Twitter-icon

#ขอบคุณที่ติดตามและคอมเมนท์น๊า

ตอนที่1.คุณชายแปด

ชื่อตอน : ตอนที่1.คุณชายแปด

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.2k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 14 เม.ย. 2564 09:22 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่1.คุณชายแปด
แบบอักษร

ยามซื่อ(09.00-10.59) ณ จวนสกุลหลี่

“ท่านพี่! เสี่ยวเอ๋อร์หายไปอีกแล้ว!”ฮูหยินหลี่เดินเข้ามายังห้องอักษรอย่างร้อนใจ อาภรณ์สีม่วงเข้มปักลายเกล็ดงูพริ้วไหวตามเรือนร่างที่รีบร้อนแต่ยังคงมารยาทชนชั้นสูง ใบหน้างามรหงดั่งนางพญานั้นประดับคิ้วขมวด

ผู้ใดกันกล้าทำฮูหยินหลี่ร้อนใจถึงเพียงนี้

หากมองไปนอกเรือนใหญ่ยามนี้ก็จะเห็นบรรดาสาวใช้ที่ต่างก็วิ่งวุ่นไปทั่วตามหาคุณชายแปดหรือคุณชาย‘หลี่เสี่ยวเฟิง’ หากเป็นยามปกติคงไม่มีผู้ใดคิดจะมีธุระถึงกับต้องตามคุณชายน้อยผู้นี้แน่ แต่วันพรุ่งนี้เป็นวันหมั้นหมายแต่เจ้าตัวกลับหายไป ไม่ใช่ถูกลักพาตัวใดๆให้ต้องกังวล เพราะเจ้าตัวนั้นแหละที่หนีงานหมั้นหมายด้วยตัวเอง

แม้ข้างนอกจะโกลาหลราวกับไฟไหม้จวนต่างกับผู้เป็นประมุขของบ้านอย่างอัครเสนาบดีจ้าวเฉียงฮุยที่ยังทำงานราวกับไม่ได้ทุกข์ร้อนใจใดๆกับการหายไปของบุตรชายคนเล็กเลยแม้แต่น้อย มือที่เหี่ยวเฉาตามเวลายังคงจดจ่อกับงานราชการอันควรจะเป็นตามตำแหน่งอัครเสนาบดี

“ใยเจ้าต้องร้อนรนทำยังกลับลูกหายไปครั้งแรก”ในที่สุดหลี่ฉงซานก็ทนสายตาฮูหยินที่มองกดดันตนไม่ไว้ ยอมปริปากพูดเสียที

“ท่านพี่จะไม่ให้ร้อนรนได้อย่างไร ทางฝ่ายนั้นจักเดินทางมาถึงวันพรุ่งนี้แล้วเฟิงเอ๋อร์กลับหายไปเช่นนี้”ฮูหยินจ้าวผู้เป็นภรรยานั่งลงเก้าอี้ตรงข้ามสามี น้ำเสียงกระวนกระวายใจ แม้ไม่ใช่ครั้งแรกที่หลี่เสี่ยวเฟิงจะหนีงานหมั้น แต่คู่หมั้นหมายคนก่อนๆเป็นเพียงคุณชายจากสกุลเล็กๆ ไม่กล้าที่จะเอาความอะไร แต่จะยกเลิกงานครั้งนี้ไม่ง่ายดั่งก่อนแล้ว ฝ่ายนั้นเป็นถึงสกุลใหญ่ทั้งยังมีสัมพันธ์อันดีเกื้อหนุนกิจการกันมาช้านาน

หากทำจะไม่มีข้ออ้างที่ดีพอกับการหายตัวไปของเฟิงเอ๋อร์ คงแตกหักกับฝ่ายนั้นจักลำบากไม่น้อย

“ผู้ใดก่อ ก็ให้ผู้นั้นจัดการสิ”อัครเสนาบดีจ้าวเอ่ยทีเล่นทีจริง พลางเหล่สายตามองฮูหยินคนงามที่ใบหน้างอง่ำใส่

ว่าก็ว่าเถิดการหมั้นหมายครั้งนี้เขามิได้เห็นด้วย แม้เฟิงเอ๋อร์เขาเป็นบุตรชาย แต่เป็นเกอเพียงคนเดียวในบรรดาบุตรชายของเขา ใบหน้าเสี่ยวเฟิงนั้นดูงดงามไปทางสตรี ร่างกายตัวเล็กและบอบบาง ไม่อาจสื่บสกุลได้

หากเป็นสกุลอื่นคงจับตบแต่งออกเรือนไปเช่นบุตรสตรี แต่การที่จะให้หมั้นหมายกับคุณชายสกุลอื่นเพื่อเกื้อหนุนดูแลเฟิงเอ๋อร์นั้นฟังอย่างไรก็ไม่เห็นข้อดี แม้ในใจฮูหยินหลี่ที่หวังดีต่อบุตรกลัวไร้เงาบิดามารดาอย่างตนไปแล้วเสี่ยวเฟิงจะลำบาก แต่แล้วอย่างไรเล่าสกุลหลี่เขาร่ำรวยไม่เป็นรองใคร แม้พวกเขาจะจากไปสมบัติที่เหลือมากมายพอที่จะจุนเจือบุตรชายผู้นี้ไปจนแก่ได้

ถึงอัครเสนาบดีคิดเช่นนั้น แต่มิได้คัดค้านให้หมางใจภรรยา

โบราณว่าขัดภรรยาถือว่ารนหาที่ตาย เขาไม่ขอเสี่ยงหรอกนะ

“ท่านพี่!...เพราะท่านนั้นแหละตามใจเขาจนเสียคน กี่ครั้งกี่คราวแล้วที่เฟิงเอ๋อร์หนีงานดูตัว ท่านก็มิเอ่ยตำหนิหรือลงโทษเขาแม้แต่น้อย เฟิงเอ๋อร์วันๆไม่เอาการงาน เรียนก็ไม่ได้เรื่อง นิ่งเป็นหลับขยับเป็นกิน ทั้งยังอ่านหนังสือภาพวังวสันต์โท่งๆทั่วเมือง ใช้ได้ที่ไหนกัน”

“หึๆ ก็สมกับที่เป็นลูกชายข้าไม่ใช่หรือ”หลี่ฉงซานยิ้มมุมปากเล็กน้อย ยามเขาอายุเท่านี้ก็ถูกบิดาให้นัดดูตัวกับสกุลหานและคู่หมั้นหมายเขาเป็นถึงคุณหนูใหญ่ถางเผยอิน เขาได้ทราบเรื่องนางมาจากหลายแห่งว่าเป็นสตรีที่เก่งวรยุทธ์ทั้งยังเหี้ยมโหด มีหรือหลี่ฉงซานจะอยู่ง่ายให้จับคลุมถุงชน เขาหนีงานดูตัวนับครั้งไม่ถ้วน จนถูกบิดาใช้ไม้แข็งมัดมือมัดเท้าในวันหมั้นหมายเลยทีเดียว แต่หากความงามของนางและความดุราวจงอางที่จัดการเขาซะอยู่หมัดแบบที่มิเคยมีใครทำได้ ทำให้เขาตกหลุมรักสาวงามผู้นี้ เขาจึงตกลงปลงใจแต่งงานกับนาง มีนางเป็นฮูหยินเอกเพียงผู้เดียวไร้อนุภรรยาแม้แต่คนเดียว ชีวิตคู่เขาขมบ้างหวานบ้างแต่ก็ผ่านไปด้วยดีมีมีบุตรชายและบุตรสาวถึงแปดคนและจ้าวเสี่ยวเฟิงเป็นบุตรชายคนเล็กที่เขารักและตามใจเป็นที่สุด

"เพราะท่านให้ท้ายเขาเช่นนี้นั้นแหละ เขาถึงไม่โตเสียที ชายชาตรีเขาว่าต้องเก่งในหกศาสตร์ รีต ดนตรี การยิงธนู ขับรถม้า คัดลายมือ และการคำนวณทั้งหกอย่างนี้เขาทำสิ่งใดไม่ดีสักอย่าง ทั้งยุทธ์ก็อ่อนด้อยนัก จะแต่งหาภรรยามาเคี่ยวเข็ญ พวกนางก็หน่ายหนีเพราะงามสู้เสี่ยวเฟิงไม่ได้ จะหาชายที่ดีมาสั่งสอนเจ้าตัวก็เอาแต่หนีงานหมั้นหมาย ข้ามิได้อยากจะให้บุตรชายตัวเองไปไหนไกลตัว แต่ข้าแค่หวังดีเท่านั้น ท่านกับเฟิงเอ๋อร์ก็ไม่เข้าใจข้า"ฮูหยินหลี่พร่ำพรูความคิดตัวเองออกมาอย่างน้อยใจ

อัครเสนาบดีเห็นท่าทางฮูหยินหลี่ก็พลางถอนหายใจเล็กน้อย ยอมวางพู่กันลงบนถาดฝนหมึก ก่อนจะหันหน้ามาคุยกับคู่ใจที่อยู่ร่วมกันมาถึงสามสิบปี

"เผยอิน ยามเด็กข้าก็เป็นเช่นนี้มิใช่หรือ เที่ยวเล่นไม่เอาไหน บิดามารดาข้าก็หวั่นใจไม่น้อย แต่พอข้าโตขึ้นก็เรียนรู้และได้ดีถึงเพียงนี้ ทั้งมีภรรยาเป็นหญิงงามที่สุดในใต้หล้าอย่างเจ้าครองคู่จนมีลูกถึงแปดคน เผยอินบางคนก็ต้องรอเวลาที่เขาเปร่งประกายและเติบโต เจ้าอย่ากังวลใจไปเลย แม้เขาจะไม่มีใครเคียงคู่ แต่เฟิงเอ๋อร์ของเราเป็นที่รักยิ่งของพี่น้อง พวกเขาจะไม่ปล่อยให้เฟิงเอ๋อร์ต้องโดดเดียว เจ้าเชื่อข้าเถิด"

"เห้อ ท่านเนี้ยนะ...."ฮูหยินหลี่มีสายตาอ่อนลง ในใจที่เคยร้อนรนก็พลันเย็นขึ้น แม้จะแสดงท่าทีขัดใจแต่ก็เชื่อฟังสามีตนสามส่วน สิ่งที่สามีเธอพูดไม่มีสิ่งใดผิดแม้แต่น้อย แม้ภายหน้าไม่มีผู้ใดคิดจะครองคู่บุตรชายคนเล็กเขา แต่เฟิงเอ๋อร์จะไม่อยู่เดียวดายแน่ๆ

พอคิดได้เช่นนั้น นางขืนตัวออกจากสามียืนขึ้น แม้ไม่กังวลกับอนาคตของเฟิงเอ๋อร์แล้ว แต่อย่างไรแล้วเธอก็ต้องแก้ปัญหาที่เธอก่อดั่งสามีว่า นางเดินออกไปจัดการความวุ่นวายภายนอกและรอรับฝ่ายชายที่มาหมั้นหมายที่จะมาในวันพรุ่ง โดยมีสายตาที่มองของอัครเสนาบดีมองตามหลังอย่างรักใคร่ไล่หลังนาง

............................................... 

ณ เมืองจื้อเฉิงในยามอู่ (11.00 - 12.59)

การเป็นคุณชายแปดนั้นมันไม่ง่าย!

'หลี่เสี่ยวเฟิง'เอ่ยเช่นนี้กับตัวเองตั้งแต่ยังจำความได้และยามนี้แม้ตนจะอายุย่างเข้าสิบหกหนาวแล้วก็ตาม เสี่ยวเฟิงก็ยังยืนยันคำนั้นอยู่เช่นเดิม การเป็นคุณชายแปดของสกุลหลี่นั้นมันไม่ง่ายจริงๆ

แม้ว่าผู้ใดต่างอิจฉาในโชคชะตาของเขาได้เกิดเป็นคุณชายแปดแห่งสกุลหลี่ที่ยิ่งใหญ่ร่ำรวยที่สุด มีบิดาเป็นถึงอัครเสนาบดีเป็นบุตรที่เกิดจากมารดาที่เป็นฮูหยินเพียงผู้เดียวในจวน ทั้งก่อนแต่งเข้าสกุลหลี่มารดาก็เป็นถึงคุณหนูใหญ่แห่งสกุลหานผู้มีอำนาจในยุทภพไม่น้อยหน้าสามี ดั่งนั้นเรื่องสกุลรุนชาติเสี่ยวเฟิงนั้นไม่เคยต้องน้อยหน้าใคร

หากพูดถึงความเป็นอยู่ในจวน เสี่ยวเฟิงเป็นน้องแปดอันเป็นที่รักของท่านพี่ทั้งหลายและเป็นคุณชายที่เอ็นดูของบ่าวใช้ เรียกว่าเสี่ยวเฟิงมิเคยต้องทุกข์ร้อนน้ำตาไหลกับเรื่องใดๆเลยตั้งแต่เกิดมา

แต่ใยยามนี้เขาต้องมาลำบากซ่อนตัวอยู่ในดงผักกาดเช่นนี้เล่า!

เหตุคงมาจากการความปรารถนาดีของท่านพี่ห้า'จ้าวชิงเหยา' กลัวเขาจะถูกจับแต่งกับประมุขซ่งถึงคิดแผนอันแยบยล สบโอกาศที่เกวียนเข็นผักกาดชาวบ้านมักจะมาจอดข้างกำแพงจวนหลี่รอใกล้เช้าจึงจะนำไปส่งท่าเรือทุกวัน ท่านพี่ห้าเห็นเช่นนั้นจึงจับเขายัดในดงผักกาดตั้งแต่ยามเหม่า (05.00-06.59) เพื่อเป็นหนทางลักลอบหนีออกไปจากจวน

ท่านพี่ชิงเหยานั้นได้กล่าวว่ายามนี้ในจวนไม่มีผู้ใดกล้าขัดคำมารดาแม้บิดาตนจะอยู่ก็หาว่าจะพึ่งพิงได้ ใดๆใต้หล้าต่างรูุ้ว่าอัครเสนาบดีเป็นคนกลัวภรรยา แต่หากจะรอคนที่ออกปากได้อย่างพี่ใหญ่หลี่คุณต๋ากลับมาก็คงช้าเกินการ จึงวางแผนให้เขาหลบหนีไปที่หอคณิกาอยู่กับสหายรักซักพักก่อน เมื่อพี่ใหญ่กลับจากรบชายแดนแล้วค่อยกลับมารวมหัวช่วยกันเจรจาเรื่องงานหมั้นหมายกับท่านแม่ใหม่

เสี่ยวเฟิงช่างซึ่งน้ำใจ ท่านพี่ช่างมีความเมตตาแก่น้องน้อยผู้นี้นัก

อันที่จริงแล้วเสี่ยวเฟิงพึ่งย่างเข้าสิบหกหนาว อายุอานามยังห่างไกลที่ควรจะหมายหมั้นกับใคร ยิ่งกับสกุลหลี่ที่ว่าเป็นคนออกเรือนช้า แม้กระทั้งพี่หญิงสามกว่าท่านแม่จะยอมปล่อยให้ออกเรือนก็อายุอานามย่างเข้ายี่สิบสองแล้ว ในขณะที่บุตรสาวบ้านอื่นออกจากเรือนตั้งแต่สิบห้าสิบหก แต่พอกับเขาท่านแม่อยากให้เขาออกจากเรือนใจจะขาด เรียกว่าจะสะใภ้สาวหรือลูกเขยหนุ่มย่อมได้ทั้งนั้น ทั้งยังไม่หวังสินสอดใดๆจากฝ่ายสู่ขอเสียด้วย เผลอๆอาจแถมเงินทองข้าวสารอาหารแห้งให้อีกฝ่ายอีกต่างหาก

ใครก็ได้บอกเขาที ว่าเขาไม่ได้ถูกเก็บมาเลี้ยง!

ในขณะที่เสี่ยวเฟิงคิดอะไรเรื่อยเปลือยนั้นเกวียวขนผักก็หยุดนิ่ง เสียงสาวงามต่างตะโกนแข่งขันเรียกแขก ทำให้เสี่ยวเฟิงรู้ว่าเขาได้ถึงที่หมายแล้วหอคณิกาหมื่นโฉมงาม!

เสี่ยวเฟิงพุ่งทยานออกจากดงผักกาด ผักกาดใบเขียวกระจุยกระจายปลิวว่อน ร่างบางทยานขึ้นฟ้าก่อนจะทลาลงพื้นอย่างช้าๆสง่าราวประหนึ่งเทพเซียน ใบหน้าเรียวรูปงามที่ละม้ายคล้ายสตรีประจักแก่สายตา ผมมวยขึ้นสูงปักปิ่นประจำสกุลจ้าว ร่างบางสวมชุดสีชุดฟ้าอ่อนปักด้วยลายเมฆดูน่ารักน่าทะลุถนอมสมวัย ในมือถือมีน้ำผลไม้หอมทั้งหนังสือภาพวังวสันต์ แม้กระทั้งหนังสือคำภีร์ร่วมรัก48กระบวนท่าในตำนานก็อยู่ในมือคุณชายผู้นี้เช่นกัน

ชายผู้ถือหนังสือคาวราคีไปมาในที่แจ้งได้อย่างไม่อายหน้า มีเพียงผู้เดียวในใต้หล้านี้

“คุณชายหลี่เสี่ยวเฟิง!”เถ้าแก่เขียงหมูโวยลั่น เขานึกว่ามีเหตุร้ายใด แต่หากใช้สายตาพินิจดูสิ่งที่พุ่งทยานชั่วครู่นั่นมิได้เป็นโจรหรือปีศาจดั่งที่ชาวบ้านหวาดกลัว ที่แท้ก็คุณชายแปดแห่งสกุลหลี่นี้เอง

"ใช่ ข้าเองๆ หลี่เสี่ยวเฟิง"หลี่เสี่ยวเฟิงที่กำลังปัดผักใบเขียวออกจากตัวค้านรับพร้อมรอยยิ้มสดใสอีก

“โถ่! คุณชายหลี่เหตุใดถึงโผล่มาเช่นนั้นเล่า ท่านไม่ได้คิดจะทำอะไรพิเรนทร์อีกแล้วใช่หรือไม่”เถ้าแก่เขียงหมูถึงกลับบ่นระงม แต่หาจะเอาเรื่องคุณชายผู้นี้ได้ไม่ ใครเล่าจะกล้า ดั่งคำว่า'จะตีสุนัขก็ต้องดูเจ้าของ' เจ้าของคุณชายท่านนี้เป็นถึงอัครเสนาบดีต่อให้มีสามหัวสี่มือเขาก็ไม่กล้าลงมือ

เถ้าแก่เขียงหมูชะโงกมองซ้ายขวาไม่พบผู้ใดหลังเสี่ยวเฟิงอีกก็ถึงกลับถอนหายใจ อย่างน้อยรอบนี้ก็มาเพียงผู้เดียวก็น่าเบาใจหน่อย หากมากับผองเพื่อนหรือคุณชายห้าอย่าว่าแต่แผงขายหมูเลย แม้แต่เขียงเขาก็จะหักไม่มีแม้จะสับหมูขาย

"เจ้ายังไม่ชินอีกหรืออีกไง ข้าก็ไปๆมาๆเช่นนี้เป็นประจำ ดูสิชื่อข้าเจ้าก็ยังจำได้แม่นเลย"ใบหน้าหวานหันมาถามอย่างทะเล้น ก่อนจะโบกมือทักทายชาวบ้านคนอื่นที่ค่อยทยอยไปทำหน้าที่ตนจากที่ยืนตกอกตกใจอยู่เมื่อครู่

“จะชินอย่างไรเล่า ท่านมาแต่ล่ะทีใช่คนปกติเขาทำที่ไหนกัน ครั้งที่แล้วที่ท่านมาก็ขี่หมูป่ามาชนแผงขายเนื้อข้าซะเละ ข้ายังซ่อมแผงขายไม่เสร็จเลยนะ”เถ้าแก่ว่าพลางชี้ขาโต๊ะข้างหนึ่งของตนยังใช้ฝืนใหญ่ค้ำไว้ดูจะพังเลไม่พังเล

“เอาน่าๆเจ้าก็ไปเรียกค่าเสียหายที่ท่านแม่ข้าแล้วมิใช่หรือ เงินที่ได้ไปก็ไม่น้อยๆนี้หนา แต่ไหนเจ้าไม่เอาไปซ่อมแผงหมูหรือว่าเจ้าจะเอาเงินนั้นไปทำทุนที่...." เสี่ยวเฟิงว่าพลางกระแซะแซวอย่างสนิทสนม ถ้าจะถามว่าคุณชายอย่างเขาสนิดสนนกับเถ้าแก่ขายหมูได้อย่างไรน่ะหรือ หึๆ เพราะว่าเขากับชายเขียงหมูถือว่าเป็นพ่อค้าลูกค้ากัน เขาเป็นเจ้ามือ ส่วนเถ้าแก่ผู้นี้เป็นลูกค้าขาพิเศษของเขาเลยล่ะ

“โถ่คุณชายแปด ข้ามะ ไม่ได้เอาเงินไว้ทำอะไรทั้งนั้นแหละ ข้าเป็นพ่อคนนะ เงินนี้ก็ต้องเอาไว้ให้ลูกข้าอยู่แล้ว ชางเอ๋อร์โตแล้วอีกไม่นานก็ต้องเข้าเรียนต้องใช้เงิน ท่านจะมาหอคณิกาหมื่นโฉมงามไม่ใช่หรือ เชิญเถิดๆ”เถ้าแก่เขียงหมุเลิกลั่กใหญ่รีบเชิญคุณชายแปดไปให้เสียก่อนความที่เขาแอบยัดยอกเงินส่วนนี้ไว้จะแตก หากครั้งนี้ภรรยาคนงามเขาจะจับได้อีก อย่าว่าแต่ถูกริบเงินเลย เขาว่าคืนนี้เขาคงไม่มีที่ซุกหัวนอนแน่

ไม่ทันที่เสี่ยวเฟิงจะถูกดันเข้าหอคณิกาหมื่นโฉมงาม ก็มีชายขนผักคู่กรณีที่วิ่งกรู่เข้ามาดูซากผักของตนสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกเอ่ยโวยหลี่เสี่ยวเฟิงยกใหญ่

“คุณชายจ้าวท่านจะไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น ผักข้าเสียหายหมดท่านต้องรับผิดชอบ ไม่เช่นนั้นเถ้าแก่เอาข้าตายแน่ๆ”ชายเจ้าของผักมองผักที่กระจัดกระจายหาชิ้นดีไม่ได้ แต่ไม่ทันจะโวยต่อก็ถูกหลี่เสี่ยวเฟิงพูดขัดขึ้นมาเสียก่อน

"เรื่องไม่ได้ใหญ่โตพี่ชาย อ่ะนี้ค่าผักที่ข้าทำให้เสียหาย ขอบใจมากนะพี่ชายที่มาส่ง"เสี่ยวเฟิงยิ้มหวานพลางหยิบถุงเงินออกจากแขนเสื้อยืนเงินดังกล่าวให้ชายขนผักไป

ง่ายถึงเพียงนั้น? ชายขนผักรับเงินมาได้แต่ยืนเกาหัวอย่างงงๆ ไหนเขาว่ากันว่าคุณชายแปดเป็นคนเจ้าปัญหาแต่ใยวันนี้กลับพูเง่ายเพียง แต่ช่างเถิดดีแล้วที่ได้เงินมา ชายขนผักไม่สนใจคุณชายน้อยตาเขาก้มมองเงินในถุงเแตต่พอนับดูเงินดีๆ เงินในถุงนั้นมัน........

"เดี๋ยวก่อนขอรับ คุณชายแปด"

"ไม่ต้องถอนๆ ที่เหลือเจ้าเอาไปดื่มไปเที่ยวเถิด"เสี่ยวเฟิงว่าอย่างใจดีก่อนจะเดินเข้าหอคณิกาไปอย่างสบายอารมณ์

"ไม่ต้องถอนอะไรกัน ท่านยังให้เงินข้าไม่ครบ โถ่คุณชายแปดท่านกลับมาก่อน!"

 

เรื่องนี้เป็นเรื่องของเสี่ยวเฟิงสหายของซือเจี้ย จากเรื่องจอมโจรของฝ่าบาทนะคะ 

รีบประกันความแสบซนได้เรื่องของนายเอกค่ะ55  

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่า ❤️ 

 

. 

ความคิดเห็น