email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Lovely shot 11

คำค้น : Lovely shot Nanaกะหอยทาก พี่กรน้องกานต์ น่ารัก อบอุ่น ฟิน ละมุน สบาย ฟีลกู้ด พระเอกน่ารัก ฟินๆจิกหมอน

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.2k

ความคิดเห็น : 27

ปรับปรุงล่าสุด : 29 ต.ค. 2562 16:20 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Lovely shot 11
แบบอักษร

Lovely shot 11 

 

 

 

Korn Talk 

“ไปนอนกันไหม” ผมเอ่ยถามคนเมาด้วยความเป็นห่วง ตั้งแต่ลงมาก็ดื่มหนักไม่พูดไม่คุยกับผมเลยสักประโยค เอาแต่ดื่ม

“ไม่เอา”

“ทำไมครับ” ผมถามต่อ มือยังรั้งชายชุดเดรสที่น้องสวมอยู่ให้คลุมเข่า

“ไม่อยากอยู่ใกล้” แต่คำตอบของน้องทำเอาผมใจกระตุก นี่คือสิ่งที่อยู่ในใจน้องตลอดใช่ไหม น้องโกรธอะไรผมกันแน่ถึงได้ตั้งแง่กับผมมานานจนกำแพงในใจน้องมันหนาขนาดนี้

“ทำไมครับ? โกรธพี่ใช่ไหม”

“อื้อ! โกรธ”

“ถ้าโกรธเราขึ้นไปคุยกันบนห้องนะครับ ไปคุยกันนะจะได้หายโกรธกัน” ผมปะเหลาะน้องอยู่นานกว่าคนตัวเล็กจะยอมพยักหน้า ผมส่งสัญญาณให้เลขาทั้งสองก่อนจะพาน้องกลับขึ้นห้อง คนเมาแก้มแดงจนผมอยากจะฟัดให้น้องจมอก แต่ก็ทำได้แค่คิดเพราะถ้าทำแบบนั้นจริงๆ คงโดนน้องโกรธจนไม่มองหน้ากันแน่ๆ แค่นี้น้องก็แทบจะไม่มองหน้าผมแล้วด้วยซ้ำ

“ไม่ต้องจับ ไม่ต้อง เก่ง เดินเองได้” น้องปัดมือที่ผมโอบประคองอยู่ออก ก่อนจะเดินเซๆ นำไปข้างหน้า ผมจะทำอะไรได้ล่ะนอกจากเดินตามด้วยความเป็นห่วง กว่าจะถึงห้องก็ทำเอาปวดหัวอยู่เหมือนกัน

“ทำไมเปิดไม่ได้อ่า” คนเมาที่กำลังพยายามเปิดประตูหันมามองผมด้วยความสงสัย

“กุญแจห้องอยู่กับพี่ครับ” ผมชูกุญแจให้น้องเห็นแล้วรีบเดินไปเปิดประตู เมื่อเข้าห้องนอนมาได้น้องก็เดินไปทิ้งตัวนอนบนเตียงนอนทันที นอนคว่ำหน้าไปทั้งอย่างนั้น เมาหนักจริงสินะ เพราะกว่าจะชวนออกมาได้น้องก็เริ่มนั่งไม่ค่อยตรงแล้ว ไหนจะเริ่มพูดกับผมเยอะขึ้น

“กานต์ ลุกไปอาบน้ำไหวไหม” ผมเดินไปทรุดนั่งลงข้างๆ

“กานต์”

“ไม่เอา อย่ามายุ่ง”

“ไหนบอกจะคุยกันไงครับ ห้ามหลับก่อนนะ” ผมดุไป แต่คนเมาก็นิ่งมากจนผมกลัวว่าน้องจะหลับไปซะก่อน ผมเดินไปหยิบผ้าชุบน้ำมาเช็ดตัวให้น้อง เปลี่ยนชุดให้ แต่คนที่หลับก็ยังไม่รู้สึกตัว ให้ตายสิเมาแล้วเป็นแบบนี้ทุกครั้งเลยหรือไงกัน แต่จะว่าไปเวลาน้องไปดื่มกับที่ทำงานหรือว่าเพื่อน ผมก็จะแอบตามไปเฝ้าตลอด ยังดีที่น้องไม่ได้สนใจผู้ชายมากแทบจะไม่สนเลยล่ะผมเลยเบาใจไปบ้าง เหมือนคนแก่หวงเด็กเลยนะว่าไหมผมน่ะ

“ให้ตายสิ จะนอนยังไงได้วะ” ผมสบถกับตัวเองอย่างงุ่นง่าน ร่างคนที่รักหลับอยู่บนเตียงในห้องเดียวกันแบบนี้ ผมไม่ใช่พระอิฐพระปูนนะที่จะทนได้น่ะ

“อื้อ ร้อนจัง” เสียงหวานบ่นงึมงำลุกขึ้นนั่งบนเตียงทั้งที่ดวงตายังปิดอยู่ มือบางยกปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตตัวที่ผมสวมให้อย่างหงุดหงิด

“ไม่ต้องถอด” ผมพุ่งเข้าไปยึดมือเล็กไว้พร้อมกับเอ่ยปรามดุๆ

“มันร้อน”

“เดี๋ยวลดแอร์ให้ นอนได้แล้ว” ผมหยิบรีโมทแอร์มาลดให้น้องทันที ให้ตายสิ ทำเอาใจหายใจคว่ำไปเลย

“อือ ทำไมหน้าเหมือนคนนั้นจังเลยน้า” จู่ๆ น้องก็เอ่ยขึ้น ทั้งยังมองผมตาแป๋ว นิ้วเรียวสวยยกขึ้นกรีดตามกรอบหน้าผมอย่างยั่วยวน

“อย่าเล่น”

“เหมือนจริงๆ นะ เหมือนเขาเลยคนใจร้ายคนนั้น”

“เขาใจร้ายมากเลยเหรอ?” ผมถามน้อง พอเห็นน้องพยักหน้าให้ผมก็รวบน้องเข้ามากอดไว้ แล้วพาล้มตัวนอนบนเตียง น้องดิ้นขลุกขลักเปลี่ยนมานอนทาบทับร่างผมโดยที่ผมก็ยังคงยกแขนโอบเอวน้องไว้กันตก

“เขาชื่ออะไรบอกได้ไหม คนใจร้ายคนนั้นน่ะ” ผมตะล่อมถามต่อ

“บอกไม่ได้ ถึงนี่จะในฝันก็บอกไม่ได้” อ่า คิดว่าตัวเองฝันอยู่สินะ

“พี่ไม่บอกเขาหรอก นะ บอกพี่ได้ไหมว่าเขาชื่ออะไร”

“ไม่บอกจริงๆนะ”

“ครับ ไม่บอก”

“เขาชื่อกรน่ะ”

“แล้วทำไมเขาใจร้ายล่ะ เล่าให้ฟังได้ไหม” ผมถามต่อ

“ฮึก เขาใจร้าย ใจร้ายมากๆ เขาทำให้รักแล้วก็ทิ้งไป ทิ้งไปในวันที่ไม่เหลือใคร” ผมควรจะตกใจหรือดีใจกันแน่ น้องร้องไห้? น้องบอกว่ารัก? หรือเรื่องที่น้องบอกว่าไม่เหลือใคร?

“เล่าให้ฟังได้ไหมครับ เรื่องที่เขาใจร้ายพี่อยากรู้”

“ไม่ได้หรอก ให้มันหายไปกับเรา เขาไม่ต้องมารับรู้เรื่องนี้” น้องบอกเสียงเบา คงจะไม่ยอมบอกกันจริงๆ สินะ

“แล้วรักเขาทำไมไม่บอกเขาล่ะ”

“เขามีคนต้องแต่งงานด้วยแล้ว แม่เรากับพ่อเขาบอกว่าเราไม่เหมาะกับเขา แม่จะให้ลูกรักของเขาแต่งกับคนใจร้าย ฮึก เราเลือกอะไรไม่ได้สักอย่าง” ความรู้สึกชุ่มตรงแผ่นอกยิ่งทำให้มั่นใจว่าน้องร้องไห้

“ไปเอามาจากไหนว่าเขาจะแต่งงาน” ผมจะแต่งงานกับใครได้ถ้าไม่ใช่คนที่ผมกอดอยู่ตอนนี้ น้องไปเอาเรื่องพวกนี้มาจากไหน หรือที่น้องโกรธจะเป็นเรื่องนี้ แต่ผมสาบานได้เลยนะว่าไม่เคยรู้เรื่องแต่งงานอะไรพวกนี้เลย ผมเองก็บอกที่บ้านชัดเจนไปแล้วว่าไม่แต่งกับใครน้องจากกานต์ ทุกคนเข้าใจยกเว้นเสียแต่...พ่อ พ่ออย่างนั้นเหรอ

“ผู้ใหญ่เขาคุยกัน คุยวันที่คนใจร้ายทิ้งเราไปเรียน เขาทิ้งเราไม่ถามว่าเป็นอะไร เขาไม่สนใจเราด้วยซ้ำ” เสียงน้องเริ่มแผ่วลงเรื่อยๆ

“เขาทิ้งไป ฮึก นี่รอ รอจนเหนื่อย แต่เราไม่รอเขาแล้วนะ เรามีชีวิตของเรา เขาเองก็กำลังมีความสุขในชีวิตของเขา...” แล้วมารู้ได้ไงว่าพี่มีความสุข ไอ้ตัวดื้อ ตื่นมาคงต้องบังคับให้คุยกันจริงจังแล้วล่ะ ผมรู้สึกว่ามันมีเรื่องราวอะไรมากกว่าที่ผมรู้จากแม่แน่ๆ

“นี่ไม่รอเขาแล้วนะ เก่งไหม” ฮะ! น้องจะไม่รอแล้ว ให้ตายสิ ที่ง้อมาสามสี่ปีนี่น้องไม่ใจอ่อนบ้างเหรอวะ

“ไม่นะ อย่าเพิ่งไปจากพี่เลยนะ รอพี่ก่อนพี่เองก็กำลังวิ่งไปหาเรานะกานต์ อย่าเพิ่งทิ้งพี่ไปไหนนะ”

 

เจ็ดโมงเช้า คนที่หลับไปงัวเงียตื่น ผมเองที่นอนพิงหัวเตียงก็ได้แต่มองตามการเคลื่อนไหวอันแสนยั่วยวนด้วยใจที่เต้นผิดแปลกไป

“อื้อ!”

“ตื่นแล้วก็ไปล้างหน้า” ผมเอ่ยบอกเป็นปกติ แต่คนที่เพิ่งตื่นกลับสะดุ้งตกใจหันมามองตาโต หึย! แบบนี้มันน่ามันเขี้ยวนักเชียว

“เฮ้ย! มาได้ไง โอ๊ย เจ็บนะ” ท้ายประโยคคนเพิ่งตื่นร้องโอดโอยเพราะผมบีบปากเล็กนั่น

“พูดไม่เพราะ” ผมดุ ก่อนจะยื่นมือไปเกลี่ยผมออกจากกรอบหน้าให้

“ไม่ต้องมาทำหน้างอ ไปอาบน้ำพี่จะพาไปทานข้าว” ผมสั่ง คนทำหน้างอแต่ก็ยอมลงจากเตียงเดินเข้าห้องน้ำไป คงจะมึนๆ งงๆ อยู่บ้าง แต่ผมบอกไว้เลยว่าวันนี้เรื่องของเราต้องเคลีย รอเกือบครึ่งชั่วโมงน้องถึงได้ออกจากห้องน้ำด้วยชุดคลุมสีขาวสะอาด ผมเกิดอาการร้อนวูบวาบที่ใบหน้าลามไปถึงแกนกาย น้องมองอย่างสงสัยแต่ผมไม่มองหน้าน้องเลยสักวิรีบเดินเข้าห้องน้ำไป กลัวใจตัวเองจะทนไม่ไหวต้องรีบถอยห่างออกมาอีกก้าว

“คุณกร!” เสียงน้องตะโกนกลับมา นี่คงเป็นอีกอย่างที่ผมยังไม่พอใจในระดับมากเพราะน้องเรียกผมว่าคุณ ไม่ยอมเรียกว่าพี่ แล้วยังเว้นระยะห่างผมจนชัดเจน

“คุณกร!”

“ครับ! ว่าไง”

“แม่คุณโทรมาค่ะ”

“รับให้พี่หน่อย พี่ขออาบน้ำก่อน” บอกไปก็ต้องยกยิ้ม รู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูกเมื่อคิดว่าน้องกับแม่จะได้คุยกันในรอบหลายปี แม่น่ะถามข่าวเรื่องน้องจากผมตลอดเวลา บางครั้งท่านก็อยากเจอแต่เพราะน้องยังดื้อไม่ยอมรับการติดต่อจากใครผมเลยทำได้แค่ส่งรูปให้ดูเท่านั้น

“ไม่เอา ออกมาคุณค่อยโทรกลับ”

“ไม่ได้ เผื่อแม่มีเรื่องด่วน รีบเลยพี่จะรีบอาบน้ำ” ผมตะโกนกลับไป ก่อนจะเลิกสนใจเสียงบ่นที่ดังจากด้านนอก กว่าจะอาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็ใช้เวลานานพอสมควร ผมออกมาก็เจอน้องนั่งเล่นโทรศัพท์อยู่บนเตียง ม่านเปิดกว้างจนทั้งห้องสว่างไสวจนแสบตา แอร์ในห้องก็เปิดจนเย็นฉ่ำ

“ถ้าหนาวทำไมไม่ปรับแอร์” ผมเริ่มหาเรื่องคุยแต่เหมือนน้องจะไม่อยากคุยกับผมเท่าไหร่ น้องที่นั่งขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มบนเตียง ปรายตามองผมก่อนจะก้มหน้าเล่นโทรศัพท์ต่อ

“แม่ว่าไงบ้าง” ผมเลือกที่จะเปลี่ยนเรื่องคุย

“บอกว่าจะมาหา คงถึงบ่ายๆ”

“แม่จะมาเหรอ?” ผมถามมือก็หยิบครีมขึ้นมาแตะๆ บนหน้า ทั้งยังลอบมองน้องผ่านกระจกอีกด้วย รู้สึกดีจังเลยนะ ได้อยู่กับน้องแบบนี้น่ะ

“ค่ะ”

“ดีแล้ว แม่อยากเจอมากๆ เลยรู้ไหม”

“...” ผมรีบทาครีมบนหน้าก่อนจะเลือกเสื้อผ้ามาสวม แล้วเดินเข้าไปทรุดนั่งบนเตียงข้างๆ ร่างเล็กที่นอนขดอยู่ใต้ผ้าห่ม เหมือนลูกแมวเลยนะ

“กานต์”

“...”

“จะบอกพี่ได้หรือยังว่าวันนั้นเกิดอะไรขึ้น”

“ทำไมหายไป...” จู่ๆ น้องก็เอ่ยถาม ทั้งยังหลบตาผมด้วย ผมหยิบโทรศัพท์ออกจากมือเล็กก่อนจะประคองหน้าน้องให้สบตากัน

“พี่ไปเรียน พอเวลาว่างไม่ตรงกันก็ไม่ค่อยได้ติดต่อ แต่พี่ไม่ได้สนใจหรือมีใครเลยพี่สัญญาแล้วไงว่าจะรอหนูเรียนจบ” ผมบอกไป ไม่ได้โกหกหรือหลอกอะไร แต่ดูเหมือนคนตัวเล็กยังจะไม่เชื่อ แต่ก็เอาเถอะให้เวลาน้องหน่อย แต่เรื่องมันชวนเจ็บปวดที่สุดคือน้องเปลี่ยนไปและหายไปจากผม นั่นแหละที่ผมทนไม่ได้

“อ๊ะ!” ผมร้องออกมาอย่างตกใจเมื่อจู่ๆ น้องก็ยกแขนทั้งสองข้างโอบรอบคอผมแล้วรั้งให้เราทั้งสองแนบชิดกัน แต่เพราะตัวผมใหญ่กว่าน้อง พอกอดแล้วโถมเข้าหากันแบบนี้เกรงว่าน้องจะหนักเลยโอบน้องแล้วพลิกร่างลงไปนอนบนเตียงแทนโดยมีน้องนอนทับร่างผมอยู่ด้านบน

“หนูโดนไล่ออกจากบ้าน...”

“...” ไล่? ทำไมล่ะ

“เพราะหนูไม่อยากดูแลร้านทองของที่บ้าน พวกเขาไม่เข้าใจด่าว่าไม่หยุด ลูกรักของพวกเขาก็ร่วมวงด่าด้วยนะนึกว่าพวกเขาแค่โมโหแต่พอวันนั้นกลับจากโรงเรียนพวกเขาเอาของมาทิ้งไว้หน้าบ้าน เลยออกมา ออกมาอยู่ข้างนอก”

“ทำไมหนูไม่บอกพี่” ผมเค้นเสียงถามน้อง ในใจปวดหนึบไปหมด ผมเคยถามเรื่องนี้กับแม่ แม่เองก็ไม่รู้ส่วนพ่อ เขาเอาแต่ยุให้ผมแต่งงานกับลูกอีกคนของครอบครัวน้อง คนที่ผมรู้ว่าเป็นลูกที่รับมาเลี้ยงเพราะคิดว่าจะไม่มีลูกอีกแต่พอรับผู้หญิงคนนั้นมา น้องก็มาพอดี แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมพวกขถึงไม่เคยใส่ใจน้องเลย

“บอก อยากบอก แต่วันนี้ที่จะบอกคุณบอกว่าจะไปเรียนต่อแล้วก็เดินออกไปเลย ไหนจะเรื่องที่...”

“เรื่องอะไรครับ”

“เรื่องที่พวกเขาจะให้พี่แต่งงานกับผู้หญิงคนนั้น พวกเขาบอกว่าพวกคุณเหมาะสมกันส่วนฉันเป็นแค่ลูกนอกคอก”

“พี่ขอโทษ วันนั้นที่พี่ต้องไปเพราะพี่ไปเอาของขวัญให้หนูแต่ไม่เคยคิดเลยว่าครั้งนั้นจะเป็นครั้งสุดท้ายที่เจอหนู”

“...”

“เรื่องงานแต่งอะไรนั่นพี่ก็บอกพวกเขาไปแล้วว่าไม่แต่งถ้าไม่ใช่หนู พี่เลยทะเลาะกับพี่บ้านนั่นแหละ ติดต่อจริงๆ ก็คงมีแค่แม่ ขอโทษที่พี่ไม่ได้อยู่ข้างๆ หนูนะ”

“ไม่เป็นไรค่ะ หนูยังมีพี่กั้ง”

“แล้วได้ติดต่อกับที่บ้านไหม” ผมถามอย่างสงสัย เพราะบางเรื่องที่น้องพูดมันไม่ตรงกับเรื่องที่รับรู้จักที่บ้านน้องเลย

“ไม่ค่ะ ไม่ได้ติดต่อกับใครเลยนอกจากพี่กั้ง” แต่ทำไมคนที่นั่นบอกว่าน้องติดต่อมาตลอด ไหนจะผู้หญิงคนนั้นที่บอกว่าสนิทกับน้องทั้งยังชวนผมคุยเรื่องน้องตลอดอีก

“ครับ จากนี้ไปมีอะไรบอกพี่ทุกเรื่องเลย พี่จะยืนข้างๆ หนูเอง”

“ไม่ต้องก็ได้ค่ะ”

“ไม่ดื้อแล้วนะ แม่มาถึงพี่เองก็มีเรื่องจะคุยกับหนูเหมือนกัน พี่ว่ามันแปลกๆ นิดหน่อย”

“เรื่องอะไรคะ?”

“เอาไว้รอแม่ก่อนครับ แล้วนี่หิวหรือยังสายมากแล้วนะ”

“ก็หิว”

“งั้นไปทานข้าวกัน ไปทานข้างนอกหรือทานที่โรงแรม”

“ไปข้างนอกก็ได้ค่ะ เดี๋ยวโทรหาพี่ๆ ก่อนไม่รู้ไปเที่ยวถึงไหนกันแล้ว” ผมยื่นมือไปหยิบโทรศัพท์น้องที่วางห่างออกไป พอยื่นให้น้องเสร็จก็ยกนิ้วพันผมน้องเล่นไปมา

“พี่ภัส อยู่ไหนกันคะ”

“ฮื่อ ไม่ชวนหนูอ่ะ”

“ไปนานแล้วเหรอคะ ร้านไหน แปบนะคะ พี่ๆ ไปร้านอาหารข้างนอกเพิ่งถึงเราไปไหม” น้องเงยหน้าถาม แววตาอ้อนๆแบบนั้นผมจะปฏิเสธลงได้ยังไงกันล่ะ

“ครับ”

“พี่ภัสหนูจะตามไปนะคะ สั่งเยอะๆ ใช่ เลี้ยงมีคนเลี้ยง” น้องหันมามองหน้าผมก่อนจะหัวเราะคิกคัก น่าตี น่าตีก้นจริงๆ

“ส่งโลเคชันมาได้เลยค่ะ หนูกำลังจะออกไป เจอกันค่ะ”

“ฮึบ อ่ะ ไปค่ะ ทานข้าวกัน” น้องปีนลงจากร่างผมได้อย่างทุลักทุเลเพราะผมกอดเอวเล็กไว้แน่น น่ามันเขี้ยวเสียจริง น้องเดินไปหยิบกระเป๋าสะพายมาถือไว้ก่อนจะหันมาเรียกผมที่ยังนอนมองน้องอย่างสบายอารมณ์

“ลุกสิคะ”

“หยิบกล้องมาด้วยครับ”

“อันไหนคะ”

“ในตู้เอามาทั้งกระเป๋าเลย” ผมบอกพร้อมกับก้าวลงจากเตียง กระเป๋าสตางค์สีเข้มใบเล็ก โทรศัพท์มือถือ ผมยื่นให้น้องเก็บ ส่วนตัวเองก็รับกระเป๋ากล้องมาสะพายเอง พอหยิบกุญแจรถมาถือไว้เราทั้งสองก็เดินออกจากห้อง น้องเอาแต่ก้มหน้าดูโทรศัพท์พร้อมกับรอยยิ้มน้อยๆ

“ร้าน xxx คุณเคยไปไหมคะ”

“เคย แล้วเมื่อไหร่จะเลิกเรียกว่าคุณสักที”

“ก็ ไม่รู้ค่ะ เรียกแบบนี้ดีแล้ว”

“ไม่เห็นจะดีเลย” ผมบ่นตามหลัง ใช้เวลาไม่นานเราทั้งสองก็มาถึงร้านอาหารที่ตอนนี้เกินครึ่งร้านเป็นทีมพนักงานของบริษัทผม เมื่อผมกับน้องเดินเข้าไป ทุกคนก็โห่แซวน้องทันที คนตัวเล็กเดินก้มหน้าเขินๆ เข้าไปหาพี่ที่สนิทก่อนจะนั่งลงข้างๆ ผมเองก็นั่งลงข้างๆ น้องเหมือนกัน อาหารทะเลหลากหลายเมนูถูกทยอยมาเสิร์ฟที่โต๊ะและแน่นอนว่าย่อมมีเบียร์ แต่ผมคงดื่มตอนนี้ไม่ได้ผมอยากดูแลน้องนี่นา

“เย็นนี้ต่อนะเว้ย” หัวหน้าทีมวิศวกรร้องบอกคนตัวเล็กข้างกายผม เรื่องแบบนี้มีเหรอที่น้องจะปฏิเสธ

“จัดไปเลยจ้า”

“ใครเจ้ามือ?” หัวหน้าแผนกน้องถาม ทุกคนชี้กันมั่วซั่วไปหมด ผลสรุปตกมาอยู่ที่ผมได้ไงกัน?

“คุณกรจะเลี้ยงใช่ไหมคะ?” เสียงหวานๆ ไม่พอ ยิ่งหันมาทำตาหวานใส่แบบนี้ รู้ว่าผมแพ้ทางแต่ก็ยังจะทำนะคนเรา

“ครับ เลี้ยงครับ” ผมยกมือลูบผมน้องเบาๆ ยิ่งน้องร้องเฮดีใจผมก็หลุดยิ้ม เอาเถอะ อย่างน้อยๆ มันก็ดีขึ้นกว่าแต่ก่อน เรื่องราวในใจน้องผมเองก็อยากรู้ให้มากกว่านี้ แต่ตอนนี้ที่เป็นอยู่มันก็ดีมากอยู่แล้วผมว่า ผมควรจะค่อยๆ ถามน้องและเชื่อมช่องว่างของเราให้ติดกัน

ไม่ว่าหนูจะวิ่งไปไหน พี่เองก็จะตามไปนะ แม้จะช้าบ้างแต่พี่สัญญาว่าพี่จะตามหนูไปจนถึงที่สุด

End Talk

 

“เอากุ้งอีกไหม”

“เอาค่ะ” ฉันตอบกลับเสียงเบา ตั้งแต่เมื่อเช้าที่คุยกันบ้าง เรื่องที่อยู่ในใจฉัน พอได้บอกได้เล่าไปบ้างฉันก็รู้สึกดีขึ้นมามากเหมือนกัน แต่ก็ยังไม่วางใจถึงแม้เขาจะชัดเจนมากก็ตาม แต่โดยรวมมันก็ดีกว่าแต่ก่อนนั่นแหละนะ

“ผัดผงกะหรี่ทะเลอร่อย”

“จริง อร่อยทุกอย่างอ่ะ สดมาก”

“สั่งเพิ่มได้เลยนะครับ”

“ขอบคุณค่ะคุณกร” พี่ภัสเอ่ยบอก คุณกรเองก็พยักหน้ารับนั่งแกะกุ้งเผามาใส่จานให้

“ทานบ้างสิคะ”

“พี่อิ่มแล้ว” เขาตอบกลับมาเสียงเบา แต่ฉันไม่ฟังใช้ส้อมจิ้มกุ้งที่เขาเพิ่งวางใส่จานให้ป้อนเขาถึงปาก

“ทานค่ะ” ดุไปนั่นแหละเขาถึงได้ยอมอ้าปากรับกุ้งไป เราใช้เวลาที่ร้านอาหารนานพอสมควรเกือบเที่ยงเราถึงได้แยกย้ายกันไปเที่ยวตามจุดที่อยากไป และนัดเจอกันอีกทีตอนเย็น บางส่วนก็กลับไปนอนและเล่นน้ำที่โรงแรม บางส่วนไปเกาะที่อยู่ไม่ไกล ส่วนฉันขอกลับไปเล่นที่โรงแรมดีกว่า เพาะโรงแรมติดกับชายหาดพอดี เดี๋ยวไปถ่ายรูปเล่นตรงนั้นก็ได้

“พี่สั่งเครื่องดื่มกับของว่างมาใกล้แล้วนะ” เรากลับมาถึงโรงแรมก็ไปยังจุดนอนอาบแดดทันที แต่ที่ฉันเลือกอยู่ใต้ต้นมะพร้าวต้นสูงมีร่มสนามกางกั้นแสงแดดอยู่

“ขอบคุณค่ะ”

“ถ่ายรูปไหม พี่จะถ่ายให้”

“ได้เหรอ?”

“ได้สิ อยากขึ้นไปเปลี่ยนชุดไหม” เขายังถามอย่างใส่ใจ ฉันลังเลใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้าแล้ววิ่งกลับขึ้นห้องเปลี่ยนเป็นชุดเดรสสีขาวคลุมเข่า คนที่นั่งเช็คกล้องรอเงยหน้าขึ้นมามองก่อนจะยิ้มอย่างพอใจ

“อยากใส่ชุดว่ายน้ำด้วย” ฉันบอกเขาเสียงอ่อน แต่อยากใส่จริงๆ นะชุดว่ายน้ำน่ะ

“โป๊ หวง”

“แต่มาทะเลทั้งทีนะคะ”

“เดี๋ยวถ่ายให้ บนเตียง” เขาบอกแค่นั้นก่อนจะพาเดินไปถ่ายรูปที่ชายหาด รูปที่เขาถ่ายให้มันสวยและดีทุกรูปเลยล่ะ ถ่ายรูปกันอยู่ไม่นานก็ต้องกลับเข้าไปนั่งที่ร่ม เขาทาครีมกันแดดให้อีกรอบก่อนจะยื่นกล้องมาให้ดูรูปที่ถ่าย

“จะอัพเลยไหมหรือให้พี่แต่งให้ก่อน”

“อัพเลยก็ได้ค่ะ สวยแล้วไม่ต้องแต่ง”

“งั้นเลือกอัพบางรูปก่อนที่เหลือเดี๋ยวพี่จะแต่งไว้ให้เลือก”

“ขอบคุณค่ะ” รูปแรกถูกอัพลงพร้อมกับคอมเม้นแซวจากพี่ๆ ที่ตอนนี้แยกย้ายกันไปเที่ยว ส่วนฉันก็นอนเล่นทวิตเตอร์จิบน้ำมะพร้าวสลับกับทานขนม คุณกรเองก็โหลดรูปลงไอแพดและแต่งรูปให้ตามที่เขาบอก

“อ้อ หนูขอลางานวันที่สี่ตุลาคมนะคะ เดี๋ยวยื่นใบลาอีกที” ฉันบอกคนข้างกาย เหมือนเขาจะเงยหน้ามองฉันแวบหนึ่งก่อนจะก้มหน้าแต่งรูปต่อ

“ไปไหนครับ”

“ไปหาน้องค่ะ”

“มาบ่อยจัง”

“ก็นะ มาบ่อยๆสิคะดี”

“ครับ ดีก็ดี แล้วปกติถ่ายรูปแล้วใครแต่งรูปให้เวลาไปหาน้อง” เขายังชวนคุยโดยการถามต่อ เข้าใจหาเรื่องคุยจริงๆ นะเนี่ย

“ก็แต่งเองค่ะ บางทีถ่ายมาก็อัพแค่พรีวิวไม่ได้ลงแบบเอชดีเพราะเหนื่อยเกินไป”

“งั้นเหรอ? ถ้ามีรูปอยากลงก็เอามาให้พี่แต่งได้”

“ไม่รบกวนหรอกค่ะ” ฉันบอกเขาเสียงเบา

 

“ไม่เคยบอกว่ารบกวน แต่อยากเป็นความสุขให้หนูก็แค่นั้น”  

ความคิดเห็น