบปากฉ่ำ ที่เริ่มจะเจ่อขึ้นนิดๆจากบทจูบที่เร่าร้อน ทำเอาทอยหน้าขึ้นสีเข้าไปอีก  

“เลิกเล่นได้แล้ว ผมจะกลับ” ทอยพูดเสียงอ้อมแอ้ม หลุบตามองไปทางอื่นอย่างไม่กล้าสู้หน้าเด็กหนุ่ม 

ผมขอเล่นทั้งตัวคุณเลยได้ไหม 

อาจจะฟังเป็นประโยคขอร้อง แต่เอาเข้าจริงมันคือประโยคบอกเล่าเท่านั้น ตอนนี้อารมณ์ของเลออนพลุ่งพล่านเต็มที่จนเลออนนึกแปลกใจ ทั้งๆที่ไม่ได้เล้าโลมอะไรกับทอยมากนัก แต่เพียงแค่ได้กลิ่นกายของทอย ก็ทำให้เลออนตื่นตัวขึ้นได้อย่างง่ายดาย ซึ่งเลออนไม่เคยเป็นแบบนี้กับผู้หญิงคนไหนมาก่อน 

“คะ..คุณอย่ามาพูดบ้าๆ! ลุกออกไปเดี๋ยวนี้”  

ทอยพูดสั่งเสียงติดสั่น มือไม้ที่เริ่มอ่อนแรงพยายามดันร่างแกร่งให้ลุกออกจากตัวเขา แต่ก็ไม่ได้ทำให้เลออนขยับเลยสักนิด  

“หึหึ” เสียงหัวเราะยิ้มขำอย่างนึกเอ็นดูคนใต้ร่าง 

คนอะไร ขนาดโวยวายยังน่ารักน่ามองได้ขนาดนี้.. 

และไม่ต้องรอให้คนหน้าสวยได้โวยวายต่อ ใบหน้าคมก็ก้มลงไปซุกไซ้ซอกคอขาวอีกครั้ง แต่เปลี่ยนจากการสูดดมในตอนแรก มาเป็นการขบเม้ม ดูดดุนซอกคอขาวอย่างรุนแรง จนเกิดรอยให้เห็นเด่นชัด ริมฝีปากหนายังคงซุกไซ้สลับขบกัดผิวเนื้อคอขาวอย่างหื่นกระหายและไม่มีทีท่าว่าจะหยุด  

“อื้ออ หยุดเถอะ อ้ะ”  

ทอยพูดสลับเสียงร้อง ตอนนี้ เขารู้สึกเจ็บแสบไปทั่วผิวคอของตัวเอง แต่ถึงเขาจะพูดขอยังไง เลออนก็ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดการกระทำเหล่านี้เลย ทอยไม่คิดเลยว่าเขาจะไร้ทางต่อต้านร่างแกร่งได้ขนาดนี้ ทั้งๆที่เป็นผู้ชายเหมือนกัน แต่เขากลับสู้แรงของเลออนไม่ได้เลย  

ปากหนาที่ยังคงขบเม้มซอกคอขาว มือแกร่งก็เหมือนพึ่งได้งานเริ่มทำหน้านี้ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตทั้งของตัวเองและของร่างโปร่งจนหลุดออกจากกันโดยที่ทอยไม่ทันได้ร้องโวย  

ริมฝีปากร้อนที่ยังคงพรมจูบสลับขบเม้มผิวเนื้อขาว เลื่อนลงมาเรื่อยๆก่อนมาหยุดดูดเม้มที่ไหปลาร้าสักพักเมื่อพอใจก็เลื่อนลงมาต่อจนมาเจอกับยอดอกสีชมพูระเรื่อที่ตุ่มไตกำลังชูชันปะทะกับอากาศ 

กึก! 

“อื้ออออออ ยะ...อย่าาา อ้าาา หยุดนะ!”  

ทอยโวยด้วยน้ำเสียงกระท่อนกระแท่นสลับเสียงครางเกินกว่าจะควบคุม เมื่อรับรู้ได้ถึงปลายลิ้นร้อนที่ชื้นแฉะแต่กลับรุ่มร้อนดังไฟของเลออนที่คลึงเป็นวงกลมรอบตุ่มไต ทำคนใต้ร่างสั่นระริกร้อนรุ่มไปทั้งตัว 

ราวกับร่างกายกำลังโดนแผดเผา 

"อึ้ก คะ..คุณ อื้อออออ" 

ริมฝีปากหนาที่ครอบลงบนยอดอกของทอยจนมิด ก่อนจะดูดเม้มสลับกระดกลิ้นระรัวที่ตุ่มไตบนยอดอกสีชมพูทั้งสองข้างอย่างเท่าเทียม เรียกเสียงครางกระเส่าจากคนใต้ร่าง  

“ฮื้มมม อร่อยเป็นบ้า”  

เลออนพูดเสียงแหบพร่า แล้วยังคงใช้ปากเล่นลิ้นลงบนยอดอกแบนราบของทอย เลออนไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า หน้าอกแข็งๆแบบของผู้ชายจะทำให้เข้ารู้สึกได้อารมณ์เช่นกัน 

มือหนาของเลออน ขยับลูบไล้ บีบขย้ำไปทั่วเรือนร่างท่อนบนของทอยอย่างเร้าอารมณ์ ส่วนริมฝีปากหนาก็ยังคงดูดเม้มขบกัดที่ยอดอกสีชมพูที่เริ่มจะบวมแดงจากฝีปากของเลออน  

ตอนนี้ทอยรู้สึกมือไม้อ่อนสมองขาวโพลน อาการเสียวซ่านแปลกๆที่เกิดก่อตัวขึ้นโดยที่ทอยไม่สามารถห้ามร่างกายตัวเองที่เริ่มตอบสนองต่อสัมผัสของเลออนได้ เขาไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมเขาถึงได้รู้สึกเคลิ้มขึ้นมาได้ ไม่ใช่ว่าทอยไม่เคยนอนกับผู้หญิงมาก่อน แต่ทอยแค่ไม่เคยอยู่ในตำแหน่งที่เป็นฝ่ายโดนกระทำแบบนี้ 

“อ้ะ บะ..เบาๆ คุณ อื้อออออ”  

ทอยครางสลับกับพูด เมื่อเลออนยังคงใช้ปากไล่เลียขบเม้มเหมือนอยากจะฉกชิมไปทั่วเรือนร่างของเขา เพราะไม่ว่าเลออนจะใช้ลิ้นลากผ่านไปตรงไหน ก็รู้สึกว่ามันจะวาบหวานไปซะทุกส่วน ตั้งแต่ยอดอก ไล่ลงมาเรื่อยๆ จนถึงหน้าท้องที่มีกล้ามเนื้อเรียงสวยของทอย  

ตอนนี้ร่างโปร่งไม่เหลือเรี่ยวแรงที่จะดิ้นหนีแล้วจริงๆ เพราะยิ่งเขาดิ้นร่างแกร่งก็ยิ่งขบกัด สร้างรอยรุนแรงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนทอยสั่นสะท้านไปทั้งตัว  

“ผิวคุณลื่นมือดีชะมัด”  

เลออนผละหน้าขึ้นมาสบตากับใบหน้าสวยที่แดงก่ำหมดคราบเลขาฯหน้านิ่งที่มักจะส่งสายตาดุๆมาให้เขา ส่วนทอยเองเมื่อเห็นแววตาเป็นประกายของเลออนที่แฝงไปด้วยแรงอารมณ์  

ทอยก็เป็นผู้ชายเหมือนกัน เขาย่อมรู้ดีว่าสายตาแบบนี้ มันหมายถึงอะไร  

ทำเอาทอยถึงกับต้องเบี่ยงหน้าหนี เพราะรู้สึกแปลกๆอย่างบอกไม่ถูก เลออนเองที่เห็นว่าทอยนิ่งเงียบ ด้วยใบหน้าขึ้นสี ก็กระตุกยิ้ม แล้วก้มลงไปซุกไซ้ที่หน้าท้องของร่างโปร่งต่อ  

อึ่ก!  

“อื้ออออ อ้ะ อย่าาา อึ่ก”  

ทอยสะดุ้งโหยง ตาเบิกกว้างร้องครางห้ามออกมาเมื่อปากของเลออนกลับมาทำหน้าที่ต่อ แต่ที่ทำให้ทอยต้องร้องโวยนั้นเพราะอยู่ๆ มือแกร่งของเลออนที่ว่างจากการสะกิดบีบดึงตรงยอดอกของทอย สอดเข้าไปทางด้านหลังกางเกงของเขา แล้วบีบเน้นก้นกลมอวบของทอยเล่นอย่างมันมือ ทำเอาทอยดิ้นหนีพล่านด้วยความรู้สึกกลัว ริมฝีปากหนาค่อยๆจูบซับ แล้วขยับลงมาเรื่อยๆจนถึงขอบกางเกงของร่างโปร่ง ทอยที่ผงกหัวขึ้นมามองการกระทำอันจาบจ้วงของเลออนก็ถึงกับใจสั่นระรัวแทบเต้นไม่เป็นจังหวะ เมื่อมือแกร่งข้างที่ไม่ได้บีบก้นเขาอยู่ กำลังเลื่อนลงมาที่ขอบกางเกงของทอย แล้วค่อยๆรูดซิปกางเกงของร่างโปร่งลงช้าๆ.... 

 

 

 

ปึง! ปึง! ปึง! ปึง!  

“คะ..คุณ! มี อึ่ก คนมาเคาะประตู”  

เสียงเคาะประตูราวเสียงระฆังมาช่วยชีวิต แต่เลออนกลับไม่สนใจ ยังคงดูดเม้มอยู่ที่หน้าท้องแถวขอบกางเกงของทอย มือที่ยังล้วงเข้าไปในกางเกงด้านหลังก็ยังคงบีบขย้ำก้นไม่วางมือ  

“คุณเลออน! หยุด! ผมบอกว่ามีคนมาหาคุณ!!”  

ทอยใช้เสียงเฮือกสุดท้ายตะโกนใส่ร่างแกร่งลั่น ทำเอาเลออนผละหน้าขึ้นมามองร่างโปร่งด้วยแววตาขุ่น ก่อนจะถอนหายใจออกมาหนักๆ  

“แม่ง! ใครมาตอนนี้วะ ขัดจังหวะฉิบหาย” เลออนพูดสบถด้วยความหงุดหงิดที่โดนขัดอารมณ์ ก่อนจะเดินฮึดฮัดออกไปเปิดประตู  

 

แอ๊ด!!  

“ไอ้เลออน กูเคาะตั้งนานกว่าจะมาเปิดนะมึง....แล้วทำไมทำหน้าอย่างนั้นวะ อย่างกับจะไปฆ่าใคร” เก็ทถามขึ้นตาใสด้วยใบหน้างงๆ และไม่ได้รู้ตัวเลยว่าตัวเองมาผิดจังหวะอย่างมาก 

“กูจะฆ่ามึงนั่นแหละ มึงมาหากูทำเหี้ยอะไรป่านนี้วะ!”  

เลออนพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดเต็มที่ ทำเอาเก็ทยิ่งมึน งง เข้าไปใหญ่ แต่เก็ทไม่ทันได้ตอบอะไร ก็ต้องชะงัก เมื่อเห็นว่ามีชายอีกคนเดินมาหยุดยืนอยู่ด้านหลังของเลออน และยิ่งทำให้เก็ทอึ้งเข้าไปใหญ่ เมื่อเห็นรอยบริเวณซอกคอขาวที่โผล่พ้นออกมาจากปกเสื้อเชิ้ตของชายหนุ่ม 

“ผมขอตัวกลับก่อนนะครับ”  

ทอยพูดบอกโดยไม่ได้หันไปสบตากับเลออนและไม่รอให้เด็กหนุ่มตอบรับอะไร ทอยก็รีบเดินเบี่ยงตัวออกไปจากประตูห้องทันที โดยไม่ได้หันไปมองหน้าเก็ทด้วยซ้ำ  

“เดี๋ยวสิ ทอย! ทอย! โธ่เว้ย!!”  

เลออนพยายามเรียกร่างโปร่ง แล้วจะวิ่งตามออกไป แต่ทอยก็เดินตรงเข้าลิฟต์ไปเสียก่อน เมื่อเห็นว่าคงตามไม่ทันแล้ว เลออนจึงหันกลับมาจ้องเก็ทเขม็ง 

“คนนั้นเหรอ ที่มึงสนใจ หล่อนี่หว่า...แล้วจัดการแล้วยังวะ” เก็ทถามขึ้นยิ้มๆ  

“จัดการเหี้ยอะไรล่ะ เพราะมึงแท้ๆเลย ไอ้เหี้ยเก็ทเอ๊ย!!!! ”  

. 

. 

. 

. 

ฮ่าๆๆๆ เกือบไปแล้วเชียววว 😂 

โปรดติดตามตอนต่อไป.... 

ปล. หากตอนนี้พบคำผิด หรือชื่อตัวละครสลับกัน รบกวนเมนต์บอกไรท์หน่อยนะคะ 

1 คอมเมนต์ดีๆ = ร้อยกำลังใจ❤ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว