email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Lovely shot 4

คำค้น : Lovely shot Nanaกะหอยทาก พี่กรน้องกานต์ น่ารัก อบอุ่น ฟิน ละมุน สบาย ฟีลกู้ด พระเอกน่ารัก ฟินๆจิกหมอน

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.5k

ความคิดเห็น : 17

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ต.ค. 2562 14:27 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Lovely shot 4
แบบอักษร

Lovely shot 4 

 

                เวียนหัว หิวน้ำ คอแห้ง ฮื่อ! ทำไมทรมานแบบนี้ล่ะเนี่ยปกติดื่มก็ไม่เคยคอแห้งขนาดนี้นี่นา หรือวันนี้จะดื่มเยอะเกินไป

                “เป็นอะไร?” คนที่ทำหน้าที่ขับรถอยู่เอ่ยถามท่ามกลางความเงียบ

                “หิวน้ำมากๆ เลย”

                “รอแปบ ใกล้ถึงแล้ว” เขาบอกแค่นั้น เดี๋ยวนะ ใกล้ถึงไหนล่ะ

                “ใกล้ถึงไหน จะไปไหนกัน” ฉันยังถามด้วยความสงสัย มั่นใจว่าเสียงที่ถามออกไปเป็นปกติ แต่เพราะเสียงหัวเราะเบาๆ ของอีกคนทำให้ฉันเริ่มไม่มั่นใจว่าตัวเองพูดแล้วเสียงเป็นแบบไหน หรือหน้าตาฉันตลกเกินไปหรือเปล่า แต่ฉันว่าฉันปกติดีทุกอย่างนะ เพียงแค่ตาลาย พื้นเริ่มเอียง ฟังไม่ค่อยชัดแค่นั้นเอง

                “นับหนึ่งถึงสิบ เดี๋ยวก็ถึง”

                “นับเหรอ?”

                “ครับ นับเร็ว”

                “หนึ่ง”

                “...”

                “สอง”

                “...”

                “ห้า”

                “เดี๋ยวๆครับ สามกับสี่ไปไหนทำไมมาห้าเลยล่ะ” อีกฝ่ายหัวเราะอย่างอารมณ์ดีแต่ฉันนี่สิตาลายไปหมดแล้ว หิวน้ำก็หิว เขายังจะอารมณ์ดีได้อีกนะ

                “อยู่ในใจไง ถึงยังหิวแล้วคอแห้งมากเลยนะ”

                “โอเคๆ ถึงแล้วๆ อยากอ้วกไหม”

                “ไม่อ้วก หิวน้ำ”

                รถจอดอยู่กับที่ แต่ทำไมในหัวฉันถึงลอยเคว้งคว้างไปหมดแบบนี้ ให้ตายสิเหมือนกำลังจะตายเลยแบบนี้ ประตูรถด้านข้างถูกเปิดออกพร้อมกับร่างฉันที่ลอยเหนือพื้นอีกครั้ง ฉันซุกซบใบหน้าเข้ากับแผ่นอกกว้างหลบเลี่ยงแสงสว่างจากหลอดไฟที่ส่องใบหน้า

                “หิวน้ำ” ฉันยังพึมพำบอกเขาไม่หยุด

                “ใกล้ถึงแล้ว ทนหน่อยนะครับ”

                “อื้อ! นี่อดทนเก่ง” เก่งมากเลย ที่ต้องอดทนต่อเรื่องราวพวกนั้น

                “ถึงห้องแล้วครับ นั่งรอเดี๋ยวพี่เอาน้ำมาให้” เขาอุ้มฉันไปวางที่โซฟาก่อนจะเดินเลี่ยงหายไปที่ไหนสักที่ ส่วนฉันพื้นหมุนเคว้งเกินไปจึงล้มตัวนอนบนโซฟา ฮื่อ ปวดหัวแล้ว

                “กานต์ ลุกขึ้นมาดื่มน้ำก่อน” เสียงดุๆ ฉุดให้ลืมตาไม่นานก็ต้องหลับตาลงเหมือนเดิม มันหมุนอ่า ทำไงดี

                “บ้านมันหมุนไปหมดเลย ลุกไม่ไหว”

                “เดี๋ยวไปเอาหลอดให้รอก่อน” เขาหายไปอีกสักพักก่อนจะกลับมา เหมือนมีหลอดมาจ่อที่ริมฝีปากฉันไม่รีรอที่จะอ้าปากดูดน้ำทันที น้ำเกือบหมดหนึ่งขวดฉันก็รู้สึกสบายคอขึ้นมาบ้างเล็กน้อย

                “ไปอาบน้ำไหวไหม”

                “ไหวซี่ นี่เก่ง”

                “ครับๆ งั้นคนเก่งลุกไปอาบน้ำจะได้นอนพัก”

                ค่ำคืนนี้มันงงๆ และมึนไปหมด หวังว่าอาบน้ำเสร็จจะสร่างเมาบ้างนะ แต่ไม่รู้ทำไมพออาบน้ำเสร็จถึงได้ง่วงกว่าเดิมก็ไม่รู้ชุดที่ใส่ก็ไม่คุ้นเคยเห็นวางบนเตียงนอนก็สวมชุดแล้วทิ้งตัวนอนบนเตียงทันที ง่วงจนทนไม่ไหวแล้วล่ะฝันดีค่ะทุกคน

                “เมาแล้วเหมือนเด็ก”

 

                06.01 น.

                เมื่อรู้สึกตัวตื่นสิ่งแรกที่สัมผัสได้คืออาการปวดหัว ปวดเหมือนจะระเบิด ฉันนอนนิ่งอยู่สักพักก่อนจะลืมตาลุกจากเตียง เท้าที่กำลังก้าวชะงักไปเมื่อพบว่าพื้นห้องมันไม่เหมือนกับห้องฉัน กลิ่นอายคุ้นเคยยิ่งทำให้คิ้วขมวดมากยิ่งขึ้น นี่ไม่ใช่ห้องฉัน คิดได้แบบนั้นก็ตาสว่างวาบกวาดสายตามองไปทั่ว โทนห้องสีเทาเข้มแบบนี้ไม่ใช่ห้องฉันแน่ๆ

                “ตื่นแล้วเหรอ?” เสียงทุ้มที่ดังจากด้านหลังทำให้ฉันหันกลับไปมอง ร่างหนาที่กำลังพยุงตัวเองนั่งบนเตียงนอนนั่นทำให้ฉันถึงกับเบิกตากว้างพรางมองอย่างตกใจ นี่ นี่มันอะไรกัน ทำไมฉันมาอยู่กับเขาได้ยังไง ให้ตายสิ นิสัยเมาหนักจนจำอะไรไม่ได้เมื่อไหร่มันจะหายไป!

                “ปวดหัวไหม” เขาลงจากเตียงก้าวเข้ามาใกล้ ส่วนฉันก็ขยับถอยห่างจากเขา เขาคงจะรู้ว่าฉันกลัวจึงหยุดก้าว

                “เข้าไปอาบน้ำแต่งตัว พี่จะทำกับข้าวให้ อาบเสร็จใส่ชุดคลุมก่อนเดี๋ยวให้คนเอาชุดทำงานมาให้”

                “...”

                “เข้าใจไหม” ฉันพยักหน้ารับ มองซ้ายขวากระทั่งเห็นประตูห้องน้ำจึงรีบเดินเข้าไป เมื่อประตูปิดลงฉันถึงกับทรุดนั่งบนพื้น ปวดหัวไปหมดไหนจะเรื่องราวเมื่อคืนที่ฉันจำไม่ได้สักอย่าง น่าอายชะมัด พยายามหนีห่างจากเขาแต่พอเมากลับตื่นขึ้นมาบนเตียงพร้อมกับเขาเนี่ยนะ น่าขายหน้าสิ้นดี!!

                 “ข้าวต้มอยู่บนโต๊ะนะ ทานได้เลยพี่ขอไปอาบน้ำก่อน” ระหว่างที่เขาอาบน้ำฉันแอบออกจากคอนโดได้เลยไหมนะ

                “ออกไปไม่ได้หรอก มันต้องใช้รหัส” เขายิ้มเจ้าเล่ห์ก่อนจะเดินเข้าห้องนอนไป อย่างกับว่าเขารู้ว่าฉันคิดอยู่อะไรอยู่เลยพูดดักไว้แบบนั้น ฉันนั่งทานข้าวไปนิดหน่อยเพราะทานไม่ลงจริงๆ ตอนนี้กระหายน้ำอย่างหนักเลยล่ะดีนะที่ไม่ได้รู้สึกอยากอาเจียนน่ะ

                “ทำไมทานน้อย” คนที่บอกจะไปอาบน้ำจู่ๆ ก็เดินออกมา ฉันสะดุ้งตกใจมองเขาตาโตแอบร้อนๆ ที่ใบหน้านิดหน่อย ก็เขาเล่นเปลือยท่อนบนมาขนาดนั้นจะไม่ให้เขินได้ยังไงกัน

                “ไม่ชอบเหรอ ทานอย่างอื่นไหมเดี๋ยวพี่ทำให้” เขายังใช้สายตาเป็นห่วงมองฉัน

                “ไม่ค่ะ ไม่ค่อยหิว”

                “ฝืนทานหน่อยได้ไหมครับ เดี๋ยวปวดท้องนะ”

                “ไม่หิวค่ะ”

                “โอเคๆ พี่จะไปแต่งตัวแล้วรอก่อนนะแล้วค่อยไปพร้อมกัน” เขาหันหลังกลับเดินเข้าห้อง

                “อยากไปเอง”

                “ไม่ครับ ไปพร้อมกัน” เขายืนยันคำเดิมก่อนจะรีบเดินกลับเข้าห้องนอน ให้ตายสิ ฉันรู้สึกไม่ชอบเขาจริงๆ นะที่ยิ่งท่าทีเฉยชาแบบนั้น ฉันไม่ชอบเลยให้ตายสิ

                ตลอดการเดินทางระหว่างเรามีเพียงความเงียบเท่านั้น คุณกรจอดรถที่ลานจอดรถปกติ แต่ใจฉันนี่สิเริ่มไม่ปกติถ้าคนอื่นเห็นจะพูดจะนินทาได้นะ ที่เจ้านายกับลูกน้องมาด้วยกันแบบนี้ ฉันนั่งกังวลบีบมือตัวเองแน่นก่อนจะหันกลับไปมองคนข้างๆ เมื่อเขาเอื้อมมือมาจับมือฉันไว้

                “ไม่ต้องกลัว ไปกับพี่”

                “ไปกับคุณนั่นแหละที่ควรจะกลัว” ฉันตอบกลับทันที เสียงที่สั่นเครือทำให้อีกฝ่ายทำหน้าตกใจไปด้วย มันน่าขำหรือไงทำไมต้องมองฉันแบบนั้นด้วย

                “จะไปแคร์คนอื่นทำไม ใครมันว่าบอกให้ไปเคลียกับพี่ ไปทำงานกันครับ” เขาลงจากรถเดินอ้อมมาเปิดประตูให้ ฉันมองซ้ายขวาเมื่อไม่เจอคนก็รีบลงจากรถวิ่งนำเข้าไปในออฟฟิศทันที เสียงหัวเราะที่ดังไล่หลังมาไม่ได้ทำให้ฉันหงุดหงิดเท่าไหร่ เพราะความสนใจฉันตอนนี้คือต้องหลบคนและเข้าบริษัทให้เร็วที่สุดเท่านั้น

                “กานต์ๆ มานี่เว้ย”

                “พี่ๆ สวัสดีค่ะ” ฉันยกมือไหว้พี่ๆ ที่ตอนนี้ยืนออกันอยู่โต๊ะของว่าง เมื่อวางของเสร็จถึงได้เดินเข้าไปร่วมวง

                “เออๆ หวัดดี รู้ยังคุณกรให้คนมาเปลี่ยนความเร็วเน็ตแผนกเรา”

                “คะ? ไม่รู้ค่ะ เปลี่ยนใหม่หมดหรือเปล่าคะ” ฉันถามมือก็เอื้อมไปหยิบมะม่วงแช่อิ่มเข้าปาก

                “ไม่เว้ย แค่แผนกเราเมื่อเช้าคุณพิศเพิ่งมาบอก แค่แผนกเราว่ะ นี่กดบัตรสบายใจได้ความเร็วสูงสุดในเครือข่ายอ่ะคิดดู”

                “บังเอิญหรือเปล่า พี่ๆ อ่ะคิดมาก ปะค่ะ ทำงานกัน”

                “เออๆ ทำก่อนเลย วันนี้ไม่มีงาน ฮาๆๆๆ” พี่ปองหัวเราะลั่น ฉันหยิบมะม่วงอีกชิ้นก่อนจะเดินไปนั่งที่โต๊ะทำงานเคลียเอกสารบนโต๊ะ ที่วันนี้ไม่ค่อยมีเอกสาร ก็แน่ล่ะนะเมื่อวานเคลียไปจนหมดวันนี้งานเลยไม่เยอะ พี่ภัสเองก็มีไม่เยอะ ที่นี่ทำงานคือทำงานจริงๆ นะ แบบจริงจังเปลี่ยนเป็นคนละคนเลย แต่ถ้าเป็นเวลาว่างหรือพักผ่อนก็จะเป็นอีกแบบ ก็จะเฮฮากันไป

                “ตอนบ่ายมีประชุมนะทุกคน ปีนี้อยากไปเที่ยวไหนกัน” พี่ภัสเดินยิ้มออกจากห้องทำงานมาถามพวกเราทุกคน แผนกฉันมีแค่ไม่กี่คนเองอ่ะ เวลามีสัมมนาแผนกก็จะเลือกได้หน่อยว่าไปไหน แผนกฉันมีสี่คนแล้วก็มักจะพ่วงทีมอินทีเรียไปด้วย

                “อยากไปเชียงใหม่อ่ะ” พี่ปองเสนอ

                “ภูเก็ตปะ” พี่ซิม

                “เชียงรายๆ” พี่ขิม แผนกฉันเองที่เสนอเข้าไป

                “โหวตกัน จะไปไหน” เราจัดสินโดยการโหวตที่ชนะไปคือพี่ขิม เราตกลงไปเชียงรายกัน ฉันเองก็รู้สึกดีบ้างที่สัมมนาครั้งนี้เราปิดบริษัทและไปพร้อมกันหมด นั่นหมายถึงทีมเจ้านายอาจจะไปกับวิศวกรไม่ก็ประชาสัมพันธ์ที่มีสาวสวย ทางพวกฉันสายขี้เหล้าพวกเขาคงไม่มา อิอิ สบายใจละ

                “เดี๋ยวพี่ขึ้นประชุมจะเสนอให้”

                “ขอบคุณค่ะพี่ภัส” ฉันบอกพรางยิ้มกริ่ม อยู่กับทีมนี้สนุกบอกเลย บ้าบอไปตามๆ กัน ชอบก็คือชอบไม่ชอบคือบอกตรงๆ อะไรแบบนั้นน่ะ

                “มื้อเที่ยงสั่งมาทานด้วยกันนะแผนกเรา มีเรื่องต้องปรึกษากัน ทานห้องพี่” พี่ภัสบอกเมื่อนึกออก

                “ได้ค่ะ” พี่ขิมขานรับ

                “ได้เจ้าค่ะท่านพี่”พี่ฝ้ายย่อตัวรับคำพี่ภัส เราหัวเราะน้อยๆ กับท่าทางนั้นอ้อพี่ฝ้ายเป็นผู้ชายที่ออกแนวพี่สาวนะคะลืมบอกไป แต่พี่ๆ แผนกฉันน่ารักมากเลยเรามีกันสี่คนไม่รักกันจะไปรักใครล่ะ

                สิบเอ็ดโมงเราโทรสั่งข้าวเข้ามาทานที่ห้องทำงานพี่ภัสเพื่อพูดคุยเรื่องงานและการแบ่งหน้าที่กันแค่นั้นแหละ ตกบ่ายพี่ภัสเข้าประชุมส่วนเราที่เหลือก็ทำงานรอฟังข่าวเรื่องที่สัมมนาตอนบ่ายสาม และแน่นอนว่าพี่ภัสกลับมาพร้อมข่าวดี

                “เราได้ไปเชียงรายนะทุกคน”

                “เย้!!!”

                “แต่ว่า ทีมวิศวะขอไปด้วยนะยุบรวมกับสัมมนาเราเลย ทุกคนโอเคใช่ไหม” พี่ภัสถามอย่างเป็นกังวล

                “ไม่มีปัญหาครับ ยังไงก็ได้ขอแค่มีเครื่องดื่ม”

                “ตลอดนั่นแหละ ฝากทีมอินทีเรียหาตั๋วเครื่องบินนะ มาดูข้อมูลคนที่จะไปกับพี่ ส่วนธุรการหาที่พัก สามวันสองคืน ที่เที่ยวยกให้ทีมวิศวะไปแล้ว”

                “พี่ภัสที่เที่ยวนี่ ทีมวิศวะจะไม่เลือกแค่ร้านเหล้าใช่ไหมพี่” พี่ขิมถามกวนๆ คนอื่นๆ เมื่อได้ยินแบบนั้นก็หัวเราะลั่น อย่างน้อยวันนี้ก็มีเรื่องดีๆ เกิดขึ้นล่ะนะ

                “มากานต์ หาที่พักกัน”

                “ค่ะพี่”

                “เผื่อสามห้องนะ”

                แม้จะไม่เข้าใจว่าทำไมต้องเผื่อสามห้องก็ตาม แต่ฉันกับพี่ขิมพี่ฝ้ายต่างช่วยกันหาที่พัก มีหลายที่ๆ ถูกใจแต่จำนวนห้องกลับไม่พอ ใช้เวลาเกือบหนึ่งชั่วโมงถึงได้ที่ที่ถูกใจและเพียงพอต่อทุกคน พี่ฝ้ายเป็นฝ่ายโทรไปจองกับที่พักเพื่อตกลงเรื่องจำนวนคนและห้อง ตั๋วเครื่องบินก็ได้ในราคาที่ถูกอยู่มากเพราะเราจองล่วงหน้าเกือบสองเดือนราคาเลยไม่สูงเท่าไหร่ เอาเป็นว่าทริปสัมมนาเราผ่านลุล่วงไปแล้วในเรื่องการเดินทางและที่พัก

                “กานต์” พี่ภัสเดินมากระซิบเบาๆ

                “คะพี่ภัส?”

                “ทริปนี้คุณกรกับเลขาไปด้วยนะ”

                “คะ? ไม่จริงใช่ไหมคะเขาควรจะไปกับฝั่งนู้นนี่คะ” ฉันมองพี่ภัสตาโต อุตส่าห์ดีใจที่จัดสัมมนาพร้อมกันหมดแล้วเขาจะไปฝั่งนู้นแต่สิ่งที่ได้รับรู้กลับทำลายฝันฉัน

                “เรื่องจริง”

                “หนูลาวันนั้นได้ไหมพี่ภัส” ฉันเริ่มเบ้หน้าอยากจะร้องไห้จริงๆ

                “ไม่ได้จ๊ะน้องรัก เขาไปเพราะกานต์นั่นแหละ พี่แค่อยากบอกไว้พี่ไปทำงานต่อละ” ฮื่อ!! ไม่ไหว ทำไมเป็นแบบนี้ไปได้

                “อ้าวคุณกรสวัสดีครับ”

                “สวัสดีครับ” เสียงทุ้มที่ฉันจำได้ดีว่าเสียงใครดังขึ้นใกล้ๆ ฉันก้มหน้าลงไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมองคนมาเยือนเลย เสียงพูดคุยกันก่อนหน้านี้เงียบไปจนน่าใจหาย ฉันเองก็กลั้นหายใจไปเมื่อเริ่มได้กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ กลิ่นเดียวกับที่ได้กลิ่นในห้องเมื่อเช้า

                “พี่ซื้อมาให้ เลิกงานแล้วขึ้นไปหาพี่ก่อนจะพาไปทานข้าว” แก้วเครื่องดื่มยี่ห้อดังถูกวางลงบนโต๊ะทำงานฉัน พร้อมกับสัมผัสอุ่นๆ ที่วางบนผม ฉันตกใจผงะออกห่างจากเขาทันทีทั้งยังส่งสายตาดุกลับไป แต่เหมือนเขาจะตั้งใจที่จะทำให้ทุกคนเห็น

                “อ่า ทำตัวตามสบายเลยครับไม่ต้องเกร็งกันขนาดนั้น” ยังจะมีอารมณ์ไปแกล้งแซวพี่ๆเขา

                “ดื่มด้วยมันจะละลาย เลิกงานขึ้นไปหาพี่นะครับ” เขาย้ำอีกครั้งก่อนจะเดินออกไป แต่ปัญหามันไม่ได้อยู่ที่เขาแล้วไงมันอยู่ที่ฉันนี่!!

                “เชี่ย! เมื่อกี้เหมือนกูฝัน”

                “น้องเราจะขายออกแล้วว่ะ”

                “สายตาเมื่อกี้คือกูเขินนะ แต่กูหวงไอ้กานต์ได้ไหมวะ”

                “มึงหวงไม่ได้ นั่นแฟนเขา”

                “เชี่ย! ตอนไหน อะไรยังไง”

                “ก็ตั้งแต่ที่น้องเข้าไง อ้อ มึงเพิ่งมา แผนกขี้เหล้าเขารู้หมดละคุณกรประกาศตั้งแต่ก่อนมันเข้ามาทำงานอีก”

 

 

========================= 

มาแล้วววว ว่าด้วยเรื่องเมื่อวาน 55555 อ้อ เผลอสปอยในบทนำ ((ปิดหน้าก่อน อายอ่ะ 5555)) 

ถ้ามีคำผิดหรือพิมพ์ตก ขออภัยด้วยนะคะ ตาลายมากแว่นหาย T_T 

ความคิดเห็น