ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 9

คำค้น : เมียผมมันหัวร้อน

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 261

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 29 ต.ค. 2562 03:32 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 9
แบบอักษร

“ไปนานจังอีนิวผัวกู อุ้ย!ไม่ใช่ๆ แกมม่ามารอมึงนานแล้ว” วินนี่ถามขึ้นทันทีที่ผมเดินมาถึงโต๊ะจุดรวมพลของพวกเรา   

“พอดีระหว่างทางเจอหมามันกัดกันขว้างทางเลยเสียเวลานิดหน่อย”  

“หมาที่ไหน” แกมม่าถามขึ้น  

“ชั่งหมามันเถอะ  กินไหม” ว่าแล้วผมก็เดินไปนั่งลงข้างๆแกมม่าแล้วยื่นแก้วชาไข่มุกที่ตอนนี้เหลืออยู่ครึ่งแก้วถึงพึ่งซื้อมาแต่ผมก็ดูดกินมาตลอดทางมันก็เลยเหลือแค่นี้     แต่ถึงจะเหลือแค่นี้ผมก็ให้แกมม่ากินด้วยนะ     แกมม่าก็รับไปดูดคำหนึ่งแล้วส่งคืนให้ผม  

“ไม่อร่อยหรอ”  

“อร่อยแต่กลัวนิวไม่อิ่ม   เดี๋ยวต้องลำบากวิ่งไปซื้อใหม่อีก” ฮ่าๆรู้ใจ     

วันนี้เราไม่รีบกลับบ้านเพราะพรุ่งนี้ก็วันเสาร์แล้วไม่มีเรียนเลยนั่งเล่นกันนานหน่อย    พรุ่งนี้ผมคุยกับแกมม่าว่าจะไปดูหนังกัน    แต่ก็แอบกลัวอยู่นิดหนึ่งเพราะกลัวว่าจะเป็นเหมือนคราวก่อนอีก    

 

สายวันต่อมาผมก็เดินทางไปห้างกับแกมม่าตามที่เราคุยกันไว้ว่าจะไปทานข้าวเที่ยงก่อนค่อยไปดูหนังกันตอนบ่าย  

“วันนี้จะกินอะไรดีล่ะ” ตอนนี้ผมกับแกมม่ากำลังเดินหาร้านอาหารอยู่ครับไม่รู้จะกินอะไรดี   

“วันนี้แกมเลือกเลยนิวคิดไม่ออก”  

“งั้นกินเคเอฟซีไหมกินร้องท้องไปก่อนดูหนังเสร็จค่อยกินอีกรอบ”  

“เอาแบบนี้ก็ได้” ว่าแล้วก็พากันเดินไปที่ร้านเป้าหมายทันที    วันนี้คนเยอะหน่อยครับเป็นธรรมดาของวันหยุด   หลังจากที่ทานเสร็จเราก็เดินเล่นให้อาหารย่อยอยู่สักพักก็เดินต่อไปนั่งรอกันอยู่หน้าโรงหน้า   วันนี้ดูการ์ตูนแอนิเมชั่นเรื่องนี้ผมกับแกมม่าอยากดูกันมานานแล้ว   หวังว่าวันนี้จะได้ดูหนังแบบสบายใจหน่อยนะ      

“แกมวันนี้เรารีบเข้าไปรอในโรงดีกว่านะ” เอาจริงๆผมก็แอบเสียวอยู่บ้างกลัวจะไม่ได้ดูหนัง 

“ทำไมล่ะปกติไม่ชอบไปนั่งดูหนังตัวอย่างไม่ใช่หรอ” ก็จริงอย่างที่แกมว่าผมเป็นคนที่ชอบเข้าไปในโรงหนังแล้วกะเวลาที่หนังจะฉายจริงผมถึงจะเข้าไป  แต่ครั้งนี้คือขอยกเว้นไปนั่งดูหนังตัวอย่างรอยังได้กว่าต้องกลับบ้านแบบไม่ได้ดูอะไรเลยเหมือนวันนั้น  

“ไปเถอะหน่าอย่าถามมากได้ไหม    เดี๋ยวบรรดาสาวๆของแกมมาเจอหรอกเดี๋ยวก็ไม่ได้ดูหนังกันพอดี”   

“นี่กลัวสาวๆของแกมขนาดนั้นเลยหรอ”  

“สาวๆของแกมน่ะนะ  ไม่กลัวหรอกกลัวจะไม่ได้ดูหนังมากกว่า”   

“หึ งั้นก็ไปรอข้างในกัน”  ผมกับแกมม่าเดินเข้าไปรอในโรงหนัง   นั่งดูหนังตัวอย่างกันไปจนหนังเริ่มฉายจนตอนนี้หนังจบแล้ว   ในที่สุดผมก็ได้ดูหนังอย่างปลอดคนรบกวนแค่นี้ก็สบายใจแล้ววันนี้   

 

“เอาไงจะกินอะไรดี” หลังจากที่ดูหนังจบแกมม่าก็ถามขึ้นเพราะเราคุยกันตั้งแต่ก่อนจะดูหนังแล้วว่าหนังจบจะไปหาอะไรกิน  ระหว่างที่ผมนั่งดูหน้าตัวอย่างอยู่นั้นผมก็คิดออกแล้วว่าจะกินอะไร  

“อยากกินส้มตำ หมูทอดกระเทียบ ลาบหมูน้ำตกอะไรแบบนี้อ่ะ” พูดแล้วต้อมน้ำลายทำงานเลย   

“นึกยังไงวันนี้อยากกินอะไรแบบนี้”   

“ก็คนมันอยากกินมีอะไรไหมฮะ!!”  

“ไม่กล้ามีปัญหาด้วยหรอกครับผม  กลัวแล้วครับผมฮาๆๆ” นี่เพื่อนใครว่ะกวนตีนซิบหาย  อยากลืมนะว่าไม่ได้อยู่ต่อหน้าแม่   ผมจะทำอะไรก็ได้เดี๋ยวไอ้นิวเคลียร์คนนี้เตะเห็นฟันล่วงหมดปากเลยกวนดีนัก    

“แล้วจะไปไหมนิวหิวแล้วนะ”  

“ไปครับไปเชิญทางนี้เลยครับคุณชาย” ไปโดนตัวไหนมาอีกละเนี่ยอารมณ์ดีไปอีกแต่ผมก็ชอบนะเพราะยังไงเวลาแกมม่าอารมณ์ดีมันดีกว่าตอนโมโหเยอะเลย    เห็นแกมม่าเป็นคนแบบนี้นะแต่พอเวลาโมโหขึ้นมาจริงๆนี่โคตรน่ากลัวเลย   มีครั้งหนึ่งตอนที่ผมอยู่มอห้าโดนเพื่อนผู้ชายแกล้งจับหนอนโยนใส่ผม   จนผมต้องวิ่งหนีแล้วไปสะดุดล้มหัวเข่าแตก   ครั้งนั้นทำให้แกมม่าโมโหมากไล่ต่อยไอ้พวกนั้นเหมือนคนบ้าเลือดเลย   ซึ่งต่างจากพี่ชายผมมากที่ต้องยืนหัวเราะก่อนที่จะเข้ามาช่วยน้องได้    แต่ก็ชั่งเรื่องนั้นก่อนเถอะตอนนี้หิวมากแล้วต้องไปหาอะไรกินก่อน  

   

ตอนนี้เรามาถึงร้านอาหารอีสานร้านประจำของเราแล้วครับอือหืมเดินเข้ามาในร้านก็ได้กลิ่นปลาร้าที่เจ้แหม่มเจ้าของร้านกำลังตำส้มตำอยู่แล้วน้ำลายสอเลย  

“เจ้ครับผมเอาส้มตำปูปลาร้า  หมูทอดกระเทียม  ลาบหมูน้ำตก  ต้มแซ่บแล้วก็ข้าวเหนียวสองครับเจ้” ไม่รีรออะไรให้มากความเพราะจะเสียเวลาเจ้แหม่มแกทำอาหารผมก็รายยาวเมนูที่คิดมาแล้วให้แกฟังทันที  

“อีกสองคิวรอไม่ได้ก็ไปกินร้านอื่นก่อนได้เลย” นี้แหละครับความเป็นเจ้เหม่มตะโกนบอกลูกค้าเสมอว่าเหลืออีกกี่คิวถ้ารอไม่ได้ก็ไปกินร้านอื่นทั้งๆที่สากตำส้มตำกำอยู่ในมือแน่น  เอาจริงๆนะถ้าอยากจะลุกออกไปกินร้านอื่นจริงๆแล้วใครมันจะกล้าว่ะก็ดูหน้าเจ้แกกับอาวุธในมือแล้วนั่งรอคิวต่อไปครับ    

“รอได้สิครับเจ้” ได้ยินดังนั้นเจ้แหม่มก็รีบไปทำอาหารต่อ  ส่วนแกมม่าตอนนี้ก็ลุกไปเอาน้ำมาให้ร้านนี้เป็นแบบบริการตัวเองครับเรามากันบ่อยแกมม่าเลยรู้หน้าที่   นั่งรอไม่นานอาหารที่สั่งก็มาเสริฟให้ถึงที่   ได้สิ่งที่ต้องการแล้วผมจะรออะไรล่ะครับรีบเอาช้อนตักส้มตำคำโตๆใส่ปากทันที  อือหืม! อร่อยมากแซ่บมาก 

“ใจเย็นๆค่อยๆกินก็ได้ไม่ต้องรีบกินข้าวเข้าไปด้วยเดี๋ยวแสบท้อง” ว่าแล้วแกมม่าก็จกข้าวเหนียวในกระติบส่งมาให้ผม  

“ก็มันอร่อยอ่ะ  ไม่ได้กินนานมันเลยคิดถึง”  

“ไม่ได้กินนานอะไรวันก่อนยังโทรสั่งพี่ฟาโรห์ซื้อให้อยู่เลย”  

“ก็นั้นแหละ  อยากพูดมากสิแกมรีบกิน” ก็คนมันชอบไม่ได้กินวันสองวันก็ถือว่านานแล้วเถอะ     

 

“ไอ้เฟรมมึงนึกยังไงวันนี้อยากมากินร้านนี้ว่ะ” 

“ก็ไม่ไง  กูแค่อยากลองกินอะไรใหม่ๆบ้าง” ผมที่นั่งกินข้าวใกล้จะอิ่มกันแล้วอยู่ๆก็มีกลุ่มผู้ชายสี่คนเดินเข้ามาในร้านแถมยังคุยกันเสียงดังจนไม่เกรงใจคนที่นั่งอยู่ก่อน   เดี๋ยวก็ได้เจอบังตอเจ้แหม่มเข้าให้หรอก     แต่ทันทีที่ผมเงยหน้าขึ้นไปมองก็เจอกับสายตาที่กำลังจ้องมองมาทางผม   ไอ้บ้านั้นที่ทะเลาะกับแฟนแล้วต่อยกำแพงนั้นเอง    แต่ทำไมผมโคตรไม่ชอบสายตาที่เขามองผมเลย 

ปึก!! (เสียงสับหมูทอดกระเทียม) 

“จะกินไหมข้าว   จะกินก็รีบสั่งไม่กินก็ออกไป” นั้นไงผมว่าแล้วความอดทนของเจ้แกยิ่งมีน้อยกว่าชาวบ้านเขาอยู่ด้วย 

“กินครับเจ้  รีบสั่งสิมึง” เพื่อนของไอ้คนต่อยกำแพงพูดขึ้นพร้อมกับรีบเดินไปหาที่นั่ง  

 

      

                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                               

  

       

    

ความคิดเห็น