email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Lovely shot 3

คำค้น : Lovely shot Nanaกะหอยทาก พี่กรน้องกานต์ น่ารัก อบอุ่น ฟิน ละมุน สบาย ฟีลกู้ด พระเอกน่ารัก ฟินๆจิกหมอน

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.4k

ความคิดเห็น : 18

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ต.ค. 2562 14:38 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Lovely shot 3
แบบอักษร

Lovely shot 3 

 

 

 

                “ถ้าผมจะต้องไล่ใครออก ผมคงเลือกที่จะไล่พวกคุณสองคนออก”

                “คะ คุณ คุณกร”

                “ที่นี่ไม่ต้องการคนที่เก่งแต่ปากแต่งานไม่ได้เรื่อง กลับไปที่แผนกพวกคุณแล้วเก็บของออกไปให้หมด คุณกายจัดการไล่ออก” คุณกรเอ่ยเสียงเรียบ สีหน้าทะมึนน่ากลัว สองคนนั้นหน้าซีดตัวสั่น คุณกรปรายตามองแวบหนึ่งก่อนจะเดินผ่านเข้าไป ไม่รู้ว่าบังเอิญหรือว่ายังไงที่เขาลงมาได้ยินแบบนี้ ทั้งที่คนพวกนี้ก็ยังพูดแบบนี้ใส่ฉันทุกวัน สงสัยจะถึงเคราะห์ใหญ่ล่ะมั้งที่วันนี้คุณกรมาได้ยินพอดี

                “กานต์ๆๆ เมื่อกี้ๆ เกิดอะไรขึ้น” พี่ภัสวิ่งเข้ามาใกล้ละล่ำละลักถามเสียงรัว

                “ก็คุณกรมาได้ยินที่พวกนั้นพูดอ่ะค่ะ จู่ๆ ก็ไล่ออกเฉยเลย”

                “เฮ้อ โล่งนึกว่าเราโดนไล่ คนพวกนั้นก็สมควรแล้วล่ะ” พี่ภัสมีสีหน้าที่ผ่อนคลายมากขึ้น ทั้งยังวางแก้วเครื่องดื่มให้บนโต๊ะ จากนั้นก็เดินไปเม้าส์กับพี่ๆ คนอื่น ส่วนฉันก็นั่งทำงานสลับกับเล่นโทรศัพท์บ้างงานก็เคลียจนใกล้จะหมดแล้ว ให้เดาตอนนี้กี่โมง สี่โมงเย็นแล้วจ้า ทำงานเพลินๆ เลยจ้าพี่จ๋า แต่ว่าเย็นนี้น่ะคุณกรเลี้ยงพนักงานใช่ไหม ฉันลาป่วยได้ไหมนะไม่อยากไปเลยทำยังไงดี

                “พี่ภัสจ๋า” ฉันย้ายหน้าตัวเองไปหน้าโต๊ะพี่ภัสทันทีเมื่อวางแผนในใจได้

                “ว่าไง หน้าแบบนี้พี่เหมือนจะรู้” พี่ภัสยิ้มขำอย่างรู้ทัน

                “หนูขอไม่ไปนะคะ หนูรู้สึกเหมือนจะไม่สบายปวดท้องหน่วง”

                “พี่ก็อยากอนุมัตินะ แต่อย่าลืมว่าเรื่องของเราขึ้นตรงกับคุณกรทุกอย่าง คุณกรบอกไว้เมื่อตอนเช้าไง” อ่า นั่นสินะฉันลืมไปได้ยังไงกัน

                “ฮื่อ หนูไม่อยากไป คนเยอะอ่า”

                “เอาน่าไปกับพวกพี่ไม่มีปัญหาอะไรหรอกใครมันว่าเราบอก ปองกับซินพร้อมสู้ให้อ่ะเอาจริง”

                “แต่หนูก็ยังไม่ชอบอยู่ดี แต่อย่างน้อยก็ยังมีพี่ๆ ที่เข้าใจหนู”

                “อื้อ พวกพี่เข้าใจแกอยู่แล้ว อยู่ด้วยกันมาก็นานแล้วนะ ไปด้วยกันเถอะ อยู่กับพวกพี่ไม่มีอะไรหรอก” พี่ภัสยืนยัน

                “ค่ะ เดี๋ยวหนูกลับไปที่โต๊ะก่อนนะคะ”

                “จ้า ถ้าเครียดก็ชวนพวกนั้นคุยเล่นกันไปก่อน”

                เมื่อออกห่างจากโต๊ะทำงานพี่ภัสฉันก็ทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ทำงานตัวเองทันที ตอนนี้ไม่มีงานแล้วฉันเล่นโทรศัพท์ได้แล้วสินะ เอาละขอส่องดูลูกชายฉันหน่อยแล้วกัน ข่าวก็ไม่ค่อยมีอะไรมากส่วนมากจะเป็นรูปที่มีการเดินทางแล้วก็ตารางงานน้อง เดี๋ยวนะ! ฉันลืมไปได้ยังไงคอนฯ น้องที่จะมาถึงครั้งนี้มีเจ็ดรอบในสี่วัน ให้ตายสิ ฉันลางานไม่ได้ ฮื่อ! น้องจ๋า ช่วยพี่ด้วย

                “อะไรทำหน้าแบบนั้น” พี่ปองเดินเข้ามาสะกิด ฉันไม่รู้เหมือนกันว่ากำลังทำหน้ายังไงอยู่กันแน่

                “ลูกหนูจะมาอีกแล้วค่ะ”

                “มาบ่อยจัง เหมือนเดิมไหมล่ะพวกพี่ช่วยกด”

                “จริงนะ!?”

                “จริงสิวะ ขอเหล้าหนักๆ ก็พอ” พี่ปองยื่นข้อเสนอก่อนจะหัวเราะลั่น

                “ดิล!” เพราะพวกพี่ครั้งก่อนๆ ถึงกดได้ และครั้งนี้ต้องได้เช่นกันเพื่อลูกที่น่ารักของฉัน

                “เฮ้ สงครามวันเสาร์นี้นะแลกกับเหล้า” พี่ปองเดินหัวเราะไปหาพี่ซิม พี่ฝ้าย และพี่ขิมที่นั่งอยู่อีกมุม

                “โห จัดไปครับลูกพี่เพื่อน้องสาวของกลุ่ม”

                “น้องสาวหรือเหล้าพี่ซิม” พี่ขิมแซวกลับเรียกเสียงหัวเราะจากพี่ๆ ได้อย่างดี แม้จะต้องทำงานร่วมกับผู้ชายห่ามๆ เถื่อนๆ แต่พวกพี่ก็เอ็นดูและช่วยดูแลเราอย่างดี

                “แต่ช่วงนี้ไวไฟบริษัทเรากากมากเลยนะเว้ยกานต์ ทำใจหน่อยนะ” พี่ฝ้ายบอกมาแบบนั้น แต่ก็จริงนั่นแหละช่วงนี้เป็นอะไรไม่รู้ไวไฟช้ามาก

                “ฮื่อ! พี่ๆ คะเราต้องได้นะ หนูตรอมใจแน่ๆ เลยถ้าไม่ได้บัตรน่ะ”

                “โอ๋ๆๆ น้องรักของพวกพี่ เพื่อเหล้าพวกพี่จะสู้ให้ถึงที่สุด” ช่างรักน้องเสียจริง ฮาๆๆ

 

                “กานต์ไปยังไง” พี่ขิมถามเมื่อเรากำลังเก็บของไปยังร้านอาหารที่เลขาคุณกรแจ้งไว้

                “วันนี้เอารถมาค่ะ”

                “โอเค งั้นเจอกันอยู่ร้านนะ”

                “ค่ะพี่” พี่ๆทยอยออกไป ส่วนเองก็เก็บของเสร็จตั้งใจจะออกไปรอที่ร้านแต่เท้าที่กำลังก้าวมีอันต้องชะงักไปเมื่อเลขาคุณกรก้าวมาดักตรงหน้าไว้พร้อมกับส่งรอยยิ้มเอ็นดูมาให้

                “สวัสดีค่ะ” ฉันยกมือไหว้คุณเลขาไป พี่เขารับไหว้ก่อนยิ้มให้

                “คุณกรเชิญคุณกานต์ที่ห้องค่ะ”

                “คะ? ทำไมคะ”

                “ดิฉันไม่ทราบค่ะ เชิญคุณกานต์ค่ะ”

                “ไม่ต้องเรียกคุณก็ได้ค่ะ เรียกน้องแบบนี้ดีกว่า”

                “ได้ค่ะน้องกานต์ เดี๋ยวเดินไปพร้อมกันเลยนะคะ” คุณเลขาผายมือเชิญ ฉันจำต้องเดินเจี๋ยมเจี้ยมนำคุณเลขาไป กว่าจะถึงห้องคุณกร ในหัวฉันก็ขบคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย กระทั่งเข้าไปในห้องคุณกรเงยหน้าจากเอกสารขึ้นมองฉันแวบหนึ่งก่อนจะก้มหน้าดูเอกสารต่อ

                “นั่งรอก่อน พี่ขอดูเอกสารต่ออีกนิด” จะให้รอทำไมล่ะฉันเองก็มีรถไปเองได้

                “ดิฉันมีรถค่ะ”

                “อย่าพูดทางการกับพี่ แล้วก็นั่งรอ”

                “แต่...”

                “กานต์ พี่จะทำงานนั่งรอก่อน” ดูเอาเถอะมันใช่ไหมล่ะ จะมาดุแบบนี้ได้ยังไงกัน

                เกือบสิบห้านาทีที่ฉันนั่งเฝ้าคุณกรทำงาน ฉันเอาแต่เงียบกระทั่งเขาลุกจากเก้าอี้หยิบกระเป๋าและเสื้อสูทนั่นแหละถึงได้ลุกขึ้นยืนบ้าง

                “ไปรถพี่”

                “แต่ดิฉันเอารถมาค่ะ”

                “พี่บอกว่าไง อย่ามาพูดทางการกับพี่” เขายืนจ้องหน้าฉันเขม็ง ปกติเขาจะดุและไม่พอใจบ่อยๆ แต่ตอนนี้เขากลับจ้องหน้าฉัน ความไม่พอใจฉายชัดในดวงตาคู่นั้น

                “นะ หนูเอารถมา” ฉันไม่กล้าสบตาเขาแล้ว

                “เดี๋ยวพี่ให้คนขับไปไว้ที่ห้องให้ หนูก็ไปกับพี่” เขารวบรัดมาให้ ก่อนจะก้าวเข้ามายืนตรงหน้าแบมือขอกุญแจรถ

                “งั้นจอดไว้ที่นี่ก็ได้ค่ะ ไม่ต้องเอากลับไปหรอก” ขืนให้คนของเขาไป เขาก็รู้หมดสิว่าฉันพักที่ไหน เดี๋ยวพอทานข้าวเสร็จฉันก็จะให้พี่ๆ ไปส่งไม่ก็บอกว่ามีนัดกับเพื่อนต่อแค่นี้เขาก็ไม่รู้ที่พักฉันแล้ว

                “ได้ เราไปกันเถอะหิวหรือยัง”

                “ยังค่ะ” ฉันตอบทั้งยังเดินตามเขาห่างๆ ไปจนถึงรถหรูของเขา เขาเปิดประตูรถให้ฉันขึ้นไปนั่ง เมื่อเขาเงียบฉันเองก็เงียบตาม ก็ไม่คิดจะพูดอะไรอยู่แล้วนี่นา ระยะทางจากออฟฟิศไปจนถึงร้านอาหารใช้เวลาเกือบยี่สิบนาทีกว่าจะถึง นับว่าเป็นเรื่องดีที่พี่ๆ ที่อยู่ในร้านอาหารกำลังสนุกเลยไม่มีใครสนใจการมาถึงของคุณกรและฉัน

                “จะนั่งไหน” คุณกรเอ่ยถามเบาๆ เขายังเดินตามติดฉันอย่างกับวิญญาณ

                “ไม่รู้ค่ะ เชิญคุณกรนั่งก่อนเลยค่ะ”

                “นั่งด้วยกัน” เขาบอกสั้นๆ มือก็เอื้อมมาจับมือฉันไว้ ดึงให้ไปนั่งที่เก้าอี้ที่ว่างติดกันสองตัวแต่ก็ยังดีที่ได้นั่งพี่ๆ ในแผนก พี่ปองหันมายักคิ้วให้กวนๆ ก่อนจะเริ่มเทเครื่องดื่มมาให้ และแน่นอนค่ะว่าไม่ใช่น้ำเปล่าหรือน้ำอัดลม ฉันรับแก้วเบียร์มาก่อนจะมองด้วยความรู้สึกแปลกๆ ปกติไปดื่มหรือดื่มกับพี่ๆ ก็ไม่เคยมีใครมานั่งจ้องฉันแบบนี้นี่นา เขาเองก็ได้เครื่องดื่มนี่ทำไมต้องมาจ้องฉันด้วยล่ะ

                “ทานกันเลยครับ ขอบคุณที่ทำงานหนักกันมานานนะครับ” คุณกรกล่าวเปิดและให้ทุกคนทานอาหาร ฉันแอบขยับเก้าอี้ให้ออกห่างจากเขาเอียงไปทางพี่ปอง พี่ชายที่น่ารักอย่างพี่ปองมองอย่างสงสัยก่อนจะมองเลยไหล่ฉันไปเขาทำหน้าตกใจยกเท้ายันเก้าอี้ฉันให้ไถลกลับไปอยู่จุดเดิม หยาบคายกันน้องกับนุ่งที่สุดเลย!

                “พี่ปองอ่า” ฉันเริ่มงอแงเมื่อพี่ชายที่เป็นที่พึ่งเดียวปฏิเสธการช่วยเหลือ

                “งานนี้ช่วยไม่ได้น้องรัก” พี่ปองขำ

                “นั่งดีๆ แล้วทานข้าว” เขาสั่งมาแบบนั้นฉันจะทำอะไรได้ล่ะนอกจากทานข้าว เวลาผ่านไปไม่นานฉันทานข้าวเสร็จก็นั่งดื่มและคุยเล่นกับพี่ๆ แต่ก็มิวายโดนคนอื่นแซะเรื่องติ่ง ก็คนเดิมๆ นั่นแหละ คนไม่ชอบฉันก็เยอะนะทั้งที่ฉันเองวันๆ อยู่แต่แผนกไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยวหรือสุงสิงกับใครแต่พวกเขาก็เลือกที่จะไม่ชอบฉัน

                “นี่น้องกานต์ ไอ้เกาหลีจะมาเตรียมเงินไว้เท่าไหร่จ๊ะ”

                “คิกคิก ก็คงต้องเตรียมเยอะหน่อยนะหลงผู้ชายขนาดนั้นน่ะ” สาวสวยของออฟฟิศและกลุ่มเพื่อนเธอไม่ลืมที่จะเอ่ยแซะฉัน ฉันล่ะเบื่อกับคนพวกนี้จริงๆ นะ พอเงียบก็ได้ใจพูดถากถางเรา พอเราเถียงกลับก็หาว่าไม่มีมารยาท และคนอย่างฉันจะอยู่จุดไหนได้ล่ะ

                “ว่าไงจ๊ะ เตรียมไว้เยอะไหม” ยัง ยังไม่หยุด

                “นี่ น้องมันจะทำอะไรก็อย่าไปยุ่งกับมันสิ เงินก็เงินมันเธอไม่ได้ช่วยมันหานี่” พี่ซิมบอกคนพวกนั้น แต่มันก็จริงอย่างที่พี่ซิมบอกนะ เงินก็เงินฉัน ฉันทำงานหาเงินเองแล้วคนอื่นจะมายุ่งทำไมล่ะความสุขคนเรามันต่างกันนะ บ้าจริง ฉันเริ่มจะหัวร้อนแล้วล่ะ ปกติใจเย็นและทนได้แต่ตอนนี้ดื่มเบียร์ร่างกายมีแอลกอฮอล์ก็ชักจะทนไม่ไหวแล้วล่ะ

                “ก็เป็นห่วงไงจ๊ะ กลัวว่าแก่ไปจะไม่มีใครเอา เก็บเงินไว้บ้างก็ดี” ห่วงตัวเองเถอะป้า!! ค่ะ ฉันเก่งแค่ในใจเท่านั้นแหละ

                “อ้อ ได้ข่าวจะกดบัตรนี่นา ไวไฟที่ออฟฟิศช้ามากเลยนะ คนอื่นเขาทำงานทำการตัวเองจะเอาไวไฟไปใช้กดบัตรไปหาผู้ชายคงไม่ได้ คิดบ้างนะจ๊ะจุดนี้” ทนไม่ไหวแล้วล่ะแบบนี้น่ะ

                “แหมรู้ดีจังเลยนะคะ ไม่ได้ชอบจริงๆ เหรอคะ รู้กระทั่งวันกดบัตร หรือว่าจริงๆ แล้วก็ชอบแต่พูดจาดูถูกคนอื่นไว้เยอะเลยต้องคีพลุค” ฉันจ้องคนพวกนั้นอย่างไม่พอใจ อายุเยอะกว่าแล้วไงทำตัวไม่น่าเคารพฉันก็ไม่อยากเคารพหรอกนะ ที่ทนอยู่ทุกวันนี้เพื่อความสงบในการทำงานแต่เหมือนพวกเขาจะไม่อยากสงบน่ะสิ

                “ใจเย็นเว้ยกานต์” พี่ปองเอื้อมมือมาตบไหล่เบาๆ

                “เป็นเด็กเป็นเล็กพูดจาไร้มารยาท” นั่นไงล่ะ ยกเรื่องนี้มาอีกแล้ว

                “ก็ถ้าผู้ใหญ่ทำตัวไม่น่าเคารพเด็กมันก็ไม่อยากเคารพหรอกนะ” เสียงพี่ภัสเอ่ยขึ้นบ้าง ปรบมือให้พี่ภัสเลยค่ะงานนี้ เอาใจหนูไปเลยค่ะพี่

                “พี่ภัส!”

                “ทุกคนคะ ลืมไปหรือเปล่าว่าวันนี้เจ้านายมาด้วย พวกคุณจะทะเลาะอะไรกันเกรงใจเจ้านายบ้างนะคะ” นะ นั่นสิ คุณกรมาด้วยนี่นา แต่ก็ดีถ้าเขาไม่พอใจฉัน เขาจะได้ไล่ฉันออกยังไงล่ะ

                “ทานต่อเถอะครับ” คุณกรบอกเสียงเรียบๆ ฉันนั่งหันหน้าเฉียงๆ เข้าหาพี่ปองและยกแก้วชนกับพี่ปองถี่ๆ ไม่อยากหันกลับไปมองคนที่นั่งอยู่อีกด้านเลย เมื่อไหร่เขาจะโมโหแล้วเอ่ยปากไล่ฉันออกนะ

                “เฮ้ยๆ หนักไปแล้วกานต์ ใจเย็นโว้ย” พี่ซิมร้องมาบอกเมื่อเห็นฉันกับพี่ปองกำลังท้าดวลกันอยู่

                “หนูไหวน่าพี่ซิม”

                “ปากไหวแต่ตาเตอนี่ไปหมดละนะ ฮาๆๆ” พี่ปองหัวเราะอย่างสนุก ก็ฉันไม่ได้มีเพื่อนดื่มนานแล้วนี่นาเจอคนดื่มเป็นเพื่อนก็สนุกเป็นธรรมดา เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่รู้ รู้เพียงว่าทั้งโต๊ะมีเพียงแผนกฉันและทีมวิศวกรและอินทีเรีย อ้อแล้วก็คุณกรและเลขาทั้งสองของเขา คนอื่นๆ กลับกันหมดแล้วรวมถึงคนพวกนั้นด้วย คนที่ไม่ชอบฉันน่ะ ตอนนี้ที่เหลืออยู่ก็สนิทกันทั้งนั้นหมายถึงพี่ๆ สนิทกันนะ

                “อีกคนละขวดละกัน” พี่ปองบอก ฉันพยักหน้ารับ สามทุ่มแล้วเหรอเนี่ยเร็วจังเลย เมื่อได้เบียร์มาอีกคนละขวดฉันก็ไม่รีรอที่จะดื่ม ดื่มแล้วหยุดไม่ได้เลยจริงๆ

                “ที่แผนกไวไฟช้าเหรอครับ” เสียงทุ้มๆ แบบนี้มีเพียงคุณกรเท่านั้นแหละ

                “ค่ะ ช้ามากๆ เลยไม่รู้เป็นเพราะอะไร” เสียงพี่ภัสนี่นา

                “เดี๋ยวผมให้คนไปดูให้ ยังไงผมกลับก่อนแล้วกันครับ”

                “ครับคุณกร”

                “พวกคุณก็กลับกันดีๆ นะครับ ไม่ไหวก็กลับแท็กซี่ดื่มต่อได้เลยลงบิลผมไว้เดี๋ยวผมเคลียเอง”

                “ขอบคุณครับ”

                คุณกรหันมามองก่อนจะเดินออกไป เย้! เขากลับแล้ว ดีใจอ่ะเขาไม่ไปส่งฉันแล้ว แต่ความสุขฉันก็ต้องพังลงเมื่อคุณเลขาลุกยืนและเดินเข้ามาใกล้ อีกแล้ว รอยยิ้มแบบนี้อีกแล้ว ฮื่อ!! ฉันหนีทันไหม

                “เชิญคุณกานต์ค่ะ”

                “หนูอยากดื่มต่อ คุณเลขากลับได้เลยค่ะ” ฉันยังต่อลอง

                “คงไม่ได้ค่ะ คุณกรรออยู่ที่รถค่ะ” บ้าจริง ทำไมเขาไม่กลับไปเลยล่ะฉันกลับเองได้นะ

                “แต่...”

                “ถ้าน้องกานต์ไม่กลับ พวกพี่สองคนก็กลับไม่ได้นะคะ พี่คิดถึงลูกแล้วค่ะ” ท้ายประโยคคุณเลขากระซิบบอก จนฉันใจอ่อน

                “ค่ะๆ พี่ๆ คะหนูกลับก่อนนะคะ สวัสดีค่ะ” ฉันยกมือไหว้ลาพี่ๆ ก่อนจะขยับลุกยืน พื้นเอนเอียงไปหมดเลย ฮื่อ นี่ฉันเป็นหนักขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย

                “กลับยังไงวะ พวกพี่ไปส่งไหม”

                “ไม่เป็นไรค่ะพี่ เจอกันพรุ่งนี้นะ”

                “เออๆ มีไรโทรมา” ฉันโบกมือลาพี่ๆ ก่อนจะเดินโอนเอนออกจากร้านโดยมีคุณเลขาผู้หญิงประคอง คุณเลขาผู้ชายเดินตามอยู่ด้านหลัง เมื่อก้าวพ้นตัวร้านคนที่บอกว่ารออยู่รถกลับยืนอยู่ตรงหน้า เขามองหน้าฉันก่อนจะก้าวเข้ามาใกล้ คุณเลขาปล่อยมือออกจากการพยุง ฉันที่ยังไม่ทันตั้งตัวเกือบเซล้มถ้าไม่ติดว่าคนที่ก้าวเข้ามาใกล้รวบฉันเข้าไปกอดเสียก่อน

                “ขี้เมา” เขาดุเบาๆ ก่อนที่ทั้งร่างฉันจะลอยหวือเหนือจากพื้น กลิ่นหอมอ่อนๆแบบนี้มันคืออะไรกันทำไมฉันถึงรู้สึกชอบนะ

                “ง่วงก็นอนก่อนนะครับ” เสียงทุ้มกระซิบบอกเมื่อร่างฉันถูกวางลงบนเบาะรถด้านหน้าและเขากำลังรัดเข็มขัดให้

                “คุณกรคะ กระเป๋าน้องค่ะ”

                “ขอบคุณครับ แล้วก็พรุ่งนี้ติดต่อให้อัพความเร็วไวไฟแผนกน้องให้เป็นความเร็วสูงสุดนะครับ เดี๋ยวผมจะพาน้องกลับก่อน ดื้อทั้งวันแล้ว”

 

========================= 

มีเรื่องอยากเม้าส์ คือมีคอมเม้นหนึ่งจากตอนที่แล้ว (ตอนที่สองอ่ะ) คืออ่านแล้วสะดุ้งเฮือกเลย เพราะมันมีประโยคในเนื้อเรื่องที่เขียนล่วงหน้าไป อีกประมาณหนึ่งถึงสองตอนถัดจากตอนนี้ นี่คือเลิกลักเลยนะหลุดสปอยที่ไหนหรือเปล่าก็ไม่นะ คิดแล้วก็ขำตัวเอง แต่มันเป็นประโยคนั้นเป๊ะเลยอ่ะ รออ่านนะคะ ว่ามันคือประโยคไหน ^_^ 

ความคิดเห็น