email-icon facebook-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 6 ผู้บงการที่แท้จริง

ชื่อตอน : บทที่ 6 ผู้บงการที่แท้จริง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 09 ต.ค. 2562 17:28 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 6 ผู้บงการที่แท้จริง
แบบอักษร

“ชิงเอ๋อร์ เราว่าแผนการนี้จะทำให้หลันเอ๋อร์รู้สึกเสียใจจนเกินไปนะ ลูกอาจจะทนรับไม่ไหวก็เป็นได้” ร่างสูงที่กำลังนอนตะแคงข้างโอบกอดมเหสีของตนอยู่เอ่ยขึ้นมา ขณะที่ร่างบางกำลังกล่อมองค์หญิงเล็ก‘จ้าวหยู่เยียน’อายุสองขวบให้หลับอยู่

“ก็เพราะฝ่าบาทให้ท้ายลูกจนเกินไปน่ะสิพะย่ะค่ะ จนทำให้หลันเอ๋อร์ไม่เคยผิดหวังกับเรื่องอะไรเลยแม้แต่ครั้งเดียว กระหม่อมกลัวว่าลูกจะกลายเป็นคนอ่อนแอจนเกินไป อีกทั้งอาเหยียนก็ตามใจหลันเอ๋อร์จนเกินเหตุอีกคน ถ้าเผื่ออาเหยียนรับอนุเพิ่มขึ้นมา แล้วหลันเอ๋อร์จะรับได้อย่างนั้นรึ?” ริมฝีปากบางเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ ทำราวกับว่าเรื่องนี้ไม่ได้เลวร้ายอะไรเลยสักนิด

“ถ้าเซียวเหยียนคิดจะมีอนุเพิ่ม!เราจะเอาลูกของเราคืน!” ร่างสูงทำเสียงเขียวเอ่ยออกมาทันทีที่ได้ยินประโยคที่ว่า‘รับอนุเพิ่ม’

“ฝ่าบาท...พระองค์เองก็มีนางสนมไม่น้อยนะพะย่ะค่ะ” อวี่ชิงถอนหายใจ ก่อนจะเอ่ยความเป็นจริงอย่างหนึ่ง ทำให้ร่างสูงของพระสวามีถึงกับคิ้วกระตุก

“แล้วเจ้าคิดว่า...เราเคยทำแบบนี้กับพวกนางหรือไม่?” เพื่อเป็นการแก้เผ็ดที่มเหสีของตนพูดจาไม่เข้าหู มือหนาจึงดึงสาบเสื้อสีขาวสะอาดตาของร่างบางลงมาจนเผยให้เห็นแผ่นหลังขาวเนียน ริมฝีปากหยักกดจูบหนักๆลงบนผิวนุ่ม

“อื้อ!! ฝ่าบาท!! อย่าพะย่ะค่ะ!!” อวี่ชิงสะดุ้ง เค้นเสียงต่อว่าพระสวามี แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ต่างจากเสียงกระซิบ เพราะด้วยว่ากลัวลูกน้อยจะตื่น

“หืม? ชิงเอ๋อร์...ตอบเรามาสิ” ร่างสูงยังคงกลั่นแกล้งมเหสีคนงาม

“ฝ่าบาท เลิกล้อกระหม่อมเล่นได้แล้วพะย่ะค่ะ! เยียนเยียนกำลังหลับอยู่ ถ้าลูกตื่นขึ้นมา กระหม่อมจะให้ฝ่าบาทเล่นอยู่กับลูกทั้งคืนนะพะย่ะค่ะ” เมื่ออีกฝ่ายยังไม่ยอมหยุด อวี่ชิงเอ่ยขู่ร่างสูงทันที และเป็นดังคาด เยี่ยนเฟยหยุดการกระทำทั้งหมด เพียงเพราะว่าก่อนหน้านี้ เขาเคยทำแบบนี้มาก่อน แล้วตอนนั้นระหว่างที่เขาทำให้ร่างบางตรงหน้าปลดปล่อยออกมา จู่ๆหยู่เยียนก็ตื่นขึ้นมา อวี่ชิงที่รีบใส่เสื้อผ้ากลับคืน จึงเอ่ยด้วยความโมโหว่าจะไปนอนกับจื่อหลันและนั่นทำให้ตัวเขาที่ยังค้างเติ่งอยู่นั้นต้องมานั่งเล่นตุ๊กตาอยู่กับองค์หญิงน้อยจนเช้า

“เราไม่แกล้งเจ้าแล้ว...อย่างอนนักสิ หืม?” ริมฝีปากหยักก็ไม่วายกดจูบลงบนแก้มนวล

“ฝ่าบาทกับอาเหยียน เป็นคนละคนกันนะพะย่ะค่ะ กระหม่อมไม่รู้ใจของเขาหรอกพะย่ะค่ะ” เมื่อเห็นว่าพระสวามีหยุดแล้ว อวี่ชิงจึงเข้าเรื่องอีกครั้ง

“แต่เรารู้นิสัยของเซียวเหยียนดี แต่ถึงอย่างนั้น ถ้าเจ้าอยากจะทำอะไร ก็แล้วแต่เจ้าเถิด เรานั้นไม่ขัดเจ้าหรอก” ร่างสูงเอ่ยถึงลูกศิษย์ของเขา เขารู้จักนิสัยของเซียวเหยียนดี มิเช่นนั้น มีหรือเขาจะยอมยกโอรสสุดที่รักให้อภิเษกสมรสด้วย

“กระหม่อมแค่ไม่อยากให้ลูกของเราอ่อนแอมากเกินไปพะย่ะค่ะ” ร่างบางเอ่ยพลางนึกถึงโอรสคนที่สามของเขา การที่หลายๆคนเอาใจจื่อหลันทุกอย่าง แม้ว่าจะไม่ได้ทำให้เจ้าตัวเอาแต่ใจตัวเองก็จริง แต่นั่นก็ไม่ได้แปลว่าจื่อหลันจะทนต่อเรื่องกระทบกระเทือนจิตใจต่างๆได้ทั้งหมดทุกเรื่อง แค่เรื่องเมื่อกลางวันก็รู้แล้วว่า จื่อหลันมีจิตใจอ่อนไหวแค่ไหน เอาเป็นว่าต้องให้เซียวเหยียนพิสูจน์ตัวเองก็แล้วกัน

“เรารู้…” ริมฝีปากหยักกดจูบข้างขมับเนียน เพื่อบอกว่า ร่างสูงรับรู้ถึงความคิดของมเหสีของตนแล้ว และพร้อมที่จะสนับสนุนความคิดนี้

 

 

 

“หลีกไป…” น้ำเสียงทุ้มเหยียบเย็นเอ่ยกับขันทีหน้าตำหนักขององค์ชายสาม

“ท่านแม่ทัพ องค์ชายทรงไม่ต้องการพบผู้ใดในตอนนี้ ต้องขออภัยด้วยขอรับ” ขันทีคนหนึ่งแจ้งบอกความประสงค์ของคนด้านในให้ผู้มาเยือนได้รับทราบ

“ข้าบอกให้หลีกไป!” แต่ร่างสูงใหญ่กลับไม่สนใจ ต้องการที่จะเปิดประตูเข้าไปให้ได้ ขันทีสองคนกับองครักษ์อีกสองคนจึงรีบเข้าไปห้าม แต่ก็ดึงรั้งร่างสูงใหญ่เอาไว้ไม่อยู่ แต่ยังไม่ทันที่มือหนาจะผลักประตูเข้าไปในห้อง ประตูก็ถูกเปิดออกมาโดยใครคนหนึ่ง

“ท่านแม่ทัพ ท่านจะมารบกวนจื่อหลันทำไมกัน? ในเมื่อเขาไม่อยากพบท่านในตอนนี้ แล้วอีกอย่างเขาก็หลับไปแล้ว กว่าข้าจะกล่อมเขาให้หลับได้ ก็หลายชั่วยาม ท่านยังคิดจะมารบกวนเขาอีกรึ? ข้าคิดว่าท่านควรจะไปทบทวนในสิ่งที่ตัวเองทำไว้หน่อยเป็นไร เผื่อจะคิดได้ว่า ตัวท่านนั้นอาจจะไม่ได้ชอบบุรุษก็เป็นได้” ร่างเพรียวของคนคุ้นตาที่ร่างสูงใหญ่ไม่อยากเจอหน้าที่สุด ในตอนนี้กลับมายืนอยู่ตรงหน้า พร้อมทั้งยังยืนขวางประตูที่ถูกปิดลงแล้วอีก คำพูดของหงหลินทำให้เซียวเหยียนถึงกับเส้นความอดทนขาดผึงทันที

“องค์รัชทายาทหงหลิน!!” เซียวเหยียนขบกรามแน่นอย่างไม่ยอมอ่อนข้อ แม้จะรู้ว่าคนตรงหน้าสูงศักดิ์กว่าเขา แต่มีหรือที่คนอย่างแม่ทัพใหญ่เซียวเหยียนจะเกรงกลัว!

“ท่านแม่ทัพ ใจเย็นๆก่อนเถิด” เสียงทุ้มจากใครคนหนึ่งเข้ามาห้ามไว้ได้ทัน ก่อนที่เซียวเหยียนจะตัดสินใจกระทำการบางอย่างที่อาจจะเป็นเรื่องราวใหญ่โตขึ้นมาได้

“องค์ชายรอง กระหม่อมเพียงแค่จะมาหาองค์ชายสามเท่านั้น ไม่ได้คิดที่จะมาทะเลาะกับใคร” เซียวเหยียนหันกลับไปเอ่ยกับผู้ที่มาใหม่ แม้จะยังไม่คลายโทสะลงทั้งหมด แต่ก็สามารถยั้บยั้งความหุนหันพลันแล่นของตนลงได้

“ไม่มีใครอยากจะทะเลาะกับท่านหรอกนะ ท่านแม่ทัพ แต่ท่านทำให้จื่อหลันต้องเสียใจและเขาก็ไม่อยากจะพบท่านตอนนี้” หงหลินยังต่อปากต่อคำ แต่ก็ไม่ได้ใช้คำพูดรุนแรงเพราะยังมีบุคคลที่สามอย่างเหวินอี้อยู่ด้วย จึงต้องการที่จะรีบไล่คนตรงหน้าไปให้เร็วที่สุด ก่อนที่เขาจะอดรนทนไม่ได้และอาจจะใช้วาจารุนแรงกว่านี้

“ท่านแม่ทัพ ข้าว่าพรุ่งนี้ท่านค่อยมาหาจื่อหลันใหม่เถิด ข้าว่าน้องของข้าอาจจะไม่ได้โกรธเคืองท่านจริงๆก็ได้ ไว้ข้าจะช่วยพูดกับเขาอีกคน แต่ตอนนี้ท่านกลับไปก่อนเถิดเพราะมันดึกมากแล้ว ให้จื่อหลันได้พักผ่อนก่อนเถิดนะ ท่านแม่ทัพ” เหวินอี้จึงเอ่ยกับเซียวเหยียน เมื่อเห็นท่าทีของทั้งสองคนอ่อนลงแล้ว

“พะย่ะค่ะองค์ชาย ถ้าอย่างนั้นกระหม่อมขอตัวกลับก่อน ทูลลาพะย่ะค่ะ” แม้จะยังไม่อยากจากไปตอนนี้ แต่เมื่อจื่อหลันหลับอยู่ เขาจึงยอมที่จะกลับไปก่อน

“หงหลิน เจ้าก็อย่าไปยั่วโมโหท่านแม่ทัพนักสิ อีกไม่นานท่านแม่ทัพและจื่อหลันก็จะอภิเษกสมรสกันแล้ว ข้าไม่อยากให้การอภิเษกต้องถูกล้มเลิกเพราะเรื่องเล็กน้อยแค่นี้หรอกนะ” เหวินอี้เอ่ยตักเตือนคนตรงหน้า แม้เขาจะรู้อยู่แก่ใจว่าหงหลินชอบจื่อหลันมากแค่ไหน แต่ก็ต้องตัดไฟเสียต้นลมให้ร่างเพรียวได้มีเวลาทำใจมากขึ้น

“อภิเษกสมรสรึ? พี่เหวินอี้ ท่านหมายความว่าอย่างไร? จื่อหลันยอมรับเรื่องนี้ด้วยรึ?” แม้หงหลินจะรู้มาบ้างว่า แม่ทัพเซียวเหยียนทูลขอจื่อหลันกับเสด็จอาเยี่ยนเฟย นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้เขาไม่ชอบแม่ทัพผู้นั้น ที่คิดจะมาแย่งจื่อหลันไปจากเขา แต่ก็เพราะยังไม่ได้มีกำหนดการใดๆออกมา อีกทั้งจื่อหลันก็ไม่ได้พูดอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ให้เขาฟังเลยแม้แต่น้อย

“ท่านแม่ทัพขอพระราชทานอภิเษกสมรสแล้ว และจื่อหลันก็...เข้า‘ตำหนักครรภ์มังกร’แล้ว” เหวินอี้ตอบ แต่ก็เว้นช่วงที่พูดถึงการเข้าตำหนักครรภ์มังกรของจื่อหลัน เพราะนั่นแปลว่า จื่อหลันตกลงรับการขออภิเษกสมรสของแม่ทัพเซียวแล้ว

“จื่อหลันยอมที่จะตั้งครรภ์อย่างนั้นรึ? หึ...ไม่เห็นบอกกันเลยสักนิด…” มือเรียวกำแน่นจนขึ้นข้อขาว เมื่อได้ยินสิ่งที่ร่างสูงตรงหน้าเอ่ยออกมา ประโยคนี้ราวกับมีดคมกริบกรีดแทงหัวใจของร่างเพรียว ในใจรู้สึกเจ็บปวด ทั้งที่เขาคาดหวังว่าจะทำให้จื่อหลันรักเขาก่อนแล้วแท้ๆ แต่คนที่อยู่ในห้องกลับมีใจให้คนอื่น!

“หงหลิน...ถ้าพวกเขา‘รักกัน’ พวกเราก็ช่วยกันส่งเสริมพวกเขาเถิด อย่าให้พวกเขาต้องมาผิดใจกันกับเรื่องเล็กๆน้อยๆอย่างนี้เลย ส่วนเรื่องของเมื่อกลางวัน ก็ให้ท่านแม่ทัพเขาเป็นคนอธิบายกับจื่อหลันเองจะดีกว่า เพราะต่อไปพวกเขาก็ต้องเป็นสามีภรรยากัน ให้พวกเขาจัดการเรื่องส่วนตัวพวกนี้กันเองเถิด เจ้าก็กลับตำหนักรับรองไปพักผ่อนได้แล้ว” เหวินอี้เริ่มเห็นอากัปกิริยาที่ดูแปลกไปของคนตรงหน้า แววตาที่แวบแรกดูเจ็บปวดกลับแข็งกร้าวขึ้นมา ร่างสูงจึงรีบเอ่ยโน้มน้าวอีกฝ่าย

“คืนนี้ข้าจะอยู่เป็นเพื่อนจื่อหลัน” หงหลินเอ่ยเสียงเรียบ นั่นทำให้ร่างสูงประหลาดใจมากขึ้นไปอีก แต่ในเมื่ออีกฝ่ายต้องการเช่นนั้น เขาจึงต้องปล่อยไปก่อนและรอดูท่าทีของคนตรงหน้าต่อไป

“ถ้าอย่างนั้นก็ตามใจเจ้า เข้าไปพักผ่อนเถิด ข้าไม่กวนแล้ว” เหวินอี้เอื้อมมือขึ้นไปลูบหัวคนตรงหน้าเพื่อต้องการที่จะปลอบใจ

“อืม” ร่างเพรียวรับคำ ก่อนจะหันหลังเปิดประตูเข้าไปในห้องทันที ร่างสูงที่ยังยืนอยู่ที่เดิมปรับสีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นกังวลขึ้นมาพลางครุ่นคิดบางสิ่งบางอย่างชั่วครู่ แล้วจึงเดินกลับไปยังตำหนักของตัวเอง

ความคิดเห็น