facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 2 หัวไชเท้า

ชื่อตอน : บทที่ 2 หัวไชเท้า

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนฟิค

คนเข้าชมทั้งหมด : 494

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 06 ม.ค. 2563 20:58 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 2 หัวไชเท้า
แบบอักษร

BY : HIDRANFROST

EP : 2 หัวไชเท้า

 

 

 

"ข้าชื่อ.."

 

"เป็นอันใดอ้ำๆ อึ้งๆ ไร้ชื่อแซ่หรือ รึว่าเจ้าโดนกระทืบจนความจำเสื่อม"

 

"ถ้าข้าบอกท่านจะไม่ตีข้าใช่มั้ย.." เฟยเฟยพยักหน้าให้อย่างเหนื่อยใจ

 

"ข้ามีนามว่าฉงหลิน" ร่างสูงยอมเอ่ยนามออกมา เพียงแต่ไม่กล้าบอกแซ่ของตน เกรงว่าหากบอกไปแล้วจะถูกนางไล่ตีออกนอกบ้าน

 

จะเรียกว่าบ้านก็ไม่เชิง มันเป็นเพียงพื้นลาดปูนเล็กน้อยมีที่กั้นระหว่างธรณีประตูไม่ให้น้ำท่วมยามฝนตก มีเตียงน้อยตั้งไม่ไกลจากเตาครัว นอกนั้นมีแต่ชั้นไม้วางสมุนไพร ตำราและเครื่องปรุง..

 

แลมองแล้วหวนให้นึกถึงเวินฉิงพี่สาวยิ่งนัก ตำราและกระปุกยา กล่องสมุนไพรเหล่านี้ช่างคล้ายคลึงกัน

 

"แซ่เจ้าล่ะ" นางถามย้ำ แต่เมื่อเห็นสีหน้าลำบากใจของเขาจึงไม่บังคับอีก

 

"เช่นนั้นข้าจะเรียกเจ้าว่า 秘密(มี่มี่)* มี่ฉงหลิน"

 

"อืม ก็ได้" นอกจากจะไม่แสดงท่าทางไม่พอใจที่มีคนมาเปลี่ยนแซ่ของตนเเล้วเวินหนิงยังแสดงสีหน้าดีใจเสียอีก

 

"แล้วเจ้าทำอาหารอะไรบ้าง ข้าต้องยกไปให้บ้านใหญ่ก่อนจะตักแบ่งไว้ให้เจ้าก็แล้วกันนะ" เฟยเฟยนึกขึ้นได้ถึงกิจวัฒประจำวันที่ต้องทำจึงลุกขึ้นไปเตรียมถ้วยชามตักแกง

 

"เจ้าทำแต่เมนูนี้งั้นรึ!" เปิดหม้อได้นางก็แทบหงายหลังเมื่อเห็นเมนูอาหารสุดบรรเจิดของผู้ป่วย

 

-หัวไชเท้าผัดน้ำผึ้ง

-แกงจืดหัวไชเท้า

-หัวไชเท้าม้วน

-หัวไชเท้าทอด

 

"ทำไมหรือ หัวไชเท้าอร่อยนะ"

 

"แต่คนที่บ้านใหญ่น่ะเรื่องมากสุดๆ ขืนมีแต่เมนูซ้ำๆ แบบนี้เขาต้องบ่นแน่"

 

"ไม่เป็นไร หากพวกเขาไม่ชอบข้าจะกินเอง" รอยยิ้มไร้เดียงสาพาให้นางปวดหัวนัก ชายคนนี้ตกลงเขาซื่อหรือเซ่อกันแน่

 

"ถ้าข้าถูกแกงราดหัวกลับมาข้าจะไล่เจ้าออกไปนอนกับม้า" มือบางตักแกงผัดใส่จานวางลงถาดเตรียมยกไปบ้านใหญ่ขณะกำลังเตรียมเวินหนิงก็คอยป้วนเปี้ยนไม่ห่างอยู่ข้างกาย นางจึงจำต้องตักข้าวตักแกงให้เขาก่อน

 

"เจ้ากินข้าวไปก่อน เดี๋ยวข้ากลับมาเอายาให้" นางวางถ้วยลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ หันไปสั่งคนเจ็บ

 

"ข้าจะช่วยยกไปเอง" เขาแย่งงานของเธออีกแล้ว แต่ก็ดี จะได้เป็นไม้กันหมาได้หน่อย คนในบ้านอาจไม่ทำอะไรเธอหากมีเขาไปด้วย

.

.

"บ้านหลังใหญ่โตนัก เหตุใดท่านถึงไปอยู่ในเพิงเล็กๆ นั่นเล่า" เวินหนิงมองดูเรือนหลังใหญ่ที่ตกแต่งอย่างงดงามปราณีตแล้วหันมองเฟยเฟยที่เขาได้ยินเหล่าชาวบ้านเรียกนางว่าคุณหนู เหตุใดจึงต้องทำงานครัว ซื้อกับข้าว อยู่ในเพิง

 

"ข้าไม่มีสิทธิ์อันใด และที่ที่ข้าอยู่ข้าก็พอใจกับมันแล้ว ข้าอยู่บ้านข้ามีความสุขดีเพียงเเค่พวกเขาไม่มาข้องแวะหาเรื่องให้ข้า ข้าก็มีความสุข" หญิงสาวตอบด้วยรอยยิ้ม แม้บ้านจะเก่าโทรมไม่อาจเทียบเทียมกับเรือนหลังใหญ่หลังงาม แต่นางก็มีความสุขเสียยิ่งกว่าเมื่อยามที่อยู่ที่นี่

 

"นี่มันอาหารอะไรของเจ้า เฟยเฟย! เหตุใดมีแต่เมนูห่วยๆ แบบนี้!วันนี้มีแขกคนสำคัญมา!ทำไมแย่แบบนี้นะ! แล้วข้าบอกให้ใส่เสื้อผ้าที่มันดูได้หน่อย! ขืนใส่ผ้าขี้ริ้วนี่ล่ะก็ข้าต้องขายหน้าอีกแน่ๆ! ไปทำอาหารมาใหม่ไปเปลี่ยนชุดขยะของเจ้าด้วย!" หญิงสูงวัยชี้นิ้วด่ากราดทันที เมื่อมองเห็นจุดบกพล่อง

 

(เฟยเฟย พาร์ท)

 

"หัวไชเท้าที่ทำมาไม่ใช่อาหารห่วยๆ ข้าทำเอง ท่านลองชิมดูก่อนก็ได้หากไม่อร่อยข้าจะเก็บไปกินที่บ้านเอง" ฉงหลินออกหน้ารับแทนข้า แต่ทว่าภาษาสื่อสารของเขาช่างซื่อนัก คิดว่าพูดไปแบบนั้นแล้วจะรอดหรือไงกัน

 

"เจ้านี่เป็นใครกัน! อ๊ะ.." ท่านป้าทำปากพะงาบๆ เหมือนปลากำลังขาดน้ำ ชี้ไม้ชี้มือซี้ซั้วใส่ชายชุดดำข้างๆ ข้า ทำหน้าประหนึ่งเห็นผีก็มิปาน แล้วก็กรีดร้องบอกประกาศลั่นห้อง

 

"ขุน.. ขุนพลผีนี่!!! แกกล้าเอาตัวหายนะเข้าบ้านข้าได้ยังไงเฟยเฟย!! นังคนไม่รักดี เอาตัวประหลาดนี่ออกไปเดี๋ยวนี้นะ!" ท่านป้ากุมศีรษะท่าทางวิงเวียนคล้ายจะเป็นลม และดูท่าคำว่าขุนพลผีจะทำให้เหล่าคนใช้ในบ้านแตกตื่น สาวใช้ทั้งหลายมองอย่างตะลึงแล้วหนีไปคนสวนหยิบจอบเสียมขึ้นสั่นๆ จนข้าค้องเลิกคิ้วอย่างไม่เข้าใจ

 

พวกเขาทำเหมือนมี่ฉงหลินเป็นเครื่องมือสังหารกันเสียอย่างนั้น ไม่ใช่ว่าข้าไม่เคยได้ยินชื่อเสียงด้านลบของเขา หากแต่ความจริงทั้งหมดก็เผยออกมาแล้วว่าสิ่งที่เขาทำลงไปมันเพราะเหตุผิดพลาด

 

ข้าถอนหายใจออกมาคราหนึ่ง จับเอาชายเสื้อขาดรุ่งริ่งของคนข้างกาย พยักเพยิดให้เดินกลับเรือนน้อยของข้า

 

เขาเดินตามมาต้อยๆ อย่างว่าง่าย ในมือถือถาดกลับมาด้วย

 

ข้ากลับไปเรือน ถอนหายใจอย่างระอา เเต่ก็ดี คงไม่ยุ่งกับข้าไปอีกนาน ข้าหลุบมองเขาที่ทำตัวเงอะงะไม่ประสา วางถาดลงบนโต๊ะไม้เเล้วกลับนั่งลงบนพื้น

 

"เจ้าทำอะไร ทำไมนั่งบนพื้น!" เขาเงยหน้ามองข้า ทรงผมปิดหน้าปิดตาเห็นเเล้วรกตานัก ข้าคว้าผ้าผูกผมสีเเดงในลิ้นชักขึ้นมา จัดการเกล้าผมให้เขา

 

"เหวอ!" เเต่เขากลับปัดป้อง กระโดดโหยงราวกับข้าถือมีดมาทิ่มหนังหัวเขาอย่างไรอย่างนั้น ข้าขมวดคิ้วมุ่น อา.. บ้าบอจริงๆ นี่หรือคนที่น้องชายข้าภูมิใจหนักหนา..

 

"เจ้าเป็นอะไรของเจ้า ข้าเพียงเเค่จะเกล้าผมให้เท่านั้น" เขามองข้าเเล้วหันกลับ หันมามองอีกครั้งเเล้วหันกลับอีก ข้าจึงเวียนไปด้านหน้าเขา พบว่าเส้นเลือดสีดำบนใบหน้าเพิ่มขึ้นอีกเเละกระจายตัวรอบบริเวณเเก้ม

 

"เป็นอะไร" ข้าเว้นระยะห่าง ถามขึ้นอีกครั้ง มือเขากุมที่หน้าอก ก้มหน้าลงอีกเเทบจะมุดเข้าท้องตัวเอง

 

"ข้า..ข้าไม่เคยสัมผัสผู้ใด..ข..ข้า.." เสียงตะกุกตะกัก เห็นเเล้วชักรำคาญในที ข้ารวบผมเขาขึ้นอีกรอบ รอบนี้ร่างสูงสะดุ้งโหยงอีก

 

"อย่ากระโดดหนี" ข้าออกคำสั่ง เขาจึงนั่งนิ่งเกร็งเเข็งทื่อเป็นหินให้ข้ารวบมัดผมยาวรุ่งริ่งให้

 

"เพียงเเค่นี้ก็เรียบร้อย เจ้ากลัวอะไรนักหนากับการมัดผม" ข้ากล่าว เเล้วชักชวนให้เขากินข้าว เขายึกยักหยิบตะเกียบ

 

กึก..กึกๆๆ!!

 

ในห้องเล็กๆ ของข้ามีเสียงปึงปัง ข้าจึงลุกไปดู ถุงเอกภพเพียงถุงเดียวที่ข้ามีกำลังดีดดิ้นประหนึ่งอยากให้ปลดปล่อยบางสิ่ง

 

ข้านั้นเคยเดินทางไปตามตำบลเล็กตำบลน้อย ช่วยเหลือชาวบ้าน จึงมีเศษเสี้ยววิญญาณจำนวนมากกระโจนเข้ามาในถุงเฉียนคุน ตามติดข้ามาราวกับขอร้องให้ตามหาร่างให้

 

เวินหนิงด้านนอกกระโจนพรวดพราดเข้ามาในห้อง มือหนากุมศีรษะตนเอง หอบหายใจอย่างทรมาน ยื่นมือมาหาถุงในมือข้า

 

ข้ารีบเปิดถุงออก เศษวิญญาณสีขาวสะอาดเปล่งเเสง เเล้วรวมตัวกันเป็นดวงจิตเเก้ว ขยับวูบเดียวเข้าสู่ตัวเวินหนิงทันที

 

เขาร้องออกมาอย่าบ้าคลั่ง มือจิกทิ้งตนเองอย่างทุกข์ทน พักใหญ่จึงทิ้งตัวลงบนพื้นอย่างหมดเเรง ข้าตรงเข้าไปประคองเขา ทว่าเขากลับวาดเเขนเข้ามา กอดข้า

 

"ขอบคุณ.." ผิวกายขาวซีดราวกระดาษกลับมาดูมีชีวิตชีวา น้ำเสียงราวปีศาจกลีบเป็นทุ้มต่ำไม่เเตกพร่า ดวงตาคมจวนปิดมองข้าอย่างซาบซึ้งเเล้วทิ้งตัวนอนซบข้า

 

"หนักนะ เจ้าปล่อยก่อน!" ข้าไม่เคยสัมผัสบุรุษใดรู้สึกประหลาด ผลักดันเขาออกก็พบว่าเขาหมดสติไป วิญญาณที่ติดตามข้ามาคงจะเป็นของเขา ที่กระจัดกระจายไปทั่ว โชคชะตาหรือฟ้าเล่นกล เขากับข้ามีสิ่งเกี่ยวพันกันอยู่..

 

กว่าข้าจะเเบกร่างหนักอึ้งมานอนบนเตียงได้ทำเอาเหนื่อยลากเลือด ปล่อยให้เขาหลับพักผ่อนไป ตนเองไปจัดการกินข้าวกินปลา เเล้วออกไปรดน้ำผักที่อุตส่าห์ปลูกกินเองกับมือ

 

ข้ามีส่วนที่ดินเล็กน้อย สองไร่เศษ ข้ายังไม่ได้ทำอะไรกับมันเพราะเอามาปลูกบ้าน เเละที่เหลือก็ปล่อยทิ้งร้างอยู่

 

เห็นทีข้าคงจะได้เเรงงานเสียเเล้ว..

 

 

 

TO BE CON

.

ผิดพลาดประการใดขออภัยนะคะ รักรีดเดอร์ขอบคุณที่ติดตามค่ะ🙏❤

.

🦉😈

 

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น