facebook-icon

เตือนเนื้อหารุ่นเรง!! ไม่เหมาะสมกับผู้พิทักษ์จริยธรรม,ผู้ที่มีจิตวิญญาณแห่งทุ่งลาเวนเดอร์ และผู้ที่จิตใจอ่อนไหวง่าย ปล.นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องราวรุ่นลูกของ พีและเพลิน จากเรื่อง Prince Of Engineer เมียวิศวะ

OVERDOSE 13 : เป็นเด็กเป็นเล็ก [New Update02]

ชื่อตอน : OVERDOSE 13 : เป็นเด็กเป็นเล็ก [New Update02]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 11.7k

ความคิดเห็น : 154

ปรับปรุงล่าสุด : 29 ต.ค. 2562 23:50 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
OVERDOSE 13 : เป็นเด็กเป็นเล็ก [New Update02]
แบบอักษร

..สองสัปดาห์ต่อมา

ณ Aesthetic Bar & Restaurants

แสนหวานกับผมเราไม่ได้คุยกันอีกเลยนับตั้งแต่วันนั้นที่ไปเยี่ยมไอ้พีชที่โรงพยาบาล..อย่างมากสุดก็แค่สวนกันที่ลานจอดรถของดับเบิ้ลยู มองหน้ากันบ้างสองสามวิแล้วเด็กคนนั้นก็เดินย้ำเท้าหนีผมไป

 

เหมือนจะรู้จักแต่ก็เหมือนเป็นอากาศ และแน่นนอนว่าการที่ผมหายไปก็คงจะสบายใจเด็กนั่นแล้วล่ะ..เธอเป็นคนพูดออกมาเองเสียด้วยซ้ำว่าอยากให้ผมเลิกยุ่งสักที เธอพยายามตีตัวออกห่างทำทุกทางเพื่อที่จะหนีไปให้พ้นๆจากผม

 

แต่ในขณะเดียวกันเด็กคนนั้นกลับไม่รู้เลยสักนิดว่าแท้จริงแล้วเธอไม่ได้หนีไปไหนไกลจากผมเลย..เธอยังอยู่ในที่ของผมเสมอ ยังได้เงินค่าจ้างจากผม และอยู่ในสายตาของผมแทบจะทุกวันที่เข้ามาทำงาน

 

..จะว่าไป วันนี้ผมมีอีเวนท์ที่ร้านอาหารกึ่งบาร์แถวๆเพ้นท์เฮ้าส์นิดหน่อยครับ เป็นงานวันเกิดของธิดาแฟนไอ้เขตแดนมันน่ะ และก็แน่นอนว่าด้วยความเธอเป็นดาราดัง..ภายในงานก็มักมีผู้คนมากหน้าหลายตาทั้งจากวงการถ่ายแบบวงการบันเทิง ไปจนถึงเพื่อนๆเซเลปไฮโซ

 

“ โหหหห กว่าจะมานะพ่อนะ! “ ไอ้ชยินเอ่ยทักทันทีที่เห็นผม

 

“ กูแวะไปดูบ่อนมา.. “

 

“ เนี่ย มึงมาก็ดีละมีมีเรื่องกูอยากถาม “ ไอ้ภาคภูมิเกริ่นขึ้นพลางยื่นแก้วเครื่องดื่มสีอำพันมาให้

 

“ ว่า? “ ผมเลิ่กคิ้ว

 

“ น้องแสนหวานไม่ไปเปิดเพลงที่ดับเบิ้ลยูเหรอวะ? “

 

“ ถามทำไม? “

 

“ ก็น้องเขานั่งอยู่โต๊ะที่สองถัดจากเราเนี่ย..มึงหันไปดู “ ไอ้ภาคภูมิทักท้วงอย่างนั้นก่อนจะเอามือชี้ไปทางโต๊ะที่มันว่า พวกผมทุกคนก็พากันหันมองตามทันที

 

“ อื่ม.. “ หลังจากเห็นแสนหวานแล้วผมก็หันกลับมายกแก้วบนโต๊ะขึ้นดื่มตามปกติ

 

“ สรุปน้องไม่ทำงานละเหรอ?? “ ไอ้กวินถาม

 

“ เห็นไอ้คิวบอกเซ็ตอัพมีปัญหา..ซ่อมไม่ทันวันนี้เลยไม่ต้องเปิดเพลงมั้ง “ ผมตอบปัดๆ

 

“ อ่าวไม่เปิดเพลงผับไม่เงียบเหรอวะ? “ ไอ้เขตแดนถามต่อ ก่อนจะถูกไอ้เวหาด่าตัดหน้าไป

 

“ ชาวบ้านบางระจันจะภูมิใจแค่ไหน ถ้ารู้ว่าควายที่ออกรบเพื่อชาติบ้านเมืองในตอนนั้น ได้เกิดมาเป็นมึงในตอนนี้ 😌

 

“ เอ้า! ไรวะ55555555555 “

 

“ เปิดสดไม่ได้ ก็เปิดเพลงที่มิกส์ไว้แล้วที่ครับเพื่อน! แค่นี้ต้องให้สอนนนน! “ ไอ้ชยินขยายความให้อีกฝ่ายเข้าใจ แต่ก็ไม่วายนั่งส่ายหัวไปมาอย่างสุดจะเวทนากับความเด๋อของไอ้เขตมัน

 

“ ไงงง วันนี้ขาดเหลืออะไรรึเปล่า? “ ธิดาเดินมาทิ้งตัวลงนั่งข้างๆไอ้เขตแดนก่อนจะเอ่ยถามพวกผมยิ้มๆตามประสาเจ้าภาพ..ซึ่งอันที่จริงพวกผมกับธิดาเราสนิทกันอยู่แล้วครับ รู้จักกันมาสี่ห้าปีได้แล้วล่ะ

 

“ โอเคเลยครับเจ๊ “ ไอ้กวินตอบ

 

“ สาวๆเพื่อนเจ๊นี่อย่างเยอะ “ ไอ้ชยินว่าต่อ

 

“ น่ารักๆทั้งนั้น 😍 “ ภาคภูมิพูเพลางทำสายตาระยิบระยับน่าตบให้หัวทิ่ม

 

“ จีบเลยดิภาค รออะไรล่ะ “ ธิดานี่ก็เชียร์เก่งเหลือเกินครับ ชมใครเป็นไม่ได้เลยพามาให้รู้จักหมดอะ..แต่ถ้าให้พูดกันจริงๆธิดาเธออายุเยอะกว่าพวกผมนะ ปีนี้น่าจะยี่สิบแปดแล้วห่างจากพวกผมไปสองปี..ซึ่งยอมรับเลยว่าต่อให้ใกล้เลขสามแค่ไหนเธอก็ยังดูเด็กกว่าทุกๆคนที่นั่งอยู่ในโต๊ะนี้อยู่ดี

 

“ ไอ้ภาคมันขี้ป๊อด.. “ ผมตอบ

 

“ ป๊อดเหมือนมึงไง 😏 “ ไอ้พีชแทรกขึ้นอย่างนั้นก่อนจะเหลือบสายตามามองที่ผมราวกับจะสื่อถึงความในใจอะไรบางอย่าง

 

“ หื้มม? ยังไงๆ คนแบบเพลย์เนี่ยนะป๊อด? “ ธิดาถามแกมแซว

 

“ กูทำไมอีกไอ้สัส.. “ ผมหันไปมองขวางใส่ไอ้แฝดน้องหนึ่งทีแล้วคว้าแก้วเครื่องดื่มบนโต๊ะขึ้นมากระดกจนหมด

 

“ ก็น้องคนนั้นไงงงงงง~ “ ยัง ยังไม่หยุดนะมึง

 

“ ....... “

 

“ เห็นตึงใส่กันเป็นเดือนๆแล้วนาาาา~ “

 

“ มึงเอาไรมาพูด “ ผมเถียง

 

“ ไม่ต้องมาทำเอ๋อแถวนี้ไอ้เพลย์ กูเห็นหลายรอบละเวลาไปตี้กันที่ดับเบิ้ลยูแล้วพูดถึงน้องแสนหวานทีไร มึงก็หงุดหงิดลุกหนีตลอดอะ “ ไอ้ภาคภูมิขยายความเอาซะกระจ่างจนผมไม่รู้จะไปต่อยังไงดี

 

“ น้องดีเจคนใหม่ที่คลับอะเหรอ? “ ธิดาถาม

 

“ ใช่..เพื่อนแก๊งเดียวกับธิวาเลย “

 

“ จัดไป! “ พอไอ้เขตแดนหันไปตอบแฟนตัวเองแบบนั้น..ธิดาพยักหน้ารับงึกงักแล้วยันตัวลุกออกจากโต๊ะตรงไปที่น้องสาวของตัวเองทันที ซึ่งนั่นทำเอาผมแทบอยากจะลุกหนีไปให้พ้นจากตรงนี้ เพราะดูก็รู้ครับว่าธิดาเธอจะทำอะไร..

 

หมับ!!

 

ไอ้เพื่อนเวรพวกนี้ก็ไม่ธรรมดา เรารู้จักกันดีถึงขนาดที่ว่าสามารถเดาการกระทำพื้นฐานของกันและกันออกตั้งแต่วินาทีแรกเลยก็ว่าได้..ไอ้เวหาที่เห็นผมกำลังจะลุกออกไปจากโต๊ะอย่างนั้นก็รีบคว้าแขนผมเอาไว้แล้วดึงให้กลับมานั่งประจำที่ทันที พวกเพื่อนๆทุกคนพร้อมใจกันจับผิดผมไม่พอยังจะมาใช้สายตากักขังผมไว้อีก..เฮ้อ อยากจะบ้า!

 

“ เดี๋ยวค้าบบบบ จะไปไหนนนน!?? “ ไอ้เวหาถามพลางลากตัวผมกลับมานั่ง

 

“ หนีงี้ไม่เรียกป๊อดให้เรียกไร? “ ไอ้ภาคภูมิขมวดคิ้วใส่ผมเป็นปมยุ่งเหยิงไปหมด

 

“ กูไม่ได้หนี.. “ ผมโกหก

 

“ ไม่ได้หนีแต่รีบลุกเลยนะมึง “ ไอ้พีชแฝดนรกกล่าวอย่างรู้ทัน

 

“ ..ห้ามบอกเรื่องเราเกี่ยวข้องกับดับเบิ้ลยูให้เด็กนั่นรู้เด็ดขาด โดยเฉพาะเรื่องที่กูเป็นหุ้นส่วนใหญ่ “ ผมกำชับกับพวกเพื่อนๆไปแบบนั้น เพราะผมมีเหตุผลอยู่ครับ..ขอแค่ให้แน่ใจอะไรอีกสักนิด และจนกว่าถึงวันนั้นแสนหวานก็คงรู้ความจริงแล้วว่าผมคือศิวัช

 

“ กูไม่พูดก็ได้ แต่วันนี้มึงกับน้องต้องคุยกัน “ ไอ้กวินยื่นข้อเสนอ

 

“ ..มีเหี้ยไรต้องคุย? “

 

“ มึงไม่ยุ่งกับน้องตามที่น้องตัดพ้อก็จริง แต่ไอ้การเป็นห่วงอยู่ห่างๆ ไอ้สายตาละห้อยเหมียนหมาของมึงเวลามองน้องเนี่ย..มันไม่ใช่เพราะอยากกลับไปอยู่ใกล้ๆน้องเหรอวะ? “ ไอ้พีชลุกขึ้นมาทิ้งตัวลงนั่งข้างๆผมพร้อมกับตบที่บ่าเบาๆแกมจะให้กำลังใจ แต่ก็ไม่วายมีแวะด่าผมด้วย

 

“ ....... “

 

“ มึงจะไม่ยอมรับใจตัวเองตอนนี้ก็ได้นะเพลย์..แต่ถ้าน้องมันเป็นเหตุผลที่ทำให้มึงชอบกินขนมปังชุบไข่จริงๆ มึงควรทำอะไรสักอย่างได้แล้ว..ก่อนจะโง่ไปกว่านี้ “ แฝดน้องกวาดแขนมาโอบตัวผมแล้วเขย่าไปมา ก่อนที่บางถ้อยคำของมันจะจี้โดนปมเข้าอย่างจัง

 

“ ที่มึงยังชอบกินเลย..แปลกตรงไหนไอ้สัส “ ผมเถียงแบบข้างๆคูๆ ทั้งๆที่ตัวเองนั้นกลืนไม่ได้คายไม่ออกเลยกับเรื่องนี้..ผมไม่ค่อยมีเวลามานั่งสังเกตตัวเองเท่าไหร่หรอกครับ เพราะมัวแต่ทำงาน คงมีแค่ไอ้พีชเนี่ยแหละมั้งที่รู้ทันไปซะทุกเรื่อง..รู้ก่อนที่ตัวผมจะรู้อีกมั้ง

 

“ กูชอบเพราะกูชอบ ไม่ได้ชอบเพราะมีคนคนนึงเคยทำให้แดก.. “ เพื่อนทั้งวงนั่งเงียบมองตากันเลิ่กลั่กไปหมดเมื่อไอ้พีชเริ่มที่จะจริงจังมากขึ้นเกี่ยวกับเรื่องของผม

 

“ มึงรู้เรื่องนั้น? “

 

“ ก็กูเอะใจ ว่าคนไม่กินขนมปังอย่างมึงจู่ๆมันเป็นห่าไรถึงชอบกินขึ้นมา..มึงสั่งพี่หอมให้ทำทุกครั้งที่มึงกลับบ้าน กูก็ไปเค้นถามพี่หอมจนรู้อะว่ามึงเริ่มกินตั้งแต่ตอนที่แสนหวานทำให้กิน “

 

“ ..ไม่เห็นจะเกี่ยวกัน “ ผมแถจนถลอกหมดแล้วครับ

 

“ งั้นกูจีบนะ “ ได้ยินไอ้กวินเอ่ยขึ้นแบบนั้นผมก็เหมือนระบบตอบกลับอัตโนมัติอะครับ

 

“ กูตามกระทืบนะ.. “ ผมสวนกลับทันควัน

 

“ ล้อเล่งงงงง ค้าบบบบ..เพื่อนแค่อยากลองเชิงคนปากแข็งดู555555555 “ กวินฉีกยิ้มและหัวเราะออกมาทำผมโล่งใจไปเปราะหนึ่ง เพราะเมื่อกี้สีหน้าแม่งจริงจังมากจนผมแยกไม่ได้เลยว่าอันไหนจริงอันไหนเล่น

 

“ เล่นงี้อันตรายนะครับ😂 “ ไอ้เวหาทักท้วง

 

“ ได้ยินคำว่ากระทืบกูใจหายแว๊บบบ! ไอ้สัสเกือบได้ใส่ซองงานศพแล้ว555555555555 “ เขตแดนเอามือทาบที่อกเบาๆก่อนจะเหลือบสายตาไปมองธิดาที่กำลังเดินตรงมาที่โต๊ะเราพร้อมกับสาวๆอีกสี่คน..และใช่ครับ หนึ่งในนั้นมีแสนหวานอยู่ด้วย

 

“ พอดีโต๊ะที่มีให้แขกมันไม่พออะ ขอเอาลูกสาวโต๊ะนู้นมานั่งเบียดด้วยนะ 😏 “ ธิดาพอมาถึงก็เปิดเกมเลยครับ เธอร้ายมากนะเรื่องแบบนี้น่ะ..แต่จะว่าไปก็คงต้องขอบคุณ ที่อย่างน้อยๆก็ทำให้ผมได้ใกล้เด็กคนนี้เข้ามาอีกหน่อย

 

“ นั่งตักพี่..เอ้ย! นั่งข้างๆพี่ก็ได้นะครับ “ ไอ้ชยินนี่เห็นผู้หญิงเป็นไม่ได้เลยจริงๆ เต๊าะไปทั่ว!อ่อยเรี่ยราด!

 

“ เรียกพี่ไม่ดูอายุอีกแล้วนะเพื่อน ได้ข่าวจะยี่สิบเจ็ดแล้ว? “ ไอ้ภาคภูมิดึงแขนไอ้ชยินให้มันลุกมานั่งที่โซฟาอีกตัวใกล้ๆกันแล้วยกโซฟาตัวนั้นให้สาวๆทั้งสี่คนแทน และความบังเอิญมันก็คือแสนหวานน่ะได้นั่งใกล้ผม..

 

“ อย่าพูดเรื่องอายุ กูเจ็บ😂55555555 “ ไอ้ชยินแสร้งทำสีหน้าราวกับเจ็บปวดมาก

 

“ พอ มึงหุบปากก่อน..ตอนนี้กูอยากรู้จักเด็กๆแล้ว😍 “ ภาคภูมิตัดบททิ้งอย่างไม่ใยดีก่อนจะหันกลับมามองหน้าสาวๆสี่คนด้วยแววตาระยิ้บระยับน่าถีบ

 

“ แสนหวานแนะนำเพื่อนหน่อยค้าบบบบ~ “ ไอ้แฝดน้องที่นั่งเงียบอยู่นานเริ่มที่จะออกลายอีกครั้ง

 

“ ค..คนนี้ชื่อน้ำหนึ่งค่ะห้ามจีบเราหวง คนนี้ไอน้ำ..มีแฟนแล้ว ส่วนคนนี้ธิวาเป็นน้องแท้ๆของพี่ธิดาค่ะ ☺️ “ แสนหวานดูท่าจะดื่มไปเยอะครับ สายตาเยิ้มๆคู่นั้นมันฟ้องผมอยู่น่ะ..

 

“ ให้กูวิเคราะห์ตอนนี้ก็คือพวกมึงไม่มีสิทธิ์หยอดสาวๆสี่คนนี้เลย..แสนหวานก็หวงน้ำหนึ่ง ไอน้ำมีแฟนแล้ว ส่วนธิวามึงข้ามศพเจ๊ธิดาไปก่อน5555555555 “ ไอ้กวินพูดอย่างมีเหตุมีผล แต่สุดท้ายก็ไม่วายถูกไอ้แฝดนรกลากมาเกี่ยวกับผมจนได้

 

“ เดี๋ยวๆแสนหวาน ถ้าเราหวงน้ำหนึ่ง..แล้วใครหวงเราอะครับ? “

 

“ คนแถวนี้แหละม้างงงงงงงงงงงงงงงง! “ ไอ้ชยินเอ่ยแซวอย่างจงใจ

 

“ ลากเสียงยาวแปดเมตร..รอบแรกไม่เป็นไร “ กวินเกริ่นขึ้นยิ้มๆให้ผมสวนกลับ

 

“ ..รอบต่อไปโดนส้นตีนกู 😒

 

“ มีคนร้อนตัวววววววววววว! “ ไอ้แฝดนรกนี่ก็ยังไม่ยอมหยุดนะ

 

“ หุบปากก่อนกูจะหักแขนมึงอีกข้าง.. “ ผมกระซิบลอดไรฟันออกไปพอให้ไอ้พีชมันได้ยินและหยุดชงสักที แขนใส่เฝือกไปข้างนึงยังไม่รู้จักเข็ดหลาบนะมึง..

 

“ เนี่ยยย แสนหวานดูดิ..มันจะทำร้ายพี่อะครับ >< “ ไอ้พีชแสร้งทำเสียงเล็กเสียงน้อย

 

“ เอ่อ..ร เราขอตัวไปคุยโทรศัพท์แปบนะคะ “ แสนหวานไม่ได้ตอบอะไรไอ้พีช เธอเหลือบสายตามามองที่ผมเล็กน้อยก่อนจะรีบลุกออกไปจากโต๊ะทันที

 

“ ให้กูไปด้วยไหมมึง? “ เด็กที่ชื่อน้ำหนึ่งถาม

 

“ ไม่ต้องๆ กูไปเอง.. “ ร่างบางในชุดเดรสสั้นสีดำเปิดไหล่หันมาบอกกับเพื่อนของตัวเองแล้วเดินต่อ..ผมเห็นอย่างนั้นก็สบโอกาสลุกตามเธอไปอย่างไม่คิดจะบอกกล่าวเพื่อนฝูงเช่นกัน ปล่อยให้พวกมันอดทนกับความอยากรู้อยากเห็นจนขาดใจตายไปเลย

 

...ลานดาดฟ้า

[แสนหวาน]

เมื่อกี้ตอนที่พี่ธิดามาหาที่โต๊ะแล้วบอกให้ย้ายไปนั่งกับพวกพี่พีชตรงนั้นฉันเกร็งแทบแย่แหนะ เพราะรู้อยู่แล้วว่าถ้าไปยังไงก็ต้องเจอพี่เพลย์แน่ๆ..ซึ่งอันที่จริงเราก็เจอกันค่อนข้างจะหลายครั้งนะคะ คงเพราะเขาไปเที่ยวที่คลับนั้นบ่อยด้วยล่ะมั้ง

 

แต่เราก็ไม่ได้คุยอะไรกันอีกเลยนับตั้งแต่วันนั้นที่ทะเลาะกันที่โรงพยาบาล..ต่างคนต่างตึงใส่กันอย่างไม่ทราบสาเหตุ และมันก็แย่หน่อยตรงที่เราไม่ได้เป็นอะไรกัน ไม่ได้มีสถานะมากพอที่จะพูดคุยปรับความเข้าใจกันได้

 

ส่วนตัวฉันไม่ได้อยากมีปัญหากับเขาเลย ฉันไม่ชอบการที่เราต้องมองหน้ากันแล้วเฝ้าถามตัวเองเงียบๆในใจว่าตกลงนี่มันเรื่องบ้าอะไร..ฉันขอแค่เราไม่ต้องกลับมายุ่งกันอีก ต่างคนต่างอยู่เหมือนเมื่อสี่ปีที่ผ่านมา..แต่ยิ่งหนีเขาไปไกลมากเท่าไหร่ ฉันก็ยิ่งจดจำเขาได้มากขึ้นเท่านั้น

 

ถ้าถามว่าตอนนี้ฉันรู้สึกยังไง ก็คงต้องตอบว่าฉันกำลังกลัว..กลัวอนาคต กลัวสิ่งที่กำลังจะเกิด และกลัวที่สุดนั่นคือหัวใจที่แสนจะเปราะบางกวงนี้..ฉันไม่อยากให้มันกลับมารู้สึกอะไรกับคนที่ไม่มีวันเป็นไปไม่ได้ อย่างเช่นผู้ชายคนนี้ที่กำลังเดินตรงมาหาฉันด้วยแววตาที่นิ่งลึกและเยือกเย็นดุจดั่งยกธารน้ำแข็งจากขั้วโลกมายัดเอาไว้ข้างในนั้น

 

“ ........ “ ฉันควรจะเดินหนีเขาเหมือนอย่างที่ทำทุกครั้งแต่วันนี้กลับไม่..มันแปลกมาก ที่จู่ๆฉันก็เหนื่อยที่จะเป็นฝ่ายวิ่งหนี..ฉันอยากอยู่เฉยๆมองดูเขาเดินจากไปบ้าง แต่เขาคงไม่มีทางไปง่ายๆ..เพราะเราต่างก็รู้ดีว่าลึกๆแล้วมันยังมีบางเรื่องราวที่ค้างคาเป็นปมรอวันแก้อยู่

 

“ คุยโทรศัพท์เสร็จแล้ว? “ ร่างสูงเอ่ยถาม

 

“ ..ยังไม่ได้โทร “

 

“ ........ “

 

“ ........ “ ความเงียบเริ่มคืบคลานเข้าเกาะกุมบรรยากาศอันสุดตึงเครียดนี้อีกครั้งเมื่อเราทั้งคู่จู่ๆก็เอาแต่ยืนเงียบไม่ยอมพูดจาอะไร จนฉันต้องเป็นฝ่ายถือค้อนออกมาทุบกำแพงบ้าๆนี่ทิ้งก่อน

 

“ ........ “

 

“ ค..คุณมีอะไร? “ ฉันก้มหน้าหลบสายตาเย็นชาคู่นั้นแล้วเริ่มเป็นฝ่ายเอ่ยถามบ้าง

 

“ ..ไม่มี แต่อยากมาหา “

 

“ จำได้ว่าวันนั้นฉันพูดชัดเจนแล้วนะ “

 

“ พูดว่าอย่ามายุ่งน่ะเหรอ.. “ เขาย้ำถ้อยคำนั้นอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง ราวกับกำลังฝืนใจยอมรับ

 

“ ....... “

 

“ เกลียดอะไรฉันนักหนา.. “

 

“ ....... “

 

“ ฉันดูเลวร้ายมากขนาดนั้นเลยรึไง “

 

“ ใช่ คุณมันเลวร้าย.. “ ฉันเงยหน้าขึ้นมองร่างสูง ก่อนจะตอบกลับไปแบบนั้น..หลายประโยคที่เขาพูดมามันฟังดูตัดพ้อฟังดูเหนื่อยล้า แต่ถ้าเขาถามว่าตัวเองเรวร้ายแค่ไหน..ฉันก็กล้าที่จะตอบออกไปเหมือนกัน ว่าเขาน่ะเลวร้ายยิ่งกว่าใครๆที่ฉันเคยเจอ

 

“ ....... “

 

“ ฉันกับคุณ มันไม่มีอะไรเหมือนเดิม..คุณกับพ่อฉันเกลียดกัน แถมจ้องจะฆ่ากันตลอดเวลาแบบนี้มันก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่ฉันจะต้องมาญาติดีกับคนที่พร้อมจะฆ่าพ่อของตัวเองทุกนาทีหรอก.. “

 

“ ทั้งๆที่ฉันไม่เคยเริ่มก่อนน่ะเหรอ? “ เขาถาม

 

“ แล้วยังไง? ฉันเลือกได้ซะที่ไหน..ต่อให้คุณจะเริ่มหรือไม่เริ่ม ฉันก็ต้องอยู่ข้างพ่ออยู่ข้างครอบครัวตัวเองรึเปล่า? “

 

“ สมมุติว่าเรารักกัน..แล้ววันนึงทุกอย่างที่พ่อเธอทำ บีบบังคับให้ฉันต้องฆ่าเขา..มันก็ไม่มีทางเลยที่เธอจะรักฉันได้อีก..จริงไหม? “ คนตัวโตเอ่ยออกมาน้ำเสียงเหนื่อยๆ แต่ฉันไม่เข้าใจว่าเขาจะเปรียบเปรยว่าเรารักกันเพื่ออะไร? ทั้งๆที่เราไม่มีวันรักกันได้

 

..นอกเสียจากเขากำลังคิด ว่ามันจะเป็นไปได้ในสักวัน

 

“ ..แล้วทำไมวันหนึ่งเราต้องรักกัน? “

 

“ เพราะสี่ปีก่อน ฉันเคยคิด..ว่าเรารู้สึกเหมือนกัน “

 

“ ....... “

 

“ ..แต่เรื่องยังไม่ทันชัดเจน เธอก็เกลียดฉันไปแล้ว “ ร่างสูงวางสองแขนเท้ากับขอบระเบียงแล้วทอดสายตามองไปข้างหน้าอย่างเลื่อนลอย วิวตัวเมืองในยามคำคืน ลมเย็นๆ พร้อมบรรยากาศที่มีเพลงคลอเบาๆ และเราสองคนที่ไร้ความสัมพันธ์

 

“ ตราบใดที่คุณกับพ่อยังคิดจะฆ่ากัน..เรื่องของเราก็ไม่มีทางเป็นไปได้ “

 

“ ..ลืมเรื่องฉันกับพ่อเธอก่อน สนใจแค่เราก็พอ “

 

“ เพิ่งจะพูดว่ามันเป็นไปไม่ได้.. “ ฉันย้ำอีกครั้ง

 

“ เดี๋ยวก็รู้ “

 

“ คุณกลับเข้าไปหาเพื่อนเถอะ..ฉันจะคุยโทรศัพท์ “

 

“ ตกลงว่าไม่ทะเลาะกันแล้วนะ? “ คนตัวโตละสายตาจากภาพวิวตรงหน้าหันกลับมาหาฉัน ก่อนจะเอียงคอเอ่ยถามถึงเรื่องที่เราต่างก็รู้กันดีอยู่แก่ใจ..แต่พูดออกมาอย่างเต็มปากเต็มคำไม่ได้ว่าเรากำลังโกรธกัน

 

เพราะสถานะระหว่างเรามันแทบจะไม่มีสิทธิ์มางี่เง่า หรือทะเลาะกันเรื่องไร้สาระได้เลยด้วยซ้ำ..แต่เราก็เผลอทำมันไปแล้ว น่าตลกดีไหมล่ะ ทั้งๆที่ปากบอกว่าเกลียดเขาแท้ๆก็ยังมีหน้าไปทะเลาะกับเขาเรื่องงี่เง่าอีก

 

“ ..ใครทะเลาะกับคุณ? “ แกล้งโง่ไปก่อนแล้วกัน

 

“ ก็เธอไง “

 

“ วันนั้นคุณเดินออกไปจากห้องเองฉันไม่ได้ทะเลาะด้วยสักหน่อย “

 

“ นี่เธอยอมรับเองแล้วนะ เพราะฉันยังไม่ได้พูดเลยว่าทะเลาะเรื่องอะไร ตอนไหน.. “ ร่างสูงกอดอกมองมาที่ฉันนิ่งๆแล้วเอี่ยวตัวไปพิงกับระเบียงข้างๆ

 

“ หยุดพูดเลย! “

 

“ ..ทีหลังก็ใส่ชุดที่มันยาวกว่านี้หน่อย เป็นเด็กเป็นเล็ก “ เด็กเหรอ?? พูดมาได้!!

 

“ ฉันจะยี่สิบสองแล้วนะคุณ “

 

“ จะกี่ขวบก็เด็กสำหรับฉันอยู่ดี.. “ เขาเอายขึ้นด้วยท่าทีราบเรียบ แขนทั้งสองข้างคลายออกจากกันก่อนร่างกายสูงโปรงตรงหน้าจะหันหลังเตรียมเดินกลับเข้าไปในงาน แต่ฉันก็ดันพลาดพลั้งปากหมาหาเรื่องใส่ตัวจนได้..

 

“ อ๋อ ลืมไป..คุณจะสามสิบแล้วนี่ 😏

 

ฟื้บ!

 

เมื่อถ้อยคำสิ้นคิดจากฉันดันไปสะกิดใจนายตัวร้ายเข้า จู่ๆเขาก็หันกลับมาแล้วใช้แขนทั้งสองข้างยันกับราวเหล็กที่ระเบียงกักขังร่างเล็กของฉันให้อยู่ในรัศมีสุดอันตราย..หัวใจเต้นรัวตุบๆด้วยความหวาดหวั่น ราวกับจะพุ่งทะลุออกมาจากอกยังไงอย่างนั้น

 

“ น..นี่คุณ! อย่ามาทำบ้าๆแถวนี้นะ! “ สองมือเล็กพยายามออกแรงดันตัวที่แข็งเป็นหินของพี่เพลย์ เพราะหวังว่าเขาจะถอยห่างไปบ้าง..แค่สักนิดก็ยังดี

 

“ ว่าจะไม่ถาม..แต่เธอหาเรื่องแบบนี้ก็ขอถามเลยแล้วกัน “

 

“ ถอย! “

 

“ ชอบคนเด็กกว่า หรือแก่กว่า? “ ร่างสูงโถมกายเข้ามาใกล้พลางก้มหน้าลงมาเอ่ยถาม..ดวงตานิ่งลึกคู่นั่นจ้องมองฉันราวกับเสือที่จ้องจะตะครุบเหยื่อ

 

“ คุณก็ถอยห่างไปหน่อยได้ไหมเล่า! “

 

“ ตอบก่อน..ตอบดีๆเดี๋ยวถอยให้ “ น้ำเสียงทุ้มกล่าวอย่างมีชั้นเชิง

 

“ ..ฉันไม่ชอบเด็ก โอเครึยัง?! “

 

“ แปลว่าชอบคนแก่กว่า? “

 

“ ห่างสามสี่ปีไม่เกินนี้ “ ฉันพยายามพูดดักทางให้เขาไปต่อไม่ได้ แต่ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ได้ใช้เส้นทางที่ฉันดักอยู่น่ะสิ..

 

“ ห่างห้าปีได้ไหม..เกินมาหน่อยแต่อร่อยนะ 😏

 

“ คุณเลิกขายของแล้วถอยไปก่อนได้ไหม? เดี๋ยวคนอื่นจะเข้าใจผิดโว๊ยย! >< “

 

“ อ่าๆ ถอยก็ถอย.. “

 

“ ........ “ ทันทีที่ร่างกายสูงโปร่งยอมล่าถอยออกไป ฉันก็สูดอากาศเข้าเต็มปอดอย่างรู้สึกโล่งอกโล่งใจ

 

“ สรุปไม่ทะเลาะแล้วนะ? “ เขาถาม

 

“ ไม่ได้ทะเลาะตั้งแต่แรกแล้ว! คุณคิดเองเออเองทั้งนั้นอะ “

 

“ ..ใบโพล่านะเธอเนี่ย “

 

“ คุณจะไปดีๆหรือให้ฉันเดินหนี? “

 

“ เออๆไปแล้วๆ.. “ คนตัวโตพยักหน้ารับอย่างจำยอม และค่อยๆหมุนตัวเดินกลับเข้าไปข้างในงานทันที..ทุกครั้งฉันเหนื่อยมากเลยนะที่ต้องมาเล่นสงครามประสาทกับเขา แต่คราวนี้มันปกติมากจนฉันคิดว่าบางทีถ้าเรายอมคุยกันดีๆบ้างมันก็คงไม่ใช่เรื่องแย่อะไร

 

——————————————

#ง้อ ที่ไม่มีคำว่า ง้อ

#แต่พี่เพลย์นี่ชวนให้ใจบางได้ตลอดเลยนะคะ แก่กว่าน้อง5ปี เกินมาหน่อยแต่อร่อยอยู่ //กรี๊ดอัดหมอนนนนนน!!😍

ความคิดเห็น