ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

วิญญาณ​ดวงที่สอง

ชื่อตอน : วิญญาณ​ดวงที่สอง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 103

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 09 ธ.ค. 2562 13:07 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
วิญญาณ​ดวงที่สอง
แบบอักษร

บทที่​ 2

ฉันตื่นมาพร้อมกับน้ำตานองหน้า​ โดยมีคุณอยู่ข้างๆ

 

 

“ พี่เจ้าขาขอบคุณค่ะที่มาช่วย​ ถ้าพี่ไม่มาเด็กพวกนั้นดักตีอี้ผิงข้างนอกแน่​ ” ฉันขอบคุนพี่เจ้าขาพร้อมยกมือไหว้​ พี่เจ้าขาพยักหน้ารับยิ้มๆพร้อมบอกว่าถ้ามีเรื่องอีกให้มาเรียกได้ทั้งยังยกมือลูบหัวฉันเบาๆก่อนพวกเราจะแยกย้ายกันไป

พอฉันเห็นหน้าพี่เจ้าขาชัดๆความทรงจำเกี่ยวกับเธอก็ฉายเข้ามาในหัวทันที​ พวกเราสนิทกันได้เพราะเย็นวันนึงที่ฉันกลับบ้านช้ากว่าทุกทีแล้วกำลังเดินออกมารอรถเพื่อกลับบ้านกับได้ยินเสียงแปลกๆเหมือนคนสู้กันดังมากจากในซอยเล็กข้างโรงเรียน​ พอฉันแอบเดินเข้าไปสำรวจก็เจอผู้ชายสองคนกับผู้หญิงหนึ่งคนกำลังยืนมุงอะไรสักอย่าง​

ตอนนั้นฉันไม่รู้ว่าเป็นพี่เจ้าขาแต่พอได้เห็นว่าผู้ชายที่กำลังยืนอยู่หน้าสุดกำลังเงื้อมือขึ้นสูงในมือมีไม้หน้าสามที่กำลังจะฝาดอะไรสักอย่างการกระทำมันก็ไปไวกว่าสมองทุกที

ฉันวิ่งเข้าไปกระโดดถีบผู้ชายคนนึงที่อยู่หลังสุดจนล้มลงหลังจากนั้นก็ตะลุมบอน​กันจนจำเหตุการณ์​อะไรไม่ได้พอรู้ตัวอีกที​ ผู้หญิงคนนั้นก็หนีไปซะแล้ว​ ส่วนผู้ชายที่เหลือก็นอนกองอยู่กับพื้น​ ฉันที่ยืนหอบหายใจถี่รัวยกมือขึ้นปาดเหงื่อที่กำลังจะเข้าตาออกแต่พอดูอีกทีก็ปรากฏ​ว่ามันเป็นเลือดสงสัยคิ้วจะแตก​ พอตั้งสติได้ก็เดินไปหาผู้หญิงคนนึงที่ฉันเข้ามาช่วยนั่งพักเหนื่อยอยู่ข้างใน​สภาพภายนอกย่ำแย่กว่าฉันเยอะ​เลยต้องเดินเข้าไปช่วยพยุงเธอให้ลุกขึ้น​ยืน

หลังจากนั้นก็กลายเป็นมิตร​ภาพละมั้ง​ พอเจอกันก็ทักพอมีเรื่องก็ช่วยแต่ช่วยไม่ได้อย่างเดียวคือหลังจากวันนั้นที่ฉันกลับบ้านก็โดนแม่ด่าชุดใหญ่เพราะทำชุดนักเรียนเปื้อน..

มอปลายมันก็มีแค่นี้​ กิน​ นอน​ เรียน​ มีเรื่อง​ โดนแม่ตี​ แค่นั้น​

แต่เด็กนักเรียนโรงเรียนฉันค่อนข้างแตกต่างหน่อยตรงที่พวกเขาไม่ตบกันเหมือนเด็กๆ​ พวกเขาสู้กันอย่างจริงจรัง​มากๆ​ ขนาดผู้หญิงยังขนาดนี้อย่าเอาไปเทียบกับผู้ชายว่าจะขนาดไหน

พอเราเดินกันมาถึงศาลาก็แยกย้ายกันไปนั่งก่อนจะหาเรื่องอื่นมาคุยเสมือนไม่เคยผ่านการต่อสู้กันมาสักนิด​ เถียงกันบ้างด่ากันบ้างไปสักพัก​เพื่อนเด็กเรียนก็เดินมาบอกว่าคาบบ่ายอาจารย์​ไม่สอนอีกแล้ว​

มอปลายมันก็เป็นแบบนี้แหละอาจารย์​ไม่สอนมันก็สบายแต่งานก็ตามมาเป็นพรวน​

พอนั่งว่างๆก็เลยคิดขึ้นได้ว่าไม่เคยอธิบายภูมิประเทศนี้เลยสักครั้งตั้งแต่เข้าโลกนี้มา​ ประเทศนี้ชื่อว่าประเทศ​ T​ เป็นประเทศธรรมดาๆไม่ใช่ประเทศมหาอำนาจอะไร​ มีสี่ฤดูครบครัน​แต่มาหนักตรงที่ว่าเวลาถึงหน้าร้อนก็ร้อนจนตับจะแลบ​ หน้าหนาวก็หนาวจนจะแข็ง​ ประเทศ​ T​ เด่นมากเรื่องอาหารและความอิสระในด้านของเพศ​ แต่มันยังไม่ใช่ตอนนี้หรอกอีกสองสามปีนู้นถึงจะเด่นชัด​ ตอนนี้ก็ทั้งโลกก็ยังถือว่าล้าหลังอยู่

 

“ โรแซนด์​ ” ร่างเพรียวบางที่กำลังฮัมเพลงคิดอะไรเพลินๆหยุดชะงักตัวแข็งทื่อทันทีที่ได้ยินเสียงทุ้มที่คุ้นเคยในความทรงจำเอ่ยเรียกจากด้านหลัง

ภาพบางอย่างฉายวาบเข้ามาในหัวเหมือนแผ่นฟิลม์มันเล่นไปเรื่อยๆตั้งแต่ต้นจนจบ​ เหมือนจะใช้เวลานานแต่จริงๆมันผ่านมาแค่ไม่กี่วินาทีเท่านั้น​ แต่แค่ไม่กี่วิก็เอาทั้งความรัก​ ความเจ็บปวด​ ความแค้น​ ความรู้สึกขยะแขยงและสุดท้ายก็ความเฉยชามาด้วยทั้งหมดจนหัวใจเจ็บหนึบ​ รู้สึกถึงไฟฟ้าที่ช๊อตตั้งแต่ปลายนิ้วลามขึ้นไปถึงขั้วหัวใจจนอดจะเบ้หน้าออกมาไม่ได้

รู้แล้วว่าผู้ชายคนนี้เป็นใคร​ โทษตัวเองแล้วกันที่ทำให้ฉันได้กลับมาเจอคุณอีกครั้ง.. ที่รัก

“ ว่าไงเบรย์เดน ” ฉันส่งยิ้มที่คิดว่าแสแสร้งที่สุดกลับไปให้คนที่เดินมาข้างหลังเห็น

“ โทรไปทำไมไม่รับล่ะ​ ” เบรย์เดนพูดออกมาด้วยน้ำเสียงธรรมดาแต่ติดงอนนิดๆก่อนจะยื่นแขนมาคล้องคอฉันเอาไว้

“ อ๋อ​ ลืมเอาโทรศัพท์​มานะ​ มีอะไรหรือป่าว​ ” ฉันแกล้งยิ้มหวานถามกลับไปเนียนๆก่อนจะผลักมือเขาออกจากคอเบาๆ​ ขยะแขยง!

“ ไม่มีอะไรแล้วโทรไปไม่ได้หรือไง​ ฮะ​ ”

“ เปล่า​ ก็แค่ถามดูนึกว่ามีอะไรนี่หนา​ อย่าโกรธเลยนะ ยิ้มหน่อยเร็ว​ ” พอเห็นเขาเริ่มตีหน้านิ่งฉันก็ต้องแกล้งฉีกยิ้มง้องอน​ใส่เขา​ แกล้งทำเหมือนตัวเองยังปกติจนหมอนี่ยิ้มออก​ก็ดียิ้มให้เยอะๆก่อนที่จะยิ้มไ​ม่ออก..

“ วันนี้กลับบ้านเร็วหน่อยนะ​ ”

“ ทำไมล่ะ​ ”

“ เค้าต้องไปซ้อมคาราเต้น่ะสิ​ ” ไปซ้อมคาราเต้หรือไปรับผู้หญิงกันแน่​ ไอ้เลวเอ้ย!

“ งั้นหรอ​ก็ได้​ ” ฉันแกล้งทำปากยื่นๆให้ดูออกว่างอนนิดหน่อยเพื่อให้ดูเป็นธรรมชาติ​

“ โอ๋ๆ​ อย่างอนนะวันเดียวเอง​ ” เขายื่นมือมาลูบหัวฉันไปมาก่อนจะยกมือเกลี่ยแก้มฉันเบาๆ

“ ก็ได้วันเดียวนะ​ สัญญา​เร็ว! ” ฉันตอบรับคำพร้อมยังหันหน้าหนีอย่างเนียนๆก่อนจะยื่นนิ้วก้อยไปให้เบรย์เดนเกี่ยวตอบ

“ โอเคๆ​ ก็ได้มาสัญญา​กัน ”

“ เรามาเกี่ยวก้อย​สัญญา​กัน ถ้าใครโกหกจะต้องกลืนเข็มพันเล่ม ” ฉันกดเสียงต่ำจนพูดจบก่อนจะฉีกยิ้มหวานตามเดิมไม่สนใจหรือนำพากับใบหน้าของเบรย์เดนที่ซีดเผือดลงทันทีหลังจากฉันพูดจบประโยค​ก่อนจะกระชากนิ้วออกอย่างแรง!​

ฉันไม่เชื่อหรอกไอ้คำสัญญาบ้าบออะไรนี้​ มันก็แค่บรัฟโง่ๆให้เบรย์เดนกลัวเท่านั้นเอง​ให้เขาฉุกคิดให้ได้ว่าฉันอาจจะรู้ความลับของเขาแล้วนะอะไรทำนองนั้น

พอสัญญากันจบเบรย์เดนก็ยิ้มแห้งๆส่งมาให้ฉันก่อนจะขอตัวไสหัวกลับไปหากลุ่มเพื่อนของตัวเองที่ยืนรออยู่​ ฉันมองตามไปจนสุดสายตาก่อนจะหันกลับมามองเพื่อนๆที่นั่งเมาท์กันอยู่แทน

เบรย์เดนคือแฟนคนแรกที่ฉันจริงจังด้วยในชาติที่แล้วก่อนจะย้อนกลับมา​ ที่บอกมาว่าเป็นแฟนคนแรกที่จริงจังด้วยคือคนที่คบมานานที่สุดและคิดว่าอาจจะคบกันตลอดไป​ แต่สุดท้ายมันก็เป็นความคิดของเด็กวัยรุ่นที่ยังโลกสวยไม่เคยคิดสักครั้งว่าใจคนเรานั้นมันปลี่ยนแปลงไปได้ง่ายดายเหลือเกิน​

ชาติที่แล้วเราคบกันได้สามปีก่อนที่ฉันจะจับได้ว่าเขาพาผู้หญิงคนนึงไปเที่ยวด้วย​ ฉันคนที่ยังไร้เดียงสาไม่เคยระแวงสงสัยอะไรทั้งสิ้นเพราะความใว้ใจแต่สุดท้ายความลับก็ไม่มีในโลก​ เพื่อนในโรงเรียนคนนึงเดินมาถามว่าเมื่อคืนก่อนฉันอยู่ที่ไหน​ พอถามว่ามีอะไรมันก็เล่าให้ฟังจนหมดเปลือก​

เพราะแต่ก่อนแสแสร้งและมารยาไม่เก่งพอรู้เรื่องเข้าก็โกรธจนตัวสั่นไปตามหาเรื่องผู้หญิงคนนั้นทันที​ พอรู้ตัวว่าเป็นเด็กที่อายุอ่อนกว่าหนึ่งปีก็โกรธจนเลือดขึ้นหน้า​ ทำตัวไร้ค่าตามไปถามเด็กผู้หญิงคนนั้นจนถึงตัวแต่ยังไม่ทันได้ทำให้อะไร​ ไอ้หน้าหมาเบรย์เดนก็เข้ามาผลักจนล้มลงไปกับพื้นเข่าถลอกเลือดอาบแต่ก็ยังไม่เจ็บเท่ากับใจที่ใกล้จะแตกสลาย​อย่างช้าๆ

ตอนเรารู้เรื่องนี้คือตอนม.หก​นี้พึ่งจะม.สี่คงเป็นตอนที่พวกมันเริ่มรู้จักกันแรกๆปล่อยไปก่อนแล้วกันความสัมพันธ์​ของพวกมันก็ยังไม่แข็งแรงมากนักถ้ารีบเผยตอนจบซะก่อนคงจะไม่สนุก​

ถ้าจำไม่ผิดเหตุการณ์​สำคัญๆก็คือเข้าโรงแรม​แล้วมีหลักฐานคือรอยช้ำที่คอ ไปส่งกันที่บ้านแล้วเพื่อนเราที่อยู่แถวนั้นเจอเลยถ่ายรูปส่งมาให้​ มันสองตัวใช้เวลาหลอกฉันรวมๆแล้วก็ปีกว่า ตอนนั้นไม่ใช้ว่าไม่รู้สึกแต่เพราะความเชื่อใจมากกว่าเลยไม่อยากงี่เง่า​ ถ้าดีแล้วไม่ชอบก็ร้ายให้สุดๆไปเลยแล้วกัน..

แผนของฉันก็ไม่มีอะไรมากหรอก​ พอผ่านมาหลายๆโลกเข้าก็พอจะรู้ว่าการทำให้ผู้ชายหลงจนหัวปักหัวปำนั้นต้องทำยังไง​ อย่างแรกต้องสวยให้สุด​ อ้อนให้เป็น​ มารยาเข้าไว้​ แค่นี้เองพวกผู้ชายโง่ๆก็ติดกับแล้ว

แต่อย่าลืมหละวิธีนี้ใช้ได้กับผู้ชายโง่ๆเท่านั้น​

ตัวเราในตอนนี้ไม่รู้สึกอะไรกับเบรย์เดนเลยสักนิดไม่มีความรัก​ ความแค้นอะไรทั้งนั้น​ มันเต็มไปด้วยความเฉยชา​ ที่เลือกจะแก้แค้นมันก็เหมือนการเล่นเกมส์ฆ่าเวลานั้นแหละ​ เบรย์เดนไม่น่ากลัวเลยสักนิดแต่เด็กผู้หญิงคนนั้นต่างหากที่น่าเลาะเนื้อเถือหนังออกมาทำพรมเช็ดเท้า​

[ โฮสต์​คุณฆ่าคนไม่ได้นะครับ​ ]​

ก็แค่เปรียบเปรยน่ารุย​ ไม่เห็นต้องซีเรียสเลย

[ ผมต้องเตือนไว้ก่อนครับเวลาคุณโกรธน่ากลัวจะตาย ]​

โถ่​ รุยนี้ขัดอารมณ์​กันชะมัด​ ฉันไม่ฆ่าเธอหรอกแค่อยากลองทรมาณเธอดูสักหน่อย​ ขนาดโลกที่แล้วผู้หญิงคนนั้นโดนฉันเตะเสยหน้าไปตั้งไม่รู้กี่ครั้งยังมีแรงพอวิ่งไปฟ้องไอ้หน้าหมาเบรย์เดนได้เลยอยากรู้จริงๆว่าต้องโดนซ้อมหนักขนาดไหนผู้หญิงคนนั้นถึงจะไม่มีแรง​กันนะ เธอเป็นผู้หญิง​ประเภท​ที่ฉันเกลียดที่สุด​ ต่อหน้าผู้ชายและผู้คนทำตัวอ่อนแอไร้พิษสง​ แต่พออยู่ต่อหน้าผู้หญิงด้วยกันเองกลับย​ืนเฉยๆทำหน้าตายียวน​ พูดแล้วก็คันไม้คันมือแหะ

[ จะยังไงก็ได้ครับแต่คุณห้ามฆ่าเธอเด็ดขาดนอกซะจากว่าเธอจะเป็นวิญญาณ​แปลกปลอมเท่านั้น​ ]​

ไม่มีทางหรอกแต่ก็ไม่แน่​ วิญญานแปลกปลอมคือวิญญานที่หลุดออกมาจากโลกวิญญานแล้วเข้าสิงคนเป็นต้องใช้เวลาสักพักก่อนจะเข้ายึดร่างเต็มตัว​

ถ้าโดนยึดร่าง​ วิญญานเดิมจะโดนดีดกระเด็น​ออกมากลายเป็นวิญญานเร่ร่อน​ ถ้าภายใน​ 90​ วันยังหาทางเข้าร่างตัวเองไม่ได้ก็จะกลายเป็นวิญญานคนตายโดยสมบูรณ์​

พวกเจ้าหน้าที่ล่าวิญญานเหมือนฉันนั้นมีหน้าที่ล่าวิญญานแปลกปลอม​อย่างเดียว​ การช่วยให้วิญญาณ​กลับเข้าร่างไม่ใช่หน้าที่ของเรา​ พูดง่ายๆเราเป็นพวกตามล่าสลายดวงวิญญานมากกว่า​ ถ้าวิญญานแปลกปลอมดวงอื่นหลุดเข้ามาแล้วไม่ได้เข้าสิงคนเป็น​ พวกเขาจะโดนส่งกลับไปที่โลกวิญญาณ​อีกครั้ง​ แต่ถ้าเข้าสิงคนเมื่อไหร่บนหัวของวิญญาณ​จะขึ้นรูปกากบาทสีแดงทันที​

กากบาทสีแดงแปลว่า​ ฆ่า

เมื่อคุณแย่งชิงร่างคนอื่นมาแปลว่าคุณฆ่าคนไปแล้ว เมื่อฆ่าแล้วสิ่งแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียมคือการสลายวิญญาณ​ กลายเป็นแค่ฝุ่นละออง​และหายไปโดยสมบูรณ์​

 

“ เดนจอดตรงนี้ก็ได้เดี๋ยวเดินเข้าไปเอง​ ”

“ ทำไมละอีกนิดเดียวก็ถึงแล้วนะ ”

“ ก็เดี๋ยวเดนไปซ้อมสาย เค้าเดินเข้าไปเองเร็วกว่า​ เดนจะได้ไม่ต้องวนไปวนมาไง ”

“ เอางั้นหรอ​ ก็ได้​ ถึงบ้านแล้วโทรมาด้วยนะ ”

“ จ้า​ ขับดีดีนะ​ บ๊ายบาย ” ฉันฉีกยิ้มโบกมือบ๊ายบาย​ให้เบรย์เดนจนลับตาก่อนจะหุบยิ้มฉับทันที​ ที่ไม่ให้ไอ้หน้าหมานั้นไปส่งข้างในก็เพราะว่าฉันจะไปที่อื่นก่อนนะสิ​ พอยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูก็พบว่าใกล้เวลาที่น้องสาวฉันจะกลับถึงบ้านแล้วเลยว่าจะชวนไปด้วยกัน​ รอไปสักพักลงประจำทางก็มาจอดแล้วน้องสาวฉันก็เดินลงมาจ่ายตังให้คนขับก่อนจะเลิกคิ้วแปลกใจเมื่อเห็นฉันยื่นรออยู่

“ มายืนโง่อยู่ตรงนี้ทำไม​ไม่เข้าบ้าน​หรือไง ”

“ รอมึงนั้นแหละ​ ไปห้างเป็นเพื่อนหน่อย ”

“ ไปทำอะไร​ ไม่เอาขี้เกียจ ”

“ ไปซื้อของ​ ​เถอะน่า​ เดี๋ยวกูเลี้ยงอยากกินอะไร​ ”

“ พูดแล้วนะ​ไปกัน ”

“ เร็วนะมึงพอบอกจะเลี้ยง​ ”

“ แน่อยู่แล้วช่วงนี้กูจน ”

พวกเรานั่งรถประจำทางแค่สิบนาทีเท่านั้นก็ถึง​ที่หมาย​เป็นห้างใหญ่ที่สุดในเมือง​ A​ หรูหราอยู่พอสมควรแต่พวกเรามาจนชินแล้วเลยไม่ได้สนใจอะไรพอเข้ามาได้ก็รีบไปเปิดบัญชี​ก่อน​ พอเปิดบัญชีเสร็จก็ออกมาข้างนอกก่อนจะพาราพันเซลไปปล่อยทิ้งไว้ที่ร้านอาหารญี่ปุ่น​ให้สั่งและกินไปก่อน

พอปล่อยราพันเซลทิ้งไว้เรียบร้อยเราก็เดินออกมาข้างประตูหน้าห้าง​ เดินไปที่แผงล็อตเตอรี่​ก่อนจะแกล้งทำเป็นเลือกเลขไปมาทั้งๆที่ความจริงคุยกับรุย

รุย​ ดวงตานำโชคเสียกี่พ๊อยท์​

[ 100​ พ๊อยท์ต่อนาทีครับ​ ]​

นั้นจัดมาเลย​

[ เริ่มใช้ดวงตานำโชค​ 00:01​ ]​

พอสิ้นเสียงของรุยดวงตาที่เคยเป็นสีน้ำตาลอ่อนธรรมดาๆก็กลายเป็นสีทองอำพันสวยงามแต่เพราะหลุบตาต่ำทำให้คนอื่นไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้

ดวงตานำโชคสรรพคุณ​ก็ตามชื่อมันจะทำให้รู้ว่าสิ่งที่เรามองผ่านอย่างไหนจะทำโชคให้เรา​ จากล็อตเตอรี่​ที่เคยเป็นสีกระดาษธรรมดาก็เรืองแสงขึ้นมาทันทีแต่มีแค่โรแซนด์คนเดียวเท่านั้นที่เห็นมัน

ฉันเลือกหยิบแต่กระดาษที่เรืองสีเข้มที่สุดออกมาสามปึก​พวกมันเขียนว่าถ้าถูกรางวัลที่หนึ่งปึกนึงก็จะได้สามสิบล้าน​ สามปึกก็เก้าสิบ​และเลือกหยิบรางวัลเล็กๆมาบ้างประปรายหยิบอันที่ถูกบ้างไม่ถูกบ้างขึ้นมาจะได้ไม่น่าสงสัยตอนไปขึ้นเงิน​ พอส่งสัญญานให้รุยหยุดการทำงานของดวงตานำโชคเสร็จฉันก็ยื่นล็อตเตอรี่ไปให้คนขายคิดเงิน​ คนขายมองอย่างสงสัยแต่ก็บอกราคาอยู่ดี ฉันแกล้งทำเป็นล้วงเข้าไปในกระเป๋านักเรียนก่อนจะเปิดคลังเก็บของแล้วหยิบเงินออกมาทันที​ พอจ่ายค่าล็อตเตอรี่ครบก็ยื่นมือไปรับจากคนขายก่อนจะเช็คให้แน่ใจว่าได้ของครบแล้วถึงเดินออกมา​

ส่วนล็อตเตอรี่​ก็ทำเหมือนเอาไปเก็บไว้ในกระเป๋าแต่จริงๆเข้าคลังไปแล้วเรียบร้อย​อย่างน้อยต้องถูกหวยซะก่อนถึงจะเล่นหุ้นได้ไม่งั้นเงินในบัญชีที่มีมาเพิ่มจะน่าสงสัยเกินไป​

ฉันเดินกลับไปหาราพันเซลที่ร้านอาหารก่อนจะพากันนั่งกินจนอิ่มตื้อไม่ลืมซื้อกลับบ้านอีกหลายชุด พอเดินขึ้นมาชั้นสองของห้างก็พบพวกแผนกไอทีและร้านค้าไอทีเต็มไปหมด​ ฉันเดินเข้าร้านคอมพิวเตอร์​ร้านนึงที่ดูหรูหรา​ ก่อนจะเข้าไปบอกของที่ต้องการให้ร้านประกอบให้​ ทุกอย่างต้องดีที่สุดไม่เกี่ยงราคา​ทั้งหมดสองเครื่อง​ พอจ่ายค่ามัดจำและเขียนที่อยู่เสร็จก็เดินออกมาทันที​ ยังพอมีเวลากว่าร้านจะไปส่งคอมพิวเตอร์​ก็สองทุ่ม

ราพันเซลที่ยืนรออยู่ข้างนอกทำหน้าสงสัยแต่ก็ไม่ยอมถามฉันก็ไม่คิดจะบอกความจริง​ ต่างคนเลยต่างเดินดูของไปเรื่อยแล้วก็ขึ้นรถกลับบ้าน​

พอกลับถึงบ้านคอมพิวเตอร์​ที่สั่งก็มาส่งพอดูฉันเลยให้พวกเขาเอาเครื่องนึงไปไว้ในห้องราพันเซลส่วนอีกเครื่องก็ไว้ในห้องฉัน​ ดีที่บ้านหลังนี้มีสัญญานอินเตอร์​เน็ตอยู่แล้วก็ต่อคอมนิดหน่อย​ก็ใช่ได้ไม่ปัญหา​

หลังจากนี้คงต้องรอเวลากว่าจะประกาศผลล็อตเตอรี่​ก็วันที่​ 1​ เดือนหน้า​คงต้องกินนอนเล่นไปอีกสักพัก

ความคิดเห็น