ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร

บทนำ

เสียงเพลงคลอไปกับบรรยากาศร้านสไตล์โมเดิล ลอฟท์ ที่มีความดุดัน ดินเถื่อน แต่ก็แฝงไปด้วยความอบอุ่น เพราะสีเขียวของต้นไม้ที่จัดวางไว้อย่างลงตัว  

แม้บรรยากาศรอบตัวจะดีแต่ไหน ก็ไม่ได้ลดความกดดันให้ชนฐิดาให้เธอรู้สึกผ่อนคลายขึ้นเลย 

เธอเป็นผู้หญิงคนเดียวในกลุ่มผู้ชายตัวโต ที่มีอายุและวัยต่างกันไป  

บางคนก็เป็นหัวหน้า บางคนก็เป็นรุ่นพี่ บางคนก็เป็นรุ่นน้อง  

บางคนก็เป็นถึงคู่หมั้น...... 

แต่กลับไม่มีใครสักคนที่จะเป็นเธอเป็นอัยการจริงๆ สักคน 

“โซ่ รินไวน์ให้ผู้พิพากษาของเราหน่อย” 

เธอไม่รับแก้ว และส่งสายตาไปทางผู้พิพากษาหนึ่งเดียวบนโต๊ะแทน  

“ขอโทษนะครับ ผมไม่ดื่ม” 

เจษดินทร์ เอ่ยปฏิเสธออกมาอย่างสุภาพ แต่แฝงไปด้วยท่าทางเย็นชาตามนิสัยของเขา  

จนหัวหน้าอัยการต้องดึงมือที่แถวแก้วไวน์กลับ แม้จะไม่พอใจ แต่เขากลับยิ้มออกมา 

“คุณไม่พอใจที่พวกเราชอบพาคู่หมั้นออกมาบ่อยๆหรอครับ” 

แม้จะเป็นการพูดไปหัวเราะไป แต่แฝงไปด้วยการหยั่งเชิงหน้าอึดอัด ที่ต้องมานั่งเกรงใจกันไป เกรงใจกันมา 

ในสายงานของเธอ อายุไม่ใช่ตัวแบ่งชนชั้น แต่เป็นตำแหน่ง และเพศต่างหากที่สำคัญ 

ดังนั้น ถึงแม้หัวหน้าอัยการจะไม่พอใจ ที่รุ่นน้องที่มีอายุน้อยกว่าเกือบรอบ แต่ก็ต้องแสดงออกมาแบบนี้ 

“ไม่ครับ” 

เธอเคยคาดหวังความเห็นใจจากเขา เคยวาดฝันการช่วยเหลือเล็กๆน้อยจากเขา 

แต่เธอไม่เคยได้รับมันเลยแม้แต่ครั้งเดียว... 

“ยังไงมันก็เป็นหน้าที่ของเธออยู่แล้ว” 

เขาปรายสายตามองเธอเล็กน้อย กาอนกล่าวออกไป ทำให้ทุกคนในโต๊ะหัวเราะออกมา  

เธออยากจะหัวเราะออกมาเช่นกัน แต่ไม่ใช่เพราะถูกใจ แต่เป็นเพราะสมเพชตัวเอง ที่ต้องมานั่งอยู่ท่ามกลางผู้รักษากฏหมายระดับสูงของแระเทศ แต่ทุกคนกลับยึดติดกับความเหลือมล้ำ  

และเธอก็เป็นความเหลือมล้ำพกพา... 

เธอเรียกร้องความยุติธรรมจากกฏหมายให้ผู้คนมากกมาย แต่เธอกลับถูกกดเอาไว้ เพียงเพราะเป็นผู้หญิง 

หน้าที่ของเธอในสำนักงานอัยการ ไม่ต่างจากดอกไม้ประดับ  

นั่งสวยๆ ยิ้มสวยๆ มองทุกคนทำงาน ตกเย็นก็มาเอาอกเอาใจทุกคนที่ทำงานมาเหนื่อยๆ 

คดีที่เธอได้ทำ เป็นเพียงคดีน่าเบื่อสำหรับพวกเขา การอยู่ที่นี้ ไม่ได้ทำให้เธอก้าวหน้าขึ้นมาในสายอาชีพ 

แม้จะมีรุ่นพี่อัยการหญิงหลายคนคอยช่วยเหลือ สุดท้ายก็จบลงแบบเดิม 

ขนาดเป็นถึงคู่หมั้นผู้พิพากษา หากเพียงแค่เอ่ยปาก เขาอาจจะช่วยให้อะไรๆดีขึ้น แต่มันก็เป็นเพียงสิ่งที่เธอวาดฝันเท่านั้น เพราะเขายังไม่เคยคิดจะช่วยเหลืออะไร  

หากมีใครสักคนที่ยอมรับเธอในฐานะอัยการหญิงจริงๆ สักคนก็คงจะดี.... 

 

————————— 

 

เสียงปืนรัวสนั่นไปทั่วทุกทิศทาง ชายชุดดำ ปกปิดใบหน้าสามคนกำลังหลบหลังกำแพง ในขณะที่มือของพวกเรากำลังบรรจุกระสุนปืนเพิ่ม  

“ฮิตเลอร์ บอกที นายแฮกเข้าไปได้แล้ว”  

หัวหน้าทีม โค้ดเนมบิ๊กบอส ถามลูกทีม โค้ดเนมฮิตเลอร์ด้วยความร้อนรน เพราะตอนนี้ฝั่งตรงข้ามกำลังได้เปรียนเรื่องจำนวนคน และกระสุน 

“ยังครับ” คำตอบสั้นๆ ทำให้ชายสามคนหลังกำลังมองหน้ากันโดยไม่ได้นัดหมาย 

“ช่วยทำอะไรสักอย่าง ก่อนที่นายจะต้องเป็นคนไปบอกข่าวร้ายกับพี่สาวฉัน” 

“ขอ 1 นาทีครับ” 

ไม่รู้เป็นเพราะคำขู่ หรืออย่างไร ฮิตเลอร์รีบรัวนิ้วในไอแพดตัวเอง  

แค่พูดถึง พี่สาว ของบิ๊กบอส ทุกคนต่างก็ขนลุกตามๆกัน 

“เข้าระบบแล้ว ด๊อบบี้พร้อมนะ”  

เมื่อได้รับสัญญาณจากนาฬิกาที่ถูกดัดแปลงให้เชื่อมต่อกับระบบในไอแพดของฮิตเลอร์ บัดนี้มันแสดงระบบแผนผัง และค่าความร้อนของจำนวนคนในตึก และตำแหน่งของตัวประกันที่เขาต้องมาช่วยเหลือ 

เขาถามถึงด๊อบบี้ ไรเฟิลซุ่มยิงที่ประจำตำแหน่งอีกอีกฝั่งของตึก ก่อนออกคำสั่ง 

“พาตัวประกันกลับบ้านกันเถอะ” 

เมืี่อทุกอย่างเป็นไปตามแผน สามหนุ่มหมุนตัวออกจากหลังกำแพง 

สาดกระสุนปืนใส่ตำแหน่งของคนที่จดจำจากนาฬิกา  

ในขณะเดียวกันฮิตเลอร์ก็รีบวิ่งไปยังจุดที่นัดหมาย เพื่อเตรียมขึ้นบิน 

ด๊อบบี้ ซุ้มยิงไรเฟิลป้องหันจากอีกทาง 

ทุกอย่างจบลงภายใน 10 นาที แม้เวลาจะคลาดเคลื่อนไปจากแผนที่วางตอนแรก แต่พวกเขาสามารถช่วยเหลือตัวประกัน ก่อนจะมีการถ่ายทอดสดฆ่าปาดคอตัวประกันโชว์ เหมือนกับศพก่อนหน้านี้ 

หลังจากส่งมอบตัวประกันเรียบร้อย พวกเขาทั้ง 5 เดินเข้าเครื่องบินกองทัพไทย เพื่อเดินทาฃกลับในทันที 

“ผมนึกว่าเรากำลังอยู่ในช่วงพัก” ไตรทศ โค้ดเนมลิโป้ บ่นขึ้นมาเป็นคนแรก 

ทุกคนขึ้นมาได้ก็รีบถอดเครื่องแบบดำ ชุดเกราะ หน้ากากปกปิดใบหน้า หมวกออก เพื่อให้ตัวเองสบายยิ่งขึ้น 

“ครั้งหน้านายลองปฏิเสธดูนะ”  

อธิหยอกคู่หู เมื่อเห็นท่าทีเหนื่อยหน่าย แต่เขารู้ดีว่าทุกคนในทีมต่างก็บ่นไปเช่นนั่นเสมอ 

งานของพวกเขามักมีทั้งที่จบลงง่ายๆ แบบเช่นวันนี้ แต่จบลงไม่ง่าย แต่ทุกงานมีตุดจบเพียงแค่ 2 อย่างเท่านั้น 

สูญเสีย กับไม่สูญเสีย 

นับเป็นโชคดีที่ครั้งนี้ตัวประกันได้รับการช่วยเหลือออกมาก่อน ไม่อย่างนั้นการถ่ายทอดสด คงเป็นข่าวดังไปทั่วโลกแน่นอน 

การเดินทางกลับใช้เวลาไม่นาน แต่ก็ไม่สะดวกสบายเหมือนเครื่องบินพาณิชย์  

แต่คงเพราะพวกเราเดินทางเช่นนี้มานับครั้งไม่ถ้วน จนไม่รู้สึกถึงความลำบากใดๆ 

เมื่อเดินทางมาถึงทุกคนต่างลุกขึ้นใส่หน้ากากปกปิดใบหน้าสีดำ เหลือไว้แต่เพียงช่องดวงตา  

กฏของพวกเรามีเพียงไม่กี่ข้อ แต่เป็นกฏที่ต้องรักษาเท่าชีวิต 

1. ทุกภารกิจ คือความลับ 

2. ตัวตนของพวกเขา คือความลับ 

ไม่ใช่เพื่อตัวพวกเขาเอง แต่เป็นเพื่อครอบครัวของพวกเขา 

“อัลฟ่าทีม พวกคุณได้พักแล้ว” อธิเอ่ยกับทุกคนที่มีท่าทีเหนื่อยล้าก่อนที่ทุกคนจะส่งเสียงไชโย รีบหยิบข้าวของราวกับเด็กๆ 

ประตูถูกเปิดออก พร้อมๆกับท่าทีที่เปลี่ยนไป จากเด็กชายตัวน้อยกำลังชื่นชมยินดีกับวันหยุด เปลี่ยนเป็นทหารหน่วยรบพิเศษ อัลฟ่าทีม ที่ทุกคนต่างกล่าวขานถึงความสามารถของพวกเขา 

ไม่มีภารกิจใดที่พวกเขาทำไม่สำเร็จ 

แต่ใครเล่าจะรู้ บางภารกิจคือความสูญเสียที่ฝังลึกอยู่ในใจ.... 

#

  ฝากกด Like หรือ Comment

เป็นกำลังใจให้บ้างนะคะ

ยินดีรับฟังทุกคำติชมนะคะ

 

#

 

 

 

แสดงเพิ่มเติม
แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นทั้งหมด ()

ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น