email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Lovely shot 1

คำค้น : Lovely shot Nanaกะหอยทาก พี่กรน้องกานต์ น่ารัก อบอุ่น ฟิน ละมุน สบาย ฟีลกู้ด พระเอกน่ารัก ฟินๆจิกหมอน

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.9k

ความคิดเห็น : 12

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ต.ค. 2562 19:36 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Lovely shot 1
แบบอักษร

Lovely shot 1 

 

 

                คุณเคยอยากลาออกจากงานวันละหลายๆ รอบไหม ฉันนี่อยากจะลาออกวันละหลายสิบรอบแต่ก็ไม่อยากกลับ ไปทำงานที่บ้าน เลยเลือกที่จะอยู่ที่นี่ต่อ แม้งานจะหนักเจ้านายจะน่ากลัวแต่อย่างน้อยฉันก็ยังมีเพื่อนๆ พี่ๆ ในแผนกที่น่ารัก วันไหนที่ต้องมีประชุมวันนั้นฉันแทบจะขนพระบนหิ้งมาด้วย เจ้านายฉันน่ากลัวมากถึงแม้บางครั้งจะอารมณ์ดีคุยเล่นได้ แต่ถึงเวลาทำงานเวลาประชุมคือเจ้านรกเลยล่ะ

                “ใครประชุมเช้านี้ โชคดีนะ” เสียงพี่ปอง ตะโกนบอกมาทั้งยังส่งสายตาขำขันมาให้ฉันด้วย ใช่แล้วล่ะวันนี้ฉันกับพี่ภัสหัวหน้าแผนกต้องเข้าประชุมกับเจ้านายและหัวหน้าแผนกอื่นๆ

                “พี่คะ ฝากไปส่งหนูที่ห้องด้วยนะ เหมือนจะหนัก” ฉันหันไปบอกพี่ๆ พรางทำหน้าตาน่าสงสาร

                “โอ๊ยขำหน้ามัน ดีๆ เว้ย เดี๋ยวพาไปเลี้ยงตอนเย็น” พี่ซิม พี่ที่ฉันสนิทร้องบอกมา ฉันทำมือโอเคกลับไปก่อนจะรวบเอกสารไว้แล้วเดินไปรอพี่ภัสที่หน้าห้อง พอมองเงาตัวเองที่สะท้อนจากกระจกก็ต้องตกใจ ยัยเพิ้งนี่ใครเนี่ยหน้าจืดๆ ผมรวบตึงใส่แว่นหนาเตอะ ดีนะที่เมื่อเช้าออกจากบ้านวินมอไซต์ยังรับขึ้นรถอยู่ เขาคงจะตกใจไม่น้อยที่เจอฉันคงคิดว่าคนบ้าแน่ๆ อ่ะถ้าใครได้เห็นฉันสภาพนี้

                “ปะ กานต์”

                “ค่ะพี่”

                “ทำไมวันนี้หน้าซีดๆ ไม่สบายเหรอ?” พี่ภัสเอ่ยถามระหว่างที่เราเดินไปห้องประชุม ออฟฟิศเรามีทั้งหมดสามชั้น ชั้นหนึ่งเป็นจุดรับรองลูกค้าชั้นสองเป็นแผนกต่างๆชั้นสามเป็นห้องประชุมและห้องทำงานเจ้านายและตอนนี้เรากำลังเดินไปชั้นสามเพื่อเข้าร่วมประชุม หวังว่าวันนี้เจ้านายจะอารมณ์ดีนะ

                เราเข้าไปนั่งและเตรียมเอกสารรอประชุม เจ้านายเข้ามาเราก็เริ่มประชุมกันทันที เจ้านายยังดูวัยรุ่นอยู่เลยนะเขาอายุไม่น่าจะถึงสามสิบหรอกแต่ก็เก่งมากๆ เลยที่เปิดบริษัทเองได้แบบนี้ หน้าตาดีแต่เขาน่าจะมีแฟนแล้วล่ะเพราะมีสาวๆ สวยๆ เข้าออกห้องเขาเป็นว่าเล่น พี่ๆ บอกว่าถึงแม้เขาจะดูเจ้าชู้แต่เรื่องงานไม่เคยบกพร่องเลยสักครั้ง ฉันเองก็เพิ่งจะเข้ามาทำงานที่นี่ได้สองสามปีเอง แรกๆ ก็ไม่ค่อยรู้เรื่องอะไรมากหรอกแต่ก็ได้พี่ๆ ที่แผนกคอยช่วยเหลือฉันเลยอยู่ได้จนถึงทุกวันนี้

                “ธุรการมีอะไรจะเสนอเพิ่มไหมครับ” เสียงเจ้านายดังขึ้นเมื่อใกล้ปิดประชุม

                “ไม่มีค่ะคุณกร”

                “ครับงั้นวันนี้พอแค่นี้ อ้อ ธุรการหลังเลิกงานประชุมต่อนะครับ”

                “ค่ะ” ฉันและพี่ภัสขานรับ แผนกอื่นประชุมบ่อยไหมไม่รู้แต่แผนกฉันวันเว้นวันจริงๆ ส่วนมากก็จะเป็นการนำเสนอแผนงานต่างๆ ข้อมูลเกี่ยวกับลูกค้า เห็นบริษัทแบบนี้ลูกค้าเข้าตลอดเลยนะและลูกค้าแต่ละรายไฮโซคนดังทั้งนั้นแต่ก็อย่างที่เคยรู้กันยิ่งรวยมาก ยิ่งเรื่องมากนู่นนี่นั่นจุกจิก ทีมอินทีเรียคือเก่งมากที่ทนรับแรงจุกจิกได้อ่ะ หลักๆ ที่เจอลูกค้ามากเรื่องนู่นเลยพี่ซินกับพี่ปอง วันไหนออกไปคุยกับลูกค้ากลับมาเป็นอันต้องบุ่นงุ้งงิ้งๆ อ่ะ

                “กานต์ติดต่อทีมวิศวกร สถาปนิก แล้วก็หัวหน้าช่างด้วยนะ เรื่องประชุมตอนเย็น”

                “ได้ค่ะพี่ภัส” ฉันขานรับมือจดลงบนสมุดโน้ตสีเข้ม ออฟฟิศนี้ถึงจะมีแค่สามนั้นแต่ความกว้างและความยิ่งใหญ่นั้นอลังการงานสร้างมาก คือสามารถบรรจุพนักงานได้หมดทุกคนอ่ะคิดดู แบบนี้ไงถึงได้บอกว่าเจ้านายน่ะเก่งที่สามารถดูแลพนักงานได้เยอะแบบนี้ ทั้งออกแบบ ก่อสร้าง ตกแต่ง สนใจเข้ามารับบริการได้นะคะ

                “เป็นไงบ้างวะกานต์ ทำไมทำหน้าง่วงแบบนั้น”พี่ปองแซวมาทั้งยังหัวเราะลั่น หัวเราะไปเถอะเดี๋ยวก็หัวเราะไม่ออก

                “ตอนเย็นประชุมนะคะพี่ปอง”

                “เย้ดแม่ พี่ลา!” พี่ปองคว้าประเป๋าไว้ในมือตั้งท่าจะวิ่งออกจากแผนกแต่พี่ซิมกระโดดกักไว้ทันทีเช่นเดียวกัน ทำงานด้วยกันจนรู้ไส้รู้พุงหมดแล้วล่ะพี่ๆ น่ะ

                “ไม่ต้องมาเนียนมึง มึงจะทิ้งกูไปไม่ได้” พี่ซิมบอกพี่ปอง อ้อ ทั้งสองเป็นเฮดทีมอินทีเรียน่ะ เดี๋ยวฉันก็ต้องประสานงานไปยังเฮดต่างๆ ด้วยสินะ

                “สวัสดีค่ะพี่พงษ์” ฉันเอ่ยทักปลายสายเมื่อมีสัญญาณตอบรับจากปลายสาย

                (สวัสดีครับคุณกานต์ คุณกานต์โทรมาผมอยากจะวางเลยครับ)

                “โห อย่าใจร้ายนักเลยค่ะ แค่จะโทรมาบอกว่าเย็นนี้ประชุมนะคะหลังเลิกงาน”

                (นั่นไงล่ะ คิดผิดซะที่ไหน เจอกันตอนเย็นครับ) คุณพงษ์หัวหน้าทีมวิศวกรวางสายไป ฉันก็ไม่รีรอต่อสายหาคนอื่นๆจนครบทีม จากที่พี่ปองจะพาเที่ยวคงต้องดแล้วล่ะเหมือนวันนี้ประชุมยาวไปจนถึงดึกแน่ๆ แล้วก็จริงอย่างที่บอกในช่วงบ่าย การประชุมในช่วงเย็นของเราลากยาวจนถึงสองทุ่ม ทุกคนหมดสภาพไปตามๆ กัน แต่เจ้านายยังคีฟลุคนิ่งๆ พวกเราทุกคนเลยต้องคีฟลุคตามแต่ตานี่ลอยกันหมดแล้ว

                “ฝากทีมอินทีเรียทำการบ้านมาด้วยนะครับ วิศวะพรุ่งนี้ลงพื้นที่ได้เลย”

                “ครับคุณกร”

                “สำหรับวันนี้พอแค่นี้ครับ  ขอบคุณทุกคนที่ทำงานหนัก” เจ้านายลุกขึ้นยืนเราทั้งหมดลุกตามก่อนจะโค้งส่ง เมื่อเจ้านายเดินออกไปฉันถึงกับทรุดนั่งลงบนเก้าอี้ ฉันเหนื่อย เหนื่อยจนแทบจะไม่มีแรงเดินออกจากห้องประชุมนี่เลย พี่ๆ คนอื่นเริ่มทยอยออกจากห้องประชุม ฉันนั่งเรียกสติไม่นานก็เก็บของเดินตามพี่ๆ ไม่ใช่อะไรหรอกกลัวผีน่ะ

                “กานต์กลับยังไงให้พี่ไปส่งไหม” พี่ภัสเอ่ยถามเมื่อเห็นฉันเดินเข้ามาในแผนก

                “ไม่เป็นไรค่ะพี่ภัส วันนี้วันเกิดลูกชายไม่ใช่เหรอพี่รีบกลับเถอะค่ะ” ฉันบอกพี่ภัส

                “เอาแบบนั้นเหรอ”

                “ค่ะพี่ เจอกันพรุ่งนี้นะคะ”

                “ได้ๆเจอกันพรุ่งนี้ ปะเดี๋ยวเดินออกไปพร้อมกัน” พี่ภัสยืนรอ ฉันเองก็ขอบคุณอย่างมาก ฉันรีบเก็บของใส่กระเป๋าแล้วเดินไปหาพี่ภัสที่รออยู่หน้าประตู เมื่อยืนอยู่หน้าออฟฟิศพี่ภัสก็แยกกลับไป ส่วนฉันก็เดินไปยังถนนเพื่อหารถกลับแต่ใครจะไปคิดล่ะว่าจู่เจ้านายจะขับรถมาจอดเทียบฟุตบาตทั้งยังขู่ให้ขึ้นรถด้วย

                “ขึ้นมา จะหาว่าพี่ดุไม่ได้นะ” พี่อย่างนั้นเหรอ? ตลกจัง เขาแทนตัวเองว่าพี่กับฉันครั้งล่าสุดตอนไหนนะ จำไม่ได้แล้ว

                “ไม่เป็นไรค่ะเดี๋ยว...”

                “...” เขาไม่พูดแต่เดินลงจากรถดึงมือฉันให้เข้าไปนั่งภายในรถกับเขา ฉันเองก็นั่งนิ่งเงียบๆ เพราะกลัวเขาจะโมโหใส่อีก

                “หิวไหม?” คุณกรเอ่ยถาม ทั้งยังหันมามองอีกด้วย

                “ไม่ค่ะ” ฉันจำต้องตอบกลับไป

                “ทำไมไม่กลับบ้านเลยล่ะ” คุณกรยังถามต่อ แต่จะให้ฉันตอบยังไงเหรอ ตอบว่าทะเลาะกับที่บ้านหรือโดนไล่ออกจากบ้านล่ะ ใช่ที่ฉันไม่ยอมดูร้านทองต่อจากที่บ้าน เพราะฉันไม่ชอบ พอต่อต้านหน่อยแม่ก็เอ่ยปากไล่ฉันออกจากบ้าน ก็ตั้งแต่ตอนนั้นมาจนถึงตอนนี้เกือบๆ หกปีได้แล้วล่ะ ส่วนงานที่ทำเงินเดือนเยอะฉันก็แบ่งจ่ายค่านู่นนี่นั่นและที่สำคัญเปย์ผู้ชายที่มีเงินในบัญชีสองร้อยล้าน บ้าบอดีไหมแต่ฉันน่ะมีความสุขดี ความสุขจริงๆ

                “กานต์พี่ถามดีๆ แล้วนะ”

                “ก็ไม่ว่างค่ะ”

                “งั้นพี่จะให้ลางานแล้ววันหยุดนี้เรากลับบ้านด้วยกัน”

                “ไม่ค่ะ”

                “กานต์...” เขาเป็นคนบอกเองไม่ใช่เหรอว่าต้องการระยะห่วงระหว่างเราที่เป็นเพียงพี่น้องที่รู้จักกัน ทำไมต้องมาคุยกันด้วยล่ะเป็นแค่เจ้านายกับลูกน้องไม่ได้เหรอ สงสัยล่ะสิว่าฉันมาทำงานที่นี่ได้ยังไง ฉันไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่านี่เป็นออฟฟิศของเขา แต่ที่ฉันเข้ามาทำงานเพราะพี่กั้งแนะนำมา พอสมัครก็ผ่านเฉยเลยผ่านแบบงงๆ แต่พออยู่ไปถึงได้รู้ว่าเจ้าของคือใคร ฉันอยากจะลาออกวันละหลายๆ รอบแต่ก็ได้แค่คิดถ้าฉันออกคงไม่มีอะไรกิน

                “จอดข้างหน้าก็ได้ค่ะ” ฉันบอกเขาทั้งยังชี้ให้ดูป้ายรถเมล์ตรงหน้า

                “ไม่ จะไปส่งที่ห้อง แล้วย้ายหนีพี่กี่รอบแล้ว” สองเดือนครั้งไง

                เอาละ ฉันว่าทุกคนคงจะงงๆ กับสถานะฉันกับคนที่กำลังขับรถอยู่ เขาน่ะเป็นลูกชายของเพื่อนแม่และบ้านเราก็อยู่ซอยเดียวกัน รู้จักกันมาตั้งแต่เด็กแต่เพราะฉันเริ่มต่อต้านอยากมีทางเดินของตัวเองเลยทะเลาะกับที่บ้าน เพราะไม่ยอมเข้าไปดูร้านทองเกือบเจ็ดสาขานั่น เลยทำให้คนเป็นแม่ทนไม่ไหวไล่ฉันออกจากบ้าน ทีแรกฉันก็นึกว่าพวกเขาแค่แกล้งดุให้กลัวแต่ไม่เคยแม่เก็บของใส่กระเป๋าฉันแล้วโยนไว้ที่หน้าบ้าน วันนั้นฉันเพิ่งสอบเสร็จกลับมาถึงบ้านก็ร้องไห้อย่างหนักพี่กั้งพี่คนที่สองเข้ามาประคองและพาขึ้นรถออกมาเลย จากวันนั้นฉันก็ไม่เคยกลับไปที่นั่นอีกเลย พี่กูลพี่ชายคนโตตอนนี้เป็นคนดูแลครอบครัวอยู่ แต่ฉันไม่ได้ติดต่อพี่ชายหรอกเพราะรายนั้นเองก็โกรธฉันเหมือนกันตอนนี้เลยมีเพียงพี่กั้งที่ยังติดต่ออยู่

                “แวะทานข้าวก่อนแล้วกัน เดี๋ยวไปส่ง”

                “ไม่อยากให้ไปส่ง ไม่อยากให้รู้ว่าอยู่ไหน” ฉันบอกกับคุณกรทันทีเมื่อเขาพูดจบ ฉันพูดจริงๆ นะฉันไม่อยากให้เขาไปส่ง

                “กานต์ ย้ายไปอยู่กับพี่” คุณกรเอ่ยชวน แต่ฉันเสียเองที่เค้นเสียงหัวเราะอย่างขมขื่น

                “ไปอยู่ทำไมล่ะคะ เราเป็นเจ้านายกับลูกน้องแค่คุณให้ฉันขึ้นรถมาด้วยมันก็ไม่เหมาะสมแล้ว”

                “ช่างคนอื่นสิ”

                “ไม่จำเป็นค่ะ”

                “กานต์ ตอนที่พี่ไม่อยู่เกิดอะไรขึ้นบอกพี่ได้ไหม” เขารู้ไปแล้วมันจะช่วยอะไรล่ะ ไม่เห็นความจำเป็นที่ฉันจะต้องบอกเขาเลยสักนิด

                “ไม่มีอะไรหรอกค่ะ”

                “กานต์...”

                “ขอถามอะไรหน่อยได้ไหมคะ”

                “ครับ? ถามอะไรพี่เหรอ”

                “คุณได้บอกที่อยู่ของฉันกับใครไหม”

                “...”

                “ถ้าไม่ก็ขอบคุณแต่ถ้าบอก...ก็พอเถอะค่ะ”

                “ทำไมกานต์ ทำไมต้องทำแบบนั้น พี่เองก็เหนื่อยที่ต้องมาตามเราแล้วนะ พี่จะทำอะไรก็ไม่ได้ทำเอาแต่คิดเรื่องเรา...”

                “เซ็นอนุมัติสิคะ ใบลาที่ยื่นไปเซ็นให้สักทีสิคะ” เขาเองก็คงจะเหนื่อยและเบื่อแล้วล่ะ คนอย่างฉันอยู่ไหนก็สามารถทำให้คนรอบข้างเบื่อหน่ายได้ล่ะนะ

                “ไม่!”

                “แล้วจะเก็บไว้ทำไมล่ะ เบื่อนี่ เหนื่อยไม่ใช่เหรอ ปล่อยไปสิคนพวกนั้นจะได้ไม่ต้องมายุ่งกับคุณ”

                “กานต์คุยกันดีๆ”

                “แล้วนี่ไม่ดีตรงไหนคะ?” ฉันถามมือก็ยกขึ้นปาดน้ำตาออกจากแก้มเร็วๆ

                “กานต์อย่ามางี่เง่ากับพี่” งี่ งี่เง่าอย่างนั้นเหรอ ฉันกลายเป็นคนแบบนั้นแล้วเหรอ

               

 

========================= 

เพิ่งตอนแรก อย่าเพิ่งใจร้อนกันนะคะ ค่อยเป็นค่อยไปกันเนอะ ^_^ 

ที่หายไปไม่ใช่ไรนะ เครียดเรื่องสมัครงาน 555555 ตอนนี้ยังก็เครียดแต่ก็ยังอยากมาอัพ มีคนบอกว่าคิดถึง มาแล้วนะคะ ^_^ 

ความคิดเห็น