ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 8

คำค้น : เมียผมมันหัวร้อน นิยาย Y

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 353

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 09 ต.ค. 2562 01:24 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 8
แบบอักษร

 

 

สรุปวันนี้ก็ไม่ได้ดูหนังต้องกลับมานั่งเล่นเกมส์กับแกมที่บ้านเหมือนเดิมเซงสุดๆ  

"เบาๆหน่อยคีบอร์ดจะพังแล้ว" 

พังก็ให้มันพังไปสิรวยไม่ใช่หรอยังไงก็ซื้อใหม่ได้อยู่แล้ว    ขนาดตั๋วหนังยังทิ้งได้เลยนับประสาอะไรกับคีบอร์ดโง่นี่     พูดแล้วอารมณ์เสียไอ้หมาแกม!  ไอ้หล่อ!  ไอ้รวย!  ไอ้คนนิสัยเสีย! เฮ้อก็ได้แต่ตะโกนด่าในใจ  

"เป็นอะไร" 

"เบื่อ!!! กลับบ้านแล้วนะ!" คนอย่างแกมม่ามันน่าเบื่อที่สุดทำไมผู้หญิงพวกนั้นถึงได้ชอบกันนักก็ไม่รู้     

“ทำไมวันนี้รีบกลับจังเลยล่ะ”  

“เบื่อ!! เบื่อๆๆเข้าใจไหม!!” ว่าแล้วก็ถือกระเป๋าวิ่งกลับบ้านตัวเองทันที  

 

“กลับมาแล้วหรอลูก   ไหนบอกแม่ว่าจะไปดูหนังทำไมกลับมาเร็วจังเลยล่ะ” ทันทีที่เดินเข้าบ้านแม่ผมที่นั่งดูทีวีอยู่ก็ถามขึ้น  

“ก็แกมม่านะสิครับ   ไปเจอสาวหน้าโรงหนังแล้วอยู่ๆก็พานิวหนีสาวออกมาเลยอดดูหนังเลย” ได้ทีก็ขอฟ้องแม่หน่อยละกัน  

“แกมม่าพาหนีสาวแล้วเมื่อไหร่เราจะมีสาวกับเขาบ้างล่ะ” 

“นิวยังไม่เจอคนที่ชอบและตอนนี้นิวก็ไม่ได้สนใจเรื่องพวกนั้นด้วย”  

“จ้าไม่มีสาวๆแล้วมีหนุ่มๆมีจีบบ้างหรือป่าว”  

“หนุ่มๆอะไรของแม่เนี่ย   นิวเป็นผู้ชายนะเขาจะมาจีบนิวทำไม”  

“ก็ลูกแม่น่ารักซะขนาดนี้แม่ก็ลองถามดูไปงั้นแหละ   แต่ถ้ามีเมื่อไหร่เล่าให้แม่ฟังบ้างนะ”  

“แม่!!  ไม่พูดกับแม่แล้ว” แม่นะแม่พูดเรื่องอะไรก็ไม่รู้    

 

 หลังจากที่ขึ้นห้องอาบน้ำเข้านอน  ตื่นเช้ามาวันนี้ผมก็ไปเรียนตามปกติ    โดยที่ติดรถมากับแกมม่าเหมือนเดิมเพราะพี่ชายที่แสนดีของผมรีบไปรับแฟน   

“วันนี้แกมอาจจะเลิกช้าหน่อยรอหน่อยนะ” ทันทีที่รถมาจอดที่หน้าคณะผมแกมม่าก็พูดขึ้น  

“อืม   เดี๋ยวจะนั่งรอที่หน้าคณะเหมือนเดิมนะ”  

“โอเคตั้งใจเรียนนะ”  

“รู้แล้วหน่าแกมก็เหมือนกันตั้งใจเรียนด้วยอย่ามัวแต่ส่องสาว”  

“ส่องสาวที่ไหนไม่มีหรอก   ระดับนี้แล้วมีแต่สาวๆมาส่องเถอะ”  

“จะใครส่องใครก็ชั่งเถอะ  นิวไปเรียนแล้วนะบายๆ” ผมบอกลาแกมรีบลงจากรถแล้วรีบวิ่งเข้าคณะทันที     ตอนนี้พึ่งจะสองโมงเช้าไม่รู้แดดเมืองไทยจะแรงไปแข่งกับใครผมจะเป็นโรคผิวหนังอยู่แล้วเนี่ย      

วันนี้ผมกับแกมม่ามีเรียนทั้งวันได้พักก็แค่ช่วงเที่ยงชั่วโมงเดียวตอนบ่ายก็เรียนต่อกว่าจะเลยเรียนก็สี่โมงเย็นพอดี    ตอนนี้ผมก็เลยมานั่งรอแกมม่าอยู่ที่หน้าคณะตามที่บอกกับแกมม่าไว้      

“มึงจะไปไหนอีนิวเคลียร์เดี๋ยวแกมม่าผัวกูมาไม่เจอมึงเดี๋ยวท่านก็องค์ลงหรอก” วินนี่ถามขึ้นเมื่อผมถือกระเป๋าแล้วกำลังจะลุกออกจากโต๊ะ  

“จะไปซื้อชาไข่มุกแป๊บเดียวจะเอาด้วยไหม” ผมหันไปถามวินนี่แล้วก็ธารที่กำลังนั่งเล่นโทรศัพท์อยู่ส่วนทับทิมเพื่อนผมอีกคนหนึ่งกลับบ้านไปแล้วเพราะมีธุระ      

“พวกกูไม่กินของอ้วนๆแบบนั้นหรอก” ก็จริงอย่างที่พวกมันว่าผมไม่หน้าเสียว่าเวลาถามเลยเพราะพวกนี่นานๆทีจะกินชาไข่มุกกับผม   ปกติพวกนี้จะเสพติดน้ำอัดลมเป็นชีวิตจิตใจ  

“แหมๆ กินน้ำอัดลมไม่อ้วนเลยเนาะ”  

“มึงว่าใครอ้วนอีนิวเคลียร์!!” วินนี่พูดขึ้นเสียงดัง  

“ไม่ได้ว่าใครพูดลอยๆ” ว่าแล้วผมก็รีบวิ่งออกมาจากตรงนั้นเพราะถ้าไม่รีบคงได้ยินเสียงแสบแก้วหูของวินนี่แน่ๆ   ผมเดินลัดเลาะมาตามทางเดินข้างตึกที่ผมชอบเดินมาเป็นประจำเพราะทางนี้มันใกล้ร้านขายน้ำมากกว่าคนก็ไม่ค่อยมีแถมยังร่มรื่นอีกด้วย      

 แต่ว่าวันนี้ผมคงคิดผิดเพราะตอนนี้มีคนกำลังยืนทะเลาะกันขว้างทางผมอยู่ผมเลยรีบเดินไปหลบมุมก่อนเพราะหวังว่าคงทะเลาะกันไม่นานผมจะได้เดินต่อไปได้    ถ้าจะให้เดินกลับทางเก่าแล้วให้เดินอ้อมไปอีกทางผมคงได้เหนื่อยตายก่อนจะได้กินชาไข่มุกเป็นแน่  

“น้ำบอกแล้วไงว่าเราเลิกกัน  เฟรมเลยยุ่งกับน้ำได้แล้ว!”   

“เฟรมทำอะไรผิด! เฟรมไม่ดีตรงไหน!” เสียงผู้หญิงกับผู้ชายที่กำลังทะเลาะกันเสียงเริ่มดังมากขึ้น   นี่ผมไม่ได้เสียมารยาทมาแอบฟังนะ   ใครบอกพวกเขามาทะเลาะกันขว้างทางผมเองผมไม่ได้ตั้งใจฟังสักหน่อยเสียงมันลอยเข้าหูผมเอง  

“เฟรมไม่มีเวลาให้น้ำ   เอาแต่ติดเพื่อนจะไปไหนก็ไม่ได้ไปน้ำเบื่อ!  เข้าใจไหมน้ำเบื่อ!!!” ผมยืนฟังอยู่สักพักเสียงทะเลาะกันก็เงียบไปสงสัยจะเคลียร์กันได้แล้วผมเลยเดินออกมาจากมุมที่ผมหลบอยู่ในตอนแรกแล้วเดินต่อไปร้านขายชาไข่มุก    แต่ผมเดินออกมายังไม่ทันได้สามก้าวเลย   กำปั่นใหญ่ๆก็ต่อยลงที่ผนังตึกข้างหน้าผมอย่างจังดีนะที่ผมขาสั้นไม่งั้นมัดนั้นคงได้มาอยู่บนหน้าผมแทนโชคดีก็คราวนี้แหละ   

ตุบ! ตุบ!!! ตุบ!!!!     

“โธ่เว้ย!!”  ผู้ชายคนนั้นหันมาเห็นผมแล้ว   

“เอ่อ” จะต้องพูดว่ายังไงเนี่ยไม่เคยเจอสถานการณ์แบบนี้มาก่อนผมควรทำยังไงดี    เขาจะโมโหจนหันมาต่อยผมแทนไหม  

“มองทำไม!!” อ้าวก็มายืนต่อยผนังขว้างทางอยู่แบบนี้ผมก็ต้องมองเขาอยู่แล้วป่ะ    

“ขอทางหน่อย” ผมเลยพูดขอทางเขาไปดีๆ  

“ไม่ให้ไปจะทำไม!!” อ้าวอะไรว่ะแบบนี้มันพาลนี่หว่า   รู้จักไอ้นิวเคลียร์น้อยไปซะแล้ว  

“หลีกไป”  

“ไม่หลีก  ไม่เห็นหรือไงว่าคนยืนอยู่ก็ไปทางอื่นสิว่ะ!!!” แบบนี้ก็สวยนะสิ  

“แม่นายมาซื้อไว้หรือไงหลีกไปอย่ากวนตีนได้ป่ะ!!!  รู้ไหมว่าฉันต้องเสียเวลาแค่ไหนที่ต้องมายืนรอนายทะเลาะกับแฟน   แทนที่ป่านนี้ฉันจะได้กินชาไข่มุกอร่อยๆแล้วยังต้องมาเจอนายกวนประสาทอีก!  หลีกไป!!!   ”  

“นี่นายแอบฟังคนอื่นคุยกันหรอเสียมารยาท!”  

“ใครกันแน่เสียมารยาทนี่มันมหาลัยไม่ใช่ที่ให้นายมาทะเลาะกัน   หลีกไป!!!” ว่าแล้วผมก็ผลักอกนายคนนั้นให้หลีกทางแล้วรีบเดินแทรกออกมาทันที    

 

อีกทางด้านหนึ่ง   

“หึ  หน้าสนใจดี” ว่าแล้วชายหนุ่มก็มองตามร่างบางที่พึ่งเดินออกไป  ที่จริงเขากับผู้หญิงคนนั้นก็ไม่ได้รักอะไรกันมากมายหรอกแต่ที่มันหน้าเจ็บใจที่สุดคือผู้หญิงคนนี้แอบสวมเขาให้เขา    โดยการแอบไปกินกันลับๆกับเพื่อนสนิทในกลุ่ม    ถ้าไม่ได้เห็นกับตาเขาก็คงจะไม่เชื่อว่าเพื่อนสนิทกับแฟนตัวเองจะกล้าทำเรื่องแบบนี้แต่ในเมื่อเรื่องมันเป็นแบบนี้แล้วเขาคงต้องตัดเพื่อน    แล้วเริ่มต้นใหม่กับคนที่เขากำลังสนใจ   

“แล้วเจอกันนะคนสวย”  

ความคิดเห็น