ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : #05 -

คำค้น : นิยายวาย ภีม ตฤณ นายเอกเก็บเด็กมาเลี้ยง yaoi

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 324

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 06 ต.ค. 2562 02:17 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
#05 -
แบบอักษร

#05 - 

 

           ร่างสูงสง่าของนักธุรกิจหนุ่มไฟแรง ที่เป็นที่หายปองของสาว ๆ ค่อนประเทศ นั่งมองออกไปนอกผนังกระจกในห้องทำงานขนาดใหญ่ ทิวทัศน์ของเมืองกรุงปรากฏสู่สายตาเบื้องหน้า นิ้วมือใหญ่ตามแบบฉบับของผู้ชายหมุนควงปากการาคาแพงในมือ พลางคิดถึงใบหน้าหวานของเด็กเสิร์ฟหนุ่มร้านที่เขาไปบ่อยในช่วงนี้ เวลาปากเล็กได้รูปพูดสาธยายเมนูอาหารด้วยเสียงเจื้อยแจ้วยังคงตรึงอยู่ในหัวไม่หาย นึกถึงตรงนี้ก็พาลทำเอาคิดไปถึงวันที่วันแรกที่ได้คุยกันตอนนั้นเด็กนั่นคิดว่าเขาเป็นชาวต่างชาติ อุตส่าห์พยายามคุยกับเขาเป็นภาษาอังกฤษ แต่เพื่อนของเขาดันทำเสียเรื่องซะนี่ เขาละพยายามกลั้นขำกับความประหม่าของลูกกวางน้อยที่ดูเหมือนว่าจะกล้า ๆ กลัว ๆ อยู่ไม่น้อย กว่าจะตัดสินใจพูดออกมาได้ ตอนที่รู้ว่าเขาพูดไทยได้นะ แก้มเนียนใสนั่นแดงก่ำราวกับเจ้าตัวนั้นเขินอายสุด ๆ วันนั้นเขาเลยให้ทิปไปเป็นพันเพื่อปลอบใจ 

           “ก๊อก ๆ ๆ” เสียเคาะประตูห้องดังเรียกชายหนุ่มออกจากภวัง ก่อนที่เจ้าตัวจะเอ่ยอนุญาต บานประตูเปิดออกพร้อมกับที่ลักขณาเดินหอบกองเอกสารเข้ามาเต็มออ้อมแขน ก่อนที่เธอจะวางลงบนโต๊ะทำงานของเขา 

           “เอกสารจากฝ่ายบุคคลของห้างค่ะ แล้วก็มีโครงการที่กำลังจะเปิดตัวในเดือนหน้านี้ด้วยค่ะบอส” ลักขณาแจงผู้เป็นนาย 

           “ขอบใจมาก อ้อ! ผมเพิ่งนึกขึ้นได้ คุณช่วยจองคอนโดที่อยู่ใกล้กับม. X ให้ผมหน่อยนะ เอาที่วิวดี ๆ หน่อยละกัน จองในชื่อคุณธีรพล” ติณณภพบอกกับเลขาสาวเมื่อนึกขึ้นได้ ว่าเพื่อนของเขาฝากจองห้องให้น้องชายที่กำลังจะเข้ามหาวิทยาลัย 

           “ได้ค่ะบอส แล้ว เอ่อ มื้อเที่ยงนี้บอสจะไปร้านเดิมไหมคะ นาจะได้จองโต๊ะให้” ลักขณาถามเจ้านายหนุ่ม เมื่อเห็นว่าใกล้จะเที่ยงแล้ว และเห็นว่าช่วงนี้นายของเธอมักจะไปทานที่ร้านนั่นประจำ 

           “ไม่ล่ะ”  

           “เอ๋ ไม่ไปหรือคะ แล้วนี่จะให้จองร้านไหนล่ะคะบอส” ลักขณาเอ่ยอย่างแปลกใจ ก่อนที่จะถามถึงร้านที่ชายหนุ่มต้องการ 

           “ร้านเดิม แต่วันนี้ไม่ลงไป คุณโทรไปสั่งอาหารให้หน่อยนะ เอาอะไรก็ได้ แต่กำชับทางร้านไปว่าคนมาส่งต้องชื่อภีมเท่านั้น” ติณณภพเอ่ยสั่ง พร้อมกับเอ่ยชื่อของคนที่ต้องการให้นำอาหารมาส่ง น่าจะภีมละมั้งถ้าเขาจำไม่ผิด เหมือนเคยได้ยินเพื่อนร่วมงานของร่างบางเรียกแบบนั้น 

           “เอ๊ะ ทำไมต้องเป็นคนนี้ด้วยล่ะคะบอส” 

           “ไปทำตามที่บอกเถอะน่า” ชายหนุ่มเอ่ยปัดด้วยเสียงเหมือนรำคาญนิด ๆ 

           “ค่ะ ๆ จะไปเดี๋ยวนี้แหละค่ะ” ว่าแล้วสาวเจ้าก็เดินออกจากห้องไป ทิ้งให้ผู้เป็นนายจัดการกับเอกสารกองโตต่อ เมื่อคล้อยหลังเลขาสาวแล้ว มุมปากหนาได้รูปก็เผยรอยยิ้มออกมา หึ เราจะได้เจอกันอีกแล้วนะกวางน้อย 

 

           “ค่ะ ค่ะ ได้ค่ะซักครู่นะคะ” หวานที่ยืนรับโทรศัพท์อยู่ที่สเตทหน้าร้านเอ่ยขึ้น ก่อนจะเดินเข้ามาในร้าน 

           “พี่เมษฐ์คะ คุณลักขณาจากชั้น 9 โทรมาค่ะ” เธอว่าพลางยื่นโทรศัพท์ให้ผู้จัดการหนุ่ม ปรเมษฐ์เองก็รับไปแนบหูอย่างงง ๆ  

           “ครับ ประเมษฐ์พูดครับ อะไรนะครับ ครับ ครับ ได้ครับ ครับ ขอคุณครับ” พูดจบ ชายหนุ่มก็กดวางสาย คิ้วเข้มขมวดมุ่น ใบหน้าเรียวได้รูปดูสงสัยไม่น้อยกับสิ่งที่เพิ่งได้ยินเมื่อครู่ 

           “มีอะไรหรือคะพี่เมษฐ์” หวานถาม 

           “ไม่มีอะไร ไปทำงานต่อเถอะลูกค้าเริ่มเยอะแล้ว อ้อ ไปเรียกภีมมาหาพี่ด้วยนะ” ผู้จัดการหนุ่มบอก 

           “ค่ะ ได้ค่ะ” หวานรับคำก่อนจะเดินไปอีกโซนของร้านที่ภีมภัทรทำหน้าที่รับผิดชอบในวันนี้ เด็กหนุ่มยืนรับออเดอร์อาหารอย่างคล่องแคล่ว ก่อนจะหันมายิ้มเมื่อเห็นหวานเดินเข้ามาหาตน 

           “ภีม พี่เมษฐ์ให้ไปพบแหนะ”  

           “ฮะ!! อีกแล้วหรือพี่ คราวนี้เรื่องอะไรอีกล่ะครับ” เด็กหนุ่มว่า ในใจพลางคิดว่าทำไมเขาจะต้องถูกเรียกพบบ่อยขนาดนี้ แต่ไม่ใช่ว่าเขาจะถูกเรียกไปด่าหรือตำหนิอะไรหรอกนะ แต่ว่าเวลาถูกเรียกแต่ละครั้งที่ถ้าไม่ไปเบิกของในสต็อกก็ไปฝ่ายบุคคล จนเขาจะจำหน้าได้อยู่แล้ว 

           “ไม่รู้สิ เห็นคุยกับคุณลักขณาเสร็จก็หันมาบอกกับพี่ให้มาตามเราน่ะ” หวานพูดตามที่ตนเข้าใจ 

           “เอ่อ แล้วคุณลักขณานี่ใครอะพี่” ภีมภัทรถามอย่างสงสัย 

           “อ๋อ เลขาคุณตฤณไง เราก็รู้จักคุณตฤณใช่ไหม” หวานถามกลับ เมื่อได้คำตอบภีมภัทรก็พยักหน้า ก่อนจะคิดว่าเกี่ยวกับเรื่องที่ปรเมษฐ์เรียกตนไปพบหรือเปล่า พลางนึกย้อนไปถึงอีกคนที่ช่วงนี้มักจะมาที่ร้านบ่อย ๆ ตอนแรกเขาคิดว่าอีตาคุณตฤณอะไรนั่นเป็นฝรั่งเสียอีก อุตส่าห์พูดภาษาอังกฤษใส่ ฮึ่ย! ที่ไหนได้ มารู้ที่หลังว่าเขาเป็นลูกครึ่งพูดไทยอีกต่างหาก ทำเอาเขาอายไปพักใหญ่เลยที่เดียว  

           “ภีม ภีม! คิดอะไรอยู่เนี่ย รีบไปสิ เอ้าเอาออเดอร์มาเดี๋ยวพี่เอาไปคีย์เอง” หวานว่าพลางคว้าเอาออเดอร์ที่ลูกค้าสั่งไว้รีบไปคีย์สั่งอาหาร ประเดี๋ยวลูกค้าจะได้รอนานกันพอดี ภีมภัทรเมื่อรู้สึกตัวก็รีบไปพบปรเมษฐ์ตามที่หญิงสาวบอก  

           “คุณเมษฐ์ให้พี่หวานไปตามผมมามีอะไรหรือครับ” ภีมภัทรถามปรเมษฐ์ที่คอยยืนมองดูความเรียบร้อยภายในร้านอยู่ เมื่อได้ยินเสียงเรียกสรรพนามแทนตัวเขาแล็ก็ได้แต่ส่ายหน้า แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร 

           “อ้าว มาแล้วหรอภีม ไม่มีอะไรมากหรอก พอดีว่าวันนี้คุณตฤณไม่ได้ลงมากินข้าวที่ร้านน่ะ แต่ให้เราเอาไปส่งที่ชั้น 9 แทน” ปรเมษฐ์แจงให้เด็กหนุ่มฟัง ภีมภัทรเองเมื่อได้ยินดังนั้นก็ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่เข้าใจ 

           “เด็กส่งอาหารก็มีนี่ครับคุณเมษฐ์ ทำไมถึงต้องเป็นผมล่ะครับ” ภีมภัทรเอ่ยถามอย่างสงสัย 

           “พี่เองก็ไม่รู้ แต่คุณนาเขาบอกพี่มาอย่างนั้น เอาน่าคงไม่มีอะไรหรอกมั้ง แค่ไปส่งแล้วก็กลับ” ปรเมษฐ์ว่า เมื่อเห็นสีหน้าของลูกน้อง 

           “ครับ ๆ แล้วนี่จะให้ผมไปส่งเลยไหมครับ” 

           “อ้อ คงอีกสักครู่น่ะ อ๊ะ! นั่นไงเสียงกระดิ่งดังพอดี รีบไปรีบมาล่ะ” ผู้จัดการหนุ่มกำชับ ก่อนจะผละตัวไปดูโซนอื่น ๆ ของร้านต่อ ภีมภัทรเองก็เดินไปรับอาหารที่ Food runner แล้วหยิบถุงของทางร้านที่บรรจุกล่องใส่อาหารไว้อย่างดี ก่อนจะเดินทางไปทำตามที่เจ้านายสั่ง เด็กหนุ่มเดินตรงไปที่ลิฟต์สำหรับขึ้นไปยังชั้นผู้บริหารแล้วแลกบัตรกับรปพ.ก่อนเข้าลิฟต์ รอเพียงครู่เดียวเขาก็อยู่ชั้น 9 เสียแล้ว ภีมภัทรรู้สึกประหม่าเล็กน้อย เพราะไม่เคยขึ้นมาถึงชั้นผู้บริหารเลยสักครั้ง เพราะที่ผ่านมาเขาอยู่แค่เฉพาะส่วนที่เป็นห้างสรรพสินค้าเท่านั้น แต่ชั้น 8-9 เป็นส่วนของสำนักงานของบริษัทคาเลนเนอร์กรุ๊ป บริษัทอสังหาริมทรัพย์ และห้างที่มีสาขาทั่งประเทศ เด็กหนุ่มสูดหายใจเข้าลึก ๆ เอาวะ เป็นไงเป็นกัน ภีมภัทรบอกกับตนเองก่อนจะเดินตรงไปที่เคาเตอร์ที่อยู่หน้าลิฟต์  

           “ขอโทษนะครับ พอดีผมนำอาหารมาส่งให้คุณติณณภพครับ” ภีมภัทรแจ้งแก่พนักงานสาวตรงหน้า 

           “สักครู่นะคะ” หญฺงสาวว่า ก่อนที่จะยกโทรศัพท์สำนักงานขึ้น เธอพูดอยู่สองสามประโยค ก่อนที่จะมีผู้หญิงหน้าตาสะสวยคนหนึ่งเดินกึ่งวิ่งตรงเขามาหาตน  

           “คุณภีมจากร้าน YYY ใช่ไหมคะ คุณตฤณรออยู่พอดีค่ะ เดินตามมาทางนี้เลยค่ะ” ลักขณาเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม ซึ่งภีมภัทรเองก็เดินตามเธอไปแบบงง ๆ ไม่เข้าใจว่าเขาต้องไปไหนอีก แค่มาส่งก็พอแล้วไม่ใช่หรอ ก่อนที่เขาจะหยุดคิดเมื่อมาถึงห้องตรงหน้าที่มีป้ายสแตนเลสเล็ก ๆ ติดกลางประตูไม้พื้นเรียบดีไซน์หรูที่มีข้อความว่า ‘ประธาน’ พร้อมกับลักขณาที่เคาะประตูสองสามครั้ง ก่อนจะมีเสียงเอ่ยอนุญาตดังขึ้นจากข้างใน 

           “มาค่ะ คุณภีมเอาอาหารไปวางที่โต๊ะตรงนั้นได้เลยนะคะ” ลักขณาว่าพลางชี้นิ้วไปที่โต๊ะมุมห้อง ก่อนที่เธอจะเดินออกจากห้องไปพร้อมกับปิดประตู ภีมภัทรเองก็ทำตามที่หล่อนบอกคือนำอาหารไปวางไว้ที่โต๊ะตัวนั้น แล้วหันหลังเตรียมกลับ 

           “โอ๊ย!!!” ทว่ากลับชนเข้ากับผนังมนุษย์ตัวโตเข้าอย่างจัง ทำเอาคนตัวเด็กกว่าแทบหงายหลัง หากไม่ได้อ้อมแขนใหญ่คู่นั้นคว้าเอาไว้เสียก่อน  

           “เป็นอะไรหรือเปล่า” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นหลังจากที่ทั้งคู่เงียบไปชั่วครู่ ภีมภัทรเองเมื่อรู้สึกตัวก็รีบผละออกจากร่างสูงทันที่ ก่อนจะเอ่ยตอบเสียงสั่น 

           “มะ ไม่เป็นไรครับ อ้อ เอ่อ งั้นผมขอตัวนะครับ” เด็กหนุ่มเตรียมชิ่ง 

           “เดี๋ยวสิ ผมยังไม่จ่ายค่าอาหารเลยนะ คุณจะกลับไปตัวเปล่าหรือ” ติณณภพเอ่ยรั้งพลางคว้าข้อมือเรียวสวยเอาไว้ กันอีกคนหนี  

           “จริงด้วย!!” ภีมภัทรที่เบิกตาโตเพราะนึกขึ้นได้รีบควักเอาไปเสร็จออกจากกระเป๋าเสื้อตนเอง เพื่อดูค่าอาหาร 

           “ทั้งหมด 4,850 ครับ” เด็กหนุ่มยื่นใบเสร็จไปตรงหน้าร่างสูง ที่เอื้อมมือมาคว้าไปดูคร่าว ๆ ก่อนที่จะพับยัดใส่กระเป๋ากางเกงลวก ๆ แล้วเดินกลับไปที่โต๊ะทำงานตัวเองหน้าตาเฉย กอรปกับลักขณาที่เปิดประตูเข้ามาอีกครั้งพร้อมถ้วยชามหลายใบ 

           “อ้าว! ยังไม่กลับหรือคะคุณภีม” หญิงสาวถามอย่างแปลกใจ 

           “เอ่อ คือ คือว่า ผมยังไม่ได้รับค่าอาหารครับ” ภีมภัทรบอกกับหญิงสาวไปตามตรง 

           “อ้าว ทำไมล่ะคะ เอ่อ แล้วนี่บอสยังไม่จ่ายหรือคะ” ลักขณาหันไปถามเจ้านายหนุ่มของตน ติณณภพทำเฉย ก่อนจะพูดเปลี่ยนเรื่อง 

           “ผมหิวแล้วนะคุณนา เมื่อไหร่จะจัดจานซะที” ชายหนุ่มว่าเสียงขรึม 

           “อุ๊ย!! ขอโทษค่ะบอส จัดเดี๋ยวนี้แหละค่ะ” หญิงสาวว่า ก่อนที่จะกระวีกวะวาดจัดอาหารลงจานให้ร่างสูง 

           ภีมภัทรได้แต่ยืนมองตาปริบ ๆ ไม่เข้าใจ พลางถามตัวเองว่าทำไมเขาต้องรออยู่ล่ะเนี่ย ฮึ่ย! ยึกยักอยู่นั่นล่ะตาบ้า นี่หากไม่ใช่กฎของร้านว่าให้รับเงินปลายทางจากลูกค้าล่ะก็ เขาคงไปนานแล้ว เด็กหนุ่มได้แต่เข่นเขี้ยวในใจ แต่ดูเหมือนว่าเขาจะเป็นคนเก็บสีหน้าไม่เก่งเท่าไหร่ ติณณภพที่เห็นร่างบางเดี๋ยวขมวดคิ้ว เดี๋ยวทำท่าจะพูดอะไรซักอย่าง แต่พูดไม่ได้ก็นึกขำ ตนตรงหน้าตนคงไม่รู้ว่าสีหน้าที่เวลาที่เจ้าตัวทำตัวไม่ถูกนั้นมันน่ามองแค่ไหน 

           “เสร็จแล้วค่ะบอส” ลักขณาร้องบอกเมื่อตนจัดอาหารใส่จานเสร็จแล้ว 

           “อืม ออกไปได้แล้ว” ร่างสูงออกปากไล่ 

           “คะ! อ๋อ เอ่อค่ะ” หญิงสาวที่ยังคงมึนงงกับท่าทางแปลก ๆ ของเจ้านาย แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร ก่อนที่หล่อนจะเดินออกจากห้องไปอีกครั้ง 

           เสียงประตูปิดลงเมื่อเลขาสาวออกไปแล้ว ภีมภัทรหันกลับไปมองร่างสูงอีกครั้ง ก่อนจะตัดสินใจเอ่ยปากถามถึงค่าอาหารอีกครั้ง 

           “คือ ขอโทษนะครับ กรุณาจ่ายค่าอาหารด้วยครับ ผมต้องรีบกลับไปที่ร้าน” ภีมภัทรบอกกับร่างสูงที่เดินมาทรุดตัวนั่งลงที่โต๊ะสำหรับรับแขกที่มีอาหารน่าตาน่ากินวางอยู่สองสามจาน 

           “แหม รีบจริงนะครับ ร้านอยู่แค่ชั้น 5 เองไม่ใช่หรอ” ร่างสูงเอ่ยเย้า ทว่าดูเหมือนคนตัวเล็กกว่าจะเริ่มไม่อารมณ์ดีเท่าไหร่ 

           “ครับ แต่ผมออกมานานแล้ว” ภีมภัทรกัดฟันพูด 

           “โอเค ๆ แหม ไม่เห็นจะนานเลย จะกลับซะแล้ว ว่าจะชวนกินข้าวด้วยกันเสียหน่อย”  

           “คงไม่ได้ครับ ผมเป็นแค่เด็กเสิร์ฟ นั่งกินข้าวกับลูกค้าไม่ได้หรอกครับ” เด็กหนุ่มตอบเสียงเรียบ อีตานี่ชักจะน่ารำคาญแล้วนะ ตอนแรกก็รู้สึกเกรง ๆ อยู่หรอกนะเวลาเจอที่ร้าน แต่ตอนนี้ชักเริ่มไม่ชอบขี้หน้าอีตาประธานอะไรนี่เสียแล้ว 

           “เอาล่ะ ๆ นี่ ค่าอาหารไมต้องทอนนะครับ” ติณณภพว่า พลางหยิบเงินออกจากกระเป๋าส่งให้คนตรงหน้า 

           “ขอบคุณครับ คราวหน้าใช้บริการร้านเราอีกนะครับ” ภีมภัทรเอ่ยตอบโดยอัตโนมัติ เหมือนอย่างตอนอยู่ที่ร้าน ก่อนจะรับเงินมาและเอ่ยลาร่างสูง แล้วหันหลังเดินออกจากห้องไป ติณณภพมองตามร่างบางจนสุดสายตา พลางคิดในหัว ‘เวลาอารมณ์เสียก็เอาเรื่องเหมือนกันนะเนี่ย’ หึ ๆ ๆ เห็นทีต้องทำความรู้จักอย่างจริงจังซะแล้วสิ 

 

           ภีมภัทที่กลับมาถึงร้านแล้วก็นำเงินค่าอาหารไจจ่ายที่แคชเชียร์ ก่อนจะกลับไปทำงานในโซนที่รับผิดชอบตามเดิม  

           “อ้าวมาแล้วหรอน้องภีม ทำไมไปนานจังล่ะ” หวานถาม 

           “ไม่มีอะไรพี่” เด็กหนุ่มบอกปัดกลาย ๆ  

           “โอเค ภีมมาแล้ว เดี๋ยวพี่กลับไปหน้าร้านแล้วนะ ฝากตามอาหารให้คุณผู้หญิงโต๊ะ Main zone23 ด้วยนะจ๊ะ” หวานว่า ก่อนจะรีบไปประจำที่หน้าร้านตาเดิม ภีมภัทรหันมาสนใจหน้าที่ของตนต่อ เขาเดินไปถามความคืบหน้าอาหารกับพ่อครัว ก่อนจะออกมารับออเดอร์ลูกค้าโต๊ะอื่นที่สั่งอาหารเพิ่ม ความรู้สึกหงุดหงิดที่เก็บมาจากชั้น 9 ค่อย ๆ หายไปทีละนิด รอยยิ้มที่ประดับบนใบหน้าเริ่มสดใสพร้อมให้บริการลูกค้าเต็มที่ โดยไม่รู้สึกเหนื่อย รอหมดเวลางานแล้วกลับไปกอดเจ้าลูกชายตัวน้อยที่ตอนนี้เริ่มจะไม่น้อยแล้ว คิดถึงใจจะขาดแล้ว 

 

ภัทราณัฐ. 

มาแล้วววว ขออภัยที่ต้องให้คอยนาย จริง ๆ จะลงเมื่อหลายวันก่อน แต่ข้อน้อยลืมม นึกว่าลงไปแล้ว ToT ToT ขออภัยทุกท่านด้วยนะคะ (ยิ้มหวาน555) 

ความคิดเห็น