ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 3 วิญญาณเร่ร่อน

ชื่อตอน : ตอนที่ 3 วิญญาณเร่ร่อน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 983

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 08 เม.ย. 2563 13:07 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 3 วิญญาณเร่ร่อน
แบบอักษร

เช้าที่สดใสของอีกวันหลังจากเหตุการณ์เมื่อคืน เขาก็ต้องเร่ร่อนไปตามทางอย่างเปล่าเปลี่ยวเดียวดาย

 

เพราะไอ้คนที่ผมช่วยไว้เมื่อคืนมันอกตัญญู​ไง ผมตื่นมาอีกทีชายคนนั้นก็หายไปแล้ว เห้อ.....

 

ร่างระหงเดินเบื่อแกว่งช่อดอกไม้ไปมา... ไอ้ช่อดอกนี้ก็ไม่มีทีท่าว่าจะเน่าด้วย คงเป็นเพราะมันติดตัวกับผมมาตอนตายด้วยแหละ

 

สรุปว่าผมก็เดินไปเดินมาจนคิดอะไรไปเรื่อยเปลื่อยจนมาถึงที่ๆหนึ่ง

 

มันเป็นทางเข้าอะไรสักอย่างเพราะความอยากรู้อยากเห็นก็เลยเดินเข้าไป ลักษณะมันเป็นทางเท้ามีดินที่เหยียบไว้เป็นทางเดิน บวกกับรอบๆมีรั้วกั้นอยู่ด้วย

 

เดินเข้าไปจนลึกก็ได้เห็นกับหมู่บ้าน แต่แปลกที่แถวนี้ไม่ค่อยมีคนเดินเพ่นพ่าน​ไปไหนเลย แถมยังจะวุ่นวายกันอีกด้วย

 

แต่พอตามไปเรื่อยๆจะได้ยินเสียงโหวกเหวก​โวยวายอยู่ที่ที่เดียว มันเป็นบ้านสองชั้นทำมาจากไม้ บันไดมีชาวบ้านมากมายมาออกันอยู่ หากมองขึ้นไปทางหน้าต่างก็จะได้เห็นว่าพวกชาวบ้านก็อยู่เต็มไปหมด

 

อยากบอกว่าผมนี่โคตร VIP เดินขึ้นบันไดโดยไม่ต้องเบียดกับคนเยอะๆ เอ๊ะ.....จะเรียกว่าผ่านมาเลยก็ได้นะ ก็ผมเป็นวิญญาณนี่นา

 

"พวกชาวบ้านที่นี่ทำอะไรอยู่กันนะ..... คนแน่นไปหมด อ่ะนั่น มีคนนอนอยู่ตรงนั้นนี่ เกิดอะไรขึ้น! " ภาพที่ผมเห็นเป็นผู้ชายวัยรุ่นคนหนึ่งนอนหงาย ตัวสั่นเทา ปากซีด หน้าคล้ำ

 

"ฮือๆ! ลูกแม่ เอ็งเป็นอะไร บอกแม่ ทำไมเป็นอย่างนี้... ฮือ!" ผู้เป็นแม่ร้องไห้ทั้งน้ำตากอดลูกตัวเองไว้แน่น

 

" มันถูกผีเร่ร่อนเข้าแล้ว อีดาวเรือง....ลูกมึงมันวอนหาเรื่อง มึงต้องทำใจ ในตอนนี้ไม่มีใครช่วยมันได้ พ่อหมอก็ไม่อยู่ วัดก็ไม่มี..." ผู้ชายที่เป็นชาวบ้านอีกคนพูด

 

" ที่แม่ผู้หญิงคนนั้นก็ชื่อดาวเรือง แต่แปลก..."

 

ปกติผีเร่ร่อนจะไม่ทำร้ายใครก่อน พวกเขาจะอยู่ส่วนพวกเขา หากไม่ไปรบกวนหรือลบหลู่....

 

อยู่ๆเนื้อตัวก็ขนลุก เด็กคนนั้นหันหน้ามาทางผมพร้อมกับจ้องมองทั้งๆที่ตัวก็สั่นเต็มประดา

 

ผีเร่ร่อนมักจะมีความแค้นและความทุกข์ พวกเขายังติดอยู่ในบ่วงรู้สึกไม่ปล่อยวาง

 

เด็กคนนั้นค่อยยิ้มที่มุมปาก แล้วยิ้มกว้างขึ้นมากกว่าเดิม!

 

"คุณจะทำอะไรเด็กคนนั้นน่ะ ปล่อยเขาไปเถอะ!.." ผมไม่อาจเห็นคนตายต่อหน้าต่อตาได้จริงๆ ปากของผมมันเลยหลุดพูดออกไป

 

ไม่มีเสียงตอบกลับมา เด็กคนนั้นยิ้มกว้างขึ้นเรื่อยๆแล้วหัวเราะออกมาฮะ... ฮะ... ช้าช้า และเบาๆ

 

ชาวบ้านที่อยู่ในที่นั้นผวากับเหตุการณ์ที่มันรุนแรงขึ้น บางคนก็หนีกลับกันไปแล้ว แต่อีกส่วนก็ยังยืนดูอยู่

 

'ไม่ใช่กงการอะไรของมึง ออกไปอย่ามายุ่งกับกู!'​

 

หยาบคายที่สุด!

 

"ไม่คิดว่าทำแบบนี้มันบาปหรอ เด็กมีพ่อมีแม่... คุณปล่อยเขาไปเหอะนะ ผมขอร้อง"พยายามช่วยเท่าที่ทำได้จริงๆ

 

'ไอ้เด็กนี่มันมาลบหลู่กู!.... กูไม่ปล่อยมันไว้!!'​

 

เอาไงดีทีนี้ ผีคนนี้ไม่มีทางปล่อยไว้เลยสักนิด เด็กคนนี้ต้องตายของจริงแน่ๆ

 

"พอจะมีทางที่คุณจะปล่อยเขาไปได้ไหม... การทำบาปเป็นสิ่งที่ไม่ดี ไม่งั้นคุณ​ก็จะเวียนว่ายอยู่อย่างนี้ไม่จบไม่สิ้น" ร่างบางพยายามขอร้อง

 

"........... "

 

" เอาอย่างนี้ดีไหม..... ผมจะบอกให้พวกเขาทำบุญ​อุทิศ​ส่วนกุศล​ไปให้ คุณจะได้ไปเกิดในภพภูมิ​ที่ดี คุณจะได้ไม่ต้องมาเร่ร่อนแบบนี้"

 

ผีตนนั้นเงียบไป ใบหน้าของเด็กไม่มีรอยยิ้มมีแต่ เหมือนแค่กำลังหลับไปเท่านั้น

 

"เรื่องจริงรึ.... ที่ส่วนบุญ​จะช่วยให้กูหลุดพ้นจากความทรมาน​นี้ได้.... "

 

เสียงมันดังจากทางข้างหลังผม เอี้ยวตัวไปดูเห็นจะจะว่าผีตัวนั้นออกมาอยู่ทางข้างหลังผม ลักษณะ​เนื้อตัวมีแต่รอยแผล เสื้อผ้าหลุดลุ่ย​ขาดไม่เป็นชิ้นดี ใบหน้าออกจะเละๆ ทรงผมมหาดไทย เป็นผู้ชายหุ่นล่ำๆคนหนึ่งเลยแหละ

 

"จะ....จริงสิ ดูอย่างผม ไม่ทรมาน ไม่ร้อนรุ่ม.... เย็นสบายดุจน้ำนิ่ง เชื่อผมเถอะ... ปล่อยเด็กคนนี้ไปแล้วผมจะช่วยบอกพวกเขาเอง"

 

ผีตนนั้นนิ่งไปสักพักก่อนจะพูดเสียงแข็งแล้วหายไปกับอากาศ....

 

"งั้นมึงก็ช่วยบอกมัน!... หากภายในพรุ่งนี้กูไม่รู้สึกอะไรเลยสักนิด กูจะเอามันไปอยู่ด้วย!! "

 

" อ้ะเดี๋ยวก่อนสิ! อา... ไม่นะ แล้วจะทำไงดีล่ะทีนี้ เอาวะเป็นไงเป็นกันเรื่องทีหลังค่อยคิด อย่างน้อยก็ยืดชีวิตเด็กนี่ไว้ได้"

 

แต่ตอนนี้ต้องบอกพ่อแม่เด็กคนนี้ก่อน อยู่ดีๆจะให้โผล่เลยก็กระไรอยู่ งั้นเอางี้...

 

ร่างบางหันหลังกลับวิ่งลงบันไดเข้าไปใต้ถุนบ้าน ฟู่ว!..... ถอนหายใจหนึ่งครั้งแล้วหลับตาลงนึกถึงสิ่งที่อยากให้เกิดขึ้น จากวิญญาณร่างโปร่งใสค่อยผันเป็นเนื้อและหนังและกายา

 

มันมหัศจรรย์​มาก!

 

กัลปพฤกษ์​มองมือตัวเอง หงายๆคว่ำๆตามสเตป ร่างมีมวลน้ำหนักขึ้นมา แต่เสียดายที่เนื้อผิวมันเย็นเฉียบ

 

"สู้ๆ!...." กัลป์ทำท่าfighting ตั้งศอกลงทำหน้ามาดมั่น

 

"นั้นใครน่ะ!! ออกมานะ!"

 

อา... อ่าว.... โดนเห็นซะแล้ว... ไวจริงๆ เห้อ.. ไหนๆก็ไหนๆละ ไม่ต้องทำใจให้เสียเวลาลุยเลยดีกว่า!

 

"ข้าคือเจ้าแม่ไอริน.... ข้าสัมผัสได้ ถึงพลังงานบางอย่าง... ในบ้านหลังนี้....." โอเวอร์แอคติ้งก็มา ยังไงก็ขอเนียนไว้ก่อนแล้วกัน

 

"มะ... มั่วเปล่า! ชาวบ้านมาเยอะขนาดนี้ ท่านคงได้ยินจากพวกนั้นเป็นแน่"

 

เอาแล้วไง พวกชาวบ้านไม่เชื่อ... งานหยาบล่ะทีนี้ แถได้แถไปก่อน... ร่างบางยิ้มบางๆก่อนจะหลับตาลง

 

" เด็กน้อยผู้น่าสงสารเอ๋ย... นิสัยห้าวหาญ​วาจาฉอเลาะ ไม่เกรงกลัวต่อสิ่งที่ไม่ได้เห็นด้วยตาเปล่า บัดนี้ได้ถูกผีเร่ร่อนตามรังควาน​ หากไม่รีบแก้ไขคงได้ตายตกเป็นแน่....."

 

เสียงใสได้ประจักษ์ให้ทุกคนร่างได้ยิน พวกมันรีบนั่งคุกเข่าลงพนมมือก้มหน้าก้มตาอย่างรวดเร็ว

 

ผมที่ไม่ได้ทันตั้งตัวก็เหวอสิ มีคนมาพนมมือทำท่ากราบไหว้อย่างนี้รู้สึกบาปไปเลยที่มาโกหกพวกชาวบ้าน

 

" มีอะไรกันหรือไอ้ทิว โหวกเหวกโวยวายเสียงดังลั่น"

 

" พ่อสิน! มีคนมาช่วยไอ้แกละมันแล้ว เจ้าแม่ไอริน พ่อสิน!"ชายที่ชื่อสินเดินลงมาอย่างเร็ว เขามองผมก่อนจะลงไปคุกเข่าอีกคน

 

บาปแน่ไอ้กัลป์เอ้ย!!

 

"เจ้าแม่ ช่วยลูกข้าด้วยเจ้าแม่! ต้องการอะไรข้าจะหามาให้!"

 

ผมพยักหน้าตกลงจากนั้นพวกผมกับชาวบ้านก็ขึ้นเพื่อไปดูอาการของเด็ก ดูเหมือนจะหลับไปแล้วจริงๆ เห้อ... เป็นเพราะความซนของเด็กแท้ๆ

 

"เด็กคนนี้ไม่เป็นอะไรแล้วแค่หลับไปแค่นั้น ข้าคุยกับวิญญาณตนนั้นให้แล้ว เขาจะปล่อยก็ต่อเมื่อเจ้าแผ่ส่วนบุญ​และหมั่นทำบุญ​ทำทานไปให้"

 

เอ่ยกับผู้หญิงที่เป็นแม่ตรงหน้า มือก็ลูบหัวทุยๆด้วยความเอ็นดู

 

"ละ.. แล้วทำยังไงหรือเจ้าคะ ที่นี่ไม่มีวัด จะเดินทางไปกว่าจะถึงก็ข้ามวันข้ามคืน.... "

 

" ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นที่วัดที่เดียวที่ทำบุญได้ สวดมนต์​ภาวนา กรวดน้ำทำทานก็ได้บุญ เพียงแค่เวลาจะทำให้นึกถึงวิญญาณ​เร่ร่อนตนนั้นเพื่อแผ่ส่วนบุญ​ให้กับเขา"

 

พวกชาวบ้านขอร้องให้ผมสอนวิธีกรวดน้ำและบทสวดมนต์​ให้กับพวกเขา ซึ่งผมก็ยินดีที่จะสอนให้พวกเขา ล่วงเลยจนถึงเย็นพวกชาวบ้านทุกคนที่ขอให้ช่วยสอนจำได้กันหมดทุกคน ต่างแสดงความขอบคุณ​ให้นับไม่ถ้วน

 

ผมว่าผมเห็นผีตัวเมื่อกลางวันยืนอยู่ตรงบันไดทางขึ้นนะ สำหรับผมที่อยู่ข้างล่างผมเห็นอย่างนั้น เขามีหน้าตาที่ดีขึ้นพลังงานสีดำอ่อนจางลง วิญญาณตนนั้นคงได้รับส่วนบุญ​ของชาวบ้านแล้วล่ะ

 

หมดหน้าที่ของผมแล้ว ก็ต้องขอตัวจากชาวบ้านพวกนี้เสียที.....

 

"ต้องขอบคุณ​ท่านจริงเจ้าแม่ ท่านเป็นผู้มีอ่ะ..... อ่าว... พ่อสิน เจ้าแม่ไปไหนแล้ว" ดาวเรืองกำลังขอบคุณ​ที่ช่วยเหลือพวกเขา แต่เจ้าแม่นั้นกลับหายไปอย่างไร้ร่องรอย

 

พวกชาวบ้านต่างตื่นตระหนกแต่คนที่มีสติก็ว่าเป็นเทวดานางฟ้าแปลงกายเป็นเจ้าแม่ลงมาช่วยพวกเขา

 

แหม... ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกผิดแฮะที่ไปหรอกพวกชาวบ้านพวกนี้ แถมยังเข้าใจผิดแบบแปลกๆอีก

 

'ขอบคุณ​ที่ช่วยปลดปล่อยข้า......'​

 

เสียงแว่วดังแผ่วมากับสายลม ผมรับยิ้มแหงนหน้ามองท้องฟ้า พระอาทิตย์​สีแดงส้มกำลังลับขอบฟ้า...ช่างเป็นภาพที่สวยจริงๆ เขาอยากไปเยือนที่ขอบฟ้า อยากรู้ว่าทางข้างหน้าจะมีอะไรรอเราอยู่

 

ความสุขในสิ่งเล็กๆที่ได้ช่วยเหลือผู้คนมากมายนับว่าคุ้มค่ามากจริงๆ

 

หึหึ... แล้วพบกันใหม่ทุกคน.....

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

ไม่มีอะไรมาก น้องแต่งองค์ทรงเครื่องขนาดนี้น้องคงคิดว่าจะเป็นใครไปได้นอกจากเจ้าแม่ อิอิ เอเมื่อไหร่พระเอกจะมารอฉากน่ารักๆอยู่เด้อ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น