email-icon facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

อ่านแล้วระวังจะตกเป็นเหยื่อของพ่อเสือเลออนล่ะ หุหุ

ตอนที่ 3 เด็กแต่เด็ดนะครับ (rewrite)

ชื่อตอน : ตอนที่ 3 เด็กแต่เด็ดนะครับ (rewrite)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 71.4k

ความคิดเห็น : 49

ปรับปรุงล่าสุด : 09 พ.ค. 2563 00:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 400
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 3 เด็กแต่เด็ดนะครับ (rewrite)
แบบอักษร

ตอนที่ 3  

โดย แยมขนมปัง 

 

 

 

 

ตลอดทั้งวันที่ทอยต้องอยู่สอนงานให้กับเลออน ถึงแม้จากที่ทอยประเมินดูแล้ว เลออนก็เป็นเด็กหนุ่มหัวไว เรียนรู้งานได้เร็วจนบ้างเรื่องทอยแทบไม่ต้องสอนเลยด้วยซ้ำ ซึ่งดูเหมือนจะเป็นการสอนงานที่ง่ายหากสอนคนที่เป็นงานเร็ว  

แต่เปล่าเลย  

สำหรับทอยแล้ว การสอนงานให้เลออนเป็นอะไรที่เหนื่อยและน่าหงุดหงิดที่สุด เพราะตลอดทั้งวันเลออนมักจะหาเรื่องมากวนประสาทเขาได้ตลอดเวลา ทำเอาทอยเกือบคลั่งหลายครั้ง แต่ร่างโปร่งก็ยังคงเก็บอารมณ์ได้ดีอยู่ จนในที่สุดก็ถึงเวลาเลิกงาน ซึ่งทอยไม่เคยรู้สึกว่าการเลิกงานเป็นเรื่องที่ทอยต้องการมากขนาดนี้มาก่อน 

ในขณะที่ทอยมาเก็บของที่โต๊ะทำงานที่หน้าห้องท่านประธาน เลออนก็เดินตามมาด้วย แล้วมานั่งมองร่างโปร่งยิ้มๆ แต่ทอยก็พยายามไม่สนใจ  

ตี ดี๊ ดี ตี๊ ~ 

เสียงโทรศัพท์ของเลออนดังขึ้น ร่างแกร่งจึงต้องละความสนใจจากคนหน้าสวย แล้วกดรับสายที่โทรเข้ามา  

“ว่าไงคะ นัตตี้” เลออนรับสาย ทอยชำเลืองมองนิดๆ แต่ก็หันกลับไปเก็บของของตัวเองต่อ 

“ได้สิคะ........ที่ไหนดีเอ่ย.......โอเคค่ะจะให้พี่ไปรับไหม......ได้เลย งั้นเจอกันที่ร้านนะคะ....” เมื่อพูดจบ เลออนก็วางสาย แล้วหันกลับมาให้ความสนใจร่างโปร่งที่เก็บของเสร็จแล้วพอดี 

“หึ” เสียงหัวเราะในลำคอของคนตรงหน้า ทำเอาเลออนงุนงง 

“คุณหัวเราะอะไร”  

“ผมแค่คิดอะไรเรื่อยเปื่อยนะครับ”  

“คิดเรื่องผมอยู่หรือเปล่าน่าาาาา” เลออนแสร้งลากเสียงยาว ทำหน้าสงสัย แต่ก็ยิ้มกริ่ม 

“ใช่ครับ” ทอยตอบสั้นๆ ทำเอาเลออนชะงักไปนิด เพราะไม่คิดว่าทอยจะคิดเรื่องของเขาอยู่จริงๆ  

“คิดเรื่องผมแบบนี้ หรือว่าคุณ.....แอบสนใจผม” เลออนถามยิ้มๆ  

“ผมแค่กำลังคิดถึงเรื่องที่ผมเคยได้ยินมานะครับว่า ผู้ชายที่ชอบพูดจา คะ ค๋า มักจะเป็นพวกผู้ชายเจ้าชู้ หลอกล่อผู้หญิงเก่ง ไว้ใจไม่ได้ เอาง่ายๆคือไม่น่าคบหาสมาคมด้วยนะครับ ตอนแรกผมก็คิดว่ามันไม่เกี่ยวกัน แต่พอมาเจอ..." ทอยมองเลออนตั้งแต่หัวจรดเท้า "สงสัยเรื่องนี้มันคงจะจริง”  

ทอยพูดออกมายาว และนี่คงเป็นประโยคที่ยาวที่สุดตั้งแต่ทอยคุยกับเลออน เลออนนิ่งไปนิด ก่อนจะคลี่ยิ้มกริ่มออกมา เพราะสิ่งที่ทอยพูด ไม่ได้ทำให้เลออนโกรธหรือไม่พอใจอะไร กลับกันยิ่งทำให้เลออนสนใจในตัวร่างโปร่งตรงหน้าเข้าไปอีก  

“อย่าตัดสินคนแค่ภายนอกสิครับ ถ้าคุณอยากรู้ว่าผมเป็นอย่างที่คุณพูดหรือเปล่า คุณก็ต้องลองเข้ามาค้นหาคำตอบที่ตัวผมก่อนสิ ไม่แน่คุณอาจจะติดใจก็ได้”  

เลออนเผยรอยยิ้มกับสายตาแพรวพราวมองร่างโปร่งตรงหน้า ซึ่งขณะที่พูด ใบหน้าคมก็ค่อยๆเลื่อนเข้าหาใบหน้าใสของทอยมากขึ้น มากขึ้น และมากขึ้นจนตอนนี้ใบหน้าของคนทั้งคู่ห่างกันเพียงคืบ ทำเอาทอยชะงัก ก่อนมือเรียวจะผลักอกแกร่งของเด็กหนุ่มแล้วรีบถอยห่างออกจากร่างแกร่งทันที อาการตื่นตกใจของทอยทำเอาเลออนยกยิ้มอย่างพอใจ 

“ผมขอตัวนะครับ” ทอยพูดจบไม่รอให้เลออนตอบรับ ร่างโปร่งก็รีบพาตัวเองออกไปจากห้องทันที ส่วนเลออนก็หันมองตามแผ่นหลังกว้างที่เดินออกไปจนลับตา ด้วยรอยยิ้มกริ่ม 

น่ารักชะมัด 

เลออนพูดขึ้นยิ้มๆ ก่อนจะชะงักหุบยิ้มแทบไม่ทัน เมื่อมานึกได้ว่าเขาหลุดชมผู้ชายด้วยกันว่าน่ารักได้ยังไง ถึงแม้เลออนจะเคยแอบสนใจโซน รุ่นน้องที่เป็นผู้ชายมาก่อน แต่เขาก็ไม่ได้มีรสนิยมชอบพอหรือให้ความสนใจเพศเดียวกันนัก เขาสะบัดไล่ความคิดแปลกๆของตัวเองออก ก่อนจะออกจากบริษัทเพื่อไปหาหญิงสาวที่โทรมานัดหมายไว้  

----------------------- 

“ทางนี้ค่ะพี่เลออน”  

แขนเรียวของหญิงสาวยกมือขึ้นกวักเรียกร่างแกร่งด้วยรอยยิ้มหวาน เมื่อเห็นเลออนเดินเข้ามาภายในร้านอาหาร แล้วกำลังกวาดสายตามองหาโต๊ะของเธออยู่ เลออนยิ้มรับ ก่อนเดินเข้ามานั่งลงเก้าอี้ข้างๆเธอ  

“ทำไมพี่เลออนมาช้าจังเลยละคะ นัตตี้มารอตั้งนาน” หญิงสาวพูดติดงอนๆ  

“ขอโทษนะคะ พอดีรถติดมากเลยพี่เลยถึงช้า ไม่งอนพี่น่าา” เลออนพูดอ้อน ทำเอาหญิงสาวอมยิ้ม  

“นัตตี้ไม่งอนพี่เลออนแล้วก็ได้ค่ะ งั้นเราสั่งอาหารกันเลยดีกว่านะคะ” เลออนพยักหน้ารับ แล้วเรียกบริกรมาสั่งอาหารเรียบร้อย  

“พี่เลออนยิ้มอะไรคะ นัตตี้เห็นพี่นั่งยิ้มคนเดียวมาสักพักแล้วนะคะ แถมไม่สนใจนัตตี้ด้วย” หญิงสาวพูดกระเง้ากระงอด  

ส่วนเลออนเองก็แทบไม่รู้ตัวเลยว่าเขานั่งยิ้มอยู่คนเดียวจนลืมสนใจหญิงสาวข้างกาย ซึ่งสาเหตุที่ทำให้เลออนเอาแต่นั่งยิ้มนั้น เพราะอยู่ๆใบหน้าหวานที่เรียบนิ่ง แต่มักจะหงุดหงิดเวลาโดนเขาแกล้งก็ลอยเข้ามาในหัวของเลออน ที่พอนึกถึงทีไร ก็ทำให้เขาอดขำไม่ได้  

“ขอโทษนะคะ พอดีพี่คิดอะไรเพลินไปหน่อย” เลออนพูดบอก แต่หญิงสาวก็ไม่ทันพูดอะไรต่อ บริกรก็นำอาหารที่สั่งมาเสิร์ฟพอดี  

ทำไมผมต้องนึกถึงแต่หน้าคุณด้วยนะ ทอย..... 

---------------------- 

ทอยขับรถกลับมาถึงคอนโดด้วยความหงุดหงิด แค่นึกถึงหน้าเด็กหนุ่มคนนั้น เขาก็อยากจะพุ่งเข้าปล่อยหมัดใส่ให้รู้แล้วรู้รอด ความกวนประสาทของเด็กนั่น ทำเอาเขาแทบบ้า เมื่อขึ้นลิฟต์มาถึงชั้นของตัวเอง ร่างโปร่งก็เดินออกจากลิฟต์ด้วยสีหน้ายุ่งเหยิง  

“สวัสดีครับ ทอย” 

“สวัสดีครับพี่เบส” ทอยทักทายตอบรุ่นพี่ข้างห้อง  

“เป็นอะไรหรือเปล่า สีหน้าไม่ค่อยดีเลยนะ” 

“พอดีเจอคนบ้ามาก่อกวนนะครับ” เบสเลิกคิ้วขึ้นเมื่อได้ยินคำตอบ  

“ แล้วทอยเป็นอะไรมากหรือเปล่า”  

“ไม่เป็นอะไรหรอกครับ”  

“แล้วนี่ทานข้าวมาแล้วยัง”  

“ยังครับ พอดีผมพึ่งเลิกงาน”  

“งั้นดีเลย พี่กำลังจะออกไปทานข้าว ทอยไปทานเป็นเพื่อนพี่หน่อยได้ไหม” เบสพูดขอ ทอยยืนนิ่งคิด “นะครับ” ชายหนุ่มพูดย้ำ เพราะเห็นว่าทอยเงียบไป  

“ก็ได้ครับ” ทอยตอบรับ ทำเอาเบสคลี่ยิ้มกว้าง  

“งั้นเราไปกันเลยเถอะ” เบสพูดบอกก่อนจะเดินนำไปทางลิฟต์ โดยมีทอยเดินตามไป  

ทอยกับเบสรู้จักกันตั้งแต่ที่ทอยย้ายเข้ามาอยู่คอนโดแห่งนี้ แล้วบังเอิญห้องอยู่ติดกับห้องของเบส จึงทำให้ทั้งสองเปรียบเสมือนเพื่อนบ้านกัน เบสเป็นคนอัธยาศัยดี เป็นกันเอง มักจะมาชวนทอยพูดคุยเสมอเมื่อมีโอกาส แต่ด้วยความที่ทอยมีโลกส่วนตัวสูง จึงทำให้ไม่ค่อยจะได้มีปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้างมากนัก แต่ถึงอย่างไรสำหรับทอยแล้ว เบสก็เป็นคนดีคนหนึ่ง ที่รู้จักไว้ก็ไม่น่าจะเสียหายอะไร  

เบสให้ทอยมารถคันเดียวกับเขาโดยให้เหตุผลว่า ไหนๆก็อยู่คอนโดเดียวกันอยู่แล้วเอารถมาคันเดียวก็พอ ทอยก็ไม่ได้คิดอะไร จึงตกลงมารถของเบส ใช้เวลาไม่นานก็มาถึงร้านอาหาร  

บรรยากาศภายในร้านก็เหมือนกับร้านอาหารทั่วไป ไม่ได้มีจุดเด่นอะไร แต่ด้วยร้านนี้เปิดดึกในยาวค่ำคืน ทำให้ผู้คนค่อนข้างเข้ามาหนาตา เพราะในช่วงเวลาแบบนี้มีไม่กี่ร้านหรอกที่ยังเปิดอยู่  

เมื่อทอยและเบสเดินเข้ามาภายในร้านอาหาร สายตามากมายก็ต่างหันมาจับจ้องให้ความสนใจชายหนุ่มทั้งสอง ด้วยรูปร่างหน้าตาที่หล่อเหลา ถึงแม้จะหล่อกันคนละแบบ เบสจะหล่อแบบผู้ชายอบอุ่น ส่วนทอยก็หล่อแบบชวนให้หลงใหล แต่บางคนอาจจะมองว่าสวยก็ว่าได้  

ถึงคนจะให้ความสนใจมากแค่ไหน ทอยก็ไม่ได้สนใจเท่าไหร่นัก เบสนำทอยเดินมายังโต๊ะที่เบสโทรมาจองไว้ แต่แล้วกลับทำให้หนุ่มหน้าสวยต้องชะงักเท้า ยืนนิ่ง เมื่อเห็นชายหนุ่มคุ้นตา ที่ทำให้ทอยอารมณ์ฉุนเฉียวมาทั้งวัน กำลังนั่งอยู่กับหญิงสาวร่างเล็ก ที่โต๊ะข้างๆกับโต๊ะที่เบสจอง  

“ทอยเป็นอะไรหรือเปล่า” เบสถามขึ้น เมื่อเห็นว่าอยู่ๆ ทอยก็หยุดเดิน  

“เอ่อ ไม่มีอะไรหรอกครับ”  

เบสพยักหน้ารับ แล้วพาทอยมายังโต๊ะอาหาร ซึ่งในตอนนั้นเอง ตาคู่คมที่นั่งหันหน้ามาทางเดียวกับที่ทอยกำลังเดินเข้ามาก็เห็นร่างโปร่งเข้าพอดีทำเอาเจ้าของตาคมถึงกับคลี่ยิ้ม เขาไม่คิดว่าจะได้มาเจอร่างโปร่งที่นี่ ก่อนจะชะงักไปนิด เมื่อเห็นว่าทอยมากับชายหนุ่มร่างสูงคนหนึ่ง ส่วนทอยเองกลับทำเป็นไม่เห็นเลออน ก่อนจะนั่งที่โต๊ะข้างๆ ซึ่งเก้าอี้ที่ทอยนั่งเป็นฝั่งตรงข้ามกับที่เลออนนั่ง เด็กหนุ่มยังคงนั่งมองทอยนิ่งๆแทบไม่วางตา ซึ่งในตอนนั้นบริกรก็เดินมาที่โต๊ะของทอยพอดี 

“ทอยอยากสั่งอะไรเพิ่มไหม” เบสถามขึ้น หลังจากสั่งอาหารไป 3-4 อย่างแล้ว  

“เอาเท่าที่พี่เบสสั่งนั่นแหละครับ” ทอยพูดบอก ซึ่งจากคำพูดที่เรียกกันอย่างสนิทสนม ทำเอาเลออนรู้สึกรำคาญใจอย่างบอกไม่ถูก 

“พี่เลออนคะ ไม่ทานล่ะ อาหารจะเย็นหมดแล้วนะคะ”  

หญิงสาวพูดบอก เลออนจึงละสายตาจากทอย แล้วหันกลับมาทานอาหารต่อ แต่ระหว่างที่ทาน เลออนก็แอบชำเลืองมองทางร่างโปร่งเป็นระยะ ส่วนทอยเองก็ยังคงนั่งทานและพูดคุยกับเบสบ้างโดยไม่หันไปสนใจเลออนเลยสักนิด อย่างกับคนไม่รู้จักกัน ทำเอาเลออนหงุดหงิดขึ้นมานิดๆ  

ตี ดี๊ ตี๊ ดี ~ 

เสียงโทรศัพท์ของเบสดังขึ้น เบสจึงกดรับ  

“ครับแม่.....เบสมาทานข้าวข้างนอกครับ......แม่เป็นอะไรมากไหมครับ......แล้วไม่มีใครอยู่บ้านเลยเหรอ.....เอ่อครับๆเดี๋ยวเบสไปรับ....ครับแม่” พูดจบเบสก็วางสายแล้วหันมองหน้าทอยนิดๆ เหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่าง  

“พี่เบสไปหาแม่เถอะครับ ผมกลับเองได้” ทอยพูดขึ้นอย่างรู้ว่าชายหนุ่มจะพูดอะไร  

“เอ่อ คือแม่พี่ท่านรู้สึกเวียนหัวนะแล้วไม่มีใครอยู่บ้านเลย แต่พี่แวะไปส่งทอยก่อนได้นะ เพราะพี่เป็นคนพาทอยมา” ทอยส่ายหน้าปฏิเสธ  

“ไม่เป็นไรครับ ผมกลับได้” ทอยบอก เบสมีสีหน้าลังเลนิดๆ “พี่รีบไปหาแม่พี่เถอะครับ”  

“งั้นมื้อนี้ให้พี่เลี้ยงนะ ถือว่าขอโทษที่พาเรามาแล้วไม่ได้ไปส่ง” เบสพูดบอก ทอยทำท่าจะปฏิเสธ 

"ไม่เป็น......" 

“ห้ามปฏิเสธด้วย พี่จะได้สบายใจ” เบสพูดดักทางไว้ ถึงแม้ที่จริงแล้วเขาก็กะจะเลี้ยงร่างโปร่งตั้งแต่แรกอยู่แล้ว แต่หาข้ออ้างเพื่อไม่ให้ร่างโปร่งปฏิเสธ ทอยจึงพยักหน้ารับอย่างเลี่ยงไม่ได้ เบสยิ้มรับแล้วเรียกบริกรมาเก็บเงิน เมื่อเรียบร้อย สองหนุ่มก็ลุกเดินออกไปจากร้าน ซึ่งจนวินาทีสุดท้าย ทอยก็ยังคงเมินเลออนอยู่ดี  

“เอ่อ นัตตี้คะ พอดีพี่นึกขึ้นได้ว่าต้องไปทำธุระด่วนให้คุณพ่อนะ ยังไงพี่คงต้องกลับก่อนนะคะ นัตตี้ทานให้อร่อยนะ อะนี่เงินค่าอาหาร พี่ไปก่อนนะ แล้วไว้จะโทรหา” เลออนรีบพูดโดยไม่เปิดโอกาสให้หญิงสาวได้โต้แย้งอะไร ก่อนจะตั้งเงินไว้บนโต๊ะ แล้วรีบลุกออกไปทันที 

“พี่เลออน!! พี่จะไปไหน!! จะทิ้งนัตตี้ไว้แบบนี้ไม่ได้นะคะ!!!!” หญิงสาวโวยวายตามหลัง แต่เลออนก็ไม่ได้คิดจะสนใจอะไร  

------------------------ 

ก่อนแยกกัน ทอยก็พูดคุยกับเบสนิดหน่อย เบสยังคงอยากไปส่งทอย แต่ทอยก็ยืนยันคำเดิมที่จะกลับคอนโดเอง เบสจึงไม่ได้พูดอะไรต่อ เมื่อทั้งสองกล่าวลากันเรียบร้อย เบสก็ขับรถออกไป  

ทอยยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูก็พบว่าตอนนี้เป็นเวลาเกือบ 3 ทุ่มแล้ว ทอยมายืนรอรถแท็กซี่อยู่พักใหญ่ ก็ไม่มีรถที่ว่างเลย 

 

ปี๊นๆ  

เสียงบีบแตรของรถคันหรูที่ขับมาจอดหยุดตรงหน้าทอยที่ยืนมองอย่างงุนงง แต่ก็รู้สึกคุ้นตารถคันนี้อยู่ไม่น้อย และไม่ต้องให้ทอยได้คิดนาน เมื่ออยู่ๆกระจกหน้าต่างรถฝั่งด้านข้างที่นั่งคนขับ ก็เลื่อนลง เผยให้เห็นเจ้าของรถ ทำเอาทอยถอนหายใจทำหน้าเซ็ง 

“ขึ้นมา เดี๋ยวผมไปส่ง” เลออนพูดบอก  

“ไม่รบกวนดีกว่าครับ ผมกลับเองได้”  

“ไม่รบกวนหรอก ขึ้นมาเถอะน่า” เลออนยังคงรบเร้า 

“ผมบอกว่าไม่เป็นไรไงครับ” ทอยพูดย้ำ ก่อนเดินเลี่ยงไปทางอื่น  

“ดื้อจังวะ” เลออนบ่นกับตัวเอง ก่อนจะรีบลงจากรถแล้วเดินไปดักหน้าคนหน้าสวยทันที ทำเอาร่างโปร่งชะงักเท้า  

“ผมบอกให้ขึ้นรถไง” เลออนพูดซ้ำ แต่ทอยกลับทำหน้าเรียบเฉย แล้วเดินเลี่ยงร่างแกร่งอีกครั้ง โดยไม่ได้ตอบกลับอะไร  

“จะเอาแบบนี้ใช่ไหม....ได้” เลออนพึมพำกับตัวเองก่อนที่จะ  

พรึบ! 

“เฮ้ย! คุณจะทำอะไร ปล่อยผมลงนะ!” ทอยพูดโวย เมื่ออยู่ๆ เด็กหนุ่มก็อุ้มเขาขึ้นพาดบ่า ซึ่งถึงแม้ว่าทอยจะสูงพอๆกับเลออน แต่ถ้าเทียบกันทางกายภาพแล้ว ทอยค่อนข้างตัวบางกว่าเลออนพอสมควร ร่างโปร่งยังคงดิ้นไปมาอยู่บนบ่ากว้างอย่างไม่ยอม  

เพี้ยะ 

ทอยสะดุ้งโหยงทันทีที่มือหนาตีลงมาที่บั้นท้ายของเขาจังๆ  

“นี่ปล่อยผมลงนะ!!” ทอยยังคงร้องโวยอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย  

“ถ้าคุณยังไม่หยุดดิ้น ผมจะตีคุณให้ก้นช้ำเลย ไม่เชื่อก็ลองดู”  

เลออนพูดขู่ ทำคนบนบ่าชะงัก กัดฟันกรอด แต่ก็ยอมหยุดนิ่งแต่โดยดี เมื่อเห็นว่าทอยเลิกดิ้นแล้ว เลออนก็ยกยิ้มอย่างพอใจ แล้วอุ้มร่างโปร่งมาที่รถ ก่อนจะเปิดประตูฝั่งที่นั่งข้างคนขับ แล้วดันร่างโปร่งเข้าไปนั่งภายในรถ ซึ่งเมื่อเลออนปล่อยทอยลงให้นั่งลง ทอยก็ยกตัวจะลุกออกจากรถ  

“คุณนั่งเฉยๆเลยนะ ห้ามลงมา ถ้าคุณลงมาผมทำมากกว่าตีก้นนิ่มๆของคุณแน่ และผมทำจริง ไม่ได้แค่ขู่”  

เลออนพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง ทำเอาทอยถอนหายใจหนักๆ อย่างไม่สบอารมณ์ ก่อนจะสะบัดหน้าหันมองไปทางอื่นอย่างขุ่นเคือง แต่ก็ยอมทำตามที่ร่างแกร่งบอก เพราะมีอะไรบางอย่างทำให้ทอยรู้ว่าเลออนไม่ได้แค่ขู่เขาแน่นอน ส่วนเลออนที่เห็นว่าทอยยอมนั่งลงนิ่งๆก็ยิ้มกริ่ม แล้วปิดประตูรถ ก่อนจะเดินอ้อมมาขึ้นรถฝั่งตัวเอง แล้วขับออกไป  

“คุณพักอยู่ที่ไหน” เลออนถามขึ้นขณะขับรถ 

“.........”  

“ทอย ผมถามว่าคุณพักที่ไหน”  

"........." 

“ได้ ถ้าคุณไม่บอก ผมจะพาคุณไปนอนกับผมที่คอนโดผมนะ” เลออนพูดขึ้น ทำเอาทอยหันมองหน้าเลออนทันที “ว่าไง”  

“ไปส่งผมที่คอนโด xx แถว www” ทอยจำใจตอบไป โดยไม่หันมองหน้าเด็กหนุ่ม แต่ก็ทำให้เลออนยิ้มอย่างพอใจใช้เวลาไม่นาน เลออนก็มาถึงที่หมาย เมื่อรถจอดนิ่ง ทอยก็รีบลงจากรถทันที  

ปึก  

ทอยขมวดคิ้วเมื่อเห็นเลออนลงจากรถแล้วเดินตามเขาเข้ามาภายในคอนโด  

“นี่คุณเลออน คุณจะเดินตามผมมาทำไม” ทอยถาม 

“ก็ผมมาส่งคุณ ผมก็ต้องไปส่งให้ถึงที่สิ” เลออนพูดยิ้มๆ  

“ไม่เป็นไรครับ แค่คุณมาส่งผมถึงที่นี่ ก็กรุณามากแล้วครับ” ทอยจงใจพูดประชด แต่สีหน้ายังคงเรียบเฉย  

“เอาน่า ให้ผมขึ้นไปส่งเถอะ ไปกัน” เลออนไม่รอการตอบรับแต่กลับดึงแขนเรียวให้เดินตามเขาเข้าไปในลิฟต์ทันที ทอยพยายามจะดึงแขนออกจากมือแกร่ง แต่เลออนก็ยื้อไว้แน่น ทอยเลยเหนื่อยที่จะต่อต้าน จึงปล่อยเลยตามเลย  

“คุณอยู่ชั้นไหน”  

ทอยไม่ได้ตอบแต่เป็นฝ่ายกดลิฟต์ไปที่เลข 12 แล้วกลับมายืนกอดอกนิ่งๆ เลออนที่เห็นท่าทางของทอยก็ยิ้มขำ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรกันต่อ ไม่นานประตูลิฟต์ก็เปิดออกยังชั้นห้องของทอย ทอยก็รีบเดินออกมาทันที ส่วนเลออนก็เดินตามออกมาติดๆ  

“คุณกลับไปได้แล้ว ถึงห้องผมแล้ว” ทอยพูดบอก เมื่อมาหยุดยืนที่ประตูห้องหนึ่ง เลออนก็หันดูที่หมายเลขห้องทันที 

- 1210 -  

“จะไม่เชิญผมเข้าไปดื่มน้ำหน่อยเหรอไง” เลออนพูดยิ้มๆ  

“พอดีผมจะพักผ่อน คุณก็ควรกลับไปได้แล้วนะ พรุ่งนี้คุณต้องเข้าบริษัทแต่เช้า”  

“โธ่ แล้วนี่คุณยังไม่เคลียร์กับผมเลยนะ”  

“เรื่องอะไรไม่ทราบครับ”  

“ก็เรื่องที่คุณทำเป็นไม่รู้จักผมที่ร้านอาหารไง”  

“นั่นมันเป็นเวลาส่วนตัวของคุณ ผมเลยไม่อยากเข้าไปรบกวน”  

“อะไรๆก็รบกวน เรานะมันคนกันเองนะ” เลออนพูดบอก ก่อนยกมือขึ้นลูบแก้มใสของทอย ทำเอาทอยชะงัก รีบปัดมือแกร่งออกจากแก้มเขาทันที  

“คุณเลออน ถึงคุณจะเป็นลูกชายของเจ้านายผม ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะทำอะไรกับผมก็ได้นะ อีกอย่างผมอายุมากกว่าคุณหลายปี ช่วยให้เกียรติกันด้วย” ทอยพูดเสียงเข้มอย่างเหลืออด แต่กลับทำให้เลออนยกยิ้มกริ่ม 

“ผมเด็กกว่าแล้วไง เด็กแต่เด็ดนะครับ สนใจรับไปลองไหม 

เลออนพูดด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม แต่ยิ่งทำให้ทอยโมโหมากขึ้นไปอีก ร่างโปร่งหายใจเข้าออกหนักๆ อย่างพยายามควบคุมอารมณ์ของตัวเอง ไม่ให้ด่าร่างแกร่งกลับไป  

“คุณกลับไปเถอะครับ พรุ่งนี้กรุณาตรงต่อเวลาด้วย ผมไม่ชอบคนไม่รักษาเวลา” ทอยพูดด้วยน้ำเสียงที่พยายามนิ่งให้ได้มากที่สุด  

“ครับๆๆ งั้นผมไปก่อนนะ ฝันดีนะครับคุณเลขาฯ” เลออนพูดบอกก่อนที่จะ 

 

ฟอดดด 

ทอยถึงกับชะงักกึก หน้าเหวอ เมื่ออยู่ๆเลออนก็ก้มมาหอมแก้มเขาอย่างรวดเร็ว ก่อนเดินตรงไปทางลิฟต์หน้าตาเฉย แถมก่อนลิฟต์จะปิด เด็กหนุ่มแสนกะล่อนยังส่งยิ้มยียวนมาให้ พอประตูลิฟต์ปิด ทอยก็ได้สติ ก่อนที่จะยกมือขึ้นจับที่แก้มของตัวเอง แล้วกัดฟันกรอด  

“ไอ้เด็กเหี้ย!”  

ทอยสบถด่า อย่างไม่เคยด่าใครแบบนี้มาก่อน ตอนนี้เขาแทบหมดความอดทนกับเด็กหนุ่มคนนี้แล้วจริงๆ นี่ขนาดพึ่งมาทำงานด้วยกันแค่วันเดียว ยังทำให้ทอยเก็บอารมณ์แทบไม่อยู่ แล้วนี่ทอยต้องสอนงานให้เลออนอีกตั้ง 2 เดือนเต็ม ทอยคงฟิวส์ขาดระเบิดอารมณ์ใส่เลออนเข้าสักวันแน่ เมื่อยืนสงบสติอารมณ์อยู่สักพัก ทอยก็เดินกลับไปยังห้องของตัวเอง  

-1205 -  

. 

. 

. 

. 

เลออน!!! หาเศษหาเลยกับพี่เขาตลอดเลยนะ 😂😂😂😂😂 

โปรดติดตามตอนต่อไป.... 

ปล. หากตอนนี้พบคำผิด หรือชื่อตัวละครสลับกัน รบกวนเมนต์บอกไรท์หน่อยนะคะ 

1 คอมเมนต์ดีๆ = ร้อยกำลังใจ❤ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว