email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Lovely shot 7

คำค้น : Lovely shot Nanaกะหอยทาก พี่กรน้องกานต์ น่ารัก อบอุ่น ฟิน ละมุน สบาย ฟีลกู้ด พระเอกน่ารัก ฟินๆจิกหมอน

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.1k

ความคิดเห็น : 24

ปรับปรุงล่าสุด : 25 ต.ค. 2562 06:56 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Lovely shot 7
แบบอักษร

Lovely shot 7 

 

 

         “พี่ทำข้าวต้มไว้ให้นะ ทานด้วย” เจ้าของห้องที่ตื่นตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้เดินกลับเข้ามาบอกเมื่อฉันแต่งหน้าเสร็จพอดีโดยที่เขาเป็นฝ่ายเดินไปที่ห้องน้ำแทน ใช้เวลาไม่นานฉันก็ออกจากห้องนอนวางกระเป๋าลงบนโซฟาเดินไปทานข้าวต้มที่ถูกตักไว้ในชามตั้งบนโต๊ะเรียบร้อย ข้างๆ กันนั้นมีน้ำส้มคั้นวางอยู่ด้วย ให้ตายสิ! เขาชักจะดูแลฉันดีเกินไปแล้วนะ แค่นี้ฉันก็หลงระ...เอ่อ พอเถอะ ทานข้าวกันเถอะ

                “เอาเพิ่มไหม”

                “ไม่ค่ะ” ฉันเอ่ยตอบคนที่เดินออกจากห้องนอนมา

                “คุณทานหรือยัง”

                “พี่ไม่ทานมื้อเช้าครับ อ้อ พี่ทำแซนวิชไว้ให้ด้วยนะเผื่อสายๆ หิวในตู้เย็นหยิบมาครับ” ฉันยกชามไปล้างเสร็จเรียบร้อยก็เดินไปเปิดตู้เย็นหยิบกล่องใส่แซนวิชมาถือไว้เป็นกล่องถนอมอาหารที่เป็นแบบแก้วอ่ะ แค่เครื่องครัวเขายังดูหรูหรามากขนาอดนี้เลยอ่ะ

                “ถ้าหลุดมือจะแตกไหมคะ” ฉันเงยหน้าถามคนที่ยืนกลัดกระดุมแขนเสื้อแล้วยังจ้องฉันอยู่อย่างสงสัย

                “น่าจะแตกนะ พี่ก็ไม่มั่นใจแต่มันเป็นแก้วอ่ะ” เขาตอบแล้วยังหัวเราะน้อยๆ อีกด้วย

                “เอ่อ คุณจะเอากาแฟไหมคะ”

                “ไม่เป็นไรครับ วันนี้รีบนี่นาใช่ไหมล่ะ” เขาส่งยิ้มมาให้ก่อนจะเดินกลับเข้าห้องนอนไม่นานก็ออกมาพร้อมกับเสื้อสูทและกระเป๋าทำงานของเขาโดยที่ไม่ลืมหยิบกระเป๋าสะพายฉันติดมือมาด้วย

                “ถือแซนวิชเถอะ ไปกันครับ” ระหว่างที่เดินไปขึ้นรถ เราก็ไม่ได้พูดคุยอะไรกันเลยสักประโยค กระทั่ง

                “วันนี้ไปรถพี่นะครับ” นั่นแหละค่ะ ประโยคเดียวสั้นๆ จากนั้นเราก็เงียบยาวไปจนถึงที่ทำงาน ฉันรับกระเป๋าสะพายตัวเองมาถือไว้ในมือรวมถึงแซนวิชด้วย

                “คุณจะแบ่งเอาไปไหมคะ นี่มันเยอะ...”

                “ไม่เป็นไรครับ ถ้ากลัวทานไม่หมดแบ่งคนในแผนกก็ได้ ไปกันเถอะ” เขาชวนก่อนจะเดินลงจากรถ ฉันลอบมองซ้ายขวาหน้าหลังมั่นใจว่าไม่มีคนก็รีบเปิดประตูลงจากรถเป็นจังหวะเดียวกับที่คุณกรเปิดประตูรถให้ฉันพอดี พอลงจากรถได้สำเร็จฉันก็รีบเอ่ยขอบคุณเขาเร็วๆ แล้วรีบเดินให้ห่างจากเขา ก็กลัวจะมีคนเห็นแล้วว่าเขาไม่ดีนี่

                “สวัสดีตอนเช้าค่ะพี่ๆ” ฉันร้องทักเมื่อก้าวเข้าไปในแผนกตัวเอง โดยมีพี่ๆ เริ่มทยอยเดินเข้ามา

                “หวัดดีๆ วันนี้วันดี”

                “ฮาๆๆ ขอให้เป็นวันดีๆ ค่ะ” วันเสาร์เป็นวันที่งานไม่ค่อยเยอะ เรียกว่าแทบจะไม่มีดีกว่า เราเลยได้มีเวลานั่งคุยเล่นกันบ้าง

                “แปลกๆ นะ? ทำไมมีแซนวิชมาน้า” เสียงแซวพี่ภัสดังขึ้น คนที่เหลือเลยมองตาม

                “อะไรกันคะ ก็เผื่อหิวไงเล่า” ฉันเองก็เริ่มไปไม่ถูกเมื่อมีคนเอ่ยแซวมาแบบนี้

                “จ้าๆ เผื่อหิวเนอะ”

                “พี่คะเตรียมตัว ล็อกอินกันค่ะ” ฉันเริ่มเปลี่ยนเรื่องเมื่อถึงเวลา 09.50 น. พี่ๆ เองก็เริ่มเงียบแล้วล่ะฉันเงียบและกดดันมากที่สุด เมื่อถึงเวลาสิบโมงตรงฉันก็รีหน้าเว็บจนกดเข้าไปจองได้น่าแปลกที่รอบนี้เว็บไม่ล่มแต่มันหน่วงจนฉันหงุดหงิด พอกดเข้าไปได้บัตรแพงสุดถูกกดซื้อไปจนหมดไม่เหลือเลย เสียงก่นด่าดังจากพี่ๆ ไม่หยุด นี่ขนาดแค่รอบลูกฉันโซโล่สเตจนะ แม่เจ้าฉันจะเป็นบ้า ไม่ได้เลยถูกสุดก็ไม่เหลือให้ฉันสักใบ ฉันจะร้องแล้วนะ โทรศัพท์ฉันมีสายเรียกเข้าฉันคว้ามารับโดยที่มืออีกข้างกดรีหาที่นั่งอยู่

                “สวัสดีค่ะ กานต์นวีพูดสายค่ะ”

                (ได้ไหม?) เสียงทุ้มดังมาให้ได้ยิน ไม่รู้ว่าทำไมพอได้ยินเสียงเขาฉันถึงอยากจะร้องไห้แบบนี้

                “ไม่ได้เลยค่ะ พี่ๆ ก็ไม่ได้”

                (ขึ้นมาดูหน่อยไม่รู้ว่ามันหมายถึงได้หรือเปล่า มันบอกให้เลือกวิธีการรับอะไรไม่รู้)

                “คะ? เดี๋ยวนะ เดี๋ยววิ่งขึ้นไป” ฉันวางสายรีบวิ่งขึ้นไปยังชั้นบนทันที คุณเลขาทั้งสองที่หน้าห้องมองฉันพร้อมกับยิ้มขำส่งมาให้ หางตามองแวบๆเหมือนพวกเขาทั้งสองกำลังเปิดหน้าเว็บสีแดงๆที่ฉันคุ้นเคย ทั้งสองมองยิ้มก่อนจะผายมือให้เข้าไปในห้องทำงานคุณกร ฉันยิ้มอายๆ ก่อนจะโค้งให้ทั้งสอง

                “ทำไมเหงื่อออกเยอะขนาดนั้น”

                “วิ่งขึ้นมาค่ะ” ฉันตอบไปตามตรง อีกฝ่ายหัวเราะก่อนจะกวักมือให้เข้าไปดูที่หน้าจอคอมเขา

                “ไม่รู้ว่าได้ไหมมาถึงหน้านี้แล้วอ่ะ พี่กดสีที่อยู่หลังสุดเลยนะ แต่พอเลือกตัวเลือกมันอยู่แถวแรกอยู่” กรี๊ด!!! หน้าเลือกจัดส่งแล้ว แสดงว่าได้งั้นสิ ฮื่อ! จะร้องๆ แต่พอก่อนฉันต้องจ่ายเงิน

                “อันนี้ใช้ยูสเซอร์ใครคะ”

                “ของพี่ไง พี่สมัครเมื่อคืน”

                “ที่อยู่จัดส่งคือที่ไหนคะ?” ฉันถามต่อ

                “ที่คอนโดเราไง” คอนโดงั้นก็ส่งแบบไปรษณีย์แล้วกันจะได้แบบพิมพ์หลังบัตรด้วย ฉันกดติ๊กไปเรื่อยๆ กระทั่งถึงหน้าจ่ายเงิน แย่แล้ว! ฉันลืมเอากระเป๋าสตางค์ขึ้นมา

                “อะไรครับ?”

                “ลืมเอาบัตรขึ้นมา จะจ่ายเงินค่ะ”

                “ใช้ของพี่ก็ได้”

                “งั้นขอยืมหน่อยนะคะ เดี๋ยวคืนให้” เจ้าของห้องทำงานไม่พูดอะไรแต่ยื่นบัตรเครดิตของเขามาให้ฉันเองก็ทำตามขึ้นตอนจนเสร็จสิ้น กดเข้าไปเช็คดูก็โล่งใจมือหยิบโทรศัพท์ไลน์เข้ากลุ่มแผนกว่าขอบคุณตอนนี้ได้บัตรแล้ว พี่ๆ ส่งสติกเกอร์โล่งอกมาให้กันเป็นแถว ฉันกดเข้าไปดูที่นั่งก่อนจะเข้าไปเช็คที่ผังว่านั่งตรงหน้า

                “โอโห บัตรถูกสุดแต่แถวหน้าสุด”

                “ได้ไหมอ่ะ”

                “ได้ค่ะ มันดีมากๆ เลย ขอบคุณนะคะ” ฉันยิ้มกว้างอย่างตื่นเต้น ก่อนจะกดล็อคเอาท์แต่พอเห็นชื่อยูสเซอร์เขาฉันถึงกับใจเต้นแรงตึกตักไปหมด

 

KornloveKarn 

 

“ขะ ขอตัวกลับไปทำงานก่อนนะคะ ขอบคุณค่ะ” ฉันเริ่มทำตัวไม่ถูก ลนลานออกจากห้องทำงานเขา เสียงหัวเราะที่ดังตามหลังมาทำให้รู้สึกเหมือนหลงอยู่ในวังวนของปีศาจร้ายอย่างนั้นเลยล่ะ เวลาที่ใช้ในการกดบัตรเพิ่งผ่านไปเพียงสามสิบนาทีเท่านั้น ตอนนี้ก็เพิ่งจะสิบโมงสี่สิบห้าแต่ทำไมในความรู้สึกฉันมันถึงได้เนิ่นนานและเหนื่อยล้าขนาดนี้นะ

“เย้!! ได้แล้ว เย็นนี้กินเหล้า” พี่ปองตะโกนรับเมื่อเห็นฉันก้าวเข้าไปในแผนก  

“มึงยังจะมีหน้าไปนะ กดให้น้องยังไม่ได้เลย” เสียงพี่ซิมเอ่ยขัด ตามด้วยคนอื่นๆ ที่หัวเราะขบขัน

“ก็มันเต็มเร็วนี่หว่า นับวันบัตรลูกได้กานต์ยิ่งกดยาก” ฉันมองพี่ปองยิ้มๆ กับคำบ่นนั่น ความจริงในใจก็กำลังร้องไห้ จริงๆ อย่างที่พี่ปองพูดเลยนับวันยิ่งกดบัตรยากเพราะมีแฟนคลับเพิ่มมากขึ้น แต่มันก็ดีกับน้องที่มีคนรักมากมายขนาดนี้อ่ะนะ

“ไม่เป็นไรค่ะ แต่นัดเราเย็นนี้เหมือนเดิมนะคะ รู้สึกเหนื่อยล้าต้องการเหล้าเข้ามาประคอง” ฉันยิ้มทะเล้นใส่พี่ๆ ก่อนจะหวีดร้องโวยวายเมื่อพี่ขิมพุ่งเข้ามาล็อคคอและดุนิดๆ หน่อยๆ

“เป็นสาวเป็นนางชวนผู้ชายกินเหล้าได้ยังไง”

“พี่ขิมอ่า”

“ทำไมไม่ชวนพี่ด้วย!” พี่ขิมฟัดแก้มฉันแรงๆ ฉันเองก็ร้องโอดครวญไม่หยุดไม่รู้ว่าเพราะรำคาญหรืออะไรพี่ภัสถึงได้เป็นคนเข้ามาห้ามและแยกพี่ขิมออกไป

“แก้มน้องแดงเลยว่ะ” พี่ซิมหัวเราะ พี่ฝ้ายเดินมาดูใกล้ๆ ก่อนจะดึงให้ไปนั่งที่โต๊ะ

“พี่จะเอาขนมมาให้ชิม นั่งๆ” พี่ฝ้ายบอกก่อนจะเดินกลับไปที่โต๊ะทำงานและไถลเก้าอี้กลับมาหาฉัน ขนมเค้กหน้าตาน่ารักถูกจัดเรียงไว้ในกล่องสีพลาสเทล รูปกระต่ายรูปสัตว์น่ารักๆ ทั้งนั้นเลย

“น่ารัก ไม่กล้ากินเลย”

“ไม่ได้สิ ร้านนี้อร่อยมากเลยนะสัปดาห์ที่แล้วไปก็หมดพี่ถึงกับต้องถามที่ร้านเลยว่าทำเองไหมเพราะคนรีวิวว่าอร่อยแต่พี่ไปไม่เคยทัน แต่เมื่อเช้าสงสัยเจ้าของร้านสงสารเลยเก็บไว้ให้”

“เจ้าของร้านใจดีจัง งั้นหนูขอกระต่ายนะคะ” ฉันหยิบเค้กออกมาถือไว้

“พี่เก็บไว้ให้เราเลือกก่อนเลยนะ เดี๋ยวให้คนอื่นๆ เลือกต่อ” พี่ฝ้ายถือเค้กแยกออกไป ฉันเห็นเค้กน่ารักดีจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายเซลฟี่ตัวเองกับเค้กไว้หลายรูประหว่างชิมก็กดอัพรูปไปด้วย

 

                KN_KARN 

            1 min 

            เค้กๆๆๆ นุ้งชอบเค้ก 

            (แนบรูปเซลฟี่) 

            12likes 8comment 

            KKang น่ารักพี่อยากชิม 

                        KN_KARN @KKang อร่อยมากๆเลย น่ารักมากด้วย 

            PONGPON ทำไมอัพเร็วจังวะ พี่เพิ่งได้เค้กเนี่ย! 

                        KN_KARN @PONGPON แก่แล้วก็งี้แหละพี่อ่ะ 

            PASSARA ของพี่ได้แมวน้อย 

                        KN_KARN @PASSARA อยากเห็นๆ พี่ภัสอัพลงนะคะ 

            KORNWITHKN ลงไปซื้อ? 

                        KN_KARN @KORNWITHKN ไม่ใช่ค่ะ 

                        KORNWITHKN แล้วแซนวิช? 

                        KN_KARN เหลือหนึ่งชิ้นค่ะ 

 

“อื้อ อร่อยอ่ะ พี่ฝ้ายซื้อร้านไหนหนูจะตามไปซื้อ”

“ร้านใกล้ๆ บ้านพี่อ่ะ ชอบเหรอ เดี๋ยวเอาชื่อร้านให้”

                มื้อสายเราทานเค้กไปคนละชิ้นตอนเที่ยงก็ลงไปทานข้าวพร้อมกันกลุ่มใหญ่ เฮฮาจนกลัวฝ่ายอื่นจะหมั่นไส้เอานี่แหละ ส่วนมากผู้ชายก็จะอยู่กลุ่มนี้กันเพราะมีพี่ปองกับพี่ซิมเป็นหัวหน้าในการดื่ม แต่ผู้หญิงก็จะแบ่งกันไปตามแผนกหรือความชอบ เช่นการช็อปปปิ้ง ทำสวย แบรนด์เนมอะไรพวกนั้นน่ะ ของฉันกับพี่ๆ ในแผนกอีกสามคนคือสายกินค่ะที่ไหนอร่อยที่ไหนน่าไปถามได้ค่ะ

                “อะไรคือถามหาแซนวิชว้า” พี่ซิมเดินเข้ามาใกล้ๆ เอียงไหล่ชนไหล่ฉันเบาๆ ทั้งยังมองด้วยสายตากวนๆ

                “อะไรคะ ไม่มีอะไรสักหน่อย” มันไม่มีอะไรจริงๆ เลยนะ

                “เดี๋ยวไปถามคุณเลขาก็ได้ แล้วบัตรคอนน่ะได้มาจากไหนไม่ทราบ อย่าคิดว่าพี่ไม่รู้นะ” พี่ซิมยังแกล้งแซวต่อ

                “พี่ซิม อย่าแกล้งแซวแบบนี้เลยนะเดี๋ยวคนอื่นเข้าใจผิดกันหมด” ฉันเอ่ยขอร้องทันที

                “กานต์ ทางนั้นเขาชัดเจนกับแกมาตลอดเลยนะ ตั้งแต่แกเข้ามาที่นี่ไม่มีสิ่งไหนที่เขาไม่ชัดเจน แกจะกลัวอะไรวะ” พี่ซิมดึงเก้าอี้มานั่งข้างๆ ฉัน นั่งจ้องหน้าอย่างไม่เข้าใจ ทานข้าวเที่ยงไม่อิ่มหรือไงกันถึงได้มานั่งจ้องหน้าฉันอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อแบบนี้

                “ก็หลายอย่างมั้งคะ อีกอย่าง...” ฉันมันก็เป็นเด็กมีปัญมั้ง น่าจะเรียกแบบนี้แหละ ดื้อดึงเอาแต่ใจจนโดนไล่ออกจากบ้านถูกตัดขาดจากที่บ้าน แต่อีกฝ่ายเป็นคนดีอยู่ในกรอบมีหน้าที่การงานที่ดี ฉันไม่อยากให้ใครมาดูถูกหรือทำให้เขาโดนมองในด้านที่แย่ๆ ฉันไม่อยากฉุดเขาลงมาต่ำเหมือนตัวเอง

                “อีกอย่างอะไร? ทำไมไม่ลองเปิดใจดู”

                “มันเป็นไปไม่ได้หรอกค่ะ บางทีเขาอาจจะมีคนที่ต้องแต่งงานด้วยแล้วก็ได้” นั่นสินะ ฉันลืมเรื่องนี้ไปได้ยังไงกัน คนที่เหมาะสมกับเขา คนที่ใครๆ ต่างมองว่าเหมาะสมกัน บ้าจริง นี่ฉันจะถลำลึกเกินไปแล้วนะทั้งที่ก็คอยบอกตัวเองอยู่ตลอดว่าไม่ควรยุ่งเกี่ยวกับเขาอีก แต่นี่มัน...

                “กานต์ ได้ยินพี่ไหม”

                “คะ? ขอโทษค่ะ” ฉันกระพริบตาถี่ๆ มองพี่ซิม

                “มีอะไรหรือเปล่า ทำไมตาแดงๆ” คนที่เปรียบเสมือนพี่ชายเอ่ยถามอย่างเป็นห่วง

                “ไม่มีค่ะพี่ อาจจะเบลอนิดหน่อยแต่ไม่เป็นอะไรค่ะ”

                “เออๆ มีอะไรบอกพี่เลยนะ”

                “รับทราบค่ะ”

                ฉันยิ้มให้พี่ซิมน้อยๆ เมื่อพี่ซิมเดินกลับโต๊ะไปฉันก็เอาแต่นั่งคิดวนเวียนเรื่องราวก่อนๆ ที่แทบจะลืมไปหมดแล้ว  แต่พอนั่งคิดทบทวนก็ขำตัวเอง เก่งจังเลยน้า ผ่านเรื่องราวพวกนั้นมาด้วยตัวเอง อยากจะกอดตัวเองแล้วหอมแก้มแรงๆ สักฟอด

                “กานต์นัดเย็นนี้ต้องยกเลิกกันแล้วนะ” พี่ภัสเดินออกมาสีหน้าไม่ค่อยสู้ดี

                “คะ? ทำไมคะเกิดอะไรขึ้น”

                “คุณกรเรียกประชุมด่วนหลังเลิกงาน” พี่ภัสยิ้มแหย ส่วนฉันก็ฝืนยิ้มสั่นๆ กลับไปให้ เป็นอันรู้กันว่าดึกแน่ๆ สำหรับการประชุมในเย็นนี้ ฉันหยิบแซนวิชที่เหลืออีกชิ้นเข้าปากตามด้วยโกโก้ร้อนที่ตอนนี้เริ่มอุ่น อือ ขอเรียกเป็นโกโก้อุ่นแล้วกันนะ นั่นแหละขอเติมพลังก่อนเข้าห้องเชือดก่อนแล้วกัน

                “อยากกินข้าวกะเพราว่ะ มีใครหิวไหม” พี่ฝ้ายพึมพำหาเพื่อนร่วมอุดมการณ์

                “อู๋ๆ อึก หนูค่ะ ขอหิวด้วย” ฉันรีบกลืนแซนวิชในปากลงท้องก่อนจะยกมือบอกพี่ฝ้าย

                “พี่สั่งเลยนะ เอาเหมือนกันเลยไหม ไม่ไหวอ่ะหิวมาก”

                “จัดเลยค่ะ หนูเองก็หิว” ทั้งที่ตอนนี้บ่ายสามครึ่ง มื้อเที่ยงก็ทานไปแล้วแต่ไม่รู้ทำไมตอนนี้ถึงได้รู้สึกหิวจนทนไม่ไหวก็ไม่รู้ แต่แบบ หิวจริงๆ นะ หิวแบบต้องได้กินไม่งั้นมีลงแดงแน่ๆ

                “มีใครเอาอะไรเพิ่มไหมคะ จะได้สั่งทีเดียว”

                “พี่เอาด้วยเหมือนพวกแกเลย ไม่ไหวอ่ะขอกินก่อนเข้าประชุมก็ยังดี”

                หลังเลิกงานและก่อนเริ่มประชุมสามสิบนาทีเราทั้งฝั่งธุรการพ่วงด้วยอินทิเรียสองคนก็หัวหน้าทีมกับรองหัวหน้าทีมนั่นแหละ เรากำลังนั่งจับกลุ่มทานข้าวเย็นด้วยกัน

                “ทำไมทีมอินทิเรียถึงส่งแค่พี่ซิมกับพี่ป้องล่ะ ธุรการส่งแค่พี่ภัสได้ไหมคะ”

                “ไม่ได้ เราน่ะคนสำคัญเลยต้องเข้าประชุม ไม่เข้าวันไหนพวกพี่เหมือนถูกแช่แข็ง”

                “ไม่เกี่ยวกับหนูนะ นี่วันนี้ไม่รู้เลยจะเป็นยังไง”

                “ไม่รู้ว่ะ แต่ไม่ว่ายังไงลากพี่ออกจากห้องประชุมด้วยนะ” พี่ปองบอกขำๆ

                “แล้วเย็นนี้เลือกไปก่อนนะ ไม่น่าจะไหวกัน”

                “ได้ค่ะ ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว” ฉันบอกพี่ๆ มือก็กดโทรศัพท์ส่งข้อความหาเพื่อน เพื่อนที่มีเพียงน้อยนิดแต่สนิทกันรู้ไส้รู้พุงกันจนหมด

               

                KARN :: คนมีผัวทั้งหลาย 

            JEAW :: ว่าไงคนไม่มีผัว 

            KARN :: โห ร้ายว่ะ ไม่มีผัวแล้วไงอ่ะ มีตังค์เปย์ลูกแล้วกัน 

            ก้านพลู :: กูเกลียดพวกมึง! กูดูผู้ชายอยู่ 

            JEAW :: เอาผู้ชายไว้ก่อนไหมล่ะ คนไม่มีผัวทักมาเนี่ย สนใจมันหน่อย 

            ก้านพลู :: เออๆ มีไรว่ามาคนไม่มีผัว 

            KARN :: เน้นจังวะเรื่องผัวๆ เนี่ย 

            JEAW :: ก็เรื่องจริง ทำไม? รับไม่ได้อ๋ออออออ 

            KARN :: พอเลย 

            KARN :: เย็นนี้น่ะ ว่างกันไหม 

            KARN :: อยากดื่มแต่ไม่อยากไปร้าน 

            ก้านพลู :: กูว่าง มาบ้านกู 

            ก้านพลู :: มึงไม่ต้องงอแง ถ้าจะเมา เมากับพวกกูอย่าไปกับคนอื่น 

            KARN :: อื้อ! เดี๋ยวจะซื้อของเข้าไปอยากได้อะไรส่งเข้ามาไว้เลย 

            KARN :: @JEAW มึงอ่ะ มาไหม ว่างหรือเปล่า 

            JEAW :: ว่างๆ เจอกันเลยพรุ่งนี้กูก็หยุด 

            KARN :: อห!! ลืม กุมีประชุมไม่รู้จะเสร็จตอนไหน มึงกูขอโทษกูลืมว่ามีประชุม 

            ก้านพลู :: ไม่เป็น เอางี้ กูจัดการเองกูว่างอยู่แล้ว มึงประชุมเสร็จก็ตามมา ส่วนจิวกลับไปอาบน้ำก่อนแล้วค่อยมา ที่นี่มีแม่บ้านช่วย ไม่ต้องห่วง 

               

                เรื่องประชุมด้วยงานทั่วไปคนในห้องประชุมมีสีหน้าเคร่งเครียดไปต่างกัน ระหว่างที่ประชุมอยู่นั้นฉันก็แทบจะไม่มองหน้าคนที่นั่งอยู่หัวโต๊ะนั่นเลยถึงแม้จะรับรู้ว่ามีสายตาที่กำลังจับจ้องฉันอยู่ก็ตาม การประชุมจบลงที่เราคุยเรื่องไปสัมมนากันเป็นการชี้แจงว่าแต่ละแผนกไปที่ไหนกันบ้างแค่นั้นแหละ แต่งานเครียดของพวกเราคือทีมลูกค้ารายใหม่ที่จ้างงานระยะยาวเพื่อออกแบบและดูแลการตกแต่งทั้งหมดสี่ภาคด้วยกัน เรื่องนี้เราจะคุยรายละเอียดกันในสัปดาห์หน้าและตอนนี้เราก็ได้กลับบ้านแล้ว เย้! ฉันอยากไปเจอเพื่อนแล้วล่ะ เวลาสองทุ่มไม่ได้ทำให้ฉันเหนื่อยหรือเฉื่อยชาเลยสักนิด

                “อะไรกัน ทำไมดูตื่นเต้นแบบนั้น” พี่ซิมร้องถามเมื่อเห็นฉันยิ้มหน้าบานเข้าไปเอากระเป๋าที่โต๊ะทำงาน

                “หนูมีนัด ไปแล้วนะคะ เจอกันวันจันทร์ค่ะพี่ๆ สวัสดีค่ะ”

                “เออๆ เจอกัน กลับดีๆ” ฉันโบกมือลากับพี่ๆ เสร็จก็เดินออกมาเลย แต่ก็ไม่ได้คาดคิดว่าจะมีคนมายืนรอที่หน้าแผนก เขาปลดกระดุมเม็ดแรกออกจากรังทั้งยังพับแขนเสื้อขึ้นอีก สายตาที่เขาจับจ้องฉันมันเหมือนจะดุยังไงไม่รู้

                “จะไปไหนครับ” อ่า ไม่ใช่แค่ดุด้วยสายตาแล้วล่ะ น้ำเสียงก็ดุเช่นเดียวกัน

                “นัดเพื่อนไว้ค่ะ วันนี้ไม่กลับ...”

                “ไม่ได้ ต้องกลับ จะไปไหนกับเพื่อน” เขาไม่ยอมฟังฉันเลยสักนิด เอาแต่ทำหน้าหงุดหงิดเดินอยู่ข้างๆ

                “ไปบ้านเพื่อนค่ะ นัดกันไว้ปกติถ้าดึกก็จะนอนที่นั่น”

 

                “นี่ไม่ปกติแล้ว มีพี่แล้ว จะไปส่งแล้วก็จะไปรับกลับ เสร็จตอนไหนก็โทรมาจะไปรับ”  

 

 

=================== 

แทนคำขอโทษที่เมื่อวานไม่ได้อัพ วันนี้จะอัพให้อีกตอนนะคะ อาจจะเป็นเย็นๆไปถึงช่วงดึก  

ความคิดเห็น