ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เรียกข้าว่าท่านอ๋อง 09

ชื่อตอน : เรียกข้าว่าท่านอ๋อง 09

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 953

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ก.ย. 2562 19:06 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เรียกข้าว่าท่านอ๋อง 09
แบบอักษร

- เรียกข้าว่าท่านอ๋อง 09 - 

 

 

เขาควรทำเช่นไรกับสตรีผู้นี้ดี หลังจากผ่านค่ำคืนอันวาบหวามแสนน่าอายนั่นเขาก็มิกล้าสู้หน้านางอีกเลย ใครจะไปรู้เล่าว่าสตรีใบหน้าหวานล้ำเช่นนาง สตรีผู้ได้ชื่อว่าเป็นสตรีชั้นสูงจะเชี่ยวชาญเรื่องอย่างว่ายิ่งกว่าบุรุษเพศ เขาจะกล้าสู้หน้านางได้เช่นไร ขนาดเขาเห็นนางไกล ๆ ใบหน้าของเขายังร้อนผ่าวไม่หยุด มันขึ้นริ้วแดงจนทหารใต้บังคับบัญชาคิดกันไปว่าเขาไม่สบายจนต้องเรียกหาหมอหลวง

หากมีผู้ใดร่วงรู้ความจริงว่า แท้จริงสาเหตุที่ใบหน้าของเขาแดงราวกับจะจับไข้มาจากสตรีที่ได้ชื่อว่าเป็นพระชายาของเขาเอง เขาก็มิรู้ว่าจะสู้หน้าผู้อื่นเช่นไร เขาเลือกที่จะหลบหน้านาง ด้วยเหตุผลน่าอายบางประการ หากเขายังเห็นใบหน้าของนางอยู่ ในหัวของเขาก็มิอาจลืมภาพวาบหวิวในคืนนั้นได้แน่

สตรีบ้า เหตุใดถึงคงได้เชี่ยวชาญเรื่องเช่นนี้ขนาดนั้นกันนะ

เจ้าเป็นองค์หญิงเช่นใดกันแน่

ที่เขาอับอายหาใช่เพราะเขินอายร่างบางแต่อย่างใด แต่ที่เขาอับอายคงเป็นเพราะตนเองช่างอ่อนด้อยเสียจนน่าขัน หากรู้ว่าวันหนึ่งชีวิตจะได้พบเจอสตรีเช่นนาง เขาจะไม่ทุ่มเทให้การฝึกทหารเพียงอย่างเดียวเช่นนี้แน่ หลังผ่านคืนวันที่ถูกนางกระทำมิดีมิร้าย แม้นยามกลางวันเขาจะฝึกทหารมิได้ขาด แต่ยามราตรีมืดดับลงเขากลับตั้งหน้าตั้งตาศึกษาเรื่องระหว่างชาย หญิง

แล้วดูเอาเถิด ยามที่เขาจะออกจากวังเพื่อไปฝึกทหาร เขาจะต้องเห็นพระชายาของตนเองปีนป่ายต้นไม้ ราวกับลูกลิงตัวน้อยก็มิปาน หากพลาดพลั้งตกลงมาเขาจะทำเช่นไร หัวใจของเขาจะมิแหลกสลายหรือ เขาต้องสั่งให้องครักษ์ข้างกายเฝ้ามองการกระทำของนางถึงห้าคน ส่วนอีกสองคน มีหน้าที่คอยรายงานความเคลื่อนไหวของนาง ไม่ว่านางจะทำสิ่งใด

แล้วมีสตรีชั้นสูงที่ไหนเขาไปปีนป่ายต้นไม้เช่นนั้นกันเล่า นางอาจจะคิดว่าเขามองไม่เห็นการกระทำของนาง แต่นางคงหารู้ไม่ว่าเขาเห็นทุกอย่างที่นางกระทำ ไม่ว่าจะเป็นแอบตามเขาไปถึงหน้าค่ายฝึกทหาร แอบตามไปส่งเขาหน้าวัง แล้วนี่ยังแอบไปอยู่บนต้นไม้ นางคิดว่าตัวเองมีปีกบินได้หรืออย่างไร ถึงได้ไม่กลัวตกลงมาจากต้นไม้สูงขนาดนั้น

"ท่านอ๋องเชิญเสด็จเถิดพ่ะย่ะค่ะ" เขาส่งสายตาดุดุไปให้รองแม่ทัพคู่ใจ มันใช่เวลามาเร่งเขาหรืออย่างไร พระชายาของเขาไปเสี่ยงอยู่บนต้นไม้แบบนั้น ยังคิดว่าเขาจะมีใจไปฝึกทหารอยู่อีกหรือ ช่างมิรู้ความเกินไปแล้ว

"กระหม่อมกล่าวสิ่งใดผิดหรือพ่ะย่ะค่ะ " หึ ยังจะต้องให้เขาตอบอีกหรือ เขาเลือกที่จะไม่สนใจรองแม่ทัพด้านข้าง สายตายังคงจดจ้องมองที่สตรีมิรู้ความ กระทำตนราวกับตนเองเป็นสตรีสามัญชน แต่เพราะนางดื้อรั้นเช่นนี้เขาถึงมิอาจละสายตาจากนางได้เลย หากเขายังหลบหน้านางอยู่เช่นนี้เกรงว่านางคงมิหยุดการกระทำเสี่ยงอันตรายเช่นนั้น และเขาเองก็คงห่วงนางจนมิอาจสนใจสิ่งอื่นได้ เขาคงต้องทิ้งความอับอายพบนางเสียแล้วสิ

"เฮ้อ" เขาได้แต่ถอนหายใจแค่คิดว่าร่างบางมายืนอยู่ตรงหน้า ใบหน้าของเขาก็ขึ้นริ้วแดงแล้ว อ่า เขาควรจัดการกับความรู้สึกนี้เช่นไรดี ใบหน้าของเขาร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อ ๆ เพียงแค่คิดถึงใบหน้าหวานล้ำของนาง

"เปิ่นหวางไม่ไป"

"ท่านอ๋องทรงตรัสถึงเรื่องใดกันพ่ะย่ะค่ะ" เขาส่งสายตามิพอใจไปให้รองแม่ทัพด้านข้าง เหตุใดต้องให้เขากล่าววาจาซ้ำ ๆ ไปมา เขากล่าวเพียงครั้งเดียวเหตุใดถึงได้มิเข้าใจ

"วันนี้เปิ่นหวางจะไม่ไปฝึกทหาร"

"พ่ะย่ะค่ะ" รองแม่ทัพตรงหน้าดูยังไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาต้องการจะบอก เหตุใดเขาถึงได้มีรองแม่ทัพโง่เขลาเบาปัญญาเช่นนี้ได้นะ ทำศึกมานับครั้งไม่ถ้วน เหตุใดแค่วาจาแค่นี้ถึงได้เข้าใจยากนัก

"เปิ่นหวางจะไปหาพระชายา"

"กระหม่อมเข้าใจแล้วพ่ะย่ะค่ะ" เข้าใจง่าย ๆ แบบนี้ตั้งแต่แรกหน่อยก็ดี เหตุใดต้องให้เขากล่าววาจาซ้ำ ๆ ด้วย คิดว่าเขาไม่รู้สึกอาบบ้างหรืออย่างไร หางตาของเขาเหลือบไปมองสตรีต้นเหตุบนต้นไม้ ช่างเป็นสตรีที่ดื้อรั้นเสียจริง ทั้ง ๆ ที่เคยรับปากเขาแล้วแท้ ๆ เขาเลือกที่จะเดินกลับตำหนัก ทำเป็นมองไม่เห็นร่างบาง ก่อนจะสั่งให้นางกำนัลไปแจ้งแก่นางว่าเขาต้องการพบ

"ถวายพระพรท่านอ๋องเพคะ" เขาต้องอมยิ้มมุมปาก หลบซ่อนรอยยิ้มพึงพอใจมิให้นางเห็น เมื่อครู่นางยังปีนป่ายต้นไม้อยู่เลย ใช้เวลาเพียงครู่เดียวนางก็สามารถมาพบเขาได้แล้วหรือ ช่างเป็นสตรีที่น่าทึ่งยิ่งนัก แต่รอยยิ้มของเขาก็ต้องหุบลง เมื่ออยู่ ๆ สายตาก็เหลือบไปเห็นแผลที่มือของนาง

"มือเจ้าไปโดนอะไรมา" เขารีบเดินเข้าหาร่างบาง ยื่นมือไปรั้งมือบางแสนนุ่มนิ่มมาดู รอยคล้ายถูกกิ่งไม้บาดมา มีเลือดไหลออกมาจากแผล หากเป็นมือของเขา เขาคงมิห่วงเช่นนี้ แต่นี่นางคือพระชายาเพียงคนเดียวของเขา หากเขาไม่ใส่ใจนางแล้วจะให้เขาไปใส่ใจผู้ใดกันเล่า

"เปิ่นหวางถามว่ามือเจ้าไปโดนสิ่งใดมา" นางไม่ตอบแต่หลบสายตาเขา คืนนั้นมิเห็นนางหลบสายตาเขาเช่นนี้เลย

"ตอบเปิ่นหวางมา"

"ทูลท่านอ๋องหม่อมฉันไม่ระวังเลยโดยกิ่งไม้เกี่ยวมาเพคะ" นางตอบไม่ค่อยเต็มเสียงนัก

"กิ่งไม้ตรงไหนเล่าเปิ่นหวางจะได้ให้คนไปตัด"

"มิได้นะเพคะ" ได้ผล พอเขากล่าวเช่นนี้ออกไป ร่างบางก็หันมาสบตามองเขา ก่อนที่นางจะหันหน้าหนีเขาไปอีกครั้ง เขาจะไม่หลบหน้านางอีกแล้ว เขายื่นมือที่ว่างอยู่ไปเชยคงมนให้หันมามองเขา ก่อนจะเอ่ยวาจาอ่อนโยนกับร่างบางตรงหน้า

"กิ่งไม้ที่ทำให้เจ้าเป็นแผล คงมิใช่กิ่งไม้จากต้นไม้ที่เจ้าพึ่งไปปีนเล่นหรอกนะ"

"ท่านอ๋อง" ร่างบางมองเขาตาโต ราวกับตกใจว่าเหตุใดเขาถึงล่วงรู้สิ่งที่นางทำได้

"เจ้าไปตามหมอหลวงมาดูอาการพระชายา"

"เพคะท่านอ๋อง" เขาสั่งให้นางกำนัลข้างกายพระชายาไปตามหมอหลวงมาทำแผลให้พระชายา มือบางแสนนุ่มนิ่มของนางเขาจะปล่อยให้เป็นแผลได้ยังไง

"ท่านอ๋องเพคะ หม่อมฉันมิได้เป็นอะไรมากเสียหน่อยนะเพคะ เห็นหรือไม่หม่อมฉันมิเจ็บเลย โอ๊ย" เพราะนางชอบเถียงเขา เขาจงลงโทษด้วยการดีดนิ้วลงไปที่หน้าผากของนางหนึ่งที นางยังจะกล้าบอกว่าตนเองไม่เจ็บได้อย่างไร ในเมื่อตอนนี้หัวใจของเขามันเจ็บปวดราวกับถูกมีดหลายร้อยเล่มกรีดลงกลางหัวใจ แค่เห็นมือของนางเป็นแปล เขาก็ปวดใจมากแล้ว นางช่างไม่รู้เอาเสียเลยว่าเขาห่วงนางแค่ไหน

ความคิดเห็น