ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

วิญญาณ​ดวงที่เจ็ด

ชื่อตอน : วิญญาณ​ดวงที่เจ็ด

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 109

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ส.ค. 2563 16:34 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
วิญญาณ​ดวงที่เจ็ด
แบบอักษร

บทที่​ 7

ฉันจะรักคุณให้มากราวกับว่าฉันจะเสียคุณไป

 

 

“ โอ้โห​ จะให้ยืมเฉยๆมันก็ดูจะง่ายไปหน่อยมีอะไรมาแลกเปลี่ยนไหมละน้องหนู​ ” หลังจากผ่านความหน้าอึดอัดมาเกือบนาที​ ผู้ชายที่ชื่อภาคก็พูดขึ้น

“ อ่า​ นั้นเอาเป็นลิปสติกของแบรนด์​ เวอลองค์​ ได้ไหมคะ​ ? ลิมิเต็ดอิดิชั่น​เลยนะคะ​ มีแค่สิบแท่งบนโลกเท่านั้น​ ” ฉันตีหน้าใสไร้เดียงสาตอบกลับทันทีไม่ลืมเอียงคอนิดๆให้ดูน่ารักโมเอะขึ้นไปอีก

“ ....... ”

“ เอ๋! ไม่ชอบหรอคะ​นั้นเอาเป็นกิ๊ปติดผมของแบรนด์​ มาสมัวเซล​ ล่ะกัน​ แพงมากเลยนะคะต้องต่อแถวตั้งสามวันสามคืนกว่าจะซื้อมันมาได้.. ”

“ ....... ”

“ กิ๊ปติดผมก็ไม่ชอบหรอคะ? นั้นเอาแป้งพัฟผสมทองคำของแบรนด์​ เวอแซงต์​ ไปดี​ไหม​หรือจะเอาสร้อยคอของ​แบรนด์​ ​ดูลัวร์ ถ้าไม่ชอบอีกนั้นเป็นต่างหูของ... ”

“ ไอ้เมฆเอากีตาร์​ให้เธอไป​ ”

ฮิฮิ คิดจะมาแหยมกับแม่มันเร็วไปไอ้หนู!

ฉันโค้งหัวขอบคุนหนึ่งครั้งก่อนจะเงยหน้าส่งยิ้มจนตาหยีให้กับคนชื่อภาคแล้วคว้ากีต้าร์​ขึ้นมาอุ้มไว้ก่อนจะเดินสวยๆกลับมาที่ฝั่งคณะตัวเอง​ทันที

“ สุดยอดยัยแซนด์! พวกนั้นทำหน้าหมางงไปเลย ตลกชะมัด​ ฮ่าๆๆ​ ” ยัยรูบี้ชูนิ้วโป้งมาให้ฉันเป็นการประกอบคำพูดก่อนเจ้าตัวจะหลุดคำพรืดแล้วทุบโต๊ะรัวๆ​

“ แน่สิ​ย่ะ มีแต่แบรนด์​ของผู้หญิงทั้งนั้นพวกผู้ชายจะไปรู้จักได้ยังไง​ ” ยัยอาคาริพูดขึ้นก่อนจะยกมือขึ้นมาปิดปากแล้วขำ​ ไอรีณกับลิซ่าก็ยิ้มขำนิดๆก่อนจะหันไปเม้าท์​กันเรื่องอื่นต่อ​

ฉันยกกีต้าร์​ขึ้นมานั่งปรับสายไปเรื่อยๆจนถึงเวลาต้องแสดง​ สี่สาวส่งยิ้มให้กำลังใจฉันก่อนจะบอกให้สู้ๆตั้งใจให้เต็มที่เพื่อสาขาเรา​ ฉันอมยิ้มทำหน้าเนือยๆส่งไปให้ก่อนจะหยิบหูฟังไร้สายมาเสียบไว้ที่หูทั้งสองข้าง​ หยิบโทรศัพท์​มาให้ไอรีณกดเปิดเพลง​เมื่อฉันให้สัญญาณ​

“ เงียบเสียงหน่อยลูกสาวทั้งหลายได้เวลาโชว์ความสามารถ​แล้วจ้า​ คนที่จะโชว์คนแรกพร้อมรึยังเอ่ย ”

“ พร้อมแล้วค่ะ ” ฉันตอบรับคำพร้อมเดินไปยืนข้างหน้า​ คุณแม่ดีดี้ส่งไมค์ไร้สายและขาตั้งให้ฉันก่อนเธอจะไปหาที่นั่งชม​ ฉันลากเก้าอี้มาไว้ตรงกลางแล้วนั่งลงทันที​ ยกกีต้าร์​มาวางบนหน้าขาก่อนจะลองเช็กเสียงว่าพร้อมรึยัง​ พอแน่ใจแล้วฉันก็ส่งสัญญาณ​ให้ไอรีณเปิดเพลงเลย​

ทำนองเพลงที่เปิดเอาไว้ดังคลอไปพร้อมกับโรแซนด์ที่ดีดกีต้าร์​ตาม​ เสียงกีต้าร์​ดังเป็นทำนองช้าๆก่อนเจ้าของริมฝีปากสีแดงกุหลาบจะส่งเสียงร้องที่มีเอกลักษณ์​ออกมา

“ ♪ นัน แฮจุน เกออบนึนเด โชราฮัน​ นาจีมัน

โอนึล คือแด วีแฮ อี​ โนแร​ พุลลอโย

Tonight คือแดเอ ทู นูเน

คือ มีโซ ทวีเอ นัล วีแฮ คัมชวอวัซตอน

อาพือมี โบยอโย

You and I together it`s just feels alright

อันนยองีรัน มารึน never

คือ​ นูกา มวอรา แฮโด นัน คือ แดล จีคิลเก

You and I together แน ทู โซนือ โลจี มา

อันนยองีรัน มารึน never

แนเก อี​ เซซังอึน​ โอจิก นอ​ ฮานากีเอ

แนเก อี​ เซซังอึน​ โอจิก นอ​ ฮานากีเอ~~ ”

ภายในหอประชุมที่มีเสียงพูดคุยอยู่ตลอดเวลาเงียบสนิทลงทันทีเมื่อได้ยินเสียงร้องเพลงที่มีเอกลักษณ์​ของหญิงสาวผมบลอนด์​ที่นั่งดีดกีต้าร์​อยู่กลางห้องประชุม​ ผู้ชายจากคณะเพื่อนบ้านเอาแต่จ้องเธอจนตาเยิ้มแถมทำหน้าเคลิ้มฝัน​ซะจนเหมือนเมากัญ.. ใบไม้

“ ♪ คากิมชิก ฮึน รีนึน เเน จาชินี มี วอ yeah

โอนึลโด นัน อีเซซังเง

ฮวิบซึลรยอ ซัลมยอชร นอลชีวอ

*เนกา บารัม พยอโด นอนัน

จอลแด พีจีมา baby

นานึน นอรือ รีจอโด

นอน นารือ ริทจีมา baby

คากึม เนกา ยอลรากี

ออบโก ซูรึล มัทชยอโด

ฮกชีเนกา ทารึน ออทตอน นัมจาวา จัมชี

**นูนึล มัทชวอโด ***นอน นามัน บาราบวา

เนกา อีกีจอกีรัน กอล นัน นอมูจัล อารา

นัน เเมอิล มูอึยมีฮัน ชีกัน โซเก

อีรอคเค ตอรอพยอจีจีมัน baby

นอนานึน ออนเจนา ซุนซูฮาเก นัมกิล บาเร

อีเก เน จินชี มินกอล

นอล ฮยังฮัน มีดือมิน กอล

จูกอโด นัล ตอนาจีมา​ * ** *** ♪ ”

เพราะฉันคิดว่าเพลงเดียวมันสั้นไปก็เลยลองเพิ่มอีกเพลงพอดีดโน๊ต​ตัวสุดท้ายจบฉันก็เงยหน้าขึ้นมาทันที​ อ่า​ พวกเขาเป็นอะไรไปหนะ ทำไมจ้องฉันตาค้างขนาดนั้น​ แล้วพวกคณะเพื่อนบ้านนั้นมันอะไร​ เมากัญ.. ใบไม้หรอ​

ฉันลุกขึ้นแล้วโค้งขอบคุณครั้งนึงก่อนจะเดินกลับไปนั่งที่เดิม​ ส่วนกีต้าร์​ก็วางไว้แถวๆพี่ดีดี้พวกคณะเพื่อนบ้านจะได้มาหยิบคืนไปได้ง่ายๆ​

“ มีอะไรรึเปล่าค่ะ ” ฉันเอียงคอถามเสียงงุนงงเพราะไม่เข้าใจว่าพวกเขาจะเงียบและมองตามฉันทำไมกัน​ ถ้าเป็นเรื่องร้องเพลงฉันคิดว่าธรรมดานะเพราะไม่ได้เปิดสกิลช่วย​ คนที่ร้องเพราะกว่าฉันก็มีตั้งเยอะไม่เห็นมีอะไรแปลก​

“ อ่ะ.. อ๋อเปล่าจ้า​ เอ้าๆทุกคนเลิกจ้อง​ หมายเลขสองเชิญจ้า! ” พี่ดีดี้ที่เหมือนจะได้สติคนแรกตอบกลับเสียงอึกอักพร้อมหันไปตบมือเรียกสติทุกคนก่อนจะเรียกคนอื่นขึ้นมาแสดงต่อ

“ โห​ แกร้องเพลงเพราะจังเลยยัยแซนด์​ ” ลิซ่าเอ่ยชมพร้อมกับเอาไหล่มากระแซะ​ๆฉัน

“ ก็ธรรมดานะ​มีคนที่ร้องเพราะกว่าฉันอีก​ ”

“ ก็ใช่​ แต่น้ำเสียงและสเน่ห์​ของแกต่างหากที่ทำให้เพลงมันน่าหลงใหลขึ้น​ ฉันพนันได้ว่าแกได้เป็นสตาร์​ของคณะแน่ๆ! ” รูบี้บอกพร้อมทำน้ำเสียงเหมือนภาคภูมิใจ​

“ ปากเสีย!ยัยบ้ารูบี้!! ” ฉันยกนิ้วชี้หน้าคาดโทษ​ยัยรูบี้ก่อนจะฮึดฮัดอารมณ์​เสียเพราะยัยนี้ไม่กลัวแถมเมินฉันไปดูการแสดงของคนอื่นต่อ​

“ เอาละก็ถึงเวลาโหวตกันแล้วนะคะ​ ทุกคนคงมีตัวเลขในใจกันแล้วใช่ไหม​​ ถ้าคุณแม่เอ่ยเรียกหมายเลขไหนขึ้นมาคนที่แสดงก็ลุกขึ้นยืน​โชว์​ตัวนะคะ​ หมายเลขหนึ่ง! ”

“ อ่า​ โรแซนด์​ค่ะ​ ”

“ แหม​ คนสวยของสาขาแฟชั่นดีไซน์​นี่เอง​ ใครที่โหวตให้โรแซนด์​เป็นสตาร์ยกมือขึ้นเลยค่าา ”

พรึบ!

“ โอ้โห​ ไม่ต้องนับแล้วมั้งคะแนน​ แล้วคณะเพื่อนบ้านนั่นยกมือกันทำไมคะ​ อยากมีส่วนร่วมหรือไง​ ลดมือลงไปเลยนะย่ะ!! ”

“ ใครโหวตให้หมายเลขสอง​ ยกมือจ้า​ ”

.....

“ ผลโหวตออกมาเป็นเอกฉันท์​ น้องโรแซนด์​สาขาแฟชั่นดีไซน์​ได้เป็นสตาร์​ ส่วนมูนตกเป็นของน้องญาญ่าสาขาการแสดง เดี๋ยวน้องสองคนทิ้งไลน์ไว้ให้พี่หน่อยนะคะ​ เดี๋ยวพี่จะนัดมาบรีฟเรื่องประกวดมูนสตาร์​ของมหาลัยอีกที​ ”

“ ค่ะ​ / ค่า ” คงไปต้องบอกใช่ไหมว่าอันไหนเสียงฉันอันไหนเสียงญาญ่า ญาญ่าเป็นเกย์รับที่ออกสาวหน่อยแต่นางหน้าตาดีความมั่นใจก็ล้นเหลือเลยได้คะแนนโหวตล้นหลาม​ ฉันก็ยกมือโหวตให้ญาญ่านะ​แถมจะดีใจมากกว่านี้อีก ถ้าญาญ่าเอาตำแหน่งสตาร์​ของฉันไปด้วยเลย

“ สุดท้ายนี้ก็อย่าลืมสร้างไลน์กลุ่มของแต่ละสาขาวิชากันไว้ด้วย ถ้ามีข่าวอะไรจะได้รู้อย่างทั่วถึง​ วันนี้ก็มีแค่นี้แหละจ้า ถ้าแลกไลน์แลกเบอร์กันเสร็จก็บ๊ายบายกันได้เลย​ ใครมีเรียนต่อก็ไปเรียนซะส่วนใครไม่มีเรียนก็กลับบ้านจ้า เอ้า! แยกย้ายได้!! ”

“ ค่ะ​ / ค่าขุ่นแม่! ”

 

“ พวกแกจะไปไหนกันต่อป่ะ ” รูบี้ถามขึ้นมาขณะที่พวกเรากำลังเดินออกจากห้องประชุม

“ ไม่รู้อะ​ ว่างมาก ” ลิซ่าตอบ

“ เหมือนกัน​ / เหมือนกัน​ ” อาคาริกับไอรีณก็ตอบกลับพร้อมกัน

“ ฉันจะแวะไปดูคาเฟ่ของตัวเองหน่อย​จะไปด้วยกันไหมล่ะ​ เดินไปแปปเดียวก็ถึงแล้ว​ ” ฉันเอ่ยชวน

“ คาเฟ่ไหน​ อ๋อร้าน​ blood and tears​ ​ตรงกลางมหาลัยใช่ไหม​ ไปสิ! พวกแกเอาไง​ ” รูบี้ตอบกลับ

“ เอาสิไปกัน ” อาคาริตอบส่วนคนที่เหลือก็พยักหน้ารับคำ​ พวกเราเดินคุยเล่นกันไปเรื่อยเปื่อยจนเดินมาถึงคาเฟ่ คนเยอะเหมือนกันนะเนี่ยขนาดยังไม่เที่ยง​โต๊ะก็เกือบจะเต็มหมดแล้ว​ ฉันเดินผลักประตูเข้าไปด้านในทันที​ ก่อนที่จะหยุดชะงักเพราะไอรีณดึงแขนฉันไว้ก่อนเอ่ยถามว่าไม่ถอดรองเท้าหรอ​ ฉันบอกว่าไม่ต้อง​เพราะเราไม่ได้นั่งข้างล่าง​เลยไม่จำเป็นต้องถอด​ พอฉันอธิบาย​จบทุกคนก็พยักหน้ารับก่อนจะเดินตามฉันเข้ามา

“ คุณโรแซนด์​ ไม่เจอกันนานเลยนะคะ​ ”

“ ค่ะพี่อายะ ช่วยพาเพื่อนของฉันขึ้นไปส่งที่ห้อง​ VIP​ ชั้นบนหน่อยสิคะ​มันว่างใช่ใหม?​ ” พี่​อายะคือผู้จัดการร้านสาขาของมหาลัยนี้ที่ฉันจ้างไว้ตั้งแต่เปิดร้านใหม่ๆ

“ ว่างค่ะ​ เหลือห้องสาม​ ห้องสุดท้ายพอดี​ ”

“ นั้นฝากด้วยนะคะ ”

“ ได้ค่ะ​ ”

“ แล้วแกอะไม่ขึ้นไปหรือไง​ ” ลิซ่าถามฉัน

“ พวกแกขึ้นไปก่อนเลย​ ฝากกระเป๋าด้วย​ อยากสั่งอะไรก็สั่งเลยนะเดี๋ยวฉันเลี้ยงเอง​ ” ฉันตอบกลับก่อนจะส่งกระเป๋าให้ไอรีณที่ยืนมามารอรับก่อนจะแยกกันเดินไป สาวๆขึ้นไปชั้นบนส่วนฉันก็เข้าในห้องเก็บวัตถุดิบ​ ฉันตรวจเช็ก​เมล็ดกาแฟและวัตถุดิบ​ต่างๆว่าเหลืออยู่เท่าไหร่​มีอะไรผิดปกติไหม​ ก่อนจะเดินไปแอบดูในครัวว่าพวกเขาทำกันอย่างใส่ใจหรือป่าว​ พนักงานในร้านทำกริยาไม่ดีใส่ลูกค้าไหม​ สุดท้ายก็เข้าไปในห้องทำบัญชีหลังร้าน​ ก่อนจะเรียกรุยออกมาจัดการแทนว่ามีอะไรผิดปกติไหม พอรุยตรวจสอบเสร็จแล้วบอกว่าไม่มีอะไรผิดปกติ​ ฉันก็พยักหน้ารับก่อนจะเดินขึ้นไปหาสาวๆที่อยู่บนชั้นสองทันที​

ถ้าคนที่ไม่รู้เดินขึ้นมาก็จะพบกับชั้นหนังสือที่เหมือนเขาวงกตเท่านั้น​ แต่ถ้าเป็นคนที่รู้ดีอย่างฉันหรือคนที่สังเกตเป็นสักหน่อยก็จะรู้ว่าหลังชั้นหนังสือนี้มีห้องลับอยู่​ ห้องลับที่ฉันสร้างไว้ชั้นบนมีสามห้องเท่านั้น​ ถ้าใครหาเจอก็จะมี​สิทธิ​เข้าไปใช้​ แต่รหัสเปิดห้องก็จะเปลี่ยนไปทุกๆวัน​ บางคนก็เปิดได้ครั้งเดียวแล้วเปิดไม่ได้อีกเลยก็มี​

ฉันเดินไปที่หน้าประตูลับห้องVIP3ก่อนจะหมุนตรงนั้นดึงตรงนี้ปุ่มกดและจอแสกนลายนิ้วมือก็เด้งขึ้นมา​ ฉันยกนิ้วขึ้นไปทาบหน้าจอสักพักประตูลับที่เป็นชั้นหนังสือก็เลื่อนออกให้เห็นห้องที่บุด้วยเบาะหนานุ่มสีมิดไนท์ไปทั่วพื้นและกำแพง​ บนเพดานเป็นหน้าจอดิจิตัลที่เป็นรูปเมฆฝนครึ้มเหมือนฝนจะตกมีฟ้าแลบแปร๊บๆ​

ฉันเดินเข้าไปก่อนประตูข้างหลังจะเลื่อนปิดกลายเป็นชั้นหนังสือตามเดิม​ ก่อนจะเข้าไปถึงที่นั่งเล่นจะมีบ่อน้ำตกเล็กๆให้ล้างเท้าและเป่าลมเอาไว้​ ฉันทอดรองเท้าส้นสูงออกก่อนจะเดินไปจุ่มเท้าใส่บ่อน้ำตก​แช่ไปสักสิบวิก็ออกมายืนตรงที่เป่าแห้ง​ ก่อนจะยืนรอให้มันเป่าจนแห้งสนิทฉันถึงได้ฤกษ์​เข้าไปนั่งกับสาวๆที่นั่งเม้าท์​กันอย่างออกรสสักที

ในห้องมีทีวีจอยักษ์​กับเครื่องเล่นเกมส์ติดตั้งไว้ให้​ที่นั่งก็เป็นแบบเบาะนอนหนานุ่มสลับสีกันจนเต็มห้องกลิ้งไปตรงไหนก็นุ่มนิ่ม​ ไม่ต้องห่วงเรื่องความสะอาดเลยเพราะเราทำความสะอาดทุกวัน​และห้องVIPก็เปิดให้ใช้แค่วันละครั้งเท่านั้น​

พอฉันทรุดนั่งลงไอรีณก็เลื่อนจานขนมหวานมาให้​ ฉันยิ้มหวานให้เธอแทนคำขอบคุณก่อนจะตักกินไปด้วยฟังพวกเธอคุยไปด้วย

roseanne​_are_rose
CAFE_blood&tears​__UNITY
8364

 

“ สั่งอาหารขึ้นมาไหม​ มันใกล้จะเที่ยงแล้วนะ ” ฉันเอ่ยถาม​ สี่สาวพยักหน้ารับก่อนจะช่วยกันจิ้มๆเลื่อนๆหน้าจอสั่งอาหารอยู่สักพักก็หันไปเม้าท์​กันต่อ​

“ เออแซนด์​ตอนพวกเราขึ้นมาเจอผู้ชายกลุ่มใหญ่ที่ดูแปลกๆด้วย​ พวกเขาใส่ชุดหมีแบบเดียวกับพวกคณะเพื่อนบ้านเลย​ ” อาคาริพูด

“ แล้วมันแปลกตรงไหน ”

“ ก็มันแปลกตรงที่พวกเขาใส่หมวกใส่แมสปิดหน้าไงหละ​ ถ้าใส่คนเดียวฉันก็ไม่อะไรหรอกแต่นี้ใส่กันทุกคนแกว่ามันไม่แปลกหรือไง​ ”

“ ใช่! แถมพวกนั้นยังจ้องพวกเราเขม็งเลย​ด้วย​ ”

“ แกรู้ได้ยังไงยัยลิซว่าพวกนั้นจ้อง​แก​ ก็ไหนยัยอาคาริบอกว่าพวกนั้นใส่หมวก ”

“ โอ๊ยยย​ ถึงมันไม่เห็นแต่ฉันรู้สึกได้น่ะสิ​ ขนาดยัยไอรีณยังรู้สึกได้เลยว่าพวกเขาจ้อง​ แกคิดดูยัยไอรีณรู้สึกได้เชียวนะ​ยะ! ”

“ จริงดิไอ? ” ฉันหันขวับไปถามไอรีณด้วยน้ำเสียงสงสัยถึงขีดสุด

“ อืม​ รู้สึกได้ชัดเจนเลยด้วย ” ไอรีณพยักหน้า​รับตอบกลับเสียงเรียบ

“ หรือว่าจะเป็นพวกโรคจิต​วะแก! น่ากลัวอะ​ แกตรวจสอบได้ไหม พวกนั้นอยู่ห้องข้างเรานี้เอง​ ถ้าฉันเอาหูไปแนบกำแพงจะได้ยินไหมวะ​ ” แค่พูดคงยังไม่พอยัยรูบี้เลยลุกขึ้นไปเอาหูแนบกำแพงทันที

“ ไม่ได้ยินอะไรเลยวะ​ ” ยัยโง่เอ้ย! กำแพงมันบุด้วยเบาะนุ่มทั้งแถบแกจะเอาเสียงที่ไหนมาได้ยิน​ ยัยบ้า!

“ พวกดาราหรือไอดอลอะไรแบบนี้รึเปล่า​ เดี๋ยวนี้ก็มีไม่ใช่หรอพวกดาราหรือไอดอลที่ไปเรียนมหาลัย​ ” ฉันพูดเสียงเนือยก่อนจะคว้าแก้วโกโก้ลายคุณจิ้งจอกขึ้นมาดูดอึกๆ

“ เออก็จริงวะ​ รัศมี​ความดูดีของพวกนั้นมันก็เดาได้อยู่นะว่าต้องหล่อแน่ๆ​ ”

“ ไอดอลคืออะไร​ ”

“ โอ๊ยยยยย​ ยัยไอรีณแกไปหมุดอยู่ในมาถึงไม่รู้จักคำว่าไอดอล ” ลิซ่ากรีดร้อง

“ ก็ฉันไม่ได้สนใจนี่​ พอรู้เรื่องดาราอยู่บ้าง​ แต่ก็จำชื่อและหน้าตาไม่ได้สักคน​ ”

“ เหมือนกัน​ ” ฉันพูดเสริมพร้อมพยักหน้าเห็นด้วย

“ ยัยพวกหลังเขาเดี๋ยวฉันจะเปิดให้ดูเองว่าไอดอลยุคนี้นะเป็นยังไง​ อ๊ะ! นี่ไงวงที่กำลังดังที่สุดในตอนนี้ชื่อว่า​ Blood​ ” ลิซ่าส่งมือถือที่เปิดคลิปผู้ชายร้องเพลงและเต้นอยู่บนเวทีของช่องต่างประเทศ​

“ ชื่อแปลกจังเลย​ เลือดงั้นหรอ? ” ไอรีณ

“ อ่า​ อยากรู้จังว่าใครตั้งชื่อกลุ่มให้พวกเขา​ ความหมายมันไม่ดีเอาเสียเลยสำหรับคนเป็น ” ฉันเอ่ยพูดออกมาด้วยความสงสัย​ก่อนจะยักไหล่เลิกสนใจหันไปอ้าปากรับเค้กที่ไอรีณป้อนให้ต่อ

“ กลับดีดีนะพวกแก พรุ่งนี้เจอกันนะ​ บ๊ายบาย ” ฉันบอกลาสี่สาวก่อนที่พวกเราจะแยกไปขึ้นรถใครรถมัน​ พวกเรานั่งแช่อยู่ในคาเฟ่จนถึงห้าโมงเย็นก็ได้เวลาแยกย้ายกันกลับบ้านเพราะต่างคนต่างเริ่มง่วงนอน​

พอขับรถกลับมาถึงคอนโดฉันก็ขึ้นห้องไปอาบน้ำล้างหน้าทันที​กว่าจะอาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็ปาไปเกือบสองทุ่ม ฉันใส่แค่เสื้อยืดตัวโคร่งสีดำกับกางเกงชั้นในเดินไปเดินมาในห้อง​พอทาครีมบำรุงหน้าและทาตัวเสร็จก็ปีนขึ้นเตียงมุดผ้าห่มแล้วหลับตาลงทันที

อ่า​ พรุ่งนี้มีคลาสเช้า​ ไม่ควรนอนดึก..

 

ความคิดเห็น