ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

วิญญาณ​ดวงที่สี่

ชื่อตอน : วิญญาณ​ดวงที่สี่

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 112

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 09 ธ.ค. 2562 19:21 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
วิญญาณ​ดวงที่สี่
แบบอักษร

บทที่​ 4

คุณงดงามเกินกว่าจะเป็นความจริง

 

 

ตอนนี้ฉันกับราพันเซลและคุณหญิงยูกิโกะกำลังนั่งรถไฟเที่ยวสุดท้ายไปบ้านคุณตาคุณยาย​ สัมภาระ​ของพวกเรามีแค่กระเป๋าลากและกระเป๋าสะพายอีกคนละใบแค่นั้น​ ของทั้งหมดที่เคยมีก็บริจาคให้บ้านเด็กกำพร้าไปหมดแล้วทั้งเสื้อผ้าทั้งเฟอร์นิเจอร์​

อากาศที่เมือง​ F หนาวกว่าที่คิดเอาไว้เลยต้องหยิบเสื้อแขนยาวที่พกมาใส่ทับไปอีกชั้น​ พอรถไฟมาถึงพวกเราก็ก้าวเข้าไปในโบกี้ทันที​ รถไฟสมัยนี้ยังไม่ทันสมัยเหมือนในอนาคต​ แต่ฉันก็ชอบความเก่าของมัน​ มันทำให้เมืองต่างๆดูมีชีวิตชีวามากขึ้น​ แตกต่างกับเมืองใหญ่ๆที่ถึงจะทันสมัยสะดวกสบาย​แต่กลิ่นอายก็ไม่เหมือนบ้านอย่างแท้จริง

นั่งรถไฟมาสักพักใหญ่ๆก็ถึงสถานีปลายทาง​ พวกเราพากันก้าวออกมาจากรถไฟก่อนจะพบว่าข้างนอกอากาศหนาวเพิ่มขึ้นอีกแล้วเลยอดที่จะเอามือซุกเข้าไปในกระเป๋าเสื้อฮู้ดไม่ได้​ คุณหญิงยูกิโกะเดินนำเข้าไปในสถานีที่มีไฟเปิดทิ้งเอาไว้​ก่อนกว่าพวกเราจะมาถึงพระอาทิตย์​ก็ตกดินไปซะแล้ว

ในสถานีไม่มีพนักงานเฝ้าอยู่สักคน​มีแค่ไฟโง่ๆบนเพดานที่เปิดทิ้งเอาไว้เท่านั้น​ในสถานีพักไม่มีอะไรเลยนอกจากเก้าอี้ไม้ยาวสองสามตัว​กับตู้จำหน่ายตั๋วที่ปิดไปแล้ว ฉันกับราพันเซลเลยช่วยกันลากกระเป๋าเดินทางเข้ามาไว้ข้างในก่อนจะเดินไปนั่งบนเก้าอี้แล้วซุกตัวอยู่ข้างๆกัน

“ คุณตากับคุณยายของลูกคงยังมาไ​ม่ถึง​ รอกันก่อนแล้วกัน​ ”

“ อ่า​ แม่ไม่หนาวหรือไง​ ใส่เสื้อบางขนาดนั้น​เอาเสื้อแขนยาวไหมหนูหยิบให้​ ”

“ หนาวอะไร้​ แค่นี้สำหรับแม่นะเด็กๆ​อย่าลืมสิจ้ะว่าที่นี้หนะมันบ้านเกิดแม่ความหนาวแค่นี้จะทำอะไรแม่ได้ ”

“ อ่าๆ​ ถ้าแม่โดนคุณยายดุหนูไม่รู้ด้วยนะ​ ” ฉันพูดตอบกลับเสียงแผ่วก่อนจะเขยิบไปอิงราพันเซลให้มากขึ้น​ความหนาวระดับนี้พวกฉันยังไม่ชินนี่นา

นั่งรอไปได้สักสิบนาทีก็ได้ยินเสียงเครื่องยนต์​รถดังมาแต่ไกล​ ไม่ได้ยินสิแปลก​ที่นี้เงียบสงบอย่างกับอยู่ในป่า​ ชนบท​ก็แบบนี้พอฟ้ามืดก็ดับไฟนอนกันหมดแล้ว​ ฉันลุกขึ้นยืนแล้วลากกระเป๋าเดินทาง​ของตัวเองกับแม่มารอคุณตากับคุณยายข้างนอกทันที​ ราพันเซลกับแม่ก็เดินตามมาติด​ๆ​

แสงไฟจากหน้ารถคือสิ่งที่เห็นเป็นอย่างแรกหลังออกมายืนรอข้างนอก​ รถกระบะ​คันเก่าของคุณตาค่อยๆขับช้าๆมาจอดอยู่หน้าเราก่อนจะได้ยินเสียงเปิดประตูแล้วปิดดังปึง พอฉันเห็นหน้าคนที่ลงมาจากรถความทรงจำก็ฉายวาบเข้ามาในหัวทันที​ ฉันกับราพันเซลยิ้มกว้างก่อนจะพากันวิ่งเข้าไปกระโดดกอดคุณตาทันที​แถมด้วยกระโดดหอมแก้มอีกสองทีเป็นการปิดท้าย​แล้วก็ถามสารทุกข์สุกดิบ​ก่อนปิดจบประโยคด้วยคำออดอ้อน​

คุณตาชวนเราขึ้นรถกลับบ้านทันทีเมื่อผละกอดออกไปเพราะคุณยายรออยู่ที่บ้านคนเดียว​ ฉันกับราพันเซลช่วยกันขนกระเป๋าขึ้นรถก่อนจะพากันเปิดประตูหลังเข้าไปนั่งด้านใน​ แม่กับตาก็กอดทักทายแล้วพากันขึ้นรถทันที​ ตอนแรกมีเถียงกันว่าดึกแล้วแม่จะเป็นคนขับเองเพราะกลัวคุณตามองไม่เห็นแต่สุดท้ายก็ต้องยอมให้คุณตาขับต่อไปเพราะแม่เถียงไม่ชนะ

สถานีรถไฟ​ของเมืองกับบ้านของคุณตา​คุณยาย​ไม่ได้ไกลกันมากนักขับรถแค่สิบนาทีก็ถึงแล้วแต่เหตุผลที่คุณตาใช้เวลานานก็เพราะว่าคุณตาต้องขับช้าๆคอยมองทางไปด้วยพอพวกเรามาคุณตาเลยมีคนที่คอยมองทางให้ว่าจะไม่ขับไปชนหมาชนแมวถึงค่อยเร่งเครื่องให้เร็วขึ้น​ ขากลับเลยเร็วกว่าขามาอยู่สักหน่อย

พอรถจอดสนิทฉันกับราพันเซลก็ช่วยกันขนสัมภาระลงจากรถก่อนจะพากันลากกระเป๋าแล้ววิ่งเข้าไปในบ้านทันที​ พอเปิดประตูบ้านเข้ามาก็พบกับทางเดินโล่งๆมีประตูเลื่อนกันห้องเป็นซ้ายกับขวา​ พื้นทั้งบ้านปูด้วยเสื่อทาทามิสีเขียวอ่อน​ ฝั่งซ้ายคือห้องนั่งเล่นส่วนฝั่งขวาเป็นห้องนอนของคุณยายกับคุณตา​ ลึกเข้าไปด้านในมีห้องครัวกับห้องอาบน้ำอยู่หลังบ้านส่วนอีกสองห้องตรงกลางฝั่งขวาเป็นห้องเก่าของแม่​ ส่วนฝั่งซ้ายเป็นห้องนอนรับแขก​

ฉันลากกระเป๋ามาเก็บให้เข้าที่เข้าทางก่อนจะวิ่งตามราพันเซลที่เปิดประตูห้องนั่งเล่นคาเอาไว้ครึ่งนึงเข้าไปกอดคุณยายที่นั่งปลอกส้มดูทีวีอยู่ทันที​ ออดอ้อนออเซาะ​ไปสักพักคุณยายก็ไล่พวกเราไปเอากับข้าวในครัวมานั่งกินพร้อมกัน​ ฉันพยักหน้ารับคำก่อนจะเดินเข้าไปในครัวที่มีกับข้าวอยู่สามสี่อย่าง​ ตักกับข้าวทั้งหมดมาใส่จานแล้วก็ตะโกนเรียกราพันเซลให้มาช่วยถือออกไป​

พอจัดจานเรียบร้อยก็รอให้ทุกคนมานั่งให้พร้อมกันก่อนจะเริ่มทานอาหารได้​ ตากับยายก็คุยกับแม่ไปด้วยกินข้าวไปด้วยจนหมดชาม​ฉันกับราพันเซลก็ช่วยกันเก็บล้างจนสะอาด​ก็ไปนั่งดูทีวีต่อ​ปล่อยให้แม่คุยกับตาและยายต่อไป​ ไม่ได้เจอกันนานจะมีเรื่องคุยกันเยอะก็ไม่แปลก

เวลาผ่านไปสักพักคุณยายก็ไล่ฉันกับราพันเซลไปอาบน้ำเตรียมตัวเข้านอน​ แค่สามทุ่มแถวชนบทก็เหมือนกับตีสามในเมืองใหญ่แล้ว​ บรรยากาศภายนอกก็มีแต่เสียงแมลงร้องดังไปทั่ว​ พอฉันกับราพันเซลอาบน้ำเสร็จ​คุณตากับคุณยายก็เข้านอนไปแล้ว​ ส่วนคุณหญิง​ยูกิโกะก็นั่งจัดข้าวของอยู่ในห้องนอนเก่าของตัวเอง​ ฉันเดินไปบอกราตรีสวัสดิ์​แม่ก่อนจะเดินเข้าห้องนอนแขกไป​ เวลาคนมานอนบ้านคุณตาคุณยายเยอะๆพวกเขาจะไม่ปิดประตู​ห้องกันฉันก็เลยไม่ปิดบ้าง​ พอดับไฟเสร็จฉันก็สอดตัวเข้าไปในฟูกนอนที่ปูอยู่กับพื้นทันที​ ราพันเซลนอนหลับไปแล้วส่วนตัวฉันเองก็กำลังจะตามไปติดๆ​

 

“ โรแซนด์​อย่าลืมเอาหมวกไปด้วยล่ะ​ แดดข้างนอกมันแรง​ ”

“ ค่าา​ ”

“ เอาเบนโตะไปให้ตาเขาเสร็จแล้วอย่าขึ้นไปบนเขานะมันอันตรายเล่นอยู่แถวๆนี้ก็พอ ”

“ รู้แล้วค่าคุณยาย​ หนูไปนะแล้วจะรีบกลับ ”

เสียงเลื่อนประตูดังครืดตามด้วยเสียงรองเท้าดังแต๊กย้ำไปบนก้อนกรวดดังออกมาจากบ้านไม้ชั้นเดียวหลังนึงในเมือง​ F ร่างเพรียวบางในชุดเดรสสายเดี่ยวสีขาวสะอาดตากับหมวกฟางปีกกว้างกำลังเดินช้าๆชมนกชมไม้ไปเรื่อย​ ในมือมีกล่องข้าวเบนโตะที่ห่ออยู่ในผ้าสีเขียวอ่อนลมพัดผ่านมาเบาๆทำให้ช่วงปลายกระโปรงพลิ้วไหวไปตามแรงลม

เผลอแปปเดียวฉันก็มาอยู่บ้านของคุณตาคุณยายได้สองเดือนแล้ว​ เมืองชนบท​แบบนี้ไม่ค่อยมีอะไรให้ตื่นตาตื่นใจ​มากนัก​ เด็กเล็กๆและคนชราค่อนข้างเยอะ​ พวกเขานิยมทำไร่ทำสวนมากกว่าอยู่เฉยๆทำให้พื้นที่ในเมืองส่วนมากมีแต่ไร่ผักและผลไม้​

ถ้าเดินเข้าไปในเมืองหน่อยก็จะพบกับร้านขายของมากมายแต่ก็ไม่เยอะเท่าในเมืองใหญ่​ เมืองนี้มีโรงเรียนอยู่แห่งเดียว​เท่านั้น​ มีตั้งแต่ชั้นอนุบาลยันชั้นมัธยมปลาย​ ถ้าเดินเข้าเมืองไปตอนเย็นก็จะเจอเด็กนักเรียนเยอะแยะเลยหละ​ ตอนพวกเขาเห็นฉันกับราพันเซลครั้งแรกก็ยืนมองเหมือนของแปลกประหลาด​เลย​ ตอนแรกฉันก็สงสัยว่าพวกเขามองกันทำไม​ก็จิตตกไปพักนึงนึกว่าอะไรติดหน้าหรือฉันแต่งตัวแปลกๆหรือป่าว

แต่พอนานเข้าก็เริ่มชินเดาได้ว่าเพราะพวกเขาไม่เคยเห็นฉันกับราพันเซลมาก่อนและคงรู้ว่าพวกเรามาจากต่างประเทศ​ละมั้ง​ ข่าวสารในเมืองนี้มันไปไวจะตาย ฉันพึ่งมาพักได้แค่วันเดียวเช้าวันต่อมาคนก็รู้กันไปทั้งเมืองแล้ว​

เดินมาสักพักก็ถึงไร่ผลไม้ของคุณตา​ฉันรับหน้าที่มาส่งข้าวกลางวันให้แทนคุณยาย​ ไร่ผลไม้ของคุณตาส่วนมากที่ปลูกคือแตงโม​ ส้ม​ แล้วก็สตอเบอรี่​ บ้านเราเลยมีผลไม้ให้กินไม่ได้ขาดถ้าเหลือเยอะก็จะเอาไปตั้งแผงขายในเมือง​ แต่ถ้าวันไหนอากาศร้อนๆก็เอาไปใส่ตระกร้าแช่ทิ้งไว้ในลำธารสักชั่วโมงพอเอาขึ้นมาก็เย็นชื่นใจแล้ว​

“ คุณตาหนูเอาเบนโตะมาให้แล้ว​ ” ฉันตะโกนเรียกคุณตาที่ก้มๆเงยๆอยู่กลางสวนพอได้ยินเสียงฉันเรียกคุณตาก็ลุกขึ้นมาโบกมือให้ฉันเอาเข้าไปให้

“ แล้วจะไปไหนต่อละหึ ” คุณตาถามฉันทันทีที่ฉันส่งเบนโตะไปให้

“ หนูว่าจะแวะไปหาราพันเซลที่คาเฟ่ในเมืองก่อนแล้วจะรอกลับบ้านพร้อมกันเลย ”

“ อย่ากลับเย็นนักล่ะ​ ”

“ ค่า​ หนูไปนะ​ ” ฉันโบกมือบ๊ายบาย​คุณตาก่อนจะเดินออกมาทันที​ คงต้องแวะกลับบ้านไปเอากระเป๋าก่อนสินะแล้วค่อยเดินไปคาเฟ่ต่อ​ พอฉันเดินถึงบ้านก็ไปหยิบกระเป๋าสะพายข้างในห้องแล้วเดินเข้าเมืองทันที​ เดินไม่นานหรอก​สักสิบห้านาทีก็ถึงแล้ว​

พอใกล้ถึงเขตเมืองก็จะเห็นร้านค้าประปราย​จนถึงย่านตลาดที่คึกคักที่สุด​ มีร้านขายของกินอยู่เต็มทั้งสองฝากฝั่ง​แต่พวกร้านคาเฟ่กลับมีแค่สองร้านเท่านั้น​

ฉันเปิดประตูคาเฟ่ร้านประจำของราพันเซลเข้าไปทันทีประตูร้านก็ส่งเสียงกรุ๊งกริ๊งให้เจ้าของร้านรู้ว่ามีลูกค้าเข้าร้านมาใหม่​ พอคุณเจ้าของร้านเห็นว่าเป็นฉันเขาก็ส่งยิ้มทักทายมาให้ก่อนจะหันไปชงกาแฟต่อ​ ก็ฉันมาตามราพันเซลบ่อยซะจนเขาจำหน้าได้แล้วนี่​

“ เซล​ กลางวันแล้วจะกินอะไร​ ” ฉันก้าวเดินเข้าไปหาราพันเซลที่นั่งอยู่มุมติดหน้าต่างของร้านแล้วเอ่ยถามทันที

“ อืม​ อยากกินเนื้อย่าง​ ”

“ ร้านที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับโรงเรียนหนะหรอ​ ”

“ ใช่​ ”

“ ก็ได้เดินออกไปรอเลยเดี๋ยวจ่ายเอง​ ” ฉันบอกเซลเสร็จสรรพก็ก้าวไปหาคุณเจ้าของร้านทันทีเอ่ยถามค่าเครื่องดื่ม​ของราพันเซลว่าเท่าไหร่ก่อนจะยื่นเงินและรอรับเงินทอนสุดท้ายก็เดินตามเซลออกจากร้านไป

เงินในบัญชีตอนนี้ทำให้ฉันกลายเป็น​เศรษฐี​หน้าใหม่ไปซะแล้วแม่ไม่รู้หรอกเพราะฉันไม่เคยบอก​แค่คอยโอนเงินเข้าบัญชี​ในประเทศนี้ของแม่ทุกเดือนก็พอแล้ว​

“ อยากกินอะไรก็สั่งเดี๋ยวจ่ายเอง​ ”

“ ทำดี​ ”

เราแยกย้ายกันสั่งคอยใครของมันเมนูในร้านนี้มีแทบทุกอย่างเลยแถมราคาก็ไม่แพงอีกด้วย​แถวนี้พวกเนื้อสัตว์พวกชาวบ้านก็เลี้ยงเองอยู่แล้ว​ มันเลยไม่แพงเหมือนแถวเมืองใหญ่ๆ​ ฉันนั่งกินนั่งคุยเล่นกับราพันเซลไปเกือบสามชั่วโมงพอออกมานอกร้านอีกทีก็เย็นซะแล้ว​ เด็กนักเรียนก็ทะยอยเดินออกมาทำให้ย่านตลาดคึกคักขึ้นไปอีก​ ฉันกับราพันเซลเดินสวนไปมากับเด็กนักเรียนทั้งชายและหญิงที่บางคนก็ใส่ชุดกักคุรันบางคนก็ใส่ชุดกะลาสีเดินสวนกันไปมาตลอดทาง

“ แวะซื้อขนมโมจิกับไก่ทอดคาราเกะ​กลับบ้านหน่อยป่ะ​ ” ฉันถามราพันเซล​

“ ทำมาชวนตัวเองก็แค่อยากกินเท่านั้นแหละ​ ”

“ เออน่า​ก็มันอยากกินนี่นา ตอนดึกๆจะได้มีอะไรให้เคี้ยวเล่นบ้าง​ ”

“ เออๆเดี๋ยวไปซื้อไก่เอง​ ”

“ เดี๋ยวไปซื้อโมจิ เอาไก่มาทั้งสองแบบเลยนะ​ ตังพอป่าวเอาไปเพิ่มไหม​ ”

“ อืมพอ​ ไปเจอกันหน้าซอยเลยแล้วกัน​ ”

“ โอเค ”

ฉันเดินแยกกับราพันเซลเพื่อไปที่ร้านโมจิที่อยู่ถัดออกไปสักหน่อยเพื่อซื้อโมจิกลับบ้าน​เป็นร้านโมจิที่อยู่มาตั้งแต่คุณเจ้าของร้านรุ่นแรกจนตอนนี้ก็รุ่นสามซ่ะแล้ว​

“ คุณตาเทนจิ​ หนูเอาโมจิกับวากาชิ​แบบคละแบบอย่างละกล่องค่ะ​ ขอไดฟูกุสตอเบอรี่​ขนาดใหญ่อีกกล่องด้วยค่า​ ”

“ โอ๊ะ​ ยัยหนูโรแซนด์หลานคุณยายมาเรียนี่เอง​ รอแปปนึงนะ​ไดฟูกุกำลังปั้นใหม่อยู่พอดี​ เข้ามานั่งรอก่อนสิเดี๋ยวจะไปเอาน้ำชาสูตรใหม่มาให้ชิม​ ”

“ ขอบคุณค่ะคุณตาเทนจิ​ ” ฉันถอดรองเท้าเตะออกแล้วเดินเข้าไปนั่งในห้องรับแขกทันที​ รอสักพักคุณตาเทนจิก็ถือกาน้ำชาและถ้วยชามาวางไว้ให้แล้วเดินออกไปเฝ้าร้านต่อทันที​ ฉันค่อยๆเทน้ำชาใส่ถ้วยชาแล้วยกขึ้นมาเป่าดังฟู่ๆ​ ไอร้อนละเหยขึ้นมาพอเป่าไปสองสามทีก็หายไป​ ฉันค่อยๆจิบชาไปเรื่อยๆจนหมดแก้วของที่สั่งก็ได้พอดี​

“ เป็นยังไงบ้างชาสูตรใหม่ของร้านเรา​ ”

“ หอมและขมหน่อยๆแต่ชุ่มคอดีค่ะ​ ถ้ากินกับขนมที่รสชาติ​หวานๆน่าจะตัดกันได้ดี​ ”

“ ฮะๆๆ​ช่วยได้เยอะเลย ทั้งหมด​สองพันเยน​ ​”

“ นี่ค่ะ​ ขอบคุณนะคะ​ ”

“ ขอบคุณที่อุดหนุนนะ ”

 

 

“ หนูไปนะคะคุณตาคุณยาย​ ถ้าปิดเทอมเมื่อไหร่จะมาเยี่ยมใหม่ ถ้าว่างๆคุณตากับคุณยายก็แวะไปบ้านใหม่บ้างนะหนูคิดถึง​ ”

“ อื้ม​ ถ้าถึงบ้านแล้วก็อย่าลืมโทรมาบอกด้วยหละ ”

“ ได้ค่ะ​ ไปนะคะ​ บ๊ายบายย ”

ฉันกับราพันเซลโบกมือบ๊ายบาย​คุณตาคุณยายจนลับสายตา​ วันนี้เป็นวันที่เรากำลังจะย้ายเข้าบ้านใหม่​ บ้านทำเสร็จพร้อมส่งมอบได้อาทิตย์​นึงแล้ว​ ฉันเลยให้คุณหญิงยูกิโกะไปสแตนบายรออยู่ที่นั้นตั้งแต่วันแรกที่บ้านเสร็จ​ แม่ชอบบ้านมากบอกว่าบ้านสวนต้นไม้ก็เยอะ​ ทำให้ฉันโล่งใจแค่แม่ชอบก็พอแล้ว​

พอถึงสถานีปลายทางพวกเราก็พากันต่อรถแท็กซี่​มาที่หมู่บ้านชื่อดังแถวกลางเมืองทันที​ แถวนี้เป็นกลางเมืองที่ค่าที่ดินสูงมาก​ ความปลอดภัยแน่นหนาและมีส่วนกลางที่เป็นป่าเขียวขจีร่มรื่น​ ด้านหลังหมู่บ้านก็ติดแม่น้ำมีที่ตกปลาและปิกนิก​ พอเห็นสภาพโดยรอบฉันก็ชอบมันทันที​ ตอนนี้ราคาที่ดินยังพอสู้ไหว​ แต่ถ้าเป็นอีกสองสามปีข้างหน้าไม่รู้ว่าราคามันจะอัพไปอยู่ที่เท่าไหร่แค่คิดก็หนาวแล้ว​ แถวโดยรอบก็ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกทั้ง​ ห้างสรรพสินค้า​ โรงพยาบาล​ สถานบันเทิง​และอีกมากมาย​ พูดง่ายๆก็คือมีทุกสิ่งที่คุณต้องการนั้นแหละ​

พอปิดประตูลงจากรถแท็กซี่​ฉันกับราพันเซลก็เดินเข้าบ้านทันที​ ฉันสำรวจไปรอบๆค่อนข้างถูกใจฉันเลยสิ่งที่ฉันต้องการก็มีครบทั้งรั้วทั้งต้นไม้ประตูรั้วบ้านก็เป็นแบบสมัยก่อนทรงวงกลมประตูเป็นไม้​ พอเปิดประตูเข้าบ้านมากับพบกับสวนสวยพื้นปูด้วยหญ้าสีเขียวขจี​ ทรงบ้านก็ดูน่ารักแปลกตาแต่มีมนต์​ขลัง​ ราพันเซลเดินแยกออกไปสำรวจที่อื่นแล้วส่วนฉันก็เดินเข้าบ้านมาสำรวจข้างในทันที​ พอเปิดประตูเข้ามาก็พบกับห้องนั่งเล่นที่มีโซฟาตัวใหญ่สีดำตั้งอยู่หน้าทีวีจอแบนติดผนัง​ ถัดออกไปก็เป็นห้องครัวที่มีเคาท์เตอร์​เป็นหินอ่อนสีชมพูโรสโกล์​ อุปกรณ์​เครื่องใช้ในครัวก็มีครบครัน​ พอตรวจเช็คชั้นแรกเสร็จก็ขึ้นไปตรวจชั้นสองต่อ ห้องของแม่และราพันเซลนั้นเรียบร้อยดี​ แต่ห้องของฉันค่อนข้างผิดคาดไปหน่อยสงสัยรุยจะเติมรายละเอียดลงไปให้สินะ​ จากห้องสีดำเรียบๆก็ดูอบอุ่นมากขึ้น

 

ขอบคุณนะรุย

[ ครับ​ ]​

อยากจะไปเที่ยวเล่นสักหน่อยไหมละ​ ยังไงวันสองวันนี้ก็ไม่ได้ไปไหนอยู่แล้ว

[ ก็ได้ครับ​ ผมจะไปสำรวจเครือข่ายของประเทศนี้สักหน่อยอีกสองวันเจอกันครับโฮสต์​ ]​

จ้า​ ไปดีมาดีน้า

ความคิดเห็น