email-icon facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

อ่านแล้วระวังจะตกเป็นเหยื่อของพ่อเสือเลออนล่ะ หุหุ

ตอนที่ 4 ตัวคุณหอมจัง (rewrite)

ชื่อตอน : ตอนที่ 4 ตัวคุณหอมจัง (rewrite)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 62k

ความคิดเห็น : 67

ปรับปรุงล่าสุด : 21 พ.ค. 2563 16:27 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 500
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 4 ตัวคุณหอมจัง (rewrite)
แบบอักษร

ตอนที่ 4  

โดย แยมขนมปัง 

 

 

 

 

ตั้งแต่ทำงานเป็นเลขาฯ มา 3 ปี นี่คงเป็นวันแรกที่ทอยรู้สึกว่าการมาทำงานคือสิ่งที่ทรมานใจมากที่สุด ร่างโปร่งเดินเอื่อยๆเข้าบริษัท มีพนักงานหญิงชาย ต่างทักทายทอยตลอดทาง เพราะทุกคนล้วนแล้วแต่รู้จักและเกรงใจทอยกันทั้งนั้น ถึงแม้ว่าทอยจะเป็นแค่พนักงานคนหนึ่งเหมือนคนอื่นๆ แต่ด้วยความสามารถ จึงทำให้ทอยเป็นที่ยอมรับแก่ทุกคน 

ทอยถือว่าเป็นคนสนิทของท่านประธานบริษัทก็ว่าได้ ไม่ว่าจะมีงานใหญ่หรืองานสำคัญอะไรท่านประธานก็ไว้วางใจให้ทอยได้รับผิดชอบ และทอยก็ไม่เคยทำให้ท่านและบริษัทผิดหวัง ซึ่งถึงแม้ว่าทอยจะไม่ค่อยได้พูดคุยกับใครนักหากไม่ใช่เรื่องงาน และค่อนข้างเป็นคนที่เข้าถึงตัวได้ยาก แต่เพราะเขาไม่เคยที่จะโอ้อวดความสามารถหรือทำตัวเบ่งข่มเหงใคร แถมเวลาพนักงานคนใดมีปัญหาเรื่องงาน ทอยก็พร้อมที่จะยื่นมือเข้าไปช่วยทันที โดยไม่ได้หวังสิ่งตอบแทนใดๆ จึงไม่แปลกที่ทอยจะเป็นที่รักของพนักงานทุกคน 

เมื่อมาถึงโต๊ะทำงาน มือเรียวก็วางกระเป๋าเอกสารและของใช้ส่วนตัวไว้บนโต๊ะ ก่อนจะเริ่มเตรียมเอกสารที่เขาจัดเตรียมไว้ตั้งแต่เมื่อคืนเพื่อเอามาให้เลออนได้เรียนรู้งานในวันนี้ ร่างโปร่งมองดูเวลาจากนาฬิกาข้อมือ ที่เข็มนาฬิกาชี้บอกเวลาว่า 8.30 น.แล้ว ซึ่งอีกครึ่งชั่วโมงจะเป็นเวลาเข้างานของบริษัทนี้  

“คงยังไม่มาสินะ”  

ทอยพึมพำถึงเลออน เด็กหนุ่มที่เขาต้องสอนงาน ซึ่งจากการประเมินแล้ว ทอยคิดว่าคนอย่างเลออนไม่ใช่คนที่จะทำอะไรจริงจังและคงไม่รักษาเวลาสักเท่าไหร่ เมื่อเตรียมเอกสารเรียบร้อย ร่างโปร่งจึงเดินเข้าไปในห้องทำงานของเลออนซึ่งอยู่ถัดจากห้องท่านประธาน 

แอ๊ด  

ประตูห้องทำงานถูกเปิดออกตามมาด้วยร่างโปร่งที่กำลังจะเดินไปที่โต๊ะทำงานตัวใหญ่กลางห้อง แต่ก็ต้องชะงัก เมื่อเห็นใครบางคนนั่งอยู่ตรงเก้าอี้หลังโต๊ะทำงาน โดยที่นั่งหันหลังให้กับทางที่เขายืนอยู่ และทอยก็ไม่ต้องสงสัยนาน เมื่ออยู่ๆเก้าอี้ตัวนั้นก็หมุนกลับมาทางที่เขายืน จึงทำให้ทอยเห็นได้ชัดเจนว่าคนคนนั้นคือใคร 

“สวัสดีครับคุณเลขาฯ เมื่อคืนหลับสบายดีไหมครับ”  

เสียงทะเล้นของเด็กหนุ่มเอ่ยถามอย่างยียวน แต่ทอยก็ไม่ได้ตอบกลับอะไร เพราะยังคงรู้สึกแปลกใจและผิดคาดที่อยู่ๆเด็กหนุ่มกลับมาถึงก่อนเวลาแถมมาก่อนเขาเสียด้วยซ้ำ  

“ไม่ต้องตกใจหรอกครับที่ผมไม่สาย ก็เมื่อคืนคุณบอกว่า ไม่ชอบคนไม่รักษาเวลา....ผมก็เลยรีบมายังไงละครับ” เลออนพูดยิ้มๆ  

“นี่เป็นเอกสารที่คุณต้องดูในวันนี้นะครับ ลองอ่านดูคร่าวๆก่อน ไม่เข้าใจตรงไหนก็ถามผม”  

ทอยไม่ได้สนใจที่เลออนพูด ก่อนจะเดินเอาเอกสารเข้าไปให้ ส่วนตัวเขาก็เดินไปนั่งลงที่โซฟา เพื่อทำงานของเขาเช่นกัน  

เลออนรับเอกสารจากเลขาฯโดยที่แอบจับมือเรียวของทอยตอนยื่นเอกสารให้นิดๆ แต่ร่างโปร่งก็ดึงมือกลับทันที แล้วเดินไปนั่งลงที่โซฟาเปิดเอกสารทำงานของตัวเอง เลออนมองตามทอยยิ้มๆ ก่อนก้มลงอ่านเอกสารในมือของเขาเช่นกัน  

เวลายังคงเดินต่อไปเรื่อยๆ ทั้งทอยและเลออนต่างทำงานในส่วนของตัวเอง ไม่ได้มีบทสนทนาใดๆทั้งสิ้นระหว่างคนทั้งสอง แต่ทอยก็หันมองเลออนเป็นครั้งคราว ซึ่งครั้งนี้ก็ทำให้ทอยต้องแปลกใจอีกครั้ง เพราะทั้งสายตาและสีหน้าที่จริงจังขณะศึกษางานจากเอกสารของเลออน ทำให้ทอยแทบไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง ทอยคิดมาโดยตลอดว่าคนไม่เอาถ่านแบบเลออนที่วันๆเอาแต่เที่ยวเล่น คงจะทนเรียนรู้งานบริษัทได้ไม่เกินอาทิตย์ก็คงกลับไปเหลวไหลเหมือนอย่างเคย แต่พอเอาเข้าจริงเด็กหนุ่มกลับเหมือนคนละคนกับคนที่เอาแต่พูดกวนประสาทเขาโดยสิ้นเชิง  

“คุณเลออนอยากจะรับน้ำหรือกาแฟไหมครับ” เสียงทุ้มนุ่มของเลขาฯ ทำให้เลออนละสายตาจากหน้าเอกสารหันมองหน้าคนหน้าสวย 

“ผมขอกาแฟสักแก้วแล้วกัน” ทอยพยักหน้ารับ แล้วลุกออกไปจัดเตรียมกาแฟให้กับเลออน  

ในระยะเวลาที่ทอยต้องสอนงานให้เลออนนั้น ผู้ช่วยเลขาฯก็จะทำหน้าที่แทนเขาในการช่วยงานท่านประธานในบางเรื่อง แต่หากเป็นงานใหญ่ ทอยก็จะรับงานมาจัดการเอง โดยที่เขาจะเอาเวลาช่วงที่เลออนศึกษาเอกสาร มาทำงานในส่วนของตัวเอง ทอยออกมาได้ไม่นานก็กลับมาพร้อมกับกาแฟ ร่างโปร่งเดินตรงเข้ามายังหน้าโต๊ะทำงานที่เลออนนั่งอยู่ ก่อนจะวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะ  

“เอ่อนี่คุณ ผมไม่ค่อยเข้าใจตรงนี้เลยครับ” เลออนพูดขึ้นด้วยสีหน้าเครียดๆ  

“ตรงไหนครับ” ทอยถามกลับก่อนจะเดินอ้อมโต๊ะไปยืนข้างๆร่างแกร่ง ร่างโปร่งโน้มตัวก้มลงไปดูเอกสารที่อยู่ในมือของเลออน โดยที่ไม่ได้ทันสังเกตเห็นรอยยิ้มร้ายของเด็กหนุ่มเลยแม้แต่น้อย 

 

ฟอดดด  

"ตรงนี้ครับ" 

กึก! 

ทอยชะงักนิ่ง เมื่อโดนเด็กหนุ่มขโมยหอมแก้มเขาไปฟอดใหญ่ ใหญ่กว่าเมื่อคืนเสียด้วยซ้ำราวกับแก้มเขาจะติดจมูกโด่งของร่างแกร่งไปด้วย 

ตัวคุณหอมจัง 

เลออนพูดด้วยรอยยิ้มของคนขี้แกล้ง แล้วจ้องมองดวงตาคู่สวยที่ตอนนี้เบิกกว้างด้วยความตกใจที่โดนหอมแก้มโดยที่เขาไม่ทันได้รู้ตัว พอได้สติ ทอยก็รีบถอยห่างจากเลออนทันที 

“นี่คุณทำบ้าอะไร!” ทอยโวยลั่นเสียงเข้ม ใบหน้าขึ้นสีนิดๆ รู้สึกแปลกที่อยู่ๆก็โดนผู้ชายด้วยกันมาหอมแก้มแบบนี้  

“ผมทำอะไรเหรอครับ” เลออนตีหน้ามึนไม่รู้ไม่ชี้ ทำเอาทอยกัดฟันกรอด  

“ก็คุณ....”  

แอ๊ด 

ทอยไม่ทันพูดจบ ก็มีคนเปิดประตูเข้ามาเสียก่อน ทอยและเลออนหันไปมองก็พบว่าเป็นท่านประธานหรือก็คือพ่อของเลออนนั่นเอง 

“ลูกผมก่อปัญหาอะไรให้คุณหรือเปล่า” ทรงพลถามขึ้น เมื่อเห็นสีหน้าแปลกๆของทอย 

“ไม่มีอะไรครับท่าน” ทอยตอบก่อนจะก้มหน้าให้ทรงพลนิดๆ แต่สายตาก็แอบชำเลืองมองเลออนตาเข้ม ทำเลออนยิ้มขำ  

“ป๊ามาหาเลมีอะไรหรือเปล่าครับ”  

“ป๊าก็จะเข้ามาดูนะสิ ว่าแกแอบอู้งานหรือเปล่า”  

“โธ่ป๊า เลออกจะขยัน ตั้งใจศึกษางาน ไม่เชื่อป๊าก็ถามคุณเลขาฯดูสิ” เลออนหันมองไปทางทอย ด้วยใบหน้าใสซื่อ ทอยเหวี่ยงสายตาใส่เลออนนิดๆ  

“จริงเหรอวิรากร” ทรงพลหันมาถามเลขาฯของตน 

“ครับท่าน” ทอยแทบกัดฟันตอบ  

“ตั้งใจให้ได้ตลอดแล้วกัน อย่าตกม้าตายซะล่ะ พี่เขาเป็นคนเก่ง แกต้องตั้งใจเรียนรู้งาน แล้วเอาพี่เขาเป็นแบบอย่างรู้ไหม” ทรงพลพูดบอกลูกชาย  

“ได้เลยครับป๊า เลจะเอาพี่ทอยมาเป็น...........แบบอย่างนะครับ” เลออนจงใจพูดเว้นวรรค แล้วหันมองร่างโปร่งด้วยสายตากรุ้มกริ่ม ส่วนทอยเองก็ไม่ได้หันไปสนใจ ถึงแม้ว่าภายในใจจะโมโหร่างแกร่งจนแทบจะระเบิดออกมา  

“ทำให้ได้อย่างที่พูดแล้วกัน....แล้วนี่ทานข้าวเที่ยงกันแล้วยัง” ทรงพลถามขึ้น 

“เออจริงด้วย ผมลืมเวลาไปซะสนิท นี่เที่ยงแล้วเหรอครับ” เลออนทำงานเพลินจนลืมดูเวลา 

“ก็ใช่นะสิ ไปทานข้าวก่อนไป...นายด้วยนะวิรากร ไปทานข้าวก่อนเถอะ” ทรงพลพูดกับเลออนในประโยคแรก แล้วหันไปพูดกับทอยในประโยคหลัง  

“ครับท่าน ถ้างั้นผมขอตัวเลยนะครับ” ทรงพลพยักหน้ารับ ทอยก็รีบเดินออกไปจากห้องทันที 

“เดี๋ยวสิคุณ! คุณ! ทอยรอผมด้วย” เลออนเรียกร่างโปร่งตามหลังไปแต่ทอยก็ไม่ได้หันกลับมาสนใจ  

“แกจะไปกวนวิรากรเขาตอนทานข้าวทำไมฮะ”  

“ผมไปก่อนนะป๊า” เลออนไม่ได้ตอบกลับอะไรพ่อ แล้วรีบออกจากห้องทันที แต่เมื่อออกมาก็ไม่พบร่างโปร่งแล้ว  

“เร็วจริงๆเลยนะ หึหึ”  

------------------- 

ทอยเดินลงมาทานอาหารที่ห้องอาหารสำหรับพนักงานในบริษัท ซึ่งทอยมักจะมาทานที่นี่อยู่เป็นประจำ เพราะไม่อยากขับรถออกไปหาทานด้านนอกให้เสียเวลา ทอยเดินตรงไปสั่งอาหาร รอสักพักก็รับอาหารมานั่งที่โต๊ะตัวว่างพนักงานสาวมากมายต่างส่งสายตาให้กับทอยอย่างสนใจ แต่ก็ไม่มีใครกล้าเข้ามานั่งหรือชวนร่างโปร่งพูดคุยสักเท่าไหร่ เพราะกลัวความเย็นชาของเลขาฯหน้านิ่ง 

“ขอนั่งด้วยคนได้ไหมคะ” เสียงใสๆของหญิงสาวรูปร่างหน้าตาดี พูดขึ้น ซึ่งเรียกสายตาพนักงานหญิงในห้องอาหารเป็นอย่างมาก 

“เรื่องของแก” ทอยพูดบอกอย่างไม่ใส่ใจ 

“โห่ไอ้ทอย แกจะพูดดีๆกับฉันแบบคนอื่นบ้างได้ไหมฮะ” หญิงสาวเปลี่ยนน้ำเสียงก่อนจะนั่งลงตรงข้ามกับทอย 

“คำพูดดีๆ เหมาะที่จะใช้กับคนดีๆเท่านั้น ซึ่งไม่ใช่แกนะ ยัยเกว”  

“โอ้โห พูดแบบนี้ แกเอาน้ำสาดหน้าฉันเลยเถอะ” เกวพูดขึ้น ทอยจึงยกแก้วน้ำขึ้นทันที  

“เฮ้ยๆๆ ฉันประชดย่ะ” เกวพูดห้ามแทบไม่ทันส่วนทอยก็วางแก้วลงอยากนึกขำ แล้วตั้งหน้าตั้งตาทานข้าวต่อ  

ในสายตาของคนรอบข้างมองว่าทั้งสองคงกำลังคุยหยอกล้อกันอย่างกะหนุงกะหนิง ซึ่งที่คิดกันแบบนั้นเพราะว่าไม่ได้ยินบทสนทนาของทั้งคู่ พนักงานสาวหลายคนต่างหันมองเกวอย่างอิจฉา  

ก็อย่างที่รู้ๆว่าไม่ค่อยมีใครกล้าเข้าหาทอยมากนัก อีกอย่างทอยก็ไม่เคยเปิดโอกาสให้ใครได้เข้ามาทำความรู้จักด้วยหากไม่ใช่เรื่องงาน แต่สำหรับเกวแล้ว ทอยกลับทำตัวสนิทสนมด้วย ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะเกวเป็นเพื่อนกับทอยตั้งแต่ ม.4 แถมตอนที่ทอยได้ทุนไปเรียนต่อต่างประเทศ เกวก็ได้ทุนเดียวกันกับทอยจึงได้บินไปเรียนด้วยกัน อย่างที่รู้ๆว่าทอยเป็นคนมีโลกส่วนตัวสูง แถมออกไปทางเย็นชาด้วยซ้ำ จึงทำให้ไม่ค่อยมีเพื่อนสักเท่าไหร่ คงจะมีแต่เกวคนเดียวที่ทนกับความเย็นชาของทอยได้ ซึ่งทำให้ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมทั้งคู่ถึงได้ดูสนิทสนมกันมากแบบนี้ จนหลายๆคนที่เห็นก็ต่างคิดว่าทั้งสองคนเป็นแฟนกัน  

“เออไอ้ทอย ได้ข่าวว่าแกต้องสอนงานให้ลูกชายท่านประธานจริงเหรอ” 

“อืม”  

“แล้วเป็นไงบ้างอะ”  

“ก็ไม่ยังไง”  

“แล้วไอ้ไม่ยังไงของแกนี่มันคือยังไงล่ะ แบบคุณเลออนเขาสอนงานยากไหม หรือแบบเอาแต่ใจตัวเองหรือเปล่าอะไรประมาณนี้”  

“แกรู้จักคุณเลออนด้วยเหรอ” ทอยถามขึ้น เมื่อได้ยินว่าหญิงสาวพูดชื่อของเลออน  

“มีแต่แกเท่านั้นแหละที่ไม่รู้จัก คุณเลออนออกจะดัง ทั้งหล่อ รวย คารมดี เรียนก็เก่งแถมสุภาพอีกอะแก ยิ่งเจ้าชู้เพลบอย ยิ่งมีเสน่ห์” เกวพูดด้วยสายตาระยิบระยับเอ่ยชมร่างแกร่งราวกับเป็นเทวดามาจุติ 

“คุณเลออนเนี่ย....เขาเป็นเกย์หรือเปล่าวะ” ทอยถามขึ้นในสิ่งที่เขาแอบสงสัย 

“จะบ้าเหรอแก เจ้าชู้ตัวพ่อ เปลี่ยนผู้หญิงเป็นว่าเล่นแบบนั้น จะไปเป็นเกย์ได้ไงล่ะ แกคิดได้ไงเนี่ย” คำตอบของเกว ทำทอยคิดหนักเข้าไปอีก เพราะเลออนชอบมาถึงเนื้อถึงตัวกับเขาตลอด จนทอยแอบคิดว่าเลออนอาจจะเป็นเกย์ แต่พอมาฟังที่เพื่อนสาวคนสนิทบอก ก็ทำเอาทอยคิดไม่ตก  

“ขอนั่งด้วยคนนะครับ”  

เสียงทุ้มนุ่มของเด็กหนุ่มทำเอาทั้งเกวและทอยหันมองทางต้นเสียง ก่อนจะชะงักเมื่อเห็นว่าเป็นเด็กหนุ่มที่อยู่ในบทสนทนาระหว่างเขาทั้งสอง เลออนไม่รอให้ใครอนุญาต ก็ถือวิสาสะนั่งลงข้างๆกับทอยทันที ซึ่งเหตุการณ์นี้ยิ่งเรียกสายตาพนักงานทุกคนในห้องอาหาร ก่อนจะหันไปซุบซิบนินทากันยกใหญ่  

“มาหาผมถึงที่นี่มีอะไรหรือเปล่าครับ”  

“ผมมาห้องอาหารก็ต้องมาทานอาหารสิ คุณก็ถามแปลกๆ ว่าแต่คุณทานอะไรนะ” เลออนตอบก่อนจะก้มลงมองในจานข้าวของทอย 

“ถ้าจะทานคุณก็ลุกไปสั่งสิครับ”  

“ผมสั่งไม่เป็น คุณไปสั่งให้ผมหน่อยได้ไหม” เลออนพูดขอ ถึงแม้ความจริงเขาจะสั่งเป็นก็ตาม  

“เอ่อ..สวัสดีค่ะ คุณเลออน”  

เกวที่นั่งอยู่นานทักขึ้นทำเอาเลออนหันมองก็พบกับหญิงสาวหน้าตาดี จัดว่าสวยระดับหนึ่งเลยแหละ แต่กลับแปลกที่ตอนเขาเดินเข้ามากลับไม่ทันได้สังเกตว่ามีหญิงสาวนั่งอยู่ด้วย  

“สวัสดีครับคุณ......” 

“เกวค่ะ” เลออนยิ้มรับแล้วหันกลับมาสนใจร่างโปร่งข้างกายต่อ 

“นะคุณ สั่งข้าวให้ผมหน่อยน่าา นะ นะ น่าา” เลออนพูดอ้อน ทำเอาทอยชะงักไปนิด ส่วนเกวเองก็ถึงกับนั่งหน้าเหวอไปเลย  

“นะครับ” เลออนอ้อนซ้ำยิ้มๆ  

“แล้วคุณจะทานอะไร” ทอยถอนหายใจ ก่อนจะถามร่างแกร่ง ทำเอาเลออนยิ้มแป้น  

“ทานเหมือนคุณนั่นแหละ”  

ทอยพยักหน้ารับ แล้วลุกเดินออกไป โดยมีเลออนมองตามแผ่นหลังกว้างยิ้มๆ ก่อนจะหันกลับมาสนใจหญิงสาวตรงหน้า  

“คุณเกวทำงานอยู่แผนกไหนเหรอครับ” เลออนถามขึ้นอย่างชวนคุย  

“เกวอยู่ฝ่ายบัญชีค่ะ”  

“คุณเกวรู้จักกับทอยมานานแล้วเหรอครับ” เลออนถามเพราะเห็นว่าหญิงสาวมานั่งทานข้าวกับทอย  

“ก็ตั้งแต่ ม.4 ค่ะ”  

“เป็นเพื่อนกันหรือว่าเป็น.......”  

เลออนไม่ทันถามจบทอยก็เดินกลับมาพร้อมกับจานข้าว ร่างโปร่งตั้งจานไว้ตรงหน้าของเลออน ก่อนจะนั่งลงทานอาหารของตัวเองต่อ ส่วนเลออนหันมองร่างโปร่งยิ้มๆ ก่อนจะเริ่มทานอาหารของตัวเองเช่นกันโดยไม่ได้คุยกับหญิงสาวต่อ  

ขณะที่ทานข้าว เลออนก็พอจะสังเกตเห็นว่าทอยและเกวค่อนข้างจะสนิทกันพอสมควร เพราะดูจากคำพูดและการวางตัวของทอยที่ไม่ได้ตึงเครียดเหมือนกับเวลาที่อยู่ต่อหน้าคนอื่น หรือแม้แต่ตอนอยู่ต่อหน้าของเขาเองก็ตาม ยิ่งทำให้เลออนรู้สึกไม่ชอบใจนัก แต่ก็ไม่ได้พูดถามอะไรออกไป เมื่อทานข้าวเสร็จ เกวจึงขอตัวแยกไปทำงานที่แผนกของเธอ ส่วนเลออนก็เดินตามทอยขึ้นมายังห้องทำงาน 

ระยะเวลาในช่วงบ่ายผ่านไปเรื่อยๆ ซึ่งทอยก็ยังคงนั่งสังเกตเด็กหนุ่มเป็นระยะ ก็เห็นว่าเลออนดูล้าพอสมควร  

“จะรับเครื่องดื่มหน่อยไหมครับ” ทอยถามขึ้น เลออนจึงละสายตาจากเอกสาร แล้วยืดเส้นยืดสายไล่ความเมื่อยล้า 

“ไม่เป็นไร คุณทำงานของคุณไปเถอะ เดี๋ยวผมจัดการเอง” เลออนพูดบอก ก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินออกไปนอกห้อง เพื่อไปยังห้องชงกาแฟ  

 

เมื่อมาถึงห้องชงกาแฟ ก็ทำให้เลออนชะงักเท้าไม่ทันได้เข้าไป เพราะอยู่ๆก็ได้ยินชื่อของเขาอยู่ในบทสนทนาของบุคคลทั้ง 3 ที่ยืนชงกาแฟกันอยู่ก่อนแล้ว  

“ท่านประธานคิดยังไงนะ ถึงให้คุณวิรากรไปสอนงานลูกชายตัวเอง”  

“นั่นนะสิคะ มาเพิ่มภาระให้กับคุณวิรากรแท้ๆ”  

“แล้วเมื่อตอนเที่ยง ฉันเห็นคุณเลออนสั่งให้คุณวิรากรไปซื้อข้าวมาให้ด้วยนะ” 

“คิดว่าตัวเองเป็นลูกท่านประธานละสิ ถึงได้มาใช้อำนาจสั่งคนอื่นแบบนั้น”  

“ผมละนึกไม่ออกจริงๆ ว่าอย่างคุณเลออน จะมารับช่วงบริหารบริษัทต่อจากท่านประธานได้ยังไง เป็นลูกไม้ที่หล่นไกลต้นเหลือเกิน ไม่ได้ความเก่งมาจากพ่อเลยสักนิด”  

“นั่นนะสิ ถ้าเก่งแบบคุณวิรากรก็ว่าไปอย่างเนอะ”  

เลออนยืนฟังนิ่งๆไม่ได้คิดจะเดินเข้าไปต่อว่าหรืออะไร แต่คำพูดดูถูกของพนักงานพวกนั้น กลับเหมือนเข็มแหลมทิ่มแทงลงมาในใจของเขา  

 

“พวกคุณว่างมากนักหรือไง ถึงได้มีเวลามายืนคุยเล่นกัน ถ้าอยากคุยกันมากนัก ก็ไปลาออกแล้วกลับไปนั่งคุยกันที่บ้านไหม”  

เสียงทุ้มเย็นของเลขาฯหน้านิ่งที่มาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ พูดทักขึ้นเสียงนิ่ง ทำเอาพนักงานทั้งสามคนหน้าถอดสี แล้วรีบพูดกล่าวขอโทษร่างโปร่ง ก่อนจะเดินออกไปอีกทางหนึ่ง จึงทำให้พนักงานไม่ทันเห็นว่าเลออนยืนอยู่อีกทาง และได้ยินบทสนทนาทั้งหมด ทอยหันมองหน้าเลออน ที่ยังคงยืนนิ่งเงียบอยู่  

“เดี๋ยวผมชงกาแฟให้ คุณกลับไปนั่งรอที่ห้องทำงานเถอะ” ทอยพูดบอก เลออนไม่ได้ตอบอะไร แต่ก็ยอมหันหลังเดินกลับไปที่ห้องทำงานของตัวเองเงียบๆ ไม่นานทอยก็เดินตามเข้ามา พร้อมกับถาดกาแฟและมีขนมมาด้วยเล็กน้อย  

“เดี๋ยวผมต้องลงไปดูเอกสารที่ฝ่ายการตลาดให้ท่านประธาน คุณก็อ่านแฟ้มโครงการในช่วง10ปีที่ผ่านมาของบริษัทไปก่อนนะครับ” ทอยพูดบอก เลออนก็ตอบรับยิ้มๆ ทอยจึงเดินออกไป  

เมื่อร่างโปร่งเดินออกไปแล้ว เลออนก็ถอนหายใจหนักๆ แล้วทำท่าจะยกแก้วกาแฟขึ้นดื่ม แต่ก็ชะงัก เมื่อเห็นโพสต์อิทสีเหลืองแปะอยู่ที่ถาดรองแก้วกาแฟ เลออนจึงหยิบขึ้นมาดู ก่อนจะคลี่ยิ้มออกทันทีเมื่ออ่านข้อความในนั้น 

-- คนอื่น จะคิดยังไงกับเรา 

ก็เรื่องของเขา 

ขอให้เราทำตัวของเราให้ดีเท่านั้นก็พอ  

ถึงคนอื่นจะมองไม่เห็นถึงความตั้งใจของคุณ แต่ผมมองเห็นนะ -- 

ข้อความสั้นๆที่ไม่ได้สวยหรูหรือเป็นการปลอบโยนแต่อย่างไร แต่กลับทำให้หัวใจของเลออนพองโตขึ้นมาเมื่อได้อ่าน ความรู้สึกแย่ๆของเมื่อครู่หายวับไปกับตา เพียงแค่อ่านข้อความสั้นๆจากคนคนหนึ่ง  

“ ถ้าคุณจะน่ารักมากขนาดนี้ ผมก็ไม่ไหวแล้วนะ ” เลออนพึมพำกับตัวเองยิ้มๆ ก่อนจะเก็บโพสต์อิทไว้ในกระเป๋าเงินของตัวเอง แล้วนั่งดื่มกาแฟยิ้มๆ หากใครมาเห็นคงคิดว่าเขาคงบ้าไปแล้วแน่ๆ  

. 

. 

. 

. 

คนน้องก็อ้อนเก่ง คนพี่ก็นิ่งเก่งเกิ๊น 😂 

โปรดติดตามตอนต่อไป... 

ปล. หากตอนนี้พบคำผิด หรือชื่อตัวละครสลับกัน รบกวนเมนต์บอกไรท์หน่อยนะคะ 

1 คอมเมนต์ดีๆ = ร้อยกำลังใจ ❤ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว