Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : TAKE CARE : 16

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.7k

ความคิดเห็น : 16

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ต.ค. 2562 02:51 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
TAKE CARE : 16
แบบอักษร

TAKE CARE : 16

 

"พี่จองกุก อันที่จริงจีมินกับพี่จินคุยกันแล้วว่าจะซื้อรถคันใหม่-"

 

"ไม่" เสียงทุ้มพูดค้านขึ้นมาโดยอัตโนมัติจองกุกละสายตาจากโทรทัศน์ข้างหน้าที่เอาไว้ดูแก้เบื่อหันไปมองหน้าน้องชายสุดที่รักกับพี่ชายที่แสนดีสลับกันไปมาด้วยใบหน้าที่จริงจัง ดูท่าวันนี้จะมีคนโดนสั่งห้ามขับมอเตอร์ไซต์คันโปรด

 

"ทำไม" ซอกจินเอ่ยถามคนที่นอนอยู่บนเตียงผู้ป่วยด้วยใบหน้าเรียบนิ่งนั่งกอดอกอย่างรอฟังคำตอบแม้จะรู้ดีว่าจองกุกรักมอเตอร์ไซต์มากแค่ไหน

 

"ยังไงผมก็จะใช้มอเตอร์ไซต์ของผม"

 

"....."

 

"ผมไม่เคยขับรถพลาดพี่จินก็รู้ นี่มันเป็นอุบัติเหตุมันจะเกิดขึ้นแค่ครั้งนี้ครั้งเดียวผมสัญญา" เอ่ยบอกพี่ชายคนโตด้วยน้ำเสียงและใบหน้าที่จริงจังสายตาส่งผ่านความมั่นใจออกไปให้ซอกจินได้เห็นและเชื่อมั่นในตัวเขาอีกครั้ง

 

"รู้ว่าตัวเองป่วย ทำไมยังขับรถเอางานไปให้แทฮยอง"

 

"แทฮยองกำลังเดือดร้อน"

 

"แล้วมันคุ้มหรอ" น้ำตาเริ่มคลอเมื่อถามคำถามนี้ออกมาแค่คิดว่าหากจองกุกไม่ได้แค่แขนขาหักแต่มันถึงกับชีวิตเขาไม่รู้เลยว่าจะอยู่ต่อไปยังไง ซอกจินโกรธที่จองกุกฝืนตัวเองทั้งที่รู้ว่ากำลังป่วยอยู่

 

"คุ้มสิพี่จิน คุ้มอยู่แล้วถ้าแทฮยองไม่พรีเซนต์วันนั้นก็คงไม่เรียนไม่จบ ใช่มั้ยจีมิน" หันไปถามน้องชายคนเล็กเพื่อให้ช่วยพูดแต่จีมินทำได้แค่ก้มหน้าหลบสายตาเพราะรู้ดีว่าซอกจินน่ากลัวมากที่สุดตอนโกรธ

 

"แต่สุดท้ายจองกุกเป็นแบบนี้คนที่ใจแทบขาดคือใคร"

 

"....."

 

"ถ้าไม่นึกถึงตัวเอง ก็นึกถึงพี่นึกถึงน้องนึกถึงป๊ากับมี๊ด้วยนะ" น้ำเสียงและสายตาที่แข็งกร๊าวของซอกจินเผยออกมาให้เห็น ถ้าเป็นตอนเด็กจองกุกคงโดนเขาตีก้นลายไปแล้วแต่เพราะโตแล้วคงทำได้แค่เตือนสติ

 

"ขอโทษครับ" เอ่ยคำขอโทษคนเป็นพี่ด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาก่อนจะหลบสายตาหนีภายในใจรู้สึกผิดต่อครอบครัวไม่ต่างแต่หากย้อนเวลากลับไปได้เขาก็คงฝืนตัวเองเอารายงานไปให้แทฮยองอยู่ดี

 

"ตกลงชอบแทฮยองใช่มั้ย"

 

"ผมรักมันต่างหาก"

 

"โอเค พี่เข้าใจแล้ว" ตอบกลับน้องชายด้วยน้ำเสียงที่เรียบนิ่งแต่ดันแอบยิ้มออกมาเมื่อก่อนหน้านั้นจองกุกพูดว่ารักแทฮยองน้องข้างบ้านให้เขาได้ฟังอย่างไม่ลังเลคงจะคิดได้ว่าปิดซอกจินไปคงไม่มีประโยชน์อะไรในเมื่อการกระทำน้องชายเขามันฟ้องทุกอย่าง

เพราะรักถึงยอมได้ทุกอย่าง...

 

[แอ๊ด..]

 

เสียงประตูห้องถูกเปิดออกโดยฝีมือของใครบางคนดังขึ้นเข้ามาแทรกความเงียบเมื่อสักครู่นี้ แทฮยองสาวเท้าเดินเข้ามาในห้องด้วยชุดเสื้อยืดสีกรมกับกางเกงขายาวสีดำเข็มขัดสีดำเข้ากันกับชุดรองเท้าหนังที่ดูมีราคาแพงแว่นกันแดดสีดำไม่ได้ช่วยให้ปกปิดความเศร้าที่มีอยู่พร้อมกับบอดี้การ์ดคนหนึ่งที่ถือกระเช้าผลไม้ตามมาแล้วยื่นให้จีมินอย่างเงียบๆ

แทฮยองแต่งตัวแบบนี้ดูดีจนรู้สึกว่าเขาจับต้องไม่ได้เลย..

 

"สวัสดีครับพี่จิน" แทฮยองกล่าวคำทักทายทันทีที่เข้ามามุมปากคลี่ยิ้มเล็กน้อยโดยมีจองกุกที่พยายามมองสายตาผ่านแว่นกันแดดของอีกฝ่าย

 

"หายดีแล้วหรอเรา" เสียงหวานเอ่ยถามคนมาใหม่ด้วยความเป็นห่วงแม้สีหน้าของแทฮยองจะยังคงเศร้าอยู่ก็ตาม

 

"ดีขึ้นแล้วครับ" คำตอบนั้นทำให้ซอกจินโล่งใจที่สุขภาพร่างกายของอีกฝ่ายดีขึ้นถึงแม้จะรู้ดีว่าจิตใจแทฮยองยังคงจมดิ่งกับความเศร้าและรู้สึกผิดอยู่ก็ตาม

 

"พรุ่งนี้ก็ไปโรงเรียนพร้อมกันนะแทฮยอง" จีมินเอ่ยบอกพลางยกมือขึ้นตบไหล่แทฮยองอย่างเบามือภายในใจอดเป็นห่วงคนตรงหน้าไม่ได้เลย

 

"อือ แทว่าจะกลับไปนอนที่บ้านวันนี้พอดี"

 

"งั้นพี่กับจีมินออกไปซื้อของก่อน ฝากดูแลจองกุกสักพักนะแทฮยอง"

 

เพียงไม่นานซอกจินและเพื่อนสนิทตัวเล็กของเขาก็พากันเดินออกไปจากห้องโดยไม่รอให้แทฮยองตอบกลับ คนตัวดีหันไปมองบอดี้การ์ดที่ยืนอยู่ข้างหลังพลางพยักหน้าหนึ่งครั้งซึ่งคนของเจ้าตัวก็รู้หน้าที่หันหลังกลับเดินออกจากห้องไปทันที แทฮยองถอนหายใจออกมาเล็กน้อยก่อนจะหันหน้ากลับมามองคนบนเตียงที่มัวแต่นอนจ้องเขาไม่ละสายตาไปไหนมาเป็นเวลานานพอสมควร

 

"เป็นไงบ้าง.." สองขาเรียวสาวเท้าเดินมาหยุดที่ข้างเตียงเสียงทุ้มติดหวานเอ่ยถามจองกุกด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาลูกตาดำหลบหลีกการจ้องมองของอีกฝ่ายอยู่เสมอแม้จะถูกบังด้วยแว่นกันแดดสีดำก็ตาม

แต่ยิ่งมองยิ่งทำให้รู้สึกผิด...

 

"ถอดแว่นออก"

 

"....." แทฮยองลังเลที่จะถอดมันออกเมื่อจองกุกไม่ตอบคำถามเขาแต่ดันบอกให้ถอดแว่นออกซะอย่างนั้น แทฮยองเม้มปากแน่นอย่างประหม่ามือบางถูกยกขึ้นถอดแว่นกันแดดสีดำที่ก่อนหน้านี้บดบังสายตาที่จองกุกอยากเห็นมันมากที่สุด

 

"ร้องไห้จนไข้ขึ้นเลยหรอ"

 

"....." คนตัวดีไม่ได้ตอบอะไรกลับไปเมื่อรู้ตัวว่าจองกุกเห็นว่าเขาร้องไห้จนตาบวมเมื่อหลักฐานมันฟ้องอยู่ แทฮยองยังคงก้มหน้าหลบสายตาอยู่แบบนั้น

 

"ร้องไห้ทำไม"

 

"....."

 

"มึงรู้สึกผิดหรอ"

 

"ฮึก! ขอโทษนะพี่จองกุก ฮืออ!!" เสียงร้องไห้ดังขึ้นเมื่อสิ้นประโยคคำถามของคนบนเตียงแทฮยองปล่อยโฮอยากไม่อายเมื่อยิ่งมองสภาพของจองกุกในตอนนี้ยิ่งทำให้เจ้าตัวเริ่มทรมาณใจ จะไม่อะไรมากมายเลยหากแทฮยองไม่คิดว่าตัวเองเป็นคนที่ทำให้จองกุกต้องมานอนในโรงบาลแบบนี้

 

"แทฮยอง.."

 

"ผมขอโทษ ฮึก! เพราะผมพี่จองกุกถึงเป็น-"

 

"แทฮยอง!"

 

"ฮึก!" เสียงร้องไห้เงียบสงบลงหลงเหลือเพียงเสียงสะอื้นเท่านั้นเมื่อจองกุกตะเบ่งเสียงเรียกชื่อเพื่อให้แทฮยองหยุดฟังที่เขาพูดและแน่นอนว่าแทฮยองหยุดร้องและมองมาที่เขาผ่านม่านน้ำตา

 

"กูเจ็บ-"

 

"ขอโทษ ฮึก!"

 

"กูยังพูดไม่จบ"

 

"....."

 

"กูหมายถึงกูเจ็บที่มึงเอาแต่โทษตัวเอง"

 

"....."

 

"กูเจ็บที่หลับไปแล้วไม่มีโอกาสได้ขึ้นมาบอกว่ามึงไม่ได้ทำให้กูต้องโดนรถชน กูปล่อยให้มึงต้องโทษตัวเองร้องไห้จนป่วย"

 

"....."

 

"ขอโทษที่ทำให้มึงต้องโทษตัวเอง"

 

"....."

 

"แม่งเอ้ย! รถชนยังไม่เจ็บเท่านี้เลยว่ะ" คนร่างหนาบนเตียงสบถออกมาอย่างหัวเสียอยากจะทุบตัวเองให้หลาบจำสั่งสอนที่ปล่อยให้ลูกคุณหนูตัวดีร้องไห้จนป่วย

 

"พี่จองกุกขอโทษผมทำไม ผมสิต้องขอโทษ" คนตัวดีแสดงสีหน้ามึนงงออกมาในขณะที่คราบน้ำตายังมีอยู่ให้เห็น ไม่เข้าใจที่จองกุกเอ่ยคำขอโทษกับเขาทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรผิด

 

"อย่าโทษตัวเองแทฮยอง มึงไม่ใช่คนที่ทำให้กูต้องโดนรถชน"

 

"....."

 

"ยิ่งมึงโทษตัวเองมากเท่าไหร่กูก็ยิ่งเจ็บมากเท่านั้น"

 

"ผมต้องทำยังไง"

 

"เลิกโทษตัวเองกูจะได้ไม่เจ็บ" เสียงทุ้มติดแหบบอกกับอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงและใบหน้าที่จริงจังอย่างน้อยให้แทฮยองหลงเชื่อในสิ่งที่เขาพูดสักครั้งแม้มันจะไม่ทำให้ร่างกายหายเจ็บแต่จิตใจที่เจ็บปวดเพราะแทฮยองคอยโทษตัวเองแน่นอนว่ามันจะหายดี

 

"จริงหรอ.." น้ำเสียงเริ่มอ่อนลงมือบางยกขึ้นเช็ดน้ำตาออกจากแก้มเนียนของเจ้าตัวสายตาสบกันกับคนบนเตียงแม้จะมีน้ำตาอยู่เล็กน้อย

 

"เออ ถ้ามึงไม่โทษตัวเองกูหายเจ็บเลย"

 

"อือ ผมไม่โทษตัวเองแล้ว.."

 

"โกหก"

 

"ผมเปล่า!" แทฮยองตะเบ่งเสียงขึ้นอย่างทันควันเมื่อสิ้นประโยคของคนร่างหนาที่นอนอยู่ตรงหน้าสายตาเริ่มเลิ่กลั่กเมื่อถูกจับได้

 

"สายตามึงมันฟ้อง อย่ามาโกหก" แม้ดวงตาแทฮยองจะบวมเพราะผ่านการร้องไห้มานับครั้งไม่ถ้วนแต่จองกุกก็มองออกอยู่เสมอ คนตัวดีสามารถดูความรู้สึกผ่านสายตาได้อย่างง่ายดายแต่บางครั้งก็ไม่สามารถมองออกได้เลย

 

"แล้วจะให้ทำยังไงเล่า! เรื่องแบบนี้มันเลิกโทษตัวเองไม่ได้หรอก"

 

"โอ้ย! เจ็บ!!"

 

"พี่จองกุกเป็นอะไร!" เอ่ยถามด้วยความตกใจเมื่อเห็นว่าคนอายุมากกว่าร้องขึ้นมาเสียงดังมือหนาข้างขวาจับเข้าที่อกข้างซ้ายใบหน้าแสดงความเจ็บปวดออกมาให้เห็นชวนให้แทฮยองใจหาย

 

"มึงโทษตัวเอง กูเลยเจ็บ" คำพูดของอีกฝ่ายทำเอาลูกคุณหนูตัวดีแทบอยากจะยกมือทุบเข้าที่ใบหน้าหล่อของจองกุกสักทีข้อหาที่ทำให้เขาตกใจ

 

"ทำตัวเป็นเด็กแล้วนะพี่จองกุก" แทฮยองเอ่ยบอกด้วบน้ำเสียงงุ้งงิ้งพลางทำหน้างอให้กับพฤติกรรมของคนตัวโตกว่าแต่หารู้ไม่ว่าการกระทำของแทฮยองตอนนี้ทำให้จองกุกแทบจะคลั่งตาย

 

"เลิกโทษตัวเองก่อนสิวะ" จองกุกตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงสุขุมพยายามควบคุมตัวเองไม่ให้เผลอจับคนตัวดีมากฟัดทั้งที่แขนขายังถูกกักขังไปด้วยเฝือกอยู่แบบนี้

 

"โอเค ผมไม่โทษตัวเองแล้ว"

 

"สัญญาก่อน" มือหนาข้างขวาที่ยังคงเป็นปกติดีถูกยกขึ้นนิ้วทั้งสี่หุบลงเหลือเพียงแค่นิ้วก้อยคราวนี้ก็เหลือเพียงนิ้วก้อยของแทฮยองที่จะเข้ามาเกี่ยวกับเขาที่จะคอยเป็นพยาน

 

"สัญญาก็ได้" นิ้วก้อยเรียวเกี่ยวกันกับนิ้วก้อยของอีกฝ่ายแทฮยองฉีกยิ้มกว้างอย่างจริงใจเพื่อให้จองกุกมั่นใจว่าเขาจะไม่โทษตัวเองอีกต่อไปหารู้ไม่ว่ารอยยิ้มสี่เหลี่ยมทำให้คนบนเตียงเคลิบเคลิ้มและหลุดลอย

 

"น่ารัก.."

 

"ชมผมหรอ" เสียงทุ้มติดหวานและประโยคคำถามใบหน้าที่ใสซื่อปนสงสัยของลูกคุณหนูข้างบ้านเรียกให้จองกุกหลุดออกจากภวังค์ก่อนสีหน้าจะกลับมาสุขุมอีกครั้ง

 

"หิวละ หยิบแอปเปิ้ลในตู้เย็นที่พี่จินปอกไว้มาป้อนหน่อยดิ"

 

"เปลี่ยนเรื่องทำไมเนี่ยพี่จองกุก"

 

"อย่าให้กูรอนานเดี๋ยวฟาดแม่งด้วยเฝือก"

 

"ขาเป๋แบบนี้ยังจะขู่ผมได้อีกหรอเนี่ย!"

 

 

 

Talk Talk

ขู่แก้เขิน!! ดีใจที่ทุกคนชื่นชอบผลงานของเรานะคะจะทำให้ดีที่สุด คอมเม้นท์ของทุกคนคือกำลังใจที่สำคัญเสมอ

 

 

ความคิดเห็น