facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

CHAPTER VI ภัยอันตรายที่ซ่อนอยู่

ชื่อตอน : CHAPTER VI ภัยอันตรายที่ซ่อนอยู่

คำค้น : สายใยรัก หนี้หัวใจ ตอนที่6

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.1k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ต.ค. 2562 18:52 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
CHAPTER VI ภัยอันตรายที่ซ่อนอยู่
แบบอักษร

"พี่ภพคะจะดีเหรอคะ..." 

 

"ดีสิครับ เราจะได้ทำความคุ้นเคยกับคุณแม่ด้วย" กุมมือบางกระชับแน่นยิ่งกว่าเดิมแล้วเดินเข้าบ้านไปด้วยกัน

 

"เอ้าตาภพกลับมาแล้วเหรอ นี่เธอ..." ตอนแรกก็ทักทายลูกชายอย่างยิ้มแย้มแต่เมื่อเห็นหญิงสาวที่เดินตามมาข้างหลังทำให้เธอหุบยิ้มทันที

 

"สวัสดีค่ะคุณแม่..."

 

"ฉันจำได้ว่าฉันมีลูกชายแค่คนเดียวนี่ แล้วลูกชายฉันก็แต่งงานไปแล้วด้วย..." พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาโดยไม่มองหน้าหญิงสาวที่แอบเบะปากใส่เธอโดยไม่ให้ใครเห็น

 

"พี่ภพขา..." กอดแขนชายหนุ่มอย่างแน่นพลางตีหน้าเศร้าจนดูน่าสงสาร

 

"ไม่เป็นไรครับ ไปนั่งกันก่อนเถอะครับ"

 

"ค่ะ..." เดินตามชายหนุ่มไปโดยเกาะติดยิ่งกว่าปลิงทะเลเสียอีก

 

"เหอะ ลูกฉันไม่ใช่ต้องไม้หรอกนะทำไมต้องเกาะติดเป็นกาฝากขนาดนั้นด้วย"

 

"คุณแม่ครับ!!!..."

 

"ทำไมตาภพ อย่ามาขึ้นเสียงใส่แม่เพราะผู้หญิงไร้ยางอายคนนี้นะ"

 

"ฮึกๆพี่ภพคะ เกรทว่าเกรทไปดีกว่า"

 

"ไม่ต้องหรอกครับ ตอนแรกว่าจะพาเกรทมาแนะนำให้คุณแม่รู้จักเป็นทางการ แต่ตอนนี้พี่คิดว่าเกรทย้ายมาอยู่ที่นี่เลยดีกว่าครับ" พูดขึ้นทันทีเมื่อเห็นภรรยาของตนเดินลงมาจากชั้นสองพอดี

 

"ตาภพ..."

 

"แม่ครับแค่สามเดือนมันก็มากพอแล้วที่ผมต้องทน ให้ผมได้ดูแลลูกเมียผมใกล้ๆเถอะนะครับ" พูดโดยไม่มองหน้ามารดาแต่ทว่าหันไปสบตากับผู้เป็นภรรยาที่มองเขาอยู่เพื่อที่จะค้นหาแววตาบางอย่างแววตาเศร้าโศกหรือเจ็บปวดของเธอแต่ทว่ามีแต่แววตาเฉยชาเท่านั้นที่เขาพบ

 

"ช่างเขาเถอะค่ะคุณแม่ เดี๋ยวมุกย้ายห้องเองค่ะ คุณเกรทคะเชิญอยู่เรือนหอเก่าซึ่งเคยเป็นรังรักของฉันและสามีให้สบายเลยนะคะ ฉันยกให้" พูดจบก็เดินออกไปจากบ้านทันทีโดยทิ้งให้หญิงสาวที่กอดแขนสามีคนอื่นอยู่นั้นแทบจะกรีดร้องออกมาแต่กลับต้องระงับอารมณ์ไว้เพราะอยู่ต่อหน้าว่าที่สามีและว่าที่แม่สามีอยู่

 

"ม่านมุก..." รีบแกะมือปลิงออกแล้วเดินตามภรรยาออกไปทันที

 

"พี่ภพ..."

 

"ไม่ต้องตามไปเธออยู่ที่นี่แหละ ฉันชักอยากจะทำความรู้จักกับเธอแล้วสิ"

 

"แต่ว่า..."

 

"หรือเะอไม่อยากรู้จักฉันล่ะ..."

 

"ก็ได้ค่ะ..." ตอบด้วยเสียงอ่อยๆอย่างไม่ค่อยเต็มใจเท่าไหร่นัก

 

... 

 

"ม่านมุกหยุดก่อนสิ..." คว้าแขนหญิงสาวไว้ก่อนที่เธอจะเปิดประตูรถ

 

"ทำไมคะจะบอกให้ฉันไปขอโทษคนของคุณรึยังไง"

 

"เธอเป็นอะไรไปน่ะ..."

 

"ฉันก็เป็นฉันสิ ถามแปลกๆกรุณาปล่อยฉันด้วยเถอะค่ะ ฉันมีธุระต้องไปทำ" พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาแล้วก้มมองแขนของสามีที่ยึดต้นแขนเธอไว้

 

"หึ นัดกิ๊กไว้รึไง..."

 

"ถึงฉันทำจริงๆฉันก็มีมารยาทมากกว่าคุณ ไม่พาเขาเข้าบ้านแบบนี้หรอกค่ะ" รีบสะบัดต้นแขนของตนให้ออกจากการกอบกุมทันทีเมื่อเห็นสามีนิ่งอึ้งอยู่ ก่อนจะขึ้นรถแล้วขับออกไปอย่างรวดเร็ว

 

"ม่านมุก...โธ่เว้ย เธอเป็นอะไรของเธอนะ" ได้แต่เรียกชื่อเธอแต่ก็ไม่ทันการเสียแล้วเมื่อเธฮขับรถออกไปแล้ว 

 

... 

 

"ฮึก บ้าชะมัดเลย หยุดสักทีสิ" น้ำตาไหลออกมาอาบใบหน้าในหัวก็มีแต่ภาพที่ผู้เป็นสามีกุมมือหญิงสาวคนนั้นที่บอกว่ามีลูกกับเขา ได้แต่พยายามลบภาพเหล่านั้น เพื่อจะไม่คิดอะไรอีกแต่เธอกลับทำไม่ได้มีแต่น้ำตามากมายที่ไหลออกมาจนเธอต้องเช็ดออกอย่างลวกๆแล้วพยายามประคองขับรถต่อไปอย่างรวดเร็ว

 

"เอ๊ะ...ทำไมรู้สึกว่ารถคันหลังตามมาตลอดกันนะ" มองไปยังกระจกมองหลังก็เห็นรถคันเดิมที่ขับตามมาตั้งแต่ออกจากบ้านแล้ว เธอเพิ่งจะสังเกตุเห็นแล้วรู้สึกว่ารถคันนั้นมันคุ้นๆ

 

 

"เหอะ สงสัยจะคิดมากไป ไปเดินห้างหาหนังสืออ่านดีกว่า" ขับรถเข้าห้างข้างหน้าไปแต่ตาก็ยังมองกระจกดูรถคันหลังว่าตามมารึเปล่า แต่ก็ยังขับตามมาเช่นเคย

 

"ใครกันนะ เราไม่ได้มีศัตรูที่ไหนนี่" เมื่อเห็นว่ารถคันนั้นยังตามอยู่ตอนแรกที่ทำท่าจะเลี้ยวเข้าห้างแต่ก็หักพวงมาลัยออกถนนไปเช่นเดิมแล้วขับไปอย่างรวดเร็วทันที

 

... 

 

"กริ่งๆ...กริ่งๆ"

 

"เฮ้ นี่เธอมาป่วนอะไรบ้างคนอื่นอีกเนี่ย" เดินออกมาจากบ้านเพื่อนำขยะออกมาทิ้งแต่ก็เจอนักข่าวสาวมากดกริ่งอีกเหมือนเดิม

 

"ชิส์ ตาฟาร์มหมาในปาก เอาหมาออกมาปล่อยข้างนอกรึไง"

 

"นี่คุณเป็นนักข่าวก็พูดจาให้มันดีๆหน่อยสิ"

 

"ทำไมฉันจะต้องพูดดีกับคนที่เลี้ยงหมาในปากไว้กัดชาวบ้านด้วยมิทราบ เห้อ ฉันได้ข่าวจากแหล่งข่าวของทายาทคนเดียวของบ้านนี้"

 

"เหอะ ไร้สาระ วันๆนึงมีอะไรให้ทำมากมายนอกจากยุ่งเรื่องชาวบ้านแบบคุณ"

 

"นี่นาย นี่มันเป็นงานของฉันนะ นายพูดงี้ได้ไงอ่ะ"

 

"ผมก็พูดตามความจริงนี่ ปล่อยให้เขาใช้ชีวิตส่วนตัวแบบสบายๆบ้างเถอะ จะอยากรู้กันไปนักหนาทำไมไม่รู้ วู้ เข้าบ้านดีกว่า ข้างนอกแดดร้อนจริง กลัวหมาแถวนี้จะคึกแล้วกัด" พูดจบก็รีบเข้าบ้านทันทีโดยไม่ทันได้ยินคำที่หญิงสาวบริภาษตน

 

"ไอคนบ้าเอ้ย ชิส์ ยังไงวันนี้ฉันก็ต้องเข้าไปดูให้ได้เลย" ทำท่าทางจะกดกริ่งต่อแต่ประตูรั้วเล็กข้างๆก็ได้เปิดออกเสียก่อน

 

"ชิส์ แม่ผัวเฮงซวยเอ้ย" สบถออกมาระหว่างเดินออกมาจากประตูรั้วบ้านโดยไม่ทันเห็นนักข่าวสาวตาเหยี่ยวที่กำลังยิ้มแป้นอย่างดีใจอยู่

 

"คุณค่ะ ฉันเป็นนักข่าวจากสำนักข่าวนิวส์ทรูค่ะ..."

 

"นักข่าว...แล้วเธอมาทำอะไรที่นี่ล่ะ" ตอนแรกเธอคิดว่าจะรีบออกจากบ้านนี้แล้วไปซ้อมร้อไห้แต่ทว่าก็เจอผู้หญิงตรงหน้าเดินเข้ามาหาเสียก่อน

 

"ฉันได้ข่าวเรื่องทายาทคนเดียวของบ้านนี่น่ะค่ะ ฉันเลยมาขอสัมภาษณ์คุณรัศมี ขอฉันเข้าไปหน่อยได้มั้ยคะ"

 

"ออ เป็นงั้นเองสิคะ แต่ฉันคงอนุญาตคุณให้เข้าไปไม่ได้หรอกค่ะ คือว่าฉันน่ะเป็นแขกของบ้านไม่ใช่แม่บ้านหรือเจ้าของบ้าน เอ่อ ฉันขอเบอร์คณไว้ได้มั้ยคะ ถ้ามีอะไรช่วยได้เดี๋ยวฉันโทรไปนะคะ"

 

"ก็ได้ค่ะ นี่เบอร์ฉันค่ะ" จดเบอร์ใส่กระดาษเล็กๆเสร็จก็ส่งให้คนตรงหน้าทันที

 

"งั้นฉันขอตัวกลับก่อนนะคะ" พูดจบก็เดินจากไปทันที

 

 

"แย่จัง...สงสัยเราคงต้องกลับแล้วสิ เห้อ..." เดินคอตกแล้วขี่มอเตอร์ไซด์กลับบ้านไปทันที

 

... 

 

"ชิส์พลาดจนได้..." เดินไปบ่นไปขณะเดินเข้าห้องตรวจ

 

"เข้าไม่ได้นะคะ ต้องตามคิวค่ะ..." พยาบาลสาวผู้ยืนจัดเอกสารแถวหน้าห้องบอกเด็กสาวในชุดนักเรียนม.ปลาย พลางกั้นแขนไม่ให้เด็กสาวเข้าไป

 

"ฉันเป็นหลานของคุณหมอเคนนะคะ ทำไมจะเข้าไม่ได้ ขอทางด้วยค่ะ" สูดอากาศเข้าปอดเพื่อระงับอารมณ์นอกเสียจากโมโหมาตั้งแต่ยังไม่ถึงโรงพยาบาลแล้ว ยังเริ่มโมโหพยาบาลที่ดูยังไงก็มีแววตาหึงหวงคุณหมอที่อยู่ในห้องออกมาเปี่ยมล้นจนหน้าหมั่นไส้

 

"ไม่ได้จริงๆค่ะ ต้องตามคิวก่อน"

 

"ในห้องไม่ได้มีใครเข้าต่อไปนี่ ฉันดูอยู่เมื่อกี้ตอนเดินมาเห็นคนไข้เด็กเดินออกจากห้องตรวจไปแล้ว" บอกด้วยเสียงนิ่งๆที่ต่างจากอารมณ์ที่กำลังสั่นสะเทือนเหมือนแผ่นดินไหว

 

"ไม่ได้จริงๆค่ะ"

 

"เอ๊ะ ยัยพยาบาลคนนี้นี่ จึ จะทำให้ฉันหงุดหงิดไปถึงเมื่อไหร่นะ บอกว่าให้หลบไปไงล่ะ"

 

"ไม่ได้ค่ะ..." ยังคงบอกเสียงแข็งเหมือนเดิมมือไม้ก็ยังคงกั้นประตูไว้

 

"ได้ๆ คุณหาเรื่องเองนะ..." พูดด้วยน้ำเสียงและแววตาแข็งกร้าวพลางยกมือทั้งสองข้าขึ้นมาหมายจะเลื่อนตัวนางพยาบาลร่างเพรียวให้ไปอยู่ในที่ๆเหมาะสมอย่างพื้น

 

"แกรก..." ไม่ทันที่มือทั้งสองข้างจะจับไหล่พยาบาลสาวแล้วให้เลื่อนตัวไปเบาๆประตูห้องตรวจก็ถูกเปิดออกมาเสียก่อน

 

"พิคเซ่ลจะทำอะไรน่ะ" เมื่อออกมาจากห้องก็เห็นเด็กสาวแววตาที่ลุกเป็นไฟเหมือนจะเผาไหม้โรงพยาบาลได้มือทั้งสองข้างของเธอก็อยู่ใกล้พยาบาลผู้ช่วยมากเหมือนเธอจะกำลังจะผลักพยาบาลให้ล้มลงกับพื้นยังไงอย่างงั้น

 

"เหอะ...คุณอาขา เราออกไปทานข้าวข้างนอกกันเถอะค่ะหลานมีีเรื่องสำคัญที่ต้องคุยกับคุณอา"

 

"คุณหมอเคนคะ งั้นฉันขอติดรถไปด้วยได้มั้ยคะ"

 

"แหมๆ สงสัยคุณพยาบาลจะเริ่มแก่แล้วสิคะ ถึงได้หูตึงไม่ได้ยินว่า หลานน่ะมีเรื่องสำคัญจะคุยกับคุณอา อุ้ย หรือพูดไม่ชัดเจนกันนะ งั้นขอพูดให้ชัดเจนนะคะว่าเรื่องสำคัญต้องคุยกับคุณอาแค่สองคน"

 

"พิคเซ่ล..." ปรามเด็กสาวเบาๆพลางสั่นหัว

 

"แต่คุณหมอคะดา..."

 

"หนึ่ง สอง โอ๊ะ ครบสองคนแล้วนี่คะ คุณพยาบาลคงไม่ได้ตกเลขใช่มั้ยคะ" ชี้นิ้วนับตัวเองและคุณหมอพลางมองพยาบาลตรงหน้าด้วยสีหน้ายียวน

 

"คุณดาครับ ผมขอตัวก่อนนะครับ" พูดตัดบททันทีก่อนที่เด็กสาวข้างๆจะสร้างเรื่องให้บานปลายกว่านี้แล้วรีบดึงมือเด็กสาวเดินไปด้วยกันอย่างรวดเร็ว

 

"มีเรื่องอะไรล่ะ..." เมื่อมานั่งในร้านกาแฟในโซนที่ค่อนข้างจะเป็นส่วนตัวติดผนังจึงรีบถามเด็กสาวทันที

 

"ก็เรื่องคุณ..."

 

"อย่าเรียกแบบนั้น ให้เรียกแบบอื่น" ปรามเด็กสาวเบาๆแล้วมองไปรอบๆที่มีผู้คนมากมายเดินผ่านไปผ่านมาหน้าร้านโดยมีกระจกใสกั้น

 

"องค์หญิงรอง ฉันเจอเบาะแสขององค์หญิงรองเลยตามองค์หญิงไปแต่ก็คลาดกัน..."

 

"แค่กๆ..." สำลักกาแฟที่กำลังจิบอยู่พอดี

 

"ใครใช้ให้ไปตามกัน...มันอันตรายน่ะรู้ตัวรึเปล่า" พูดด้วยแววตาดุๆจนคนตรงหน้าสะดุ้งกับแววตาแบบนั้น

 

"ก็เพราะมันอันตรายนั่นสิถึงปล่อยไว้ไม่ได้...แต่เอ๊ะ จะว่าไปแล้วนายรู้ได้ไงว่าตอนแรงฉันจะพูดถึงองค์หญิงรองไม่ใช่ องค์หญิง..."

 

"คือ..."

 

"หรือว่านายรู้อยู่แล้วกันแน่ แล้วทำไมไม่บอกฉันไม่บอกองค์หญิง"

 

"นี่เงียบๆหน่อยสิ เรื่องนี้เราคงคุยกันตรงนี้ไม่ได้หรอกนะ"

 

"เหอะ ถ้าพ้นจากตรงนี้นายก็ไม่ยอมคุยน่ะสิ นายปิดบังอะไรอยู่กันแน่"

 

"พิคเซ่ล ขอร้องเถอะนะอย่าเพิ่งบอกเรื่องที่เจอองค์หญิงรองให้องค์หญิงฟังเลย"

 

"เห้อ แต่มันสำคัญมากเลยนะ"

 

"เพราะสำคัญไง แล้วก็อันตรายด้วยถ้าบอกไป ฉันจะเล่าเรื่องทุกอย่างให้เธอฟังนะแต่ไม่ใช่ที่นี่"

 

"อืม ก็ได้" จำใจต้องจำยอมเรื่องนี้ไปเพราะที่นี่ไม่ใช่ที่ๆจะพูดเรื่องสำคัญออกมาจริงๆ ได้แต่ก้มลงกินเค้กไปอย่างเงียบๆ ทั้งสองต่างตกอยู่ในความเงียบ ซึ่งต่างคนก็ต่างคิดว่าจะจัดการเรื่องนี้ยังไงดี

 

... 

 

"คุณหนูกลับมาแล้วเหรอคะ แล้วไหนหนูมุกล่ะ..." ถามขึ้นเมื่อเห็นคุณหนูของตนกลับเข้ามาในบ้านในตอนเย็น

 

"นี่ม่านมุกยังไม่กลับมาอีกเหรอครับ..."

 

"อ้าวป้าคิดว่าหนูมุกจะออกไปกับคุณหนูเสียอีก"

 

"มุกออกไปก่อนผมอีกนะครับ เย็นย่ำป่านนี้แล้วไปไหนกันนะไม่ยอมกลับบ้านกลับช่อง" บ่นออกมาด้วยแววตาเป็นห่วงอย่างเห็นได้ชัดซึ่งไม่รอดพ้นจากคนเก่าคนแก่อย่างแม่บ้าศรีไปได้

 

"คุณหนูก็ลองโทรตามหนูมุกดูสิคะ บางทีเธออาจจะติดงานอะไรอยู่ก็ได้"

 

"ไม่น่าจะมีงานนะครับวันนี้วันเสาร์ด้วย" ถึงแม้ปากจะพูดข้อสันนิษฐานของตนไปแต่ก็ยกโทรศัพท์ขึ้นมาต่อสายภรรยาสาวตามที่แม่บ้านเก่าแก่บอก

 

"ตู๊ด...ตู๊ด...ตู๊ด...หมายเลขที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่ได้ในขณะนี้..." เสียงนั้นทำให้ชายหนุ่มตัดสายลงไปทันที

 

"เป็นไงบ้างคะคุณหนู..."

 

"ติดต่อไม่ได้เลยครับ เธอปิดเครื่องหรือไม่ก็แบตหมด หรืออาจจะอยู่ในที่ที่ไม่มีสัญญาณก็ได้"

 

"น่าแปลกจังหนูม่านมุกจะไปที่ไหนได้คะ เธอไม่มีเพื่อนเลยนะคะ บ้านเก่าก็ขายไปแล้ว"

 

"ไปไหนของเธอกันแน่นะม่านมุก..." ได้แต่ชะโงกมองไปยังหน้าบ้านเพื่อรอการกลับมาของผู้เป็นภรรยา

 

"นี่หนูมุกยังไม่กลับบ้านอีกเหรอ" ผู้เป็นประมุขของบ้านเดินลงมาด้วยแววตากังวลอย่างเห็นได้ชัด

 

"ครับคุณแม่ ป่านนี้แล้ว..."

 

"ตายจริง แล้วเมื่อเช้าหนูมุกไม่ได้ออกไปกับแกรึไงตาภพ ทำไมไม่พาน้องกลับมาด้วย"

 

"เธอออกไปก่อนผมอีกสิครับคุณแม่ ขับรถออกไปอย่างเร็วด้วย เธอจะรู้ตัวรึเปล่าว่าทำให้คนอื่นเป็นห่วง"

 

"หึ...เพราะแกนั่นแหละตาภพพาเมียน้อยเข้าบ้านแบบนั้น นี่ก็ดีมากนะที่หนูมุกไม่ใช่คนชอบใช้อารมณ์ถึงได้หนีไปอยู่เงียบๆคนเดียวเท่านั้น"

 

"แม่...แต่เกรทก็เมียผมนะครับแถมเธอยังท้องอยู่ด้วย"

 

"หึ ถ้าหนูมุกท้องบ้างแกจะทำกับเธอแบบนี้รึเปล่าล่ะ"

 

"แม่...ผม" คำถามนั้นทำให้ชายหนุ่มนิ่งอึ้งแล้วจุกทันทีเหมือนมีก้อนอะไรอยู่ในอก เธอจะท้องได้ยังไงกันในเมื่อก่อนแต่งงานเราไปตรวจสุขภาพแต่เธอร่างกายอ่อนแอแล้วยังมีลกยากด้วย ถ้าเธอท้องเขาคงจะนึกสภาพไม่ออกจริงๆ แล้วก็คงทำอะไรไม่ถูกด้วย

 

"เหอะ ถ้าหนูมุกไม่กลับมาแกก็ไม่ต้องมาเรียกฉันว่าแม่เลย..." พูดจบก็เดินขึ้นชั้นบนไปทันที

 

"แม่..." เรียกผู้เป็นมารดาแต่ก็เปล่าประโยชน์เพราะเธอไม่สนใจเสียงเรียกแล้วเดินไปอย่างรวดเร็ว

 

... 

 

จบตอน 

แล้วเจอกันใหม่จันทร์หน้านะคะทุกคน

ความคิดเห็น