ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Make It Right SP √ { นาย x รถถัง } And... to be continued

ชื่อตอน : Make It Right SP √ { นาย x รถถัง } And... to be continued

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 35.3k

ความคิดเห็น : 33

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ม.ค. 2557 23:38 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Make It Right SP √ { นาย x รถถัง } And... to be continued
แบบอักษร

SP Chapter นาย รถถัง }

And... to be continued

 

 

 

 

 

 

 

  

            เวลาใกล้สองทุ่มเข้าไปทุกขณะ หลังจากนายกับรถถัง ปลีกตัวจากเพื่อนร่วมโรงเรียนอีกสองคนบริเวณหน้าร้านเป็ดย่างประจักษ์ ร้านอาหารเจ้าประจำซึ่งพวกเขาเพิ่งฝากท้องมื้อเย็นกันไปเมื่อครู่ คนเด็กกว่าเดินบ่นเป็นวรรคเป็นเวรมาตลอดทางว่าไม่น่ากินเยอะเลย ซึ่งนายได้แต่หัวเราะเยาะเบาๆ ในท่าทางอืดอาด เดินไม่ค่อยไหวของรุ่นน้องคนข้างๆ  หึหึ สะใจชิบ อยากตะกละเองช่วยไม่ได้...

 

            ไม่นานบันไดเลื่อนสีเทาดำของสถานีบีทีเอสสะพานตากสินก็ปรากฏแก่สายตา ลมหนาวที่พัดผ่านหอบเอาไอความเย็นมากระทบร่างทั้งคู่ จนต้องรีบสาวเท้าให้ถึงที่หมายโดยไว...

 

            “พี่ลงกรุงธนฯ แล้วต่อสายอะไรอ่ะ?” เป็นรถถังเช่นเคยที่เอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ ขณะกำลังเสียบบัตรสมาร์ทพาสเพื่อขึ้นไปรอรถไฟฟ้าด้านบน

 

            อะไรก็ได้

 

            “อ้าว ทำไมอ่ะ”

 

            “อีกสี่ป้ายก็ลงแล้ว จริงๆ นั่งมอไซต์ก็ได้” นายตอบเสียงเรียบพร้อมเสียบบัตรเข้าประตูผ่านไปเช่นกัน เขาเก็บบัตรสีขาวๆ เข้ากระเป๋ากางเกง ก่อนเห็นว่ามันอุ่นดี จึงถือโอกาสซุกมือไว้อย่างนั้น

 

            “โห ใกล้ๆ คอนโดผมแค่นี้เอง ไว้วันหลังไปเล่นบ้านพี่ได้ป่ะ” ใบหน้าขาวของเด็กชายยิ้มถามอย่างลิงโลด ขณะอีกฝ่ายเพียงหัวเราะเหอะๆ ออกมาเท่านั้น

 

            “ไม่ต้อนรับโว้ย บ้านกูไม่ใช่สนามเด็กเล่น”

 

            “ไรว้า จะทำหน้าโหดแบบนี้ไปถึงเมื่อไหร่ นอกเวลางานตั้งนานแล้ววว” เสียงห้าวร้องประท้วง พอเห็นหน้านิ่งๆ ขรึมๆ เหมือนถอดแบบมาจากตอนซ้อมเชียร์เด๊ะๆ แล้วอยากแกล้งให้หลุดเก๊กซะให้เข็ด

 

            “ทำไม ก็มันหน้ากู มึงมีปัญหาไร?”

 

            กวนชิบ... ติดว่าด่าไม่ได้ ยังไงก็เป็นรุ่นพี่

 

            รถถังไพล่คิดถึงแผนชั่วแกล้งร่างสูงตรงหน้าไปเรื่อยเปื่อย ไม่ว่าจะเป็น.... หลอกว่าแมงมุมเกาะหลังดีป่าววะ เผื่อพี่นายจะกรี๊ดแต๋วแตกออกมา คงตลกน่าดู... เอาไปเป็นเรื่องเม้าท์ได้ด้วย เอ.. แต่เป็นคนจิตแข็งแบบนี้ ถ้าพี่เขาไม่เชื่อล่ะ หรือว่า พุ่งเข้าไปจั๊กจี้พุงให้ขำกร๊ากออกมาดี? ...ก็ไม่น่าเวิร์ค เกิดพี่แกไม่บ้าจี้ขึ้นมา หรือถ้าบ้าจี้มากก็ซวย เพราะอาจขำรุนแรงจนเจ็บแผลกว่าเก่าก็ได้... พอคิดถึงแผลขึ้นมา.... รถถังจึงลอบมองหน้าขาข้างขวาคนตัวสูงกว่าอีกครั้ง

 

            มันยังแดงอยู่ แต่ไม่เป็นสีสดชัดเจนแบบตอนกลางวัน คล้ายว่าแผลค่อยๆ แห้งขึ้น เป็นสะเก็ดบ้างตามขอบ ทว่ารอยช้ำสีเขียวๆ กับอาการขาแพลงสิ ยังน่าเป็นห่วง (แอบเห็นข้อเท้าบวมๆ ขึ้นหน่อยนึงมาด้วย) ในใจลึกๆ รถถังยังเป็นห่วงปนๆ กับรู้สึกผิดที่เขาเป็นต้นเหตุทำให้รุ่นพี่ไม่สนิทนักคนนี้ต้องเลือดตกยางออก เนื่องด้วยความอวดเก่งและความสะเพร่าของตน แม้รู้ดีว่าชายตรงหน้าเขานี้ไม่ได้คิดมากอะไรแล้วก็ตาม

 

            “แผลเป็นไงบ้างครับ”

 

            นายหันมาเลิกคิ้วประหลาดใจใส่เจ้าของหน้าเรียวด้านหลังนิดหน่อย แปลกคน... อยู่ดีๆ พูดเพราะใส่ซะงั้น “ไม่เป็นไง ก็ตามที่เห็นอ่ะ”

 

            “โธ่พี่... ตอบดีๆ บ้างก็ได้ ผมหมายถึงมันเจ็บมากมั้ย แล้วข้อเท้าโอเครึป่าว เห็นเดินกะเพลกๆ ตั้งแต่ออกจากโรงเรียนแล้ว”

 

            นายมองตอบนัยน์ตาคู่สีน้ำตาลช็อกโกแลตนั้น เขาเห็นความจริงจังเจืออยู่เต็มเปี่ยม บางทีเขาก็แปลกใจตัวเองเสียเหลือเกิน ที่แค่รถถังพูดอะไร เขาก็ยอมทำตามอย่างง่ายดายไปหมด อย่างเช่นครั้งนี้... “อืม... แผลถลอกไม่เป็นไรแล้ว แต่เจ็บข้อเท้าว่ะ เดี๋ยวกลับไปนอนพักสักคืนคงดีขึ้น”

 

            รถถังพยักหน้ารับ จังหวะเดียวกับที่รถไฟฟ้าเคลื่อนตัวเข้ามาพอดี คนในสถานีเวลานี้ค่อนข้างน้อย ส่วนคนลงรถก็มีเพียงประปรายเช่นกัน ทั้งคู่จบบทสนทนาเพียงเท่านั้น ก่อนก้าวขาผ่านประตูเข้าไปด้านในโบกี้ เก้าอี้ว่างสลับกับคนนั่งมีไม่มากนัก ภาพเหล่านี้ทั้งนายและรถถังเห็นจนชาชิน เพราะใกล้ถึงสถานีปลายทางมากแล้ว แม้เป็นชั่วโมงเร่งด่วน คนก็น้อยแบบนี้เป็นประจำ ทว่าวันนี้โชคร้ายนิดหน่อย โบกี้ที่พวกเขาเดินเข้ามานี้ เหลือเก้าอี้ว่างเพียงที่เดียว ครั้นจะให้เดินไปนั่งตู้อื่น ก็ไม่จำเป็นขนาดนั้น อีกแค่สถานีเดียวก็ลงแล้ว

 

            นายเดินนำมายังเก้าอี้ที่เดียวนั้น เขายกมือขึ้นโหนราวไว้ ก่อนหันไปพยักเพยิดกับรถถัง “มึงนั่งไป”

 

            “พี่แหละนั่ง ขาเจ็บไม่ใช่ไง”

 

            “ไม่”

 

            “นั่งไป เร็ว”

 

            “กูจะยืน มึงอย่ามาบังคับ” นายยื่นคำขาด ไม่ว่ายังไงเขาก็จะยอมเจ้าเด็กนี่ไปตลอดไม่ได้ ขอให้เถียงชนะสักเรื่องเหอะ

 

            “งั้นจะยืนก็ตามใจ”

 

            “อืม”

 

            “ผมยืนด้วย” และแล้วที่นั่งจึงถูกเว้นว่างไว้อย่างนั้น

 

            เสียงอินเตอร์คอมพ์ดังปี๊บๆ ไปทั่วชานชาลา เป็นสัญญาณเตือนว่าประตูกำลังจะปิด รถไฟทั้งขบวนเคลื่อนตัวออกจากสถานีสะพานตากสินมุ่งหน้าสู่กุรงธนบุรีต่อไป อยู่ๆ อีกเสียงหนึ่งก็ดังลั่นจากกระเป๋ากางเกงคนตัวสูง ซึ่งมี Sony Xperia รุ่นล่าสุดทั้งร้องทั้งสั่นอยู่ภายใน

 

            ~Let's start over. I'll try to do it right this time around. It's not over. 'Cause a part of me is dead and in the ground~

 

            เขาดึงมันออกมาทันก่อนริงโทนจบท่อนพอดี รถถังหันมาสนใจนิดหน่อย เพราะเสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์สีดำเมี่ยมเครื่องสวยนั้น เป็นเพลงโปรดจากนักร้องวงไอดอลของเขาเลย (ไม่คิดมาก่อนว่ารุ่นพี่คู่กัดของเขา จะมีรสนิยมฟังเพลงแนวนี้) แล้วยิ่งเห็นชื่อบนหน้าจอขนาดกว้างนั้น ร่างบางก็ยิ่งสนใจเข้าไปใหญ่

 

            “ว่าไงฟิวส์” เสียงทุ้มกรอกใส่ไมค์โทรศัพท์อย่างไม่ดังนัก เพราะในรถไฟฟ้าเงียบมาก จนนายเกรงใจหากทำเสียงดัง เขางงไม่น้อยกับการที่เพื่อนคนนี้โทรมา อยากรู้จริงมีเรื่องอะไร?

 

            “มึง พรุ่งนี้เย็นไม่ซ้อมได้ป่าววะ จีนโทรมานัดไปเทอร์มินอลเนี่ย เบี้ยวมารอบนึงแล้ว” อื้อหือ... เหตุผลพวกมึงแต่ละคนในการอู้งาน ทั้งไอ้คนฝึก ไอ้คนถูกฝึก แม่งไร้สาระไม่ได้ต่างกันเลย

 

            “ไม่ได้!” อารมณ์ขึ้นทันทีเมื่อได้ยินประโยคก่อนหน้า เขาเผลอเสียงดังโดยไม่คำนึงถึงความเงียบในโบกี้รถไฟนี้อีก “มึงนับวันซ้อมด้วยนะไอ้สัด เหลือเวลาให้มึงไปเที่ยวมั้ยสบายใจเฉิบ เดี๋ยวปั๊ดตบทิ่ม”

 

            “มึงอ่าาา จะเอาไรมากมายกะตัวสำรองอย่างกูว้า ไอ้เชี้ยรถถังเก่งจะตาย มันไม่พลาดอยู่แล้ว” เพื่อนเจ้าของชื่อฟิวส์ ซึ่งเพิ่งแยกกันเมื่อครู่ร้องจ้ากลับมาตามลำโพงโทรศัพท์

 

            “งั้นกูฆ่าปาดคอไอ้เชี้ยรถถังแม่งบนบีทีเอสเนี่ยแหละ เอาป่ะ มึงได้เป็นตัวจริงสมใจอยากแน่งานนี้”

 

            “อ้าว เกี่ยวไรเนี่ย” คนถูกพาดพิงถึงกับสะดุ้งเฮือก รถถังลอบมองคนข้างกันอย่างร้อนๆ หนาวๆ ขึ้นมา ก็ใจความในประโยคนั้นน่ากลัวน้อยซะที่ไหน

 

            “ไม่เอาาาาาา โห่ยยยยยย เชี้ยยนายยย หยวนๆ หน่อยไม่ได้อ่อ นะน้าา...” แม้ฟิวส์ทำเสียงเล็กเสียงน้อยอ้อนวอนยังไง ทว่าคนกุมสิทธิ์ขาดในเรื่องนี้อย่างนาย ไม่มีทีท่าว่าจะยอมแพ้แม้แต่น้อย

 

            “ไม่ได้ บอกแฟนมึง ถ้าจะเที่ยวก็ไปเสาอาทิตย์นู้น หรือถ้ามึงคิดหนีกู เดี๋ยวได้เจอกันแน่”

 

            “เออๆ กูไปซ้อมก็ได้วะ แม่งเคี่ยวจัง...” ฟิวส์ยังคงบ่นอุบ จริงๆ สำหรับเขาไม่ว่าไปเที่ยวหรือไปซ้อมก็ไม่ได้แตกต่างกันเท่าไหร่ ยังไงเขาก็ขี้เกียจเหมือนกันหมด เพียงแต่จีน... แฟนสาวต่างโรงเรียนของเขาโทรมาชวนเมื่อครู่ แถมเมื่อวันเสาร์ก่อน เขาก็ไม่ว่างไปด้วยมาทีนึงแล้ว ซึ่งครั้งนี้ฟิวส์กะจะตามใจเจ้าหล่อนสักหน่อย แต่คงต้องเป็นหมันอีกรอบเสียแล้ว

 

            “ดีมาก ห้ามลืมนะมึง”

 

            “โอเคๆ ...โอ๊ยเหี้ย! เบรกแรงจังวะ” เสียงสบถตามหลังนั้น ทำเอานายเคลื่อนโทรศัพท์เครื่องใหญ่ออกห่างจากหู พลันมองหน้าจอดำสนิทอย่างเคืองๆ อะไรของแม่งอยู่ดีๆ ก็ด่า

 

            “อะไรของมึงวะ แล้วนี่อยู่ไหน เสียงกุกๆ กักๆ ชิบหาย”

 

            “บนรถเมล์ โคตรเบียด.. แค่นี้ก่อนละกัน บายมึง!

 

            เจ้าของเสียงทุ้มกะถามต่อว่าไปทำอีท่าไหนถึงกลับรถเมล์ได้ ก็เห็นว่าจะขึ้นแท็กซี่ เลยไม่ได้เดินมาด้วยกัน แต่ไม่ทันการเสียแล้ว เมื่อสัญญาณจากปลายสายถูกตัดลงกะทันหัน เขาถอนหายใจเบาๆ เก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋ากางเกงเหมือนเดิม ทันใดนั้นรุ่นน้องตัวปัญหาก็ยิงคำถาม

 

            “พี่ฟิวส์หรอ  โทรมาไมอ่ะ” ลูกแก้วสีน้ำตาลกลมแป๋วจ้องรุ่นพี่ตัวสูงข้างกันอย่างใจจดใจจ่อ ที่จริงเขาสนใจตั้งแต่นายเอ่ยชื่อฟิวส์ออกมาในประโยคแรกแล้ว เพราะรุ่นพี่ตัวขาวๆ ปากแดงแจ๋คนนั้นเป็นทาร์เก็ทสำคัญของเขานี่นา

 

            “จะเบี้ยวซ้อม ไปเที่ยวกับแฟน” นายตอบเอือมๆ “แต่ถูกกูสั่งห้ามเรียบร้อย” และยักคิ้วมั่นใจในประโยคหลัง

 

            ในหัวของรถถังไม่ได้คิดถึงประเด็นอะไรเลย ไม่ว่าจะเป็นรุ่นพี่สุดน่ารักของเขาอยากโดดซ้อมไปเที่ยวไหน หรือการที่นายสั่งห้ามไม่ให้ไปเรียบร้อยแล้ว มันอยู่ตรง แฟน’ ของพี่เขาต่างหาก

 

            “พี่ฟิวส์มีแฟนแล้วจริงดิ่! ใครอะ พี่นายรู้จักป่ะ”

 

            “ชื่อจีน สวย น่ารัก เรียนนานาชาติ รู้แค่นี้” ถึงตรงนี้นายเริ่มสงสัยหน่อยๆ ในปฏิกิริยาโต้ตอบเรื่องฟิวส์ของรถถัง แม่งดูกระตือรือร้นแปลกๆ แฮะ

 

            “ฮะ ผู้หญิงอ่อ” แล้วมันน่าตกใจตรงไหน เพื่อนกูผู้ชายนี่หว่าาา

 

            “แปลกยังไงวะ?”

 

            “ก็พี่เขาน่ารักขนาดนั้น เอ่อ.. หล่อแบบน่ารักๆ อ่ะ คือ...ปากแดง ตัวขาว หุ่นบางๆ น่าจะมีแฟนเป็นผู้ชายมากกว่า”

 

            นายขมวดคิ้วขึ้นนิดหน่อยหลังฟังความคิดเห็นต่อเพื่อนตัวเองจากมุมมองรุ่นน้องตัวแสบ จริงๆ แล้วเขาเหมือนเคยได้ยินเรื่องแบบนี้ ...อ้อใช่ ก็ที่ไอ้ธีร์บอกว่าจะจีบไอ้ฟิวส์ตอนนั่งกินข้าวกลางวันเมื่อหลายวันก่อนไง แถมช่วงนี้พวกมันยังตัวติดกันเกินเหตุจนอดสงสัยไม่ได้ อย่างเมื่อตอนเย็นหลังเลิกซ้อมเชียร์ พอเจอหน้าหล่อๆ ของธีร์ปุ๊บ คำแรกที่เพื่อนต่างห้องคนนั้นร้องถามคือ ฟิวส์อยู่ไหนอ่ะนาย?’ อืม.... น่าคิดอยู่ไม่น้อย แต่เฮ้ย.... อย่าลืมสิไอ้ฟิวส์มันมีแฟนแล้ว แฟนเป็นผู้หญิงสวยด้วย แล้วไอ้เชี่ยธีร์ก็ทั้งรูปหล่อ สาวโรงเรียนอื่นกรี๊ดตรึม แมนเต็มร้อยขนาดนั้น จะเป็นอื่นไปได้ไง!?

 

            “มึงนี่ เลิกคิดได้เลย ปล่อยให้เพื่อนกูเป็นผู้ชายปกติดีแล้ว”

 

            “โหย ผมอุตส่าห์ชอบ...” ชอบ??????? นายหูผึ่งกับคำนั้นของรถถัง ทว่าเจ้าคนพูดดูจะไม่รู้ตัวเลย เพราะมัวแต่ถอนหายใจเสียดายซ้ำแล้วซ้ำอีกอยู่อย่างนั้น

 

            “เดี๋ยวนะ มึงชอบไอ้ฟิวส์?” นายถามซ้ำ เผื่อเขาอาจจะเข้าใจผิด หรือฟังผิดไป

 

            “ใช่ ทำไมอ่ะ แล้วตกใจทำไมเนี่ย”

 

            “มึงเป็นเกย์หรอวะ” นายตาเบิกกว้างขึ้นไปอีก ดูยังไงคนตัวเล็กกว่านี้ก็แมนเต็มร้อยไม่ต่างจากเขา หรือจากไอ้ธีร์ที่เป็นประเด็นไปเมื่อครู่เลย ถ้าอย่างแม่งชอบผู้ชายได้ ทั้งโรงเรียนชายล้วนคงชอบกันได้หมด เฮ้ย คิดภาพแล้วสยอง!

 

             “เกย์ป่าวไม่รู้นะ ถ้ามันคลิก คุยแล้วใช่ ผู้ชายผู้หญิงผมก็ไม่เกี่ยงอ่ะ” คำตอบตรงๆ เหมือนขวานผ่าซากทำเอารองประธานฯสุดโหดผวาไปเหมือนกัน

 

            “กะ... ก็ครึ่งเกย์นั่นแหละ” เขาไม่เคยเจอเคสนี้มาก่อน จึงไม่รู้สมควรเรียกว่าอะไรดี แต่ตอนนี้เขารู้สึกไม่ค่อยปลอดภัยเลย ยิ่งพอเห็นรถถังส่งยิ้มเจ้าเล่ห์มาให้ ขนตามร่างกายก็เริ่มลุกชันไปหมด อยู่ด้วยกันมาทั้งวัน แมร่งคิดไรกับกูบ้างรึเปล่าก็ไม่รู้ โอ๊ยปวดมวลท้องขึ้นมาเลย!

 

            “อยากลองกับครึ่งเกย์ป่าวล่ะพี่” ก็รุ่นพี่สุดโฉดแสดงออกเต็มที่ว่าตื่นกลัวขนาดนั้น ไม่ให้รถถังแกล้งยังไงไหว (อยากเอาคืนมานานแล้วด้วย) เขาแอบหัวเราะคิกคักอยู่ในใจกับท่าทางขนผองสยองเกล้าของร่างสูงข้างๆ กัน

 

            “มะ...ไม่โว้ย อย่าพูดแบบนี้อีกนะ ถ้าไม่อยากโดนกูกระทืบตายคาตีน”

 

            “พี่นายครับ...” แล้วทำเสียงหวานแบบนั้นทำไม! แถมยังเอื้อมมือมาจับแขนเขาไว้อีก จับอย่างเดียวไม่พอ มีลูบขึ้นลงด้วย! ใครเห็นหน้ารองประธานเชียร์คนเก่งตอนนี้คงได้ขำคิก เพราะคล้ายเห็นผีเข้าไปทุกขณะ ถ้าผมชี้ๆ ฟูๆ เหมือนในหนังก็เป๊ะตามสูตรเลย เพียงแต่นี่มันชีวิตจริง และเขากำลังคิดว่าเจ้าเด็กนี่มันน่ากลัวกว่าผีซะอีก

 

            เหมือนโชคยังเข้าข้างนายอยู่ เสียงอินเตอร์คอมพ์ประกาศว่าถึงสถานีปลายทางแล้ว เขาสะบัดมือเรียวที่จับแขนข้างนั้นออก ก่อนชี้หน้ารุ่นน้องด้วยอารมณ์คุกรุ่น

 

            “เล่นเหี้ยไรไม่รู้เรื่องนะ” ทันทีที่ประตูเลื่อนเปิด นายก็เดินฉับๆ ออกมาโดยเร็ว

 

            “หึหึ เดี๋ยวดิ่ค้าบบบ รอด้วยยย หึหึหึ” ร่างบางด้านหลังเองก็รีบสาวเท้าตามคนตัวใหญ่กว่าออกมาพร้อมเสียงหัวเราะสะใจตลอดทาง

 

 

 

 

 

 

 

            ประตูกระจกบานใหญ่ถูกไขกุญแจเปิดออกโดยเด็กชายเจ้าของบ้าน นายควานหาสวิทซ์ไฟข้างประตู ก่อนกดเปิด ในพริบตาบ้านที่เคยมืดสนิทก็สว่างโร่ แน่นอนว่าเวลาหัวค่ำแบบนี้ พ่อแม่ของเขาคงกำลังทำงานอย่างขมักเขม้นอยู่ที่บริษัท กว่าจะกลับบ้านก็ดึกดื่นเกือบเที่ยงคืนแทบทุกวัน บางวันนายได้เจอหน้าพวกท่านแค่เวลาอาหารเช้าเท่านั้น ซึ่งเรื่องราวดำเนินไปแบบนี้มาหลายปีจนเขาชินชาเสียแล้ว

 

            นายคงเหงาไม่น้อย หากไม่มีเจ้าร็อกกี้ หมาพันธุ์โกลเด้นรีทรีฟเวอร์ตัวโต ที่เป็นเพื่อนร่วมทุกข์สุขกับเขามาร่วมๆ ปี ตั้งแต่สมัยประถม  นั่น.... พอพูดถึงก็วิ่งกระดิกหาง ลงบันไดมา

 

            โฮ่งโฮ่งโฮ่ง! มันกระโจนกอดเอวเจ้าของเหมือนทุกวัน พร้อมส่งเสียงเห่าดังลั่น

 

            “ว่าไงร็อกกี้ หิวยังเนี่ย โทษที วันนี้กลับช้าไปหน่อย” ร่างสูงลูบหัวหมาตัวโปรดเล่น ก่อนพากันเดินขึ้นบนบ้านไป

 

            ปกติร็อกกี้จะนอนแถวๆ พื้นพรมหน้าห้องเขา ซึ่งมีที่ว่างพอสำหรับวางกระบะอาหาร ชามใส่น้ำ และลูกบอลสำหรับกัดเล่นสองสามลูก หรือบางคืนเขาพาเจ้าหมาตัวสีน้ำตาลนี้เข้าไปเล่นในห้อง จนหลับไปพร้อมกันเลยก็มี นายกวาดสายตามองบริเวณหน้าห้องนอนเขา ซึ่งวันนี้ดูเรียบร้อยผิดปกติ

 

            หืม...ไส้กรอกไก่อบแห้งหมดเกลี้ยงแบบนี้ คงหิวมากแน่ๆ

 

            โฮ่งโฮ่งมันส่งเสียงเรียกไม่หยุด พลางเดินวนไปเวียนมาแถวถุงบรรจุอาหารขนาดใหญ่ข้างๆ ประตู ราวกับกำลังย้ำว่าหิวมากแล้วจริงๆ

 

            “ได้กินแล้ว แป๊บนึงสิ”

 

            นายยกถุงอาหารเม็ดสีเหลืองยี่ห้อดังเทใส่กระบะสีเขียวข้างๆชามน้ำ ก่อนเปิดกระป๋องอาหารเสริมชนิดเปียกที่มีเนื้อชิ้นใหญ่หลายชนิดคลุกรวมกันไปด้วย เป็นสูตรโปรดของเจ้าร็อกกี้เลยทีเดียว เขาระบายยิ้มน้อยๆ ขณะมองหมาตัวโตกำลังก้มหน้าลงไปเคี้ยวกรุบกรับๆ ไม่สนใจอย่างอื่น แม้กระทั่งมือหนาของเขาซึ่งกำลังลูบหัวมันอยู่

 

~Let's start over. I'll try to do it right this time around. It's not over. 'Cause a part of me is dead and in the ground~

 

            ...โทรศัพท์อีกแล้ว คราวนี้ใครอีกวะ?

 

            “เฮ่ย...” เขาร้องครางเบาๆ เมื่อเจ้าของชื่อบนหน้าจอตามหลอกหลอนเขาทั้งวันยังไม่พอ กลับถึงบ้านแล้วยังโทรมาอีก!

 

            แต่จะไม่รับก็น่าเกลียดเกินไปหน่อย เผื่อมีธุระสำคัญอะไร “มีไร” นายกรอกเสียงหงุดหงิดสุดๆ ลงไปตามสาย

 

            “พี่!!! ผมขอไปอยู่ด้วยคนดิ่!!!

 

            “ฮะ?? มึงว่าไงนะ??”

 

 

 

 

 

 

 

            หนึ่งชั่วโมงผ่านไป....

 

            สมาชิกในห้องนอนของนายเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่ง นอกจากตัวเขา เจ้าหมาตัวสีน้ำตาลร็อกกี้ แล้วยังมี.... ไอ้เด็กรถถัง..... จะให้ทำไงได้ในเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อน รถถังโทรมาบอกว่าดันลืมกุญแจคอนโดไว้ในถุงใส่ชุดพละ ซึ่งถุงใบนั้นถูกลืมไว้ที่โรงเรียนอีกที แล้วบ้านนายก็อยู่ใกล้ที่สุด จึงต้องโทรมาขอพึ่งพิงแบบนี้ ครั้นจะให้นายใจร้ายไล่ไปนอนที่อื่น ....ก็สงสารเด็ก แถมอีกฝ่ายยังมีศักดิ์เป็นรุ่นน้องโรงเรียน ถ้าไม่คิดมากอะไร ก็คงไม่มีปัญหา เรื่องราวถึงได้จบลงอย่างที่เห็น

 

            ร่างสูงนั่งพิงพนักหัวเตียงดูรายการโทรทัศน์ตรงหน้าไปพลาง สลับกับมองรถถังเล่นกับเจ้าร็อกกี้ไปพลาง เขาได้แค่คิดในใจว่า วันนี้แม่งวันโคตรซวยวินาศสันตะโรจริงๆ นอกจากได้แผล (ที่เขาเพิ่งปฐมพยาบาลด้วยตัวเองเสร็จ) ยังต้องเป็นธุระรับผิดชอบชีวิตเด็กเกรียนๆ คนนึงอีก (ทั้งหาชุดให้เปลี่ยน หาขนมกับนมให้กิน แถมพามานอนในห้องตัวเองด้วย)

 

            “สูงๆ ดิ่ เร็วร็อกกี้ สูงกว่านี้ ถึงป่าว... ถึงป่ะ! ฮ่าๆๆ” รถถังแย่งลูกบอลของเล่นไปชูไว้เหนือหัว ส่วนเจ้าหมาตัวใหญ่ก็คอยกระโจนซ้ายทีขวาที เพื่อแย่งลูกทรงกลมของตนกลับมา

 

            โฮ่งโฮ่งโฮ่ง! ดูจากหางขนปุกปุยที่กระดิกดิ๊กๆ ตลอดเวลา บอกให้รู้ว่าร็อกกี้คงดีใจไม่น้อย มันไม่ได้เล่นสนุกแบบนี้มาหลายวันแล้ว เพราะช่วงนี้เด็กชายผู้เป็นเจ้าของบ้านกำลังยุ่งๆ กับการซ้อมเชียร์ เตรียมงานโรงเรียนนู้นนี่ จนกลับมาถึงบ้านก็มืดค่ำ และหลับไปด้วยความเหนื่อยอ่อน ทว่าวันนี้ต่างกันออกไป...

 

            “แน่จริงมาดิ่ มานี่เด้--- ฮ่าๆๆๆ สูงๆ วู้วววว

 

            โฮ่งโฮ่งโฮ่งโฮ่ง!

 

            รถถังในชุดนอนตัวโคร่งของนาย วิ่งหนีเจ้าหมาตัวโตวนเป็นวงกลม  เสียงหัวเราะปนเสียงเห่าดังกลบละครทีวีตรงหน้า จนนายต้องเปลี่ยนมาสนใจเด็กชายกับหมาของตนแทน

 

            จริงๆ ก็ดีเหมือนกัน ไม่ได้เห็นไอ้ร็อกกี้ร่าเริงแบบนี้มานานแล้ว ในตอนแรกนายค่อนข้างแปลกใจด้วยซ้ำที่รถถังกับร็อกกี้เข้ากันได้ดีอย่างน่าเหลือเชื่อ

 

            “มึงอยู่คอนโดคนเดียวหรอวะ” ร่างสูงใต้ผ้าห่มผืนหนาเอ่ยถาม

 

            “ป๊าม๊ากลับเฉพาะเสาร์อาทิตย์อ่ะ” ก็อยู่คนเดียวนั่นแหละ... “แล้วพี่อ่ะ คนในบ้านไปไหนหมด” ร่างบางกว่าถามกลับ ขณะยังวิ่งวนไปมา คราวนี้เจ้าหมาจอมซนแย่งลูกบอลไปได้สำเร็จ จนรถถังต้องเป็นฝ่ายวิ่งตามบ้าง

 

            “พ่อแม่กลับดึกๆ กูนอนก่อนทุกที” นายว่าขณะสายตาก็ไล่ตามคู่สนทนาเป็นวงกลม จนเขาเริ่มๆ มึนเอาเหมือนกัน

 

            “อ๋อออ ปกติก็อยู่กับเจ้าร็อกกี้อ่ะดิ.... นี่แน่ะได้แล้ววว หึหึหึ น่าหนุกดีเนอะ อยากเลี้ยงบ้างจัง ...สูงๆ ดิ๊ร็อกกี้! ฮ่าๆๆ”

 

            “นี่ เลิกวิ่งได้แล้วกูเวียนหัว ถ้าเหงื่อออก มึงห้ามนอนเตียงนะ”

 

            เมื่อคนตัวใหญ่บนเตียงส่งเสียงปรามดังนั้น รถถังจึงร้องโห่เสียดายยกใหญ่ แต่เขาก็ยอมโยนลูกบอลคืนให้เจ้าร็อกกี้อีกฝั่งหนึ่งของห้องแต่โดยดี แล้วกลับมานั่งหอบหายใจแรงบนเตียงแทน รถถังกระพือเสื้อตัวโคร่งเบาๆ ระบายอากาศภายใน แม้เปิดเครื่องปรับอากาศอยู่ เขาก็ยังมีเหงื่อซึมตามร่างกายเพราะวิ่งเล่นมากไปหน่อย

 

            “อยู่บ้านพี่โคตรสบายเลยว่ะ ว่างๆ ขอมานอนอีกนะ” เด็กชายเจ้าของใบหน้าเรียวฉีกยิ้มกว้างแบบเด็กๆ ให้ผู้เป็นเจ้าของบ้าน ซึ่งพอได้ยินดังนั้น นายถึงกับโยนหมอนข้างใส่ก่อนตอบเสียงแข็ง

 

            “แค่คืนนี้พอ ถ้าลืมกุญแจอีกก็ไปนอนบ้านเพื่อนมึงนู่น”   

 

            “ปากร้ายยย แต่ใจดี๊ดีเหมือนเดิม หึหึหึ”

 

            “อะไรของมึง” นายตีหน้ามึนถามกลับอย่างไม่ยอมรับ

 

            “ก็ถ้าพี่ใจร้ายน้าาา ไม่ยอมให้ผมมานอนด้วยตั้งแต่แรกแล๊วว จริงป่ะล่ะ” รถถังเขยิบเข้าไปติดรุ่นพี่ตัวสูง พลางจ้องด้วยสายตาเจ้าชู้แบบที่เขาถนัดนัก ถ้าสาวๆ เห็นคงอ่อนระทวย ขาพับกันไปถ้วนหน้า ทว่ารุ่นพี่ของเขากลับขนลุกซู่รีบเขยิบหนีไปติดมุมเตียง

 

            “ไม่ต้องมาใกล้เลย กูสยอง แล้วคืนนี้นอนให้ห่างๆ กูด้วย” อาการกลัวของเขามาเยือนอีกแล้ว ยังติดใจไม่หายกับการที่รุ่นน้องตรงหน้าเขาชอบผู้ชายเนี่ย!

 

            “โด่... ผมไม่ทำอะไรหรอกน่า มานอนดีๆ ได้แล้วมา หึหึ...” รถถังส่ายหัวขำๆ ให้กับท่าทางตื่นตระหนกนั้น ก่อนเปลี่ยนมานอนราบลงกับเตียง เขาใช้มือนึงหนุนไว้ใต้หัว ส่วนอีกมือก็หยิบไอโฟนเครื่องสีดำสุดหรูของตนมาเล่นไปพลาง “เอ้อพี่ ขอรหัสไวไฟหน่อยดิ่”

 

            “nine8110909” นายตอบเสียงเรียบ ขณะค่อยๆ ขยับไปนอนที่เดิมอย่างกล้าๆ กลัวๆ ถึงงั้นเขาก็ยังเก๊กหน้านิ่งอยู่

 

            “โอเค ขอบคุณครับ เข้าได้แล้ว” พอสัญญาณไวไฟสี่ขีดปรากฏขึ้นมุมบนซ้ายหน้าจอ เขาก็รีบเลื่อนนิ้วเข้าเช็กอินสตาแกรมก่อนตามปกติ เจ้าของเครื่องเหลี่ยมนั้นสไลด์หน้าจอลง สลับกับหยุดกดไลค์ไปด้วย

 

กระทั่งหยุดที่รูปเด็กชายคุ้นตาคนหนึ่งอัพเดทเมื่อ 25 นาทีก่อน คนในรูปฉีกยิ้มโชว์เหล็กรีเทนเนอร์ครอบฟันเรียงสวยไว้ มือขวาชูสองนิ้วอย่างโคตรน่ารักในความคิดของรถถัง ‘ ก่อนถอดรีเทนเนอร์ เดี๋ยวจะไปนอนแล้วค้าบ ใครอ่านข้อความนี้ขอให้ฝันดีทุกคน เดี๋ยวจะไปเข้าฝัน จุ๊บๆ ’ คือประโยคแคปชั่นใต้รูป นำให้รถถังระบายยิ้มน้อยๆ นัยน์ตาสีน้ำตาลช็อกโกแลตของเขาเป็นประกายวิบวับขณะจ้องไปยังรูปนั้น “พี่ฟิวส์อัพรูป.... แม่งโคตรพ่อโคตรแม่น่ารักอะ” เขาอยากกดไลค์สักร้อยที แต่ก็เป็นไปไม่ได้ จึงเพียงจิ้มที่ชื่ออินสตาแกรมของรุ่นพี่เจ้าของชื่อฟิวส์ ไปดูรูปอื่นๆ ต่อ “หูยย...ไม่เคยดูรูปเก่าๆ เลย น่ารักทั้งนั้น”

 

            คนฟังยกหมอนข้างอันเขื่องฟาดใส่หัวเด็กชายผู้พูดประโยคข้างต้น “กูบอกให้เลิกคิดไอ้เวรนี่ เพื่อนกูมันมีแฟนแล้วโว้ย”

 

            พอดีกับที่รถถังเห็นรูปฟิวส์ถ่ายคู่กับเด็กผู้หญิงผมเปียคนหนึ่ง

            “อืม.... ก็จริง เสียดายว่ะ” รถถังพูดเสียงอ่อยทั้งที่สายตายังเลื่อนขึ้นลงดูหน้าอินสตาแกรมนั้น จริงอยู่...เขาชอบฟิวส์มาก ตั้งแต่เห็นครั้งแรกในโซเชียลแคม เขาแทบคลั่งกับน้ำเสียงนุ่มๆ รอยยิ้มหวานๆ ริมฝีปากบางสีแดงระเรื่อนั้น ถึงขั้นสั่งซื้อครีมบำรุงผิว ไวท์เทนนิ่ง และอีกมากมายตามรีวิวเลยทีเดียว แต่ถ้าฟิวส์มีแฟนแล้วแบบนี้ เขาคงไม่เลวขนาดไปแย่งมาอย่างที่เคยพูดเล่นๆ ไว้  ได้แต่ตัดใจแล้วจริงๆ...

 

อยู่ๆ สายตาเขาก็หยุดกับรูปรูปหนึ่ง ริมฝีปากค่อยๆ คลี่ยิ้มเองโดยอัตโนมัติ เมื่อพบว่าบุคคลในรูปเป็นรองประธานเชียร์สุดโหดคนข้างๆ เขานี้ กำลังถ่ายรูปท่าประหลาดกับฟิวส์และเพื่อนๆ อีกสามคน หนึ่งในนั้นมีคนชื่อเท้มป์เมื่อตอนกลางวันด้วย

 

            นัยน์ตาสีน้ำตาลคู่นั้นไม่ได้จับจ้องฟิวส์อีกต่อไป ก็รองประธานฯของเขาชูสองนิ้วเหนือหัวทำเป็นเขากวาง แถมอ้าปากกว้างสุดๆ มันตลกจนเรียกความสนใจไปได้ทั้งหมด ใครจะไปคิดว่ามีรูปหลุดกะเค้าด้วย!

 

            “ฮะๆๆ ฮ่าๆๆๆ ตลกชิบ  พี่นาย... นี่พี่จริงดิ่”

 

            นายละจากหนังสืออ่านเล่นบนตัก ซึ่งเขาเพิ่งหยิบมาเปิดดูได้สองสามหน้า ก่อนเหลือบมองหน้าจอ LCD ของไอโฟนเครื่องเก่ง รูปนั้นทำเอาเขาผงะแทบโยนหนังสือทิ้ง!

 

            “เฮ้ย!! ไอ้เชี่ยฟิวส์เอาไปลงตอนไหนอะ!!!

 

            “สามวีคอะโก ฮ่าๆๆ พี่ไม่รู้เรื่องเลยอ่อ นานแล้วนะเนี่ย ป่านนี้เค้าเห็นกันทั้งโลกแล้ว”

 

            “ไอ้เชี่ยนั่น....เจอกูแน่!” นายโกรธหน้าแดง พลางเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันสาปแช่งฟิวส์อยู่ในใจ แค่เขาไม่ค่อยได้เช็กอินสตาแกรมหน่อยเดียว ก็เกิดเรื่องเลยเหรอเนี่ย!  “แล้วมึงก็เลิกดูได้ละ ปิดไปเลยนะ” นายเตรียมท่าจะเข้าไปแย่งโทรศัพท์ในมืออีกฝ่ายมากดปิดเอง แน่นอนรถถังเบี่ยงตัวหลบทัน

 

            “อะๆๆ โอเค ไม่ดูรูปนี้แล้วค้าบโผมมม” ...เพราะจะไปดูรูปอื่นแทนต่างหาก รถถังจิ้มไปยังแท็กชื่อ @ninecheer1997 ไอดีของนาย โอ้โหคราวนี้ล่ะเปรมปรี รูปรุ่นพี่สุดโหดให้ส่องเต็มไปหมด

 

            เขานอนตะแคงไม่ให้อีกคนบนเตียงเห็นหน้าจอไอโฟนเครื่องเก่ง ก่อนหัวเราะคิกคักอยู่คนเดียว รูปนายในอินสตาแกรมอาจจะไม่เยอะมาก มีทั้งรูปเก๊กหน้าเคร่ง ยิ้มหล่อซะจนสาวหลง แล้วก็ถ่ายกับเพื่อนๆ ซะเป็นส่วนใหญ่ แหม่! ลงเองนี่ดูดีหน้าเป๊ะทุกรูป

 

            “กูจะปิดไฟนอนแล้วนะ เขยิบไปนอนดีๆ ดิ๊” เสียงทุ้มว่า ขณะลุกไปปิดทีวี และปิดไฟดาวไลท์สีส้มบนเพดาน เหลือเพียงแสงสว่างจากโคมไฟหัวเตียงเท่านั้น

 

            “พี่....” รถถังไม่ได้โต้ตอบกับคำพูดเมื่อครู่ เพียงส่งเสียงเรียกนายเบาๆ เท่านั้น สายตาคู่คมของเขายังจ้องหน้าจอโทรศัพท์อย่างสนใจ ไม่รู้เพราะอะไร ยิ่งดูรูปเวลายิ้มของรองประธานเชียร์สุดโหดคนนี้เท่าไหร่ รอยยิ้มเขายิ่งกว้างขึ้นเท่านั้น

 

            “อะไรมึง ปิดไฟแล้วนะ ดึกแล้ว”

 

            “ผมรู้แล้ว...

 

            “รู้อะไรอีก” นายฟังไม่ค่อยถนัดนัก จึงถามซ้ำออกมา

 

            “ว่าคนต่อไปที่ผมจะจีบเขาเป็นใคร” เด็กชายบนเตียงยิ้มออกมาเหมือนเด็กๆ ลูกแก้วใสภายใต้กรอบตาเรียวสะท้อนภาพนายกำลังยิ้มกว้างกอดคอเพื่อนคนหนึ่งอยู่

 

            “เรื่องของมึงดิ่ มาบอกกูทำไม”

 

 

 

         “...ก็ผมจะจีบพี่อ่ะ”

 

 

 

 

 

 


 

----------Make It Right----------

ก็น่าจะเข้าใจนิสัยน้องรถถังเขาเนอะว่าน้องเป็นคนตรงๆ อิอิ เลยออกตัวแรงตลอดตั้งแต่ตามจีบน้องฟิวส์แล้ว >_______< แต่น้องก็น่ารักอย่างนี้แหละครับ ฮ่าๆๆ น้องนายเราจะทำหน้ายังไงตอนได้ยินประโยคสุดท้ายเนี่ย?????

แต่ตอนหน้าเราจะกลับไปหาน้องธีร์น้องฟิวส์กันนะครับ ขอบคุณรีดเดอร์ทุกคนมากครับที่คอยคอมเม้นท์ตลอด กดมาอ่านตลอด ดีใจที่ชอบนิยายเรื่องนี้ กับน้องๆ ทุกคนนะครับ ^^

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว