facebook-icon

เตือนเนื้อหารุ่นเรง!! ไม่เหมาะสมกับผู้พิทักษ์จริยธรรม,ผู้ที่มีจิตวิญญาณแห่งทุ่งลาเวนเดอร์ และผู้ที่จิตใจอ่อนไหวง่าย ปล.นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องราวรุ่นลูกของ พีและเพลิน จากเรื่อง Prince Of Engineer เมียวิศวะ

OVERDOSE 12 : คุณศิวัช [New Update01]

ชื่อตอน : OVERDOSE 12 : คุณศิวัช [New Update01]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 8.6k

ความคิดเห็น : 31

ปรับปรุงล่าสุด : 29 ต.ค. 2562 23:47 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
OVERDOSE 12 : คุณศิวัช [New Update01]
แบบอักษร

OVERDOSE 12

 

“ ไม่ค่อยมีใครกล้าปากดีใส่..ก็เลยไม่รู้ “

 

“ นี่คุณด่าฉันเหรอ?! “

 

“ ทีเธอยังด่าฉันเรื่องมากได้เลย.. “ เขาย้อนคำพูดฉัน ทำเอาเถียงแทบไม่ออกเลยล่ะค่ะ..เรื่องสกิลปากยังคงท็อปฟอร์มอยู่เหมือนเดิม ไม่เป็นสองรองใครเลยจริงๆ

 

“ คุณควรภูมิใจนะ เพราะฉันไม่ได้ด่าใครง่ายๆ “

 

“ ยัยเด็กบ้า..😒

 

ถ้อยคำคุ้นหูนั่น มันไม่เคยเปลี่ยนไป..เขาเคยเรียกฉันแบบไหน ทำกับฉันแบบไหน..ผ่านมาแล้วถึงสี่ปีก็ยังคงทำเหมือนเดิมทุกอย่าง ฉันไม่กล้าพูดอะไรต่อ เพราะกลัวว่าถ้าต่อกันติดเมื่อไหร่..เรื่องวุ่นวายจะต้องเกิดขึ้นกับคนรอบตัวเราแน่ๆ

 

ในสายตาฉันตอนนี้ พี่เพลย์ยังเป็นเหมือนเดิม..แต่ลึกๆข้างในนั้นล่ะ เปลี่ยนไปมากแค่ไหนแล้วใครจะรู้ หลายปีมานี้ไม่มีข่าวคราวร้ายดีของเขาในสื่อเลย..เราเหมือนจะรู้จักกันดี แต่กลับกันก็เหมือนไม่ได้รู้จักอะไรเลยแม้แต่น้อย

 

เขาเป็นเหมือนเงามืดที่ไม่มีทางพบเจอได้ในที่ที่แสงสว่างส่าดส่อง..และไม่ว่าใครก็ตามที่พยายามลากเขาออกมาจากเงา พื้นที่ที่เคยสว่างก็จะมืดหม่น..คุณไม่มีทางทำลายเขาได้ ไม่มีทางเลย

 

..บ่ายวันต่อมา

ณ PMJ Hospital

เมื่อตอนเที่ยงพี่เพลย์เขาก็มารอรับฉันที่ล็อบบี้คอนโดตามที่เราตกลงกันไว้ค่ะ แต่มาถึงนานรึยังฉันไม่รู้หรอกนะ เพราะลงลิฟต์ก็เห็นว่าพ่อหน้านิ่งใส่เชิ้ตสีดำคนนี้มานั่งไขว่ห้างรอแล้ว

 

..และระหว่างทางเราก็ไม่ได้คุยอะไรกันเลยแม้แต่คำ เดียว ไม่ใช่เขาถามนะคะ เขาถามเขาพยายามชวนคุยตลอด..แต่ฉันเลือกที่จะไม่ตอบเองแหละค่ะ

 

ก๊อก! ก๊อก! กึก!

 

พี่เพลย์เดินนำมาจนกระทั่งหยุดอยู่หน้าห้องพักฟื้นพิเศษของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาเคาะประตูห้องสองครั้งตามมารยาทก่อนจะค่อยๆเปิดประตูให้ฉันเดินเข้าไปข้างในนั้น..ซึ่งพอเห็นว่ามีใครอยู่บ้าง บอกตามตรงว่ายกสองมือน้อยๆนี้ขึ้นมาพนมแทบไม่ทันแหนะ

 

“ เอ่อ..ส..สวัสดีค่ะ “ ฉันรีบกล่าวทักพี่ๆทุกคนที่อยู่ข้างใน ซึ่งก็แน่นอนว่าพวกเราเคยเจอกันมาแล้วเมื่อสี่ปีก่อน พวกเขาเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกับพี่เพลย์นั่นแหละค่ะ..เพียงแต่การที่ไม่ได้เจอกันนาน มันก็อาจจะเกร็งๆไปบ้าง แต่เดี๋ยวคงดีขึ้น..มั้ง

 

“ หวัดดีค้าบบบบบ~ “ พี่ชยินขานรับเสียงอ่อนเสียงหวาน ตามด้วยพี่ๆคนอื่นๆ..ทุกคนดูไม่แปลกใจเลยที่เจอฉันกะทันหันแบบนี้ ถ้าเป็นเมื่อก่อนคงพากันแซวรอบวงแล้ว..เฮ้อ แต่ก็ช่างเถอะฉันไม่ได้สนใจอะไรมากมาย

 

“ ไม่เจอตั้งนาน..พวกมึงตกใจหน่อยก็ได้ 😒 “ พี่เพลย์เดินตามเข้ามาแล้วทิ้งตัวลงนั่งที่โซฟาทันที

 

“ อ..เอ้อ! เออ..ใช่! น้องแสนหวานโตขึ้นเยอะเลยนะเนี่ย! “ พี่ภาคภูมิเลิกคิ้วทำตาโตเหมือนรับรู้โค้ดลับบางอย่างจากคำพูดของพี่เพลย์

 

“ หายหน้าหายตาไปนานเลย “ พี่กวินทัก

 

“ ..ก็ปกตินะคะ อาจจะเพราะเราเรียนหนักด้วย ☺️

 

“ เห็นไอ้เขตเล่าว่าน้องเรียนปีสุดท้ายแล้วเหรอ? “ พี่ชยินถาม

 

“ ค่ะ ปีสี่แล้ว “

 

“ แต่จะว่าไป เรานี่ก็เปิดเพลงเก่งเหมือนกันนะเนี่ย5555555 “ พี่พีชคนป่วยของเราแซวขึ้นน้ำเสียงอึนๆ เพราะกำลังนอนพักอยู่บนเตียง ฉันเดินเข้าไปยืนใกล้ๆแล้วกวาดสายตามองดูรอยบาดแผลทั่วตัวของเขาอย่างรู้สึกใจหาย..ฉันไม่อยากจะเชื่อเลยพี่เพลย์พูดมาได้ยังไงว่าแค่แขนหัก?

 

สภาพนี้ไม่มีทางเจ็บที่เดียวแน่ๆ เพราะเท่าที่เห็นคือพี่พีชคิ้วแตกหัวแตก แขนหัก แถมยังมีรอยถลอกเยอะแยะไปหมด นี่ไม่รู้ตับไตไส้พุงเป็นยังไงบ้าง

 

“ พี่พีชรู้ด้วยเหรอคะ? ร..เรื่องดีเจ “

 

“ รู้สิ พี่กับพวกเวรนี่ไปที่นั่นบ่อย..คือจริงๆก็จำเราไม่ได้หรอกเพราะดูโตขึ้นเยอะมาก แต่ดีที่ไอ้เขตมันเจอเราที่มอก่อน แล้วจำได้เลยชี้ให้พวกพี่หันไปดูหน้าดีเจคนใหม่ซะหน่อย5555555 “

 

“ ถึงว่าล่ะ ตอนเราเข้ามาถึงไม่มีใครแปลกใจเลย..มีแต่เราที่ตกใจพวกพี่ 😂

 

“ พี่หล่อขึ้นใช่ปะล้าาาาา! “ พี่ชยินแทรกขึ้น

“ ก็..ก็ประมาณนั้นมั้งคะ555 “ ฉันตอบยิ้มๆแล้วหัวเราะแห้งๆอย่างรู้สึกประหม่า

 

“ เอาจริงๆน้องจะบอกว่าเราแก่55555555555 “ พี่เวหาพูดพลางหัวเราะชอบใจ

 

“ ยี่สิบหกนี่แก่เหรอวะ? วัยรุ่นยังไหวนะเว้ย! “ พี่ภาคภูมิแก้ต่าง

 

“ หนังหน้าเข้ารับปริญญาตั้งแต่มอสี่มึงยังกล้าพูดว่าวัยรุ่น?5555555555555 “ พี่เขตแดนรีบขัด

 

“ เออน่า..รับกูเป็นวัยรุ่นสักคนเถอะ 😂 “ พี่ภาคภูมิตัดพ้อ

 

“ ล..แล้วพี่พีชเป็นยังไงบ้างคะ? เจ็บเยอะรึเปล่า? “ ฉันรีบถามก่อนที่จะออกทะเลไปมากกว่านี้

 

“ ก็มีแขนหัก หัวแตกคิ้วแตก แล้วก็พวกแผลเศษกระจกบาดแผลถลอกอะไรพวกนี้แหละ..เย็บๆกันไปตามระเบียบ “ พี่พีชตอบพร้อมกับกวาดสายตาสำรวจตรวจสอบร่องรอยบาดแผลของตัวเองไปด้วย

 

“ สภาพแม่งเหมือนผ่านรอบตัดเชือกเวทีมวยอะ..แผลอย่างเยอะ555555555555 “ พี่เวหาแซวอย่างนั้นเล่นเอาทุกคนหัวเราะลั่นเลยค่ะ..จะมีก็แต่พี่เพลย์นี่แหละที่เงียบได้โล่อยู่คนเดียว เหอะ!

 

“ ..ไหนคุณบอกว่าแค่แขนหัก? “ ฉันหันไปถามพี่เพลย์อย่างนั้นเพราะจำได้แม่นเรื่องที่เขาบอกว่าพี่พีชแค่แขนหัก แต่ไม่ได้บอกว่าเป็นเยอะขนาดนี้น่ะสิ

 

“ เอาแล้ววว..เกมแล้ววว “ พี่ชยินแซวเบาๆแล้วเบือนหน้าหนีไปทางอื่นทันทีรวมถึงทุกๆคนด้วย

 

“ จะแค่ไหนเธอก็เห็นกับตาแล้วนี่..ถามให้ได้อะไร “ พี่เพลย์ตอบ

 

“ ..นั่นปากเหรอ? “

 

พรึบ!!

 

ทันทีที่ฉันเสียงแข็งและใช้ถ้อยคำห่ามๆ พี่เพลย์ก็ลุกพรวดแล้วทำทีจะเดินเข้ามาหาด้วยสีหน้าที่บ่งบอกได้อย่างชัดเจนว่าเขาไม่พอใจเป็นอย่างมาก..แต่โชคยังดีที่พี่ภาคภูมิดึงเขากลับไปได้ก่อน

 

“ เฮ้ยๆ! ใจเย็นดิพ่อ! “

 

😒

 

“ เหอะ! “ ฉันกรอกตาและเบือนหน้าหนี

 

“ แหม..มึงนี่ก็ร้อนเหลือเกิน ขอยืมมาต้มน้ำหน่อยดิ้ไอ้เหี้ย “ พี่ขยินพูดพลางลุกขึ้นมาดันตัวพี่เพลย์ให้ถอยกลับไปนั่งที่เดิม

 

“ ใจเย็นนนน นี่น้องไง..น้องอะน้อง! “ พี่พีชว่าเตือนสติพี่เพลย์แล้วพยายามที่จะยันตัวเองลุกขึ้นนั่งด้วยแขนเพียงข้างเดียว

 

“ ไม่ต้องลุกก็ได้ค่ะๆ “ ฉันเห็นความทุลักทุเลนั้นก็อดไม่ได้ที่จะช่วยกดปุ่มปรับเตียงให้ชันขึ้นเพื่อพีชได้นั่งอิงสบายๆ

 

“ ขอบคุณครับ “ คนตัวโตกล่าวยิ้มๆ

 

“ เอ้อ! ลืมถามไปเลย..แสนหวานทำไมอยู่ๆมากับไอ้เพลย์ได้ล่ะ? “ พี่กวินจุดประเด็น

 

“ ..เขาบังคับค่ะ จริงๆเราจะมาเอง “

 

“ ไปเจอกันยังไงเนี่ย?55555555 “ พี่เขตแดนเอ่ยถามแล้วหัวเราะ

 

“ เมื่อคืนเพื่อนพี่แจ้งตำรวจมาล็อกล้อรถเราค่ะ เราเลยกลับไม่ได้ “ ฉันตอบตามความจริง

 

“ พี่ไม่แซวละกัน แต่ขอถาม..สองคนนี่ทะเลาะกันรึเปล่า? ทำไมคุยกันแปลกๆ “ พี่ชยินที่ดูเหมือนจะจับพิรุธได้เริ่มขมวดคิ้วถามอย่างจริงจัง

 

“ นั่นดิ ไอ้เพลย์มันทำอะไรให้เราไม่สบายใจเหรอ? บอกพี่ได้เลยนะไม่ต้องกลัวมัน “ พี่พีชหันมาพูดต่อ

 

“ ..ถ้าพี่พีชช่วยทำให้เขาเลิกยุ่งกับหนูได้ จะขอบคุณมากๆเลย “

 

“ ยังโกรธเรื่องตอนนั้นอยู่สินะ.. “

 

“ ..ไม่แล้วล่ะค่ะ แค่อย่ามายุ่งกันอีกก็พอ “ ฉันตอบ

 

“ เป็นกูกูร้องไห้แล้วนะ 😂 “ พี่ชยินหันไปหาพี่เพลย์ที่ยังคงนั่งทำหน้านิ่งอยู่ราวกับเป็นรูปปั้น

 

“ ชยินมึงอ่อนแอหวะ ออกจากแก๊งเราไป! “ พี่เขตแดนแซว

 

“ เฮ้ยจริงดิ? กูรอวันนี้มานาน..ไปก่อนนะพวกเวรรรรร! “ พอพี่ชยินทำท่าจะลุกขึ้นก็ถูกพี่เวหาลากตัวกลับมานั่งเหมือนเดิม

 

“ แหมมม! อยู่ก่อนก็ได้เพื่อน ไล่นิดไล่หน่อยนี่รีบไปเลยนะ5555555 “

 

พรึบ! กึก!

 

ทันทีที่พวกเพื่อนๆเขาเริ่มเล่นเริ่มหยอกล้อแซวกัน จู่ๆพี่เพลย์ก็ลุกพรวดขึ้นแล้วเดินสาวเท้าออกจากห้องไปเงียบๆ ไม่พูดไม่จาอะไรเลยแม้แต่คำเดียวเล่นเอาทุกๆคนในห้องถึงกับต้องหยุดชะงักแล้วหันมามองหน้ากันเลิ่กลั่ก

 

“ ควรตามไหมนะ? “ พี่เวหาถามทุกคน

 

“ ..ช่างเขาเถอะค่ะ “ ฉันตอบ

 

“ ช่างแล้วเราจะกลับยังไงล่ะแสนหวาน..มาด้วยกันนะอย่าลืมๆ “ พี่พีชทักท้วงอย่างนั้นด้วยสีหน้าเหนื่อยหน่ากับพฤติกรรมของฝาแฝดตัวเอง

 

“ หนูต้องไปทำงานที่คลับตอนหนึ่งทุ่ม..หนูอยู่กับพี่พีชที่นี่ก่อนก็ได้ค่ะ เดี๋ยวใกล้ๆแล้วค่อยเรียกแท็กซี่ไป.. “

 

“ แสนหวานไปกับพี่ก็ได้นะ พี่ไปส่ง “ พี่ชยินพูดยิ้มๆอย่างนั้นก่อนจะโดนฝ่ามืออรหันต์ของพี่ภาคภูมิฟาดเข้าที่ต้นแขนจังๆ

 

เพี๊ยะ!

 

“ อยากตายเหรอสัส? มึงก็รู้อยู่พ่อเราเป็นไง “

 

“ เอ้า! ก็พ่อมันออกไปแล้วจะปล่อยน้องขึ้นแท็กซี่ไปเองเหรอ? “ พี่ชยินถามกลับ

 

“ ถ้าต้องมีใครสักคนไปส่ง กูขอเป็นไอ้กวิน..มันดูเป็นคนดีที่สุดละ5555555555 “ พี่พีชเสนอแกมจะบังคับ

 

“ แล้วผพวกผมที่เหลือนี่ทรงโจรกันเหรอครับ ถึงไม่ผ่านเกณฑ์??? “ พี่เขตแดนถาม

 

“ บาปที่พวกมึงมีตอนนี้อะ น่าจะเยอะพอให้มึงได้ขุมนรกprivateเป็นของตัวเองแล้ว555555555 “ พี่พีชว่าแล้วหัวเราะอย่างชอบอกชอบใจ

 

“ ข้อหากระทืบเพื่อนรักจำคุกกี่ปี?555555555555 “

 

พี่ภาคภูมิออกปากแซว ซึ่งหลังจากนั้นพวกเราก็เริ่มคุยกันมากขึ้นค่ะ ถามไถ่ถึงเรื่องเก่าๆบ้างเรื่องปัจจุบันบ้าง..พวกพี่ๆเขาแม้จะอายุยี่สิบหกกันแล้ว แต่ก็ยังดูขี้เล่นยังดูวัยรุ่นกันอยู่เหมือนเมื่อก่อนไม่มีผิด..แค่เพียงรสนิยมการแต่งตัว ทรงผม อาจจะดูภูมิฐานขึ้นตามภาระหน้าที่การงานของแต่ละคน

 

..กลางดึกวันนั้น

ณ W Club

ช่วงหัวค่ำพี่กวินเป็นคนมาส่งฉันค่ะ ซึ่งระหว่างทางเราก็มีโอกาสได้คุยกันนิดหน่อยเรื่องพี่เพลย์..พี่กวินบอกว่าอย่าไปโกรธอะไรเขาเลย เขาก็เป็นซะแบบนี้ทุกที..แถมยังบอกฉันอีกนะว่าพี่เพลย์น่ะเปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนค่อนข้างเยอะ เขานิ่งขึ้น พูดน้อยลงนิดหน่อย

 

แต่สิ่งที่เพื่อนๆทุกคนเป็นห่วงคือเขาไม่มีรอยยิ้มให้ใครหน้าไหนเลย..เสียงหัวเราะครั้งสุดท้ายมันตั้งแต่เมื่อไหร่แล้วก็ไม่มีใครจำได้ ขนาดคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเพื่อนสนิทยังแทบจะไม่มีภาพจำอะไรที่เป็นความสดใจของพี่เพลย์เลย..

 

‘ มันเหมือนคนเข้มแข็งนะ ‘

‘ ..แต่ก็เป็นคนที่อ่อนแอที่สุดในโลก ‘

‘ ชีวิตมีแค่งานกับเพ้นท์เฮ้าส์หรูๆรถแพงๆ ‘

‘ แต่ไม่มีใครเป็นความสุขให้มันได้..แม้แต่ครอบครัว หรือพวกพี่ ก็เป็นไม่ได้ ‘

 

ก๊อก! ก๊อก!

 

เสียงเคาะประตูนั้น ทำให้ฉันหลุดออกจากภวังค์ห้วงแห่งความคิด..ฉันรีบลุกไปเปิดประตูเพื่อดูว่าใครกันที่มาหาถึงห้องพัก คือตอนนี้มันเกือบจะเที่ยงคืนแล้วค่ะ และฉันก็เปิดเพลงเสร็จตั้งแต่ตอนสี่ทุ่มแล้วด้วยเลยถือโอกาสขึ้นมานั่งคิดนอนคิดอะไรนิดหน่อยก่อนจะกลับ

 

“ อ่าว..พี่คิวเองเหรอ “ ฉันเอ่ยทัก

 

“ คือพี่เห็นว่าตำรวจมาเอาที่ล็อคล้อออกให้แล้วน่ะ พี่เลยมาบอก “

 

“ อ๋อ..ขอบคุณมากๆเลยค่ะ “

 

“ อะนี่บัตรจอดรถVIP คุณศิวัชฝากมาให้..น้องจะได้ไม่ต้องเอารถไปจอดข้างนอกถนนอีก “ พี่คิวบอกพลางยื่นบัตรสีดำใบนั้นกับสติกเกอร์สัญลักษณ์Wที่เป็นโลโก้ของคลับมาให้ คงใช้สำหรับติดหน้ารถล่ะมั้งคะ..แต่เดี๋ยวก่อนนะ เมื่อกี้พี่คิวพูดว่าคุณศิวัชอย่างนั้นเหรอ?

 

“ คุณศิวัช..เขารู้เรื่องนี้ด้วยเหรอคะ? “

 

“ ที่นี่เป็นของเขา ไม่มีอะไรที่เขาไม่รู้หรอก “

 

“ แต่ที่จอดรถนั้นมันของลูกค้าVIPกับหุ้นส่วนไม่ใช่เหรอพี่คิว.. “ ฉันถามเพราะความเกรงอกเกรงใจ

 

“ น้องรับไว้เถอะ อย่าตั้งคำถามอะไรเลยเพราะพี่ก็ไม่รู้จะตอบยังไงนอกจากคุณศิวัชเขาไม่ได้ใจดีแบบนี้บ่อยๆ “

 

“ ค่ะ เราฝากขอบคุณคุณศิวัชด้วยนะพี่คิว..แต่ว่าถ้าเขาเป็นเจ้าของ ทำไมเราถึงไม่เคยเจอเขาเลยล่ะคะ ทั้งๆที่ห้องทำงานก็อยู่ชั้นเดียวกันแท้ๆ “

 

“ เอ่อ..คงงานยุ่งน่ะ ปกติก็ไม่มีใครได้เจอคุณศิวัชบ่อยนักหรอกนอกจากหุ้นส่วน หรือพิเศษกว่านั้นคือคุณศิวัชเรียกตัวไปคุย “ ฉันยังจำได้ดีค่ะที่พี่ไซเรนเคยบอกเอาไว้ว่าไม่ควรไปยุ่งกับคุณศิวัชเด็ดขาด แม้แต่คนรอบตัวของเขาก็ไม่ควรเข้าไปยุ่ง..แต่ฉันว่าเขาคงไม่ใช่คนเลวหรือแย่อะไรขนาดนั้นหรอกมั้ง เฮ้อ..ช่างเถอะแสนหวาน เราไม่ได้ไปยุ่งก่อนมันก็คงไม่มีอะไรหรอกน่า

 

หึ!

 

ซะที่ไหนล่ะ! เราไม่ยุ่งแต่ถ้าเขายุ่งจะหนียังไงเอางี้ก่อน? คือหลังจากวันนั้นราวๆสองสัปดาห์นับตั้งแต่ที่คุณศิวัชฝากบัตรจอดรถมาให้ ฉันยังคงมาทำงานเหมือนเดิมในทุกๆวัน..แต่ทว่าวันนี้มันกลับเหนื่อยมากเป็นพิเศษ เพราะฉันไม่ค่อยสบายค่ะ เมื่อยเนื้อเมื่อยตัวมาได้สองสามวันแล้วล่ะ

 

ยิ่งวันก่อนนะฉันตกใจแทบแย่ที่ตื่นมาแล้วมีผ้าห่มมาคลุมตัวทั้งๆที่ตอนก่อนจะนอนมันไม่มี..คือหลังจากทำงานเสร็จฉันมักจะขึ้นมางีบหลับประมาณหนึ่งถึงสองชั่วโมงที่ห้องพักของตัวเองตลอด เพราะเปิดเพลงนานๆมันเหมือนเมาแสงสีอะค่ะ เสียงอื้ออึนมันยังก้องอยู่ในหูจนต้องหาที่เงียบๆมาสงบสติอารมณ์ก่อนแล้วค่อยขับรถกลับคอนโด

 

แต่เมื่อวานตอนฉันตื่นมาแล้วมีผ่าห่ม ฉันก็นึกสงสัยมาตลอดเลยนะคะว่าใครกันที่เป็นคนเอามันมาห่มให้..วันนี้ฉันก็กะจะถามพี่คิวซะหน่อย เพราะถ้าเกิดเป็นเขาจริงๆจะได้ไปขอบคุณ

 

“ เอ่อ..พี่คิวคะๆ “ ฉันรีบทักตอนเดินสวนกับเขาที่บันได

 

“ อ้าว แสนหวานเสร็จงานวันนี้แล้วเหรอ? “

 

“ ค่ะ แต่เรามีเรื่องอยากถาม..พี่พอจะว่างสักห้านาทีไหมคะ? “

 

“ ได้ๆถามมาเลย นานๆก็ได้5555555 “ คนตัวโตพยักหน้าแล้วพับแฟ้มเอกสารแนบลำตัวทันทีเพื่อรอฟัง

 

“ คือเมื่อคืนพี่เอาผ้าห่มมาห่มให้เราใช่ไหมคะ? “

 

“ หื้ม? ผ้าห่มอะไร? “ พี่คิวเลิ่กคิ้วขึ้นอย่างสงสัยก่อนสีหน้าของเขาจะฟ้องฉันว่าผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าคนนี้ไม่ได้รู้เรื่องอะไรด้วยเลย

 

“ เราขึ้นมางีบหลับตามปกติ แต่พอตื่นมาก็มีผ้าห่มมาคลุมตัว..เรานึกว่าเป็นพี่ซะอีก “

 

“ แสนหวาน ไม่มีคีย์การ์ดใบไหนเข้าไปในห้องพักน้องได้แม่แต่อันสำรองก็ยังไม่มี.. “

 

“ พ..พี่กำลังจะบอกอะไร? “ ฉันถึงกับอ้ำอึ้งไปเลยค่ะที่ได้ยินแบบนั้น แต่ก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี..ในเมื่อไม่มีการ์ดใบไหนสามารถเข้าไปได้ แล้วผ้าห่มผืนนั้นมายังไง? ฝันเอาเหรอ? บ้าแล้ว..หลักฐานก็อยู่ในห้องอะ

 

“ ไซเรนเคยทำคีย์การ์ดหายไปครั้งหนึ่ง คุณศิวัชให้คนมาเปลี่ยนชิปประตูแล้วออกการ์ดใหม่เลยนะ..มันไม่มีทางที่คนอื่นจะเข้าไปได้ “

 

“ แต่เราพูดจริงๆนะพี่คิว ผ้าห่มผืนนั้นยังอยู่ในห้องอยู่เลย..พี่ไปดูกับเราก็ได้ “ ฉันพูดจบก็รีบเดินตรงมายังห้องพักตัวเองทันที และไม่ลืมที่จะหันไปกวักมือเรียกพี่คิวให้รีบเดิมตามมาด้วย

 

“ โอเคๆ ไปแล้วๆ “

 

กึก!

 

“ เนี่ยพี่คิว..ผืนสีดำนี้เลย “ ฉันรีบหยิบผ้าห่มผืนนั้นยื่นให้พี่คิว

 

“ ...อื่ม “

 

“ อื่มคืออะไรคะ? “

 

“ ......... “ คนตัวโตได้แต่ยืนเงียบแล้วถือชายผ้าห่มผืนนั่นเอาไว้ เขาไม่ปริปากพูดแต่ฉันก็ดูออกว่าตอนนี้พี่คิวกำลังมีบางอย่างที่ตัวเขาเองรู้อยู่แก่ใจ แค่ยังไม่ได้บอกกับฉันตรงๆ

 

“ พี่คิว..มันคืออะไร บอกเราเถอะนะคะ “ ฉันพยายามเซ้าซี้ แต่ไม่คิด..ว่าคำตอบที่ได้มันจะพาให้เราทั้งคู่ยืนเงียบเป็นป่าช้าแบบนี้

 

“ มันเป็นของคุณศิวัช.. “

 

“ ค..คะ? “

 

“ ..ผ้าฝืนนี้ ของคุณศิวัช “

 

“ พี่คิวอย่าอำเล่น..เราซีเรียสนะคะ “ สีหน้าเขามันจริงจังเรื่องนี้ฉันรู้ เพียงแต่ฉันกำลังพยายามหลอกตัวเองอยู่ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันเป็นแค่เรื่องจ้อจี้ขำๆ

 

“ ตราสัญลักษณ์ดับเบิ้ลยู..นอกจากการ์ด นามบัตร เอกสาร แล้วก็สติ๊กเกอร์ติดรถ..ไม่มีสิ่งของชิ้นไหนได้รับอนุญาตให้มีตรานี้ “

 

“ ........ “

 

“ คนคนเดียวที่จะมีผ้าห่มปักตราดับเบิ้ลยูได้ คือคุณศิวัช..ห้องนอนเขาฝั่งนั้น ห้องทำงานเขา สิ่งของทุกอย่างจะมีตราสัญลักษณ์ดับเบิ้ลยู “

 

“ พี่คิว..เคยเห็นเหรอคะ? “ ฉันถาม

 

“ เคยสิ พี่เป็นผู้จัดการนะอย่าลืม “

 

“ ล..แล้วแบบนี้เราควรทำยังไงดีคะ? เอาไปคืนเขาเหรอ? “

 

“ ไม่เป็นไรๆ เดี๋ยวพี่เอาไปให้แม่บ้านจัดการเอง “

 

“ ค่ะ..ขอบคุณนะคะ “

 

“ ครับ งั้นพี่ไปนะ “

 

“ เอ่อ เราฝากขอบคุณคุณศิวัชด้วยนะคะ “

 

ฉันบอกพี่คิวไปแบบนั้นก่อนจะยิ้มเจื่อนๆให้ด้วยความรู้สึกหวั่นๆในใจ ตอนนี้ฉันมีคำถามมากมายเหลือเกิน..แต่สิ่งที่รู้แล้วแน่ๆคือคีย์การ์ดของคุณศิวัชน่ะ สามารถเข้ามาในห้องของฉันได้ ซึ่งก็คงไม่แปลกเพราะในเมื่อเป็นเจ้าของ จะมีคีย์การ์ดที่ครอบคลุมทุกๆห้องภายในคลับแห่งนี้ก็ไม่น่าตกใจหรอก

 

แต่ทำไมต้องเป็นฉันล่ะ? ทำไมต้องเข้ามาหาฉัน? ทำไมเขาไม่มาคุยกันดีๆ ผ้าห่มฝากแม่บ้านมาให้ก็ได้แต่เลือกที่จะเอามาห่มให้เอง..อย่างนั้นน่ะเหรอ? ให้ตายเถอะนี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน

 

ฉันนั่งเถียงนอนเถียงกับตัวเองอยู่บนโซฟาอย่างนั้นพักใหญ่เลยล่ะค่ะ แต่ก็ด้วยความอ่อนเพลียของร่างกายที่กำลังป่วยฉันผล็อยหลับไปอีกครั้งที่โซฟาตัวเดิม..หลับไปพร้อมกับหน้าจอโทรศัพท์ที่ยังเปิดแชทไลน์ของฉันกับพี่วาดค้างเอาไว้

 

ทีแรกก็กะว่าจะทักไปถามสารทุกข์สุขดิบนั่นแหละค่ะ แต่โซฟานี่ก็ดูดวิญญาณเก่งซะเหลือเกิน..ถึงแม้มันไม่ใช่เตียง แต่ก็จัดว่านิ่มและขนาดพอดีกับตัวฉันสุดๆไปเลยล่ะ ฉะนั้นไม่แปลกถ้าจะถูกดูดวิญญาณง่ายขนาดนี้

 

..ห้องทำงาน

[เพลย์]

 

ก๊อก! ก๊อก!

 

“ เข้ามา.. “ ผมว่าอย่างนั้นพลางนั่งเซ็นเอกสารกองโตบนโต๊ะทำงานต่อ กระทั่งเหลือบไปเห็นว่าคนที่ก้าวเดินเข้ามาภายในห้องทำงาน..ถือผ้าห่มสีดำผืนเล็กนั้นเข้ามาด้วย

 

“ ..มีอะไร “ อันที่จริงผมรู้อยู่แล้วนี่แหละ แค่ไม่อยากไปขัดความตั้งใจของไอ้คิวมันเท่าไหร่

 

“ คุณศิวัช..เข้าไปหาดีเจหวานเหรอครับ? “

 

“ อื่ม “

 

“ ........ “

 

“ ..มึงมีปัญหาเหรอ? “

 

“ ป..เปล่าครับ คือผมแค่แปลกใจที่คุณศิวัชไปหาด้วยตัวเอง..แทนที่จะเชิญมาพบที่ห้องนี้ “ ไอ้คิวมันถามแบบติดๆขัดๆไม่รู้จะกลัวอะไรนักหนา ผมไม่ใช่ยมบาลจะลากคอมันลงนรกสักหน่อย ให้ตายเถอะ

 

“ หน้าที่มึงคือทำตามคำสั่งกู ไม่ใช่มาสงสัยสิ่งที่กูทำ “

 

“ ครับ ผมขอโทษครับคุณศิวัช “

 

“ แล้วก็..อย่าให้เด็กนั่นรู้ว่าใครคือศิวัช “

 

“ เรื่องนี้ผมกลัวว่าจะปิดได้ไม่นานนะครับ เพราะน้องเองก็ดูจะสงสัยอยู่ไม่น้อยเลย “

 

“ ให้รู้เอง..จะช้าจะเร็ว ก็ให้รู้เอาเอง “ ผมตอบไอ้คิวมันไปแบบนั้น เพราะตอนนี้ผมยังไม่อยากให้แสนหวานหนีไปไหน..เธอเกลียดผมมาก และไม่อยากอยู่ใกล้ผมเลยแม้แต่นิดเดียว ฉะนั้นจะให้รู้ตอนนี้ไม่ได้เด็ดขาดว่าผมคือศิวัช

 

..ต่อให้สักวันหนึ่งความจริงจะถูกเปิดเผย อย่างน้อยๆก็ไม่ใช่ตอนนี้..ตอนที่ผมกำลังสบสนว่าควรจะทำยังไงต่อไป เด็กนั่นกลับมาวนเวียนอยู่ในพื้นที่ของผมไม่พอเธอยังดูเปลี่ยนไปมากซะจนไม่รู้จะรับมือยังไง

 

จากเด็กอ่อนต่อโลกเมื่อสี่ปีก่อน กลายเป็นเด็กที่ฉายแววดาวร้ายมาแต่ไกล ทั้งคำพูดคำจา สายตาท่าทาง..ทุกอย่างเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด

 

เวลาล่วงเลยผ่านไปนานถึงสี่ปี..ผมเข้าใจมาตลอดว่าความรู้สึกบ้าๆที่กำลังก่อตัว ความรู้สึกที่อธิบายยากกับเด็กคนนี้มันหายไปแล้ว หายไปตั้งแต่วันนั้น..วันที่ผมเอาปืนจ่อเธอแล้วพ่นคำพูดแสนเจ็บปวดสารพัดใส่สองพ่อลูก

 

แต่ทว่า..ผมดันคิดผิดอย่างมหันต์ เพราะแค่ได้เจอเด็กคนนี้อีกครั้ง..แค่ได้เห็นเธอเพียงเสียววิชาทีช่วงเวลาสี่ปีที่ห่างหายจากกันไปก็ถูกย่นเหลือเพียงสี่นาทีเท่านั้น ผมจำเธอได้ แม้ว่าในตอนนี้ทุกจะเปลี่ยนไปแล้ว..และแน่นอนว่าใจของผมมันก็ยังคงจำเธอได้เช่นกัน..เจ้าของความรู้สึกไหวหวั่นแค่เพียงชั่วคราวเมื่อสี่ปีก่อนกำลังจะกลับมาทั้งที..ทำไมหัวใจจะจำไม่ได้ล่ะจริงไหม

 

“ ครับ ผมจะพูดเฉพาะเรื่องที่จำเป็นต้องพูด.. “

 

“ อื่ม.. “

 

“ เรื่องหนอนบ่อนไส้ที่ค็อบบร้า..ไปถึงไหนแล้ว “

 

“ ตอนนี้ยังไม่ได้ข้อมูลเลยครับคุณศิวัช แต่ก็เหมือนว่าจะมีข่าวหลุดไปถึงตำรวจอยู่เป็นระยะๆ..ยังไงผมจะพยายามสืบให้ได้เรื่องเร็วที่สุดครับ “ ไอ้คิวตอบอย่างนั้นพลางเดินเอาผ้าห่มผืนดำมาวางไว้ที่โซฟาถอดจากโต๊ะทำงานผม

 

“ ยังไงกูฝากด้วย “

 

“ ครับ “

 

“ ..ส่วนผ้าห่ม มึงเอาไปไว้ในห้องเด็กนั่นก็ได้..เผื่อเธออยากจะใช้ “

 

“ ครับ งั้นผมขอตัวก่อน “ ไอ้คิวชะงักไปเล็กน้อยทันทีที่ได้ยินผมพูดแบบนั้น ซึ่งผมก็รู้ว่าในหัวของมันเต็มไปด้วยความสงสัย ความไม่เข้าใจ และคำถามมากมาย..แต่ผมเองก็ได้บอกไปแล้วว่าอย่าได้มาสงสัยในกระกระทำ แค่รับฟังคำสั่งก็พอ..เพราะถ้าเกิดจะให้ผมตอบนั่งตอบคำถามของไอ้คิวล่ะก็ ใช้เวลาทั้งเดือนคงยังไม่หมดหรอก

 

ผมพยักหน้ารับแล้วก้มลงจับปากกาตรวจดูเอกสารต่ออีกนิดหน่อย..เอาจริงๆเมื่อคืนที่ผมเข้าไปในห้องของแสนหวานน่ะ ผมไม่ได้ตั้งใจจะเอาผ้าห่มไปให้หรอก แต่พอดีลูกน้องผมมันเอาไวน์มาให้ที่น้องแล้วในถาดรองมันก็มีซองยาพารากับน้ำเปล่าอยู่ ผมเลยถามว่าของใคร

 

มันก็บอกว่าของดีเจหวาน..สองสามวันมานี้เธอไม่ค่อยสบายเท่าไหรเลยมาขอยาอะไรทำนองนี้แหละ ผมเลยหาจังหวะผ่านไปดูที่ห้องพักเพราะประตูมันไม่ได้ทึบทั้งหมด ตรงกลางประตูมันเป็นกระจกสี่เหลี่ยมบานเล็กๆสามารถส่องดูด้านในได้..ซึ่งก็เห็นเธอนอนหลับอยู่นั่นแหละผมถึงได้เอาผ้าห่มไปห่มให้

 

————————————

#ว่าแต่คุณศิวัชนี่ก็ใจดีเหมือนกันนะเนี่ยยยย

-วันนี้อัพ2ตอนจุกๆเลยค้า-

ปล.สองอาทิตย?ไรท์หนีไปทำเลสิคมาค่ะ ใช้สายตาเยอะๆไม่ได้เลยมันเบลอๆไม่ค่อยชัด ออกข้างนอกก็ต้องใส่แว่นกันแดด รู้สึกช่วงนี้ทำตัวเซเลปเบาๆเลยค่ะไปทำงานไปห้างไปเดินเที่ยวคือใส่แว่นดำแทบจะตลอด555555555 ตอนแรกที่อ่านรีวิวทำเลสิคเห็นส่วนใหญ่คือพักฟืนแค่สามสี่วันก็ภาพชัดแล้ว แต่ของไรท์รอเปงอาทิตย์แหนะกว่ามันจะหายเบลอ..ตอนนี้เริ่มดีแล้วงับกลับมาปั่นนิยายรัวๆ 😍

ความคิดเห็น