facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

CHAPTER V แค่(อยาก)เข้มแข็งขึ้น...

ชื่อตอน : CHAPTER V แค่(อยาก)เข้มแข็งขึ้น...

คำค้น : สายใยรัก หนี้หัวใจ ตอนที่5

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.1k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 15 ต.ค. 2562 17:35 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
CHAPTER V แค่(อยาก)เข้มแข็งขึ้น...
แบบอักษร

เช้าวันรุ่งขึ้น... 

 

"อืมมม...ทำไมปวดหัวแบบนี้เนี่ย" ค่อยๆลืมตาขึ้นอย่างยากลำบากด้วยความรู้สึกหัวหนักอึ้งเหมือนมีของแข็งอยู่บนหัว

 

"อะไรวะเนี่ย..." เมื่อลืมตาขึ้นแล้วมองร่างกายตัวเองก็พบว่าเปลือยเปล่าอยู่ความจริงแล้วเขาเห็นแค่หน้าอกเปลือยเปล่าของตัวเองแต่ที่รู้ได้ว่าเปลือยทั้งตัวเพราะรู้สึกว่าช่วงล่างมันโหวงๆเย็นๆ จึงเปิดผ้าห่มดูจึงเห็นชิเมโจได๋ขนาดยักษ์ของตัวเอง

 

"ที่บ้านนี่...หรือว่า..." มองไปยังข้างๆแต่ที่นอนกลับว่างเปล่า(ไอฉากนี้มันคุ้นๆนะไรต์:นักอ่านผู้น่ารัก)

 

"ฟู่วววว" ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกเมื่อสิ่งที่คิดนั้นคงไม่ได้เป็นจริง เขาอาจจะเมาแล้วถอดเสื้อผ้าออกหมด แต่ทว่าเสื้อผ้ากลับไมได้กองกระจัดกระจายอยู่บนพื้น งั้นแสดงว่าผู้เป็นภรรยาคงจะนำเสื้อผ้าไปใส่ตะกร้าแล้วนำไปซักแล้ว

 

"เห้อ นี่เก้าโมงแล้วเหรอเนี่ย" เมื่อเปิดหน้าจอทรศัพท์จึงตระหนักได้ว่าตนควรรีบไปอาบน้ำแล้วไปทำงานเสีย ถึงแม้จะเป็นเจ้าของบริษัทก็ตามแต่ตนก็ต้องทำงานเพราะที่มีกินมีใช้อยู่ทุกวันนี้ก็มาจากหยาดเหงื่อคุณพ่อที่เสียไปแล้วและคุณแม่ที่ช่วยกันสร้างบริษัทมาด้วยการทำงาน เขาเป็นลูกก็ต้องสานต่อให้ดีจะปล่อยให้ลูกน้องทำงานอย่างเดียวมันก็ไม่ถูก

 

"เอ้าตาภพ ทำไมวันนี้ตื่นสายจังละลูก" ผู้เป็นมารดาทักลูกชายเพียงคนเดียวขึ้นเมื่อเห็นเขาเดินลงมาจากชั้นสอง

 

"พอดีเมื่อคืนผมดื่มหนักไปหน่อยละครับคุณแม่ เลยตื่นสาย" ว่าพลางก็หย่อนก้นนั่งบนโซฟาใกล้ๆมารดาโดยมีแม่บ้านสาวเดินมาเสริฟกาแฟให้เมื่อเขานั่งลงแล้ว

 

"หึ แกก็ควรเพลาๆบ้างนะเรื่องของมึนเมาพวกนั้นน่ะ มีครอบครัวแล้วแกก็สมควรใช้เวลากับครอบครัว"

 

"แต่ผมจะหย่าแล้วนี่ครับคุณแม่ ว่าแต่เธอไปไหนล่ะปกติเช้ามาก็อยู่กับคุแม่แล้ว" สอดส่องสายตาไปรอบๆแต่ก็ไม่พบผู้เป็นภรรยาของตนเลย ซึ่งปกติแล้วเธอมักจะมาเสริฟกาแฟให้เขาตอนเช้าๆเสมอแต่ตอนนี้กลับไม่เห็นหน้าเห็นตาเลย

 

"เหอะ แกสนใจด้วยเหรอว่าหนูมุกจะอยู่หรือไม่อยู่ แกอยากหย่ากับเธอไม่ใช่เหรอ" พูดด้วยน้ำเสียงประชดประชันก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินไปที่สวนหลังบ้านทันทีทิ้งให้ลูกชายนั่งเหวออยู่คนเดียว

 

"หึ ไม่เห็นจะอยากรู้ขนาดนั้นสักหน่อย" ป้าศรีครับจัดโต๊ะด้วย กล่าวขึ้นเมื่อแม่บ้านเก่าแก่เดินมา

 

"ค่ะ คุณหนู" เดินกลับเข้าไปในครัวแล้วรีบนำอาหารมาจัดวางบนโต๊ะรับประทานอาหารทันที

 

"ป้าศรีครับ ทำไมอาหารดูไม่คุ้นตาจังละครับ" เมื่อก้มมองอาหารตรงหน้าก็รู้สึกฉงนรูปร่างหน้าตามันก็ดีอยู่แต่สีค่อนข้างต่างจากที่เขากินทุกวัน

 

"ลองทานดูสิคะ ฝีมือระดับเชฟภัตตาคารเลยล่ะค่ะ" พูดได้เท่านั้นแล้วเดินเข้าไปทำงานในครัวทันทีทิ้งให้ชายหนุ่มนั่งเหวออยู่ในห้องรับประทานอาหารคนเดียว

 

"ป้าศรีพูดแปลกๆเหมือนคุณแม่เลย คนบ้านนี้เป็นอะไรกันหมดนะ" ได้แต่ส่ายหัวไปมากับท่าทางของคนในบ้านก่อนจะค่อยตักอาหารมาไว้ในจาน

(ทั้งบ้านเขาปกติแหละแกนั่นแหละผิดปกติอยู่คนเดียว:ไรต์หมุดน้อย)

 

"แค่ก อะไรกันเนี่ย ทำไมมันหวานเลี่ยนขนาดนี้" เมื่อตักผัดเผ็ดไก่กรอบขึ้นมาทานแค่คำเดียวก็สำลักออกมาเหมือนน้ำแกงจะติดคอ

 

"เห้อ ลองกินแกงส้มกุ้งชะอมไข่ดีกว่า...แค่กๆ เปรี้วเกิน เค็มไปอีก นี่มันอะไรกันเนี่ย" วางช้อนลงกระทบจานอย่างรุนแรงก่อนจะคว้าแก้วน้ำมาดื่มแล้วเติมอีกดื่มแล้วเติมอีกจนหมดเหยือก

 

"ป้าศรี ป้าศรี..." ตะโกนลั่นบ้านจนแม่บ้านผู้เก่าแก่รีบวิ่งมาแทบจะไม่ทันใจ

 

 

"มีอะไรเหรอคะคุณหนู" ลอบยิ้มออกมาเพียงนิดเดียวแต่ทว่ากลับรีบเปลี่ยนสีหน้าทันทีเพื่อไม่ให้มีพิรุธ

 

"เห้อ เก็บโต๊ะเถอะครับผมคงจะไม่ทานต่อแล้ว" พูดด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์แล้วรีบเดินออกไปทันที

 

"หึๆ คุณหนูนะคุณหนู ยังไงซะก็กินข้าวฝีมือหนูมุกได้แค่คนเดียวแหละค่ะ ขนาดเชฟภัตตาคารหรูทำให้ยังทานไม่ได้เลย" ได้แต่หัวเราะร่วนคุณหนูของตนที่ตนเลี้ยงมาตั้งแต่เด็กๆ

 

... 

 

ณ บริษัทอนุกูลไพศาล... 

 

"บอสคะเดี๋ยวมีนัดกับลูกค้าตอนบ่ายสามโมงนะคะ" เลขาสาวรายงานผู้เป็นบอสของตนด้วยรอยยิ้ม

 

"อืม...สถานที่เรียบร้อยดีใช่มั้ย ตรวจสอบความเรียบร้อยให้ดี นี่เป็นนัดสำคัญกับลูกค้ารายใหญ่"

 

"ค่ะเรียบร้อยดีค่ะ"

 

"อืม ดีแล้วงั้นอีกครึ่งชั่วโมงเตรียมตัวได้เลย"

 

"ค่ะ..." ขานรับเจ้านายเสร็จก็เดินออกไปนอกห้องทำงานเจ้านายทันทีเพื่อไปเตรียมตัว

 

30 นาทีต่อมา ณ ร้านกาแฟบรรยากาศดีมากแห่งหนึ่ง 

 

"เตรียมตัวให้ดีนะ เขาเดินมาแล้ว"

 

"ค่ะ..."

 

"สวัสดีครับคุณกิตติพงษ์..." ลุกขึ้นยืนแล้วไหว้ทักทายคนตรงหน้าทันทีด้วยความที่เขาอายุมากกว่า

 

"ครับ...สวัสดีครับคุณธนภพ" รับไหว้ชายหนุ่มตรงหน้าแล้วกล่าวทักทายอย่างเป็นมิตร

 

"เอ้า ก่อนอื่นขอแนะนำเลขาคนใหม่ของผมก่อนนะครับ นี่คุณม่านมุกครับ" หลังจากได้ยินดังนั้นเขาก็มองไปที่หญิงสาวที่ยืนก้มหน้าก้มตาอยู่ทันที ก่อนจะตาเบิกกว้างอย่างตกใจ

 

"พี่ภพ..."

 

"ม่านมุก..."

 

"นี่คุณสองคนรู้จักกันด้วยเหรอครับ" ถามขึ้นด้วยรอยยิ้มแสนจะปกติ

 

"เปล่าค่ะ/ใช่ครับ..." คำตอบที่ไปคนละทางของทั้งสองทำให้ผู้ที่อาวุโสสุดในวงสนทนามองทั้งสองคนสลับกันไปมาอย่างงุนงง

 

"มุกว่าเราคุยงานกันเถอะค่ะ" พูดตัดบทจบก็นั่งลงกับเก้าอี้ทันทีหลังจากเลขาสาวของสามีตนผายมือเชิญอย่างสุภาพ

 

"ครับ..." แล้วทั้งสองหนุ่มซึ่งต่างวัยกันก็คุยงานอย่างออกรสออกชาดโดยมีสองเลขาสาวเสนอแนะข้อคิดเห็นดีๆขึ้นในบางครั้งแล้วก็จดบันทึกในสิ่งที่สองหนุ่มต่างวัยคุยกัน

 

"ยินดีที่ได้ร่วมงานกับหนุ่มไฟแรงอย่างคุณนะครับ คุณธนภพ" ยื่นมือไปจับมือคนตรงหน้าที่ยื่นมาเพื่อถือเป็นการทำสัญญาธุรกิจร่วมกันอย่างสมบูรณ์

 

"ครับ ยินดีครับ" ยิ้มแย้มให้แก่คนตรงหน้าแล้วค่อยๆปล่อยมือออกเมื่อเห็นว่าถึงเวลาแล้ว

 

"คุณเกตุวดีครับช่วยไปส่งคุณกิตติพงษ์หน่อยสิครับ"

 

"ค่ะ...เชิญค่ะคุณกิตติพงษ์ ผายมือให้ผู้ร่วมธุรกิจแล้วเดินตามหลังไปอย่างสุภาพ" 

 

"เดี๋ยวเธออยู่นี่ก่อน..." ประโยคนั้นทำให้หญิงสาวหยุดชะงักฝีเท้าลงแล้วหันไปมองแววตาอันคุ้นเคยของสามีที่ตอนนี้แฝงไปด้วยความสงสัยเปี่ยมล้น

 

"มีอะไรรึเปล่าคะคุณธนภพ" พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบจ้องมองคนตรงหน้าด้วยความรู้สึกและแววตาที่เฉยชา

 

"ม่านมุก เธอมาเป็นเลขาของคุณกิตติพงษ์ได้ยังไงกัน" นอกจากจะสังเกตท่าทางและแววตาหญิงสาวที่เฉยชาแล้วยังเห็นชุดที่ดูจะโชว์ส่วนเว้าส่วนโค้งออกมาด้วย เธอใส่ชุดนี้ได้ไงกันนะม่านมุก ได้แต่รู้สึกไม่ชอบใจเท่าไหร่ที่หญิงสาวใส่ชุดเช่นนี้ 

 

"ฉันก็แค่อยากจะทำงานบ้าง ไม่อยากจะอยู่บ้านเฉยๆ"

 

"หึ อยากทำงานหรืออยากทำอย่างอื่นกันแน่" มองตามส่วนเว้าส่วนโค้งของหญิงสาวที่หากชายใดได้มองเลือดลมคงจะสูบฉีดได้ดีแน่ๆ เขาไม่เคยรู้สึกว่าเธอจะสวยดูเปล่งปลั่งขนาดนี้มาก่อน เธอดูไม่อ้วนแต่ก็ไม่ได้ผอมเหมือนเมื่อก่อน ดูมีน้ำมีนวลสวยไปทุกสัดส่วน

 

"นี่คุณ ฉันจะทำอะไรมันก็สิทธิ์ของฉัน ในเมื่อฉันยอมหย่าให้คุณแล้ว" พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาโดยเบนหน้าหนีชายหนุ่ม

 

"หย่า...นี่เธอเซ็นใบหย่าแล้วหรอกเหรอ" พูดด้วยน้ำเสียงตกใจเพราะไม่คิดว่าคนตรงหน้าจะยินยอมเซ็นใบหย่าให้เขาไวขนาดนั้น ทั้งๆที่คราวแรกเธอกลับไม่ยอมหย่าลูกเดียว

 

"หึ ไม่หรอกแต่ก็อีกไม่นาน เพราะฉันต้องทำงานให้ครบสามเดือนนี้ก่อน คุณแม่ถึงจะยอมให้ฉันหย่ากับคุณ" 

 

"งั้นหรอกเหรอ งั้นเธอคงจะหาคนใหม่สำรองไว้แล้วสินะ"

 

"หึ ก็มีแหละค่ะ ในเมื่ออยู่กับคุณแล้วไม่มีเรื่องดีอะไร ฉันก็ต้องหาคนที่มอบเรื่องราวดีๆให้มาสร้างความทรงจำดีๆให้" พูดจบก็เดินออกจากร้านกาแฟทันที ทิ้งให้ชายหนุ่มยืนจุกกับประโยคที่ภรรยาสาวฝากไว้ก่อนไป

 

"เหอะ เธอจะมีคนใหม่กี่คนก็ช่างเธอสิวะ เราจะไปสนทำไม" สะบัดหัวไล่ความรู้สึกบางอย่างที่เขาไม่เคยเป็นกับใครแม้กระทั่งแฟนสาวที่เขาคบมานานอย่างเกรทที่ต้องเลิกกันตอนเธอไปเรียนเมืองนอกก็ยังไม่เคยเป็น ซึ่งใครหลายๆคนเรียกว่าหึงหรือหวง

 

... 

เมื่อเช้าก่อนหน้านี้ 

 

"ตายแล้วหนูมุกนั้นจะไปไหนล่ะ กระเป๋าใหญ่มาก" ตกใจทันทีเมื่อพบลูกสะไภ้เดินลงมาจากชั้นบนพร้อมกระเป๋าลูกโต

 

"คุณแม่คะ มุกคงจะอยู่ดูแลคุณแม่ต่อไม่ได้แล้วค่ะ" พูดด้วยน้ำเสียงและแววตาที่เศร้าสร้อยที่คนมองดูแล้วหน้าใจหายมาก

 

"หนูมุกจะไปไหนล่ะ รอให้พี่ภพตื่นก่อนสิแล้วแม่จะบอกให้ไปส่งหนู"

 

"ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ยังไงซะพวกเราก็ต้องแยกกันอยู่ดี"

 

"หนูหมายความว่าไงกันจ้ะ..." ถามด้วยความรู้สึกใจไม่ดี

 

"หนูเซ็นใบหย่าให้เขาแล้วค่ะ เขาจะได้ดูแลลูกและเมียเขาอย่างเต็มที่" พูดด้วยนัยต์ตาโศกที่มีน้ำตาคลออยู่ที่หน่วยตาแต่ทว่ามือบางกลับรีบเช็ดออกเพื่อที่จะซ่อนความอ่อนแอนั้นไว้

 

"อย่าไปเลยนะหนูมุก ถ้าไม่มีหนูแม่คงจะแย่แน่ๆเลย"

 

"แต่เขาก็มีลูกของเขาที่ต้องดูแลนี่คะ มุกคงจะไม่กล้าพรากลูกพรากพ่อหรอกค่ะ" แต่การที่เธอจากไปพร้อมลูกในท้องก็เหมือนการพากลูกพรากพ่อเช่นกันแต่ในเมื่อเขาไม่รักเธอเลยเธอขอไปเสียดีกว่า ได้แต่คิดในใจด้วยความเจ็บปวดที่ไม่สามารถบอกใครออกไปแม้แต่คนที่เข้าใจและเห็นใจตนมากที่สุดอย่างคุณท่าน

 

"เอางี้นะหนูมุก แม่ว่าหนูอยู่ที่นี่อีกสามเดือนเถอะนะ แค่สามเดือน ถ้าตาภพยังไม่เลิกตาบอดแล้วมองเห็นสิ่งล้ำค่าอย่างหนู แม่ก็จะไม่รั้งหนูไว้อีก"

 

"คุณท่านคะ...แต่เขา"

 

"เชื่อแม่เถอะนะ แม่รู้ว่ามุกรักตาภพมาก ให้หนูอยู่กับคนที่รักหนูคงทำได้ แม่เชื่อนะว่าหนูทำได้"

 

"ค่ะ คุณแม่แค่สามเดือนหนูจะยังอยู่กับเขา"

 

"เอางี้ ช่วงนี้หนูคงจะรู้สึกไม่ค่อยดีงั้นหนูไปหางานทำดีมั้ย"

 

"หางานทำ???"

 

"ไปทำงานที่บริษัทเรากันเถอะนะหนูมุก เดี๋ยวแม่จัดการให้"

 

"มุกว่ามันไม่สมควรหรอกค่ะ แล้วมุกก็ไม่ได้เรียนหนังสือ..." 

 

"หนูไม่ได้เรียนในโรงเรียนหรือมหาลัย ใช่ว่าหนูไม่ได้เรียนไม่มีวุฒินี่ หนูได้ปริญญาตรีตั้งสองใบแล้วโทอีกตั้งหนึ่งใบนี่ จากการเรียนออนไลน์" 

 

"ค่ะ แต่หนูขอทำงานที่อื่นดีกว่าค่ะ มันจะดูไม่ดี" 

 

"เห้อ งั้นก็ได้จ้ะ เอ้า นี่บริษัทที่ตรงกับสายการเรียนของหนู ลองไปดูนะ เป็นบริษัทที่ดีด้วยนะ" 

 

"ขอบคุณค่ะ คุณแแม่"รับใบโบว์โชว์ของบริษัทหนึ่งมาดูเธอก็รู้สึกถูกใจทันที 

 

... 

 

"สวัสดีค่ะคุณพงษ์ อิฉันรัศมีนะคะ ที่เราเจอกันที่งานประมูล" 

 

"ออ คุณรัศมีนี่เองครับ คุณมีอะไรให้ผมช่วยเหรอครับ" 

 

"คือ อิฉันจะส่งสาวน้อยไปให้คุณทดสอบดูว่าผ่านเกณฑ์บริษัทคุณรึเปล่า" 

 

"ผมบอกเลยนะครับว่าถึงแม้คุณรัศมีจะโทรมาบอกผม ผมก็คงจะรับคนของคุณไม่ได้เลยทันทีโดยไม่ประเมินอะไร" 

 

"ค่า...อิฉันทราบดีค่ะ คุณกิตติพงษ์เป็นคนที่ไม่ชอบเรื่องเส้นสายอยู่แล้ว แค่จะโทรมาบอกว่าลูกสะไภ้ฉันเป็นเด็กน่ารักมาก แล้วคุณก็คงจะทำธุรกิจร่วมกับบริษัทฉันวันนี้ อิฉันแน่ใจว่าลูกสะไภ้ฉันจะดีพอกับบริษัทคุณเมื่อคุณสัมภาษณ์เธอเสร็จ..." 

 

"แต่ที่จริงฉันอยากจะอธิบายให้คุณฟังว่าคุณอย่าตกใจที่ทั้งสองเจอกันแล้วรู้จักกันนะคะ " 

 

"ครับ ผมจะรอดูนะครับ" 

 

"ค่ะ ฝากด้วยนะคะ" เมื่อคุยธุระเสร็จจึงรีบวางสายลงทันที 

 

 

ณ บริษัทที่นางเอกทำงาน 

 

"สวัสดีค่ะ..." ไหว้ทักทายคนตรงหน้าอย่างสุภาพเพราะเขาแก่กว่า 

 

"เชิญนั่งก่อนครับ" 

 

"ค่ะ ขอบคุณค่ะ" หย่อนก้นนั่งบนเก้าอี้ทันที 

 

 

"สวัสดีครับคุณม่านมุก..." 

 

"สวัสดีค่ะ..." 

 

"คุณคิดยังไงถึงอยากมาทำงานที่นี่ละครับ" 

 

"ฉันคิดว่าเป็นบริษัทที่น่าสนใจมากค่ะ ทำเกี่ยวกับการขนส่งระหว่างประเทศ ทำให้ผู้คนสะดวกสบายยิ่งขึ้นในการส่งของไปยังต่างประเทศ ตั้งแต่ระดับครอบครัวถึงระดับสังคมใหญ่ๆ" 

 

"ระดับครอบครัว คนที่คิดถึงกันไม่ว่าจะเป็นคนในครอบครัวหรือคนรักก็ส่งของฝากถึงกันได้ ส่งความคิดถึงกันได้แม้อยู่ห่างไกล..." 

 

"ครับ ผมพอจะเข้าใจแล้ว แล้วคุณคิดว่าคุณจะผ่านสัมภาษณ์นี้รึเปล่า" 

 

"ความรู้สึกฉันคือต้องผ่านค่ะ ส่วนเรื่องคุณจะเลือกฉันมั้ยก็ดูที่ความเหมาะสม ฉันออาจจะไม่ได้เก่งอะไรมาก แค่ฉันจะพยายามกับทุกอย่างในสิ่งที่ต้องทำ" 

 

"ครับ ผมขอสัมภาษณ์คุณเท่านี้นะครับ" 

 

"ค่ะ..." 

 

"งั้นคุณเริ่มทำงานเป็นเลขาผมได้เลยนะครับตั้งแต่วันนี้นะครับ คุณเริ่มทำงานเลยได้มั้ยครับ" 

 

"ได้ค่ะ ยินดีค่ะ ขอบคุณมากนะคะที่ให้โอกาสคนอย่างฉัน" 

 

"ครับ" 

 

"แกรกกก..." เมื่อเห็นสาวเจ้ารุ่นลูกเดินจากไปแล้วจึงได้แต่ยิ้มขึ้นอย่างพอใจ 

 

"หึๆ เข้าใจเลือกลูกสะไภ้จริงๆนะคุณรัศมี..." ได้แต่ชื่นชมเด็กสาวที่ดูแล้วคงจะมีความพยายามและกระตือรือร้นมาก 

 

... 

 

"ฮึกๆ ทำไมกันนะ" ปล่อยโฮออกมาเมื่อเข้ามาในห้องเพียงลำพังแล้ว 

 

"ทำไมกันนะ ทำไมต้องอ่อนแอด้วยนะม่านมุก ขนาดพยายามแล้วนะ" กอดเข่าแล้วฟุบหน้าลงบนเข่าอย่างรู้สึกเจ็บแปลบที่หัวใจ ความรู้สึกที่ใครที่ไม่ได้มายืนในจุดเดียวกันยากจะเข้าใจ 

 

"แค่เขาพูดด้วยแววตาแบบนั้น ทำไมถึงมีอิทธิพลกับเธอมากจังนะ" 

 

"ฉันคงรักเขามากจริงๆ ลูกจ๋าแม่ควรทำยังไงดี..." ถึงแม้จะพยายามเข้มแข็งแค่ไหนแต่มันก็กลายเป็นแค่การชกอากาศที่ไม่ได้อะไรเลยนอกจากความเหนื่อยจนแทบจะไม่อยากหายใจด้วยซ้ำ ได้แต่ลูบหน้าท้องที่ยังไม่นูนออกมาเบาๆ สักวันเขาคงรู้ว่าเธอมีเจ้าตัวเล็กของเขาแล้วถ้าวันนั้นมาถึง แล้วเขาไล่เธอกับลูกเหมือนหมูเหมือนหมาขึ้นมาเธอจะทนได้รึเปล่า แค่เธอทำเป็นไม่สนใจเขาแค่วันเดียวเธอก็รู้สึกเจ็บปวดขนาดนี้เลย 

แต่พอย้อนมองย้อนถามกลับไปว่าเขาไม่สนใจเธอ เขารู้สึกแย่บ้างไหม เขาเจ็บปวดบ้างไหม แต่คำถามเหล่านั้นกลับย้อนเข้ามาแล้วทำให้เธอเจ็บปวดยิ่งขึ้นเสียมากกว่า 

 

... 

จบตอน 

วันนี้มาไวหน่อยเพราะเดี๋ยวไรต์ต้องไปสะสางหนี้ เอ้ย งานที่ยังคั่งค้างอยู่ แล้วเจอกันใหม่พรุ่งนี้นะคะทุกคน...

ความคิดเห็น