email-icon facebook-icon

ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่าน สนับสนุน ติดตามหอมมาตลอดนะคะ ชอบ ไม่ชอบ บอกได้เสมอ ยังคงอยากอ่านคำแนะนำ ติ-ชม จากทุกคน เป็นกำลังใจให้หอมได้ง่ายๆด้วยการคอมเมนต์ กดแชร์นิยาย หรือติดแท็กชื่อนิยายที่คุณชอบ

ตอนที่ 22 : ตอนจบ

ชื่อตอน : ตอนที่ 22 : ตอนจบ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.2k

ความคิดเห็น : 29

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ต.ค. 2562 13:44 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 22 : ตอนจบ
แบบอักษร

ตอนที่ 22 .. ตอนจบ  

..

..

..

..

..

..

ผลั่วะะะ!!  

"อึกกก อะ กะ .. " 

ปั่กก!! ผลั่กกก!!  

"พูดมา!!" 

ไอ้เหี้ยกาย!! เดินตรงเข้ามาซ้อมผมปางตายทันทีที่ได้เจอกัน ซ้อมจนน่วมแล้วกระชากคอเสื้อผมที่หมดสภาพให้ประจันหน้า ตะคอกเสียงแข็งบอกให้กูพูด แต่ซ้อมกูจนเลือดกลบปาก!! 

"กะ กู กูไม่รู้ว่า เกด อ่อกกก!!" 

หมัดหลุนๆชกเข้าที่ท้องอีกหนึ่งแผล สภาพผมในเวลานี้หากมันเอาไปทิ้งตรงกองขยะ ผู้คนคงจะเรียกรถเก็บศพมาทันที เพราะทั้งตัวเปื้อนไปด้วยเลือด ยังไม่นับรวมใบหน้าที่ปูดบวมช้ำ 

ในวันที่เอยคุยกับหมอไนท์ ถึงแม้ไม่ได้ยืนฟังเรื่องราวทั้งหมดตั้งแต่ประโยคแรก ผมก็พอเดาสิ่งที่เอยเก็บเงียบในใจมาตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาได้ น้ำเสียง น้ำตา ความทุกข์ทรมานที่อยู่ในใจของเอยทำให้รู้ว่าตัวเองเป็นพี่ชายที่เฮงซวยแค่ไหน 

ผมไม่ได้ทำร้ายแค่เพียงจิตใจของเกด 

ผมทำลายความสุขในครอบครัวของผู้หญิงคนนี้ 

ไอ้กันต์เอง..บอบช้ำไม่ต่างกับเอย หรืออาจจะมากกว่าเมื่อความสูญเสียที่เกิดขึ้นต่อให้ผมสำนึกผิดแค่ไหน ผมก็ไม่มีวันพาน้องสาวที่เป็นดั่งแก้วตาดวงใจกลับคืนสู่ครอบครัวได้ 

ตกดึกในคืนนั้นผมย่องเข้าไปในห้องนอน โชคดีที่เอยขี้ลืมน้องเลยไม่ตั้งรหัสผ่านโทรศัพท์ ไม่ต้องใช้เวลานานในการสืบค้นเมื่อเบอร์ที่ผมต้องการปรากฏขึ้นเป็นหมายเลขแรก ทั้งยังรู้สึกรำคาญและหมั่นไส้เล็กน้อยที่มีอิโมติค่อนหัวใจประกบหน้าหลัง 

ไอ้กันต์รับโทรศัพท์ด้วยน้ำเสียงงัวเงียก่อนจะเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวเมื่อรู้ว่าปลายสายคือศัตรูอันดับหนึ่ง .. ผมถามถึงเกด ภาวนาให้สิ่งที่รู้มาไม่เป็นจริง น้องผมเข้าใจผิด มันคงหลอกลวงให้เอยหลงกล แต่คำขอนั้นไม่เกิดขึ้นจริงเมื่อหน้าจอระบุการเพิ่มบุคคลใหม่ในแอพแชทชื่อดัง 

ร่างผู้หญิงตัวเล็กบอบบางนอนสงบนิ่งอยู่บนเตียงไม้ ชุดกระโปรงลูกไม้สีขาวคืออาภรณ์ชิ้นสุดท้ายที่เกดได้ใช้ติดตัวไปอีกภพ ผมยาวหวีป้ายพักไว้ที่ไหล่ขวา เสี้ยวหน้าด้านซ้ายทัดด้วยดอกไม้สีชมพู เบื้องหลังร่างบาคือซุ้มดอกไม้สีชมพู จัดช่อใกล้กับกรอบรูปเขียนวันชาตะ-มรณะ โลงเย็นขนาดใหญ่ตั้งวางตรงกลางประดับล้อมดอกไม้สีขาวแซมชมพู 

"งานแต่งของเรา เกดจะให้อินใส่ชุดเจ้าบ่าวสีขาว ส่วนเกดจะเป็นเจ้าสาวชุดสีชมพู"  

รอยยิ้ม 

เสียงหัวเราะ 

ความสุขของคนพูดยามได้ฝันหวานถึงพิธีแต่งงานริมชายหาด ทำให้ทำนบน้ำตาทลายไหลริน ความฝันนั้นเกดพูดกับผม แต่คนที่เนรมิตรให้เธอกลับกลายเป็นครอบครัวที่ต้องจัดงานศพลูกสาวทั้งน้ำตา ... เสียงสะอื้นดังสะท้อนไปถึงปลายสาย ไอ้กายหัวเราะเย้ยหยันถามผมว่าเสียใจอย่างนั้นหรือ แต่รู้ไว้เถิด .. ความเสียใจของผม เทียบไม่ได้กับความทุกข์ระทมของผู้เป็นพ่อแม่และพี่ชายอย่างมัน 

มันรอวันนี้มาตลอด มันเก็บรูปเกดและภาพงานศพเอาไว้ในโทรศัพท์เผื่อว่าสักวันผมจะถามมัน เผื่อว่าคนเฮงซวยคนนี้จะสำนึกอะไรขึ้นมาได้บ้าง 

"มึงจะกลับมาที่เพลินทะเลไหม" ผมถามมันก่อนจะถึงเวลาต้องวางสาย 

"ทำไม กลัวกูทำกับน้องมึงเหมือนที่มึงทำกับเกดเหรอ"  

"น้องเอยไม่ค่อยสบาย ถ้าจะแก้แค้นก็มาลงกับกู อย่าซ่อมหัวใจดวงนั้นเพื่อที่จะทำลายมันอีกครั้ง กู.. ขอร้อง"  

ตู๊ด ตู๊ด ตู๊ด  

ตู๊ด ตู๊ด ตู๊ด  

หลังจากวันที่ไอ้กันต์ตัดสายผมไป เวลาก็ดำเนินผ่านมาอีกร่วมเดือน ข่าวดีที่ไอ้กันต์ต้องช็อกตายคือเด็กน้อยในท้องน้องเอยที่มีอายุครรภ์11สัปดาห์ หลังจากที่มันงอแงทะเลาะกับไอ้แสบเป็นเด็กๆทุกวัน หรือเอาแต่นอนตลอดเวลาจนหมอไนท์ทนไม่ไหวหิ้วกระเป๋าตรวจมาหาถึงบ้าน!! เราทุกคนก็ได้รู้ความจริง 

"เบ๊บบบบ เบ๊บบบ" ตั้งแต่รู้ว่ามีน้องไอ้แสบก็เรียกตุ๊กตาหมีสีน้ำตาลหรือน้องเน่าของพวกเราว่า เบ๊บ หลานผมมันพูดเก่งมาก แต่พูดไม่เคยรู้เรื่อง เถียงทุกอย่าง ชวนผมทะเลาะเพราะผมพูดเสียงดังแต่ไอ้แสบชอบคนพูดเบาๆ 

การรอคอยสิ้นสุดลงเมื่อกันต์โทรหาผมกลางดึกเมื่อวาน เรานัดเจอกันที่ท้ายหาดเพราะไม่อยากให้เอยต้องรับรู้อะไรไปมากกว่านี้ และทันทีที่เจอกัน หมัดหลุนๆก็ซัดเปรี้ยงเสยคาง พยายามอ้าปากยับยั้งแต่คนที่พกอารมณ์โกรธมาเต็มหัวใจคิดเหรอครับว่ามันจะยอมหยุด 

"อะ ไอ้เหี้ย!!! อึ่กก ฟะ ฟัง กู ก่อ… เฮือกกก" 

"พูดมา" 

"กู .. ขอโทษ" 

..

..

..

ตะวันฉายทรุดลงคุกเข่ากับพื้นทราย แม้จะเอ่ยด้วยเสียงแผ่วเบาไร้เรี่ยวแรงแต่รณพีร์ก็ได้ยินประโยคนั้นชัดเจน ร่างสูงเท้าสะเอว เดาะลิ้นสมเพชผู้ชายที่นั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้า …. ไม่ว่าอย่างไร ไม่ว่าจะมองมุมไหน ตะวันฉายก็ไม่มีอะไรเหมาะสมคู่ควรกับน้องสาวของเขาสักนิด 

เสียงคลื่นที่สาดซัดพัดโหมแรง ต้นมะพร้าวสูงชะลูดเอนหวีดหวิวตามกระแสลมทั้งที่ก่อนหน้าแสงแดดส่งผลให้อากาศร้อนระอุจนเหงื่อโทรมกาย 

"สายไปไหมอิน" 

"กูไม่คิดว่าเกดจะคิดสั้นจริงๆ เกด เกดขู่กูหลายครั้ง แต่สุดท้ายเธอเพียงแค่เรียกร้องความสนใจ" 

ผลั่วะะ!!  

"อ๊อกกกก" โดนเสยคางไปตามระเบียบ

"เรียกร้องความสนใจอย่างนั้นน่ะเหรอ!!!" 

"กูบอกเลิกเกดเพราะยิ่งนานวันความเป็นตัวตนของเราทั้งคู่ก็ยิ่งฉายชัด ครอบครัวมึงเป็นใคร แล้วมึงกูสิ บ้านกูมีอะไรที่คู่ควรกับเกดไหม ยอมรับว่าส่วนหนึ่งกูรู้สึกเบื่อ เหนื่อย สิ่งที่เคยทำให้กันด้วยความเต็มใจกลายเป็นความพยายาม พยายามเอาใจ พยายามหาเงินเพื่อดูแล พยายามเป็นผู้ชายในแบบที่เกดต้องการ จนวันที่น้องเอยต้องเข้าเรียนมหาวิทยาลัย" 

"เกี่ยวอะไรกับเอย" 

"นั่นสิ เอยเกี่ยวอะไรกับเอย ทำไมมึงถึงต้องทำร้ายน้องกู!!" 

"......." 

"เอยอยากเรียนต่อในกรุงเทพเพื่อที่จะได้อยู่ใกล้กู ในสายตาน้องชาย กูเป็นเหมือนเทพบุตร เป็นเทวดา น้องเอยตั้งใจเรียนเพื่อจะได้ใช้โควต้า วิ่งวุ่นขอกู้เงินเรียนเพื่อแบ่งเบาภาระ ตอนนั้นเองที่กูห่างกับเกดออกมาทุกที" 

"มึงเคยบอกเกดไหม หรือปล่อยให้เกดคิดไปเองเรื่องเอย" 

"มะ ไม่ … ไม่เคย ทั้งคู่ไม่รู้จักกัน น้องเอยหวงพี่ชาย เพราะเรามีกันแค่สองคนพี่น้อง ในขณะที่เกดเริ่มอาละวาด ความเหี้ยของกูคือกูใส่อารมณ์ทุกครั้งที่เจอกัน ทั้งๆที่กูรู้อยู่แก่ใจว่าเกดต้องการอะไร" 

"วันที่เกดตาย…." 

"เราทะเลาะกันหนักมาก เพื่อตัดปัญหากูเลือกที่จะบอกเลิกเกด คิดแต่ว่าให้เจ็บช้ำกันในวันนั้นดีกว่าต้องเห็นเกดทรมาน เจ็บช้ำกับคนอย่างกูตลอดไป 

เกดขู่ว่าจะฆ่าตัวตาย 

กูบอกเกดว่า อยากตาย .. ก็ตายไป

"ไอ้เหี้ยอิน!!! มึง!!!!" 

..

..

"นั่นๆๆ เขาทะเลาะกันอยู่ตรงกัน ไปเร็วเอย ออย" 

ตึก ตึก ตึก  

"แอ๊ะ!! ฮี่ๆๆๆ ต๊ะลุ๊งๆๆๆ" วิ่งตามหลังผู้ใหญ่อย่างสนุกสนาน ในปากคาบหมีเบ๊บไว้เพราะมือกำของเล่นมาเต็มแล้ว 

"พี่อิน!! คุณกันต์!! หยุด หยุดทะเลาะกันนะ!!" 

"ถ้าไม่หยุดออยจะแจ้ง!! ออยจะแจ้งงง!!!!!" 

อิงเดือน อัมนิภา และคุณป้าที่วิ่งกระหืดกระหอบไปบอกข่าวช่วยกันแยกคนทั้งคู่ หรือถ้าจะเรียกให้ถูก ทั้งสามกำลังช่วยกันแยกตะวันฉายที่เต็มไปด้วยเลือดออกมาจากรณพีร์ที่กำลังคุ้มคลั่งเสียมากกว่า 

"ปล่อยฉันเอย!!" 

"เกิดอะไรขึ้นครับ ทำไมกลับมาแล้วถึงไม่บอกเอย คุณ .. คุณกันต์" 

รณพีร์ยังคงพยายามพุ่งเข้าใส่ตะวันฉายติดที่อิงเดือนกางแขนเอาตัวขวางไว้ 

"หลบไปเอย!!" 

"จะทำร้ายให้ตายกันเลยเหรอครับ" 

"แล้วที่มันไล่ให้น้องฉันไปตายล่ะ!!" 

"ถ้าอย่างนั้น...ชดใช้ด้วยชีวิตน้องชายเขาได้ไหมครับ" 

"เจ้าเอย!!" คุณป้า

"เอย!!" อัมนิภา

"เงย เง๊ยยย" อันซีน 

"เอย … เธอกำลังปกป้องฆาตกร" 

"แต่ฆาตกรคนนี้คือพี่ชายของเอย ไม่ต้องให้อภัยเขาก็ได้ คุณทำร้ายเขาจนไม่มีทางสู้แล้ว ถ้าเอยหรือพี่อินตายไป คุณกันต์จะมีความสุขไหมครับ" 

"เธอไม่เป็นเกด เธอไม่ใช่ฉัน เธอจะเข้าใจความรู้สึกของเราพี่น้องได้อย่างไร!!" 

"แล้วความรู้สึกของเอยล่ะ คุณกันต์เคยคิดที่จะพยายามเข้าใจบ้างไหม" 

"......." 

"ป้าครับ เอยรบกวนพาพี่อินไปส่งที่โรงพยาบาลได้ไหม พี่ออย ฝากอันซีนไปดูแลคุณลุงด้วยนะ" 

"คุยกันดีๆนะเอย" 

"ครับ" 

..

..

..

"เอยคิดมาตลอดว่าถ้าวันหนึ่งที่ความจริงปรากฏเอยจะรู้สึกยังไง จะโกรธพี่อิน จะเกลียดจนไม่สามารถมองหน้าไปเลยหรือเปล่า .. ที่เอยคิดแบบนี้เพราะคุณ คุณทำให้เอยเชื่อ ว่าคุณมีเหตุผลมากพอ เอยให้อภัยคุณเพื่อที่วันหนึ่งคุณจะให้อภัยพี่อินได้" 

"เอยกำลังเอาความรักของเรามาต่อรองเพื่อไอ้อิน!! เอยคือเอย อินคืออิน ฉันเกลียดมัน เกลียดที่มันฆ่าน้องสาวฉัน" 

"แล้วสิ่งที่คุณทำลงไปล่ะครับ คุณกันต์ .. ความแค้นในใจคุณดับมันลงไปบ้างได้ไหม ถ้าให้อภัยไม่ได้คุณก็ช่วยเฝ้าดูพี่อินต่อไป ไม่มีใครมีความสุขที่รู้ว่าตัวเองเป็นสาเหตุทำให้ผู้หญิงที่รักต้องตาย" 

".........." 

"คนในนี้เขาคิดถึงคุณเหลือเกิน นอนฟังแต่เสียงคุณลุงกับพี่ชายที่พูดไม่รู้เรื่องสักประโยค" 

อิงเดือนเดือนเข้าไปหารณพีร์ รอยยิ้มละไมจริงใจฉายชัดไม่เสแสร้ง แม้จะโต้เถียงกันด้วยข้อเท็จจริงผสมอารมณ์โกรธ แต่สุดท้ายแล้วอิงเดือนก็ไม่สามารถปิดบังเรื่องหน้ายินดีไปได้ และรณพีร์กลับมาที่เพลินทะเลอีกครั้งก็เรื่องที่สำคัญที่สุด

"ใค เอยกำลังพูดถึงใคร" 

"เช้าถึง เย็นถึง 3เดือนแล้วนะครับ พอๆกับที่จ๋าทิ้งพวกเรา3คนแม่ลูกไปเลย" 

"3คน? แม่ ลูก? 3เดือน? .. เอยท้องเหรอ!!!" 

"อื้ม" พยักหน้าเขินๆ ทั้งยังรู้สึกขบขันตัวเองที่คิดคำพูดมากมายว่าจะบอกรณพีร์อย่างไร แต่สุดท้ายกลับทำได้เพียงพยักหน้า

"นี่คือเรื่องจริงเหรอ" 

"ครับ ตอนนี้ก็ตัวเท่านี้ๆๆ"

"ลูกครับลูก" 

พรึ่บบ! เปิดเสื้อจู่โจมหอมหน้าท้องนูน 

"คุณกันต์!!" 

"อีกนานไหมกว่าท้องจะโต ลูกดิ้นหรือยัง เขาได้ยินที่ฉันพูดไหม" 

"คุณกันต์ ... หอมแต่ลูกแล้วแม่ล่ะครับ ไม่ดีใจที่ได้เจอกันเหรอ" 

"ฟอดดด~ ฉันคิดถึงเอยแทบบ้า" 

"ไม่จริง!!" 

"จริงสิ มีหลายเรื่องที่ต้องบอก มีหลายเหตุผลที่ฉันกลับมาไม่ได้ แต่ทั้งหมดก็เพื่อเอยกับเด็กๆ เพื่อทุกคนในหมู่บ้านนี้" 

"คุณไปทำอะไรมา เอยคิดถึง ฮึกกก ใครๆก็บอกว่าคุณยอมแพ้ทิ้งทุกคนในหมู่บ้าน นายหน้าค้าที่เข้ามาบ่อยขึ้นและยากจะต้านทาน ฮืออออ เอยกลัวมากรู้ไหม อย่าหายไปอีก อย่าทำให้ทุกคนต้องหวาดหวั่น" 

คุณแม่ตัวเล็กร้องไห้โฮแต่รณพีร์กลับยิ้มจนเมื่อยแก้ม คิดไม่ผิดที่ตัดสินใจทำทุกอย่างลงไป สำหรับบุพการีในเวลานี้เขาอาจจะได้ชื่อว่าคนเนรคุณ เป็นลูกที่อกตัญญู แต่อิงเดือนกับลูกๆนั้นเล่ามีความผิดอะไร ยิ่งคนตัวเล็กกำลังอุ้มท้องที่สองเช่นนี้ด้วยแล้ว หากคุณย่าได้เจอกับหลานๆอีกครั้งในวันที่เรื่องราวในหัวใจเบาบางลง รณพีร์ก็เชื่อว่าปัญหาเหล่านี้จะแก้ได้ไม่ยากนัก 

ร่างสูงกอดกระชับคนตัวเล็กประคองพากันเดินเหยียบพื้นทรายริมชายหาด เสียงหัวเราะต่อกระซิกดังขึ้นเป็นระยะเมื่ออิงเดือนได้ฟังเรื่องราวต่างๆที่เคยค้างคาใจ แม้ไม่รู้ว่าปลายทางความรักครั้งนี้จะจบลงเช่นไร แต่สิ่งหนึ่งที่ทุกคนต่างได้เรียนรู้คือคำว่า "อภัย" ใครให้อภัยได้เร็วกว่าก็เหมือนคลายโซ่แห่งทุกข์นั้นสำเร็จ

อิงเดือนที่แม้จะบอบช้ำเสียจนร่างเล็กเจียดแตกหัก กลับกลายเป็นคนที่ให้อภัยได้ทุกความผิด ความทุกข์ระทมพัดผ่านเหลือไว้เพียงความรักอันบริสุทธิ์และรอยยิ้มที่มอบให้กับทุกคนได้อย่างจริงใจ 

สำหรับรณพีร์และตะวันฉายแล้ว บาดแผลของทั้งคู่ทั้งลึกและกลัดหนอง เวลา..คงจะเป็นเพียงสิ่งเดียวที่เยียวยาเสี้ยวหัวใจที่แตกสลาย

..

..

..

" รักเอย รักเอย ช่างบันดาลให้ 

ทำสิ่งที่ดูไม่ไหว กลับกลายเป็นดูเข้าที 

เข้าใจอย่างนั้น ความรักช่วยบอกข้าที 

ว่าใยทุกวินาที ข้ามีแต่ปรารถนา 

อย่าเฉยอยู่เลย น้องเอ๋ยพี่จะเป็นบ้า 

เมินมองไม่ยอมสบตา 

น้องจ๋าพี่จะขาดใจ 

ให้ไปหมดเลย หมดเลยอยากได้อะไร 

ขอเพียงให้ที่พักใจ พักกาย......จนตายไปข้าง "  

รักเอย - ปู พงษ์สิทธิ์  

 

.. 

.. 

 

THE END 

.. 

.. 

.. 

------------------ 

ขอบคุณแทฮยอน  

ขอบคุณมิโน  

ขอบคุณพี่ฮุน จีซู จียูล พี่ท็อป โรเซ่ พี่จ๋า 

ขอบคุณทุกคนที่สร้างจินตนาการให้กับเรา  

ขอบคุณคนอ่านที่ติดตาม  

ขอบคุณจากหัวใจ 

ขอบคุณตัวเองที่เขียนเรื่องนี้ได้จนจบ  

สุดทางแล้วสำหรับคู่นี้ .. นัมซงเรื่องสุดท้ายที่ตั้งใจเขียน ถึงแม้จะไม่สนุก ไม่ถูกใจ หรือไม่ดีเท่าที่คาดหวัง แต่หอมใส่ความตั้งใจทุกอย่างที่หอมมีหมดแล้ว  

3ปีที่ได้เป็นนักเขียนสนุกมากเลยค่ะ มีประสบการณ์มากมายเกิดขึ้นระหว่างการเดินทาง ..  จนถึงตอนนี้หอมยังนึกไม่ออกว่า3ปีที่แล้วหอมอยู่ได้ยังไงโดยไม่เขียนนิยาย 3ปีที่ผ่านมาหอมมีพล็อตมากมาย มีนิยายที่เปิดและปิดตัวลงไปเงียบๆเพราะไม่มีคนอ่าน มีคนอ่านที่เข้ามาและหายไป หอมเสียใจทุกครั้งที่ไม่เคยรักษาคนอ่านไว้ได้ แต่ประสบการณ์ก็สอนให้เข้าใจถึงกฏการเปลี่ยนแปลง ไม่มีใครอยู่กับเราตลอดไปจริงๆ  

คิดถึงกันบ้างนะคะ 

เหงาเมื่อไหร่ยังมีนิยายอีกหลายเรื่องที่ให้อ่านฟรี  

สำหรับเรื่องนี้  

หอม … ติดเหรียญค่ะ  

รัก  

FICTION DE CANDLE  

ความคิดเห็น