facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

CHAPTER VIII สับสนในใจ

ชื่อตอน : CHAPTER VIII สับสนในใจ

คำค้น : สายใยรัก หนี้หัวใจ ตอนที่8

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.1k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ต.ค. 2562 12:03 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
CHAPTER VIII สับสนในใจ
แบบอักษร

"อืม..." ค่อยๆเปิดเปลือกตาขึ้นทีละนิดก่อนจะวาดแขนไปข้างๆเพื่อคว้าร่างบางที่เขากอดทั้งคืนแต่ก็พบแต่ความว่างเปล่า 

 

"ม่านมุก..." ลืมตาได้อย่างเต็มที่ทันทีแล้วมองไปยังเตียงอีกฝั่งซึ่งว่างเปล่าไร้ร่างภรรยาของตน 

 

"เธอไปไหนกันนะ..." ค้นหาทั่วห้องแต่ก็ไม่พบร่างบางที่ตนนอนกอดทั้งคืนเลยจึงรีบอาบน้ำแต่งตัวแล้วลงไปข้างล่างทันที 

 

"คุณแม่ครับ...น้องเกรท..." ตอนแรกเขาลงมาเพื่อจะถามมารดาว่าเห็นภรรยาตนรึเปล่าแต่ก็ไม่ได้ถามออกมาเพราะเห็นหญิงสาวร่างบางนั่งอยู่ที่โต๊ะรับประทานอาหารกับแม่ของตน 

 

"พี่ภพคะ ทำไปตื่นสายจังเลยรู้มั้ยคะเจ้าตัวเล็กรอทานอาหารพร้อมพ่ออยู่" ว่าพลางลูบท้องของตนเบาๆ 

 

"เหอะ ฉันก็บอกแล้วนี่ว่าถ้าหิวก็กินไปก่อนไม่ต้องรอ คนอย่างเธอนี่คงไม่..." 

 

"คุณแม่ครับ..." พูดขัดขึ้นมาก่อนที่ผู้เป็นมารดาจะพูดต่อ 

 

"มาเถอะครับ...ทานข้าวกันเถอะครับน้องเกรท" เลื่อนเก้าอี้นั่งลงข้างๆหญิงสาวแล้ววางผ้ากันเปื้อนไว้กับตักทันที 

 

"เหอะ..." ได้แต่ทำเสียงไม่พอใจลูกชายในคอแล้วรีบทานข้าวทันที 

 

"คุณแม่ครับว่าแต่ม่านมุกไปไหนละครับ...ผมไม่เห็นเธอเลย" 

 

"เหอะ...แกสนใจด้วยเหรอว่าหนูมุกจะอยู่บ้านไม่อยู่บ้าน เห็นสนใจแต่แม่เมียน้อยกิตติมาศักดิ์คนนี้" ว่าพลางก็ปรายตามองไปยังหญิงสาวที่นั่งเบะปากชักสีหน้าอยู่โดยที่ลูกชายของตนไม่รู้ 

 

"คุณแม่คะ..." 

 

"ทำไมละจ้ะ...แม่ก็เป็นคนตรงไปตรงมาแบบนี้แหละ ไม่ได้เสแร้งแกล้งทำอย่างใครบางคน แม่ชักจะรู้สึกเบื่ออาหารขึ้นมาแล้วสิ สงสัยอากาศจะเป็นพิษ" พูดจบก็ลุกขึ้นทันทีแล้วก็เดินไปที่สวนหลังบ้านอย่างรวดเร็ว 

 

"พี่ภพคะ..." 

 

"เอาน่า...คุณแม่ก็เป็นแบบนี้แหละ เราก็ทนๆท่านหน่อยนะ เดี๋ยวพอเราสนิทกับท่านเมื่อไหร่ เราก็จะรู้ว่าท่านเป็นคนที่ใจดีมากเลยล่ะ" พูดตัดบทแล้วรีบทานอาหารทันที ทิ้งให้หญิงสาวข้างๆแอบเบะปากอย่างไม่พอใจ 

 

"พี่ภพคะเราไปเดินเล่นช้อปปิ้งที่ห้างกันดีมั้ยคะ ตัวเล็กอยากเดินห้าง" พูดพลางลูบท้องตัวเองปอยๆ 

 

"ครับ งั้นก็ได้ครับ" หันไปยิ้มให้หญิงสาวข้างๆที่กอดแขนตนอย่างแน่นเหมือนอยากจะสิงแขนชายหนุ่มเสียให้ได้ 

 

"เย้...ดีใจจัง" 

 

"ป้าศรี...ป้าศรีครับ" เมื่อเห็นแม่บ้านเก่าแก่จึงรีบเรียกทันทีเพื่ออยากจะถามอะไรบางอย่าง 

 

"มีอะไรรึเปล่าคะคุณหนู" เปรยตามองหญิงสาวข้างๆคุณหนูที่ตนเลี้ยงมาตั้งแต่เด็กอย่างไม่พอใจ จึงได้เห็นธาตุแท้บนใบหน้าหญิงสาวที่เบะปากมองเธออย่างรังเกียจรังชัง 

 

"ป้าศรีทราบมั้ยครับว่าม่านมุกไปไหน" 

 

"หนูมุกออกไปโรงพยาบาลตั้งแต่เช้าแล้วค่ะ ป้าคิดว่าคุณหนูจะรู้แล้วเสียอีก" 

 

"เธอป่วยไม่สบายเป็นอะไรเหรอครับ..." ถามด้วยท่าทีเป็นห่วงเป็นใยออกมาอย่างชัดเจนทำให้คนข้างๆนั้นแอบเบะปากและแสดงท่าทีที่ไม่พอใจออกมาอย่างเห็นได้ชัดในสายตาแม่บ้านผู้เก่าแก่เช่นกัน 

 

"เปล่าหรอกค่ะ พอดีว่าแม่ของหนูมุกไม่ค่อยสบายแล้วเมื่อเช้าอาการเธอก็ไม่ค่อยดี หนูมุกจึงไปดูคุณแม่น่ะค่ะ" พูดจบก็เดินไปสวนหลังบ้านทันที 

 

"พี่ภพคะ...ไหนพี่ภพบอกว่าไม่ได้รักพี่มุกแล้วไงคะ" ถามด้วยน้ำเสียงน้อยใจพลางทำท่าทางเง้างอน 

 

"พี่แค่ถามไปตามหน้าที่น่ะ พี่ว่าพี่ต้องไปโรงพยาบาลก่อนน่ะครับ" 

 

"แล้วที่พี่ภพบอกว่าจะพาเกรทไปช้อปปิ้งละคะ" 

 

"ไว้เดี๋ยวพี่พาไปบ่ายๆนะครับ พี่ต้องขอไปเยี่ยมคุณแม่ก่อน" 

 

"งั้นเกรทขอไปด้วยนะคะ" 

 

"หืม..." 

 

"นะคะพี่ภพ เกรทอยากไปให้กำลังใจพี่มุกหน่อยค่ะ ถึงพี่มุกจะไม่ค่อยชอบเกรทก็ตาม" พูดด้วยเสียงอ่อยๆแล้วก้มหน้าอย่าง(แกล้ง)น้อยใจ 

 

"ไม่เป็นไรนะครับน้องเกรท พี่จะดูแลเราเองนะ" ลูบใบหน้าหวานเบาๆก่อนจะก้มลงหอมศีรษะเล็ก 

 

"ค่ะ พี่ภพต้องดูแลเกรทนะคะ" โผกอดชายหนุ่มทันทีอย่างรักใคร่ 

 

... 

 

"ฮึก แม่คะ" สะอื้นออกมาเบาๆแล้วกุมมือแม่ของตนซึ่งตอนนี้นอนไร้สติอยู่บนเตียงคนไข้ 

 

"แกรก..." เสียงเปิดประตูนั้นทำให้หญิงสาวทอดสายตาหันไปมองคนที่เข้ามาในห้องพักฟื้นvipทันที 

 

"คุณมุกครับ..." ทักหญิงสาวที่หันมามองตนทันทีเมื่อเดินเข้ามาถึง

 

"คุณหมอคะ แม่เป็นยังไงบ้างคะ" ถามขึ้นอย่างร้อนรน

 

"คนไข้อาการอยู่ในขั้นกึ่งวิกฤตครับ ก้อนมะเร็งนั้นเริ่มใหญ่จนเบียดตับมากขึ้นทำให้ไม่สามารถย่อยอาหารที่ควรย่อยที่ตับได้ครับ" (ไม่ได้อิงหลักการอะไรนะคะแต่งขึ้นเพื่อความบันเทิงเท่านั้น)

 

"แล้วแม่จะเป็นยังไงบ้างคะ"

 

"คนไข้ควรได้รับการผ่าตัดให้เร็วที่สุดนะครับ ก่อนที่ก้อนมะเร็งจะใหญ่มากกว่านี้จนไม่สามารถรักษาได้"

 

"ครับ...งั้นผ่าตอนนี้เลยก็ได้ครับ" เสียงนั้นทำให้บทสนทนาของทั้งสองคนหยุดชะงักลงสายตาทั้งสองคู่มองไปยังผู้มาใหม่สองคนทันที

 

"คุณ..." หญิงสาวอุทานออกมาอย่างตกใจที่ผู้เป็นสามีมาที่นี่แต่ทว่าก็ไม่ตกใจเท่าตอนที่มองเห็นหญิงสาวร่างเล็กข้างกายสามีที่เกาะแขนสามีของคนอื่นอย่างแน่นหนาเหมือนจะเป็นนางตานีสิงต้นกล้วยยังไงยังงั้น

 

"เอ้า แม่เธอป่วยอยู่ก็ควรรีบรักษาสิจะกังวลอะไร คุณหมอครับไหนเอกสารละครับเอาให้ภรรยาผมเซ็นสิครับ"  

 

"ออ...ครับ..." ตอนแรกได้แต่อึ้งๆอยู่ที่ผู้ชายคนตรงหน้าควงผู้หญิงคนอื่นที่ไม่ใช่ภรรยาเข้ามาเยี่ยมแม่ของภรรยาแต่ประโยคเมื่อกี้ก็เรียกหมอหนุ่มให้ออกมาจากภวังค์ได้เสียก่อนแล้วรีบส่งชาร์ตที่มีใบขออนุญาตเข้ารับการผ่าตัดของคนไข้ให้หญิงสาวข้างๆทันที

 

"ค่ะ..." รับมาแล้วรีบเซ็นทันที ยังไงซะเธอก็คงให้แม่ผ่าตัดไปก่อนส่วนเรื่องค่ารักษาพยาบาลนั้นเธอคงจะเบิกเงินเดือนล่วงหน้าจากเจ้านายเธอส่วนหนึ่งอีกส่วนหนึ่งคงจะหางานพิเศษทำหรือกู้ยืมใครสักคน

 

"พี่ภพคะ เกรทอยากกลับบ้านแล้ว เกรทรู้สึกเวียนหัวมากเลยค่ะ"

 

"อุ้ย...คุณเกรทคงจะเวียนหัวมากสินะคะ งั้นก็ให้อาหมอตรวจให้ละเอียดเลยดีกว่าค่ะ จะได้ปลอดภัย" เสียงใสๆนั้นทำให้ทุกคนหันไปทางต้นเสียงทันทีก็พบกับเด็กสาวในชุดนักเรียนม.ปลายเดินเข้ามาด้วยรอยยิ้มแป้น

 

"พิคเซ่ล..." หมอหนุ่มเพียงคนเดียวในห้องอุทานออกมาด้วยดวงตาที่เบิกกว้างอย่างตะลึงทันทีที่เห็นเด็กสาวเดินเข้ามาในห้องอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย

 

"เอ่อ...คุณหมอคะ..." หญิงสาวที่เซ็นใบขออนุญาตเข้ารับการผ่าตัดเสร็จแล้วก็ส่งสายตาเป็นเชิงถามทันทีว่าผู้มาใหม่นั้นเป็นใคร

 

"ออครับ นี่ยัยพิคเซ่ล หลานสาวผมเองครับ พิคเซ่ลสวัสดีทุกคนสิ"

 

"สวัสดีค่ะพี่ม่านมุก เอ่อ..." เมื่อสวัสดีหญิงสาวข้างๆอาหมอแล้วก็มองไปยังคนสองคนที่ทำหน้าเหวออยู่โดยไม่ได้ยกมือไหว้ต่อ

 

"นี่พิคเซ่ล..."หมอหนุุ่มรีบสะกิดเด็กสาวที่ทำท่าทางประเมินชายหญิงสองคนที่มองตนอย่างเหวอๆอยู่เบาๆเพื่อให้เธอทำความเคารพทั้งสองคน

 

"อะไรกันคะ อาหมอ ผู้ใหญ่สองคนนี้เนี้ย ผู้ใหญ่จริงๆเหรอคะ"

 

"ยัยพิคเซ่ล"

 

"ทำตัวเป็นตัวอย่างที่ อืมมม...เด็กไม่สมควรเลียนแบบ หนูควรเคารพผู้ใหญ่สองคนนี้เหรอคะ" คำพูดที่ดูไร้เดียงสานั้นทำให้ชายหนุ่มผู้มีความผิดติดตัวอยู่นั้นเหวอทันที ส่วนหญิงสาวที่เกาะแขนเขาอยู่นั้นก็เหวอ+หน้าแตก แล้วกำลังข่มอารมณ์โกรธที่อยากจะเข้าไปตบสั่งสอนเด็กตรงหน้าทันที เพราะตอนนี้เธออยู่ต่อหน้าว่าที่สามีของเธอ เธอจึงได้เพียงแต่ทำหน้าเค่นแค้นประกาศศึกไปยังเด็กสาว แต่เด็กสาวก็ยังคงแอ๊บตีหน้าซื่อไม่สนใจสายตาที่ลุกเป็นไฟของเธอ ทำให้ยั่วโมโหเธอมากขึ้น

 

"พี่ภพคะ..." แสร้งพูดเสียงสะอื้นออกมาพลางกอดแขนชายหนุ่มแน่นกว่าเดิม

 

"ยัยพิคเซ่ล ขอโทษทั้งสองคนเดี๋ยวนี้นะ" กระซิบเบาๆให้ได้ยินทั้งสองคน

 

"ไม่ แล้วไม่ต้องขอโทษแทนกันด้วยนะไม่งั้นเรื่องนี้ไปถึงคุณหนูแน่" พูดกระซิบให้ได้ยินกันแค่สองคนเท่านั้นก่อนจะยิ้มอย่างมีชัยเมื่อเห็นสีหน้าถอดสีของหมอหนุ่มที่จำใจต้องทำตามที่เธอบอก

 

"อาหมอคะ ไปตรวจผู้หญิงคนที่บ่นว่าเวียนหัวให้ละเอียดหน่อยสิคะ แล้วรักษาอาการ ที่เธอเป็นอยู่ให้หายด้วยนะคะ ไปตรวจกับอาหมอสิคะ" 

 

"พี่ว่าก็ดีนะ ยังไงเราก็มาโรงพยาบาลแล้วก็ไปตรวจดู คุณหมอครับฝากด้วยนะครับ"

 

"ครับ...ยินดีครับ เชิญครับคุณเกรท" ผายมือให้หญิงสาวเดินนำออกไปนอกห้อง

 

"แต่พี่ภพคะ..."

 

"หรือที่ไม่อยากตรวจนี่มีอะไรแอบซ่อนไว้กันแน่" เด็กสาวพูดพลางมองหญิงสาวที่หน้าตาถอดสีอยู่อย่างรู้ทัน

 

"มะ...ไม่มีสักหน่อย ไปเถอะค่ะคุณหมอ" พูดจบก็เดินออกไปนอกห้องทันที

 

"หึๆ ซ่อนหางจิ้งจอกไม่หมดจริงๆ" พึมพัมกับตัวเองเบาๆ

 

"เอ่อ หนูว่าไงนะคะ"

 

"ออ เปล่าค่ะ หนูขอตัวตามอาหมอไปนะคะ ไม่ค่อยไว้ใจให้อยู่ลำพังกับผู้หญิงคนนั้นเท่าไหร่" พูดออกมาดังลั่นทำให้ชายหนุ่มผู้ที่ถือว่าเป็นสามีของคนที่เด็กสาวพูดถึง ถึงแม้จะไม่ได้แต่งงานกันแต่เขาก็ถือว่าเป็นสามีของเกรทเช่นกัน

 

"หนูจะพูดแบบนี้กับเมียพี่ไม่ได้นะครับ"

 

"ฮ่าๆ หนูคิดว่าเมียพี่คือคนนี้เสียอีก ผู้ชายนี่มีเมียสองคนก็ได้กันเนอะ น่าแปลกจัง ผู้หญิงคงเจ็บปวดใจน่าดู" พูดจบก็เดินออกจากห้องอย่างรวดเร็วก่อนที่อาจจะไปนอนบนเตียงคนไข้แทนเสียเอง

 

"เด็กคนนี้นี่มัน..."

 

"อย่าไปโทษเด็กเขาเลยค่ะ เขาเห็นแบบไหนก็พูดแบบนั้นแหละ ผู้ใหญ่เสียอีกที่ควรจะรู้ผิดชอบชั่วดีมากกว่าเด็กๆ แต่กลับทำตัวเป็นตัวอย่างที่ไม่ดี" พูดจบก็รีบสาวเท้าออกจากห้องเพราะไม่อยากจะอยู่กับชายหนุ่มตามลำพังนัก เขากับเธอยังคงมีเรื่องค้างคาใจกันหลายเรื่องมากจนเธอไม่สามารถปรับความรู้สึกให้ดีขึ้นมาแล้วยิ้มสู้หน้าเขาได้

 

"เดี๋ยวก่อนสิ คุยกันก่อน" คว้าแขนภรรยาไว้ก่อนที่เธอจะเดินออกจากห้อง

 

"ทำไมฉันต้องคุยกับคุณด้วยคะ" พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาแล้วเบนหน้าไปทางอื่น

 

"ชู่ว...คุณอย่าเสียงดังสิ เดี๋ยวคุณแม่ก็ตื่นหรอก"

 

"เหอะ ค่ะ คุยก็คุยแค่ครั้งนี้เท่านั้นนะคะ" จำใจเดินออกไปนอกห้องเพื่อหาที่คุยเงียบๆกับสามีหนุ่ม

 

... 

 

"คุณหมอคะ ฉันแค่เวียนหัวน่ะค่ะอาจจะแค่แพ้ท้องไม่ต้องตรวจอะไรมากหรอกค่ะ" เมื่อเดินเข้ามาใกล้ห้องตรวจแล้วก็บอกหมอหนุ่มด้วยเสียงสั่นๆ 

 

"คุณท้องอยู่หรอกเหรอครับ..." ถามด้วยตาเบิกกว้าอย่างตกใจในสิ่งที่ได้รับรู้ 

 

"ทำไมคุณหมอถึงได้ตกใจขนาดนั้นกันเหรอคะ" 

 

"ออ...เปล่าหรอกครับ ผมว่าคุณตรวจดูพัฒนาการทารกในครรภ์เลยดีกว่าครับ เพื่อความปลอดภัย" 

 

"เอ่อ ฉันตรวจแล้วเมื่อสองวันก่อนน่ะค่ะ ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ขอบคุณค่ะ ฉันขอตัวกลับก่อนนะคะ" พูดอย่างเร็วๆรัวๆก่อนจะรีบสาวเท้ารวดเร็วจากไปทันที 

 

"โธ่เว้ย ทำไมนายไม่รั้งเธอไว้ล่ะ" เด็กสาวที่เพิ่งจะตามมาถึงก็พูดออกมาด้วยน้ำเสียงเสียดาย 

 

"ทำไมต้องรั้งเธอไว้ด้วยล่ะ"  

 

"ก็จะได้หลักฐานครบถ้วนไง ความจริงแล้วผู้หญิงคนนั้นไม่ได้ท้องหรอก" 

 

"หา ว่าไงนะ แล้วเธอรู้ได้ไงกัน" 

 

"อย่าเสียงดังสิ เข้าไปคุยกันในห้องดีกว่า" ทำท่าทีจุ๊ปากเพื่อให้หมอหนุ่มลดเสียงลง 

 

"โอเค..." เดินไปยังห้องพักของตนทันทีแล้วเข้าไปอย่างรวดเร็ว 

 

"ว่ามาสิ..." 

 

"หึๆ ดูเอาเองและกัน" ส่งโทรศัพท์ให้ชายหนุ่มดูคลิปวิดีโอทันที 

 

"หึๆ คุณก็เอาเงินมาสิคะ ตกถังข้าวสารแล้วนี่ ฉันอุตส่าห์ช่วยหาทางให้คุณ" คนท้องโตคนนึงพูดด้วยรอยยิ้มชั่วร้าย 

 

"นี่แก ค่าจ้างแกฉันก็ให้ไปแล้วนะ แกจะเอาอะไรอีก" 

 

"หึ มันไม่พอน่ะสิ ฉันช่วยเธอตั้งเยอะนะ ช่วยให้เธอกลายเป็นแม่ของลูกของทายาทนักธุรกิจชื่อดังอย่างคุณธนภพ ทั้งหล่อ ทั้งรวย ทั้งๆที่ความจริงแล้วเธอมีลูกไม่ได้ด้วยซ้ำเพราะเธอเป็นหมัน" 

 

"หึ แกนี่มัน..." 

 

"ถ้าเธอไม่ส่งเงินมาให้ฉันละก็ เธอได้ถูกไล่ตะเพิดออกจากตำแหน่งเมียน้อยและแม่ของลูกเขาแน่ อย่าหาว่าฉันไม่เตือน" พูดจบก็ยิ้มชั่วร้ายออกมา 

 

"โอเค..." หมอหนุ่มได้หยุดคลิปเพียงเท่านั้นเพราะไม่สามารถทนดูพฤติกรรมความร้ายกาจของหญิงสาวในวิดีโอได้ 

 

"เป็นไงละ..." 

 

"เห้อ มันเรื่องครอบครัวเขาเธอจะไปยุ่งทำไม" 

 

"นี่มันไม่ใช่เรื่องครอบครัวเขาอย่างเดียวนะ มันเป็นเรื่องของคุณหนูด้วย นายก็รู้นี่ว่าพวกเรามีหน้าที่อะไร ถ้าพวกเราเลือกจะปิดบังคุณหนูจริงๆก็ต้องดูแลคุณหนูรองให้ดี" 

 

"เห้อ โอเค เรื่องความปลอดภัยผมไม่มีทางปล่อยไปแน่ แต่เว้นไว้เพียงเรื่องนี้เรื่องเดียวเถอะพิคเซ่ล มันเป็นเรื่องครอบครัวนะ" 

 

"เห้อ ก็ได้ๆนายก็พูดดูมีเหตุผลจริงแหละ แต่ถ้ายัยนั่นทำอะไรคุณหนูรองละก็ ฉันไม่ปล่อยไว้แน่" 

 

"เอาเถอะๆผมไม่เถียงแล้วครับ" ได้แต่จำใจยอมรับในความกล้าหาญของเด็กสาวซึ่งดูแล้วมันจะเริ่มมากขึ้นเรื่อยๆจนบางทีดูจะมากเกินกว่าความจำเป็น 

 

... 

 

"นี่เธออีกแล้วเหรอ..." อุทานออกมาอย่างตกใจเมื่อเงยหน้ามองคนที่เดินชนตน 

 

"ตาฟาร์มหมาในปากนี่ อ้อ พอจะรู้แล้ว มาเอาหมาออกจากปากรึไง" นักข่าวสาวพูดด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ยในแก้มชายหนุ่มตรงหน้าที่ดูบวมๆผิดปกติ 

 

"เหอะ เธอน่ะมาเผือกใครอีกล่ะ ที่นี่มันโรงพยาบาลนะ เธอก็ยังจะไม่เว้นอีกเหรอ" พูดออกมาด้วยเสียงอู้อี้เพราะยังเจ็บฟันอยู่ 

 

"ฉันก็มาทำข่าวซึ่งเป็นอาชีพฉันสิย่ะ ว่าแต่นายรู้เปล่าอ่ะว่าแม่ของคุณม่านมุกที่อยู่ข้างๆบ้านนายอยู่ห้องไหน" 

 

"เหอะ ผมขอเถอะครับ อย่าไปรบกวนคนป่วยเขาเลย เดี๋ยวเขาเห็นหน้าคุณอาการเขาจะแย่ลง" พูดอย่างเล่นจริงทีจริงก่อนจะยื่นหน้าเข้าไปใกล้หญิงสาวที่ถอยหน้าหลบเขา 

 

"นะ...นายจะทำอะไรน่ะ" ถามออกมาด้วยเสียงสั่นๆ 

 

"หึๆก็จะทำให้เธอรู้ซึ้งถึงหมาในปากฉันล่ะ" พูดจบก็ยื่นหน้าไปใกล้ๆหญิงสาวมากยิ่งขึ้นจนหญิงสาวนิ่งแล้วหลับตาลง 

 

"หึๆ ยัยขี้เผือก ยัยเผือกทุกเรื่อง ยัยเผือกไม่รู้เวลาเอ้ย" พูดได้เท่านั้นก็เลื่อนหน้าออกมาทันทีแล้วส่งยิ้มกวนๆให้หญิงสาวที่มองตนอย่างโมโห 

 

"นี่นายแกล้งฉันเหรอ"  

 

"หึๆ เธอคิดว่าฉันจะจูบแล้วพิสวาสเธอรึไง หึๆ ขี้มโนจริง ยัยเผือก" จิ้มหน้าผากหญิงสาวเบาๆก่อนจะหันหลังแล้วเดินจากไปทันที 

 

"ตาบ้าเอ้ย..." ได้แต่กระหวัดกระเหวี่ยงเพียงคนเดียว 

 

... 

 

"คุณมีเรื่องอะไรจะคุยล่ะ" 

 

"ก็เรื่องเธอนั่นแหละ เธอเป็นอะไรหรือม่านมุก ทำไมเธอถึงชอบหลบหน้าแล้วทำเย็นชาใส่กันด้วย" 

 

"ฉันก็เป็นแบบนี้แหละ คุณจะให้ฉันเป็นแบบไหนล่ะ ร้องไห้ฟูมฟายที่มีสามีที่ไม่รักหรือไง" 

 

"เธอไม่เสียใจเลยรึไง" 

 

"เสียใจสิ ทั้งเจ็บใจเจ็บปวดมากๆยากจะบรรยายเลยล่ะ" 

 

"ม่านมุกแล้วทำไมเธอถึงต้องหนีหน้าฉันด้วยล่ะเมื่อเช้า..." 

 

"เห้อ ฉันมาหาแม่ไงแม่อาการกึ่งวิกฤตมาก" 

 

"ทำไมเธํอไม่ยอมให้แม่ผ่าตัดตั้งแต่แรกล่ะ" 

 

"ฉันไม่ได้มีเงินมากขนาดนั้นนี่ ฉันต้องไปหาเงินค่าผ่าตัดมาก่อน" 

 

"ทำไมเธอไม่บอกฉันล่ะม่านมุก เรื่องนี้เดี๋ยวฉันจัดการเอง" 

 

"ไม่ต้องรบกวนคุณหรอกค่ะเพราะเดี๋ยวเราก็จะหย่ากันแล้วฉันไม่อยากติดหนี้บุญคุณคุณ" 

 

"หึ งั้นเอาแบบนี้มั้ยล่ะ ผมจะจ่ายค่ารักษาพยาบาลแม่คุณเองแล้วคุณค่อยผ่อนผมไปเรื่อยๆก็ได้" 

 

"แต่ฉัน..." 

 

"เอาเถอะน่า อย่าเกรงใจหรือคิดมากไปเลย ผมไม่ได้ให้เงินคุณฟรีๆหรอกนะ" พูดจบก็มองหญิงสาวด้วยแววตาเจ้าเล่ห์พลางค่อยๆกระชับเอวบางเข้ามาใกล้ๆ 

 

"นี่คุณ...จะทำอะไรน่ะ" ถามสามีหนุ่มด้วยเสียงสั่นๆ 

 

"หึๆ คุณคิดว่าผมจะทำอะไรน่ะ" ค่อยๆยื่นหน้าเข้าใกล้ภรรยาสาวจนลมหายใจรดกัน หญิงสาวค่อยๆหลับตาลง 

 

"หึๆ ใบไม้ติดผมน่ะ" เอาใบไม้บนหัวภรรยาสาวออกแล้วยื่นหน้าออกจากหญิงสาวทันที 

 

"เห้อ..." หญิงสาวได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกที่สิ่งที่เธอคิดนั้นไม่ได้เป็นจริง 

 

"คุณคิดว่าผมจะจูบคุณงั้นเหรอ" 

 

"ปะ...เปล่าสักหน่อยใครจะไปคิดกัน" รีบก้มหน้าก้มตาซ่อนใบหน้าแดงเรื่อของตนไว้ก่อนจะเดินจากไปอย่างรวดเร็ว 

 

"ตึก ตึก ตึก...อะไรกัน เสียงแบบนี้น่ะ" กุมหน้าอกตัวเองอย่างตกใจที่เธอกลับมาใจเต้นแรงอีกแล้วหลังจากที่สามีหนุ่มเกือบจะจูบเธอ ทำไมกันนะทั้งๆที่เธอพยายามลืมแต่เขาก็ชอบเข้ามาทำให้เธอสับสนหัวใจตัวเองทุกที  

 

"หึ อย่าหวังเลยว่าแกจะได้พี่ภพไป ฉันจะแย่งเขามาเป็นของฉันให้ได้" หญิงสาวที่แอบอยู่หลังพุ่มไม้รีบออกมาจากพุ่มไม้แล้วมองชายที่เธอหมายปองไว้ซึ่งเธอกับเขาเป็นแฟนกันตั้งนานแล้วแต่เพราะผู้หญิงคนนั้นทำให้เธอตกอยู่ในสถานะเมียน้อยแล้วยังถูกใครๆดูถูกเหยียดหยามอีก เธอจะไม่ยอมเสียภพไปให้ใครอีกแล้ว ภพต้องเป็นของเธอเท่านั้น ว่าพลางกำมือแน่นแล้วมองหญิงสาวและชายหนุ่มที่เดินเคียงคู่กันไปด้วยแววตาอาฆาตแค้นเตรียมที่จะปองร้ายตลอดเวลา 

 

... 

จบตอน 

เจอเด็กด่า(แบบเนียนๆ)สักหน่อย เผื่อตาพี่ภพจะได้ตระหนักเสียบ้าง รู้สึกว่าดราม่าเยอะเกิน กลัวจะรับไม่ไหว อีกไม่นานแล้วจะได้เห็นรอยยิ้มของน้องบ้างแล้ว ไว้เจอกันใหม่พรุ่งนี้นะทุกคน 

ความคิดเห็น