email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Lovely shot 2

คำค้น : Lovely shot Nanaกะหอยทาก พี่กรน้องกานต์ น่ารัก อบอุ่น ฟิน ละมุน สบาย ฟีลกู้ด พระเอกน่ารัก ฟินๆจิกหมอน

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 7k

ความคิดเห็น : 20

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ต.ค. 2562 12:20 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Lovely shot 2
แบบอักษร

Lovely shot 2 

 

 

 

                ท้ายที่สุดคุณกรก็มาส่งถึงห้อง เขาพาไปทานข้าวแต่ฉันทานไม่ลงเลยนั่งนิ่งๆ แทน กว่าเขาจะยอมมาส่งก็ห้าทุ่มฉันไม่พูด ไม่ลา ไม่กล่าวขอบคุณอะไรเขาเลย แต่เดินเข้าห้องปิดประตูทรุดตัวร้องไห้อย่างหนัก บ้าจริงพรุ่งนี้ฉันต้องทำงานอีกนะทำไมต้องมาร้องไห้ด้วยเนี่ยยัยกานต์ กว่าจะอาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็เที่ยงคืนไปแล้ว ฉันข่มตาหลับอยู่ตลอดทั้งคืนไม่รู้ว่าหลับจริงๆ ตอนไหน พอรู้สึกตัวตื่นอาการปวดศีรษะก็วิ่งแล่นไปทั่ว ไหนจะเวียนศีรษะนั่นอีก บ้าจริง ฉันไม่ชอบอาการแบบนี้เลย

                “เฮ้ยๆ ทำไมหน้าซีดแบบนั้น” เสียงพี่ที่แผนกดังขึ้นให้ได้ยินฉันโบกมือให้หงอยๆ มันไม่มีแรงนี่นา

                “ไหวไหมเนี่ย” พี่ปองเดินเข้ามาทัก ใช้หลังมือวัดไข้ให้ ไม่ต้องกลัวว่าคนอื่นจะมองไม่ดีหรอกนะ เพราะทั้งแผนกมีฉันโสดเพียงคนเดียวพี่ๆ แต่งงานมีลูกกันหมดแล้ว แถมฉันยังเป็นน้องเล็กที่สุดด้วยพี่ๆ ในแผนกเลยโอ๋กันใหญ่ บอกว่าเลี้ยงฉันเหมือนได้เลี้ยงลูก

                “ตัวอุ่นๆ นะ”

                “เวียนหัวนิดหน่อยค่ะ”

                “อือ ถ้าบ่ายไม่ไหวก็ลา ไม่เป็นไรหรอกแกเคลียงานแกไปหมดแล้วนี่”

                “ขอบคุณค่ะพี่” ฉันบอกพี่ปอง พอพี่ปองเดินออกไปพี่ภัสก็เดินเข้ามาดูทั้งยังแปะแผ่นเจลลดไข้ให้ด้วย

                “ไม่ไหวก็ลานะกานต์”

                “ค่ะพี่ภัส” ฉันนั่งเคลียเอกสารบนโต๊ะจนถึงเที่ยง อาการที่เป็นอยู่ไม่ได้ลดลงเลยสักนิดจึงตัดสินใจลาช่วงบ่าย พอพี่ภัสเซ็นอนุมัติฉันก็ไม่รอช้าที่จะเก็บของกลับบ้าน จังหวะที่เดินออกจากออฟฟิศฉันเห็นรถคุณกรเลี้ยวเข้ามาพอดี จึงตัดสินใจเดินออกให้ห่างจากเขาไปเรียกแท็กซี่ และฉันเองก็พอจะมั่นใจว่าแรงสั่นและเสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มาจากใคร

 

                KhunKORN :: ไปไหน

                KhunKORN :: รู้ว่าเห็นข้อความแต่ทำไมไม่ตอบ

                KhunKORN :: จะไปไหนทำไมไม่บอกกันบ้าง

 

                ฉันปล่อยข้อความไว้แบบนั้น กระทั่งกลับมาถึงห้องพัก ฉันก็ทานยาแล้วนอนพักทันที มันเวียนศีรษะจนอยากจะอาเจียนแต่ในท้องก็ไม่มีอะไรให้อาเจียนออกมา ฉันหลับไปด้วยความเหนื่อยรู้สึกตัวตื่นก็เกือบหนึ่งทุ่ม หลับยาวหลายชั่วโมงตื่นมาก็ไม่มีอะไรทำเลยนั่งดูยูทูปติดตามข่าวลูกๆ ในทวิตเตอร์ไปพราง ความสุขของฉันล่ะแบบนี้น่ะ สองทุ่มพี่กั้งโทรมาและแน่นอนว่าเรื่องเดิมๆ นั่นคือเรื่องหอพัก ฉันจะย้ายแล้วล่ะไม่สิครั้งนี้ย้ายไปที่คอนโดพี่กั้งเพราะพี่กั้งกับสามีจะย้ายไปอยู่บ้านที่เพิ่งซื้อ คอนโดนั้นที่จริงพี่กั้งจะยกให้ฟรีๆ แต่ฉันขอซื้อแบบผ่อนจ่ายแทนฉันไม่อยากได้ของมาฟรีๆ น่ะ

                (อยู่แบบถาวรเลยนะ ไม่ให้ย้ายแล้ว) พี่กั้งบอกเจือเสียงขบขัน

                “รู้แล้วค่า จะอยู่ถาวรเลยจะซื้ออัลบั้มลูกชายมาเยอะๆ เลยทีนี้ มีที่เก็บแล้ว”

                (จ้า อันไหนมีความสุขก็ทำพี่ไม่ห้ามแต่มีอะไรต้องบอกพี่ไม่ว่าเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่)

                “รับทราบค่ะ พรุ่งนี้หนูลาหยุดแล้ว หนูย้ายพรุ่งนี้เลยได้ไหม”

                (ได้ๆ พวกพี่ย้ายของหมดแล้วตั้งแต่เมื่อวาน พรุ่งนี้เดี๋ยวเอารถไปไว้ให้ใช้)

                “ไม่เอาค่ะ”

                (ไม่ได้ พี่จะเอาให้ต้องใช้เท่านั้นเจอกันพรุ่งนี้ค่ะที่รัก)

                “เจอกันค่ะ รักพี่นะ”

                (รักเหมือนกันไอ้ดื้อ) พี่กั้งวางสายไปพร้อมๆ กับฉันที่ลุกจากที่นอนเก็บของใส่กล่อง ย้ายบ่อยจนฉันไม่กล้าซื้ออะไรเข้าห้องแล้ว มีกระเป๋าเสื้อผ้าสองใบ ของจุกจิกอีกสองกล่อง แค่นั้นแหละพวกของต่างๆ ที่สั่งจากอินเทอร์เน็ต อัลบั้มที่สั่งจากเกาหลีถามว่าอยู่ไหน ฉันสั่งเข้าห้องพี่กั้งหมดเลย นี่แหละแม่กำลังเดินทางไปหานะลูก เจอกันนะ

                ข้าวของถูกขนมารวมกันที่ปลายเตียงนอน ฉันนั่งมองข้าวของเหล่านั้นด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ย้ายบ่อยจริงๆ เกือบสามทุ่มถึงได้อาบน้ำแต่งตัวแล้วกระโดดขึ้นไปนอนเล่นโทรศัพท์บนเตียงนอนเล่นยาวๆ ไปจนถึงตีสอง กว่าจะหลับก็ตีสี่ ตื่นเก้าโมงเพราะเสียงเรียกเข้าโทรศัพท์จากพี่กั้ง ที่มาเอารถมาให้และช่วยขนของไปขึ้นรถ เมื่อทำเรื่องคืนห้องเสร็จฉันก็ออกจากที่นั่นทันที

 

                KhunKORN :: วันนี้ไม่มาทำงาน?

                KhunKORN :: ป่วยตั้งแต่เมื่อวานทำไมไม่บอก

                KhunKORN :: พี่มาหาที่ห้อง

                KhunKORN :: ย้ายอีกแล้วเหรอ!

                KhunKORN :: ทำไมงี่เง่าแบบนี้วะกานต์ มีอะไรทำไมไม่บอกพี่ดีๆ จะย้ายหนีทำไม

               

                ข้อความเหล่านั้นฉันเห็นและอ่านจากโนติ แต่ก็ไม่ตอบอย่างเคย ฉันจะคุยแค่เรื่องงานในไลน์กลุ่มของแผนกและไลน์กลุ่มออฟฟิศเท่านั้น

                “จัดของเสร็จจะพาไปทานข้าวนะ” พี่กั้งเอ่ยบอกเมื่อเราย้ายของขึ้นมาบนห้องพักหมดแล้ว

                “ไปตอนนี้ก็ได้ เดี๋ยวกลับมาค่อยจัดค่ะ”

                “เอางั้นก็ได้ ไปล้างหน้าก่อนไปมอมแมมมากน้องฉัน” พี่กั้งหัวเราะก่อนจะเดินไปเปิดตู้เย็นหาน้ำดื่ม ฉันเดินเข้าห้องน้ำล้างหน้า ก่อนที่เราทั้งสองจะออกจากห้องพักไปยังห้างสรรพสินค้าที่อยู่ไม่ไกลจากที่พัก

                “เรื่องที่บ้าน...”

                “พี่กั้ง หนูไม่อยากรับรู้อะไรแล้ว”

                “พี่เข้าใจเรานะ แต่มันผ่านมานานแล้วลองกลับไปดูไหม” พี่กั้งตักอาหารใส่จานให้

                “หนูไม่เห็นทางที่จะกลับไปเหมือนเดิมเลยพี่กั้ง ทุกอย่างในวันนั้นหนูจำได้ดี”

                “แม่อยากเจอนะ...”

                “ใช่เหรอ? เจอกันข้างนอกพวกเขายังหลบหน้าหนูเลย หนูเหนื่อยแล้วค่ะพี่กั้ง หนูขออยู่แบบนี้เถอะนะ”

                “อื้อ พี่อยู่ข้างเราเสมอ”

                “ขอบคุณค่ะ” เราเลี่ยงที่จะคุยเรื่องครอบครัว และคุยเรื่องทั่วไปแทน พี่กั้งมีสามีมารับกลับบ้านส่วนฉันยังเดินซื้อของเข้าห้องพักต่ออีกนิดหน่อย ก็พวกน้ำดื่มของใช้แล้วก็อาหารนิดหน่อย เห็นแบบนี้ทำอาหารเป็นนะแต่เพราะย้ายห้องบ่อยเลยไม่ค่อยมีเครื่องครัว ตอนนี้มีแล้วทำอาหารได้แล้วเย้!

                ตอนเย็นฉันกลับมาถึงห้องพัก หอบหิ้วของที่ซื้อมาขึ้นบนห้อง วนไปมาสองรอบถึงขนของมาจนหมด อยู่คนเดียวก็จะเหนื่อยๆ แบบนี้สินะ ไม่มีใครถือแพ็คน้ำหนักๆ ให้ ไม่มีใครหิ้วของช่วย คิดแล้วก็จะร้องไห้ ทำไมถึงโสดมานานแบบนี้นะยัยกานต์

                “เก็บของเสร็จแล้ว ต่อไป จัดน้องเข้าตู้” อ่า จะว่าไปก็เหมือนคนบ้านะคุยกับตัวเองขนาดนี้ ฉันส่ายหน้าพร้อมกับขำน้อยๆ กับความคิดตัวเอง จัดของขึ้นตู้โชว์เสร็จ จัดเตียงเสร็จ ล้างห้องน้ำเรียบร้อย ถูพื้นเสร็จ โอเคแล้ว ฮื่อ สวัสดีห้องใหม่ ขออยู่ที่นี่นานๆ เลยนะ ไม่อยากย้ายแล้ว

 

                “กานต์!! ประชุมด่วน” เมื่อเข้ามายังแผนกพี่ภัสตะโกนบอก ฉันเองก็ต้องรีบตาม แต่ประชุมอะไรตั้งแต่เก้าโมงแบบนี้ ฮื่อ! ยังไม่ได้เตรียมตัวเลย

                “ประชุมเรื่องอะไรพี่ภัส”

                “ไม่รู้ เลขาคุณกรเพิ่งแจ้งเข้ามา พี่ก็งงอยู่”

                “อ้าว งงเลย”

                “พี่ก็งง ไปๆ อีกสิบนาที” ฉันคว้าสมุดโน้ตปากกาวิ่งตามพี่ภัสไป เมื่อเข้าไปยังห้องประชุมก็พบว่าพี่ๆจากแผนกอื่นก็กำลังทยอยเดินเข้ามาในห้อง คนสุดท้ายที่เข้ามาคือเจ้านายก็คุณกรนั่นแหละ ฉันเลี่ยงที่จะมองหน้าเขาตรงๆ เวลาเขายิงคำถามเจาะจงมาที่ฉัน ฉันก็ต้องตอบสบตาด้วยแต่นอกเหนือจากนั้นก็ไม่มองหน้าเขาเลย แล้วรู้ไหมว่าเขาประชุมอะไร จะบอกให้ว่าที่เขาเรียกเข้าประชุมเพราะจะบอกว่าเย็นนี้เขาจะพาไปเลี้ยง บ้าบอที่สุดแจ้งผ่านไลน์บริษัทก็พอไหมทำไมต้องเรียกประชุมให้ยุ่งยาก

                “ธุรการรอก่อนนะครับ” นั่นไงล่ะ เรียกแผนกไหนไม่เรียก ดันเรียกแผนกฉัน

                “ค่ะคุณกร” เขาพยักหน้ารอกระทั่งพี่ๆ เดินออกไปจนหมด

                “หนูต้องอยู่ไหมอ่ะพี่ภัส” ฉันเอียงหน้าเข้าไปกระซิบถามพี่ภัสเพราะบางทีคุณกรก็อาจจะอยากคุยกับหัวหน้าฝ่ายธุรการก็ได้นี่

                “แกนั่นแหละตัวดีเลย นั่งอยู่นี่เลย”

                “พี่ภัสอ่า”

                “ไม่ต้องมาทำหน้างอแง ไอ้ซินไม่อยู่ให้เราอ้อนหรอกนะ” เกือบห้านาทีห้องประชุมตกอยู่ในความเงียบ มีคุณกรนั่งจ้องฉันอยู่ นอกจากนั้นยังมีเลขาเขาสองคนพี่ภัสและฉัน ฮื่อ! ฉันกลัวนะ ทำไมต้องมามองกันแบบนั้นด้วย

                “กานต์”

                “ค่ะ คุณกร” ฉันขานรับอย่างเป็นปกติ แม้ว่าภายในใจจะเต้นรัวแรงตึกตักด้วยความกลัวก็ตามที

                “ย้ายห้องอีกแล้วเหรอ” เขาควรจะพูดเรื่องงานนะ

                “กานต์อย่าเงียบ” เขาขู่อีกครั้งเมื่อฉันยังเงียบ

                “ค่ะ ย้าย”

                “ครั้งที่เท่าไหร่ที่ย้าย” ใครจะไปนับกัน

                “ไม่รู้ค่ะ”

                “แล้วตอนนี้อยู่ที่ไหน” เรื่องอะไรฉันจะบอกเขากันล่ะ ฉันย้ายหนีเขานะ

                “บอกไม่ได้ค่ะ คุณกรมีเรื่องงานจะพูดไหมคะพอดีว่ามีงานค้างเยอะมากๆ เลยค่ะ”

                “ช่างงานไปก่อนสิ ตอบพี่มาว่าย้ายไปไหน”

                “คุณเป็นเจ้านายนะคะ เรื่องนี้ก็ไม่สมควรจะบอก”

                “แล้วไง พี่ปล่อยให้ดื้อนานแล้วกานต์ นับตั้งแต่วันนี้ขึ้นไปทำงานช่วยเลขาพี่ ส่วนคุณภัสเดี๋ยวจะมีคนมาช่วยงานแทนกานต์นะครับ”

                “เอ่อ ค่ะคุณกร”

                “แต่ฉันไม่อยากขึ้นไปค่ะ อยู่ช่วยตรงนี้ดีแล้ว” ฉันยังดื้อปฏิเสธ แต่ก็เห็นว่าคุณเลขาทั้งสองเริ่มอึกอักรวมถึงคุณภัสด้วย

                “คุณกานต์คะ ทำตามที่คุณกรบอกเถอะค่ะ”

                “แต่กานต์ไม่อยากขึ้นไปข้างบนนี่คะ ขออยู่ช่วยพี่ภัสข้างล่างดีกว่า”

                “ก็เป็นแบบนี้ไง ดื้อแล้วยังเถียงเก่งแบบนี้ไงพี่ถึงต้องพาขึ้นไปอยู่ใกล้ๆ”

                “ดิฉันขอยืนยันคำเดิมค่ะคุณกร” ฉันอยู่กับพี่ๆ ฉันสบายใจที่สุดแล้ว

                “กานต์”

                “คุณกรคะ เรื่องนี้เราค่อยๆ คิดกันดีกว่านะคะ อีกอย่างช่วงนี้งานที่แผนกเยอะได้น้องกานต์มาช่วยก็เบาไปเยอะทีเดียว เกรงว่าถ้ามีคนใหม่มาจะเสียเวลาสอนงานกันน่ะค่ะ คุณกรช่วยพิจารณาใหม่ด้วยนะคะ”

                “ผมจะคิดใหม่ก็ได้ แต่คุณภัสต้องติดตามกานต์ให้ผม อย่าให้น้องไปซนที่ไหน มีอะไรเกี่ยวกับน้องขึ้นตรงกับผมคนเดียว”

                “ค่ะคุณกร”

                 คุณกรออกจากห้องประชุมไปพร้อมๆ กับเลขาของเขา ส่วนพี่ภัสก็หันมามองฉันอย่างสงสัย

                “มีอะไรจะเล่าให้พี่ฟังไหมกานต์” พี่ภัสทำหน้าเครียด ฉันไม่อยากเอ่ยถึงเรื่องระหว่างฉันกับเขา เพราะมันก็ไม่มีอะไรแต่พอเห็นสีหน้ากังวลของพี่ภัสจึงเอ่ยเล่าเพียงบางส่วน บอกแค่ว่าเคยรู้จักเขาแค่นั้นและมีเรื่องไม่เข้าใจกันเล็กน้อยเลยเป็นแบบนี้ พี่ภัสเหมือนจะเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งแต่ก็ไม่ได้ถามอะไรต่อ

                “เอาละ เราไปจัดการงานของเรากันเถอะ”

                “ไปกันค่ะ” ฉันส่งยิ้มจนตาหยีให้พี่ภัส จากนั้นเราทั้งสองก็ออกจากห้องประชุม เมื่อทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ทำงานความโกรธเคืองความหงุดหงิดที่เคยมีก่อนหน้านี้ก็ต้องหายไปเพราะต้องเพ่งสมาธิมายังงานที่ทำ ไหนจะติดต่อประสานงาน เคลียเอกสารส่งต่อให้แผนกบัญชีอีก แต่ยังดีที่พี่แผนกฉันและพี่ๆ ที่นั่งอยู่ใกล้กันไม่ใช่คนประสาทหรือจุกจิกเลยไม่ค่อยมีปัญหา แต่คนที่มีปัญหาจริงๆ คือคนนอกแผนกนั่นแหละ ประสาทมากขนาดที่ว่าถ้าฉันคุยด้วยคงต้องประสาทตาม หากไม่พอใจเราก็จะพูดจาแซะหรือถากถาง แต่นับว่าดีไม่น้อยที่ฉันใจเย็นแม้จะน้อยนิดแต่ก็ยังทนความประสาทเสียของคนพวกนั้นได้

                “พี่จะสั่งเครื่องดื่มเอาอะไรไรกานต์” พีภัสเดินมาเคาะโต๊ะ

                “เอาช็อกโกแลตเย็นค่ะพี่ภัส”

                “เหมือนเดิมเลยนะ”

                “ค่ะ”

                “พวกนั้นกำลังมา ฮึบไว้นะ” พี่ภัสกระซิบบอกก่อนจะแกล้งหยิบโทรศัพท์มากดโทรออก

                “นี่พิศเมื่อเช้าได้ข่าวว่าคุณกรเรียกพบธุรการนะแก ไม่รู้จะโดนไล่ออกหรือเปล่า” เสียงกระแนะกระแหนดังขึ้นใกล้ๆ พร้อมกับหัวข้อประเด็นที่ฟังดูจากหน้าออฟฟิศก็รู้ว่าตั้งใจว่าให้ฉัน

                “น่าจะใช่อ่ะนะ ใครเขาจะอยากเอาคนที่บ้าผู้ชายมาไว้ในบริษัท”

                “น่าจะไล่ออกไปเลยนะคนแบบนั้น พวกบ้าผู้ชายตามกรี๊ดผู้ชาย ตลกอ่ะแก”

                เย็นไว้กานต์ ใจเย็นๆ ฉันได้แต่บอกตัวเองในใจแบบนั้น เพ่งสมาธิไปที่งานอย่างเดียว คนพวกนี้ก็ดีแต่พูดจากหาเรื่องคนอื่นไปทั่ว เมื่อไม่ได้ดั่งใจหรือถูกใจก็จะพูดจาถากถางกดคนอื่นให้ต่ำเพื่อที่จะได้ยกระดับตัวเองให้สูง ทั้งที่ความเป็นจริงพวกเขาอาจจะต่ำกว่าคนที่ถูกพูดจาไม่ดีใส่

                “ทำใจไว้นะกานต์ คุณกรคงอยากไล่แกออกเต็มทนแล้ว”

                “ถ้าผมจะต้องไล่ใครออก ผมคงเลือกที่จะไล่พวกคุณสองคนออก” 

 

 

======================= 

ไล่ออกเลยค่ะคุณกร!! ไล่พวกนางออกเลย กล้ามากนะมาว่าน้องกานต์ของเรา 

ความคิดเห็น