email-icon facebook-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Ep1 : ศัตรูหัวใจ (2)

ชื่อตอน : Ep1 : ศัตรูหัวใจ (2)

คำค้น : อสุเรศ สิริสร

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.1k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ก.ย. 2562 09:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Ep1 : ศัตรูหัวใจ (2)
แบบอักษร

ฝากติดตามผลงานได้ที่ แฟนเพจ กนกรส นะคะ 

สามารถโหลดซื้อนิยายในรูปแบบ Ebook ได้แล้ววันนี้ 

หรือสามารถเลือกซื้อเป็นรายตอนก็ได้นะคะ ตามลิงก์ของหน้านิยายได้เลยจ้า 

ขอบคุณทุกแรงสนับสนุนนะคะ... 

 

 

จากบทสนทนาของสองแม่ลูกบวกกับอีกหนึ่งหนุ่มผู้มีใบหน้ายิ้มแย้ม ทำให้ชายหนุ่มผู้พกพาเอาอารมณ์ขุ่นมัวกักเก็บไว้อย่างมากมาย เขารีบถลันร่างสูงใหญ่ลุกขึ้นเดินตามทั้งสามคนออกมาอย่างกระชั้นชิด ก่อนชะลอฝีเท้าให้ช้าลงเล็กน้อยเมื่อรู้สึกว่ามันใกล้จนเกินไปสักหน่อย

อสุเรศรู้สึกหัวร้อนเมื่อเขาไม่ได้ยินคำปฏิเสธสักคำออกจากปากแม่เมียทางพฤตินัย สังเกตจากสีหน้าของเจ้าหล่อน ดูเหมือนสิริสรเองคงพึงพอใจในตัวไอ้หมอนี้อยู่ไม่เบา ถึงดูสีหน้าเจ้าหล่อนไม่ค่อยยิ้มแย้มทว่าก็ไม่ทุกข์ร้อนเหมือนดั่งเช่นทุกครั้งเลยนี่นา

แบบนี้มันแสดงให้เห็นชัดเจน สิริสรคงมีใจให้ไอ้หน้าจืดนั่นอยู่ไม่น้อย...

ใช่...หลายครั้งเขาให้คนตามประกบหญิงสาว แล้วคอยโทรกลับมารายงานผลให้เขาทราบ หากเขารู้สิริสรเกิดให้ความสนใจผู้ชายคนไหนมากเป็นพิเศษ เขาจะจัดการส่งคนลงมาขัดขวางได้ทันท่วงทีด้วยตัวหญิงสาวไม่ระแคะระคาย...

อสุเรศดึงหมวกแก๊ปออกมาสวมใส่เพื่อปิดบังอำพรางใบหน้าคมคาย ส่วนหูนั้นคอยตะแคงฟังบทสนทนาของทั้งสามด้วยความสนอกสนใจ ทั้งสามกำลังจะพากันไปที่ไหน

“รถของน้าจอดอยู่ตรงฝั่งนั้น แล้วของช้างล่ะลูก อยู่ตรงด้านไหน”

“คงฝั่งเดียวกันครับคุณน้า...” คชาที่กำลังเดินตีคู่มากับสิริสรเอ่ยบอก เขาปรายตามองคนตัวเล็กด้วยสายตาประทับใจ

“แล้วน้ำผึ้งอยากไปเที่ยวไหนต่อหรือเปล่าครับ พี่จะได้ขออนุญาตคุณน้าไว้เลยทีเดียว” 

สิริสรเงยหน้าขึ้นมองคนถาม ริมฝีปากอิ่มขยับยิ้มพอให้ดูน่ารัก ก่อนเอ่ยปฏิเสธ

“ไม่ค่ะ...น้ำผึ้งอยากกลับบ้านมากกว่า...”

คำตอบของหญิงสาวพอทำให้คนเดินทอดน่องอยู่ไม่ห่างยิ้มออกมาได้บ้าง ก่อนเจ้าของร่างสูงเกินร้อยแปดสิบจะเลี้ยวเดินแยกมาอีกทางหนึ่ง เมื่อข้างหน้าเป็นทางแยกระหว่างลานจอดรถที่แบ่งออกเป็นสองส่วน เขาเดินเลี้ยวขวาเพื่อมุ่งสู่มุมอับ ส่วนทั้งสามคนเลี้ยวไปทางด้านซ้าย ซึ่งเป็นลานจอดรถทางด้านข้างของตัวร้านอาหาร บริเวณด้านนี้มีสวนกล้วยไม้นานับชนิด ถูกปลูกประดับเอาไว้ดูละลานตา คงเป็นอีกหนึ่งจุดขายของทางร้านอาหาร ที่มีชื่อว่า ร้านกล้วยไม้นั่นเอง

 ชายหนุ่มสั่งให้คนสนิทขับรถยนต์คู่ใจไปแอบรอท่าไว้ตรงมุมอับสุดของร้านอาหาร เป็นการบดบังสายตาของแม่สาวหลายใจ สิริสรเคยเห็นรถของเขา เพราะเคยบังคับให้นั่งมาครั้งหนึ่งตอนหญิงสาวมาทำงานกับหริลักษณ์ เขากลัวหญิงสาวจะรู้ตัวว่าเขาแอบตามเจ้าหล่อนมาในวันนี้...

เจ้าของร่างสูงกำลังนั่งส่งยิ้มเรี่ยราดให้บรรดาหญิงสาวที่เดินผ่านไปมามีอันต้องสะดุ้งสุดตัวตอนได้ยินเสียงเรียกลงน้ำหนักไม่เบาของผู้เป็นเจ้านาย

“ออสตินเอากุญแจส่งมา แล้วนายก็นั่งเท็กซี่กลับที่พักไปได้เลยนะ ไม่ต้องตามฉันมาอีก ฉันมีธุระต้องไปทำต่อ ยังไม่รู้จะกลับเมื่อไหร่”

คำสั่งลงน้ำหนักห้วนกระด้าง ทำเอาชายหนุ่มตาน้ำข้าวที่กำลังนั่งมองสาวไทยตาปรอยมีอันต้องรีบขยับตัวลุกขึ้นยืนกะทันหัน นึกเสียดายอาหารตาอยู่ไม่น้อย แล้วล้วงเอากุญแจรถสปอร์ตสีเงินโยนส่งให้เจ้านายด้วยสีหน้ามีแง่งอน จะมาก็ไม่ยอมให้สุ่มให้เสียงกันบ้างเลย

“แล้วฝากบอกพี่ฟ้าด้วยวันนี้ฉันจะค้างคอนโด ไม่ต้องรอกินข้าวเย็น”

ทุกครั้งที่อสุเรศกลับมาลำปางเขามักต้องมาทานข้าวที่บ้านของพี่สาวคนละแม่ทุกครั้ง หากวันนี้เขาคงกลับเข้ามาทานข้าวกับพี่สาวไม่ทัน เนื่องจากมีเรื่องร้อนใจต้องสะสาง 

 “ครับนาย...”

ออสตินรับคำ พร้อมขยับถอยออกมายืนห่างตัวรถ หลีกทางให้คนตกอยู่ในห้วงอารมณ์โมโหหึงคว้าประตูรถแล้วกระชากเปิดออกรุนแรง มุดร่างหนาเข้าไปนั่งประจำที่พร้อมเบี่ยงหัวรถคันหรูออกสู่ถนนใหญ่ด้วยหัวใจร้อนระอุ

“เอ่อแต่ว่า...อ้าว” ออสตินเกาศีรษะแกลก เมื่อเขายังไม่ทันพูดจบประโยค หากรถสปอร์ตคันโก้ดันแล่นฉิวจนเกือบถึงถนนใหญ่นู่นแล้ว

“จะรีบไปไหนของเขาวะนั่น...” 

ปากบ่นพึมพำส่วนมือยกขึ้นเกาท้ายทอย ก่อนส่งสายตาสีฟ้าอมเทามองตามท้ายรถไปจนสุดทางถนน พอกำลังจะเดินข้ามฝากเพื่อมาขึ้นรถเท็กซี่แถวหน้าร้านอาหาร พลันสายตาคมกริบเหลือบแลเห็นท้ายรถยนต์ของอีกคัน ซึ่งมีหญิงสาวใบหน้าสวยหวานนั่งเป็นตุ๊กตาอยู่ด้านหน้า ทำให้ออสตินคลายความสงสัยขึ้นมาทันที

ชายหนุ่มจุปากแล้วส่ายหน้า...

“บอกให้ฉุดตั้งแต่กลับมาอยู่เมืองไทยแรกๆก็ไม่เชื่อ มัวแต่เล่นละครปลอมตัวอะไรก็ไม่รู้ นั่นประไร เลยถูกหมามันคาบไปกินเสียฉิบ...”

ออสตินเป็นหนุ่มต่างชาติเต็มตัวแต่ก็พอพูดภาษาไทยได้คล่อง เนื่องจากเขาต้องทำงานกับคนไทยเสียเป็นส่วนใหญ่เลยฟังออกเขียนได้อย่างสบาย มารดาเขาเป็นชาวอเมริกันผิวสีทองแดง ก่อนมาพบรักกับบิดาเขาซึ่งเป็นชาวพื้นเมืองในประเทศอียิปต์ ส่งผลให้เขาซึ่งมีสายเลือดผสมระหว่างอียิปต์กับอเมริกันชน มีรูปร่างสูงใหญ่ใบหน้าคมคามจนดูน่าเกรงขามโดยปริยาย  

 ก่อนเขาจะก้าวเข้ามาทำงานเป็นเลขาพ่วงตำแหน่งบอดี้การ์ดส่วนตัวให้คนในตระกูลอัครวนานนท์ เขาเคยเป็นตำรวจสากลในประเทศบ้านเกิดมาช่วงระยะเวลาสั้นๆ ก่อนจะถูกมารดาขอร้องปนบังคับให้ลาออก เพราะท่านไม่ต้องการให้เขาใช้ชีวิตสุ่มเสี่ยงจนเกินไปนัก ท่านให้เขาลาออกจากอาชีพตำรวจสากล เข้ามาทำงานในเครือโรงแรมอัครวนานนท์แทน เมื่อตัวท่านเองก็ทำงานอยู่ในนั้นเช่นกัน ในตำแหน่งหัวหน้าโปรแกรมเมอร์มือหนึ่งของเครืออัครวนานนท์นั่นเอง

ด้วยรูปร่างมาพร้อมกับสติปัญญาที่พ่วงท้ายด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง ทำให้เขาได้รับตำแหน่งเลขาของอสุเรศทันทีที่เขายื่นใบสมัคร เขาไม่ได้ใช้เส้นสายทางมารดาเป็นใบเบิกทาง ไม่ได้บอกใครว่าเขาคือบุตรชายของท่าน เขาอยากใช้ความสามารถของตัวเองมากกว่าจะถูกตราหน้าภายหลัง เข้ามาทำงานแห่งนี้ได้เพราะมีมารดาคอยช่วยหนุนหลังให้อีกแรงหนึ่ง

 เขาและเจ้านายหนุ่มเลยมีความสัมพันธ์อย่างสนิทสนมคุ้นเคยในระดับที่เรียกว่ารู้ไส้รู้พุงกันมาก่อน ทั้งเขาและอสุเรศต่างต้องเรียนรู้งานแผนกต่างๆในเครือโรงแรมอัครวนานนท์ไปพร้อมๆกัน กินนอนเที่ยวเล่นชนิดที่เรียกว่าหัวหกก้นขวิด สำหรับเรื่องหญิงสาวสวยคนนั้น อสุเรศก็เป็นคนเล่าให้เขาฟังอย่างหมดเปลือก เจ้าหล่อนเป็นลูกสาวอดีตเจ้านายที่อสุเรศเคยทำงานอยู่ในบ้านหลังนั้น ด้วยตำแหน่งคนขับรถธรรมดา ก่อนชะตาชีวิตจะพลิกผันได้กลายเป็นรองประธานในเครือโรงแรมยิ่งใหญ่แบบนี้...

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว