ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

วิญญาณ​ดวงที่ห้า

ชื่อตอน : วิญญาณ​ดวงที่ห้า

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 107

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ส.ค. 2563 16:36 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
วิญญาณ​ดวงที่ห้า
แบบอักษร

บทที่​ 5

ในที่สุดรักสุดท้ายก็มาเยือน

 

 

สองปีผ่านไป

 

ฉันเรียนจบม.ปลายแล้วตอนนี้กำลังรอเวลาที่มหาวิทยาลัย​กำลังจะเปิด​ เวลาสองปีที่ผ่านมานี้ก็ผ่านไปอย่างเรียบง่ายไม่ค่อยมีอะไรน่าตื่นเต้น​มากนัก​ คุณหญิง​ยูกิโกะตั้งแต่โสดก็ไม่ค่อยจะอยู่บ้าน​ บางวันก็ไปช็อป​ปิ้ง​ อีกวันก็ไปทำอาหาร​ เผลอๆหน่อยก็ไปโผล่ต่างประเทศ​กับเพื่อนแก๊งเดียวกัน​ ฉันห่วงจนเลิกห่วงไปแล้ว​

เงินในบัญชีก็เพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆจนไม่รู้จะเอาไปใช้อะไร​ ฉันไม่ค่อยซื้อของอะไรมากนักเพราะรู้ว่าในอนาคตมันจะมีที่ดีกว่า​ ภายในเวลาแค่สองปีกว่าๆโลกก็ก้าวหน้าไปมากทั้งด้านการแพทย์​และเทคโนโลยี​

โดยเฉพาะ​ด้านเทคโนโลยี​ที่ก้าวหน้ามากที่สุด​ ฉันกับราพันเซลไม่ค่อยติดหรูมากนักพวกเราเลยไม่ค่อยได้ตามเทรนเหมือนวัยรุ่นคนอื่นๆ​ แถมฉันก็มีรุย​ เทคโนโลยี​ตอนนี้นะสำหรับฉันไม่ได้สำคัญอะไรมากขนาดนั้น​ ฉันกับราพันเซลโดนพวกวัยรุ่นคนอื่นๆเรียกว่าเชยซะด้วยซ้ำ​ แต่ฉันก็ไม่เดือดร้อนนักหรอกเพราะอยู่แค่ม.ปลาย​ โทรศัพท์มือถือ​แพงๆมันยังไม่จำเป็นก็เลยไม่ได้ใช้

แต่ต้องมาคิดใหม่ตอนเข้ามหาวิทยาลั​ยนี้แหละ​

มหาวิทยาลัย​ที่ฉันกำลังจะเข้าไปในปีนี้คือ​มหาวิทยาลัย​ UNITY เป็นมหาวิทยาลัย​ระดับนานาชาติ​ที่พึ่งเปิดตัวมาได้แค่ห้าปีแต่รวบรวมนักศึกษา​ที่มีเงินและฉลาดเอาไว้มากที่สุด​ ก็นะ​ ตามชื่อ​ มันเป็นมหาลัยของพวกคนที่แค่รวยอย่างเดียวเข้าไม่ได้หนะ ต้องมีสมองด้วย​ แถมยังมีคณะให้เลือกเรียนหลากหลายไปหมดจนเลือกเข้าไม่ถูกเชียวหละ​ อย่างเช่นคณะวิศวกรรมศาสตร์​ที่มีอาณาเขต​ที่ใหญ่มากที่สุดในโรงเรียน​ มีสนามแข่งรถเป็นของตัวเอง​ มีโรงประกอบรถในตัว​ ภาคแยกอย่างไฟฟ้าหรือโยธาก็มีที่ทำงานเป็นของตัวเอง​ พูดง่ายๆก็เหมือนเรียนไปด้วยลงมือปฎิบัติ​ไปด้วยนั้นแหละ​

คณะแพทยศาสตร์​ก็มีโรงพยาบาล​เป็นของตัวเองเปิดรับให้คนเข้ามารักษาในราคาถูก​ นักศึกษาปีสูงๆก็ไม่จำเป็นต้องไปฝึกงานที่โรงพยาบาล​อื่น​

คณะเด่นๆที่มีอาณาเขต​กว้างๆก็​มี​ วิศวะ แพทย์​ เภสัช​ ทันตะ​ สหเวช​ สัตวแพทย์​ พยาบาลเกษตร​ สถาปัตย์​ ธุรกิจ​-การบิน​ ​ เทคโนโลยี​สารสนเทศ​ จิตวิทยา​ วิทยาศาสตร์​การกีฬา​

ส่วนคณะอื่นๆก็มีอาณาเขตลดหลั่นกันมาเรื่อยๆตามจำนวนคนและผู้สมัคร​

ฉันเลือกสมัครคณะศิลปกรรมศาสตร์​ สาขาแฟชั่นดีไซน์​ มหาวิทยาลัย​นี้ไม่ได้แค่สอนทำชุดเท่านั้นคุณต้องทำตั้งแต่หัวจรดเท้า​ ทั้งรองเท้า​ accessory ต่างๆทั้งของผู้หญิงและผู้ชาย​เป็นคลาสการตัดเย็บชั้นสูงที่จะมีแค่ชิ้นเดียวในโลกสำหรับคนแค่หนึ่งคนเท่านั้น

เพราะเคยต้องตามล่าวิญญาณ​แปลกปลอมมาเป็นพันๆโลก​ การเรียนทั้งคณะแพทย์หรือคณะวิศวะก็เคยผ่านมาหมดแล้ว​ โลกนี้เป้าหมายก็มีแค่ให้แม่และน้องอยู่อย่างสุขสบายเท่านั้น​ ฉันเลยเลือกเรียนคณะที่ไม่ต้องตั้งใจหรือเคร่งเครียด​กับมันมากนัก

แค่ต้องใช่จินตนาการ​ที่สูงและฝีมือตัดเย็บที่ดีแค่นั้นก็พอ

ที่ฉันเลือกเรียนมหาวิทยาลัย​นี้ก็เพราะว่ามันเป็นมหาลัยที่ไม่ค่อยเคร่งเรื่องการเรียนมากนักพวกเขาเน้นไปที่ความสำคัญของอาชีพหลังเรียนจบไปมากกว่า​ ทำให้ในห้าวันมีวิชาเรียนทั่วไปแค่วันเดียวเท่านั้น​ อีกสี่วันก็ไปเน้นกับผลงานของสาขาที่ตัวเองเรียนอยู่ก็พอ

อีกไม่กี่อาทิตย์​มหาวิทยาลัย​ของฉันก็จะเปิดสอนแล้วฉันเลยต้องย้ายข้าวของไปเช่าคอนโดอยู่ใกล้ๆมหาลัยแทน​ ถ้าให้นั่งรถกลับบ้านทุกวันคงไม่ไหวแน่​ มหาลัยกับบ้านฉันอยู่ไกลกันมาก​ บ้านฉันอยู่กลางเมืองส่วนมหาลัย​ unity นั้นอยู่แถวชานเมืองติดกับฝั่งภูเขาและชายทะเล​นู้นต้องขับรถเกือบสองชั่วโมงกว่าจะถึง​

วันนี้ฉันต้องนั่งรถไฟไปลงที่หน้ามหาลัยก่อนจะไปดูคอนโดที่นัดกับเจ้าของว่าจะไปดูไว้ตั้งแต่เมื่อวาน​ ถ้าถูกใจมากๆก็จะตกลงซื้อเลย​ พอแต่งตัวเสร็จก็คว้าเสื้อคลุมตัวใหญ่สีน้ำตาลเข้มมาใส่แล้วหิ้วกระเป๋าทรงกรมแบบถือใบเล็กออกมา​ สวมผ้าใบสีขาวเป็นอย่างสุดท้ายก็พร้อมออกจากบ้านได้

พอขึ้นมหาลัยก็อยากจะเปลี่ยนลุคใหม่จากผมสีน้ำตาลเข้มธรรมดาก็ซื้อยาเปลี่ยนสีผมตามใจนึกจากระบบมา​เทราดใส่หัวก่อนจะคิดให้มันเปลี่ยนเป็นสีแพลตตินั่ม​บลอนด์​ซะ​ เสียไปตั้ง​ 50​ พ๊อยท์​ถ้าคะแนนหมดก็ต้องเริ่มทำภารกิจ​อยู่ว่างๆมานานก็ชักจะเบื่อซะแล้วด้วยสิ

พอถึงชานเมืองฉันก็ลงที่ป้ายรถเมล์​ตามที่แผนที่ในมือถือรุ่นผลไม้​ 11​ บอกมา​ หมุนตัว​หาเส้นทางอยู่สักพักก่อนจะค่อยๆเดินต่อ​ พอมาถึงฉันก็สำรวจรอบๆคอนโดทันที​ อื้ม​ มีคอนโดหรูที่อยู่ติดกันอีกสามสี่ตึก​นอกนั้นก็เป็นพวกร้านค้าและคลีนิค​ มีร้านสะดวกซื้อกับห้างสรรพสินค้า​หรูอยู่ใกล้ๆด้วยขับรถแค่ห้านาทีก็ถึง​ สภาพโดยรวมถือว่าผ่าน​

ฉันเดินเข้าไปในล็อบบี้ของคอนโดก็พบกับนายหน้าขายห้องที่นัดกันไว้นั่งรออยู่ที่โซฟา​ ยกนาฬิกาข้อมือดูก็พบว่ายังไม่ถึงเวลาที่นัดกันไว้​ ฉันเลยเดินเข้าไปทักทายก่อน​

“ สวัสดีค่ะ​ ”

“ คุณโรแซนด์​สินะครับ​ ผมมาบุสะครับ​ ”

“ ค่ะ​ ขอขึ้นไปดูห้องเลยได้ไหมคะ​ ”

“ ได้สิครับ​ ตามผมมาเลย​ คอนโดนี้มีอยู่สามสิบชั้นครับ​ ห้องที่คุณจองไว้อยู่ชั้นที่ยี่สิบเก้า ทั้งชั้นมีอยู่แค่สองห้อง​ ส่วนฟิตเนสกับสระว่ายน้ำจะอยู่ที่ชั้นดาดฟ้าครับ ”

“ ค่ะ​ ”

ติ๊ง!

“ เชิญเลยครับ​ ห้องของคุณคือ​ 2902 ครับ​ ส่วนห้องแรกนั้นมีคนซื้อไปแล้ว​ ภายในมีห้องนอนสองห้องและห้องน้ำอีกสามห้อง​ ห้องนั่งเล่นและห้องครัวอย่างละหนึ่ง​ ระเบียงมีให้ห้องเดียวคือห้องนอนใหญ่ครับ​ ”

“ ขอเดินดูก่อนนะคะ​ ”

“ ตามสบายครับ​ ”

ฉันเดินเข้าไปสำรวจรอบๆห้องทันที​ ห้องนอนชั้นแรกมีหนึ่งห้อง​มีห้องน้ำในตัว​ ส่วนห้องครัวและห้องนั่งเล่นก็ถือว่ากว้างขวาง​ กระจกบานใหญ่ที่สูงถึงเพดานชั้นสองก็สวยดี​ พอสำรวจชั้นแรกเสร็จฉันก็เดินขึ้นบันไดไปสำรวจที่ห้องนอนใหญ่บนชั้นสอง​ ห้องน้ำมีอ่างจากุซซี่​ ห้องแต่งตัวก็กว้าง​ ระเบียงก็ไม่เล็กหรือใหญ่มากเกินไปฉันชอบนะ​ พอราพันเซลเข้ามหาลัยจะได้ย้ายมาอยู่ด้วยกันได้ ห้องนอนชั้นแรกก็ใหญ่เกือบเท่ากับชั้นสองด้วยซ้ำ​

“ ตกลงค่ะ​ ฉันซื้อห้องนี้​ ”

“ ฮะ! เอ่อ.. นี่ครับเอกสารสัญญา​ ส่วนนี้เลขบัญชีครับ​ ”

“ โอนเงินเรียบร้อย​แล้วค่ะ ”

“ เอกสารซื้อขายก็เสร็จเรียบร้อยแล้วครับ​ นี้ครับคีย์การ์ดประตูคอนโดกับประตูลิฟต์​ ส่วนประตูเข้าห้องคุณโรแซนด์ต้องตั้งค่าเองนะครับมันเป็นแบบสแกนลายนิ้วมือ​ ห้องนี้ทำความสะอาดเอาไว้แล้วคุณสามารถ​ย้ายของเข้ามาภายในวันนี้ได้เลยครับ​ ”

“ ได้ค่ะ​ ขอบคุณนะคะ ”

“ ครับ​ ไว้มีโอกาศเรามาซื้อขายกันใหม่นะครับ​ ผมขอตัวก่อน​ ”

“ ค่ะ​ ” ฉันส่งยิ้มลาให้คุณมาบุสะก่อนที่เขาจะเดินออกจากห้องไป​ ฉันเดินไปหยิบเอกสารซื้อขายคอนโดนี้มาอ่านให้ละเอียดอีกทีพอไม่พบสิ่งผิดปกติก็เก็บเข้าคลังของระบบไป​ งานต่อไปที่ต้องทำก็คือสำรวจว่าต้องซื้ออะไรเข้าคอนโดบ้าง​ พวกของใหญ่ๆอย่างพวกตู้เย็นหรือเตียง​ เจ้าของคนเก่าก็ติดตั้งเอาไว้ให้อยู่แล้วเลยไม่จำเป็นต้องซื้อใหม่​

ของที่ต้องซื้อมีตั้งเยอะวันนี้คงได้กลับบ้านมืดค่ำแน่ๆ​ วันนี้ต้องไปซื้อของใช้มาเก็บไว้ก่อน​ พอใกล้ๆเปิดเทอมค่อยออกไปซื้ออีกที​

ใช้เวลาเกือบสามชั่วโมงกว่าฉันจะเลือกซื้อของเสร็จทั้งแก้วน้ำจานชามของใช้ในบ้านที่สำคัญๆ​แล้วก็ทีวีรุ่นใหม่ล่าสุดกับคอมพิวเตอร์​ราคาแพงหูฉี่​ ยังไม่นับพวกเครื่องใช้ไฟไฟ้าที่จำเป็นอีกนะ​ รู้ตัวอีกทีของก็กองอยู่เต็มห้องไปหมด​ เฮ้อ​ วันนี้กลับบ้านก่อนแล้วกัน​ไว้ใกล้เปิดเทอมค่อยมาจัดทีเดียว

ตั้งแต่วันที่ไปติดต่อซื้อคอนโดก็ผ่านมาได้สองอาทิตย์​แล้วพอกลับบ้านมาฉันก็คิดได้ว่าคงได้เวลาที่ต้องซื้อรถสักที​เลยให้รุยเป็นคนจัดการเรื่องนี้แทน​ ที่คอนโดก็มีที่จอดรถให้ห้องละสองคัน​ ฉันเลยเลือกซื้อ​ Lamborghini​ Aventador​ สีดำด้านตัดขอบสีกาแล็คซี่​ไปคันนึง​กับ​ Ducati V4R สีมิดไนท์​บลูมาอีกคัน​

ถึงมันจะแพงไปหน่อยแต่ก็นานๆซื้อทีไม่เป็นไรหรอก​ มันเป็นรถสองคันแรกของบ้านเรานี่​ ปล่อยเงินทิ้งไว้ในบัญชีให้เสียภาษีเล่นๆทำไม​ เอาออกมาใช้บ้างก็ดี

 

 

อีกอาทิตย์​เดียวมหาวิทยาลัย​ของฉันก็จะเปิดสอนแล้ววันนี้เลยว่าจะพาราพันเซลไปขี่รถเที่ยวเล่นในเมืองก่อนจะต้องแยกกันตอนเย็น​ ฉันจะเข้าไปเคลียคอนโดตั้งแต่วันนี้เลย Ducati ก็ส่งไปนอนอยู่ในโรงจอดรถที่คอนโดได้อาทิตย์​กว่าแล้วถ้าไม่เอาออกมาขี่บ้างเดี๋ยวหยากไย่ก็ขึ้นกันพอดี​

พอถึงห้างสรรพสินค้า​ฉันกับราพันเซลก็พากันไปหาอะไรกินก่อนจะเดินเล่นไปเรื่อย​ พอราพันเซลหยุดแวะที่ร้านเสื้อผ้าร้านนึงฉันเลยเดินผละออกมาซื้อของขวัญให้เธอ​

ฉันเดินเข้าช็อบไอทีของแบรนด์​ผลไม้​ ซื้อโทรศัพท์​เครื่องใหม่​กับโน๊ตบุ้ค​และแท็บเล็ต​พกพาให้ตัวเองกับราพันเซลคนละหนึ่ง ไม่ลืมซื้อหูฟังบลูทูธ​และที่ชาร์ท​แบบไร้สายไปด้วย​ โทรศัพท์​ของราพันเซลเก่ามากแล้วและเธอก็ไม่ยอมซื้อเปลี่ยน​ ฉันเลยต้องซื้อให้แทน​

พอกลับมาราพันเซลก็ซื้อเสื้อผ้าเสร็จพอดีเราเลยตกลงกันว่าจะกลับบ้านเลย​ พอถึงบ้านฉันก็ส่งถุงที่ไปซื้อมาให้ราพันเซลก่อนจะบอกให้อยู่บ้านดีๆก่อนนอนต้องตรวจเช็คประตูและหน้าต่างด้วย​ ราพันเซลรับคำเบาๆก่อนจะโบกมือลา​ ฉันก็ขับรถออกมาทันที

ราพันเซลหนะเพื่อนเยอะไม่ค่อยอยู่ติดบ้านสักเท่าไหร่​ เพื่อนเธอก็ค่อนข้างไว้ใจได้ฉันเลยไม่ห่วงเธอมากนัก​

พอขับถึงคอนโดฉันก็ขับรถเข้าไปเก็บในโรงจอดรถทันทีก่อนจะเดินขึ้นห้อง​ พอแสกนลายนิ้วมือเข้าห้องมาทั่วทั้งห้องก็มีฝุ่นจับซ่ะแล้ว​ ถ้าทำเองวันเดียวคงไม่เสร็จแน่​ อย่างนี้มันต้องใช้เครื่องทุ่นแรง​ ฮิฮิ

เครื่องทุ่นแรงสำหรับฉันก็คือเวทมนตร์

[ โฮสต์​ครับร่างกายคุณตอนนี้ไม่สามารถใช้เวทมนตร์​ได้ครับ​ คุณต้องชำระล้างสิ่งสกปรกออกจากร่ายกายก่อน​ถึงจะทำการเปิดสกิลติดตัวได้ครับ​ ]​

โถ่​ รุยนี่ขัดกันอีกแล้ว​ ก็ได้นั้นขอโอสถชำระล้างไขกระดูกหน่อยจ้า​

[ โอสถชำระล้างไขกระดูก​ 8,000 พ๊อยท์​ ครับ​ คงเหลือคะแนนอยู่​ 2,500 พ๊อยท์​ครับ​ ]​

หลังจบคำพูดของรุยก็มีแสงสว่างออกมาจากอากาศที่ว่างเปล่าก่อนจะปรากฎ​ขวดแก้วที่มียาเม็ดสีทองอร่ามอยู่ข้างใน​ ฉันคว้าหยิบขวดแก้วมาแล้วเดินเข้าห้องน้ำชั้นบนทันที​ ในขวดแก้วมียาอยู่แค่สองเม็ด​ สำหรับร่างนี้กินแค่เม็ดเดียวก็สะอาดแล้ว​

ฉันส่งยาเม็ดนึงเข้าปากก่อนจะปิดฝาขวดแก้วที่เหลือแล้วส่งเข้าคลังทันที​ พอกลืนยาเข้าไปก็เหมือนมีอะไรเย็นๆอยู่ในท้องก่อนที่มันจะวูบวาบไปทั่วตัว​ เมือกสีดำเหนียวเริ่มผุดออกมาจากรูขุมขน​จนปกคลุมไปทั่ว ใช้เวลาถึงหนึ่งชั่วโมงกว่าสิ่งสกปรก​ก็ถูกขับออกมาจนหมด​แถมกลิ่นของมันก็ไม่ดีเอาซะเลย​ ครั้นถอดเสื้อผ้าออกจนหมด​ร่างเปลือย​เปล่าก็ก้าวเข้าไปใต้ฝักบัวแล้วเริ่มขั้นตอนทำความสะอาดร่างกายทันที​

ใช้เวลาสักพักคราบสกปรกก็หลุดออกจนหมดแต่ก็ยังรู้สึกว่าไม่สะอาดอยู่ดีเลยเปิดคลังระบบหยิบน้ำยาทำความสะอาดผิวสูตรพิเศษที่ซื้อเก็บไว้เมื่อนานมาแล้วออกมาแล้วราดตั้งแต่หัวจรดเท้า​ รู้สึกคันยิบๆไปทั้งตัวอยู่เกือบสิบนาทีก็รู้สึกว่าตัวเบาสบายขึ้นก่อนจะเข้าไปล้างน้ำยาออก​ พออาบน้ำเสร็จก็ก้าวออกมาแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าที่หยิบออกมาจากคลัง

รุย​ เปิดสกิลเวทมนตร์​ระดับสูง

[ เปิดสกิลเวทมนตร์​ระดับสูง​ เรียบร้อย​ ]​

อ่า​ นั้นมาเริ่มกันเถอะ

วงแหวนอักขระสีแดงชานขนาดใหญ่ผุดขึ้นมาใต้เท้าของโรแซนด์ทันทีที่เจ้าตัวเริ่มตั้งจิตร่ายมนต์​ ฝุ่นละอองและสิ่งสกปรก​ภายในห้องเริ่มลอยขึ้นแล้วมารวมกันเป็นกลุ่มก้อนเดียวกัน​ทันทีที่โรแซนด์ลืมตาขึ้นมันก็หายวับไปทันที​ ข้าวของที่อยู่ในกล่องเริ่มลอยออกมาตามการชักนำของโรแซนด์​ จากกล่องนึงไปอีกกล่องห้องที่เคยว่างเปล่าเริ่มมีชีวิตชีวา​ ทีวีจอใหญ่ค่อยๆลอยออกมาจากกล่องแล้วมาหยุดประกอบกันก่อนที่จะไปติดอยู่บนผนัง​ ผ้าปูที่นอนก็สวมได้ง่ายๆเพียงแค่ดีดนิ้ว​ ห้องนอนชั้นแรกก็เสร็จสมบูรณ์​ พอชั้นแรกเสร็จโรแซนด์ก็ค่อยๆลอยตัวขึ้นไปที่ชั้นสอง​ คราบสกปรกในห้องน้ำหายไปของใช้ก็อยู่ในที่ของมัน​ พอแน่ใจว่าจัดห้องเสร็จเรียบร้อยวงแหวนอักขระก็ค่อยๆจางหายไป​

ฮู่ว​ ไม่ได้ใช้สกิลมานานจนนึกว่าตัวเองเป็นคนธรรมดาไปซะแล้วแฮะ​ อืม​ ไม่ค่อยอยากใช้แอร์ภายในห้องเลยแฮะ​ อากาศข้างนอกสกปรกจะตายคงต้องร่ายผลึกเหมันต์​มาใช้แทนซะแล้วสิ​

มือเรียวสวยยื่นออกไปข้างหน้าก่อนอากาศว่างเปล่าจะปรากฏ​แสงเล็กๆสีฟ้าขาวที่ค่อยๆขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ​จนเท่ากับลูกบาส​ โรแซนด์​ขยับมือยกสูงขึ้นเหนือหัวทำให้ผลึกเหมันต์​ลอยขึ้นไปอยู่กลางห้องก่อนร่ายมนต์​พลางตาลงทับไปอีกที​ แค่ชิ้นเดียวก็ใช้ได้ทั่วห้องแล้ว​ อืม​ ของก็เก็บหมดแล้วไม่มีอะไรจะทำแล้วด้วยสินอนพักก่อนแล้วกันยังอีกตั้งนานกว่าจะเย็น​

รุยอย่าลืมปลุกด้วยนะ​

[ ครับ​โฮสต์​ ]​ แค่หัวถึงหมอนได้ไม่นานร่างบางก็หลับสนิทลมหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอ

 

[ โฮสต์​ครับได้เวลาต้องตื่นแล้วครับ​ ]​

“ ..... ”

[ โฮสต์​ ]​

“ จ้า.. ตื่นแล้ว​ หาว กี่โมงแล้วเนี่ยรุย​ ” ถ้าตื่นช้ากว่านี้มีหวังรุยได้เปิดโหมดช๊อตไฟฟ้าแน่​ ฉันบิดขี้เกียจไปมาก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วเอ่ยถามเวลากับรุย

[ หกโมงเย็นแล้วครับ​ ]​

“ งั้นหรอ​ นอนหลับไปนานเหมือนกันแฮะ ” ฉันเดินบ่นไปเรื่อยก่อนจะเข้าไปล้างหน้าแปรงฟันในห้องน้ำ​ แล้วเปิดคลังระบบหยิบชุดสบายๆมาใส่อย่างกางเกงขาสั้นและเสื้อยืดสีเทาสกรีนลายพังค์ตัวโคร่ง​ มัดผมเปียและหยิบแว่นเลนส์​ใสกรอบสีทองมาใส่เป็นอย่างสุดท้ายก็พร้อมออกจากบ้าน

roseanne​_are_rose
FIXX_cdmn
9452

 

มือเรียวสวยคว้ากระเป๋าสะพายบนโต๊ะในห้องรับแขกขึ้นมาสะพายเอาไว้ก่อนก้มตัวลงไปใส่ผ้าใบสีขาวแบรนด์​ดัง​เคาะปลายรองเท้าดังต๊อกๆสองทีก็เปิดประตูห้องออกมา​ ฉันเดินไปกดลิฟท์​ก่อนจะหยิบสมาร์ทโฟน​ออกมาจากกระเป๋าเข้าแอปโน๊ต​เพื่อพิมรายการของที่ต้องซื้อ​กันไว้ก่อนที่จะลืม​ พิมไปได้สองสามรายการเสียงลิฟท์​ก็ส่งเสียงติ๊ง ฉันเลยต้องเงยหน้าขึ้นมาก่อนเพื่อรอเข้าลิฟท์​ แต่พอประตูลิฟท์เปิดออกเท่านั้นแหละขาเรียวสวยที่เตรียมจะก้าวเข้าไปก็ต้องผงะก้าวถอยหลังทันที

ข้างในลิฟ์แก้วมีผู้ชายกลุ่มนึงที่แต่งตัวได้หลากหลายยืนอยู่ข้างในพอพวกเขาเห็นฉันก็ชะงักไปเหมือนกันก่อนคนหน้าสุดที่ใส่หมวกและผ้าปิดปากจะเขยิบถอยหลังเข้าไปด้านใน​ ฉันละล้าละลัง​ไปแปปนึงก่อนจะรู้ว่าลิฟท์มันมาจากชั้นสามสิบ​แต่เพราะขี้เกียจรอลิฟต์​ตัวอื่นเลยตัดสินใจก้าวขาเข้าไปข้างใน​ ฉันไม่กลัวพวกเขาหรอกแค่ฉันสั่งคำเดียวรุยก็พร้อมเปิดโหมดช็อตไฟฟ้า​ช็อตพวกเขาให้สลบทันที!​ พอประตูลิฟท์ปิดฉันก็เอื้อมมือจะ​กดปุ่มโรงจอดรถชั้นใต้ดิน​ B2 แต่กลับพบว่าปุ่มมันกดอยู่แล้วเลยลดมือลงไปแล้วยืนรออยู่นิ่งๆแทน

บรรยากาศภายในลิฟท์​ดูอึดอัดและเงียบแบบแปลกๆ​ ฉันเดาว่าพวกเขาน่าจะเป็นเพื่อนกันเพราะก่อนที่พวกเขาจะเห็นฉันก็ยังคุยเล่นกันปกติแต่พอเห็นฉันขึ้นมาก็กลายเป็นเงียบไปในทันที​ ดูจากภายนอกแล้วพวกเขาคงรสนิยม​ดีกันน่าดูเพราะการแต่งตัวที่แฟชั่นจ๋าซะจนฉันยังอาย​ แต่แปลกที่พวกเขาไม่ค่อยเปิดหน้ากันเลยบางคนก็ใส่ผ้าปิดปากบางคนก็ใส่หมวกบักเก็ต​ที่ปิดไปเกือบครึ่งหน้า​

ไม่อึดอัดกันบ้างหรือไงนะหรือว่าเป็นพวกดาราไอดอลในทีวีงั้นหรอ​ แต่ถ้าเป็นไอดอลจริงก็ไม่น่ามาอยู่แถวนี้ได้​ อ่า​ ช่างมันเถอะ​ ถึงจะอยู่คอนโดเดียวกันแต่ยังไงก็คงไม่ได้เจอกันบ่อยๆอยู่แล้วสงสัยไปก็เท่านั้น​

“ อ๊ะ! ” ฉันส่งเสียงร้องแล้วหันขวับไปด้านหลังทันทีที่รู้สึกถึงอะไรสักอย่างที่มาทิ่มอยู่แถวๆต้นคอ​ แต่พอหันกลับไปหน้าผากก็ไปชนกับอะไรแข็งๆดังปึก​ ฉันลูบหน้าผากป้อยๆก่อนจะเงยหน้าขึ้นเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆที่ดังมาจากเหนือหัว​ พอเงยหน้าขึ้นก็สบสายตากับผู้ชายคนนึงเข้าทันที​ นัยต์ตาเขาเป็นประกายแวววาวแต่สีกลับดำสนิทเหมือนห้วงรัตติ​กาลแตกต่างกับฉันที่มีดวงตาเป็นสีเหลืองทองเหมือนบุษราคัม​

พอสบสายตากับเขาได้ไม่กี่วิฉันก็ละสายตาออกมาก่อนจะก้าวขาขยับหลบไปอีกด้านให้ห่างกับผู้ชายคนนั้นให้มากขึ้นแล้วทำตัวนิ่งๆตามเดิม​ ไม่กี่วิประตูลิฟท์ก็เปิดออกฉันรีบสาวเท้าก้าวฉับอย่างรวดเร็วตรงไปที่รถทันที พอปิดประตูรถได้ก็สตาร์ทแล้วขับออกมาเลย

คุณอย่าคิดไปไกลหละว่าจะเหมือนนิยายรักที่มองตาหัวใจก็เต้นแรงอะไรแบบนั้น​ ความรู้สึกตอนที่สบตากันมันมีแต่ความอึดอัดคับข้องใจ​ซะมากกว่า​เป็นบรรยากาศ​ที่ชวนให้รำคาญและเหมือนจะทำตัวไม่ถูกอะไรแบบนั้น

[ โฮสต์​อยากจะตรวจสอบพวกเขาไหมครับ​ ]​

“ ไม่จำเป็น​ ​ ”

[ แน่ใจนะครับ​ ]​

“ มาก! ”

พอขับมาถึงห้างสรรพสินค้า​ใกล้บ้านฉันก็ขับรถเข้าไปจอดแล้วลงจากรถก่อนกดล็อครถแล้วเดินก้าวฉับๆเข้าไปในห้างทันที​ ไปซื้ออะไรก่อนดีน้า​ ของใช้หรือเสื้อผ้า​ อืม​ ไปเสื้อผ้าก่อนแล้วกัน​ พอตัดสินใจได้ฉันก็เดินไปช็อปปิ้งทันที​ ต้องอัพเดต​เสื้อผ้าใหม่ๆบ้างเพราะในตู้ก็มีแต่เสื้อผ้าธรรมดาๆใส่อยู่บ้านเท่านั้น​ ซื้อไปติดตู้ไว้สักหน่อยก็ดี​

หลังจากนั้นก็เป็นสามชั่วโมงที่ฉันเดินเข้าทั้งร้านเสื้อผ้ากระเป๋ารองเท้าเครื่องประดับชุดชั้นในจนถือกลับไม่ไหว​ ต้องให้พนักงานช่วยถือไปเก็บที่รถ​ พอเปิดรถได้ก็จับยัดๆใส่เข้าไปทันทีถุงแบรนด์​ดังต่างๆแทบจะล้นออกมานอกรถ​ คิดถูกหรือคิดผิดเนี่ยที่ซื้อเจ้ารถนี่มา​ขนของได้ไม่เยอะเอาซะเลย

[ ไม่ใช่ว่าคุณซื้อเยอะเกินไปหรอครับโฮสต์​ ]

แหมก็นานๆจะช็อปทีนี่นา ซื้อทีเดียวจะได้ไม่ต้องมาซื้อบ่อยๆ​ อ๊ะลืมไปเลยว่าต้องไปซื้อน้ำหอมกับเครื่องสำอางค์ด้วย​ ต้องรีบซะแล้ว

หลังจากนั้นฉันก็ต้องไปเดินเลือกน้ำหอมกับเครื่องสำอางค์กว่าอีกหนึ่งชั่วโมงถึงได้ฤกษ์​ไปซื้อของใช้และของกินสักที​

ฉันเดินเลือกของใช้กับของกินใส่ตะกร้ารถไปเรื่อยๆจนได้ขอบครบก็ได้เวลาไปจ่ายเงิน

“ แก! ดูสิมีคนเจอรุ่นพี่กลุ่มBloodด้วย! ”

“ จริงหรอ! ที่ไหนเอามาดู​สิ​ ”

“ นี่ไง​ เอ๊ะ! คุ้นๆนะ​ แกช่วยฉันดูสิว่าใช่ๆใหม​ ”

“ ไหนๆ​ กรี๊ดดด! ใช่จริงๆแก​ พวกรุ่นพี่อยู่ที่นี้​ แกดูสิหน้าฉันมันหรือป่าว​ ต้องเติมลิปไหม​ ”

“ โอ๊ยยย! แกดูให้ฉันก่อนหน้าฉันเป็นไง! ”

ฉันเหลือบมองสองสาววัยรุ่นที่รอคิดเงินอยู่ล๊อคข้างๆร้องกรี๊ดวี๊ดวายมาสักพัก​ จับใจความได้แค่ว่าใช่ใช่ใหมกับเติมลิปแค่นั้น​สองสาวนี้ก็กรีดร้องเหมือนมีใครตาย​ ถ้าให้เดา​ก็คงเรื่องผู้ชาย​ แน่สิ​ วัยแบบนี้เรื่องที่น่าตื่นเต้นที่สุดก็เรื่องผู้ชายนี้แหละ​

ฉันล่ะอยากจะสะกิดเตือนพวกเธอจริงจริ๊ง​ว่าอย่าออกอาการมากเกินไปแทนที่จะได้ผู้ชายจะกลายเป็นได้นกซะเอง​ คีพลุคเข้าไว้แม้ว่าไฟในตัวมันจะร่า.. ระริกระรี้​แค่ไหนก็ตาม​ ต้องทำเป็นใสๆไร้เดียงสาผู้ชายถึงจะชอบ​ แล้วก็การแต่งหน้าก็ต้องทำเหมือนเราไม่เคยแต่ง เหมือนตื่นมาสะบัดผมสองสามทีก็สวยเลยแต่จะส่งเสียงเตือนพวกเธอก็ไม่ทันซะแล้ว​เพราะทั้งสองคนเล่นปาดลิปสติก​ซะแดงแปร๊ด​แถมทาแป้งซะหน้าขาววอ​ก​แทนที่ผู้ชายจะเข้าหาจะกลายเป็นวิ่งหนี​แทนนะสิ

“ มึงเราควรไปยืนไกลๆจากตรงนี้ไหม​ ”

“ ทำไมว่ะ​ ตรงนี้ก็ดีอยู่แล้ว​ ”

“ ก็มึงดูผู้หญิงด้านหลังเราดิ​ สวยไม่พอแถมขาวยิ่งกว่าหลอดไฟนีออน!ถ้ายืนใกล้ๆเวลาพวกรุ่นพี่มาเราจะไม่เด่นเอานะมึง​ ”

“ เออแมร่ง! คนอะไรจะสวยแล้วขาวได้ขนาดนี้ว่ะกูว่านางต้องไปฉีดผิวมาชัวร์​เผลอๆก็ศัลยกรรม​มาทั้งหน้าไม่สวยสิแปลก​ ”

“ เออสิ​ เปลี่ยนที่กันเหอะ​ ไปยืนข้างหน้าเรากันจะได้กลบรัศมีนางจนมิด​ ”

“ เออไป​ ”

ฉันหันไปยิ้มให้สองสาวคู่หูปากแดงอยู่หลายครั้งเพราะทั้งสองคนเอาแต่พึมพัมอะไรไม่รู้แล้วก็หันมามองฉันแบบตาขวางๆพอฉันยิ้มส่งไปให้พวกเธอก็สะบัดหน้าหนีหันกลับไปคุยกันต่อ​และสุดท้ายก็พากันเข็นรถออกไปรอต่อที่ล๊อคอื่น

ฉันงงนิดหน่อย​แต่ก็ไม่ได้สนใจพวกเธอต่อเพราะตอนนี้กำลังโฟกัสอยู่ว่าจะไปต่อล๊อคข้างๆดีไหม อันไหนจะคิดเงินเสร็จก่อนกัน​ ชะเง้อชะแง้​ละล้าละลัง​อยู่สักพักล๊อคข้างๆที่เคยว่างเปล่าก็มีรถเข็นมารอต่อแถวจนได้​ ฉันก็เลยต้องเลิกล้มความตั้งใจที่จะไปล๊อคอื่นทันที​

“ อ้าว​ คุณคนสวยในลิฟท์​นี่นา​ ” เสียงผู้ชายจากด้านหลังทำให้ฉันหันซ้ายหันขวามองคุณคนสวยที่เขาว่าทันที​ แหม​ มันเป็นธรรมชาติ​ของผู้หญิงอยู่แล้วพอได้ยินว่าใครสวยเราก็จะหันไปมองอัตโนมัติ​แล้วในใจก็เอาแต่วัดว่าสวยจริงหรือเปล่า​ ถึงฉันจะเป็นโฮสต์​แต่ฉันก็เป็​นผู้หญิง​นะ​เรื่องความสวยความงาม​เนี่ยมันยอมแพ้กันไม่ได้หรอก​ แต่พอหันซ้ายหันขวาหันหน้าหันหลังก็ไม่พบคนสวยที่เข้าเค้าเลยสักคน​ ฉันก็เลิกสนใจหันกลับไปมองข้างหน้าเหมือนเดิม​

“ คุณนั้นแหละครับ​ คุณคนสวย ” คราวนี้ไม่ได้มาแค่เสียงแต่เป็นการสะกิดให้รู้ตัวกันเลยทีเดียว​ ฉันหันขวับไปมองคนที่ยื่นมือมาสะกิดแขนฉันเบาๆ​ อ๋อ​ ถ้าจำไม่ผิดก็พวกคนชั้น 30​ นี่เอง​ ฉันส่งยิ้มกลับไปให้ก่อนจะพยักหน้าทักทายแล้วก็หันกลับไปมองทางข้างหน้าเหมือนเดิม​ จะว่าฉันหยิ่งก็ได้เพราะมันจริง​

ฉันไม่คิดจะผูกสัมพันธ์​หรือทำความรู้จักกับพวกเขาสักนิด​ แค่มองจากภาพรวมก็รู้แล้วว่าถ้ารู้จักกันขึ้นมาคงจะมีแต่เรื่องวุ่นวาย​ ภาพลักษณ์​ภายนอกของพวกเขาก็น่าคบหาอยู่หรอกแต่อย่าลืมว่าฉันไม่ใช่คนธรรมดา​ แค่สีวิญญานของพวกเขาที่ออกไปทางเทาเข้มจนเกือบดำก็รู้แล้วว่าไม่ใช่พวกที่อยู่ในด้านสว่าง​

“ พวกเราอยู่ชั้นสามสิบครับ​ ”

“ อ๋อค่ะ​ ” ฉันยิ้มหวานกลับไปให้เพื่อตัดจบประโยค​

“ คุณยิ้มหวานจังเลยครับ​ มีแฟนหรือยัง! โอ๊ย! ตบหัวกูทำไมวะ​ไอ้ไทฟู! ”

“ มือมันไปเอง ”

“ มึงนะมึงตบมาได้ซะเต็มแรง​ กูเจ็บเลยเนี่ยมึงมาเป่าให้กูเลย​ ”

“ ขยะแขยง​ ”

“ อ้าว! ไอ้xxx #@&)#&%​$&@#% ”

พวกเขาเถียงอะไรกันสักอย่างที่ฉันไม่ได้สนใจจะฟังต่อมากนักเพราะถึงคิวที่ฉันต้องจ่ายตังพอดี​ ฉันหยิบของไปพลางคิดอยู่ในหัวว่าผู้ชายที่ฉันสบตาด้วยเขาชื่อไทฟู​ ชื่อแปลกดีมันแปลว่าอะไรน้า​ อ๋อ! 台風(たいふう)ไทฟู : ไต้ฝุ่น

ชื่อเพราะดีแต่ความหมายอันตรายไปหน่อย​ ฉันแอบเหลือบๆตามองสำรวจพวกเขา​ทีละคน​ แต่ละคนก็ค่อนข้างมีเอกลักษณ์​เป็นของตัวเองขนาดฉันอยู่ใกล้ขนาดนี้พวกเขาคุยอะไรกันฉันยังไม่ได้ยินเลย​ สำหรับคนธรรมดาก็ถือว่าเก่งมากแล้วล่ะนะ​ แต่ก็นั้นแหละ​ รังสีดวงวิญญาณ​ไม่น่าเข้าใกล้ขนาดผู้ชายที่คุยเล่นกับฉันภายนอกดูไม่มีพิษมีภัย​ยังมีรังสีดวงวิญญาณ​ดำพอๆกับพวกที่เหลือเลย​ ดีที่รอบๆตัวพวกเขายังไม่มีวิญญานอาฆาตตามติดเหมือนพวกที่มีรังสีดวงวิญญาณ​ที่คล้ายๆกัน​ไม่งั้นอีกไม่นานพวกเขาคงตายแน่เหมือนผู้ชายที่อยู่ถัดออกไปอีก​สองล๊อคนั้นไง​

พอพนักงานคิดเงินเสร็จฉันก็หยิบเงินในกระเป๋าสะพายส่งให้ก่อนจะยืนรอเงินทอน​อยู่สักพักพนักงานก็ยื่นเงินทอนมาให้​ ฉันรับเงินทอนมาเก็บใส่กระเป๋าแต่พอหันกลับมาจะเข็นรถออกไปก็ดันไปสบตากับพวกชั้น​ 30​ ที่มาต่อท้ายแถวฉันเมื่อไหร่ก็ไม่รู้​จะเดินออกไปเลยก็จะดูน่าเกลียด​ไปหน่อย​ ฉันเลยต้องโค้งหัวลงน้อยๆให้เป็นการบอกลา​พวกเขาก็โค้งตอบกลับ​พอโค้งกันเสร็จฉันก็เข็นรถเข็น​เดินออกมาทันที​

 

พอกลับมาถึงห้องฉันก็เอาของที่ซื้อมาวันนี้ออกมาจากคลังระบบก่อนจะจัดให้เข้าที่เข้าทางด้วยตัวเอง​ จัดไปได้สักสองสามถุงก็เริ่มจะขี้เกียจ​ สุดท้ายก็ต้องเริ่มตั้งจิตร่ายเวทย์​ ของกินและของใช้ที่ซื้อมาค่อยๆลอยขึ้นตามการชักนำของโรแซนด์​ ของกินก็เก็บเข้าตู้เย็นส่วนของใช้ก็ค่อยๆลอยเข้าไปเก็บในตู้เก็บของใต้บันได​

พอแยกของชั้นล่างเสร็จก็ได้เวลาทำความสะอาดเสื้อผ้าที่ซื้อมาใหม่​ โรแซนด์​เพ่งจิตร่ายเวทย์​อีกครั้งเสื้อผ้าในถุงแบรนด์​ดังต่างๆก็ค่อยๆลอยออกมาอยู่กลางอากาศ​ ละอองน้ำจากการร่ายเวทย์​เริ่มปรากฏ​ขึ้นกลางอากาศ​และหลอมรวมกันจนกลายเป็นบอลน้ำขนาดใหญ่​ เสื้อผ้าที่ลอยอยู่นิ่งๆก็เริ่มลอยเอื่อย​ๆเข้าไปในบอลน้ำทีละตัวจนครบ​ ก่อนจะหมุนวนเป็นวงกลมสิ่งสกปรกจากผ้าค่อยๆโดนบอลน้ำดูดออกมาจนหมด​ โรแซนด์​ดึงเสื้อผ้าที่ทำความสะอาดแล้วออกมาก่อนจะดีดนิ้วดังเป๊าะ! เสื้อผ้าที่เคยเปียกโชก​ก็แห้งสนิทเหมือนใหม่​ โรแซนด์​ดีดนิ้วอีกครั้งบอลน้ำที่มีสิ่งสกปรกก็หายวับ​

เสื้อผ้าร​องเท้าและเครื่องประดับค่อยๆลอยขึ้นไปที่ชั้นสอง​ โรแซนด์​ก็ลอยตัวพุ่งตามไปทันที​ เสื้อผ้าลอยเข้าไปแขวนไว้ในตู้​ รองเท้าอยู่บนชั้นรองเท้า​ กระเป๋าและเครื่องประดับอยู่ในตู้กระจก​ น้ำหอมและเครื่องสำอางค์ก็ลอยเข้าไปในห้องนอนแล้ววางลงบนโต๊ะเครื่องแป้งสีดำสนิท​พอจัดของเสร็จ​ โรแซนด์​ที่ลอยตัวอยู่กลางอากาศก็ค่อยๆลงมายืนที่พื้นก่อนจะหยุดเพ่งจิตร่ายเวทย์​ทันที

อ่า​ จะเที่ยงคืนแล้วหรอ​ เวลานี่มันผ่านไปไวจริงๆน้า​ว่าแต่ฉันลืมไปได้ยังไงนะว่าวันนี้ตัวเองยังไม่ได้กินข้าวเย็น​ พอคิดได้ก็ไปเปิดตู้เย็นหาอะไรกินทันที​ อืมกินอาหารแช่แข็ง​ไปก่อนแล้วกันขี้เกียจทำ​

พอข้าวอุ่นได้ที่ฉันก็ถือไปใส่จานหอบน้ำหอบของกินแล้วปิดไฟขึ้นห้องทันที​ พอเปิดประตูเข้าห้องนอนได้ก็เอาน้ำและของกินไปวางบนโต๊ะเล็กข้างโต๊ะคอมก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้แล้วกดเปิด​คอมพิวเตอร์​

ฉันซื้อมาตั้งไว้ตั้งแต่วันที่ซื้อคอนโดแรกๆยังไม่เคยได้ลอง​ เปิดเว็บหาอะไรดูไปเรื่อยมือก็หยิบขนมนมเนยเข้าปากไม่ได้หยุดรู้ตัวอีกทีพระอาทิตย์​ก็เริ่มโผล่มาทักทายนั่งเล่นไปอีกสักพักก็เริ่มจะง่วงนอน​เลยลุกขึ้นปิดคอมเดินไปล้างหน้าแปรงฟันก่อนจะออกมาทาครีมบำรุงแล้วปีนขึ้นเตียงมุดผ้าห่มทันที

เช้าแล้ว​ถึงเวลาที่มนุษย์​ค้าวคาวอย่างฉันต้องนอนได้สักที​ ฟี้—

ความคิดเห็น